Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

จริตสำหรับการทำสมถะและวิปัสสนา

mp 3 (for download) : จริตในการทำสมถะและวิปัสสนา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: กรรมฐานในสติปัฏฐาน ๔ แยก กาย เวทนา จิต ธรรม กายและเวทนา นี่กลุ่มหนึ่ง จิตและธรรม เป็นอีกกลุ่มหนึ่ง จริตนิสัยของคนเราในเวลาทำสมถะกับวิปัสสนา การแยกจริตจะไม่เหมือนกัน

ถ้าเวลาเราจะทำสมถะ เราดูจริตมี ๖ อย่าง ๑) ราคจริต ๒) โทสจริต ๓) โมหจริต ๔) พุทธิจริต ๕) วิตกจริต ๖ สัทธาจริต

อย่างพวกศรัทธามากๆ เนี่ย ก็คิดถึงพระพุทธเจ้า คิดถึงอะไรอย่างนี้นะ ใจก็สบาย สงบ พวกฟุ้งมากๆ ก็รู้ลมหายใจไป อะไรอย่างนี้นะ พวกขี้โมโห ก็เจริญเมตตา พวกบ้ากามก็พิจารณาอสุภะอะไรอย่างนี้ พิจารณาความตายอะไรไป แล้วใจก็สงบ

แต่อารมณ์จริตนิสัย จริตที่ใช้ทำวิปัสสนานะ เราแยก ๒ ส่วนเท่านั้นเอง เรียกว่า

๑) ตัณหาจริต พวกรักสุข รักสบาย รักสวย รักงาม

๒) ทิฏฐิจริต พวกเจ้าความคิด เจ้าความเห็น

- พวกตัณหาจริต มีกรรมฐานที่เหมาะคือ การดูกาย หรือ เวทนา

- พวกทิฏฐิจริต เจ้าความคิดเจ้าความเห็น มีกรรมฐานที่เหมาะคือ ดูจิต หรือ ธรรม

ทำไมแต่ละจริตต้องมี ๒ อย่าง

-พวกรักสุข รักสบาย รักสวย รักงาม ดูกาย หรือ เวทนา พวกที่ปัญญาแก่กล้าแล้วจะไปดูที่เวทนา พวกที่ยังไม่แก่กล้าดูกาย กายดูง่ายกว่าเวทนา

-พวกเจ้าความคิด เจ้าความเห็นนี่ ดูจิตเอา เห็นจิตเป็นกุศลบ้าง อกุศลบ้าง นี่ดูง่าย ถ้าปัญญามันแก่กล้าขึ้นไปก็ไปดูธัมมา เจริญธัมมานุปัสสนานะ จะเห็นความละเอียดลึกซึ้งประณีตของสภาวธรรมแต่ละอันๆ อย่างจิตตานุปัสสนาเห็น จิตมีโทสะ รู้ว่ามีโทสะ ดูแค่นี้เอง ถ้าขึ้นไปถึงธัมมานุปัสสนา มันจะประณีตขึ้นไปอีก อย่างจิตมีปฏิฆะ ความไม่พอใจเกิดขึ้น มีพยาบาท พยาปาทะ ไม่พอใจ คิดถึง ตรึกถึงอารมณ์ที่ไม่พอใจเนี่ยเห็นละ ไม่ต้องรอให้โกรธ มันประณีตกว่ากัน เรารู้ด้วยว่าทำไมถึงเกิดจิตที่มีความพยาบาทขึ้น รู้ด้วยว่าทำยังไงความพยาบาทจะไม่เกิดขึ้น เห็นมั้ยจะรู้เหตุ รู้ผล รู้ลึกซึ้งลงไปอีก หรือดูโพชฌงค์ จะเห็นเลยคุณธรรมมันค่อยๆ อัพเกรดขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ดูยากกว่ากัน

พวกเราสันนิษฐานไว้ก่อนก็แล้วกันนะเพื่อความปลอดภัยว่าพวกเราอินทรีย์อ่อน อินทรีย์แข็งคงไปเรียนจากพระพุทธเจ้าแล้วคงบรรลุกันไปหมดแล้วล่ะ สมัยนั้นพวกเราบางคนก็อาจจะเคยเจอพระพุทธเจ้ามาแล้วนะ แต่เราเป็นลูกศิษย์เทวทัตนะก็เลยไม่ได้ธรรมะอะไร แล้วสำคัญผิดอะไรอย่างนี้ หรือตอนเราไปเจอพระพุทธเจ้าแต่ตอนนั้นเราเป็นเดียรถีย์ เราไปแอนตี้พระพุทธเจ้าซะด้วยซ้ำไป งั้นบารมีพวกเรานี่ ตกมาถึงรุ่นนี้ ถือว่าบารมีอ่อนก็แล้วกันนะ

งั้นคนไหนรักสุข รักสบาย รักสวย รักงาม ให้ดูกายไว้ เพราะกายนี่จะสอนให้เห็นว่าไม่สุข ไม่สบาย ไม่สวย ไม่งาม

