Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

จิตเจริญแล้วเสื่อมอยู่ตลอดเวลา

mp 3 (for download) : จิตเจริญแล้วเสื่อมอยู่ตลอดเวลา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยม : ก็จะเห็นความเจริญแล้วก็เสื่อมอย่างที่หลวงพ่อเคยบอกน่ะค่ะ (หลวงพ่อปราโมทย์ : ใช่) จะเป็นช่วงๆ แล้วก็เป็นได้บ่อยมากค่ะ (หลวงพ่อปราโมทย์ : นั่นล่ะดี) เป็นวงจรเยอะมาก

หลวงพ่อปราโมทย์ : แต่ก่อนหลวงพ่อภาวนานะ อาทิตย์หนึ่งเนี่ย เจริญแล้วเสื่อม ๑ รอบ บางคนยาวกว่านี้ บางคนสั้นกว่านี้ แต่พอเราภาวนาจนชำนาญเลย เราจะเห็นเลย เจริญแล้วเสื่อมอยู่ตลอดเวลา อันไหนเกิดอันนั้นก็ดับ เรียกว่าเจริญแล้วเสื่อม

โยม : อ่อ ค่ะ ไม่ทราบว่าการที่เสื่อมนี้ เพราะว่าเราย่อหย่อนหรือว่าเป็นธรรมชาติ

หลวงพ่อปราโมทย์ : เป็นปกติ แต่ว่ามีเงื่อนไขอยู่อย่างหนึ่งนะ เราต้องปฏิบัติสม่ำเสมอ ตัวนี้ตัวสำคัญมาก ถ้าหากช่วงไหนเราปฎิบัติแล้วก็เจริญ แล้วเราขี้เกียจไม่ปฏิบัติแล้วเสื่อม เราจะรู้สึก เกิดความรู้สึกผิดๆ เห็นผิดว่า “ที่เสื่อมเพราะฉันไม่ได้ปฏิบัติ ถ้าฉันปฏิบัติมันก็จะดีไปตลอด” แต่ถ้าเราทำสม่ำเสมอทุกวันนะ ทุกวันทำเรื่อยๆเหมือนกันทุกวันเลย เจริญบ้าง เสื่อมบ้าง เราจะเห็นเลยว่าา เราบังคับมันไม่ได้ นี่จะเห็นความจริงก็ตรงนี้แหละ

เพราะฉะนั้นการปฏิบัติจะเว้นวรรคไม่ได้ ต้องทำทุกวัน

โยม : ค่ะ ทีนี้บางวันก็จะรู้สึกว่า รู้สึกตัวได้ดีนะคะ (หลวงพ่อปราโมทย์ : เออ.. เป็นอย่างนั้นทุกคนแหละ) จะรู้สึกตัวเอง แล้วบางวันก็แทบไม่รู้สึกตัวเลย เวลาที่ไปอยู่กับโลก

หลวงพ่อปราโมทย์ : บางวันนะ มันภาวนาไม่เป็นเลย เป็นอย่างนั้นทุกคนแหละ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒ ก่อนฉันเช้า


สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๐
File: 520424.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๕๓ ถึง นาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ความทุกข์ไม่ใช่สิ่งที่ต้องไปละ หมดเหตุก็ดับเอง

Mp3 for download:  ความทุกข์ไม่ใช่สิ่งที่ต้องไปละ หมดเหตุก็ดับเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : คือ รู้ตรงนี้ว่าพอไปคิดเนี่ยนะ เกิดความทุกข์ เห็นความทุกข์ในใจเราเนี่ยนะ มากขึ้นบ้าง เบาลงบ้าง มากขึ้นบ้าง เบาลงบ้าง

ในขณะที่เรามาเฝ้ารู้ใจของเราที่เป็นทุกข์เนี่ย เราไม่ได้คิดละ ความทุกข์นั้นจะค่อยๆสลายตัวไป แต่สลายเพราะอะไร เพราะว่าเราไม่ได้คิด ทำไมเราไม่ได้คิดตอนนั้น เพราะเรามาเฝ้ารู้อยู่ แล้วเราจะเห็นเลย ความทุกข์เองไม่ใช่สิ่งที่ต้องไปละมันหรอก พอมันหมดเหตุมันก็ดับ ไม่ใช่มันดับเพราะเราไปละมันเข้า

ถ้าเราไม่ละเอียดลออ เราจะไปคิดว่าเราไปดับทุกข์ได้ พอเราดูปุ๊บ ความทุกข์ก็ดับไป พอเราโกรธขึ้นมา เราเห็นความโกรธ ความโกรธก็ดับไป มันเกิดความสำคัญผิด ความจริงเป็นเพราะว่าเราไม่ได้ไปทำเหตุของมัน มันหมดเหตุแล้วมันดับ

