Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

มนุษย์แสวงหาความพ้นทุกข์มาตลอด

mp3 for download : มนุษย์แสวงหาความพ้นทุกข์มาตลอด

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย
retouched by Dhammada.net

หลวงพ่อปราโมทย์ :ในอดีต พวกนักปราชญ์ทั้งหลาย เขาก็อยากพ้นทุกข์นะ แสวงหาทางพ้นทุกข์กันตลอดเวลาที่ผ่านมา แต่ว่าสติปัญญาที่จะไปสู่ความพ้นทุกข์นั้นไม่เท่ากัน บางพวกบางคนหาทางพ้นทุกข์ อันนี้คนทั่วไปไม่ใช่นักปราชญ์ ด้วยการสนองกิเลส เวลาที่เรามีความอยากเกิดขึ้นนะ ก็หาทางสนองความอยากไปเรื่อยๆ ถ้าตอบสนองความอยากได้นะ ก็สบายใจ แต่ความอยากมันเพิ่มตลอดเวลา ได้แค่นี้ไม่พอ ก็ต้องเพิ่มไปอีก เพราะฉะนั้นตอบสนองเท่าไหร่ก็ไม่เต็มไม่อิ่มหรอก เพราะฉะนั้นวิธีตามใจกิเลสนั้นไม่ช่วยให้พ้นทุกข์ได้จริง

บางพวกก็คิดว่าไปนั่งสมาธิให้สงบ สงบแล้วบางพวกก็เข้าไปในฌาน หรือคิดว่านี่เป็นวิธีที่จะรวมตัวเองเข้ากับพระเจ้า หรือคิดว่าถ้าทำได้ก็จะมีความสุข ก็มีความสุขอยู่ชั่วกำลังของฌาน พอฌานเสื่อมก็กลับมามีความทุกข์เหมือนเดิม บางพวกก็ใช้วิธีฝืนตัวเอง ทรมาณตัวเอง อยากกินก็ไม่กิน อยากนอนก็ไม่นอน อะไรนะ กินข้าวนะ อันนี้อร่อยก็ไม่กินนะ ฝืนทุกสิ่งทุกอย่าง อยากนอนสบายก็นอนบนหนามบนตาปูไปเลย หวังว่าจะฝึกจิตใจจนมันไม่มีความทุกข์ อันนั้นมันมีความทุกข์ทางร่างกายเกิดขึ้น แล้วฝึกจนกระทั่งเคยชิน มันด้านกับความทุกข์ แต่กิเลสยังอยู่ ความทุกข์ทางใจไม่ได้หายไป แต่ถ้ามองไม่เป็นก็คิดว่ามันมีความสุขขึ้นมาแล้ว

พระพุทธเจ้าของเรานะ บารมีท่านเต็ม ศีลสมาธิท่านก็ทำมาจนสมบูรณ์ ยกตัวอย่างท่านออกจากวังไปบวช บวชด้วยตัวท่านเอง แล้วไปหัดนั่งสมาธิกับฤๅษี ท่านนั่งไม่กี่วันก็จบหลักสูตรของฤๅษี เพราะว่าบารมีของท่านเต็ม ท่านเคยทำฌานมาจนได้อภิญญา อภิญญา ๕ ขาดอันเดียวเท่านั้นเอง คือการล้างกิเลส อภิญญาอันที่ ๖ คือการทำลายกิเลสลงไป อภิญญาได้ ๕ ตัว ได้วิชา ๒ ตัว ไม่ได้วิชา ๓ วิชาที่ ๓ ก็ล้างกิเลสไป แล้วท่านก็พบว่า การที่ท่านไปทำสมาธิให้นิ่ง สงบ สบาย พอออกจากสมาธิ กิเลสก็กลับมาอีก ความทุกข์มันก็กลับมาอีก มันไม่ใช่ทาง ท่านไปทรมาณร่างกาย ก็พบว่ามันไม่ใช่ทางอีก ในที่สุดท่านก็มาพบทางสายกลาง

