Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ตัวเราเป็นเพียงภาพลวงตา เห็นแจ่มแจ้งเมื่อใด ได้เป็นพระโสดาบัน

mp3 for download : ตัวเราเป็นเพียงภาพลวงตา เห็นแจ่มแจ้งเมื่อใด ได้เป็นพระโสดาบัน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :เนี่ยพอเราแยกสิ่งที่มีอยู่จริงๆที่เรานึกว่ามีอยู่จริงๆออกเป็นส่วนย่อยๆนะ ความเป็นตัวเป็นตนจะหายไป ความเป็นรถยนต์มันจะหายไป พอมันถอดออกไปเป็นส่วนๆแล้ว รถยนต์จะหายไป สิ่งที่เรียกว่าตัวเรานี้ก็เหมือนกัน ถ้าเราสามารถถอดด้วยปัญญา ไม่ต้องถอดจริงๆนะ ไม่ใช่ไปตัดแขนตัดขาทีละส่วนหรอก ถอดได้ด้วยปัญญาจริงๆเราจะพบว่า ตัวเราหายไป ตัวตนไม่มี แบบเดียวกันเลย วิธีทีจะเรียนเพื่อให้เห็นว่าตัวตนหายไปด้วยการหัดแยกเป็นส่วนๆอย่างนี้ มีชื่อภาษาแขกว่า วิภัชชวิธี วอแหวนสระอิภอสำเภาไม้หันอากาศชอช้าง จะเขียนด้วยชอช้างตัวเดียวหรือสองตัวก็ตามใจ วิภัชชวิธี คือหัดแยก พอแยกได้แล้วแต่ละส่วนๆจะไม่มีตัวเรา แล้วสุดท้ายพอแยกได้หมด ถี่ถ้วนจริงๆนะ จะรู้เลยว่าตัวเราไม่มีหรอก เป็นภาพลวงตาเท่านั้นเอง เป็นมายาหลอกลวง เหมือนฝัน ฝันไปว่ามีตัวเรา จริงๆไม่มีเรา

ถ้าเมื่อไหร่ปัญญาแทงทะลุลงไปว่าจริงๆไม่มีเราหรอก เป็นภาพลวงตาทั้งหมดเลย นั่นแหละคือภูมิธรรมของพระโสดาบัน ฟังแล้วเหมือนยากนะ แต่ลงมือทำจริงไม่ยากหรอก บางคนใช้เวลาไม่กี่วันด้วยซ้ำไป บางคนใช้เวลาสั้นนิดเดียวนะ อย่าว่าแต่พระโสดาบันเลย บางท่านฟังธรรมะไม่กี่ประโยค ท่านก็เป็นพระอรหันต์ ยกตัวอย่างพระพาหิยะ ฟังธรรมะนิดเดียว ฟังอยู่กลางตลาดเลย ท่านได้เป็นพระอรหันต์


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๘ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๖
File: 560511A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๐
ระหว่างนาทีที่ ๒๑ วินาทีที่ ๕๙ ถึงนาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๒๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ตัวเราไม่มี ตัวที่มีคือตัวทุกข์

mp3 for download : ตัวเราไม่มี ตัวที่มีคือตัวทุกข์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :สิ่งที่เรียกว่าตัวเราจริงๆไม่มีหรอก มันมีแต่อนัตตา แต่อนัตตาเราไม่สามารถเห็นได้ เพราะมันมีสิ่งที่มาปิดบัง สิ่งที่มาปิดบังที่ทำให้เราไม่เห็นความจริงว่าเราไม่มีนะ ตัวเราเป็นอนัตตาเนี่ย ที่เรียกว่าเราเนี่ย จริงๆเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวใช่ตน สิ่งที่ปิดบังอนัตตาไว้เรียกว่า “ฆน” ฆอระฆังนอหนู ฆนะ ฆนก็คือการทีขันธ์ต่างๆน่ะมันมารวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนเดียวกัน มีสัญญาเข้าไปหมายมีใจเข้าไปครอง ก็จะรู้สึกขึ้นมา อย่างนี้ก็จะเป็นกลุ่มเป็นก้อนของธาตุจำนวนมาก แล้วก็เป็นกลุ่มก้อนของนามธรรมทั้งหลาย ความสุขความทุกข์มันก็มีอยู่ในนี้แหละ ความโลภความโกรธความหลงอะไรมันก็มีอยู่ในนี้แหละ ความรับรู้มันก็อยู่ในนี้แหละ เนี่ยทั้งหมดเนี่ยนะ ขันธ์ ๕ มันก็ประชุมรวมกันอยู่ในร่างกายยาววาหนาคืบกว้างศอกนี้ มีสัญญาคือการหมายรู้ มีใจครองอยู่ ก็เลยเรียกว่าตัวเราๆ ก็เลยไม่เห็นความจริงว่า จริงๆแล้วตัวเราไม่มี มันเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน นี่คือวิธีที่จะทำให้เห็นว่าตัวเราไม่มี

