Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ต้องเห็นไตรลักษณ์ แต่ไม่จำเป็นต้องเห็นไตรลักษณ์ของรูปนาม

mp3 (for download) : ต้องเห็นไตรลักษณ์ แต่ไม่จำเป็นต้องเห็นไตรลักษณ์ของรูปนาม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณความเอื้อเฟื้อภาพจากบ้านจิตสบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ : ที่จริงถ้าบุญบารมีมากนะ ไม่ต้องเห็นรูปนามเกิดดับก็ได้นะ ทำวิปัสสนาในสิ่งที่หยาบกว่านั้นอีก เห็นชีวิตจริงๆข้างนอกอย่างนี้แหละ เห็นชีวิตเป็นของแปรปรวน เห็นชีวิตเป็นของไม่ยั่งยืน เห็นชีวิตเกิดดับ อะไรอย่างนี้

สมัยพุทธกาล คนจำนวนมากเขาก็เรียนวิปัสสนาแบบใช้อารมณ์ที่หยาบ มายุคพวกเรานะ พวกคิดมากพวกฉลาดมาก แค่เห็นว่าชีวิตนี้ไม่แน่นอนอะไรอย่างนี้ จิตไม่ยอมตัด จิตมันดื้อ ต้องพามันดูโดยละเอียดยิบเลยนะ ให้เห็น เกิดดับ เกิดดับ เกิดดับ มันถึงจะยอมตัดได้

หลังๆก็เลยไปสอนกันว่า วิปัสสนาต้องเห็นไตรลักษณ์ของรูปนาม สมัยพุทธกาล พระโสดาบันบางองค์ไม่เคยได้ยินคำว่ารูปนามเลย ไม่เคยได้ยินคำว่าขันธ์ ๕ เลยก็มี บารมีเขาเยอะ

ยกตัวอย่าง อนาถบิณฑิกะตอนจะตาย นิมนต์พระสารีบุตรไปเทศน์ให้ฟัง พระสารีบุตรก็ไปเทศน์เรื่องขันธ์ ๕ ให้ฟัง แกร้องไห้เลยว่า ทำไมไม่เทศน์ให้ฟังตอนยังแข็งแรงอยู่ มาเทศน์ให้ฟังตอนจะตาย แกดูไม่ทัน เพราะฉะนั้นแกยังจะต้องเกิดอีก

อนาถบิณฑิกะไม่เคยได้ยินคำว่าขันธ์ ๕ ไม่เคยรู้จักรูปนามนะ แต่ว่าเห็นความจริงของชีวิต มันไม่แน่นอน ทุกอย่างเกิดได้ก็ดับได้ เห็นอย่างนี้


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖

File: 551208A
ระหว่างนาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๕๒ ถึงนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๓๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ความสุขเป็นเพียงภาพลวงตา

mp 3 (for download) : ความสุขเป็นเพียงภาพลวงตา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : วันเวลาจะค่อยๆให้บทเรียนกับแต่ละคน

แต่ละคนแสวงหาความสุข บางคนมุ่งความสุขมากไม่ยอมดูทุกข์ ปฏิบัติไม่เอา ไม่เอาเรื่องปฏิบัติเลย ก็ต้องให้โลกนี้รวมทั้งให้นรกนะอบรมสั่งสอนให้ จิตเราจะผ่านความทุกข์แต่ละคนจะต้องผ่านความทุกข์ครั้งแล้วครั้งเล่าๆ จนกระทั่งวันนึงมันเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต ชีวิตนี้ทุกข์ล้วนๆนะ จะค่อยๆวาง ค่อยๆวางลงไป

เพราะงั้นถ้าจะพูดไปแล้วการเดินทางในสังสารวัฎฎ์นี้ก็คือการอยู่ในกระบวนการเรียนรู้ความจริงของชีวิตของธรรมชาตินั่นเอง เรียนรู้ไปเรื่อย เที่ยวหาความสุข เที่ยวหนีความทุกข์ไปเรื่อย แต่บทเรียนที่ได้รับก็คือสุขก็ไม่จริงมีแต่ทุกข์ ทุกข์เยอะ สุขน้อย สุขแป๊บเดียวเดี๋ยวทุกข์อีกแล้ว ซำ้ๆๆวันนึงใจ โอ้ มันเข็ดขยาดนะ เข็ด

หลวงปู่เทสก์ท่านเคยเขียนไว้บอกว่า ท่านตายไปท่านคงไม่เกิดอีกแล้วล่ะ นี้ท่านเขียนบันทึกของท่านนะ คนอื่นเอามาเผยแพร่หลังจากท่านมรณะภาพไปแล้ว บอกเราคงไม่ต้องเกิดอีกแล้วล่ะ เพราะว่าเราเห็นแล้วว่ามันมีแต่ทุกข์ล้วนๆเลย

