Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ปฏิบัติด้วยฉันทะ

mp 3 (for download) : ปฏิบัติด้วยฉันทะ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.


หลวงพ่อปราโมทย์ : สิ่งที่ผลักดันให้เราปฏิบัตินั้นมี ๒ อันคือ ฉันทะกับตัณหา ตัณหาเนี่ยอยากได้ผลแต่ขี้เกียจทำเหตุ อยากได้ผลถามว่าพอใจที่จะปฏิบัติมั้ย ไม่อยากปฏิบัติหรอก แต่อยากบรรลุมรรคผล แต่เพราะอยากบรรลุมรรคผลมากก็เลยฝืนใจปฏิบัติ หาทางทำอย่างนู้นหาทางทำอย่างนี้ หวังผล คล้ายๆคนที่ทำงานโดยไม่รักงาน แต่อยากได้เงินเดือนเยอะๆ อยากได้ซี นี่พวกทำด้วยตัณหา ไม่มีความสุขในขณะที่ปฏิบัติ

ในขณะเดียวกันถ้าพวกมีฉันทะของการปฏิบัตินะ มีความสุขที่จะปฏิบัติ พอใจที่จะทำเหตุไม่สนใจผลหรอก อย่างบางคนสนใจทำเหตุ มีความสุขที่จะทำงาน ทำไปเรื่อย ทำงานด้วยความสุขรักที่จะทำงาน อย่างนี้ผลมันออกมาเอง เพราะงั้นไม่เหมือนกัน

อย่างอาตมาตอนเด็กๆนะ ไปเรียนกับท่านพ่อลี อยากปฏิบัติ ภาวนาอยากปฏิบัติ ทำอย่างนู้นทำอย่างนี้ หายใจเข้าหายใจออก ต่อมาไปเจอหลวงปู่ดูลย์ หลวงปู่ดูลย์สอนธรรมะประหลาด เราเคยได้ยินแต่ว่าครูบาอาจารย์สอนให้พุทโธแล้วพิจารณากาย นี่มันไม่ถูกจริต บางท่านท่านพุทโธพิจารณากายท่านไปได้ ของหลวงพ่อมันไม่ถูกจริตเรื่องกาย ไปเจอหลวงปู่ดูลย์ หลวงปู่ดูลย์บอกว่า อ่านหนังสือมามากแล้วต่อไปนี้อ่านจิตตนเอง พอได้ยินคำว่าอ่านจิตตนเองมันรู้สึกสนใจ รู้สึกเอ๊ะมันน่าเรียนรู้จังเลย เราเคยรู้แต่อย่างอื่นๆนะ วิชาอื่นๆเรียนเยอะแยะ แต่ทำไมเราไม่เคยเรียนรู้เรื่องจิตตัวเอง

พอรู้สึกว่ามันน่าสนใจ ขยันดู ขยันดูเองเลย คอยตามรู้ตามดูนี้วิริยะมันเกิดเอง จิตใจคอยจดจ่อที่จะคอยรู้คอยดูเรื่อยๆ นี่คือตัวจิตตะ จิตใจก็คอยเรียนรู้เคล้าเคลียเรียนรู้เรื่องจิตใจของตัวเองอยู่เรื่อยๆนะ ใคร่ครวญพิจารณาอยู่ เรียกว่าวิมังสา อิทธิบาท ๔ เกิดขึ้นเพราะมีฉันทะ แต่ถ้าบางคนปฏิบัติไม่ได้อย่างงั้นนะ อย่างตอนอาตมาปฏิบัติไม่คิดถึงผลเลย ลืมคำว่าปฏิบัติไปแล้ว หลวงปู่ให้ดูจิตรู้สึกว่ามันน่าดู เฝ้ารู้เฝ้าดู ดูได้ตั้งแต่ตื่นเลยไม่มีใครบังคับ