ถ้าเห็นว่าตัวเราไม่มี เป็นพระโสดาบันได้นะ ถ้าเห็นว่าตัวที่มีคือตัวทุกข์จะเป็นพระอรหันต์ ตอนนี้เห็นให้ได้ก่อนว่าตัวเราไม่มี พอขั้นท้ายก็ค่อยไปเห็นว่า ตัวที่มีตัวทุกข์ จะดูว่าตัวเราไม่มีนะ ก็ต้องมาทำให้ฆนะนี้แตกออก คือแยกธาตุแยกขันธ์นั้นเอง ที่หลวงพ่อพูดเรื่อยๆว่าให้แยกธาตุแยกขันธ์


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๘ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๖
File: 560511A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๐
ระหว่างนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๒๘ ถึงนาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๑๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

แยกธาตุแยกขันธ์ คือวิธีของพระพุทธเจ้า

mp3 for download : แยกธาตุแยกขันธ์ คือวิธีการของพระพุทธเจ้า

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมย์ : พอใจเราเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานแล้ว แยกร่างกายกับใจออกจากกัน แยกกายละเอียดออกไปอีก ไปเป็นธาตุ ดินน้ำไฟลม แยกจิตใจละเอียดออกไปก็เห็นเป็นขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ แยกธาตุแยกขันธ์ออกไป

ทำไมต้องแยก ไม่แยกได้มั้ย ไม่แยกไม่ได้ การที่เราหัดแยกธาตุแยกขันธ์เนี่ย เป็นวิธีการที่พระพุทธเจ้าท่านค้นพบ เป็นวิธีเรียนรู้ความจริง เพื่อจะมาดูว่าจริงๆแล้วตัวเราไม่มี เป็นวิธีการที่ท่่านพบน่ะ ถ้าเดินตามวิธีที่ท่านบอกแล้วจะรู้ว่าตัวเราไม่มี

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๖
File 550701
ระหว่างนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๓๓ ถึงนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๑๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : พระโสดาบัน กับ ตัวเราไม่มีสองความหมายที่ต้องเข้าใจ

พระโสดาบัน กับ ตัวเราไม่มีสองความหมายที่ต้องเข้าใจ


ผู้ที่ได้ฟังธรรมซึ่งหลวงพ่อปรา​โมทย์นำมาแสดง
มักจะได้ยินหลวงพ่อพูดถึงเรื่อย​ๆ ว่า
ถ้าเห็นแจ้งว่า ตัวเราไม่มี หรือเราไม่มี ก็ได้เป็นพระโสดาบัน
หลายคนคงคิดเหมือนผมว่า
ถ้า “ตัวเรา” ไม่มี ก็ไม่น่าจะมี “ของเรา”
แล้วเหตุใดหลวงพ่อจึงได้พูดต่อไ​ปอีกว่า
เมื่อได้พระโสดาบันแล้ว จิตจะยังยึดถือรูปนามอยู่ว่าเป็​นของเรา
เรื่องนี้ก็เลยเป็นเรื่องชวนให้​หลงคิดฟุ้งเอาง่ายๆ ว่า
ในเมื่อยังยึดถือว่าเป็นของเรา ก็ต้องมีตัวเราอยู่ซิ
ถ้าไม่มีตัวเราแล้วจะมีของเราขึ้นมาได้อย่างไร
ฟังไปฟังมา คิดไปคิดมาก็เข้าใจแบบจินตมยปัญ​ญาเอาเองว่า

.
“ตัวเราไม่มี” จะมีความหมายอยู่ 2 ความหมาย
ความหมายแรก จะหมายถึง ความเห็นถูกว่าไม่มีตัวเราที่เที่​ยงถาวร
หรือไม่มีตัวเราที่เป็นตัวตนโดย​ตัวมันเองได้
ซึ่งจะมีตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไ​ป ที่จะมีความเห็นถูกเช่นนี้อย่าง​บริบูรณ์ได้

