Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เพราะเห็นตามความเป็นจริงจึงเบื่อหน่าย เพราะเบื่อหน่ายจึงคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัดจึงหลุดพ้น เพราะหลุดพ้นจึงรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว

mp3 for download : เพราะเห็นตามความเป็นจริงจึงเบื่อหน่าย เพราะเบื่อหน่ายจึงคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัดจึงหลุดพ้น เพราะหลุดพ้นจึงรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย
retouched by Dhammada.net

หลวงพ่อปราโมทย์ :หน้าที่ของเรา เจริญสติปัฏฐาน มีสติ รู้กายรู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง จิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง คือจิตที่มีสมาธิที่ถูกต้อง จิตตั้งมั่น อารมณ์นั้นเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย จิตเป็นคนดู จิตเป็นคนดู ไม่เข้าไปอิน ไม่เข้าไปแทรกแซง ไม่ไปหลงยินดียินร้ายกับอารมณ์ที่กำลังปรากฎขึ้นต่อหน้าต่อตา ความสุขเกิดขึ้นก็รู้ทันว่ามีความสุขเกิดขึ้น ก็จะเห็นว่าความสุขเกิดได้ ความสุขก็ไปได้ ความทุกข์เกิดขึ้นก็มีสติรู้ทันนะ จิตเป็นคนดูอยู่ ก็จะเห็นความทุกข์มาได้ ความทุกข์ก็ไปได้ จะเห็นอย่างนี้

กิเลสมา จิตจะตั้งมั่นเป็นคนดูอยู่ ก็จะเห็นเลยว่า ความโลภ ความโกรธ ความหลง มาแล้วก็ไป ทุกอย่างมาแล้วก็ไปหมดเลย เนี่ยหัดเจริญสติเจริญปัญญามากๆนะ วันหนึ่งใจมันรู้ความจริงเลยว่า รูปนาม ขันธ์ ๕ กายใจของเรา ไม่ใช่ของดีของวิเศษอะไรหรอก เป็นของที่ไม่เอาไหนเลย เป็นตัวทุกข์ ทุกข์เพราะอะไร ทุกข์เพราะไม่เที่ยง ทุกข์เพราะบีบคั้น ทุกข์เพราะว่าไม่อยู่ในอำนาจ ไม่เป็นไปตามใจอยาก

ไม่อยู่ในอำนาจไม่เป็นไปตามใจอยาก ทุกข์เพราะเราเห็นอนัตตา ตรงที่เห็นไม่เที่ยงหมายถึงของเคยมีแล้วมันก็ไม่มี ยกตัวอย่างเคยมีความสุขแล้วมันก็ไม่มี เคยมีความเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้วมันก็ไม่มี อย่างนี้เรียกว่ามันไม่เที่ยง หายใจ ลมหายใจออกแล้วก็มาหายใจเข้า แสดงว่าลมหายใจออกก็ไม่เที่ยง ของที่เคยมีแล้วไม่มี เคยโกรธแล้วไม่โกรธ เคยรักแล้วไม่รัก นี่ล่ะไม่เที่ยง คำว่าเป็นทุกข์หมายถึงมันบีบคั้น ถูกบีบคั้น ยกตัวอย่างความสุขเกิดขึ้น ความสุขถูกบีบคั้นอยู่ตลอดเวลาที่จะให้สลายตัวไป ร่างกายของเราเกิดขึ้นมาแล้วก็ถูกบีบคั้นตลอดเวลาเพื่อให้สลายตัวไป แต่บีบคั้นอย่างนี้เรียกว่าเป็นตัวทุกขัง แล้วก็ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากเหตุ ไม่ใช่เกิดตามที่เราสั่ง มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้ นี่เรียกว่าเป็นอนัตตา