นี้พวกเราบางทีปฏิบัติ เราไม่ได้รักการปฏิบัติ ครูบาอาจารย์ต้องบังคับ เคาะระฆังเรียกมานั่งพร้อมๆกันอะไรนี้ ตัวมานั่งนะใจก็หนีออกนอกวัดไปอีก อย่างนี้ก็ใช้ไม่ได้หรอก งั้นต้องมีฉันทะคือพอใจที่จะปฏิบัติ สนใจรู้สึกว่าน่าเรียนน่ารู้ ถ้ารู้สึกว่าจิตใจของเราเป็นเรื่องน่าเรียนน่ารู้นะ มันจะขยันดู ไม่มีใครเรียกให้ดูก็ดูเอง

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗
Track: ๑๑
File: 480130B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓๘ วินาทีที่ ๕ ถึง นาทีที่ ๔๐ วินาทีที่ ๕๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อานาปานสติ (ตอนที่ ๑๗) สรุปอานาปานสติ กรรมฐานสำหรับมหาบุรุษ

mp3 for dowload : อานาปานสติ (ตอนที่ ๑๗) สรุปอานาปานสติ กรรมฐานสำหรับมหาบุรุษ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

อานาปานสติ (ตอนที่ ๑๗) สรุปอานาปานสติ กรรมฐานสำหรับมหาบุรุษ

อานาปานสติ (ตอนที่ ๑๗) สรุปอานาปานสติ กรรมฐานสำหรับมหาบุรุษ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทำอานาปานสตินะ คลุมสติปัฏฐาน ๔ ได้ด้วย ไม่มีกรรมฐานอะไรเหมือนเลยนะ ตั้งแต่โหลยโท่ย ไม่มีสติเลย หรือทำจนเครียดสติแตกไปเลยนะ ก็เป็นไปได้ ทำอานาปานสติแล้วก็พลิกไปทางกสิณ เล่นอภิญญาก็ได้ ทำแล้วเข้าฌานเพื่อพักผ่อน ออกจากฌานมา มาเดินปัญญา ดูกายก็ได้ ดูจิตก็ได้ ทำแล้วเข้าอัปปนาสมาธิ เข้าฌาน เจริญปัญญาอยู่ในฌานเลยก็ได้ ทำแล้วเข้าฌานไม่ได้ เห็นร่างกายหายใจ-ใจเป็นคนดูอยู่ เห็นร่างกายนี้ไม่ใช่ตัวเรา นี่เดินปัญญานะ ใช้ปัญญานำสมาธิก็ได้ ไปดูจิตดูใจ หายใจไป จิตเป็นอย่างนั้นจิตเป็นอย่างนี้รู้ทัน นี่เดินปัญญาดูจิต เดินปัญญาดูกาย เดินปัญญาดูจิต แจกแจงให้ครบก็คือ การทำสติปัฏฐาน ๔ ครบทั้งหมดเลย

เห็นกายมันหายใจ ใจเป็นคนดูอยู่ เห็นกายไม่ใช่เรา เป็นกายานุปัสสนา

หายใจไปมีความสุข หายใจไปความสุขหายไป หายใจไปแล้วมีความทุกข์ หายใจแล้วความทุกข์หายไป หายใจแล้วมีอุเบกขา แล้วอุเบกขาหายไป อันนี้เป็นเวทนานุปัสสนา

หายใจแล้วฟุ้งซ่าน รู้ว่าฟุ้งซ่าน หายใจแล้วสงบ รู้ว่าสงบ หายใจไปแล้วจิตรวม เป็นมหัคคตะ หายใจแล้วจิตไม่รวม อย่างนี้เป็นจิตตานุปัสสนา

หายใจแล้วเห็นขันธ์กระจายตัวออกไป แต่ละขันธ์ทำงานของขันธ์ เป็นขันธบรรพ ในธัมมานุปัสสนา