ถ้าคนไหนเจ้าความคิดเจ้าความเห็นให้ดูจิต จิตเดี๋ยวก็ดี จิตเดี๋ยวก็ร้าย คุ้มดีคุ้มร้ายทั้งวัน เดี๋ยวก็โลภ เดี๋ยวก็หายโลภ เดี๋ยวโกรธ เดี๋ยวหายโกรธ เดี๋ยวหลง เดี๋ยวหายหลง

งั้นเราดูจริตนิสัยของตัวเอง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๔ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๗


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๖
File: 570914A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๓๔ ถึงนาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๑๕

ตัด/ถอดคลิปส์โดยคุณ ok2077
ตรวจทานโดยคุณ พัลวัน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จะปล่อยวางเป็นต้องเห็นไตรลักษณ์

mp3 for download :จะปล่อยวางเป็นต้องเห็นไตรลักษณ์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : กายก็แสดงไตรลักษณ์ใช่มั้ย ดูกายเพื่ออะไร เพื่อให้เห็นไตรลักษณ์ ดูเวทนาก็เห็นไตรลักษณ์ ดูสังขารปรุงดีปรุงชั่วก็เห็นไตรลักษณ์ ดูวิญญาณดูจิตดูใจ ก็เห็นไตรลักษณ์ เห็นไตรลักษณ์ก็คือเห็นความจริง (หมายถึง เห็นความจริงร่วมของทุกๆสิ่งที่เป็นกาย เป็นเวทนา เป็นสังขาร เป็นวิญญาณ – ผู้ถอด)

เพราะเห็นตามความเป็นจริงจึงเบื่อหน่าย เพราะเบื่อหน่ายจึงคลายความยึดถือ เพราะคลายความยึดถือจึงหลุดพ้น หลุดพ้นจากอะไร หลุดพ้นจากความยึดถือในรูปในนามนี่เอง จิตเข้าถึงความสงบสุข สันติสุขที่แท้จริง คำว่าสันติๆ นั้นแหละคือคำว่า “นิพพาน” (เป็นคำไวพจน์ หมายถึง เป็นคำคนละคำที่เขียนหรือเรียกหรือหมายถึงสิ่งเดียวกัน – ผู้ถอด) ในนิพพนมีอะไรอยู่ ในนิพพานมีบรมสุขอยู่ มีความสุขอยู่ สันติมีที่ไหนความสุขก็มีที่นั่น แต่ในโลกที่เที่ยวหาสันติไม่เคยมีสันติหรอก สันติอยู่ที่จิตนี่เองนะ ถ้าฝึกเจริญศีลสมาธิปัญญาแก่รอบ จะเข้าถึงสันติภายในใจของเรานี่เอง

เพราะฉะนั้นภาวนานะ แม้ว่าโลกจะแตกเราก็มีความสุขของเราอยู่ได้ เพราะเรามีสันติสุข


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
FILE : 560907B
CD : สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๑
ระหว่างนาที่ที่ ๖ วินาทีที่ ๒ ถึง นาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ดู อย่างเป็นวิปัสสนา

mp3 for download : ดู อย่างเป็นวิปัสสนา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :ดูกาย เห็นร่างกายหายใจ เพื่อจะได้เกิดปัญญาเห็นว่าร่างกายนี้มันไม่เที่ยงนะ เดี๋ยวก็หายใจเข้า เดี๋ยวก็หายใจออก ร่างกายนี้มีแต่ทุกข์บีบคั้น หายใจเข้าก็เพื่อแก้ทุกข์ หายใจออกก็เพื่อแก้ทุกข์ หายใจเข้าหายใจออกก็คือการเปลี่ยนอิริยาบถ ปิดบังทุกข์ไว้ ร่างกายที่หายใจอยู่เป็นวัตถุธาตุนะ ไม่ใช่เราหรอก หายใจก็เพื่อให้เห็นไตรลักษณ์อย่างนี้ ถึงจะเดินปัญญา

ดูเวทนาก็ไม่ใช่เพื่อฉันจะชนะเวทนา คนที่นั่งสมาธิปวดเมื่อย จะนั่งเอาชนะเวทนา นั่งเอาชนะเวทนาได้ขันติได้อะไรต่ออะไร ได้อธิษฐานบารมีตั้งใจมั่น แต่ไม่ใช่ปัญญา ถ้าจะเอาชนะเวทนาก็นั่งไปจนเห็นว่าเวทนาเป็นของไม่เที่ยงนะ เวทนาเป็นของทนอยู่ไม่ได้ เวทนาเป็นของบังคับไม่ได้ อย่างนี้เป็นการนั่งวิปัสสนาเดินปัญญา

ดูจิตก็ไม่ใช่ไปประคองจิตให้นิ่งให้ว่าง แต่เพื่อให้เห็นว่าจิตเป็นไตรลักษณ์ จิตมันไม่เที่ยงนะ จิตมันเป็นทุกข์นะ มันถูกบีบคั้นด้วยตัณหาตลอดเวลา จิตเป็นของบังคับไม่ได้นะ สั่งให้ดีก็ไม่ได้ ห้ามชั่วก็ไม่ได้ สั่งให้สุขก็ไม่ได้ ห้ามทุกข์ก็ไม่ได้ อย่างนี้จิตเป็นอนัตตา อย่างนี้ถึงจะเรียกว่าเดินวิปัสสนาอยู่