ถ้าเราเห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เห็นเพียงมุมใดมุมหนึ่งอย่างแจ่มแจ้ง เราจะรู้เลยว่ากายนี้ใจนี้ไม่ใช่ของดีของวิเศษ ไม่ใช่ของที่น่ารักน่าหวงแหน มันเป็นภาระทั้งสิ้น มันเป็นทุกข์ทั้งสิ้น ถ้าเราได้เห็นซ้ำแล้วซ้ำอีก จนใจเรายอมรับความจริงได้ ความยึดถือจะหมดไป พระพุทธเจ้าจึงสอนบอกว่า “เพราะเห็นตามความเป็นจริง จึงเบื่อหน่าย เพราะเบื่อหน่ายจึงคลายกำหนัด คือคลายความรักใคร่ยึดถือ เพราะคลายกำหนัดจึงหลุดพ้น เพราะหลุดพ้นจึงรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๑๑ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
File: 551208B
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๒๗ ถึงนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๑๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เคล็ดลับของวิปัสสนา

mp3 for download : เคล็ดลับของวิปัสสนา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมย์ : เคล็ดลับของวิปัสสนานะ ถึงแม้ว่าคำสอนมีมากมายมหาศาล ย่อลงมาก็เหลือแต่ว่า มีสติ รู้กายรู้ใจ ตามความเป็นจริง เท่านี้เอง แต่จะรู้ตามความเป็นจริงได้ ต้องรู้ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง

เมื่อเรารู้หลักแล้วก็เอาไปขยันทำ ไม่รู้หลักก็ทำไม่ได้หรอก ล้มลุกคลุกคลานไปเรื่อย บางคนมั่ว ระหว่างสมถะกับวิปัสสนา แยกไม่ออก แยกไม่ออกแล้วก็ไปทำแล้วนึกว่าทำวิปัสสนาอยู่ เป็นสมถะ

ยกตัวอย่างบางท่านก็บอกว่า พุทโธแล้วไปพิจารณากาย แล้วก็บอกว่า พุทโธเป็นสมถะ คิดพิจารณากายเป็นวิปัสสนา จริงๆแล้วยังไม่เป็นหรอก คิดพิจารณากาย

การคิดเอา พิจารณาเอา มีวิตก-วิจารณ์ พระพุทธเจ้าไม่เคยสอน กายานุวิตกสติปัฏฐาน ไม่มีเลย มีแต่กายานุปัสสนา คำว่า “วิปัสสนา” คำว่า “อนุปัสสนา” ปัสสนะแปลว่าการเห็น ไม่ใช่วิตก ไม่ใช่การคิด (วิตกในภาษาบาลีแปลว่าคิด – ผู้ถอด) ไม่ใช่การพิจารณา วิจารณ์ (วิจารณ์ในภาษาบาลีแปลว่าการคลอเคลียอยู่ – ผู้ถอด) แต่ให้เห็นเอา เห็นตามความเป็นจริง คำว่า “วิ” แปลว่าแจ้ง เห็นแจ้ง เห็นจริง เห็นถูกต้อง เห็นไตรลักษณ์ ของกายของใจ ของรูปของนาม

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๓
File 550106
ระหว่างนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๕๖ ถึงนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๑๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สรุปแนวทางการปฎิบัติธรรม

mp 3 (for download) : สรุปแนวทางปฎิบัติธรรม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : สิ่งที่ต้องปฏิบัติคือศีล คือสมาธิ คือปัญญา

การจะฝึกให้มีศีล ตั้งใจงดเว้นการทำบาปอกุศล ทางกายทางวาจาไว้ก่อน เบื้องต้นตั้งใจงดเว้นไว้ก่อนนะ เพื่อจะได้ศีล ศีล ๕ ศีล ๘ อะไรพวกนี้ ต่อมามีสติให้มาก รู้ทันกิเลสที่เกิดขึ้นกับจิต ถ้าเรามีสติรู้ทันกิเลสที่เกิดขึ้นกับจิตได้นะ ศีล ๑ จะเกิดขึ้น คือศีลอัตโนมัติจะเกิดขึ้นเลย เพราะถ้าคนทำผิดศีลได้ เพราะกิเลสมันครอบงำจิต แต่ถ้ากิเลสเกิดขึ้นที่จิต เรามีสติรู้ทัน กิเลสครอบงำจิตไม่ได้ เราจะทำผิดศีลไม่ได้โดยอัตโนมัติเลย การรักษาศีลจะเป็นเรื่องง่าย ไม่ใช่ศีล ๕ อีกต่อไปแล้ว จะรักษาจิตอันเดียวนั่นเอง ไม่ให้กิเลสย้อมได้นะ ไม่ผิดศีลหรอกกี่สิบข้อ มันก็ไม่ผิดหรอก

