Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ยอมจำนนต่อทุกข์ จึงพ้นทุกข์

mp 3 (for download) : ยอมจำนนต่อทุกข์ จึงพ้นทุกข์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : เห็นร่างกายมันเต็มไปด้วยความทุกข์ ตัวจิตเอง พอมีสติถี่ๆขึ้นมานะ เห็นทุกอย่างหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มันไม่ใช่สุขบ้างทุกข์บ้างแล้วนะ มันจะกลายเป็นทุกข์ล้วนๆเลย ทุกอย่างเกิดขึ้นมาแล้วก็บีบคั้นทั้งนั้นเลย เป็นความบีบคั้นทั้งสิ้น เป็นทุกข์ทั้งสิ้นเลย เนี่ยเห็นอย่างนี้นะ เห็นมาก มากๆเข้า ถึงจุดหนึ่งนะ มันไม่รู้จะไปทางไหนแล้ว จนมุมเลย

จะไปอยู่ตามวัดภาวนา หวังว่าจะมีความสุข ก็ไม่มี เพราะว่าไปที่ไหนนะ ก็เอากายเอาใจไปด้วย กายกับใจมันตัวทุกข์น่ะ ไปไหนก็เอาทุกข์ไปด้วย เพราะฉะนั้นไม่มีที่หนีเลย เข้าสมาธินะ เข้าไปลึกเลย สบายๆ เผลอๆ เพลินๆ นะ เข้าไม่นานนะ สติปัญญาทำงานขึ้นมา มันถอนออกมา เห็นเลย สมาธิก็เป็นภพอีกอันหนึ่ง ไปเข้าฌานอยู่ เป็นภพอีกอันหนึ่ง ก็ทุกข์อีกนะ อยู่ได้ชั่วคราวก็ถอนออกมาอีกแล้ว

เนี่ยฝึกจนกระทั่ง ครูบาอาจารย์ท่านใช้คำบอกว่า สามแดนโลกธาตุเนี่ย หาที่จะหยั่งเท้าลงไปด้วยความสุขไม่ได้เลย แล้วทำอย่างไร ทำอย่างไรดี จึงจะพ้นจากความทุกข์ ไม่มีทางทำเลย ขอเลิกไม่ดูได้มั้ย เลิกก็ไม่ได้อีก สติปัญญามันอัตโนมัตินะ หมุนจี๋อยู่อย่างนั้นทั้งวันทั้งคืนนะ เห็นจิตหมุนติ้วๆๆ จับอารมณ์โน้น จับอารมณ์นี้ ตลอดเวลาเลยนะ เดี๋ยวเหวี่ยงไปที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นะ หมุนจี๋ๆๆอยู่ ข้างในก็หมุนอยู่ตลอด มีแต่ทุกข์ล้วนๆเกิดขึ้นเลย นี่เห็นอย่างนี้จนถึงจุดหนึ่งที่จิตมันพอนะ จิตมันจนมุมแล้ว มันไม่รู้จะหาทางออกยังไงอีกต่อไปแล้ว เพราะว่า ไม่ว่าทำอะไรก็ทุกข์หมดเลย ไม่มีทางหนีจากความทุกข์ได้เลย

พอจิตยอมจำนนกับความทุกข์ จิตยอมรับความจริง เรียกว่าคล้อยตามความจริงแล้วว่า กายนี้ใจนี้มีแต่ทุกข์ล้วนๆ นี่เรียกว่าจิตคล้อยตามอริยสัจจ์แล้วล่ะ คล้อยตามความจริงนะ จิตก็หมดความดิ้นรนเลย เพราะจิตมันหมดความดิ้นรนนะ มันยอมรับความจริงแล้ว มีแต่ทุกข์ล้วนๆ นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีอะไรตั้งอยู่ ไม่มีอะไรดับไป มีแต่ทุกข์ล้วนๆ จิตยอมรับความจริงแล้วจิตจะสลัดตัวเองออกจากกองทุกข์ ตรงนี้มันสลัดของมันเอง มันจะพ้นออกไปเอง