หายใจไปแล้วโพชฌงค์เกิดขึ้น มีสติรู้ลมหายใจ มีความเพียรที่จะรู้ลมหายใจ มีฉันทะ หายใจแล้วสบายใจ วิริยะมันก็เกิด มีความเพียร ตามรู้ตามเห็นในตัวที่หายใจอยู่ ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา เรียกว่า ธัมมวิจยะ มีปีติขึ้นมา อันนี้ไม่ใช่ปีติในฌาน เป็นปีติเพราะมีปัญญา มีปีติแล้ว สติรู้ทันปีติ หายใจไปมีปีติ รู้ทัน ปีติดับ สงบเข้ามาเป็น ปัสสัทธิ แล้วเป็นสมาธิ จิตตั้งมั่น จิตเป็นอุเบกขา เห็นจิตมันเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงไป เป็นลำดับ ตามหลักของโพชฌงค์ อันนี้ก็อยู่ในธัมมานุปัสสนา

หายใจไปแล้วมีนิวรณ์ขึ้นมา รู้เท่าทันนิวรณ์นั้น นิวรณ์เกิดแล้วดับไป เป็นนิวรณบรรพ อยู่ในธัมมานุปัสสนา

หายใจแล้วเห็นอริยสัจ ก็อยู่ในธัมมานุปัสสนา

หายใจแล้วมีความสุข มีความสุขแล้วตัณหาเกิด อยากได้ อยากมี อยากเป็น หายใจแล้วมีความทุกข์ ตัณหาก็เกิดอยากให้มันหายไป อยากให้ความทุกข์หายไป มีตัณหาขึ้นมาจิตใจก็มีความทุกข์ขึ้นมา เห็นปฏิจจสมุทปบาท (อยู่ในธัมมานุปัสสนา – ผู้ถอด)

ฉะนั้น หลวงพ่อไม่เห็นกรรมฐานใดอัศจรรย์เหมือนอานาปานสติ ลึกล้ำจนถึงขนาดยอมรับเต็มปากเต็มคำ เต็มหัวใจเลย มันเป็นกรรมฐานของพระมหาบุรุษ ไม่ใช่กรรมฐานของคนทั่วๆไปจะเล่นได้ชำนิชำนาญ

541106B.14m43-18m17

ขอขอบคุณพี่ maibok @wimutti.net สำหรับเนื้อหาของ clip ช่วงนี้

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
วันอาทิตย์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ หลังฉันเช้า

CD: 42
File: 541106B.mp3
นาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๔๓ ถึง นาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๑๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

กฎของธรรมะ

mp 3 (for download) : กฎของธรรมะ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

กฎของธรรมะ

กฎของธรรมะ

หลวงพ่อปราโมทย์: ถ้าเราภาวนานะ เรารู้เลย สิ่งทั้งหลายเกิดจากเหตุ สิ่งที่เรียกว่า “ตัวเรา” ไม่มี มีแต่รูปธรรมนามธรรมที่มีเหตุก็มารวมกันชั่วครั้งชั่วคราว เดี๋ยวก็แตกสลายออกไป เนี่ยเราภาวนาเพื่อจะล้างความเห็นผิดตรงนี้ ล้างความเห็นผิดที่ว่ามีตัวเรา แล้วก็จะหมดความสงสัยในอดีต หมดความสงสัยในอนาคตไปด้วย

นี่ ศีล สมาธิ ปัญญา ก็ทำหน้าที่ของเขานะ แต่ละอย่างๆ ไม่ใช่จะเดินปัญญาอย่างเดียว ไม่มีศีล ก็ทำผิด ทำความชั่วหยาบทางกายทางวาจา หรือคิดฟุ้งซ่านตลอดเวลา กระทั่งคิดธรรมะนะ ฟุ้งซ่านในธรรมะ ก็เรียกว่าไม่มีสมาธิเหมือนกัน