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑o เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๗
File: 531010B
ระหว่างนาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๓๔ ถึงนาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๕๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

รู้ อย่างเป็นวิหารธรรม

mp3 for download : รู้ อย่างเป็นวิหารธรรม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :ส่วนไม่ยากอะไร เฝ้ารู้ความปรุงไป ดูไป ขันธ์ ธาตุ อายตนะ ก็มีแต่รูปกับนาม ให้หาอารมณ์อันใดอันหนึ่งนะ ที่เหมาะกับเรา จะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรมก็ได้ ดูกาย ดูเวทนา ดูจิต ดูธรรมก็ได้ อะไรก็ได้ รู้อย่างเป็นวิหารธรรม เป็นเครื่องอยู่ของจิต

เรารู้กาย ยกตัวอย่างเช่นเรารู้ลมหายใจ รู้ลมหายใจแบบเป็นวิหารธรรม เป็นเครื่องอยู่ของจิต ไม่ได้ไปเพ่งห้ามจิตเคลื่อนไปจากลมหายใจ ไม่ใช่ อันนั้นไม่ขึ้นวิปัสสนาหรอก รู้ลมหายใจพอเป็นเครื่องอยู่ของจิต รู้ไปเพื่อจะแผดเผากิเลส เรียกว่า อาตาปี ไม่ใช่รู้ไปเพื่อหาความสุขความสบาย รู้ไปเพื่อจะสู้กับกิเลส มีสัมปชัญญะ รู้ว่าเรารู้ลมหายใจนี้เพื่ออะไร มีสติ ไม่หลงลืมลมหายใจนี้

ถ้ารู้ไปเรื่อย.. ก็จะถอดถอนความยินดียินร้ายในโลกออก เรียกว่า อาตาปี สัมปชาโน สติมา วิเนยยะโลเก อภิชฌา โทมนัสสะ ถอดถอนความยินดียินร้ายในโลก ไม่ยึด

เพราะฉะนั้นเรารู้กายรู้ใจไปนะ รู้แบบเป็นเครื่องอยู่ ไม่ได้อยู่แบบเป็นคุกขังจิต ไม่ได้ห้ามจิตเคลื่อนไปจากร่างกาย ห้ามจิตเคลื่อนไปจากเวทนา ไม่ได้บังคับจิตให้นิ่งให้ว่าง ไม่ใช่ รู้เพียงแต่สักว่าอาศัยรู้เท่านั้นเอง เพื่อที่จะได้เห็นว่ามันไม่เที่ยงเป็นทุกข์เป็นอนัตตา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑o เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๗
File: 531010B
ระหว่างนาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๕๓ ถึงนาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๓๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทางวิปัสสนา (๒๖) ดูจิตไม่ได้ ให้ดูกาย ดูกายไม่ได้ ให้ทำความสงบ

ทางวิปัสสนา (๒๖) ดูจิตไม่ได้ ให้ดูกาย ดูกายไม่ได้ ให้ทำความสงบ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางวิปัสสนา

ทางวิปัสสนา

โยม : นมัสการค่ะหลวงพ่อ

หลวงพ่อ : กลัวมั้ย

โยม : มากเลยค่ะหลวงพ่อ ก็หลวงพ่อเคยให้ไปดูตัวกุกกุจจะน่ะค่ะหลวงพ่อ แล้วสักช่วงประมาณต้นปีน่ะค่ะ หนูมีความรู้สึกว่า เหมือนกับหนูไม่คาดหวัง มันก็ดีขึ้นค่ะ (หลวงพ่อ : ใช่) ปฏิบัติแล้วหนูก็รู้สึก “ดีเนอะ” แต่พักนี้มันกลับมาอีกแล้วค่ะ

หลวงพ่อ :
กลับมาก็รู้ทันมันอีก ห้ามมันไม่ได้ (โยม : ค่ะ) ล้วนแต่ของห้ามไม่ได้

โยม : หนูอยากถามเรื่องรูปแบบน่ะค่ะ (หลวงพ่อ : อือ..) คือ ตอนส่งการบ้านครั้งแรกหลวงพ่อบอกว่า หนูหลงไปนาน แล้วหนูก็พอมาปรับ มันก็เพ่ง ทีนี้สักช่วงประมาณปลายปีต้นปีค่ะ หนูก็ทำในรูปแบบแล้วมัน คือมันเหมือนหลงไปในสมาธิ มันเป็นมิจฉาสมาธิใช่มั้ยคะ (หลวงพ่อ อือ..ใช่) หนูก็เลยไม่รู้ว่า..