.
ความหมายที่สอง จะหมายถึง ไม่มีความรู้สึกว่าเป็นตัวเราขอ​งเราอยู่เลย
ไม่มีเพราะจิตหมดสิ้นความถือในขันธ์ทั้งห้าได้แล้ว
จึงไม่สามารถมีอะไรที่จะเป็นตัว​เราหรือของเราขึ้นมาได้อีก

.
ดังนั้น ที่ว่า พระโสดาบันเห็นว่าตัวเราไม่มี หรือไม่มีตัวเรานั้น
จึงหมายถึง ตัวเราไม่มี ตามความหมายแรกนั่นเอง
เพราะสิ่งที่พระโสดาบันจะละได้คือ
ละความเห็นผิดว่ามีตัวเรา
ละความเห็นผิดว่ามีเราคนเดิมที่​เที่ยงถาวรอยู่
หรือเรียกว่า ละความเห็นผิดว่ามีตัวตน (ละสักกายทิฏฐิ)
แต่ถึงแม้พระโสดาบันจะละความเห็​นผิดว่ามีตัวเราที่ถาวรลงได้
แต่จิตจะยังมีความยึดในขันธ์ห้า​อยู่
เมื่อยังยึดในขันธ์ห้า ก็ยังรู้สึกได้ว่ามีตัวเรา มีของเราอยู่
แต่ทุกครั้งที่เกิดความมีตัวเรา​มีของเราปรากฏขึ้น
จิตพระโสดาบันจะไม่ประกอบด้วยคว​ามเห็นผิดว่าเป็นตัวเราที่เที่ย​งถาวร
แต่จะประกอบไปด้วยความเห็นถูกอยู่ว่า
ตัวเราของเราที่ปรากฏขึ้นนี้ เป็นเพียงความปรุงแต่งอย่างหนึ่​ง
ที่เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไปเป็นธร​รมดา
ไม่มีตัวเราที่เที่ยงถาวร ไม่มีขันธ์ใดเลยที่เที่ยงถาวรอยู่
มีแต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามเหตุปัจ​จัย ที่เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไปเป็นธร​รมดา.

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ไม่ได้ภาวนาให้เป็นคนดี แต่ให้เห็นว่าไม่มีคน

mp3 for download : ไม่ได้ภาวนาให้เป็นคนดี แต่ให้เห็นว่าไม่มีคน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ไม่ได้ภาวนาให้เป็นคนดี แต่ให้เห็นว่าไม่มีคน

ไม่ได้ภาวนาให้เป็นคนดี แต่ให้เห็นว่าไม่มีคน

โยม : เรื่องการปฏิบัติในช่วงนี้ ก็รู้สึกว่าสติปัญญามันทื่อๆ มันจะไม่ค่อยรู้อะไรน่ะครับ มันจะไม่ค่อยรู้อะไรน่ะครับ แต่มันพอจะรู้ได้บ้างครับ

แล้วก็ผมจะรู้สึกว่ารู้สภาวธรรมอื่นๆ มันไม่ค่อยดีครับ เพราะแบบบางทีมันกลัว ถ้าเป็นความคิดแบบชั่วมาก บางทีผมก็กลัวว่าจะเป็นคนชั่ว ก็เลยรีบพยายามไปดับมันน่ะครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : เห็นมั้ยอยากเป็นคนดี เห็นมั้ย ไม่ได้อยากเลิกเป็นคน ยังอยากเป็นคนดี พออยากเป็นคนดี ก็ต้องพยายามสร้างความดี ต่อต้านความชั่ว แต่ถ้าเราคิดว่าเราจะไม่เป็นคน เราก็จะเห็นสภาวะของความดีเกิดขึ้นแล้วก็ดับ สภาวะของความชั่วเกิดขึ้นแล้วก็ดับ มันอยู่ที่เป้าหมายในชีวิตของเรานะ ว่าต้องการแค่ไหน

การที่เราต้องการเป็นคนดี ก็คือการต้องการภพภูมิที่ดี ต้องการไปสู่ภพภูมิที่ดี เราจะเวียนว่ายตายเกิดไป แต่ถ้าเราต้องการเห็นความจริงว่าตัวเราไม่มีนี้ จะเป็นอีกอย่างหนึ่ง มันจะพ้นจากภพภูมิทั้งหลาย