ถัดไปก็มาเรียนเรื่องจิตของตนเองนะ ถ้าจิตอยู่ในอารมณ์อันเดียวที่มีความสุข จะได้ความสงบ ถ้าจิตรู้ทันจิตที่ไหลไป จะได้จิตที่ตั้งมั่น นี่ ฝึกมาจนกระทั่งเราถึงเวลาเค้าให้มีจิตตั้งมั่น วันไหนไม่มีเรี่ยวมีแรง ก็ฝึกให้จิตสงบ แต่ทางที่ดีทุกวันก็แบ่งเวลาชาร์ตแบ็ตนิดนึง หรือทำจิตให้สงบบ้าง แล้วก็มาฝึกให้จิตตั้งมั่น พอจิตตั้งมั่นแล้วเจริญปัญญา

วิธีเจริญปัญญาก็คือ อาศัยสตินี่แหล่ะ รู้รูป รู้นาม รู้กาย รู้ใจ รู้สภาวะแต่ละตัวๆนั่นแหล่ะ รู้ด้วยจิตที่ตั้งมั่น รู้ด้วยจิตที่เป็นกลาง ทีแรกจิตตั้งมั่นขึ้นมาแล้วนะ เราไปเห็นสภาวะเช่น เห็นความโลภเกิดขึ้น จิตยังไม่เป็นกลาง ตั้งมั่นนะ เห็นความโลภอยู่ห่างๆ จิตอยู่ส่วนจิต แต่จิตยังเกลียดความโลภ จิตไม่เป็นกลาง ให้รู้ทันจิตที่ไม่เป็นกลาง จิตจะเป็นกลางขึ้นมา พอความดีเกิดขึ้น เห็นความดีอยู่ห่างๆ จิตอยู่ต่างหาก จิตกับความดีแยกออกจากกัน

แล้วจิตมันเกิดยินดีในความดี ให้รู้ทันความยินดีที่เกิดขึ้น ความยินดีจะดับ จิตจะเป็นกลาง เวลาสุขเกิดขึ้นนะ ให้รู้ทัน เห็นสุขอยู่ห่างๆ สุขกับจิตนั้นเป็นคนละอันกัน พอมีความสุขเกิดขึ้น จิตมันยินดีขึ้นมาให้รู้ทัน พอมีความทุกข์เกิดขึ้น จิตยินร้ายขึ้นมาให้รู้ทัน การที่เรารู้ทันสภาวะ นี่เป็นจุดที่หนึ่ง อันที่สองเมื่อรู้ทันสภาวะแล้ว รู้ทันจิต ถ้าจิตมีความยินดีให้รู้ทัน จิตมีความยินร้ายให้รู้ทัน ถ้ารู้ทันแล้วจิตจะเข้าสู่ความเป็นกลาง

มันจะเข้ามาสู่ประโยคที่หลวงพ่อบอก ให้มีสติรู้กายรู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง ถ้าจิตไม่ตั้งมั่นจะไม่เห็นความจริงของกายของใจ คือไม่เห็นไตรลักษณ์ เพราะงั้นถ้าพูดสั้นที่สุดเลยก็คือ ให้มีสติรู้กายรู้ใจตามความเป็นจริง แค่นี้แหล่ะคือคำว่าวิปัสสนา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดรา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๒ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๔
File: 550212A
ระหว่างนาทีที่ ๒๒ วินาทีที่  ๑๒ ถึง นาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๐๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ปล่อยวางได้เพราะรู้ความเป็นจริงของกายของใจอย่างแจ่มแจ้ง

mp3 (for download): ปล่อยวางได้เพราะรู้ความเป็นจริงของกายของใจอย่างแจ่มแจ้ง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ปล่อยวางได้เพราะรู้ความเป็นจริงของกายของใจอย่างแจ่มแจ้ง

ปล่อยวางได้เพราะรู้ความเป็นจริงของกายของใจอย่างแจ่มแจ้ง

หลวงพ่อปราโมทย์: แต่เดิมเราไม่รู้ เราไปจับไว้ สมมตินี่เป็นสภาวธรรมอันหนึ่ง เรารู้สึกว่าดีวิเศษ นี่คือตัวเรา เรายึดไว้เหนียวแน่น ยังไงก็ไม่ปล่อย ปล่อยไม่ได้ เสียดาย กลัวว่าตัวเราหายไป วันหนึ่งปัญญามันแจ้ง นี่ตัวทุกข์นะ สมมติแทนที่จะเป็นทองคำสักก้อนหนึ่ง กลายเป็นกิ้งกือ พอเห็นว่าเป็นกิ้งกือเนี่ย มันคลายออกเองนะ มันคลายแล้วมันจะหลุดนะ เห็นมั้ย คลายแล้วมันจะหลุด ถ้าถือไว้ไม่หลุดนะ ถ้าคลายแล้วหลุดนะ ถ้าคลายแล้วหลุด ไม่ต้องทำอะไร มันหลุดไปเอง

