Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

บารมีทั้งหลาย ช่วยลดกำลังของกิเลส เพิ่มกำลังของกุศล

mp 3 (for download) : บารมีทั้งหลาย ช่วยลดกำลังของกิเลส เพิ่มกำลังของกุศล

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: สะสมบารมีไป ภาวนานะ อยากได้มรรคผล ไม่ใช่ว่า วันๆหนึ่ง หลับหูหลับตาภาวนาลูกเดียว ไม่ยุ่งกับใครเลย ภาวนาของเราอย่างเดียว ไม่สนใจเรื่องบารมีอื่นๆนะ ถ้าบารมีมันถึงพร้อมนะ ภาวนานิดเดียวมันหลุดเลย บารมีทั้งหลายลดละกิเลสทั้งนั้น ช่วยลดละกิเลส ลดกำลังของกิเลส เพิ่มกำลังของกุศล สะสมไปเรื่อย

อย่างอาจารย์กฤช เรียนกับหลวงพ่อ ๗ ปี ถ้าอาจารย์กฤชภาวนาลูกเดียว อาจารย์กฤชก็ยังเป็นอาจารย์กฤชอยู่นั่นแหละ นี่ความดีอื่นท่านก็ทำของท่านไปเรื่อย อย่างสงเคราะห์คนโน้นคนนี้ ใครไปบวชก็ไป ดูแลให้ เผยแพร่ เผยแพร่เริ่มตั้งแต่อ่านของคนอื่น เดี๋ยวนี้ท่านก็เทศน์ของท่านเอง ทำได้ ก็พัฒนานะ มันเป็นบารมีเหมือนกัน ถ้าดูเป็นนะ จะรู้สึก คนนี้เริ่มเต็มแล้ว เต็มๆๆขึ้นมา พอมันเต็มเปี่ยม เหมือนน้ำเต็มแก้วแล้ว นิดเดียว คลิ้กนิดเดียวเท่านั้น ไปแล้ว ก็พ้น ผ่านไปได้

ไม่มีบารมีนะ ภาวนาล้มลุกคลุกคลานอยู่อย่างนั้นแหละ เราสำรวจตัวเองนะ ความชั่วอะไรยังไม่ละ ความดีอะไรยังไม่ทำ สำรวจไป

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๖ หลังฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๑
Track: ๒๒
File: 561006B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๓๒ ถึง ๑๑ วินาทีที่ ๘

ตัด/ถอดคลิปส์โดยคุณ ok2077
ตรวจทานโดยคุณ พัลวัน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เป็นเทวดาก็มักจะเผลอเพลิน ไม่ขยันภาวนา ยกเว้นมีบารมีมากมาแต่ก่อน

mp3 for download : เป็นเทวดาก็มักจะเผลอเพลิน ไม่ขยันภาวนา ยกเว้นมีบารมีมากมาแต่ก่อน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :หรือเราเป็นมนุษย์นะ แต่เราก็มีแต่ความสุข เพลิดเพลินในความสุข ใจของเราไปเป็นเทวดา มีแต่ความสุขเพลิดเพลินไปวันหนึ่งๆ พวกเราสังเกตมั้ย ช่วงที่ชีวิตของเรามีความสุข การภาวนาของเราจะย่อหย่อน รู้สึกมั้ย ช่วงไหนมีความทุกข์จะขยันภาวนา รู้สึกมั้ย แต่ถ้าทุกข์มากจนสติแตกเลย ก็ภาวนาไม่ไหว ทุกข์มากเลยก็สัตว์นรก ภาวนาไม่ไหว

มีความสุขมากก็ขี้เกียจภาวนา เพลิน เนี่ยถ้าเราน้อมใจ ใจเรามีแต่ความสุข หลงเพลินในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส ในสัมผัสต่างๆ ก็เหมือนกับว่าร่างกายของเราเป็นมนุษย์นะ แต่ใจเราไปอยู่ในภูมิของเทวดา อยู่ในภพเทวดา มีความสุข การภาวนาโดยธรรมชาติเลย มันจะย่อหย่อน