ทางสายกลางเนี่ย ไม่ใช่ท่านพบในวันเดียว (หมายความว่า ท่านเคยเดินทางสายกลางนี้มาก่อนแล้ว ก่อนมาเกิดในชาตินี้ – ผู้ถอด) หลักฐานที่สำคัญก็คือ ตอนที่ท่านอายุ ๓ ขวบเนี่ย ท่านนั่งสมาธิอยู่ที่ใต้ต้นหว้า นั่งเอง ไม่มีอาจารย์สอน แล้วตอนนั้นเป็นเด็ก ไม่มีมารยา ลุกขึ้นนั่งสมาธิก็นั่งไปด้วยความเคยชินของจิตที่ได้รับการฝึกฝนอบรมมาดีแล้ว


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๘ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๖
File: 560208
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๙
ระหว่างนาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๔๒ ถึงนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๒๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ทางพ้นทุกข์

ทางพ้นทุกข์
.
โลกปัจจุบันมีแต่ส่วนที่เกินจำเ​ป็น เกินพอดี
เพราะคนเรามัวแต่ทำทุกอย่างเพื่​อตอบสนองกิเลสตัณหา
จนไม่คิดหาทางจะอยู่กับโลกด้วยจิตที่ไม่ถูกกิเลสตัณหาพาไป
ครั้นเมื่อคิดจะอยู่กับโลกด้วยจิตที่ไม่ถูกกิเลสตัณหาพาไป
ก็กลับถูกกิเลสตัณหาซ้อนกลเข้าใ​ห้อีก
จึงมีแต่ความอยากได้มรรคผลนิพพา​น
.
คนที่ยังเรียนรู้ไม่มากพอ ก็จะไม่รู้ว่า
ความอยากนั้นแหละคือเหตุให้เกิด​ทุกข์
คนที่เรียนรู้มาบ้าง ก็มักลืมไปว่า
ความอยากนั้นแหละคือเหตุให้เกิด​ทุกข์
แล้วก็ทำอะไรตั้งมากมายไปตามควา​มอยากที่พาให้ทำ
ในเมื่อพากันปฏิบัติด้วยความอยา​ก ผลที่ได้จึงเป็น “ทุกข์”
ทุกข์เพราะหลงไปทำเหตุให้เกิดทุ​กข์
ทั้งที่พระพุทธเจ้าตรัสบอกไว้แล้วว่า
ความอยากเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ เป็นสมุทัย
กิจที่ต้องทำต่อสมุทัยคือ ให้ละ ไม่ใช่ให้ทำตาม
และการจะละเหตุ ละสมุทัยได้นั้น
ต้องทำกิจอริยสัจอีกสามประการ รวมได้สี่ประการคือ
รู้ทุกข์ ละสมุทัย แจ้งนิโรธ เจริญมรรค
ไม่ใช่แค่อยากละอยากจะล้างสมุทั​ยโดยไม่ทำกิจอริยสัจอื่นเลย
.
ดังนั้นครูบาอาจารย์ที่ท่านแจ้ง​หนทางพ้นทุกข์แล้ว
ท่านจึงพร่ำสอนให้ รู้ทุกข์ ละสมุทัย แจ้งนิโรธ เจริญมรรค
ย่อลงมาก็คือสอนให้ มีศีล มีสมาธิ (มีจิตตั้งมั่น) และเจริญปัญญา
จะเหลือก็แต่ สติปัญญาของเราเองนั่นแหละว่า
จะเข้าใจคำสอนได้ถูกตรงหรือไม่
รู้จักเลือกเฟ้นธรรมที่ถูกตรงได้หรือไม่
รู้จักเลือกคบหากัลยาณมิตรได้ถู​กคนหรือไม่
รู้จักเลือกที่ที่จะไปเรียนรู้ธ​รรมะได้ถูกที่หรือไม่
เพราะถ้าหลงไปคบคนที่ไม่ควรคบ หลงไปในที่ที่ไม่ควรไป
ก็จะได้อะไรที่หน้าตาคล้ายธรรมะ​มากเลย
แต่กลับไม่ใช่ธรรมะเพื่อความพ้น​ทุกข์เลยสักนิดเดียว