เพราะฉะนั้นถ้าเราฝึก เราค่อยๆฝึกให้ถึงพร้อมนะ ให้มีทั้งศีล มีทั้งสมาธิ มีปัญญา เพื่อจะได้ล้างการกระทำผิดทางกายทางวาจา ล้างการคิดผิดๆ ล้างความเห็นผิดๆ ตัวสำคัญที่สุดคือความเห็นนี่แหละ พอ(มีความ)เห็นผิดเสียอย่างเดียวนะ มันก็คิดผิด ทำผิด พูดผิด เพราะฉะนั้นสูงสุดนะก็คือปัญญา แต่ว่าปัญญาอย่างเดียวไม่พอนะ ศีลกับสมาธิก็สำคัญด้วย มันต้องฝึก

เราจะมีศีล เราจะมีสมาธิ เราจะมีปัญญา เราต้องมีสติ ถ้าไม่มีสติอย่ามาคุยเรื่องมีศีล อย่ามาคุยเรื่องมีสมาธิ อย่ามาคุยเรื่องมีปัญญา ไม่มีหรอก เพราะศีล สมาธิ ปัญญา เป็นธรรมะฝ่ายกุศล ไม่เกิดลอยๆหรอก ต้องเกิดร่วมกับสติเสมอเลย ถามว่าแล้วอะไรเป็นเหตุของมันนะ แต่ละอย่างๆก็มีเหตุนะ แต่รวมความแล้วกุศลเนี่ย ต้นตอของกุศลทั้งหลายนะมาจาก “โยนิโสมนสิการ” ความแยบคาย แยบคายในการสังเกตตัวเองนะ สิ่งที่เราทำอยู่นี้ เราทำตามที่พระพุทธเจ้าสอนให้ทำหรือเปล่า? เรางดเว้นการกระทำที่พระพุทธเจ้าห้ามหรือเปล่า? เราทำถูกต้องตามที่ท่านสั่งมั้ย เนี่ยถ้าเราสำรวจตัวเองได้นะ มันจะค่อยๆพัฒนาตัวเองขึ้นมา

ต้องพัฒนาเครื่องมือสำคัญเลย คือความมีสติ คนในโลกนี้ไม่มีสตินะถึงได้ผิดศีล ไม่มีสติทำให้ขาดสมาธินะ ไม่มีสติก็ไม่มีปัญญา ขาดสติอันเดียวนะ ก็คือจิตไม่เป็นกุศลละ เมื่อไรจิตมีสติเมื่อนั้นจิตเป็นกุศล เมื่อไรจิตไม่มีสติเมื่อนั้นจิตเป็นอกุศล อันนี้เป็นกฎเลยนะ เป็นกฎ คล้ายๆ เขาเรียกว่าอะไร อย่างทฤษฎีเรขาคณิตมีกฎของมัน ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ ทฤษฏีทางธรรมะก็มีกฎของธรรมะเหมือนกัน เรียกว่า “ธรรมนิยาม”

กุศลกับอกุศลไม่เกิดร่วมกันหรอก จิตที่มีสติ เป็นจิตที่มีกุศล เป็นกุศล เพราะฉะนั้นถ้ามีสติเมื่อไหร่นะ อกุศลไม่มีเมื่อนั้น นี่เป็นกฎของธรรมะ สติคือความระลึกได้ ถึงรูปธรรมนามธรรมที่กำลังปรากฎ อันนี้เป็นสติชั้นสูงนะ เรียกว่าสติปัฏฐาน

ถ้าสติธรรมดาๆ สติระลึกอยู่ในอารมณ์ที่เป็นกุศล ยกตัวอย่างอยากมาสวนสันติธรรมนะ อยากมาฟังเทศน์ อยากมาใส่บาตร อยากได้ความรู้ไปปฏิบัติ อะไรอย่างนี้ เป็นฉันทะ ไม่ใช่ตัณหาหรอก ฝ่ายดีเขาเรียกฉันทะ ฝ่ายชั่วเขาเรียกตัณหา เนี่ยจิตใจที่มันอยากทำดีทั้งหลายนะ จิตเป็นกุศล ในขณะนั้นมีสติ แต่เป็นสติธรรมดา เป็นสติที่จะพาเราเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในโลก แต่เป็นโลกที่ดี ไปสุคติ

