Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

การตรวจสอบตนเอง

mp 3 (for download) : วิธีดูว่ายังอยู่ในร่องในรอยไหม?

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยม : กราบนมัสการครับหลวงพ่อ เออ…อยากจะให้หลวงพ่อช่วยตรวจให้หน่อยครับว่ายังอยู่ในร่องในรอยไหมครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : รักษาศีล หรือเปล่าล่ะ

โยม : อะไรนะครับหลวงพ่อ

หลวงพ่อปราโมทย์ : รักษาศีลได้ดีไหม?

โยม : ก็มีด่างพร้อยครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : เออ นะ ก็อยู่ในร่องในรอยบ้าง จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัวไหม?

โยม : ก็เออไม่ค่อยอยู่ครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : หรือหลงบ่อย

โยม : หลงบ่อยครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : เออ หลงบ่อย ไม่เรียกอยู่ในร่องในรอยนะ ถ้าเรามีศีล มีสมาธิ เราเจริญปัญญา แยกธาตุแยกขันธ์อยู่ เรียกว่าอยู่ในร่องในรอย ถ้าศีลเราก็ขาด สมาธิเราก็เสียอะไรอย่างนี้ เราก็ภาวนาไม่ดีน่ะ น้อยไป

โยม : ยังน้อยไปใช่ไหมครับ แล้วหลวงพ่อ…

หลวงพ่อปราโมทย์ : ตั้งใจให้เด็ดเดี่ยวนะ อย่าตามโลกไป โลกไม่มีอะไร หลงโลกเยอะไป

โยม : ครับ ขอบพระคุณครับหลวงพ่อ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่ อยุธยาพาร์ค เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ เดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๕๖

File: 560425.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๕๑ วินาทีที่ ๓๖ ถึง นาทีที่ ๕๒ วินาทีที่ ๓๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

กายเป็นทุกข์ อย่าให้ใจทุกข์ไปด้วย

mp3 (for download) : กายเป็นทุกข์ อย่าให้ใจทุกข์ไปด้วย

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: ใจเราเนี่ยเต็มไปด้วยความเครียดนะ อยากได้อะไรอย่างหนึ่งแล้วยังไม่ได้มาก็เครียดใช่มั้ย เครียด อยากได้มือถือใหม่ๆทำอะไรต่ออะไรได้เยอะทั้งๆที่เราก็ใช้ไม่เป็น เห็นแล้วก็อยากได้ อยากได้ไอโฟน ไอแพด ไออะไรต่ออะไรก็ไม่รู้นะ เยอะแยะเลย เวลาแค่ใจเราอยากขึ้นมา ใจเราก็ทุกข์แล้ว เราเจอสิ่งที่ไม่รักเราก็ทุกข์นะ เราไม่ได้สิ่งที่รักเราก็ทุกข์ เราพลัดพรากจากสิ่งที่รักเราก็ทุกข์ เจ็บไข้ได้ป่วยก็ทุกข์นะ อยากแล้วไม่สมอยากเราก็ทุกข์ ในชีวิตเราเนี่ยมีความจริงคือมีความทุกข์เนี่ยเยอะเลย

ความทุกข์มันมีอยู่ ๒ ส่วน ความทุกข์ทางร่างกายกับความทุกข์ทางจิตใจ ความทุกข์ทางร่างกายเนี่ย

เมื่อเรามีร่างกายแล้วนะ หนีไม่รอดหรอก ยกตัวอย่างพวกเราจะต้องแก่ พวกเราจะต้องเจ็บต้องตาย บางคนตายโดยที่ไม่ทันจะแก่ก็มี เคยคิดมั้ย เวลาที่เราจะตายเนี่ย เราจะเจ็บแค่ไหน เคยนึกมั้ย บางคนก็เจ็บมากนะบางคนก็เจ็บน้อยอะไรอย่างนี้ คือในชีวิตเราเนี่ยนะ ทางร่างกายเนี่ย มีความทุกข์ซึ่งเราหนีไม่ได้ เราไม่รู้เลยว่าเราจะเจ็บเมื่อไหร่ เราจะตายเมื่อไหร่ ความทุกข์ทางร่างกายเนี่ย เป็นสิ่งที่เราแก้ไม่ได้ แต่ผ่อนหนักเป็นเบาได้ ยกตัวอย่างเจ็บป่วยขึ้นมาก็ไปหาหมออะไรอย่างนี้นะ ง่วงนอนก็ไปนอน หิวข้าวก็ไปกิน อะไรอย่างนี้นะ เมื่อยนักนะไปเอนหลังหรือไปเปลี่ยนอิริยาบถ นั่งนานมันเมื่อยก็ไปเดินอะไรอย่างนี้ อย่างนี้มันแก้ได้เป็นคราวๆ แต่สุดท้ายมันก็แก้ไม่ได้ สุดท้ายทุกคนจะทุกข์จนตายทุกคนนะ ถึงจุดหนึ่งนะเราจะต้องทกข์จนตายทุกคน เนี่ยร่างกายนี้เป็นอย่างนี้