ยกเว้นเทวดาที่มีบารมีมาก เทวดาที่มีบารมีมากเนี่ย ทำมาตั้งแต่เป็นมนุษย์เนี่ย จะขยันภาวนา บางท่านก็ได้ธรรมะตั้งแต่เป็นมนุษย์ เมื่อขึ้นไปเกิดในเทวโลกก็ภาวนาต่อ บางท่านมีธาตุดีอยู่ในตัว สะสมบารมีมา เป็นเทวดาปุถุชน แต่ได้ข่าวว่าพระศรีอาริยเมตตรัยจะมาแสดงธรรม ก็พากันไปฟังธรรม แล้วก็ได้ธรรมะกัน ก็มี ไปต่อยอดบนโน้นก็มี ไปได้ธรรมะเบื้องต้นที่โน้นเลยก็มี อันนี้เป็นพวกที่เขาสะสมของเขามา

แต่ก็คล้ายๆพวกเรานั่นแหละ พวกเราบางคนในช่วงชีวิตที่มีความสุข เราก็ยังภาวนา ไม่ใช่เผลอเพลิน เพียงแต่ว่าส่วนใหญ่จะเผลอเพลินไป เทวดาส่วนหนึ่งก็ภาวนา ส่วนหนึ่งก็เผลอเพลินไป ก็แบบเดียวกันกับใจของเรานี่เอง ใจของเรานี่แหละเป็นภาพจำลองของภพภูมิต่างๆ ที่เรียกว่าภพน้อยๆ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๘ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๖
File: 560511A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๐
ระหว่างนาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๕๔ ถึงนาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๕๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ต้องเห็นไตรลักษณ์ แต่ไม่จำเป็นต้องเห็นไตรลักษณ์ของรูปนาม

mp3 (for download) : ต้องเห็นไตรลักษณ์ แต่ไม่จำเป็นต้องเห็นไตรลักษณ์ของรูปนาม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณความเอื้อเฟื้อภาพจากบ้านจิตสบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ : ที่จริงถ้าบุญบารมีมากนะ ไม่ต้องเห็นรูปนามเกิดดับก็ได้นะ ทำวิปัสสนาในสิ่งที่หยาบกว่านั้นอีก เห็นชีวิตจริงๆข้างนอกอย่างนี้แหละ เห็นชีวิตเป็นของแปรปรวน เห็นชีวิตเป็นของไม่ยั่งยืน เห็นชีวิตเกิดดับ อะไรอย่างนี้

สมัยพุทธกาล คนจำนวนมากเขาก็เรียนวิปัสสนาแบบใช้อารมณ์ที่หยาบ มายุคพวกเรานะ พวกคิดมากพวกฉลาดมาก แค่เห็นว่าชีวิตนี้ไม่แน่นอนอะไรอย่างนี้ จิตไม่ยอมตัด จิตมันดื้อ ต้องพามันดูโดยละเอียดยิบเลยนะ ให้เห็น เกิดดับ เกิดดับ เกิดดับ มันถึงจะยอมตัดได้

หลังๆก็เลยไปสอนกันว่า วิปัสสนาต้องเห็นไตรลักษณ์ของรูปนาม สมัยพุทธกาล พระโสดาบันบางองค์ไม่เคยได้ยินคำว่ารูปนามเลย ไม่เคยได้ยินคำว่าขันธ์ ๕ เลยก็มี บารมีเขาเยอะ

ยกตัวอย่าง อนาถบิณฑิกะตอนจะตาย นิมนต์พระสารีบุตรไปเทศน์ให้ฟัง พระสารีบุตรก็ไปเทศน์เรื่องขันธ์ ๕ ให้ฟัง แกร้องไห้เลยว่า ทำไมไม่เทศน์ให้ฟังตอนยังแข็งแรงอยู่ มาเทศน์ให้ฟังตอนจะตาย แกดูไม่ทัน เพราะฉะนั้นแกยังจะต้องเกิดอีก

อนาถบิณฑิกะไม่เคยได้ยินคำว่าขันธ์ ๕ ไม่เคยรู้จักรูปนามนะ แต่ว่าเห็นความจริงของชีวิต มันไม่แน่นอน ทุกอย่างเกิดได้ก็ดับได้ เห็นอย่างนี้


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖

File: 551208A
ระหว่างนาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๕๒ ถึงนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๓๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