อย่างเราโกรธใครสักคนนะ เราคิดถึงเขาบ่อยๆ นะ ยิ่งโกรธใหญ่ ใช่มั้ย เรามารู้อยู่ที่ความโกรธของเรานี้ เห็นความโกรธตั้งอยู่ในจิตใจ จิตใจเร่าร้อนเป็นเพราะความโกรธ ไม่ได้ไปคิดเรื่องที่ทำให้โกรธ เดี๋ยวความโกรธมันก็หายไป เราก็จะได้ความเห็นที่ถูกต้องว่าความโกรธก็ไม่เที่ยงหรอก เกิดจากเหตุ คือ การไปคิดเรื่องที่ไม่ชอบใจ พอหมดเหตุมันก็ดับ

แต่ความโกรธเกิดขึ้นเนี่ย ถ้าความโกรธครอบงำใจเราได้ ใจเราจะเป็นทุกข์ ก็เห็นต่อไปอีกชั้นนึง อ้อ จิตใจที่เป็นตัวของตัวเอง เป็นอิสระนี้ ไม่ทุกข์หรอก เบิกบาน มีความสุข แต่พอถูกอารมณ์ ถูกกิเลสครอบงำ ก็จะเป็นทุกข์ นี่มันจะเห็นตรงนี้

งั้นเรามีสติอยู่ เราค่อยเห็นข้อเท็จจริง มันคือการเห็นข้อเท็จจริงทั้งนั้นเลย

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๗ เดือนกรกฏาคม พ.ศ.๒๕๔๕ ก่อนฉันเช้า
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑
File: 450707A
ระหว่างนาทีที่ ๓๗ วินาทีที่ ๐๑ ถึง นาทีที่ ๓๘  วินาทีที่ ๔๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

รู้ทุกข์จะละสมุทัย

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

Mp3 for download: 530726A_ruu tuk la samutai

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าเรารู้ทุกข์แจ่มแจ้ง มันจะละสมุทัยได้ ละความอยากได้ละได้อัตโนมัติ ละแล้วไม่เกิดอีกเลยนะ เรารู้ความจริงแล้วว่าขันธ์ห้าเป็นทุกข์ กายนี้ใจนี้เป็นตัวทุกข์ ไม่ใช่ตัวดีตัววิเศษ ความอยากจะให้กายให้ใจเป็นสุขจะไม่เกิดขึ้น ความอยากให้กายให้ใจพ้นทุกข์จะไม่เกิดขึ้น เห็นมั๊ยพอรู้ทุกข์แจ่มแจ้งแล้วจะละสมุทัยคือความอยากไม่เกิดขึ้นอีก

การละสมุทัยเพราะการรู้ทุกข์เนี่ยเป็นเรื่องอัศจรรย์ที่สุดอีกเรื่องหนึ่งนะ ปกติเวลาความอยากใดๆเกิดขึ้นในใจเรามีสติรู้ทัน ความอยากนั้นจะดับไปรู้สึกมั๊ย หัดมาภาวนารู้สึกมั๊ย เวลาเช่นอยากจะจีบสาวนี่ สติรู้ทันปึ๊บ ความอยากก็หายไป เดี๋ยวอาจจะเกิดใหม่อีกแล้วนะ อยากจีบอีก เนี่ยมันดับไม่สนิท มันดับ ดับแล้วก็โผล่ขึ้นมาได้อีกนะ เหมือนตำรวจดับไฟนะแต่ดับแบบประมาท เอาน้ำไปฉีดๆ แล้วก็กลับไป ขับรถหวอกลับไปไม่นานไฟคุขึ้นมาอีกแล้วเพราะเชื้อยังอยู่ แต่ถ้าเราดับไฟด้วยการรู้ทุกข์นะ มันจะดับสนิทจริงๆ มันจะดับสนิท ดับแล้วไม่เกิดขึ้นอีก คือถ้าเมื่อไหร่เรารู้ความจริงว่าขันธ์ห้าเป็นทุกข์ รูปธรรมนามธรรมนี้เป็นทุกข์ ไม่ใช่ของดีไม่ใช่ของวิเศษเหมือนที่เคยคิดไว้ อันนั้นแหล่ะความอยากจะให้ขันธ์ห้าเป็นสุขจะไม่มีอีกแล้วเพราะรู้ว่ามันไม่มีจริง