แต่คนส่วนใหญ่เนี่ย เมื่อร่างกายเป็นทุกข์นะ ใจจะเป็นทุกข์ด้วย เรียกว่า ถ้าร่างกายเจ็บป่วยนะ ใจป่วยมากกว่ากายอีก กลุ้มใจน่ะ เลยป่วยซ้ำสอง

ทีอย่างนี้ทำอย่างไรละ เราอยู่ในโลก บางครั้งเราก็ต้องพลัดพรากจากคนที่เรารัก ยกตัวอย่างพ่อแม่เราตายอย่างนี้ เราห้ามไม่ได้ใช่มั้ย ทำอย่างไรใจของเราจะไม่ทุกข์นะ เนี่ยเรื่องใจที่จะไม่ทุกข์เป็นคำตอบในศาสนาพุทธนะ เราจะมาฝึกจนกระทั่งเราอยู่ได้ในทุกๆสถานการณ์โดยใจของเราไม่ทุกข์ เราจะมุ่งมาตรงนี้ ส่วนร่างกายถึงอย่างไรก็ทุกข์ เราก็ต้องดูแลไปตามสภาพ แต่ว่าเราจะให้ทุกข์อยู่เฉพาะที่กายแค่นี้เท่านั้น ทุกข์จะต้องไม่มาถึงใจเรา

หลวงพ่อปราโมทย์ :

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดบริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2555

File: 551016
ระหว่างนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๕๕ ถึงนาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๒๕

 

ตัดคลิปส์โดยคุณ sawang156
ถอดคลิปส์และตรวจทานโดยคุณ พัลวัน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ไม่ต้องคิด แค่ตามดู ก็รู้ความจริงของกายของใจ

mp3 for download :ไม่ต้องคิด แค่ตามดู ก็รู้ความจริงของกายของใจ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาพจากวัดพระธาตุโกฏิแก้ว
เอื้อเฟื้อภาพโดย คุณ มโน มยา

หลวงพ่อปราโมทย์ : จะได้มรรคผลนิพพานเนี่ย คอยรู้สึกกาย คอยรู้สึกใจ เรียนรู้ความจริงของกายของใจเรื่อยๆไป ร่างกายนี้มีแต่ทุกข์บีบคั้นน่าเบื่อหน่าย ร่างกายมีแต่ความเป็นวัตถุเป็นก้อนธาตุ ไม่ใช่คนสัตว์เราเขาหรอก ไม่ต้องคิดเอาหรอก คอยดูไปเรื่อยเดี๋ยวมันเห็นเอง จิตใจนั้นมีแต่ความไม่เที่ยง ฟังเสียงระฆังให้สบายใจสิ … รู้สึกมั้ยจิตไหว.. ไหวริ้วๆริ้วๆตามเสียงระฆังนะ มันไหวอย่างนี้มาตลอดแต่เราไม่เคยเห็นหรอก

ต่อไปนี้ก็คอยมารู้สึกนะ รู้สึกกาย รู้สึกใจ ดูกายเขาทำงานไป ดูใจเขาทำงานไป ดูร่างกายเขาทำงานไป หายใจออกหายใจเข้า ยืนเดินนั่งนอน จิตใจก็ทำงานนะ ปรุงสุขปรุงทุกข์ปรุงดีปรุงชั่วไป เฝ้ารู้เฝ้าดูไป ร่างกายเต็มไปด้วยความทุกข์ เต็มไปด้วยวัตถุก้อนธาตุ ไม่ใช่คนสัตว์เราเขา เป็นอนัตตา จิตใจเต็มไปด้วยความไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แล้วก็ เป็นอนัตตาในแง่ที่ว่า ไม่อยู่ในอำนาจบังคับ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
FILE : 560907A
CD : สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๑
ระหว่างนาที่ที่ ๒๒ วินาทีที่ ๒ ถึง นาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การปฏิบัติ ไม่ใช่การทำอะไรประหลาดๆ

mp3 for download :การปฏิบัติ ไม่ใช่การทำอะไรประหลาดๆ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาพจากวัดพระธาตุโกฏิแก้ว
เอื้อเฟื้อภาพโดย คุณ มโน มยา

