Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

Video Clips : เป้าหมายของชีวิต

Link : youtu.be/EpNK2Uh13Oo

หลวงพ่อปราโมทย์ :พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า ถ้าตราบใดที่ยังไม่เห็นอริยสัจจ์ ไม่รู้แจ้ังอริยสัจจ์ ยังเวียนว่ายตายเกิด ยังไม่พ้นจากทุกข์ไม่ได้ เนี่ยคำสอนของพระพุทธเจ้าสูงสุดเลยคือเรื่องของอริยสัจจ์ ถ้าเราเข้าใจอริยสัจจ์อย่างถ่องแท้นะ จึงจะถอนตัวเองออกจากวัฏฏะ พ้นจากการเกิดหมุนเวียนไปเรื่อยๆ

ถ้าเราภาวนานะ บางคนภาวนาไปแล้วระลึกชาติได้ ย้อนไปได้ชาติหนึ่ง สองชาติ สามชาติ สี่ชาติ หรือบางคน รู้ได้นะ เห็นคนนี้ตาย ไปเกิดที่นี่ๆอะไรอย่างนี้ เราจะรู้เลยว่าวัฏฏะมันมีจริงๆ แล้วก็ชาติใดนะเกิดมาแล้วเราไม่ได้พบพระพุทธศาสนา เราจะรู้สึกวังเวงในใจเรา เราไม่ได้ชั่วนะ แต่มันวังเวง คือชีวิตนี้มันไม่มีทิศทาง เราไม่รู้ว่าเราอยู่ไปเพื่ออะไร เกิดมาเพื่ออะไร เกิดมาทำอะไร ไม่รู้เลย แค่เกิดมาแล้วเขาให้เรียนหนังสือก็เรียนตามเขาไป เขาก็ทำงานก็ตามเขาไป ทำงาน เขามีครอบครัวก็มีกับเขาบ้าง เขามีลูกก็มีอย่างเขาบ้าง สุดท้ายเขาตายก็ตายอย่างเขาบ้าง ชีวิตก็มีอยู่แค่นั้นเอง

ชาติใดที่มีบุญวาสนาได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้า ชีวิตจะมีเป้าหมาย เรารู้เลยว่าเราเกิดมาทำไม ไม่ใช่มีชีวิตอยู่ล่องลอยไร้สาระไปวันหนึ่งๆ ชีวิตจะมีเป้าหมาย คือการถอดถอนตัวเองออกจากความทุกข์ ถึงถอดถอนได้ไม่เด็ดขาดในชีวิตนี้นะ แต่อย่างน้อยก็ต้องใกล้ความพ้นทุกข์เป็นลำดับๆ ก็ยกระดับจิตใจนี้ขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งใจเข้าถึงธรรมะ จะรู้แจ้งแทงตลอดในอริยสัจจ์นะ

เพราะฉะนั้นวันนี้ในฐานะที่ส่วนใหญ่เป็นพวกที่เรียนมากับหลวงพ่อพอสมควรแล้ว ดูที่ว่าสามารถแยกธาตุแยกขันธ์ได้หลายสิบคนแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้หลวงพ่อจะพูดเรื่องอริยสัจจ์ให้ฟัง

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

แสดงธรรมที่‏ โรงแรมโนโวเทล สนามบินสุวรรณภูมิ
๙๙๙ หมู่ ๑ ตำบลหนองปรือ
อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
สนามบินสุวรรณภูมิ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร

เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๗
ระหว่างนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๔๘ ถึงนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๒๙
full video : youtu.be/RqtJc2ZNRkg
full audio : 570112

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Video Clips : เป้าหมายสูงสุดของการภาวนา คือการพ้นทุกข์