ความอยากจะให้ขันธ์ห้าพ้นทุกข์จะไม่มีอีกแล้วเพราะรู้ว่าไม่มีจริง ขันธ์ห้าเป็นตัวทุกข์ยังไงก็พ้นทุกข์ไม่ได้ ขันธ์ห้าไม่ใช่ตัวสุขยังไงก็สุขไปไม่ได้ ความอยากที่ไร้เดียงสาจะไม่มีขึ้นมาอีก ถ้าเมื่อไหร่รู้ทุกข์แจ่มแจ้งจะละสมุทัยเด็ดขาด ละแล้วไม่เกิดขึ้นอีก เมื่อไรละสมุทัยได้เด็ดขาด เมื่อนั้นนิโรธคือนิพพานจะปรากฎขึ้นต่อหน้าต่อตา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อวันจันทร์ที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๕
File: 530726A
ระหว่างนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๔๙ ถึง นาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๓๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จิตไม่ได้เสื่อม แต่เกิดจากการเปรียบเทียบของเราเอง

เสื่อม

เสื่อม

mp3 (for download) : จิตไม่ได้เสื่อม แต่เกิดจากเปรียบเทียบของเราเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : จริงๆคำว่า”เสื่อม” ไม่เคยมีเลย คำว่า “เสื่อม” นี้เกิดจากความเห็นผิดของเรา เกิดจากการเปรียบเทียบสภาวะสองสภาวะ  มันเคยดีแล้วคราวนี้ไม่ดีเท่าเก่า บอกเสื่อม แท้จริงนั้นจิตมันเกิดดับอยู่ตลอดเวลา จิตดวงที่ดี มันเกิดแล้วมันก็ดับไป ไม่ใช่มันเสื่อม จิตดวงที่ไม่ดีมันเกิดขึ้นแทน  จิตดวงที่ไม่ดีมันเกิดขึ้นแล้วมันก็ดับไป ก็ไม่ใช่ว่ามันเจริญ  แท้จริงก็คือ จิตที่เสื่อมก็เกิดแล้วก็ดับ  จิตที่เจริญเกิดแล้วก็ดับ

ทีนี้ถ้าเราเข้าใจอย่างนี้ เราก็ไม่คิดว่าจิตมีดวงเดียว เดี๋ยวเจริญเดี๋ยวเสื่อม  ความสำคัญผิดมันคิดว่าจิตมีดวงเดียว ฉะนั้นอยากทำให้มันดีตลอด อยากให้มันถาวร  ความจริงไม่มีหรอกจิตที่เป็นดวงเดียวน่ะ มีแต่เกิดแล้วดับ เกิดแล้วดับนะ คำว่า “เจริญ” คำว่า “เสื่อม”เกิดจากการเปรียบเทียบทั้งหมดเลย เปรียบเทียบสภาวะสองอันทั้งๆ ที่มันไม่ได้เกี่ยวข้องกัน

ฉะนั้นถ้าเห็นว่า จิตเจริญ เจริญแล้วมันก็ดับไป จิตที่เสื่อมเิกิดขึ้นมาแล้วก็ดับไปนะ ใจเป็นกลาง  เจริญก็ไม่หลงดีใจ เสื่อมก็ไม่หลงเสียใจ  นี่เป็นกลาง ในที่สุดจิตเป็นกลางต่อทุกสภาวะ จิตที่เป็นกลางต่อทุกสภาวะนะ จะเลิกดิ้นรน

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรมที่ สวนโพธิญาณ หนองตากยา ท่าม่วง กาญจนบุรี
เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๘

CD สวนสันติธรรมแผ่นที่ ๑๐
ลำดับที่ ๘
File 481022B
ระหว่างนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๐๐ ถึงนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๒๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พอมีสติแล้วกิเลสเท่านั้นที่ดับ ถ้าไม่ใช่กิเลสก็ไม่ดับ

mp 3 (for download) : พอมีสติแล้วกิเลสเท่านั้นที่ดับ ถ้าไม่ใช่กิเลสก็ไม่ดับ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

สวนสันติธรรม
CD: 22
File: 500902.mp3
Time: 52.15 – 53.11

โยม: คือช่วงประมาณ 20 นาทีที่แล้ว รู้สึกง่วงเหงาหาวนอน  ซึม ๆ

หลวงพ่อปราโมทย์: อืม..อาหารมันย่อยแล้วล่ะ

โยม: แต่คือรู้นะคะ  แต่มันดับยากจัง  มันไม่มีกำลัง

หลวงพ่อปราโมทย์: ไม่ใช่ฝึกให้ดับนะ ฝึกให้รู้ตามที่มันเป็น อย่างร่างกายเรา  สมมุติว่าเรากินข้าวแล้วมันซึมไปนี่นะ  ให้รู้ว่าซึม  ไม่ใช่ให้อยากหายซึมนะ   ถ้าอยากหายซึมแล้วพยายามฝืน ๆ เดี๋ยวจะปวดหัว    มันซึมรู้ว่าซึมไป