เป็นเรื่องที่แปลกเป็นเรื่องที่อัศจรรย์นะ เราดิ้นรนหาทางพ้นทุกข์แทบตายก็ไม่พ้นหรอก แต่ว่าพอจิตมันเอียนทุกข์เต็มที่นะ มันรู้เต็มที่แล้ว จนกระทั่งมันรู้ว่าไม่มีทางหนีแล้ว มันยอมจำนนกับความทุกข์แล้ว หมดดสติหมดปัญญาที่จะแก้ไขให้พ้นจากความทุกข์แล้ว แบบหลังชนกำแพง ถูกผู้ร้าย ๕ ตัว ถือมีดมาไล่จิ้มเอาๆ ๕ ตัวคือมารทั้ง ๕ ตัว ไล่จิ้มเอาๆ หลังชนกำแพง รอบนี้ตายแน่ อย่างนี้จิตถึงจะยอมปล่อยวาง โอ้… กายนี้ใจนี้มีแต่ทุกข์ล้วนๆ บีบคั้นอยู่ตลอดเวลา เอาไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรนะ หนีมันก็ไม่ได้ เห็นมั้ยเอาไว้ก็ไม่ดีใช่มั้ย หนีไปก็ไม่ได้ เนี่ยจิตยอมรับตรงนี้ จิตเป็นกลางเลย ยอมรับความจริง จิตจะเป็นกลางแล้วยอมรับความเป็นจริง กายนี้ใจนี้ทุกข์นะ ยอมรับมัน ความจริง รู้เลย หนีก็ไม่ได้นะ สู้ก็ไม่ได้ ทำอย่างไรก็ไม่ได้ ทำอย่างไรก็ไม่พ้น ตรงนี้แหละที่จิตจะสลัดคืนกายคืนใจให้โลกไป เป็นภาวะที่พวกเรานึกไม่ถึงน่ะ คิดด้วยคำพูดไม่ได้ นึกเอาไม่ได้ ต้องฝึกเอา เราจะรู้เลยความพ้นทุกข์มีจริงๆ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๒ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๑
Track: ๑
File: 520704A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๓ ถึง นาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๓๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ภาวนาแล้วเห็นแต่ทุกข์ ต้องทำอย่างไรต่อ?

ภาวนาแล้วเห็นแต่ทุกข์ ต้องทำอย่างไรต่อ?

ถาม : ผมฝึกดูกายดูจิต มาจนถึง เห็นสภาวะ ที่ว่ากายกับจิตไม่ใช่เราแล้ว คราวนี้ก็ฝึกดูไปเรื่อยๆครับ ช่วงนี้ฝึกดูลมหายใจอยู่ แต่รู้สึกว่าจะเห็นแต่ทุกข์ ของลมหายใจ ทุกลมหายใจเข้าออก ไม่ทราบว่าผมควร อดทนดูต่อไปเรื่อยๆ หรือเปลี่ยนเป็นวิธีอื่นดีครับ เพราะเมื่อก่อนเวลาดูลมหายใจส่วนใหญ่ เมื่อดูไปซักพักจะรู้สึกสุข แต่ปัจจุบันเห็นแต่ทุกข์ครับ
สุขไม่เกิด กลัวว่าจิตจะทนไม่ไหวครับ  :'( รบกวนอาจารย์ช่วยชี้แนะแนวทางด้วยครับ