Link : youtu.be/no3YNmNPko0

หลวงพ่อปราโมทย์ : เจริญพร ทุกๆท่าน การศึกษาการปฏิบัติธรรมนี้น่ะ เราทำไปเพื่อความพ้นทุกข์นะ เป้าหมายสูงสุดของการปฏิบัติคือการพ้นทุกข์ เกิดมาทั้งที เรื่องอะไรที่จะต้องมีชีวิตที่จมอยู่กับความทุกข์ตลอดกาล คนซึ่งไม่มีธรรมะ ไม่เคยได้ยินได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้า เขาไม่มีทางออก เขาก็จำเป็นต้องอยู่กับทุกข์ต่อไป อย่างมากก็แก้ทุกข์เป็นคราวๆ เช่น หิวข้าวไปกินข้าว ไม่สบายไปหาหมอ

แต่การจะออกจากทุกข์อย่างแท้จริงเนี่ย ต้องอาศัยธรรมะของพระพุทธเจ้า ถ้าเมื่อไหร่เราเข้าใจธรรมะของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง เราจะพ้นจากความทุกข์ได้อย่างเด็ดขาด พ้นในชีวิตนี้แหละ ไม่ใช่ว่าทำบุญทำทานทำดีไปเรื่อยๆแล้วอนาคตค่อยพ้นทุกข์ อย่างนั้นมันอ่อนด้อยเกินไป ธรรมะของพระพุทธเจ้านะ เป็นของวิเศษเป็นของอัศจรรย์ แก้ทุกข์ได้ในปัจจุบัน ต้องเดี๋ยวนี้เลย ต้องในชีวิตนี้แหละ ไม่ใช่ว่าต้องรอ คาดหวัง ว่าชาติต่อๆไปจะดีกว่านี้ ต้องดีตั้งแต่ตอนนี้เลย เพราะเราหวังไม่ได้ ใครจะไปรู้ ว่าชาติหน้ามีมั้ย ได้ยินได้ฟังพระพุทธเจ้าว่ามี แต่ว่าใจเราอาจจะไม่ยอมรับเต็มที่ เพราะไม่เคยเห็น เพราะฉะนั้นการแก้ทุกข์ไปแก้เอาในชาติหน้า ประโยชน์มันน้อย ความน่าเชื่อถือมันน้อย

ธรรมะของพระพุทธเจ้าอัศจรรย์นะ ถึงขนาดที่ว่า ถ้าเราได้ศึกษาได้ปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรมแล้วนะ มีชีวิตอยู่ในปัจจุบันนี้แหละ ไม่ทุกข์แล้ว หรือทุกข์ก็ทุกข์น้อยลงๆไปเรื่อยๆ คนที่มาเรียนกับหลวงพ่อสักพักหนึ่งแล้ว คนไหนรู้สึกมั้ยว่าความทุกข์สั้นลง ความทุกข์น้อยลง ลองยกมือหน่อยสิมีมั้ย เอ้า.. คนที่ยังไม่เคยเรียนก็ดูซะ

เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอกที่จะสามารถถอดถอนความทุกข์ออกจากใจเราให้ได้ อาจจะถอดถอนได้ไม่เด็ดขาดร้อยเปอร์เซนต์แบบพระอรหันต์นะ แต่ในฐานะของคนดี-กัลยาณชน กัลยาณปุถุชน ความทุกข์ก็ลดลงเป็นลำดับๆให้เราเห็นได้ ทำให้เราเกิดความเชื่อมั่นได้ว่าคำสอนของพระพุทธเจ้านี้ดีจริงๆ พาให้คนซึ่งเหลวไหลไร้สาระอย่างพวกเรานี้ พัฒนาขึ้นมาได้

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

แสดงธรรมที่‏ โรงแรมโนโวเทล สนามบินสุวรรณภูมิ
๙๙๙ หมู่ ๑ ตำบลหนองปรือ
อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
สนามบินสุวรรณภูมิ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร

เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๗
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๐ ถึงนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๔๕
full video : youtu.be/RqtJc2ZNRkg
full audio : 570112