หลวงพ่อปราโมทย์ : การปฏิบัติไม่ใช่อะไรที่พิลึกๆ หลับหูหลับตา ไม่รู้เรื่อง ลืมกายลืมใจ แล้วมาบอกว่าปฏิบัตินะ ทีนี้ในร่างกาย เราก็คอยเรียนรู้-รู้สึกอยู่ในร่างกาย ทุกคนรู้สึกได้ แต่ละเลยที่จะรู้สึก ในจิตในใจของเรา เราก็คอยรู้สึกไว้ ในใจเรานะ มีความรู้สึกเกิดขึ้นตลอดเวลาเลย ไม่สุขก็ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์ก็เฉยๆ เราไปสังเกตดูสิ เดี๋ยวก็สุขเดี๋ยวก็ทุกข์เดี๋ยวก็เฉยๆ กระทบอารมณ์ที่ดีก็มีความสุข กระทบอารมณ์ที่ไม่ดีก็มีความทุกข์ กระทบกับอารมณ์ที่ไม่ชัดเจนก็เฉยๆ ในจิตใจของเรานั้น เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็ร้าย กระทบอารมณ์มาแล้วนะ มีการตีค่า มีการแปลค่า ทำให้บางทีก็เกิดจิตที่เป็นกุศลขึ้นมา บางทีก็เกิดโลภเกิดโกรธเกิดหลง โลภ-โกรธ-หลง อะไรพวกนี้เลือกได้มั้ย ตั้งใจว่าจะไม่โกรธแล้วโกรธมั้ย ตั้งใจว่าจะไม่โลภแล้วโลภมั้ย มีบางคนนะ ตั้งใจจะไปเดิน เอาแอร์เฉยๆเพราะร้อน ไปศูนย์การค้าตั้งใจเอาไว้เลยว่าจะไม่ซื้ออะไรหรอก เดินศูนย์การค้า เห็นอะไรก็อยากได้-รู้ว่าอยากได้ เผลอแว้บเดียวนะ หิ้วของไม่ไหวแล้ว ห้ามได้มั้ย ไม่ให้โลภ ห้ามได้มั้ยไม่ให้โกรธ เคยตั้งใจไม่โกรธก็โกรธ ตั้งใจไม่โลภก็โลภ ใช่มั้ย บอกว่าไม่รักได้ ไม่ให้รัก สั่งให้เกลียดได้มั้ย ได้ แต่ต้องบิวท์ทั้งนั้นเลย ต้องบิวท์ขึ้นมา-ให้เราคอย คอยรู้สึกนะ รู้สึก ดูการทำงานของจิตใจไปเรื่อย ก็จะพบว่าเดี๋ยวมันก็สุขเดี๋ยวมันก็ทุกข์ เดี๋ยวมันก็ดีเดี๋ยวมันก็ร้าย เลือกไม่ได้ เลือกไม่ได้-สั่งไม่ได้

เวลาที่เราดูกาย เราจะเห็นตัวที่เด่นชัดในร่างกายคือตัวทุกข์ ตัวนี้จะเด่นชัดในร่างกาย กับตัวอนัตตา ในแง่ของการเป็นวัตถุเป็นก้อนธาตุ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่คนหรอก แต่ดูจิตดูใจเนี่ย ตัวที่เด่นชัดคืออนิจจัง ทุกอย่างมันชั่วคราวไปหมดเลย สุขมันก็ชั่วคราว ทุกข์มันก็ชั่วคราว โลภ-โกรธ-หลง ก็ชั่วคราว


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
FILE : 560907A
CD : สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๑
ระหว่างนาที่ที่ ๑๗ วินาทีที่ ๔๕ ถึง นาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ความทุกข์แปรไปตามกำลังของความยึดถือ

mp3 for download : ความทุกข์แปรไปตามกำลังของความยึดถือ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย
retouched by Dhammada.net

หลวงพ่อปราโมทย์ :จริงๆแล้วการปฏิบัติธรรมนะ เอา Basic เลย มันไม่มีอะไรหรอก มันคือการเรียนรู้ความเป็นจริงของตัวเราเอง สิ่งที่เรียกว่าตัวเราก็คือกายกับใจของเรานี่แหละ ถ้าเราเรียนรู้ความจริงได้นะ เราจะหมด ถ้าไม่หมดนะก็ลด ความยึดถือกายยึดถือใจลงได้ ถ้าเรายึดถือมากก็ทุกข์มาก ยึดถือน้อยก็ทุกข์น้อย ไม่ยึดถือก็ไม่ทุกข์ ใจของเรามันทุกข์ขึ้นมาได้เนี่ย ก็เพราะว่ามันเข้าไปยึดถือสิ่งต่างๆ ส่วนร่างกายที่เป็นทุกข์น่ะ เป็นไปตามธรรมชาติของมัน มีร่างกายแล้วถึงอย่างไรก็ทุกข์

ร่างกายของพระอรหันต์ก็ทุกข์เหมือนที่พวกเราทุกข์นั้นแหละ แต่จิตใจเนี่ย ท่านรู้ความจริงมากก็ไม่ยึดถือ ท่านก็ไม่ทุกข์ พระอนาคามีท่านยังยึดถือจิตอยู่ แต่ว่าไม่ยึดถือกาย ร่างกายเจ็บป่วยแปรปรวนอะไรก็ไม่เดือดร้อน แต่ถ้าจิตไม่มีสมาธิอะไรอย่างนี้ ยังเดือดร้อน ยังพยายามรักษาจิตอยู่ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี ก็ยังคงยึดถือขันธ์ ๕ เหมือนที่พวกเรายึดนี่แหละ แต่ท่านยึดน้อยกว่า ของเรายึดมาก ถ้าเราเห็นว่าขันธ์ ๕ ของเรา ร่างกายจิตใจของเรา เป็นของดีของวิเศษ หวงแหนมาก รักมาก อยากให้มันอยู่อย่างนี้แหละ อมตะนิรันดร อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเราคงที่อยู่ในสิ่งที่ดี ถ้ามีของไม่ดีมาก็อยากให้มันพ้นไปเร็วๆ