แต่ถ้าสติที่จะข้ามโลกนั้นน่ะ จะต้องเป็นสติปัฏฐาน สติปัฏฐานก็คือเป็นสติที่รู้กายรู้ใจ รู้รูปรู้นาม ไม่ใช่รู้อย่างอื่น เพราะฉะนั้นเราต้องฝึกให้มีสติปัฏฐานขึ้นนะ คอยรู้สึกตัว อย่าใจลอย คนในโลกนั้นใจลอยตลอดเวลา มันลืมตัวเองตลอดเวลา


แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๒
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๓
Track: ๘
File: 521218.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๑๖ ถึง นาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๒๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ไม่ต้องละอัตตาตัวตน อัตตาตัวตนไม่มีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

mp3 for download : ไม่ต้องละอัตตาตัวตน อัตตาตัวตนไม่มีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ไม่ต้องละอัตตาตัวตน อัตตาตัวตนไม่มีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

ไม่ต้องละอัตตาตัวตน อัตตาตัวตนไม่มีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

หลวงพ่อปราโมทย์ : สังขารที่ปรุงดีปรุงชั่วก็ไม่ใช่เรานะ ยกตัวอย่าง โลภ โกรธ หลง ไม่ใช่เรา ปีติ ฉันทะ วิริยะ สมาธิ อะไรเหล่านี้ พวกนี้ไม่มีตัวเราสักอย่าง จิตที่รู้อารมณ์ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็ไม่ใช่ตัวเรา ก็ดูของจริงบ่อยๆนะ ในที่สุดมันรู้เลยว่า โอ้..ที่คิดว่าเป็นเรา มันสมมุติขึ้นมา สมมุติปิดบังสภาวะ

เพราะฉะนั้น พอเราเห็นสภาวะอย่างแท้จริงนะ ไม่หลงสมมุติละ ก็หายโง่ ไม่เข้าใจผิดละ จริงๆตัวตนไม่มี ไม่ต้องละอัตตาตัวตน อัตตาตัวตนไม่มีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว กระทั่งในขันธ์ ๕ ยังไม่มีอัตตาตัวตนเลย

บางคนเตลิดไปเรื่องนิพพานมีอัตตาตัวตน หนักเข้าไปอีก ขันธ์ ๕ ยังไม่ใช่อัตตาตัวตนเลย นิพพานอะไรเป็นอัตตาตัวตน ไปไกลใหญ่แล้ว ไปหลงสมมุติเรื่องนิพพานขึ้นมา แล้วก็เลยมีความเห็นว่านิพพานเป็นอัตตาตัวตนขึ้นมาอีก

เราหัดภาวนานะ ทะลุสมมุติเข้าไปเห็นสภาวะจริงๆ สภาวะจริงๆไม่มีตัวมีตน เห็นแล้วเห็นอีก วันหนึ่งก็รู้เลยว่า สมมุติมันหลอกเรา มันหลอกเอาแท้ๆเลย แต่ก็อย่าไปเกลียดสมมุติ พระอรหันต์ก็รู้สมมุตินะ ก็คล้อยตามสมมุติ สมมุติมันเป็นมติร่วมกันของชาวโลกเขาน่ะ เพราะฉะนั้นจะไปฝืนชาวโลกเขาได้อย่างไร

เคยมีนักปราชญ์คนหนึ่งนะ คือท่านจะเป็นปราชญ์หรือเปล่าก็ไม่รู้ละ แต่แกคิดว่าแกก็เป็นปราชญ์ล่ะ ไม่รู้ว่าตายแล้วหรือยัง เคยคุยกับแกสมัยที่เรายังเป็นนักศึกษา ดูแกฉลาด แกบอกว่าแกไม่ติดหรอก ระเบียบวินัยทั้งหลายเป็นของสมมุติ เนี่ยเห็นไฟแดงนะ ขับฝ่ามันไปเลย ไม่หลงสมมุติ เขาสมมุติว่าไฟแดงให้หยุด เราฟังแล้ว หา.. ท่านนักปราชญ์ ท่านไม่น่าจะมีชีวิตยืนยาวหรอก…