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

มีสังสารวัฏฏ์ เพราะชอบส่งจิตออกนอก

mp3 for download : มีสังสารวัฏฏ์ เพราะชอบส่งจิตออกนอก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทีนี้การที่หวังพึ่งอารมณ์ภายนอกนะ อารมณ์ภายนอกเป็นของแปรปรวน เป็นของบังคับไม่ได้ เป็นของเลือกไม่ได้ กรรมมันเลือกให้เรา เพราะฉะนั้นจิตเนี่ย เดี๋ยวก็สุข เดี๋ยวก็ทุกข์ พอมีความสุขเกิดขึ้น ก็หลงเพลิดเพลินพอใจ นั่นคือราคะแทรก อารมณ์นี้นำความสุขมาให้ ก็เลยหลงรักใคร่อารมณ์นั้น ราคะแทรก อารมณ์นี้นำความทุกข์มาให้ โทสะก็แทรก เกลียดอารมณ์อันนี้ ในใจก็กระเพื่อมขึ้นกระเพื่อมลง เดี๋ยวฟูเดี๋ยวแฟ่บ เดี๋ยวฟูเดี๋ยวแฟ่บ ไปเรื่อยๆ

วัฎฎะนี้ไม่มีที่สิ้นสุดเลย (วัฏฏะในที่นี้คือ สังสารวัฎฎ์ หรือ ไตรวัฎฎ์ ได้แก่ วงจรของ กิเลส กรรม วิบาก – ผู้ถอด) เพราะว่า เมื่อเพลิดเพลินตามอารมณ์ หรือปฏิเสธอารมณ์นะ (อารมณ์ คือ สิ่งใดๆที่จิตไปรู้เข้า – ผู้ถอด) จิตก็เกิดการกระทำกรรมขึ้นมา เกิดความดิ้นรนทางใจขึ้นมา ดิ้นรนไปในทางดีบ้าง ทางชั่วบ้าง มันก็สะสมวิบากต่อไปอีก เพราะอย่างนั้น วัฎฎะเนี่ย จึงได้หมุนไปเรื่อยต่อไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด มันมาจากการที่พวกเราชอบส่งจิตออกนอก

นี่ถ้าหากว่าเราเคยได้ยินได้ฟังธรรมะของพระพุทธเจ้า เราก็ต้องรู้ว่าโอปนยิโก น้อมกลับเข้ามา มาเรียนรู้ตัวเอง ไม่ใช่ว่าไปสนใจรูปแล้วลืมลูกตา ไม่ใช่สนใจเสียงแล้วลืมหู สนใจกลิ่นแล้วลืมจมูก สนใจรสแล้วลืมลิ้น สนใจสิ่งที่มากระทบกับร่างกายแล้วลืมร่างกาย สนใจสิ่งที่มากระทบทางใจแล้วก็ลืมใจของตัวเอง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
FILE : 560907A
CD : สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๑
ระหว่างนาที่ที่ ๑ วินาทีที่ ๕๓ ถึง นาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๒๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เคล็ดลับของสมถกรรมฐาน

mp3 for download : เคล็ดลับของสมถกรรมฐาน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ธรรมะของพระพุทธเจ้า เป็นไปเพื่อความมักน้อย(สมถะ – ผู้ถอด) เพื่อความสันโดษ(พอเพียง ยินดีในสิ่งที่ตนมี ในสิ่งที่ตนได้มาตามความชอบธรรม ประกอบด้วยศีลด้วยธรรม ตามกฎหมาย – ผู้ถอด) เพื่อความไม่คลุกคลี(วิเวก – ไม่คลุกคลีด้วยอกุศล ด้วยกิเลส เว้นแต่ทำตามหน้าที่อันสมควรแก่ธรรม สมควรตามความรับผิดชอบ – ผู้ถอด) เป็นเพื่อความพัฒนาของศีล เป็นไปเพื่อความมีสมาธิ

สมาธิมี ๒ ชนิด สมาธิชนิดที่ ๑ จิตสงบในอารมณ์อันเดียว จิตใจของเราโดยปกตินี้ฟุ้งซ่านอยู่ตลอดเวลา มันวิ่งไปทางตาทางหูทางจมูกทางลิ้นทางกายทางใจ วิ่งไปหาอารมณ์ที่เพลิดเพลินพอใจ กลุ้มใจขึ้นมาก็ไปดูหนัง อยากจะมีความสุขวิ่งไปดูหนัง ดูแล้วยังไม่หายกลุ้มวิ่งไปฟังเพลง ฟังเพลงแล้วหิวอีกแล้วก็วิ่งไปหาอะไรกินอีก จิตใจนี้จะวิ่งพล่าน พล่าน พล่าน พล่าน ไปตลอดเวลาเลย เรียกว่าใจฟุ้งซ่าน