ความอยากนั้นเป็นต้นตอให้เกิดความยึดถือ เนี่ยเราจะเรียนนะ จนกระทั่งวันหนึ่งมันไม่ยึด ไม่ยึดไม่ทุกข์ ตัวที่ทำให้เข้าไปยึดถือสิ่งต่างๆนั้นน่ะคือ ความยึดถือ มีชื่อเรียกว่า “อุปาทาน”


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๑๑ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
File: 551208B
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๒ ถึงนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

คู่มือการปฏิบัติธรรม (๔) มาฝึกเรียนรู้ความจริงของตัวเรา

mp 3 (for download) : คู่มือการปฏิบัติธรรม (๔) มาฝึกเรียนรู้ความจริงของตัวเรา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :เนี่ยสิ่งที่เราต้องฝึกนะ ก็คือการมาหัดรู้ความจริง ของตัวเราเอง

ความจริงของร่างกาย มีแต่ของไม่เที่ยง มีแต่ของเป็นทุกข์ มีแต่ของบังคับไม่ได้ เป็นแค่วัตถุที่ไหลเข้าไหลออก จิตใจก็มีแต่ความไม่เที่ยง จิตใจมีแต่ความทุกข์บีบคั้น ถูกความอยากเกิดขึ้นทีไรนะ ก็บีบคั้นจิตใจทุกทีไปเลย อยากจะอยู่นานๆ มันไม่นาน อยากจะสาวนานๆ มันไม่นาน อยากให้แฟนรักเยอะๆ มันไม่รัก อะไรนี้นะ อยากให้ลูกไม่ดื้อ มันดื้อ ความอยากเกิดขึ้นทีไรนะ มันก็บีบคั้นใจเราทุกครั้งไป

เนี่ยมาเฝ้าดูนะ จิตใจมีแต่ของไม่เที่ยง ความสุขก็ไม่เที่ยง ความสุขอยู่ชั่วคราว แล้วก็หายไป แต่พอความทุกข์(มา)นะ เรารู้สึกว่าเที่ยง ความทุกข์ไม่รู้จักหายซักที ทีความสุขละก็ไม่เที่ยงเร็ว อันนั้นเพราะใจเราอยาก อยากให้ความสุขอยู่นานๆ มันก็เลยรู้สึกสั้น

นี้เรามาคอยดูนะ ในจิตใจมีแต่ของไม่เที่ยง สุขก็ไม่เที่ยง จริงๆแล้วทุกข์ก็ไม่เที่ยง กุศลก็ไม่เที่ยง อกุศลเช่น โลภโกรธหลงทั้งหลาย ไม่เที่ยง ความฟุ้งซ่านไม่เที่ยง ความหดหู่ไม่เที่ยง ความดีใจความเสียใจ ไม่เที่ยง ความอิจฉาพยาบาท ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่เที่ยง

มาดูจิตใจต่อไป จิตใจนี้ ถูกความอยากบีบคั้นอยู่ตลอดเวลา อยากดูก็ทุกข์ อยากฟังก็ทุกข์ อยากได้กลิ่นก็ทุกข์ อยากได้รสก็ทุกข์นะ อยากสัมผัสอะไรที่ดีๆก็ทุกข์ อยากคิดอยากนึกเรื่องที่ดีนะ มันไม่ยอมคิด มันชอบไปคิดเรื่องไม่ดี เรื่องความทุกข์ เรื่องอะไรนี้นะ ใจชอบไปวนเวียน อย่างเวลาอกหักนะ เพื่อนๆชอบปลอบ ว่าอย่าไปคิดมันเลย ห้ามไม่ได้ ใจจะคิด ยิ่งเรื่องไม่ดียิ่งชอบคิด ยิ่งเรื่องทุกข์ยิ่งชอบคิด ห้ามไม่ได้ นี่คือคำว่า”อนัตตา”นะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่บ้านจิตสบาย
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD: บ้านจิตสบาย วันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
File: 550805A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๒ ถึง นาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๕๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ธรรมะที่ไม่เนิ่นช้า (๖) เจริญปัญญา

mp 3 (for download) : ธรรมะที่ไม่เนิ่นช้า (๖) เจริญปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :พอจิตตั้งมั่นขึ้นมาแล้ว ก็เจริญปัญญาต่อ เห็นกายมันทำงาน ร่างกายยืนเดินนั่งนอน ไม่ใช่เรายืนเดินนั่งนอนนะ เห็นเป็นรูปธรรมอันนึง เห็นเหมือนหุ่นยนต์ตัวนึงมันทำงาน จิตใจเดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เห็นแต่สภาวะธรรม ความสุขก็เป็นสภาวะธรรม จิตใจที่ไปรู้ความสุขเข้าก็เป็นสภาวะธรรม ความทุกข์ก็เป็นสภาวะธรรม จิตใจที่รู้ความทุกข์เข้าก็เป็นสภาวะธรรม เห็นแต่สภาวะธรรม ไม่มีคนไม่มีสัตว์ ไม่มีเราไม่มีเขานะ เห็นไปเรื่ิอยๆ แล้วสภาวะธรรมทั้งหลาย เราก็จะเห็นไปอีก ในที่สุดก็เข้าใจเลย สภาวะธรรมทั้งหลาย จะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรมก็ตาม มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้นะ