สมมุติไม่ได้เอาไว้ปฏิเสธนะ เอาไว้เข้าใจมัน เข้าใจมันโดยฐานะที่มันเป็นสมมุติ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๓


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๓
File: 530103.mp3
ลำดับที่ ๑๒
ระหว่างนาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๒๕ ถึง นาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๔๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ตัณหาต่างกับฉันทะอย่างไร

mp3 for download:ตัณหาต่างกับฉันทะอย่างไร

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ตัณหาต่างกับฉันทะอย่างไร

ตัณหาต่างกับฉันทะอย่างไร

หลวงพ่อปราโมทย์: ตัณหากับฉันทะต่างกันนะ  ฉันทะเนี่ยมีความสุขที่ได้ลงมือทำเหตุ ส่วนผลเป็นอย่างไรไม่ได้คำนึงถึง ส่วนตัณหาเนี่ยนะ ขี้เกียจทำเหตุ ฝืนใจทำเหตุเพราะว่าอยากได้ผล เพราะฉะนั้นจิตใจหาความสุขไม่ได้

ผู้ใดที่ภาวนาจนสติเกิดอัตโนมัติแล้วเนี่ยมันจะเกิดฉันทะขึ้นเอง มันจะขยันดูนะ เพราะมันมีความสุขที่ได้รู้ รู้อยู่ปัจจุบันก็มีความสุขแล้ว  ไม่ต้องไปตะกายหาความสุขทีไหนอีก พอมีฉันทะ วิริยะจะเกิดเองขยันดู จิตตะก็จะเกิดเอง คือจิตใจของเราจะจดจ่ออยู่กับการปฏิบัติ ไม่ยอมว่อบแว่บไปที่อื่นหรอก  แล้ววิมังสาคือใจจะเคล้าอยู่กับธรรมะทั้งวัน  คือ ใจเนี่ยเคล้าเคลียในการรู้กายรู้ใจเรื่อยๆ ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติ เพราะมีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา

ตัวฉันทะเนี่ย ถ้าเรามีสติ มีสติหลายๆทีนะ มันเริ่มเห็นประโยชน์สุข มีทั้งประโยชน์ มีทั้งความสุข ประโยชน์ก็คือได้เห็นความจริง มีความสุขในขณะที่รู้ความจริงนั้นด้วย แล้วมันจะขยันดู


แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๐ ก่อนฉันเช้า
CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๒
ลำดับที่ ๑๑
File: 501129A
ระหว่างนาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๓๕ ถึงนาทีที่ ๓๐ วินาทีที่ ๔๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อิทธิบาทสี่ กับการดูจิต