ถ้าต้องการฝึกสมาธิให้ใจสงบนะ เรามารู้จักเลือกอารมณ์ ถ้าจิตของเราอยู่ในอารมณ์ชนิดไหนที่มันไม่ยั่วกิเลส เป็นอารมณ์ที่ดี อยู่กับอารมณ์ชนิดนั้นแล้วมีความสุข จุดสำคัญอยู่ที่ว่า เลือกอารมณ์ที่มีความสุขมาเป็นเครื่องอยู่ของจิต เมื่อจิตได้อยู่ในอารมณ์ที่มีความสุขอันเดียวนะ จิตจะไม่วิ่งพล่านไปหาอารมณ์อื่นๆ จิตก็สงบ นี่คือหลักของสมถกรรมฐาน เคล็ดลับมีเท่านี้เอง ที่นั่งสมาธิกันปางตาย ทำแล้วยังไงก็ไม่สงบ ก็เพราะไม่รู้เคล็ดลับ หลวงพ่อนั่งสมาธิเป็นตั้งแต่ ๗ ขวบ นะ ก็เลยสรุปเคล็ดลับได้ว่าเราต้องอยู่กับอารมณ์ที่มีความสุข

อย่างหลวงพ่อตั้งแต่เด็กๆเนี่ย หายใจเข้าพุท หายใจออกโธ อยู่กับลมหายใจนะ มีความสุข หายใจแล้วมีความสุข หายใจแล้วมีความสุข ใจก็ไม่ฟุ้งไปที่อื่นเลย ใจก็จะอยู่สงบอยู่กับลมหายใจ ลมหายใจกลายเป็นแสงไป ลมก็สว่างกลายเป็นแสงสว่าง เป็นดวงสว่างขึ้นมา ก็สงบอยู่กับแสง นี่คือหลักของการทำสมาธิ (หมายถึง สมถกรรมฐษน – ผู้ถอด)

สมาธิบางอย่างไม่มีแสงนะ ไม่มีดวงนิมิตร อย่างการเจริญเมตตาเนี่ย เราแผ่เมตตาไปเรื่อย จะไม่มีดวงปฏิภาคนิมิตรเกิดขึ้น จิตก็ทำความสงบปราณีตได้ คนไหนขึ้โมโห ก็แผ่เมตตาไปเรื่อยๆ เวลาที่แผ่เมตตาไม่ต้องไปเค้นเมตตาออกจากใจ แผ่ๆอย่างนี้นะ ไม่ไปหรอก เมตตานะ แต่ถ้าจะแผ่ก็นั่งนึกเอา นั่งนึกเอา “สัตว์ทั้งหลายจงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย ขอให้สัตว์ทั้งหลายได้รับส่วนบุญที่เราทำแล้วทั้งหมดด้วยเถิด ทุกๆคน ทุกๆคน เลย” เนี่ยนึกไปเรื่อยนะ นึกอย่างนี้เรื่อยๆ บริกรรมไปเรื่อยๆ เดี๋ยวใจก็จะค่อยๆเย็นขึ้นมา ใจค่อยสงบสบาย พวกขี้โมโหนะ แผ่เมตตาไปเรื่อยๆ แผ่ทั้งวันเลยก็ได้ ใจมันจะค่อยเย็นๆมีความสุขขึ้นมา

คนขี้โลภ พวกราคะมากอะไรอย่างนี้ จะพิจารณาร่างกาย ดูร่างกายเป็นส่วนๆ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก ของไม่สวยไม่งาม พิจารณาไปเรื่อย ใจก็สงบจากราคะ ไม่ฟุ้งไป