เกิดดับไปนี่ก็เป็นอนิจจัง สิ่งซึ่งยังมีอยู่ยังไม่ดับไปนะ ยังมีอยู่นะ ก็ถูกบีบคั้นเพื่อจะให้ดับไป นี่เรียกว่าทุกขัง แล้วสิ่งทั้งหลายจะเกิดหรือจะดับ เป็นไปตามเหตุ ไม่ใช่ตามสั่ง นี่เรียกว่าอนัตตา ก็ฝึกอย่างนี้

การที่เราคอยเห็นกายเห็นใจเนี่ย ไม่เที่ยง เป็นทุกข์้ เป็นอนัตตา นั่นเรียกว่าการเจริญปัญญา หรือการทำวิปัสสนากรรมฐาน ถ้าเราทำได้ ๗ ประการนี้ มักน้อย สันโดษ วิเวกไม่คลุกคลี ปรารภความเพียร มีสติ มีสมาธิ มีปัญญา เจริญปัญญาอยู่ ธรรมะตัวที่ ๘ จะมา ความไม่เนิ่นช้า เราจะไม่เนิ่นช้า

แต่ถ้าขาด(๗ ข้อ)ข้างหน้านี้ เนิ่นช้าแน่นอน เพราะงั้นบางคนทำไมภาวนาเร็ว บางคนภาวนาช้า ยุ่งกับคนอื่นทั้งวัน ยังไงก็ช้า ขี้เกียจไม่เคยภาวนาเลย ยังไงก็ช้า วันๆเอาแต่โลภนะ อยากโน่นอยากนี่ไปเลย ไม่เคยควบคุมความอยากของตัวเองเลย ยังไงก็ช้า ไม่ยอมเจริญสติเลย ยังไงก็ช้า จิตฟุ้งซ่านตลอดเลย ยังไงก็ช้า ไม่แยกรูปแยกนาม ไม่เห็นกายเห็นใจแสดงไตรลักษณ์ ยังไงก็ช้า

เพราะงั้นถ้าเราทำธรรมะ ๗ ประการนี้ได้ มักน้อย สันโดษ ไม่คลุกคลี ปรารภความเพียร เจริญสติ เจริญสมาธิ เจริญปัญญา เราจะได้ธรรมะในเวลาอันไม่เนิ่นช้า ๗ วัน ๗ เดือน ๗ ปี มีจริงๆ ไม่ใช่ไม่มี งั้นพวกเราไปทำเอานะ ไปทำ ปรับพฤติกรรมที่ถ่วงตัวเองให้ไม่เจริญน่ะ เลิกๆไป แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาภาวนาไป เจริญสติไป

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๕
Track: ๔
File: 550422.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓๑ วินาทีที่ ๓๗ ถึง นาทีที่ ๓๓ วินาทีที่ ๕๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อุปัตติภพและกัมมภพ

mp 3 (for download) : อุปัตติภพและกัมมภพ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ภพมี ๒ ชนิด ภพชนิดที่ ๑ ชื่ออุปัตติภพ

อุปัตติภพเนี่ยหมายถึงภพโดยการเกิด อย่างพวกเราขณะนี้มีอุปัตติภพเป็นมนุษย์ อุปัตติคืออุบัตินั่นเอง เราอุบัติมาเป็นมนุษย์ เพราะว่ากิเลสตัณหาเก่าๆ หรือกุศลเก่าๆนะ ผลักให้มาเป็นมนุษย์นี่แหล่ะ

ภพอีกชนิดนึงชื่อกัมมภพ คือเจตนาที่จะทำกรรม จิตเรามีความจงใจที่จะทำกรรม ทำกรรมชั่วบ้าง ทำกรรมดีบ้าง เจตนาที่จะพ้นจากการกระทบสัมผัสเข้าไปสู่ความว่างๆบ้าง เจตนาที่จะทำชั่วเรียกว่าอปุญญาภิสังขาร เจตนาที่จะทำดีชื่อว่าปุญญาภิสังขาร เจตนาที่จะหนีการกระทบสัมผัสเรียกว่าอาเนญชาภิสังขาร ตัวเจตนาจงใจกระทำกรรมนี้แหล่ะ เจตนาคือกรรม ตัวกรรมนี้แหล่ะคือตัวภพ

เพราะงั้นในร่างของมนุษย์นี้ จิตเราเดี๋ยวก็เป็นสัตว์เดรัจฉาน อย่างเจตนา มันเจตนาเองนะ เราไม่ได้เจตนาจะเป็นเดรัจฉานเลย แต่จิตเจตนาจะหลง จิตมันจงใจจะหลง มันพอใจที่จะหลง มันเพลิดเพลินไปกับการหลง เมื่อไรจิตเราหลง จิตเรามีโมหะ เมื่อนั้นเรามีกัมมภพเป็นสัตว์เดรัจฉานในร่างมนุษย์ ในอุปััตติภพเป็นมนุษย์ แต่กัมมภพ จิตเราขณะนั้น ทำกรรมแบบเดรัจฉาน คือหลงไป

