Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ข้ามทะเลทั้งสี่ แล้วจะถึงจิตหนึ่ง (๑) ทะเลทิฎฐิ

mp 3 (for download) : ข้ามทะเลทั้งสี่ แล้วจะถึงจิตหนึ่ง (๑) ทะเลทิฎฐิ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: วันก่อนโน้น หลวงพ่อ ไม่ค่อยได้ฟังธรรมะที่สะใจมานานแล้ว ธรรมะที่สะใจครั้งสุดท้ายที่ได้ยินนะ คือ หลวงพ่อคำเขียน ไปหาท่าน ไปเยี่ยม ท่านไม่สบาย เมื่อเดือนพฤศจิกาฯ

ท่านบอกว่า โอ๊ย.. ผมไม่มีอะไรแล้ว ผมอยู่กับความไม่มีไม่เป็นอะไรหรอก อู๊ยสะใจ สะใจจริงๆ จริงๆเราอยู่กับความไม่มีไม่เป็น แต่ความสำคัญมั่นหมายของเราเพราะความเห็นผิดนั่นนะ ไปสำคัญว่ามันมีมันเป็นขึ้นมา มันมีเรามีเขาขึ้นมา

กว่าเราจะข้ามทิฎฐิ ที่ว่ามันมีเรามีเขาขึ้นมาได้นี้นะ ข้ามยาก อันนี้เป็นทะเลหรือเป็นมหาสมุทรอันแรกนะ ของผู้ปฎิบัติ เรียกว่าโอฆะ โอฆะแปลว่าห้วงน้ำห้วงมหาสมุทรอะไรอย่างนี้ มหาสมุทรในโลกมันมีกี่อัน จำไม่ได้แล้ว เคยเรียน แต่มหาสมุทรในการปฏิบัตินี้มันมี ๔ อันนะ ต้องข้ามให้ได้ให้หมดเลย มีทะเลอยู่ ๔ ทะเล ถ้าข้ามได้หมดก็จะเอาตัวรอดได้

มหาสมุทรอันแรกเลย คือ ทิฎฐิ ทะเลคือทิฎฐิ คือความเห็นผิดของเรานี้แหละ เราไปเห็นผิดในของที่ไม่มีตัวมีตน ว่ามีตัวมีตนขึ้นมา เวลาเรามองโลกแล้วสะดุดปั๊บขึ้นมาเลย เกิดเราเกิดเขา เกิดสัตว์เกิดคน เกิดต้นไม้ เกิดสิ่งโน้น เกิดสิ่งนี้ โลกนี้ลุ่มๆดอนๆ

ในทางมหายานนะเคยมีสูตรอยู่สูตรหนึ่ง พระสารีบุตร ไปบอกพระพุทธเจ้าบอกว่า พระองค์ สร้างบารมีไม่ค่อยดีเท่าไร พุทธเกษตรของ.. หรือโลกของพระองค์ดูลุ่มๆดอนๆ พวกพระโพธิสัตว์ก็เถียง บอกว่าไม่จริงหรอก พุทธเกษตรของพระพุทธเจ้าเนี่ยเรียบเลย ราบเรียบไปหมดเลย ไม่มีความเป็นลุ่มเป็นดอน ไม่มีอะไรสะดุดขึ้นมาเป็นตัวเป็นตนได้เลย มันว่างเปล่า แต่ไม่ใช่ว่างแบบไม่มีอะไร

จริงๆนี่ก็แต่งเกินไป พระสารีบุตรไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอก สาวกรุ่นหลังๆ ภาวนาไปยังเห็นโลกว่างได้เลย ทำไมพระสารีบุตรท่านจะไม่เห็น

มิจฉาทิฎฐิ เป็นสิ่งแรกที่พวกเราต้องภาวนา แล้วก็ข้ามมันให้ได้ คือเราสำคัญมั่นหมายว่ากายนี้ใจนี้คือตัวเรา เราไปแบ่งแยกสมบัติของโลกส่วนหนึ่งออกมาเป็นตัวเราขึ้นมา ส่วนที่เหลือมันก็เป็นคนอื่น เป็นสิ่งอื่นๆ เป็นสิ่งที่แวดล้อมอยู่ ไปแบ่งตัวเองออกมา สำคัญมั่นหมายว่ามี ว่าเป็น เป็นโน่นเป็นนี่ด้วยนะ เป็นใหญ่เป็นโต เป็นคนดีเป็นคนเลว เป็นพวกทุศีลเป็นพวกมีศีล แบ่งตัวเองออกไปจากธรรมชาติ ซึ่งไม่มีอะไรอยู่แล้ว เสมอภาคกันทั้งหมด