ตราบใดที่เรายังเห็นว่าทุกข์บ้างสุขบ้างนะ เรายังได้รับบทเรียนไม่พอ มีความสุขขึ้นนิดนึงหลงระเริงไป ระเริงแป๊บเดียวนะ เดี๋ยวปัญหาใหม่มาอีกแล้ว ความทุกข์ใหม่เข้ามาจ่อเอาอีกแล้ว แก้ปัญหานี้แก้ทุกข์อันนี้ยังไม่เสร็จเลย อีกตัวนึงมารอคิวอีกแล้ว ช่วงไหนความทุกข์ประดังเข้ามามาก เราก็บอกว่าเราทุกข์ ช่วงไหนมันห่างออกไปนิดนึง เราก็บอกช่วงนี้สุข สุขนิดเดียวเพื่อรอจะทุกข์อีกแล้ว

ความสุขของมนุษย์ไม่มีหรอก ความสุขเป็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้าตลอดเราวิ่งไม่ทัน ตอนเด็กๆเคยรู้สึกมั้ย ถ้าเรียนหนังสือจบแล้วจะสุข ถ้าอย่างนี้แล้วจะสุข ถ้าอย่างนี้แล้วจะสุข มันถ้าอย่างนี้ตลอดชีวิตเลย ตอนเด็กๆก็ถ้าเรียนหนังสือจบแล้วจะมีความสุข เอ้าจบปริญญาตรีแล้วได้ดอกเตอร์จะมีความสุขอีก จบมาแล้ว เอ้า ได้งานดีๆทำถ้าได้งานดีๆทำจะมีความสุขนะ ได้งานดีแล้วถ้ารวยๆด้วยจะมีความสุข ถ้าตำแหน่งใหญ่ๆจะสุขอีก มีแต่ถ้า…จะสุข ถ้าอย่างนี้แล้วจะสุขนะ ถ้ามีแฟนสวยๆหล่อๆรวยๆเก่งๆนิสัยดีๆแล้วจะสุข มีแต่ถ้าอย่างนี้แล้วจะสุข มีแฟนแล้ว เอ้า ถ้ามีลูกไบรท์ๆจะมีความสุขอีก มีแต่ถ้าอีกแล้ว วิ่งตามความสุขทั้งชีวิตเลย วิ่งไม่ทัน

มันน่าสงสารนะ คนในโลกนะมันถูกหลอก มารเอาความสุขมาหลอกให้เราวิ่งพล่านๆๆไปตกเป็นขี่ข้ามันจิกหัวเราตลอดเวลาเลย เห็นแล้วน่าอนาถ เห็นแล้วสังเวชนะ จนวันนึงแก่แล้ว แก่แล้วมันเนี่ยจะปวดจะเมื่อยนะ อยู่เฉยๆมันก็ปวดก็เมื่อยโดยตัวของมันนั่นแหล่ะ เนี่ยนึกเลยว่าวันไหนมันไม่เจ็บไม่ปวดไม่เมื่อยนะ มันคงมีความสุขนะ พอเจ็บหนักๆนะ เจ็บหนักๆเนี่ย โอ้ รักษาไม่ไหวแล้วทรมานมากเลย รู้สึกอีกถ้าตายซะได้จะมีความสุข เนี่ย ไปโน่นแล้วข้ามไปอีกชาตินึงแล้ว

เห็นมั้ยไล่หาความสุขตั้งแต่เล็กๆลงมาเลย ถ้าได้อย่างนี้จะสุข ได้อย่างนี้จะสุข จนสุดท้ายเนี่ยถ้าตายซะได้คงจะมีความสุข นั้นความสุขเนี่ยเป็นของที่หลอกๆเหมือนภาพลวงตา พวกมิราจ หลอกตาอยู่ไกลๆ วิ่งไปเรื่อยนะ หาไปเรื่อย ตะครุบไป เดี๋ยวหนีออกไปอีกแล้ว

เนี่ยการที่เราเข้ามารู้ใจของเรานะ เรียนรู้กายรู้ใจเนี่ย เราจะเห็นความจริงของชีวิตเรานี้ ชีวิตเราๆอยากได้่มีความสุข อยากให้จิตใจมีความสุข หาทางตอบสนองตลอดเวลาเลย แล้วก็ไม่อิ่มไม่เต็ม จะขาดตลอดจะพร่องตลอดเลย พระพุทธเจ้าถึงสอน นัตถิ ตัณหา สมานที ห้วงน้ำเสมอด้วยตัณหาไม่มี อยากยังไงก็ไม่สมอยากหรอก อยากไปเรื่อยแล้วก็ดิ้นไป อยากแล้วก็ดิ้นไป ทุกข์ตั้งแต่เกิดยันตาย เที่ยวหาความสุขเที่ยววิ่งหนีความทุกข์


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๙ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๔๘ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๙
Track: ๘
File: 480709B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๒๐ ถึง นาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๕๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สุขในโลก สุขในธรรม