ถ้าขณะใดจิตของเรามีความโลภ ขณะนั้นเราทำกรรมแบบเปรต ทำไปด้วยโลภะ

ถ้าขณะใดเราเจ้าความคิดเจ้าความเห็น ยึดถือแต่ความคิดความเห็นของตัวเอง ขณะนั้นเราเป็นสัตว์ชื่อว่าอสูรกาย เจ้าทิฏฐิเจ้ามานะ เราเป็นสัตว์ชื่ออสูรกายในร่างของมนุษย์นี่เอง

ขณะใดที่จิตของเรามีโทสะ มีความไม่แช่มชื่นใจ ขณะนั้นกัมมภพของเราเนี่ย จิตเวียนอยู่ในกัมมภพของนรก อยู่ในภพของนรก ร่างกายเป็นมนุษย์แต่ใจเป็นสัตว์นรกนะ เรียกว่ามนุสสนิรโย

ถ้าไปหลงก็เป็นมนุสสติรัจฉาโน เป็นเดรัจฉาน เป็นมนุษย์ตัวเป็นมนุษย์ แต่ใจเป็นเดรัจฉาน ถ้าโลภอยู่ ก็ตัวเป็นมนุษย์ใจเป็นเปรต เรียกมนุสสเปโต

แต่ถ้าเรามีศีลมีธรรม มีสติอยู่นี้นะ เราเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ กัมมภพนี้เป็นกัมมภพของมนุษย์ อุปัตติภพก็เป็นมนุษย์ กัมมภพก็เป็นมนุษย์ เรียกว่า มนุษย์มนุษย์ (มนุสฺสมนุสฺโส)

บางคนจิตเป็นบุญเป็นกุศลนะ มีความสุขอยู่กับบุญกุศลที่ได้ทำไว้แล้วนะ ก็เป็นมนุสสเทโว เป็นเทวดา หรือทำฌานทำอะไรนะ ก็ถือว่าเป็นเทวดาเหมือนกัน ความจริงเป็นพรหม คำว่าเทวดาเนี่ย ถ้าในความหมายอย่างกว้างครอบคลุมถึงพรหมด้วย เป็นมนุสสเทโว

งั้นจิตเราเนี่ยเวียนว่ายตายเกิด อยู่ในภพน้อยๆเนี่ยตลอดเวลา ภพใหญ่ๆนานๆเกิดที ภพใหญ่ของเราเป็นมนุษย์ ภพย่อยภพน้อยๆเนี่ย ในจิตในใจของเราเนี่ย เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จิตเราเวียนจากภพโน้นไปสู่ภพนี้ เวียนจากภพดีไปสู่ภพชั่ว เวียนจากภพชั่วไปสู่ภพที่ดี หมุนไปเรื่อยทั้งวัน การที่ต้องท่องเที่ยวไปเรื่อย เป็นความทุกข์ เป็นความเหนื่อยยาก ซึ่งผู้มีสติปัญญาเห็นเลยว่าไม่เคยได้หยุดเลย ไม่เคยได้พักเลย ถูกตัณหาผลักดัน ให้วิ่งไปสู่ภพโน้นภพนี้อยู่ตลอดเวลา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๕
Track: ๖
File: 550429A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๔๖ ถึง นาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ภาวนาแล้วเห็นทุกข์หมายถึงอะไร

mp3 for download: ภาวนาแล้วเห็นทุกข์หมายถึงอะไร

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยม : หลวงพ่อคะ ที่หลวงพ่อบอกว่า ภาวนาไปซักพักจะเห็นกายมันเป็นทุกข์ค่ะ ทุกข์ที่ว่าเนี่ย ใช่ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจหรือเปล่าคะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : อื้ม

โยม : แต่หนูมีปัญหาคืิอว่าที่หนูภาวนามาค่ะ ไม่เห็นทุกข์ค่ะ เห็น…ถ้าดูไปที่จิตใจมันจะเห็นจิตใจที่มีความสุขกับเฉยๆค่ะ ก็เลยสงสัยว่า…

หลวงพ่อปราโมทย์ : คือทุกข์ ตัวทุกข์ ทุกขังนะ มันทนอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่ไม่สบายกายสบายใจ แต่ในนี้มีไม่สบายกายไม่สบายใจ ไม่มี ตัวนี้เป็นทุกขเวทนา ส่วนทุกข์ ทุกข์ในไตรลักษณ์ ทุกขังเนี่ย หมายถึงภาวะที่ทนอยู่ไม่ได้ สังเกตมั้ยความสุขก็ทนอยู่ไม่ได้

โยม : อันนี้เห็นค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : เห็นมั้ย เฉยๆก็ทนอยู่ไม่ได้

โยม : ใช่ค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : อันเนี้ย เห็นทุกข์