หลวงพ่อ : พยายามรู้สึกตัวบ่อยๆนะ พยายามรู้สึกร่างกายไว้ให้มาก ร่างกายขยับเขยื้อน ร่างกายยิ้ม ร่างกายทำอะไรให้รู้สึกบ่อยๆ จิตจะมีพลังขึ้นมา

โยม : เพราะฉะนั้นหมายความว่า ช่วงเวลาช่วงนี้ หนูเหมาะจะดูกายมากกว่าดูจิต

หลวงพ่อ : ใช่ หนูคอยรู้สึกร่างกายที่กระดุกกระดิกไว้ เพราะจิตของหนูกำลังฟุ้งซ่าน มันสับสนนะ พอมันฟุ้งซ่านอยู่อย่างนี้ เราดูจิตดูใจ ดูไม่ออกแล้ว เมื่อดูจิตไม่ออกให้ดูกายไว้ก่อน

โยม : แล้วเวลาอย่างไหนที่เหมาะจะดูจิตคะ เพราะหนูก็สังเกตเหมือนกับที่หลวงพ่อเคยบอก คือบางเวลาเรารู้สึกกายดีกว่า บางเวลาเรารู้สึกกับจิตดีกว่า

หลวงพ่อ : ใช่ คือช่วงไหนดูจิตได้ให้ดูจิต (โยม : ค่ะ) ช่วงไหนดูจิตไม่ได้ให้ดูกาย ช่วงไหนดูจิตก็ไม่ได้ ดูกายก็ไม่ได้ ให้ทำสมถะ มันมีแนวรุกแนวรับของมันนะ

โยม : เพราะฉะนั้นหนูทำแบบเดิมที่หลวงพ่อเคยสอนได้ใช่มั้ยคะ อีกสองเรื่องนะคะ คือหนูป่วยบ่อยน่ะค่ะ พักนี้หนูปวดหัวมาก แล้วเวลาหนูปวดหัวปุ๊บ มันดูไม่ออกน่ะค่ะ

หลวงพ่อ : หนูคอยหัดแยก แยกตั้งแต่ยัปวดน้อยๆน่ะนะ เช่น กำลังปวดนิดหน่อย อะไรอย่างนี้ ให้ดูไป ร่างกายก็เป็นอันหนึ่ง ความปวดเป็นอันหนึ่ง จิตเป็นอันหนึ่ง หัดแยก ตัวนี้ทุกคนควรทำนะ เพราะวันหนึ่ง เวลาจะตายเนี่ย ไม่แน่นี่ว่าอาจจะเจ็บมาก ถ้าเจ็บมากแล้วภาวนาไม่ไหวนะ สติแตกเนี่ย แย่เลย

โยม : ใช่ค่ะ หนูก็กลัว บางทีปวดมากๆ หนูก็กลัวไปเลย

หลวงพ่อ : เพราะฉะนั้นต้องซ้อม ต้องซ้อม

โยม : แล้วจะซ้อมได้ยังไงคะ คือ หนูปวดหัวแล้วไปบังคับไม่ได้ว่า ให้แก้ปวดหัวตอนนี้หน่อยสิ

หลวงพ่อ : ไม่ใช่ๆ ไม่ได้ฝึกให้หายปวดหัว เราปฏิบัติไม่ใช่เพื่อเอาชนะขันธ์นะ ร่างกายก็ส่วนร่างกาย ความปวดก็ส่วนความปวด จิตที่เป็นคนดู อะไรอย่างนี้ สังเกตอย่างนี้ เวลาปวดหัวขึ้นมาเนี่ย จิตไม่พอใจ รู้ ว่าจิตไม่พอใจ แค่นี้ก็หัดแยกแล้ว (โยม : แค่นี้ก็พอเลย) ให้หัดอย่างนี้ก็ได้ จิตจะสงบ พอรู้ว่าจิตไม่พอใจนะ ความไม่พอใจะดับ จิตจะสงบ พอจิตสงบแล้วจะเห็นเลย ร่างกายอยู่ส่วนหนึ่ง ความปวดหัวอยู่อีกส่วนหนึ่ง

โยม : ก็อีกเรื่อง เรื่องสุดท้ายค่ะ คือ หนูก็ฝึกกับหลวงพ่อมาพักหนึ่งแล้วล่ะค่ะ พักนี้มันรักตัวเองมากค่ะ (หลวงพ่อ : อือ) หนูกลัวแก่ค่ะ แบบครีมมีกี่ตัวในตู้เย็น หนูก็เอามาโปะบนหน้าตลอดเลยค่ะ แล้วแบบ พอโปะเสร็จหนูก็จะรู้สึกผิดกับตัวเอง เหมือนมันเผลอไปน่ะค่ะ รู้สึก…

หลวงพ่อปราโมทย์ : หลวงพ่อถึงบอกว่า ให้หนูดูกายให้เยอะ (โยม : ค่ะ) เพราะช่วงนี้หนูรักกาย ถ้าหนูดูกายมากๆนะ หนูจะเห็นว่าร่างกายนี้ ไม่สุข ไม่สบาย ไม่สวย ไม่งาม นะ แล้วจิตจะค่อยคลายตัวที่ติดอยู่นั้นแหละ นี่แหละที่ทำให้หลวงพ่อบอกว่า ต้องดูกายนะ ช่วงนี้

โยม : เพราะฉะนั้นช่วงนี้ดูกาย

หลวงพ่อปราโมทย์ : ดูกายเยอะๆ แล้วต่อไปจะเห็นจิตชัด

โยม :
ขอบคุณมากค่ะ

550409.53m11-56m56

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ห้องสุวรรณภูมิบอลรูม ชั้น ๒ อาคารบี
บจก. เตียวฮงสีลม บางพลี
วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างเวลา ๑๓:๐๐ – ๑๕:๐๐ น.