พอมีตัวเราขึ้นมาก็มีมิจฉาทิฎฐิต่อไปอีก ถ้าตัวเราตายไป เราไปเกิดอีก ตัวเราเที่ยง จิตเรานี้เที่ยง ร่างกายแตกสลายไป จิตนี้ยังไปเกิดได้อีก นี่ก็มิจฉาทิฎฐิแขนงหนึ่ง เรียกว่า สัสตทิฎฐิ อีกพวกหนึ่งเห็นว่าตัวเรามีอยู่ แล้วตายไปก็หายไปเลย นี่ก็เป็นมิจฉาทิฎฐิอีก เรียกว่า อุจเฉทิกทิฎฐิ รากเหง้าของมันก็เริ่มมาจากความมีตัวเรานี่แหละ มีตัวเราแล้วก็มีตัวเราอย่างเที่ยงแท้ถาวร หรือมีตัวเราชั่วครั้งชั่วคราวแล้วก็หายสาบสูญไป

ทะเลทิฎฐินี้จะข้ามได้ต้องเป็นพระโสดาบัน เพราะฉะนั้น ๔ ทะเลนี้ พวกเรายังข้ามไม่ได้สักทะเลหนึ่งเลยนะ ข้ามได้แค่ริมทะเลอะไรอย่างนี้ เที่ยวๆไปอย่างนี้ จะ ข้ามทิฎฐิตัวนี้ได้ต้องมีสติ มีปัญญา มีสัมมาสมาธิ มีสติรู้ลงมาในกายในใจนี่ มีใจที่ตั้งมั่นเป็นสัมมาสมาธิ สักว่ารู้ สักว่าดู เวลาดูกายจะรู้สึกเหมือนว่ากายอยู่ส่วนหนึ่ง จิตอยู่ส่วนหนึ่ง เวลาดูเวทนาคือความรู้สึกสุขรู้สึกทุกข์ มันจะรู้สึกว่าเวทนาอยู่ส่วนหนึ่งจิตก็อยู่ส่วนหนึ่ง มีช่องว่างนะ ไม่ ไม่เป็นอันเดียวกัน มีช่องว่างมาคั่น

เวลาดูจิตที่เป็นกุศล อกุศล จะเห็นเลย อกุศลหรือกุศลทั้งหลายนะ กับจิตเนี่ยคนละอันกัน มีช่องว่างมาคั่น พวกเราดูออกแล้วใช่มั้ย เนี่ยเราดูไปเรื่อยนะ ใจเราตั้งมั่นจะสักว่ารู้สักว่าดูได้ เสร็จแล้วปัญญามันถึงจะเกิด มันจะเห็นเลย ทุกสิ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างที่จิตไปรู้เข้าล้วนแต่มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับไป บังคับไม่ได้สักอันเดียว ดูมาจนกระทั่งถึงจิตที่ เป็นผู้รู้ผู้ดูนี่เอง ก็เห็นมันเกิดดับ เดี๋ยวก็เป็นผู้รู้ เดี๋ยวก็เป็นผู้หลง เป็นผู้รู้บ้าง เป็นผู้หลงบ้าง ดูไปดูมาในขันธ์ ๕ นี้ ไม่มีตัวตนที่แท้จริง ไม่มีตัวเราที่แท้จริง ให้มีสติรู้ลงมาในกายในใจนี้นะ ถึงจะละมิจฉาทิฏฐิได้ ข้ามทะเลตัวแรกได้


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๘ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๐ หลังฉันเช้า


สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๙
File: 500408B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๙ ถึง นาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๒๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