เพราะฉะนั้นการที่เรารู้ทันใจตัวเองแล้วมันอยากดีมันรักดีมันกลัวชั่วเนี่ย ดูลึกลงไปอีกอย่างหนึ่ง มันก็คือมันรักตัวเอง มันยังสงวนรักษาตัวเองอยู่ เพราะฉะนั้นการดิ้นรนเพื่อจะสร้างความดี ดิ้นรนเพื่อจะต่อต้านความชั่วน้้นน่ะ ทำไปก็เพื่อ Serve อัตตาตัวตนทั้งสิ้น ทำเพื่้อรักษาตัวเรานั่นแหละ

เพราะฉะนั้นการที่เราละชั่วก็ตามทำดีก็ตามเนี่ย ถ้าเราหยุดอยู่เพียงแต่ละชั่วทำดีเนี่ย เราไม่สามารถเข้าถึงนิพพานได้ ไปเรียนต่อนะ ดูลงไป ละชั่วทำดีจนกระทั่งจิตผ่องแผ้ว

จิตผ่องแผ้วก็คือ ไม่ว่าอะไรก็ย้อมจิตไม่ติด จิตผ่องแผ้วเป็นสภาวะซึ่งว่า สภาวธรรมทั้งหลายมีอยู่ แต่มันย้อมจิตไม่ได้ จิตเข้าถึงสภาวะที่ไม่มีอะไรย้อมติด เหมือนที่พระพุทธเจ้าท่านอุทานตัณหาสร้างภพอะไรอย่างนี้ ตอนนี้ท่านรู้ทันแล้ว มันสร้างให้ท่านไม่ได้แล้ว จิตของท่านถึงสภาพที่ไม่มีอะไรปรุงแต่งได้แล้ว

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า

CD: ๒๔
File: 510315
ระหว่างนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๔๔ ถึงนาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๔๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

กรรมฐานไม่สำคัญที่รูปแบบ แต่สำคัญที่เนื้อหา คือการเห็นไตรลักษณ์ของกายใจ

mp3 (for download): กรรมฐานไม่สำคัญที่รูปแบบ แต่สำคัญที่เนื้อหา คือการเห็นไตรลักษณ์ของกายใจ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

กรรมฐานไม่สำคัญที่รูปแบบ แต่สำคัญที่เนื้อหา คือการเห็นไตรลักษณ์ของกายใจ

กรรมฐานไม่สำคัญที่รูปแบบ แต่สำคัญที่เนื้อหา คือการเห็นไตรลักษณ์ของกายใจ

หลวงพ่อปราโมทย์ :

กรรมฐานนะเบื้องต้นจะใช้กรรมฐานอะไรก็ได้ มันไม่สำคัญที่รูปแบบหรอก มันสำคัญที่เนื้อหา รูปแบบจะสวยหรือรูปแบบไม่สวยนะมันแค่บรรจุภัณฑ์ ถ้าเราไม่ได้ทำสินค้าไว้ขายโฆษณาเนี่ย รูปแบบเป็นเรื่องรอง เนื้อหาสาระที่แท้จริงของการปฎิบัติสำคัญที่สุด การปฎิบัติธรรมเราต้องรู้ว่าเราปฎิบัติเพื่ออะไร อันแรกเลยเราต้องปฎิบัติเพื่อให้เห็นความจริงว่ากายนี้ใจนี้ไม่ใช่ตัวเรา ตัวเราไม่มี ถ้าเมื่อไรเห็นว่าตัวเราไม่มีนะ วันนั้นจะได้พระโสดาบัน เพราะพระโสดาบันคือผู้ที่รู้ความจริงว่าตัวเราไม่มี กายนี้ไม่ใช่ตัวเรา จิตนี้ไม่ใช่ตัวเรา

เพราะฉะนั้นการปฎิบัติไม่ว่าจะปฎิบัติกรรมฐานแบบใด ถ้าถูกต้อง จะเป็นการเรียนรู้กายเรียนรู้ใจของตัวเองเท่านั้น มีคำว่าเท่านั้นด้วย แล้วก็เรียนรู้ความจริงด้วย ไม่ใช่เรียนรู้สิ่งที่เหนือความจริง ความจริงของกายของใจคือไตรลักษณ์ เพราะฉะนั้นกรรมฐานจริงๆ ที่เราฝึกกันแทบเป็นแทบตายเนี่ย เพื่อให้เห็นกายเห็นใจเป็นไตรลักษณ์ ถ้าไปเห็นกายเห็นใจแล้วไม่เป็นไตรลักษณ์ก็ใช้ไม่ได้ ถ้าไม่เห็นกายเห็นใจ ใช้ไม่ได้เลย