ปล.ผมก็ไม่ได้ติดเพ่งที่ลมหายใจนะครับ

ตอบ : ถ้าทุกข์แล้วยังดูได้ว่าทุกข์เป็นส่วนหนึ่ง จิตที่รู้ทุกข์เป็นอีกส่วนหนึ่ง
หรือเห็นทุกข์ด้วยจิตที่ตั้งมั่นรู้อยู่ห่างๆ ได้
ก็แสดงว่าเป็นการเห็นความจริงอย่างหนึ่ง
เห็นทุกข์ได้ก็จะพ้นทุกข์ได้ ให้อดทนดูต่อไปครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ดูจิต ที่ปราณีต

mp3 for download: ดูจิต ที่ปราณีต

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ดูจิต ที่ปราณีต

ดูจิต ที่ปราณีต

หลวงพ่อปราโมทย์: เอ้า.. เบอร์สี่ โน่นๆ อยู่ทางโน้น ป้าธิดา

โยม: กราบนมัสการหลวงพ่อเจ้าค่ะ พอดีเดือนที่ผ่านมานี่ ไม่สบายเจ้าค่ะหลวงพ่อ ก็เลยเหมือนจิตมันไม่มีกำลังน่ะค่ะ โยมก็ทนไม่ได้ พยายามที่จะทำสมาธิ มันก็ไม่เป็นสัมมาสมาธิน่ะค่ะ ทีนี้ครั้งสุดท้ายที่โยมส่งการบ้าน หลวงพ่อได้เมตตาบอก ให้ไปดู ให้ไปดูจิตที่กระสับกระส่าย โยมก็ดูจิตที่กระสับกระส่าย เพราะมันกระสับกระส่ายจริงๆ ค่ะ แต่ดูแล้วมันก็กระสับกระส่ายมากขึ้น ดูจิตที่วิตกกังวล ดูแล้วมันก็วิตกกังวลมากขึ้น จิตไม่เป็นกลาง แล้วมันก็ไม่พอใจมากๆ มันก็ ดิ้น ดิ้น ดิ้น ดิ้น ดิ้นจนไม่รู้เรื่องค่ะ ดิ้นอยู่เดือนหนึ่ง มาสามสี่วันเนี่ยค่ะ มันคงจะหมดแรง มันก็เลยหายดิ้นไปหน่อยหนึ่งนะคะ แล้วพอมันหายดิ้นแล้ว เหมือนสภาวะอะไรทุกอย่าง ที่โยมเคยเห็นว่ามันเกิดคนละที มัน มันเกิดแล้วดับไป แล้วเกิดใหม่แล้วดับไปน่ะค่ะ มันไม่เป็นอย่างนั้นแล้วล่ะค่ะ มันเหมือนเห็นสองสภาวะพร้อมๆกัน ที่ขัดแย้งกันด้วย เช่น ขณะที่จิตมันเบิกบานนี่ มันก็มีความทุกข์ ในขณะที่มันเหมือนมีความสุขเนี่ยฮ่ะ จิตมันก็เหมือนเป็นทุกข์ มันเหมือนเห็นอะไรมันที่ขัดแย้งกันตลอดน่ะค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์: จริงๆแล้วมันทุกข์ทั้งหมดเลยนะ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นแหละ ดูไปถึงจุดหนึ่งจะเห็นว่ามีแต่ทุกข์ล้วนๆ เลย มันกำลังสอนเรานะว่าใจเรานี่อยากให้มันมีความสุข อยากดี อยากสุข อยากสงบ แต่ว่าพอเราเจริญปัญญามามากเข้าๆ เราจะเห็นว่า ทุกอย่างมันทุกข์ทั้งนั้นเลย ไม่มีที่พึ่งที่อาศัยได้สักอย่างเดียว ตอนนี้เริ่มรู้สึกมั้ย มันเหมือนเราไม่มีที่พึ่งที่แท้จริงแล้ว

โยม: ไม่มีจริงๆ

หลวงพ่อปราโมทย์: มันมีแต่ทุกข์นะ เนี่ยใจมันจะถูกสติปัญญาเนี่ยแผดเผาไปเรื่อย นะ จนกระทั่งมันรู้สึกแห้งผากเลย มีแต่ทุกข์ล้วนๆ เลย นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเลย ก็ต้องตามรู้ตามดูไปนะ ดี ไม่ใช่ไม่ดี