คนเราทะเลาะกันเพราะตัณหาและทิฏฐิ

mp 3 (for download) : คนเราทะเลาะกันเพราะตัณหาและทิฏฐิ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยม : ที่หลวงพ่อบอกว่า (ชื่อโยม)เป็นคนที่มีโทสะจริตมาก คือจริงๆ(ชื่อโยม)รู้ว่าตัวเองเป็นคนที่มีอนุสัยโทสะหนักคือเยอะมาก แล้วก็แต่ก่อนจะเห็นโทสะ มันจะเห็นตัวอัตตาค่ะ ความยึดถือในความคิดของตัวเองที่เป็นใหญ่มากๆค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์  :คือ มันยึดในความคิดความเห็นนะ แล้วมันไม่ได้อย่างใจ มันก็มีโทสะ ในโลกนี้คนทะเลาะกันด้วย ๒ เหตุผลนะ อันนึงความเห็นขัดกันก็เกิดโทสะ อันนึงผลประโยชน์ขัดกันก็เกิดโทสะ พระพุทธเจ้าจะสอนว่า ฆราวาสกับฆราวาสทะเลาะกันเนี่ยนะ เพราะตัณหาและทิฏฐิ อยากได้แล้วไม่ได้ก็โกรธ มีความเห็นอย่างนี้แล้วเค้าไม่เห็นด้วยก็โกรธ ถ้าพระกับพระจะทะเลาะกัน(ก็)ด้วยทิฏฐิ ความเห็นไม่ตรงกันแล้วทะเลาะกัน

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๕
Track: ๗
File: 550429B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๓๘ ถึง นาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๒๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

คนเราทะเลาะกันเพราะตัณหาและทิฏฐิ

mp 3 (for download) : คนเราทะเลาะกันเพราะตัณหาและทิฏฐิ

โยม : ที่หลวงพ่อบอกว่า (ชื่อโยม)เป็นคนที่มีโทสะจริตมาก คือจริงๆ(ชื่อโยม)รู้ว่าตัวเองเป็นคนที่มีอนุสัยโทสะหนักคือเยอะมาก แล้วก็แต่ก่อนจะเห็นโทสะ มันจะเห็นตัวอัตตาค่ะ ความยึดถือในความคิดของตัวเองที่เป็นใหญ่มากๆค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์ :คือ มันยึดในความคิดความเห็นนะ แล้วมันไม่ได้อย่างใจ มันก็มีโทสะ ในโลกนี้คนทะเลาะกันด้วย ๒ เหตุผลนะ อันนึงความเห็นขัดกันก็เกิดโทสะ อันนึงผลประโยชน์ขัดกันก็เกิดโทสะ พระพุทธเจ้าจะสอนว่า ฆราวาสกับฆราวาสทะเลาะกันเนี่ยนะ เพราะตัณหาและทิฏฐิ อยากได้แล้วไม่ได้ก็โกรธ มีความเห็นอย่างนี้แล้วเค้าไม่เห็นด้วยก็โกรธ ถ้าพระกับพระจะทะเลาะกัน(ก็)ด้วยทิฏฐิ ความเห็นไม่ตรงกันแล้วทะเลาะกัน

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๕
Track: ๗
File: 550429B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๓๘ ถึง นาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๒๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : อัตตา กับ ทิฏฐิ

อัตตา กับ ทิฏฐิ

ถ้าจะพูดถึง อัตตา กับ ทิฏฐิ ละก็ ผมเห็นว่า เราไม่ควรแยกสองคำนี้ออกเป็นคนละเรื่อง เพราะพอแยกเป็นคนละเรื่องก็จะเกิดความสับสนและเข้าใจต่างกันไปได้ เพราะอัตตาที่พูดๆ กันอยู่นั้น ที่จริงก็คือ อัตตานุทิฏฐิ (ความเห็นว่าเป็นตัวตน) ดังนั้นถ้าจะพูดว่า ทำลายอัตตา ก็ควรพูดว่า ทำลายอัตตานุทิฏฐิ จะดีกว่า หรือถ้าจะพูดว่า ลดอัตตา ก็ควรพูดว่า ลดอัตตานุทิฏฐิ จะดีกว่า