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

นาทีทองของพวกเราแล้วที่ได้เจอพระพุทธเจ้า

mp3 for download : นาทีทองของพวกเราที่ได้เจอพระพุทธเจ้า

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

นาทีทองของพวกเราแล้วที่ได้เจอพระพุทธเจ้า

นาทีทองของพวกเราแล้วที่ได้เจอพระพุทธเจ้า

หลวงพ่อปราโมทย์ : คนในโลกนี้แสวงหาความพ้นทุกข์กันทุกคนแหละ กระทั่งหมา กระทั่งแมว กระทั่งสัตว์ทั้งหลาย ก็แสวงหาความพ้นทุกข์ตามสติปัญญาของมัน อย่างสัตว์ทั้งหลายมันก็ต้องหาอยู่หากิน บางตัวก็เก็บสะสมอาหารไว้ อะไรอย่างนี้ หาทางพ้นทุกข์ไปตามสภาพของมัน

พวกเราชาวพุทธ มีโอกาสดีได้เจอคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็ถือว่าได้เจอพระพุทธเจ้านั่นแหละ พวกเราตอนนี้เราได้เจอพระพุทธเจ้านะ ไม่ใช่เราไม่เจอ เพราะตราบใดที่พระธรรมยังอยู่ก็คือพระพุทธเจ้ายังอยู่ พระศาสดาของเราก็ยังอยู่ ไม่ใช่ศาสดาของเราตายแล้วศาสดาของเราไม่มี ไม่ใช่ ชาวพุทธยังมีศาสดาอยู่ ยังมีพระพุทธเจ้าอยู่คือธรรมะนี้เอง

พวกเราได้พบธรรมะแล้วก็เท่ากับเราได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้ฟังธรรมซึ่งท่านเคยพูดเคยผ่านปากของท่านออกมา ธรรมะก็ของเก่านั่นเอง เราฟังแล้วเราก็น้อมลงมาศึกษาปฏิบัติ ดูลงมาที่กาย ดูลงมาที่ใจ ดูจนเห็นความจริง มันแค่เศษธุลีเท่านั้นไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างที่คิดเลย

ไม่มีคน ไม่มีสัตว์ ไม่มีเรา ไม่มีเขา ความทุกข์มีอยู่ อย่างความทุกข์ในร่างกาย อะไรต่างๆนี้มีอยู่ แต่ไม่มีคนที่เป็นทุกข์ มีความทุกข์แต่ไม่มีผู้เป็นทุกข์ จิตใจมีแต่ความสุขล้วนๆเลยคราวนี้ ค่อยฝึกเอานะ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า

CD: ๒๔
File: 510315
ระหว่างนาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๓๑ ถึงนาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๐๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พัฒนาตัวเองขึ้นมาแล้วในบ้านจะร่มเย็นเป็นสุข

mp3 (for download): พัฒนาตัวเองขึ้นมาแล้วในบ้านจะร่มเย็นเป็นสุข

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

พัฒนาตัวเองขึ้นมาแล้วในบ้านจะร่มเย็นเป็นสุข

พัฒนาตัวเองขึ้นมาแล้วในบ้านจะร่มเย็นเป็นสุข

หลวงพ่อปราโมทย์ : ธรรมะต้องได้รับการรักษาสืบทอดไปนะ หน้าที่ของชาวพุทธ ศาสนาของเราร่อแร่เต็มทีแล้ว เรามีแต่พุทธแต่ชื่อนะ พุทธแต่ทะเบียนบ้าน ไม่มีศีลมีธรรม บ้านเมืองไม่มีศีลมีธรรม ร้อนทุกหย่อมหญ้าแล้ว