mp 3 (for download) : อิทธิบาทสี่ กับการดูจิต

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : พอหลวงพ่อได้ยินคำว่าดูจิตนะ หลวงพ่อมาคอยหัดดูจิต สนุกน่าดูเลย ทำไมจิตเราแต่ละวันไม่เหมือนกัน สนุกที่ได้เรียนรู้ธรรมะนะ สนุกที่ได้รู้กายรู้ใจ ไม่ได้รู้สึกลำบากที่ได้เรียนรู้กายรู้ใจนะ การที่เรามีความสุข มีความสนุกในการรู้กายรู้ใจก็คือมีฉันทะที่จะรู้ มันมีความสุขมีความพอใจที่ได้รู้ วิริยะเกิดเอง ขยันดู เพราะว่าอยากดู ชอบดู ดูแล้วมีความสุข ชอบดู ดูทุกวัน ไม่มีใครสั่ง ดูไม่เลิกเลย จิตใจก็คอยจดจ่อกับการรู้การดูนี่เรียกว่าจิตตะ วันๆ นะไม่คิดเรื่องอื่นแล้ว ใครจะยังไง ไม่สนใจ ถ้าพูดหยาบๆ ก็ช่างแม่มันนะ ใครจะทำอะไร สนใจอย่างเดียว เรียนรู้ตัวเอง จิตใจนี่ อ่านหนังสือนะ ก็ไม่ได้อ่านเรื่องอื่น ไปอ่านพระไตรปิฎก นั่งอ่านอยู่ในทำเนียบ มีห้องสมุด ของสำนักเลขานายกนะ เอาพระไตรปิฎกมาครั้งละสองเล่ม บาลีเล่มนึง ไทยเล่มนึง มานั่งดูไป บางทีก็เห็น อ้อมันแปลไม่ตรงกัน ก็มีนะ ไม่ใช่ไม่มี บางทีมีคำเกินๆ มา ภาษาไทย อย่างทุกข์ให้กำหนดรู้นี่ บาลีไม่มี นี่เวลาอ่านหนังสือก็อ่านหนังสือธรรมะ อ้าวถึงเวลาวันหยุดแล้ว ต้องไปเที่ยวสักหน่อย ไปเที่ยววัดไหนดี ๆ ไปหาอาจารย์องค์ไหนดี คราวนี้ เห็นมั้ย ใจมันเคล้าเคลียอยู่กับธรรมะ นี่เรียกว่าวิมังสานะ เคล้าเคลียอยู่ ไม่ไปไหนหรอก ถ้าใครนะ มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา เค้าเรียกว่าอิทธิบาทสี่ ธรรมนี้แหละทำให้ประสบความสำเร็จเร็ว เร็วมาก ไม่มีฉันทะ ต้องเคี่ยวเข็ญ ต้องอ้อนวอนให้ภาวนานะ ไม่ไหวนะ สู้ไม่ไหว อินทรีย์อ่อนไป ต้องขยันดูของเราเอง

สวนสันติธรรม
CD: 16
File: 491123B.mp3
Time: 29.16 – 31.15

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ปฎิบัติตอนนี้เป็นเพราะตัณหาหรือฉันทะ?

mp3 (for download) : ตอนนี้เป็นตัณหาหรือฉันทะ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยม: จะสังเกตได้ยังไงคะว่าตอนนี้เป็นตัณหาหรือฉันทะคะ ?

หลวงพ่อปราโมทย์ : สงสัยรู้ว่าสงสัย ไม่เห็นมีปัญหาเลย รู้ลงปัจจุบันไปเลย ต่างกันแค่ชื่อหรอก จะเป็นกุศลหรืออกุศลนะ เกิดแล้วก็ดับเท่ากัน ไม่ใช่ตัวเราเท่า ๆ กัน งั้นเราไมได้ฝึกเอาอะไรหรอก ฝึกให้เห็นว่าสิ่งใดเกิดขึ้น สิ่งนั้นดับทั้งสิ้น ฝึกแค่นั้นเอง เพราะงั้นไม่ต้องไปวิเคราะห์หรอกนะว่าตอนนี้เป็นตัณหาหรือฉันทะ แค่เห็นสิ่งบางสิ่งเกิดขึ้น แล้วสิ่งนั้นก็ดับไป เห็นเท่านี้พอแล้ว

โยม : มันเป็นความเท่าเทียมกันอยู่แล้ว ?

หลวงพ่อปราโมทย์ : มันเท่าเทียมกันอยู่แล้ว เราต่างหากไปให้ค่ามันที่ไม่เท่ากัน เพราะงั้นนะทุกสิ่งเป็นกุศลหรืออกุศล เกิดแล้วก็ดับ สอนไตรลักษณ์เท่าๆกัน แต่พูดอย่างนี้ไม่ใช่ยุให้ทำอกุศลนะ ถ้าเรามีสติอยู่ทำอกุศลไม่ได้หรอก

CD มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

520303

1hr12min50-1hr13min38

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่