File: 550409.mp3 (ไทย)
File: 550409.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)
เสียงพระธรรมเทศนา ระหว่างนาที่ ๕๒ วินาทีที่ ๑๑ ถึง นาทีที่ ๕๖ วินาทีที่ ๕๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ภาวนาโดยการรู้ความเจ็บปวดได้หรือไม่?

ภาวนาโดยการรู้ความเจ็บปวดได้หรือไม่?

การรู้ว่าเจ็บ เป็นการรับรู้ตามปกติธรรมชาติทั่วไปของทุกคน
สำหรับในการปฏิบัติภาวนานั้น เมื่อรู้สึกถึงความเจ็บที่เกิดขึ้น
สามารถหัดรู้ได้ดังนี้ คือ

ก. หัดรู้ความเจ็บด้วยจิตที่ตั้งมั่น
ก็จะเห็นความเจ็บเป็นเพียงสิ่งหนึ่งที่เป็นคนละส่วนกับกายคนละส่วนกับจิต
แล้วจะเห็นความเจ็บไม่เที่ยง ไม่เป็นไปตามความต้องการของใคร

หรือ ข. เมื่อรู้สึกว่าเจ็บ ก็ให้หัดรู้ว่า จิตเป็นอย่างไร
เช่น ไม่ชอบ หงุดหงิด อยากหาย หัดรู้ไปด้วยจิตที่ตั้งมั่น
ก็จะเห็นได้ว่า จิตที่ไม่ชอบ หงุดหงิด อยากหาย ก็ไม่เที่ยงเกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป
ไม่เป็นไปตามความต้องการของใคร

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ข้ามเวทนา(ความปวด)ไม่ได้เสียที

ข้ามเวทนา(ความปวด)ไม่ได้เสียที

ถาม : สัปดาห์นี้กำหนดนั่งในรูปแบบ 1 ชั่วโมงแต่ทำไม่ได้ค่ะ ยังข้ามความปวดนาทีที่ 45 ไม่ได้ (ไม่ได้เดินจงกรมก่อนค่ะ) กำหนดเมื่อยหนอ ปวดหนอ ทั้งกลัวปวดหนอ ปวดมากหนอ ฯลฯ ก็ยังผ่านไม่ได้ค่ะ ได้แต่อยากขยับหนอ ขยับแล้วหนอ (วันนี้ว่าจะลอง60นาทีอีกครั้ง) ช่วยแนะนำให้ด้วยค่ะ

ตอบ : จะนั่งข้ามความปวดทำไมละครับ
การภาวนาเพื่อพ้นทุกข์นั้น พระพุทธเจ้าไม่ได้บอกให้เอาชนะเวทนา
ด้วยการนั่งจนข้ามความปวดได้นะครับ
แต่พระองค์บอกไว้ตามสติปัฏฐานสูตรว่า
ให้รู้เวทนา ให้เห็นเวทนามีความเกิดขึ้นแล้วเสื่อมดับไปเป็นธรรมดา
ถ้านั่งแล้วเกิดความปวด และไม่สามารถทนนั่งไปจนความปวดดับได้
ก็ไม่จำเป็นต้องทนนั่งให้ได้หรอกครับ ปวดมากทนไม่ไหวก็เปลี่ยนท่านั่งก็ได้
แค่เพียงมาดูเวทนาดูจิตที่ทุรนทุรายเพราะเวทนาก่อนที่จะเปลี่ยนท่านั่ง
และหัดดูกายที่กำลังขยับเปลี่ยนท่านั่ง
ขยับเปลี่ยนท่านั่งแล้ว ก็มาดูเวทนาที่ค่อยๆ ลดลง
และดูจิตที่เปลี่ยนเป็นมีความสงบมากขึ้นมีความสุขมากขึ้น
เท่านี้ก็เห็นเวทนาไม่เที่ยงเกิดดับได้
เห็นจิตไม่เที่ยงเกิดดับได้
การเห็นความไม่เที่ยงของกาย เวทนา จิต ธรรม นี่แหละครับที่
ตรงตามสติปัฏฐานสูตร อัยเป็นการเจริญมรรคที่เป็นองค์ของสัมมาสมติ
เมื่อเจริญสติปัฏฐานได้ถูกต้อง ก็ย่อมเกิดปัญญา พ้นทุกข์ได้

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การสอนกรรมฐานเป็นงานศิลปะ

mp 3 (for download) : กรรมฐานเป็นงานศิลปะ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