โยม : อ๋อ อันนี้เรียกว่าเห็นทุกข์แล้ว

หลวงพ่อปราโมทย์ : เอ้อ

โยม : แต่ว่าหนูไม่รู้จักมันเฉยๆใช่มั้ยคะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ไม่รู้ชื่อมันเท่านั้นน่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อวันเสาร์ที่ ๒๕ เดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓ หลังฉันเช้า
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๘
File: 531225B
ระหว่างนาทีที่ ๔๔ วินาทีที่ ๕๔ ถึง นาทีที่ ๔๕วินาทีที่ ๔๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การภาวนา สุดท้ายไม่ได้อะไรมาและไม่เสียอะไรไป

mp 3 (for download) : การภาวนา สุดท้ายไม่ได้อะไรมาและไม่เสียอะไรไป

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ไม่ยากนะ ไม่ยากอะไร เรียนรู้ไปเรื่อย เรียนรู้จนเห็นความไม่มีอะไร ไม่ใช่เรียนรู้จนได้อะไรมาเยอะแยะนะ ในความเป็นจริงก็คือ ภาวนาไปถึงขีดสุดเลยนะ นี่ครูบาอาจารย์เคยสอนมา ภาวนาจนเป็นพระอรหันต์น่ะ ไม่ได้อะไรมา ไม่เสียอะไรไป

ไม่ได้อะไรมาเลย เพราะไม่ได้เข้าไปยึดถืออะไรเลยซักอย่างเดียว กระทั่งมรรคผลนิพพาน ถ้ายังอยากได้มรรคผลนิพพานอยู่ มันก็ไม่มีมรรคผลนิพพานหรอก พอหมดอยากต่างหากล่ะ ไม่เอาต่างหากล่ะ ไม่ได้ยึดถืออะไรต่างหากล่ะ มันก็ถึงจะถึงมรรคผลนิพพาน

ไม่ได้เสียอะไรไป เพราะเราไม่เคยมีอะไรอยู่แล้วตั้งแต่แรก ร่างกายก็ยืมเค้ามาใช้ใช่มั้ย จิตใจก็มีเหตุก็เกิดขึ้นเป็นคราวๆ แล้วก็ดับหายไปเรื่อยๆ เพราะงั้นเราไม่ได้เสียอะไรไป ไม่ได้อะไรมา

ถ้าจะได้อย่างเดียวคือได้ความเข้าใจ ได้ความรู้ ได้สัมมาทิฏฐิ เพราะงั้นศาสนาพุทธเนี่ยเมื่อเราเจริญสติเต็มที่ ทำสติปัฏฐานเต็มที่ สิ่งที่เราจะได้มาคือตัวสัมมาทิฏฐิเท่านั้นเอง เห็นความจริงของสิ่งที่เรียกว่าอริยสัจ

หลวงพ่อมีหนังสือแจกมั้ยวันนี้ อริยสัจมีมั้ย ไปอ่านนะ ไปอ่าน ผู้ใดเข้าใจอริยสัจก็จะข้ามภพข้ามชาติ ใครไม่เข้าใจอริยสัจก็ต้องเวียนว่ายตายเกิด

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๑๕
File: 501118.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๕๑ ถึง นาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๑๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ต้องอดทนและช่างสังเกต

mp 3 (for download) : ต้องอดทนและช่างสังเกต

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : อดทนนะ อดทนแล้วก็ช่างสังเกต ให้สองตัว ช่างสังเกตไม่ได้แปลว่าฟุ้งซ่าน ไม่ใช่คิดเตลิดเปิดเปิง ช่างสังเกตหมายถึงลงมือภาวนาไปเนี่ยแล้วสังเกตจิตสังเกตใจของเราไปเรื่อย ใจเราไปติดไปล็อคอะไรอยู่ที่ไหน ถ้าภาวนาไปแล้วจิตเหมือนกันมาตั้งหลายวันแล้วเนี่ย ทำผิดแน่ๆเลย ต้องไปติดอยู่ที่ใดที่นึง ต้องช่างสังเกต

ถ้าภาวนาแล้ว แหม มันฟุ้งซ่านตลอดเวลาเลย ดูไปดูไปถ้าช่างสังเกตจะรู้ว่าใจไม่ชอบ ใจเราเองแหล่ะหงุดหงิดปฏิเสธมัน มันเลยยิ่งฟุ้งใหญ่ เนี่ยค่อยๆสังเกตไป ช่วงไหนราคะรุนแรงนะอีกช่วงถัดไปโทสะก็รุนแรง ไม่ต้องตกใจเป็นเรื่องปกติ ช่วงไหนสงบมาก อีกช่วงนึงฟุ้งรุนแรง ไม่ต้องตกใจเป็นเรื่องปกติ เนี่ยค่อยๆสังเกตของเราไป

แล้วดูไปเรื่อยๆจะพบแต่คำว่าธรรมดา ทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฎขึ้นมานี่ธรรมดาทั้งสิ้นเลย มีเหตุมันถึงได้เกิดนะ ไม่มีเหตุมันไม่เกิดหรอก
ใจจะยอมรับความจริงในทุกสิ่งทุกอย่าง ใจเป็นกลางอดทนดูไปเรื่อย ด้วยสติปัญญา ช่างสังเกตอันไหนถูกอันไหนผิด อันไหนที่ขัดกับคำสอนของพระพุทธเจ้า ภาวนาแล้วมันเที่ยง ภาวนาแล้วมันเป็นสุขภาวน าแล้วมันรู้สึกบังคับได้ อันนั้นน่ะผิดแน่นอน ถ้าภาวนาแล้วเห็นไม่เที่ยงเป็นทุกข์เป็นอนัตตานะถึงจะถูก