เราไปเปลี่ยนสังคมใหญ่ยังไม่ได้ เราเปลี่ยนตัวเราเองก่อนนะ เปลี่ยนสังคมย่อยๆในบ้านเรา พัฒนาตัวเองขึ้นมาแล้วในบ้านเราร่มเย็นเป็นสุข ต่อไปในที่ทำงานเราร่มเย็นเป็นสุข แผ่ความร่มเย็นแผ่ความสว่างค่อยๆกระจายออกไป เรามันคนตัวเล็กตัวน้อยนะ ไม่ได้มีอิทธิพลอำนาจอะไรทำได้ใหญ่โตนะ พัฒนาตัวเองพัฒนาคนรอบๆตัวเรา อยู่ไปท่ามกลางความเร่าร้อนนี้แหละ อยู่กับมันให้ได้ อยู่ด้วยสติด้วยปัญญา โลกนี้ทุกข์นะ ไม่ดีวิเศษหรอก ทางพ้นทุกข์ก็มีอยู่แล้ว อยู่ที่ทำเอา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
แสดงธรรมเมื่อ วันพุธที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔

CD: แสดงธรรมเทศนานอกสถานที่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
File: 540810A
ระหว่างนาทีที่ ๘๔ วินาทีที่ ๑๔ ถึง นาทีที่ ๘๕ วินาทีที่ ๑๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

หัวใจในการภาวนาในทางสายเอกนี้คือคำว่ารู้นั้นเอง

mp3 (for download) : หัวใจในการภาวนาในทางสายเอกนี้คือคำว่า “รู้” นั้นเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : พวกเราสังเกตไหมในสติปัฏฐานนี่ ในมหาสติปัฏฐาน พระพุทธเจ้าบอกว่าเป็นทางเอกทางสายเดียวนะเพื่อการพ้นทุกข์ ลองดู verb ดูกิริยาในสติปัฏฐานมีกิริยาอยู่คำเดียวเอง คำว่า ‘รู้’ มีอยู่คำเดียวนะ กิริยาจริงๆ เลย คือคำว่า ‘รู้’ นั่นเอง ที่เป็นหลักจริงๆ

ท่านบอกหายใจออกก็รู้ หายใจเข้าก็รู้ ท่านไม่ได้บอกว่าหายใจออกให้กำหนดไว้เจ็ดฐาน หกฐาน ห้าฐาน สิบฐาน ไม่มีนะ ท่านบอกหายใจออกก็รู้ หายใจเข้าก็รู้ ยืนอยู่ก็รู้ เดินอยู่ก็รู้ บางทีใช้คำว่ารู้ชัดก็มี เดินอยู่ก็รู้ชัด นั่งอยู่ก็รู้ชัด คำว่ารู้คืออะไร รู้ที่ท่านพูดมีความหมายนะ มีความสุขก็รู้ มีความทุกข์ก็รู้ นะสอน จิตใจเป็นกุศลก็รู้ จิตใจมีความโลภก็รู้ มีความโกรธก็รู้ มีความหลงก็รู้ ฟุ้งซ่านก็รู้ หดหู่ก็รู้ สังเกตให้ดีนะ มีแต่คำว่า ‘รู้’ เต็มไปหมดเลยในสติปัฏฐาน จิตมีนิวรณ์ มีกามฉันทนิวรณ์ก็รู้ รู้ชัด มีพยาบาทนิวรณ์ก็รู้ เห็นไหม จิตมีอะไรต่ออะไรขึ้นมา ‘รู้’ ท่านสอน

เพราะฉะนั้น กิริยาที่เป็นหัวใจของการภาวนาในทางสายเอกทางสายเดียวคือคำว่า ‘รู้’ นี่เอง คำว่า ‘รู้’ มีสองนัยนะ อันแรก มีสติรู้สภาวธรรมที่กำลังปรากฏ คือรูปธรรมและนามธรรมที่กำลังปรากฏ อันที่สอง มีปัญญารู้ความจริงของสภาวะรูปและนามอันนั้น ความจริงของสภาวะรูปและนามก็คือ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวเรา เพราะฉะนั้น คำว่า ‘รู้’ นี่ครอบคลุมนัยสองประการนี้ อันแรกรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น อันที่สองรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ตัวเรา ถ้ารู้อย่างนี้แหละถึงเป็นทางสายเอกทางสายเดียวเพื่อความพ้นทุกข์

CD สวนสันติธรรม 19

500310A

26.14 – 28.16

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่