กรรมฐานเป็นงานศิลปะ

กรรมฐานเป็นงานศิลปะ

หลวงพ่อปราโมทย์: หลวงพ่อฝากไว้นิดนึงนะ เรียนกับหลวงพ่อนะ แล้วก็ตั้งใจภาวนาเข้านะ บางทีพวกเราก่อเรื่องให้หลวงพ่อโดยไม่รู้ตัว อินโนเซนท์น่ะ อย่างเรียนกับหลวงพ่อเสร็จแล้วก็ เอาสิ่งที่เรียนกับหลวงพ่อเนี่ย ไปถามครูบาอาจารย์อื่น

ไม่มีครูบาอาจารย์ไหนหรอกที่สอนเหมือนกัน การสอนกรรมฐานเนี่ย เป็นงานศิลปะนะ เหมือนอย่างหมอเหมือนกัน หมอรักษาโรค เขาเรียกรักษาโรคศิลป์ใช่ไหม เป็นโรคศิลป์ หมายถึงว่า อย่างหมอเนี่ยเรียนตำราเดียวกัน หมอแต่ละคนเวลารักษาเนี่ย รักษาไม่เหมือนกัน อย่างบางคนเป็นมะเร็งนะ หมอผ่าเลย หมอคนนี้ผ่าเลยนะ ร่างกายยังทรุดโทรมก็ผ่าไว้ก่อน แล้วโด๊ปทีหลัง อะไรอย่างเนี้ย หมอบางคนนะ ให้โด๊ปให้มันแข็งแรงก่อนแล้วค่อยผ่า เห็นไหม งั้นแต่ละคนไม่เหมือนกัน สอนกรรมฐานก็ไม่เหมือนกัน

บางท่าน ท่านสอนให้ทำสมถะก่อน แล้วท่านมาดูกาย
บางท่าน ทำสมถะแล้วมาดูเวทนา
บางท่านดูจิตนะ ดูจิตก็มีดูหลายแบบนะ
บางท่านทำจิตให้นิ่งก่อน แล้วดูความเคลื่อนไหว
บางท่านดูความเคลื่อนไหว แล้วก็กลับมานิ่ง อะไรอย่างเนี้ย

เพราะฉะนั้น แต่ละคน แต่ละคนเนี่ย จะไม่เหมือนกัน ศิลปะจะแตกต่างกัน งั้นเราเอากรรมฐานของครูบาอาจารย์องค์หนึ่ง ไปถามอีกองค์หนึ่งเนี่ย สับสน ตัวเราเองแหละจะสับสน ภาวนาไม่ได้หรอกนะ มันจะยุ่ง ครูบาอาจารย์ก็อึดอัดใจ ทุกแห่งเลยล่ะ อย่างมาถามหลวงพ่อว่า อาจารย์ของหนูสอนมาอย่างนี้ ถูกหรือไม่ถูก หลวงพ่อไม่กล้าพูดหรอก มันไม่ถูกต้องใช่ไหม

เพราะฉะนั้น เวลาเราไปหาครูบาอาจารย์อื่นเนี่ย เราไปหาความรู้นะ เราหุบปากเอาไว้ให้ดีนะ ไปเรียนกับท่าน แต่ก่อนหลวงพ่อหาครูบาอาจารย์เยอะแยะเลย ไม่ได้เรียนจากหลวงปู่ดูลย์อย่างเดียวหรอก หาครูบาอาจารย์อีกจำนวนมากเลย เวลาเราไปหาครูบาอาจารย์แต่ละองค์เนี่ย เราไปฟัง เราไปเรียนว่าท่านสอนอะไร อะไรที่เราจะเอามาใช้ประโยชน์ได้ เราก็เอามาใช้นะ ไม่ได้ไปคุยอวดท่านนะ ว่าผมเรียนกับหลวงปู่ดูลย์ หลวงปู่ดูลย์ว่าอย่างนี้อย่างนี้ ถูกไม่ถูก เนี่ย อะไรอย่างนี้นะ อย่างเนี้ยสับสนตายเลย เพราะฉะนั้น ถ้าจะไปเรียนที่อื่นนะ ฟังนะ อย่าพูดมาก บางคนพูดมากนะ รู้นิดเดียวไปพูดเยอะเลย ทำให้สับสนไปหมดเลย ครูบาอาจารย์ก็งงไปหมดแล้วนี่ งั้นค่อยๆฝึกเอานะ จะเรียนจากหลวงพ่อก็ตั้งใจเรียนไปนะ ชอบกรรมฐานแบบไหน ก็เรียนแบบนั้นไปนะ มันไปด้วยกันได้ทั้งนั้นแหละ ถึงจุดหนึ่งนะ แต่เบื้องต้นมันไม่เหมือนกันหรอกนะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๓๔
File: 521115.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๕๘ วินาทีที่ ๓๕ ถึง ชั่วโมงที่ ๑ นาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เมื่อเวทนาเกิดระหว่างนั่งสมาธิ

เมื่อเวทนาเกิดระหว่างนั่งสมาธิ

ถาม  : เวลานั่งสมาธิมดแค่ตัวเดียวกัดขา ในขณะนั่งสมาธิ(แบบทำความรู้สึกตัว) ถ้าเราทนได้อันนี้ถือว่าเราสุดโต่งไหมครับ ขอความคิดเห็นด้วยครับ?