สุขในโลก สุขในธรรม

สุขในโลก สุขในธรรม

mp3 (for download) : สุขในโลก สุขในธรรม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :
ชีวิตจริงๆ มันไม่ได้มีความสุขอย่างที่คิดไว้ ถ้ามีธรรมะนะ เราถึงจะเข้าถึงความสุขจริงๆ ความสุขที่คนในโลกรู้จัก เนี่ย! มันเป็นความสุขที่อิงอาศัยคนอื่น อิงอาศัยสิ่งอื่น เป็นความสุขที่ไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง อย่างเราจะมีความสุขนะถ้าเราได้อยู่กับคนๆนี้ เราจะมีความสุขนะถ้าเราได้กินสิ่งนี้  เราได้ดูอันนี้  ได้ไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ได้เห็นอันโน้นเห็นอันนี้ นี่ความสุขที่มันอิงอาศัยสิ่งข้างนอก ความสุขที่อาศัยตาไปมอง อาศัยหูไปฟัง ได้ฟังนักร้องคนนี้แล้วมีความสุข ได้ฟังคำชมแล้วมีความสุข หรือได้อาศัยลิ้นไปรู้รสนะ ได้กินอันนี้แล้วมีความสุข รสชาด ได้สัมผัสอย่างนี้มีความสุข ใจเราก็หาความสุขอย่งนี้ ชาวโลกและสัตว์ทั้งหลาย หาความสุขอย่างนี้ ความสุขที่อิงอาศัยคนอื่น อิงอาศัยสิ่งอื่นเป็นความสุขชั่วครั้งชั่วคราว มันปิดบังความจริง คือปิดบังความทุกข์เอาไว้เท่านั้นเอง

อย่างกลุ้มใจขึ้นมาไปดูหนังไปฟังเพลง มันก็มีความสุขประเดี๋ยวประด๋าว ประเดี๋ยวความทุกข์มันก็ตามมาอีกแล้ว หรือทำไปกินเหล้า ให้ลืมๆไป พอสร่างเมาปัญหาเก่าๆ ก็กลับมาอีก ก็มีความทุกข์อย่างเดิม ความทุกข์มากกว่าเก่าคือปวดหัว กินเหล้าแล้วปวดหัว หรือกินเหล้าแล้วเศรษฐกิจไม่ดี คนในโลกมันไปหาความสุขแบบอาศัยสิ่งภายนอก อาศัยรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ความสุขอย่างนี้เรียกว่ากามสุข กามสุขนี่คนทั้งหลายเค้าก็หากัน สัตว์ทั้งหลายก็หาเหมือนๆกัน มีเหมือนกันสุขชนิดนี้ แต่สุขชนิดนี้แวบเดียว ชั่วคราว    อย่างเราอยากได้อะไรสักอย่างหนึ่งนะ เก็บเงินตั้งนานหลายเดือน เก็บเงินไว้ พอไปซื้อ พอได้มามีความสุขประเดี๋ยวเดียว บางคนชอบเก็บของไว้เต็มบ้าน เห็นอันโน้นอยากได้ เห็นอันนี้อยากได้นะ เก็บไว้ มีความสุขตอนที่ไปซื้อมาได้ตอนที่ได้มา เสร็จแล้วก็มาตั้งไว้แล้วก็ลืมไปนะ ขี้ฝุ่นจับ อะไรอย่างนี้  มีความสุขก็ต้องวิ่งไปหาอีก ในที่สุดก็หาที่นั่งที่นอนไม่ได้ เต็มบ้าน เป็นความสุขที่อิงอาศัยของข้างนอก เท่าไหร่ก็ไม่พอ เพราะว่าพอได้รับความสุขก็ได้แป๊ปเดียว ใจมันจะมีความทุกข์อีกแล้ว พอใจเรามีความทุกข์ขึ้นมาอีก ความทุกข์มันเป็นความจริงของชีวิต พอมีความสุขมาแวบเดียว ความทุกข์ตามมาอีก ก็ต้องไปดิ้นรนหาผัสสะ หารูป เสียง กลิ่น รส สัมผัมที่ดีๆ มาอีกแล้ว ทีนี้ คนที่เค้าไม่ได้ศึกษาธรรมะ เขาก็หาความสุขได้แค่นั้นแหละ พวกเราศึกษาธรรมะเราก็มีความสุขที่มากกว่านั้น ศึกษาธรรมะแล้ว คนที่ไม่มีศีลก็มีศีล คนที่ไม่มีสมาธิก็มีสมาธิ คนที่ไม่เคยมีปัญญามีปัญญา เมื่อ มีศีลก็มีความสุขอย่างคนมีศ๊ล มีสมาธิก็มีความสุขอย่างคนมีสมาธิ มีปัญญาก็มีความสุขอย่างคนที่มีปัญญา ถึงจุดหนึ่งมีวิมุตติ มีความหลุดพ้นก็มีความสุขอย่างผู้ที่หลุดพ้นนะ ไม่ใข่คนหลุดพ้นแล้วคราวนี้ไม่มีคน นี่ความสุขก็มีเป็นขั้นๆไป ก็แล้วแต่ว่าใครจะหาได้แค่ไหน ตามสติตามปัญญาของแต่ละคน


CD ศาลาลุงชินครั้งที่ ๑๖ วันอาทิตย์ที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๐
File: 501216
นาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๐ ถึงนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๒๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่