โยม: ทีนี้พอเริ่มจะดูได้นะคะหลวงพ่อ โยมก็เห็นว่า สภาวะนี่ค่ะ มันเหมือน คือมันดูแล้วมันเฉยๆ น่ะคะ หลวงพ่อคะ มันเหมือนไม่เห็น มันเหมือนไม่ได้ดู มันเหมือนไม่ได้ทำอะไร

หลวงพ่อปราโมทย์: คือพอมันปราณีตขึ้นมานะ มันเหมือนไม่มีอะไรเท่าไหร่ ยังรู้สึกอยู่นะ แล้วภาวนานี่พอถึงขั้นละเอียดเข้าไปจริงๆนะ สติ สมาธิ ปัญญา ที่มารู้จิตเนี่ย เป็นสภาวะที่เนียนมากเลย สติระลึกรู้จิตโดยไม่ได้เจตนาระลึก แค่แตะๆ นิดเดียว แค่นั้น แค่เหมือนจะไม่แตะด้วยซ้ำไป สมาธิก็ตั้งมั่นอยู่ จิตก็ตั้งมั่นอยู่ โดยไม่ได้ประคองไว้ นะ ปัญญาก็หยั่งรู้อย่างลึกซึ้งนะ ไม่ออกมาเป็นคำพูด มันจะค่อยปราณีตๆ ขึ้นไปเป็นลำดับ

โยม: เจ้าค่ะ แล้วโยมเห็นสภาวะน่ะค่ะ โยมก็เลยไม่ค่อยมั่นใจว่าจิตมันไม่ตั้งมั่น หรือว่าโยมไม่เห็นหรือว่าโยมเห็นจริงๆ มันเหมือนกราฟหัวใจของคนที่ตายแล้ว แต่ว่ายังตายไม่สนิท มันเป็นเส้นตรงแล้วมันกระตุกนิดเดียว

หลวงพ่อปราโมทย์: นั่นแหละ แล้วก็ไหวยิกๆ ขึ้นมา

โยม: แล้วก็โยมก็รู้สึกว่า เราดูไม่เป็นแล้วหรือไง

หลวงพ่อปราโมทย์: เวลาดูนะ ดูห่างๆ ดูสบายๆ ดูห่างๆ นะ ภาวะพอมันละเอียดเข้าแล้วดูยาก แล้วก็ดูไป นานๆ ไหวกิ๊กๆ ขึ้นมาที นะ

โยม: เจ้าค่ะ ยังดูเป็นอยู่ใช่มั้ยเจ้าคะ

หลวงพ่อปราโมทย์: เป็นๆ แต่เพียงแต่ตอนนี้ จิตมันออกมาอยู่ข้างนอก รู้สึกมั้ย จิตมันมาหาหลวงพ่อ มันออกมาข้างนอก

โยม: ค่ะ เจ้าค่ะ แล้วก็นึกไม่ออกเจ้าค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์: โยมรู้ทุกอย่างนะ อย่างที่เขาเป็นนะ รู้ด้วยความเป็นกลาง ใช้หลักตัวนี้แล้วใช้ได้ตลอดเลย นะ

โยม: โยมขอโอกาสนี้เป็นการกราบเรียนถามหลวงพ่อว่า ตกจากอารมณ์กรรมฐานหรือยังเจ้าคะ

หลวงพ่อปราโมทย์: ไม่ตกสิ

โยม: ไม่ตกนะเจ้าคะ

หลวงพ่อปราโมทย์: เพียงแต่ตอนนี้จิตไม่ตั้งมั่น จิตมันกระจายออกไป ก็ให้รู้ไปว่ากระจายนะ ถ้ากระจายออกไป จะเบาๆ แล้วดูไม่ออก แต่ถ้าจิตตั้งมั่นอยู่ มันจะเบาๆ นะ จะเห็นนานๆไหวกิ๊กๆๆ ขึ้นมา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๒ หลังฉันเช้า
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๓
File: 521204B.mp3
ลำดับที่ ๔
ระหว่างนาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๑๙ ถึง นาทีที่ ๓๓ วินาทีที่ ๔๓
 

 

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่