ตอบ : การนั่งแล้วเกิดเวทนาใดๆ ขึ้น
มีอยู่สองแนวทางคือ อดทนหัดดูเวทนาที่เกิดหรือดูจิตที่มีสภาวะตามมาเพราะเวทนาก็ได้
กับอีกแนวทางคือ ขยับกายเพื่อลดเวทนา ซึ่งต้องย้อนมาดูจิตก่อน
พอขยับกายก็ให้มีสติรู้กายที่ขยับ ขยับแล้วก็มาดูเวทนาบ้างดูจิตไปบ้าง
ก็จะเห็นว่าเวทนาก็ไม่เที่ยง จิตที่เคยดิ้นรนทุรนทุรายเพราะเวทนา
พอเวทนาเบาลงจิตก็มีความสุขสงบมากขึ้น เห็นว่าจิตเองก็ไม่เที่ยงครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เรียนรู้ดูเวทนาขันธ์

เรียนรู้ดูเวทนาขันธ์

ถาม : ฉันพยายามดูมันมานานแต่ก็ไม่ค่อยประสพความสำเร็จ ก็เห็นว่ามีเวทนาอยู่ต่างหาก กายอยู่ต่างหาก ใจที่ดูก็ดูอยู่ ดูความกระวนกระวาย ความไม่ชอบใจในเวทนาขันธ์นั้น แต่ดูอยู่ได้ไม่นาน จิตก็ไหลรวมไปกับเวทนา กายเป็นสติแตกเลิกทำเสียก่อนทุกครั้ง

ตอบ : ผมเองก็อดทนดูได้เดี๋ยวเดียวเท่านั้น
เพราะการดูเวทนาเพื่อเจริญปัญญานั้น
ต้องมีกำลังของความตั้งมั่นมากพอที่จิตจะไม่ไหลเข้าไปจมแช่เวทนา
ดังนั้นหากกำลังตั้งมั่นไม่มากพอ จึงต้องพลิกไปดูจิตแทนครับ
คือพอรู้ว่ามีเวทนา ก็ให้หัดดูว่าจิตเป็นอย่างไร
เช่น มาดูจิตตั้งมั่นเห็นเวทนาอยู่ต่างหาก ดูจิตที่ไหลไปจมแช่เวทนา
ดูจิตที่กระวนกระวาย ดูจิตที่ไม่ชอบ ฯลฯ ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์: การปฏิบัติวิปัสสนาดูเวทนา

การปฏิบัติวิปัสสนาดูเวทนา

ถาม : การพิจารณาเวทนาตามร่างกายตั้งแต่ศีรษะ จนถึงปลายเท้า กลับไป-มา ถือเป็นการเพ่งหรือเปล่าคะ?

ตอบ : ถ้ามีจิตเป็ยผู้รู้ผู้ดู เห็นเวทนาเป็นสิ่งที่ถูกรู้
หรือไม่ได้เกิดอาการเคร่งเครียด หนัก ตึง
ก็ไม่เป็นการเพ่งหรอกครับ
และถ้าทำแล้วจิตสงบมีความตั้งมั่นรู้อารมณ์เดียวต่อเนื่อง ก็เป็นสมถะ
ถ้าทำแล้วจิตตั้งมั่นเห็นเวทนาแสดงความเป็นไตรลักษณ์ ก็เป็นวิปัสสนาครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : การดูเวทนาแบบจิตแยกออกมาดูเวทนา

การดูเวทนาแบบจิตแยกออกมาดูเวทนา

ถาม : สมมติว่าภาวนาแบบวิปัสสนายานิกมานานแล้วก็ไม่เกิดการแยกรูป แยกนาม แยกขันธ์5 เสียที เราสามารถช่วยมันคิดแยกได้ไหมคะ เช่นตอนปวดเมื่อย ก็ให้คิดแยกว่าความปวดก็ส่วนนึง ร่างกายก็ส่วนนึง จิตที่ไปรู้ก็อีกส่วนนึง ทำแบบนี้จะได้ไหมคะ

ตอบ : ผู้ที่เป็นวิปัสสนายานิกนั้น หากกำลังของความตั้งมั่นยังไม่มากพอ
เมื่อเกิดเวทนาก็จะดูเวทนาแบบที่มีจิตแยกออกมาดูเวทนาไม่ได้ครับ
ต้องหัดดูจิตที่จมแช่เวทนาไป หัดดูจิตที่ไม่ชอบ หัดดูจิตที่อยากหาย ไปแทนครับ
สำหรับการใช้วิธีคิดๆนั้น ถ้าเป็นการทำสมถะก็พอได้ครับ
แต่ถ้าจะหัดเจริญสติทำวิปัสสนา ก็ให้หัดรู้จิตไปดีกว่าครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