ใจโกรธก็คือใจมันฟุ้งไป กระทบอารมณ์แล้วไม่พอใจ ในโลภก็คือมันฟุ้งไป ไปกระทบอารมณ์แล้วพอใจ ใจหลงก็คือใจมันฟุ้งไปตามอารมณ์ต่างๆ เพราะฉะนั้นหากว่าคนไหนขี้หลง ใจลอยบ่อยอะไรบ่อยนะ หายใจไปรู้สึกตัวไป หายใจไปรู้สึกตัวไป พอจิตหนีไปแล้วก็รู้เอา ใจก็ค่อยสงบสบายอยู่ในอารมณ์อันเดียว ถ้าน้อมใจให้ไปอยู่ในอารมณ์อันเดียวที่มีความสุขได้ล่ะก็ สมาธิก็เกิด ได้สมาธิชนิดที่ ๑

สมาธิชนิดที่ ๑ เป็นสมาธิที่จิตสงบในอารมณ์อันเดียว เรียกว่า “อารัมณูปนิชฌาน” อารัมณะ ก็คือคำว่า อารมณ์นั่นเอง คนไทยไปตัดไม้หันอากาศออก ถ้าภาษาที่ถูกก็คือ อารัมณะ ยกตัวอย่างพระอานนท์นะ คนไทยเรียกพระอานนท์เนี่ย ถ้าเราย้อนขึ้นไทม์แมชชีนไปวัดเชตวัน ไปถามหาพระอานนท์ จะไม่มีใครรู้จักเลย ต้องถามหาพระอานันท์ เนี่ยเขาตัดไม้หันอากาศออกไป คนไทย

เพราะฉะนั้นอารัมณูปนิชฌานนะ ให้จิตสงบอยู่ในอารมณ์อันเดียว จิตสงบอยู่ในอารมณ์อันเดียวได้เพราะจิตรู้จักเลือกอารมณ์ที่มีความสุข ถ้าทำได้นะ จิตใจก็มีความสุข ร่มเย็นเป็นสุข ไม่เครียด ไม่เครียดเลย แต่ว่าไม่เดินปัญญา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓๐ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๓

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๙
File: 560209A
ระหว่างนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๕๔ ถึงนาทีที่ ๒๑ วินาทีที่ ๒๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การเริ่มศึกษาธรรมะ ต้องเริ่มด้วยการวางความเชื่อเดิมๆลงชั่วคราวก่อน แล้วจะพบการเปลี่ยนแปลงด้วยความรวดเร็ว

mp3 for download : การเริ่มศึกษาธรรมะ ต้องเริ่มด้วยการวางความเชื่อเดิมๆลงชั่วคราวก่อน แล้วจะพบการเปลี่ยนแปลงด้วยความรวดเร็ว

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : เนี่ย ถ้าเราอยากเข้าใจธรรมะของพระพุทธเจ้านะ งานแรกที่พวกเราควรทำก็คือ วางความเชื่อเดิมๆลงชั่วคราวก่อน อย่าคิดว่ากูแน่กูหนึ่งกูรู้อะไรอย่างนี้ ถ้ากูรู้จริงกูไม่ทุกข์หรอกนะ ที่ยังทุกข์อยู่ได้เพราะไม่รู้จริง เพราะฉะนั้นถ้าเราตั้งหลักอย่างนี้นะว่า เราเป็นผู้อ่อนเป็นผู้ต้องศึกษาอยู่ เป็นผู้ไม่รู้จริงทั่วถึงในคำสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าเราวางใจของเราไว้แบบนี้นะ เราจะเรียนรู้สิ่งใหม่ได้ง่ายขึ้น ถ้ากูรู้หมดแล้ว กูแน่กูหนึ่ง กูนั่งสมาธิมาตั้งหลายสิบปี ตั้งแต่ก่อนหลวงพ่อปราโมทย์เกิดอีก อะไรอย่างนี้นะ แต่กูก็ยังทุกข์อยู่เหมือนเดิม ก็เรียนอะไรไม่ได้