เพราะฉะนั้นต้องรู้กายรู้ใจ แล้วก็เห็นกายเห็นใจเป็นไตรลักษณ์ การรู้กายรู้ใจรู้ด้วยสติ การเห็นกายเห็นใจเป็นไตรลักษณ์รู้ด้วยปัญญา เครื่องมือก็คือสติและปัญญา เรียนกรรมฐานจะใช้รูปแบบอะไรไม่สำคัญหรอก ต้องฝึกให้มันมีสติมีปัญญาขึ้นมาให้ได้ ถ้าขาดสติขาดปัญญาก็ไร้สาระแล้ว ใช้ไม่ได้

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์
พ.ศ.๒๕๕๑

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๔
File: 510216A
ลำดับที่ ๑
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๓๖ ถึง นาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๒๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เข้าถึงความบริสุทธิ์ด้วยปัญญาที่เห็นความเป็นไตรลักษณ์ของรูปของนาม

mp3 for download : เข้าถึงความบริสุทธิ์ด้วยปัญญาที่เห็นความเป็นไตรลักษณ์ของรูปของนาม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

เข้าถึงความบริสุทธิ์ด้วยปัญญาที่เห็นความเป็นไตรลักษณ์ของรูปของนาม

เข้าถึงความบริสุทธิ์ด้วยปัญญาที่เห็นความเป็นไตรลักษณ์ของรูปของนาม

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าจิตตั้งมั่นจริง มันจะเห็นเลย ไอ้ที่เดินอยู่นี้ ร่างกายมันเดิน ไม่ใช่เราเดิน ที่นั่งอยู่นี้ร่างกายมันนั่งไม่ใช่เรานั่ง ที่นอนอยู่นี้ร่างกายมันนอนไม่ใช่เรานอน ที่ยืนร่างกายมันยืนไม่ใช่เรายืน มันเป็นของมันเอง ไอ้ที่โลภอยู่นะจิตมันโลภไม่ใช่เราโลภ ที่โกรธอยู่จิตมันโกรธไม่ใช่เราโกรธ ที่หลงอยู่จิตมันหลงไม่ใช่เราหลง เห็นอย่างนี้เลย

เห็นไปเรื่อยๆ เห็นแต่ว่ารูปธรรมนามธรรมเขาทำงาน ไม่ใช่เราทำงาน เวลาโกรธขึ้นมา ตอนนี้รู้สึกมั้ย เวลาโกรธมันจะเป็นเราโกรธ แต่พอเรามีสติรู้สึกมั้ย เราจะเห็นความโกรธอยู่ต่างหาก เราเป็นจิตเป็นคนดูอยู่ เห็นมั้ยความโกรธเป็นคนดูอยู่ ความโกรธมันเกิดขึ้น ความโกรธเป็นสภาวะอันหนึ่ง ไม่ใช่เราแล้วนะ นี่ค่อยๆแยกออกมา

พอฝึกไปแล้ว จะเห็นว่าตัวเราไม่มี มีแต่สภาวธรรมที่เป็นแต่รูปธรรมนามธรรมนะ ฝึกมากๆไป วันหนึ่งปัญญาพอนะ ก็เกิดอริยมรรคขึ้นมา จนเข้าถึงความบริสุทธิ์ก็ด้วยปัญญาที่เห็นความเป็นไตรลักษณ์ของรูปของนามนี้แหละ พระพุทธเจ้าจึงบอก บุคคลถึงความบริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา ไม่ได้ถึงความบริสุทธิ์ด้วยศีล ไม่ได้ถึงความบริสุทธิ์ด้วยสมาธินะ แต่ถึงความบริสุทธิ์ด้วยปัญญา

ลำพังมีศีลนะ ก็บริสุทธิ์บ้าง สกปรกบ้าง มีสมาธิ เดี๋ยวสมาธิก็ยังเสื่อม ให้มีปัญญาเข้าใจ จิตมันเข้าใจนะ ไม่ใช่เราเข้าใจ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๐
File: 520426A.mp3
ลำดับที่ ๔
ระหว่างนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๓๖ ถึง นาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่