งานหลักของเรา คือการยกระดับจิตใจไปสู่ความพ้นทุกข์

mp 3 (for download) : งานหลักของเรา คือการยกระดับจิตใจไปสู่ความพ้นทุกข์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : คนที่บารมีมากนะ เห็นทุกข์เห็นโทษเห็นภัยของวัฏฏะ อยากจะข้ามวัฏฏะ รู้ว่าชีวิตนี้มีเป้าหมาย ชีวิตนี้เกิดมาเพื่อจะมายกระดับจิตวิญญาณไปสู่ความพ้นทุกข์ ต้องใกล้ความพ้นทุกข์ไปตามลำดับๆ

เมื่อเรารู้เป้าหมายหลักในชีวิต รู้วัตถุประสงค์หลักในชีวิตแล้วนะ งานอื่นจะเป็นงานรอง งานทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง มันเลี้ยงได้ชีวิตเดียว เลี้ยงลูก เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ เลี้ยงสามีภรรยา เลี้ยงไปตามหน้าที่ สร้างคุณงามความดีให้กับโลก สงเคราะห์โลก ทำไปตามหน้าที่นะ

เรามีหน้าที่เพราะว่าเราได้รับความช่วยเหลือจากสังคมจากโลกนี้มากมายเหลือเกิน เราได้สิ่งต่างๆมาจากคนอื่นมากนะ ยกตัวอย่างข้าว ๑ จาน เนี่ย เราได้มาจากคนอื่นตั้งเยอะแน่ะ หยาดเหงื่อแรงงานความยากลำบากของคนอื่นเยอะแยะเลย เริ่มตั้งแต่พวกทำนา พวกผลิตปุ๋ยผลิตยาฆ่าแมลง พวกสร้างเขื่อนพวกโรงสี พวกรถบรรทุก พวกขายแก๊สหุงข้าว พวกขายหม้อขายไห เราพึ่งพิงสิ่งอื่นๆมากมายนะ กว่าจะได้ข้าวจานหนึ่งขึ้นมา

เราบริโภคของโลกไปมาก เราอาศัยสิ่งอื่นๆมากมาย เพราะฉะนั้นเรามีโอกาส เราตอบแทนเขาได้ เป็นสิ่งที่ดีเป็นสิ่งที่สมควรนะ ช่วยเหลือส่วนรวม ช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือรักษาพระศาสนา อะไรอย่างนี้

แต่งานหลักจริงๆคืองานยกระดับจิตใจของเราเอง งานอื่นๆเป็นงานอาศัย หรือเป็นงานที่ควรจะทำ ทำมาหากินเป็นงานอาศัย ต้องทำมาหากิน จะได้มีชีวิตอยู่ มีชีวิตอยู่เพื่อปฏิบัติธรรม ไม่ใช่ทำมาหากินเพื่อจะกินนะ ไอ้อย่างนั้นหมามันก็เป็นแมวมันก็เป็นนะ ไปหากินไปจับนกจับอะไรกิน มันต่ำต้อยเกินไป

เรารู้ว่างานหลักของเราคืออะไร งานที่จำเป็นเพื่อความอยู่รอดแล้วงานที่ควรทำคืออะไร เราก็จัดสรรงานของเราให้พอเหมาะพอควร เราปฏิบัติตั้งแต่ตื่นจนหลับ ยกเว้นเวลาที่เราทำงานที่ต้องคิด กับยกเว้นเวลาที่เราจะต้องนอนหลับ ยกเว้นเวลา ๒ เวลานี้ เวลาที่เราทำงานที่ต้องคิด ไม่ใช่เวลาปฏิบัติ อันนั้นเป็นเวลาทำมาหากินเลี้ยงตัวเองเลี้ยงครอบครัวหรือว่าไปทำสิ่งซึ่งเป็นประโยชน์กับส่วนรวม ตอบแทนสังคมซึ่งเราได้อาศัยเขาอยู่ แต่ถ้ามีเวลาเมื่อไหร่นะ ภาวนาเลย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๗
Track: ๒
File: 550908A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๒๕ ถึง ๑๖ วินาทีที่ ๓๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จะข้ามภพข้ามชาติ ต้องยอมสละชีวิตเพื่อธรรมะ

mp 3 (for download) : จะข้ามภพข้ามชาติ ต้องยอมสละชีวิตเพื่อธรรมะ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : แต่ศาสนาพุทธนะ ชาวพุทธเรามีอุดมการณ์ เราจะต้องพ้นทุกข์ให้ได้ ตัวที่ทำให้เราทุกข์นะคืออัตตาตัวตนนี่แหล่ะ งั้นเรียนรู้ลงมาที่ตัวเองนะ