เพราะฉะนั้น ให้รู้กายรู้ใจไปนะ วันหนึ่งมันหลุดไปเอง รู้ตามความเป็นจริงก็เบื่อหน่าย เพราะเบื่อหน่ายก็คลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัดก็หลุดพ้น เพราะหลุดพ้นก็รู้ว่าหลุดพ้นแล้ว รู้ความเป็นจริงของมัน หลุดไปแล้ว

หลุดแล้วมีอะไรเกิดขึ้น หลุดแล้วก็พ้นทุกข์สิ เราจะพบภาวะซึ่งไม่ต้องแบกต้องหามอะไร ขันธ์ ๕ เป็นภาระ ขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ ขันธ์ ๕ เป็นของหนัก พระอริยเจ้า คือพระอรหันต์ วางของหนักลงไปแล้ว แล้วก็ไม่ไปหยิบฉวยขึ้นมาอีก พระอริยเจ้าชั้นอื่นๆนะ วางของหนักชั่วคราวแล้วจะหยิบมาอีก ยกตัวอย่างดูไปเรื่อย.. เห็นจิตมันเป็นตัวทุกข์นะ วางปุ๊บไป วางปุ๊บไปเดี๋ยวก็ไปคว้ามาอีกแล้ว ยังรู้ไม่แจ่มแจ้ง เรียกว่าเห็นจิตไม่แจ่มแจ้ง ถ้าเห็นจิตแจ่มแจ้ง จิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้ง แจ่มแจ้งว่าเป็นตัวทุกข์ล้วนๆ จิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้ง มันจะสลัดคืนจิตให้โลกไปเลย ไม่ยึดถืออะไรอีก ยึดถือจิตอันเดียวก็จะไปยึดถือทุกอย่าง มันยังงอกออกไปจากจิตนี้เอง ปล่อยวางจิตก็จะปล่อยวางทุกอย่าง เพราะจิตเป็นตัวต้นตอของสิ่งอื่นๆเลย เพราะฉะนั้นให้รู้ลงมานะ ค่อยๆฝึก ค่อยๆรู้ไป

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๔
ลำดับที่  ๔
File: 510223
ระหว่างนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๔๓ ถึง นาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๔๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อย่าไปแทรกแซงสภาวะ

mp3 (for download): อย่าไปแทรกแซงสภาวะ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: บางทีไปภาวนาแล้วก็ไปแทรกแซง เห็นสภาวะใด ๆ เกิดขึ้นแล้วก็อยากแก้ไขตลอด เพราะจิตมันเจือด้วยโทสะ

งั้นเราภาวนาแทบเป็นแทบตายนะทำไปเพื่อสนองกิเลสทั้งสิ้นเลย ที่อาจารย์มหาบัวท่านใช้คำว่าภาวนาแล้วกิเลสหนังไม่ถลอกเลย เพราะว่าภาวนาสนองกิเลสอยู่

อยากดี รักดี เกลียดชั่ว รักสุข เกลียดทุกข์ รักความสงบ เกลียดความฟุ้งซ่าน

ตราบใดที่ยังรักอันนึงเกลียดอันนึงอยู่นี่ จิตไม่เลิกปรุงแต่ง ให้เรารู้สภาวะทั้งหลายตามที่เค้าเป็นจริง ๆ

งั้นอย่าไปแทรกแซงสภาวะ พระพุทธเจ้าบอกให้รู้ตามความเป็นจริง เพราะรู้ตามความเป็นจริงจึงเบื่อหน่าย เพราะเบื่อหน่ายจึงคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัดจึงหลุดพ้น เพราะหลุดพ้นจึงรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว

ให้รู้ตามความเป็นจริงไม่ใช่ให้แทรกแซง

สวนสันติธรรม 27
511101

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่