เนี่ยช่างสังเกตนะแล้วก็อดทนนะ วันนี้ให้สองตัวนะอดทนไว้พากเพียรดูไปแล้วก็คอยสังเกตตัวเองไปเรื่อย แต่ไม่ใช่คิดฟุ้งซ่านตลอดนะ คิดฟุ้งซ่านใช้ไม่ได้เลย

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๖
Track: ๔
File: 510801.mp3 (ประเทศไทย)
File: 510801.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)
ระหว่างนาทีที่ ๒๘ วินาทีที่ ๑๘ ถึง นาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๔๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พวกเราแต่ละคนสร้างภาพของตัวเองขึ้นมา

mp 3 (for download) : พวกเราแต่ละคนสร้างภาพของตัวเองขึ้นมา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

พวกเราแต่ละคนสร้างภาพของตัวเองขึ้นมา

พวกเราแต่ละคนสร้างภาพของตัวเองขึ้นมา

หลวงพ่อปราโมทย์ : เพราะฉะนั้นที่เราเรียน เราเรียนรู้ตนเอง เราเรียนรู้จุดอ่อนของตนเอง เรียนสิ่งที่ผิด เรียนจุดอ่อนของตนเอง สิ่งที่ผิดคือเผลอกับเพ่ง จุดอ่อนของเราเองก็คือ เราซ่อนกิเลสเอาไว้เพียบเลย ขุดคุ้ยตัวเองขึ้นมา ปอกเปลือกตัวเองออกมาให้ได้ อย่าสร้างภาพลวงตา

เราแต่ละคนจะมีภาพลวงตาแล้ววาดภาพของตัวเองให้เป็นคนดีก่อน ต้องอย่างนี้นะ มีมาตรฐานอย่างนี้ จะอยู่จะกินจะใช้ข้าวของอะไรต่ออะไร ต้องมียี่ห้อ ต้องอย่างนี้ๆ นี่แหละคือตัวฉัน หรือฉันเป็นคนดี ฉันใจบุญ เพราะอยากให้คนอื่นเขาเชื่อด้วย ถ้าเขาไม่เชื่อก็ทุกข์ใจนะ เนี่ยสร้างอะไรขึ้นมาหลอกตัวเองก่อน แล้วก็หลอกคนอื่นทีหลัง

เรานักภาวนาอย่าไปหลอกตัวเองว่าฉันคือนักภาวนา ดูลงไปเลยในก้อนนี้ ก้อนธาตุ ก้อนขันธ์ เนี่ยดูลงไป มีแต่ของไม่เอาไหนทั้งนั้นเลย ร่างกายก็มีแต่ของสกปรก มีแต่ความทุกข์บีบคั้นทั้งวันทั้งคืน ยืนเดินนั่งนอน ก็มีแต่ความทุกข์ ดูลงไป จิตใจก็มีแต่ความไม่เที่ยง กิเลสตัณหานี้เพียบเลย ทำงานอยู่แทบตลอดเวลา

หลวงพ่อบอกซื่อๆนะ จิตทั้งหลายเนี่ย ที่เป็นกุศลนี้มีน้อยเต็มที จิตส่วนมากที่เกิดขึ้นเป็นอกุศลจิตนะ อย่านึกผยองลำพองนะ พระพุทธเจ้าถึงสอนบอกว่า มนุษย์ส่วนมากตายแล้วไปอบาย เพราะอะไร เพราะอกุศลมันเกิดอยู่แทบตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเราอย่าประมาทนะ เราต้องเรียนรู้ความจริง จิตเป็นอกุศลอะไรเกิดขึ้นรู้ลงไปๆ อย่าไปทำให้นิ่ง นิ่งแล้วกิเลสมันไม่ทำงานขึ้นมาให้เราดู ยกตัวอย่างไปนั่งเพ่งอย่างนี้ หลวงพ่อทำหน้าให้ดู ใครมาด่าก็เฉยนะ ใครมาด่าก็เฉย ฉันเป็นคนดี เธอมันคนเลว

ไม่ได้กินหรอกนะ ไม่เกี่ยวอะไรกับมรรคผลนิพพานเลย มันแกล้งทำขึ้นมา ดูของจริงลงไปนะ การภาวนา การดูจิตดูใจ ไม่ทราบว่าพวกพี่เลี้ยงเขาสอนอะไรนะ หลวงพ่อก็ไม่มั่นใจหรอกนะ เอาแค่ง่ายๆก็คือว่า ถ้ากิเลสอะไรโผล่ขึ้นมา คอยรู้ไวๆหน่อยก็แล้วกัน เอาแค่นี้แหละ กิเลสนะโผล่ตลอดเวลา กิเลสโผล่ตอนไหน กิเลสโผล่ตามหลังการกระทบทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๐ หลังฉันเช้า

CD: ธรรมเทศนา ๔ วันในสวนสันติธรรม
Track: ๔
ระหว่างนาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๒๘ ถึง นาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๔๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่