และหากไปอ่านในพระสูตรที่เกี่ยวกับทิฏฐิต่างๆ เช่น อเหตุกทิฏฐิ ฯลฯ ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 17 ก็พอจะจับความได้ว่า ความเห็นหรือทิฏฐิต่างๆ (ที่ไม่ใช่สัมมาทิฏฐิ) นั้น มีเหตุมาจาก ความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ (อุปาทานขันธ์) ทั้งนั้น ดังนั้นที่พูดว่า ทิฏฐิมาจากอัตตา ผมเห็นว่าไม่น่าจะถูก ที่ถูกจึงน่าจะพูดว่า ทิฏฐิ มาจากความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ และถ้าจะไปไล่เรียงตามปฏิจจสมุปบาท ก็จะได้ต่อไปว่า อุปาทานขันธ์ก็เกิดมาจากอวิชชานั่นเอง

อัตตานุทิฏฐิสูตร http://dharma.school.net.th/cgi-bin/tread.pl?start_book=17&start_byte=311315

ต้องมาค้นในพระไตรปิฎก ทำให้เพิ่งรู้ว่า ทิฏฐิเกิดเพราะอุปาทานขันธ์ (วันนี้ได้ความรู้ใหม่) และเข้าใจว่า อัตตา ที่พูดๆ กัน ที่จริงก็คือ อัตตานุทิฏฐิ เพราะอัตตาที่แท้จริงที่เป็นตัวตนจริงๆ นั้น ไม่มี มีแต่ความเห็นว่าเป็นตัวตน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ปปัญจธรรม ธรรมะที่ทำให้เนิ่นช้า

mp 3 (for download) : ปปัจธรรม ธรรมะที่ทำให้เนิ่นช้า

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ปปัญจธรรม ธรรมะที่ทำให้เนิ่นช้า

ปปัญจธรรม ธรรมะที่ทำให้เนิ่นช้า

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทิฏฐิมานะมากทำให้เนิ่นช้า ธรรมะที่ทำให้เนิ่นช้าท่านเรียกว่า ปปัญจธรรม

ปป้ญจธรรมมี ๓ อย่าง อันที่หนึ่งตัณหา อันที่สองมานะ อันที่สามทิฎฐิ พวกเราพวกคนเมือง ปัญญาชน คนฉลาด คนเก่ง เจ้าทิฎฐิมานะนะ วางตัวนี้ให้ได้แล้วจะเร็ว เพราะเราไม่ได้มีแต่ความเชื่อมั่น เชื่อตัวเอง เพ่งเอาๆ แล้วก็คิดว่าต้องเพ่งไว้ก่อนแล้วจะดีทีหลัง

ก่อนหลวงพ่อบวชน่ะ เคยดูทีวี รายการทไวไลท์โชว์ ยังมีมั้ย หรือเลิกไปแล้ว ทำไมมันทนนักล่ะรายการนี้ มันทนเหลือเกิน ตอนนั้นเขานิมนต์อาจารย์พระมหาบัวมา คุณไตรภพเขาถามท่านบอกว่า เนี่ยถ้าผมทำสมาธิไปเรื่อยๆ มันจะเกิดปัญญามั้ย ท่านอุทาน หา.. เกิดอะไรนะ เกิดปัญญามั้ย ไม่เกิด คนละเรื่องกัน

สมาธิทำให้เกิดความสุขความสงบ สมาธิคือการพักผ่อน อันนี้หลวงพ่อขยายความนะ สมาธิเป็นการพักผ่อน การเจริญปัญญานั้นเหมือนการทำงาน การทำงานกับการพักผ่อนไม่เหมือนกันนะ ยกตัวอย่างถ้ามาถามเราบอกว่า ผมนอนมากๆแล้วผมจะรวยมั้ยเนี่ย ก็เหมือนถามว่าผมทำสมาธิมากๆแล้วจะเกิดปัญญามั้ย เป็นคำถามที่มีค่าเท่ากันเลย นอนมากๆแล้วผมจะรวยมั้ย ไม่รวยต้องไปทำงาน ไปทำแต่ความสงบ ความนิ่ง ความเฉยซึมกะทืออยู่นะ แล้วก็มีทิฎฐิมานะว่าต้องอย่างนี้แหละๆ แล้วจะบรรลุ หารู้ไม่ว่า อาฬารดาบส อุทกดาบส เขาก็ทำมาก่อน

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๐ หลังฉันเช้า

CD: ธรรมเทศนา ๔ วันในสวนสันติธรรม
Track: ๔
ระหว่างนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๔๓ ถึง นาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๓๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่