โยม: คือ  ถ้าเรารู้ทันก็ไม่ใช่ว่ามันจะดับทันทีใช่ไหมคะ

หลวงพ่อปราโมทย์: ถ้าเป็นเรื่องทางกายไม่ดับ

โยม: ถึงว่าสิคะ

หลวงพ่อปราโมทย์: ถ้าเป็นเรื่องทางใจ  ทีี่เป็นกิเลสถึงจะดับ   ถ้าไม่ใช่กิเลสก็ไม่ดับ   อย่างจิตใจเรามีความสุขนี่  ฟังธรรมะแล้วมีความสุขเราก็รู้อยู่อย่างนี้   ความสุขไม่จำเป็นต้องหายเพราะความสุขเป็นเวทนา  อยู่ในเวทนาขันธ์  ไม่ใช่กิเลส    เฉพาะกิเลสเท่านั้นล่ะที่พอมีสติแล้วมันดับ


เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทำไมปฏิบัติแล้วความโกรธไม่ลดลง?

mp3 (for download) : anger not stable

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยม : การสังเกตอารมณ์ที่รู้ทัน เช่น เวลาที่เราดีใจ เสียใจ หรือโกรธ คือ หลังจากปฏิบัติแล้วไม่ได้ลดน้อยลง เพียงแต่รู้ทันว่าตอนนี้กำลังโกรธ ตอนนี้กำลังอารมณ์ไม่ดี

หลวงพ่อปราโมทย์ : เราไม่ได้ฝึกให้ลดน้อย แต่เราฝึกให้เห็นความจริงว่าทุกสิ่งเกิดแล้วดับ เห็นตรงนี้มั้ย โกรธแล้วก็ดับ โลภเกิดแล้วก็ดับ ดีใจเสียใจเกิดแล้วก็ดับเราเรียนเพื่อสิ่งนี้ต่างหาก หลวงพ่อบอกแล้วว่าเราไม่ได้เรียนเอาดี

โยม : มันดับเร็วขึ้นกว่าเดิม

หลวงพ่อปราโมทย์ : ใช่ นั่นแหละดีแล้ว นั่นมีพัฒนาการแล้ว แต่เดิมเคยโกรธทีนึงหลายชั่วโมง เดี๋ยวนี้พอความโกรธผุดแว้บก็ขาดสะบั้นไปแล้ว ภพชาติของเราสั้นลง แทนที่จะเป็นภพขี้โมโหหลายชั่วโมงนะ ก็เป็นภพขี้โมโหหนึ่งแว้บ อะไรงี้ สังสารวัฏเราก็หดสั้นลงๆ

เพราะฉะนั้นเรียนนี่ไม่ใช่เรียนเพื่อไม่ให้โกรธ ความโกรธก็เป็นอนัตตาเหมือนกัน ถ้าเหตุของความโกรธยังมีมันจะต้องโกรธอีก เหตุของความโกรธคืออะไร อันแรกเลยคือมีอนุสัยขี้โมโห พูดภาษาไทยคือมีสันดานขี้โมโห มันคุ้นเคยที่จะโมโห มันจะโมโหบ่อย มีสันดานขี้โมโหอย่างเดียวก็ยังไม่โกรธ ต้องมีอันอื่นอีก ต้องได้กระทบอารมณ์ที่ไม่พอใจถึงจะโกรธ ถ้ากระทบอารมณ์ที่ไม่พอใจอย่างเดียว แต่ไม่มีอนุสัยขี้โมโห มันก็ไม่โกรธนะ เพราะงั้นความโกรธ เกิดจากเหตุตั้งหลายอย่างมาประชุมกัน แล้วก็ปรุงเป็นความโกรธขึ้นมา ถ้าเหตุของมันยังอยู่ มันยังโกรธอีก ถ้าวันนึงเราภาวนาจนอนุนัยขี้โมโหนี้หายไป มันจะไม่โกรธละ เพราะฉะนั้น เราไม่ได้เรียนเพื่อจะไปบังคับเพื่อแทรกแซงสังสารวัฏนะ ไม่ใช่ไปแทรกแซงสภาวะนะ แต่เรียนว่าทุกสิ่งเกิดจากเหตุ ถ้าเหตุดับ สิ่งนั้นก็ดับ

CD สวนสันติธรรมแผ่นที่ 12

ไฟล์ 080749B

26min49-28min43

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่