เพราะฉะนั้นพวกเราเวลาเรียนธรรมะนะ วางความเชื่อเก่าๆลงไป ตัดความคิดเห็นออกไปก่อน ลองมาฟังดูแล้วก็มาลองทดสอบดูว่าคำสอนทั้งหลายที่หลวงพ่อบอกให้นะ จะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเราในเวลาอันสั้นหรือไม่ อันสั้นด้วยนะ มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นด้วย ไม่ใช่ว่าปฏิบัติมาตั้ง ๒๐ – ๓๐ ปี ก็เหมือนเดิม ถ้าเหมือนเดิมจะไปปฏิบัติทำไม ไม่ต้องปฏิบัติก็ได้นะ ถ้าปฏิบัติแล้วทำถูกต้องนะ จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ เคยทุกข์มากก็ทุกข์น้อยลงนะ เคยทุกข์นานก็ทุกข์สั้นลง เคยเห็นแก่ตัวก็ไม่เห็นแก่ตัว จิตใจโอบอ้อมอารีย์ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ขึ้น เคยเครียดตลอดนะ ต้องปรึกษาจิตแพทย์เรื่อยๆก็ไม่ต้องปรึกษา บางทีจิตแพทย์ก็ต้องมาปรึกษาเราเหมือนกัน จิตแพทย์ก็เครียดนะ เราต้องเปลี่ยนตัวเองได้ เปลี่ยนถึงจุดที่ว่าคนในบ้านก็รู้สึกได้ คนแวดล้อมเรารู้สึกได้

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓๐ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๓

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๙
File: 560209A
ระหว่างนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๑๗ ถึงนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๑๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

คู่มือการปฏิบัติธรรม (๑) สัมผัสให้ถึงธรรมะของจริงแท้

mp 3 (for download) : คู่มือการปฏิบัติธรรม (๑) สัมผัสให้ถึงธรรมะของจริงแท้

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : เวลาฟังธรรม สงบสำรวมนะ ใจที่สงบสำรวมมีสมาธิถึงจะรองรับธรรมะที่ปราณีตได้ ธรรมะของพระพุทธองค์เป็นของที่ปราณีตมากนะ เป็นของงดงามปราณีต ไม่ใช่ของที่มีอัธยาศัยหยาบๆเนี่ยจะรับได้ เพราะฉะนั้นเรามาเตรียมใจของเราให้พร้อมสำหรับธรรมะ

ยกตัวอย่างสมัยโบราณท่านฉลาด ก่อนจะฟังเทศน์ก็มีไหว้พระสวดมนต์ อาราธนาศีล อาราธนาธรรม เป็นการเตรียมใจให้พร้อม ก็เกิดความพร้อมสองพวกนะ พวกหนึ่งพร้อมรู้สึกตัว อีกพวกหนึ่งหลับได้ที่เลย

เพราะฉะนั้นพวกเราตอนนี้เป็นเวลาฟังธรรมนะ เลิกถ่ายรูปได้แล้วนะ เลิกได้แล้วล่ะ ไม่มีประโยชน์อะไร ถ่ายก็ไม่เห็นตัวจริงหรอก ถ่ายไปก็เห็นแต่วัตถุก้อนธาตุก้อนขันธ์ สมัยก่อนหลวงพ่อเคยไปนั่งอยู่กับหลวงปู่สิม มีวันหนึ่งคนมาถ่ายรูปท่าน ถ่ายไม่เลิกเลย ท่านถามว่า ถ่ายรูปได้แล้วถ่ายนิพพานได้มั้ย เขาก็โต้ตอบท่านนะ นิพพานนั้นยังไม่เห็นแต่เห็นหลวงปู่ ขอถ่ายไว้ก่อน ตกลงก็เลยไม่ได้ธรรมะเลยนะ ได้แต่รูป เอาไปทำไมรูป ของเน่าของเปื่อย เอาธรรมะสิ ของจริงของแท้


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่บ้านจิตสบาย
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD: บ้านจิตสบาย วันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
File: 550805A.mp3
ระหว่างวินาทีที่ ๒ ถึง นาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๓๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่