ดูลงมามีสติรู้กาย มีสติรู้ใจ เห็นเลยทั้งกายทั้งใจไม่ใช่เรา อะไรที่เป็นอาหารของอัตตาตัวตนต้องตัดมันเสีย อะไรที่เป็นอาหารของสติปัญญาต้องทำขึ้นมา กรรมชั่วทั้งหลายเนี่ยเป็นอาหารของอัตตาตัวตน ต้องไม่ทำ ไม่เบียดเบียนคนอื่น ไม่เบียดเบียนตัวเองด้วย เบียดเบียนตัวเองก็ชั่วนะ เบียดเบียนคนอื่นก็ชั่ว กรรมดีเนี่ยเป็นอาหารของสติปัญญา นาทีสุดท้ายที่จะข้ามภพข้ามชาตินั่นแหล่ะ อาศัยบารมีทั้งนั้น บารมีเอามาช่วย

ถ้าอบรมมาไม่แก่กล้าพอ มันจะเกิดรักอัตตาตัวตน แล้วจะถอย อย่างนาทีที่จะแตกหัก ไม่ใช่นาที ซักช่วงนึง ซักครึ่งชั่วโมงชั่วโมงนึง เวลาใกล้จะแตกหัก กิเลสมารจะมาเป็นกองทัพเลย มารยกทัพเป็นกองทัพจริงๆนะ มารทั้ง ๕ ตัวเลย ทั้งกิเลสมาร ขันธมาร เทวบุตรมาร มัจจุมาร อภิสังขารมาร ระดมกันเข้าโจมตีเพื่อให้เราถอย เพื่อให้เราเลิกปฏิบัติ ปลอบเราทั้งปลอบทั้งขู่นะ ขู่เราเลยว่า ถ้านั่งต่อไปต้องตายแน่นอน บอก ตายก็ตายไม่กลัว มันสอนต่ออีกนะ เอ๊ยไม่ถึงตายก็ได้นะ แต่อาจจะเป็นบ้า ถ้าไม่ตายก็บ้านะ ตายนะก็พ้นทุกข์พ้นร้อน ไม่เดือดร้อนคนอื่น แต่บ้าเนี่ยเป็นภาระคนอื่นนะ อย่าทำตัวให้เป็นภาระคนอื่นนะ ถอยเถอะ นี่ มันหลอกเราขนาดนี้แน่ะ

แล้วก็สอนต่อนะ ถ้าเลิกเสียนะก็เป็นพระอนาคาฯอยู่แล้ว ก็มีความสุขที่สุดในโลกอยู่แล้วนี่ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ยิ่งกว่าเป็นพระเจ้าจักรพรรดิอีก แหมดูมารยาของกิเลสนะ แหลมคมที่สุดเลย

ถ้าบารมีเราไม่พอเราก็จะถอย แต่ถ้าเรามีบารมีพอนะ อย่างเรามีสัจจะ เราตั้งใจจริง เราอยากเห็นความจริง อยากเห็นธรรมะ เรามีอธิษฐานบารมี เราเด็ดเดี่ยว ตายเป็นตายไม่ถอย แต่ต้องทำงานนี้ต่อไป มีขันติอดทนอดกลั้นต่อความทุกข์ที่ประดังเข้ามา บีบคั้นเข้ามาในกายในใจนี้นะ ไม่มีอะไรเหมือนเลย ความทุกข์นี้เหมือนกับภูเขาลงมาบดขยี้เราเลย เนี่ยบารมีสารพัด มีทานบารมี กล้าสละชีวิตมั้ยเพื่อธรรมะ ถ้าเคยสร้างทานบารมี สละเลือดสละดวงตาสละอะไรนี้ ถึงสุดท้ายกล้าสละชีวิตได้เพื่อธรรมะ บารมีสำคัญนะ เมตตาก็สำคัญนะ จิตใจขณะนั้นอ่อนโยนมั้ย หรือจิตใจนี่เกลียดชังกิเลสสุดๆเลย อ่อนโยนกระทั่งกับกิเลสนะ โอ้โหแต่ละตัวๆนะ มันอัศจรรย์จริงๆนะ เพราะงั้นต้องสร้างนะ ไม่มีของฟลุ้คหรอก ไม่มีของฟรี ไม่มีอะไร