หลวงพ่อสอนหลักของการปฎิบัติให้

mp 3 (for download) : หลวงพ่อสอนหลักของการปฎิบัติให้

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อสอนหลักของการปฎิบัติให้

หลวงพ่อสอนหลักของการปฎิบัติให้

หลวงพ่อปราโมทย์: พวกเรามาเรียนกับหลวงพ่อนะ ถ้าถามว่าหลวงพ่อสอนอะไร บางทีงงนะ ถามว่าหลวงพ่อปราโมทย์สอนดูจิตเหรอ หรือสอนดูกาย หรือสอนดูเวทนา สอนให้ทำสมาธิก่อนหรือเปล่า หรือว่าให้เจริญปัญญาก่อน ถ้าใครไปตอบอันใดอันหนึ่งนะ ผิดเลยนะ หลวงพ่อไม่ได้สอนอย่างนั้น หลวงพ่อสอนหลักของการปฏิบัติให้ เพราะฉะนั้นคนไหนควรทำสมาธิก่อน เดินปัญญาทีหลัง (หลวงพ่อ)ก็(ให้)ทำ คนไหนควรเดินปัญญาก่อนสมาธิ ความสงบในขั้นลึกเกิดขึ้นทีหลัง (หลวงพ่อ)ก็(ให้)ทำ คนไหนควรทำสมาธิกับปัญญาควบกัน เหมาะที่ทำอย่างนั้น (หลวงพ่อ)ก็(ให้)ทำ เห็นมั้ย ไม่ใช่มีอันใดอันหนึ่งหรอก

คนไหนเหมาะที่จะดูกาย ดูกายแล้วเกิดสติ เกิดสมาธิ เกิดปัญญา ก็ดูกายเอาเป็นหลัก แต่เวลาดูกายไม่ใช่ไม่ดูจิตนะ คนไหนควรดูเวทนานะ ดูเวทนาแล้วมีสติ มีสมาธิ มีปัญญา ก็ดูเวทนา เห็นมั้ย ดูตัวเองน่ะ ไม่ใช่ดูคนอื่นหรอก คนไหนดูจิตแล้วก็ มีสติ มีสมาธิ มีปัญญาขึ้นมา ก็ดูจิตไป

เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าหลวงพ่อสอนอะไรนะ สอนหลักนะ แล้วทุกคนต้อง apply ของตัวเอง เลียนแบบกันไม่ได้ด้วย ทางใครทางมันเลย


แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๗
Track: ๗
File: 531031.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๔ ถึง นาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๑๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ดูเวทนา

ดูเวทนา

เวลาเกิดเวทนาแล้วอดทนดูเวทนาไม่ได้
ก็สามารถหัดดูจิตที่มีอาการเกิดขึ้นจากเวทนาก็ได้ครับ
เช่นพอเกิดเวทนาแล้ว จิตกระสับกระส่าย ก็มาหัดดูจิตที่กระสับกระส่าย
หรือถ้าดูไม่ไหว เช่นคันมาก ถ้าจะเกาก็ได้นะครับ
โดยให้มามีสติรู้มือที่เคลื่อนไหวในขณะเกา
หรือจะหัดดูจิตก่อนเกาเป็นอย่างไร เกาแล้วเป็นอย่างไร ดูแบบนี้ก็ได้ครับ
หรือถ้าไม่ไหวจะเปลี่ยนอิริยาบทหรือลุกไปเดินจงกรมเอาก็ยังได้นะครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์: ดูเวทนากับการดูจิต

ดูเวทนากับการดูจิต

การจะดูเวทนาให้เห็นไตรลักษณ์ ต้องมีจิตแยกออกมาเป็นผู้รู้ผู้ดู
ซึ่งถ้าดูได้แบบนี้ ก็สามารถนั่งดูเวทนาได้ครับ
แต่ถ้าพอเกิดเวทนาแล้ว จิตไหลไปแช่เวทนา
แม้จิตจะแช่เวทนาไปจนเวทนาดับ
จะเป็นการทำสมถะอยู่ แต่จะไม่เห็นไตรลักษณ์

หรือถ้าไม่ถนัดจะดูเวทนา แต่จะทำวิปัสสนาด้วยการดูจิตบ้างเวทนาบ้าง
ก็สามารถทำได้ด้วยการ รู้เวทนาบ้าง แล้วมาดูจิตที่ดิ้นรน ที่ไม่ชอบ
และพอเริ่มทนต่อเวทนาไม่ไหว ก็ให้มีสติรู้กายที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนท่านั่ง
(ตรงนี้ไม่ถือว่าเป็นการแทรกแซง
การแทรกแซงหมายถึงการแทรกแซงจิตใจครับ)
แล้วก็มาดูเวทนาบ้าง ดูจิตต่อไปบ้าง
ซึ่งก็จะเห็นเวทนาไม่เที่ยง ค่อยๆคลายลง
แล้วพอดูจิตก็จะเห็นจิตเปลี่ยนแปลงจากที่ดิ้นรนไม่ชอบ
มาเป็นจิตมีความสุขสบาย แบบนี้ก็เป็นการเห็นไตรลักษณ์ได้ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่