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อ วันเสาร์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า


สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๔
Track: ๔
File: 510223.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๑๗ ถึง นาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๓๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญาต้องพร้อม บารมีทั้งหลายต้องสร้าง

mp 3 (for download) : การภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญาต้องพร้อม บารมีทั้งหลายต้องสร้าง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.


ขอขอบคุณ บ้านจิตสบาย ที่เอื้อเฟื้อภาพ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

หลวงพ่อปราโมทย์ : บางคนบอกว่าหลวงพ่อไม่ค่อยสอนเรื่องศีล เรื่องสมาธิ เรื่องทาน เรื่องอะไร ก็สอนอยู่เป็นระยะๆ เพราะพวกเราเรียนมาเยอะแล้ว ก็เลยเน้นหนักสอนเจริญสติฯ แต่ว่าเจริญสติรวดๆไปไม่ได้นะ ต้องละชั่ว ต้องทำดีด้วย จิตมันถึงจะผ่องแผ้ว ศีล สมาธิ ปัญญา สำคัญทั้งหมด บารมีทั้งหลายต้องสร้าง ไม่ใช่ฉันจะเจริญปัญญาอย่างเดียว อย่างอื่นไม่เอาเลย มันทำยากนะ ปัญญาอย่างเดียวมันกลายเป็นปัญญาสนองอัตตาตัวตน สนองกิเลสขึ้นมาอีก สู้ไม่ไหวหรอก ต้องเด็ดเดี่ยวจริงๆ

เพราะฉะนั้นคอยสำรวจใจของเรา อะไรที่ไม่ดี ก็คอยละเสีย เลิกเสีย อะไรที่ดีๆยังไม่เกิดขึ้น ก็ให้มันเกิดขึ้น ยกตัวอย่างบางอย่างนะ เกิดขึ้นได้ง่ายๆเลย เช่น ความเมตตากรุณาอะไรอย่างนี้ ไม่เสียสตางค์นะ ไม่เสียสตางค์ มีความเมตตากรุณา มีมุฑิตา มุฑิตาก็สำคัญนะ เห็นคนอื่นเขาได้ดี ต้องดีใจกับเขาได้นะ

แม่ชีเนี่ยมีมุฑิตาสูงมากเลย ตั้งแต่อยู่สวนโพธิ์แล้ว อยู่ที่สวนโพธิ์เนี่ย ตอนแรกบวชกัน อยู่กับอ๊าอีกคน ๓ คน อยู่ที่นั้น ๓ คน ญาติโยมาเยอะขึ้นทุกทีนะ แม่ชีกับอ๊า ๒ คนเนี่ย พอญาติโยมกินข้าวเสร็จแล้ว ๒ คนนี้ล้างจาน ๒ คนนี้ไม่ได้ฟังเทศน์ของหลวงพ่อเลย ไม่ได้ฟังธรรมะ ล้างจานๆไป ๑๑ โมง โยมกลับไปหมดแล้ว ล้างส้วมต่อ นี่ มีแต่เรื่องทำงานนะ พอเสร็จแล้ว หลวงพ่อมาเล่าให้ฟัง ตอนเย็นๆ ตอนฉันน้ำปานะ หลวงพ่อก็มาเล่าให้ฟัง เออ..วันนี้คนนี้เขาภาวนาดีนะ แม่ชีจะปลื้มใจ โห..ดีใจนะ เขาภาวนาได้ดี ตัวเองไม่ได้ ไม่ได้ฟังนะ ยังมีความปลื้มใจขึ้นมา มีมุฑิตานะ ถ้าอิจฉาริษยาใช่มั้ย โอ๊ย..มันดีกว่าเรา “เรา”มันจะเข้มขึ้นมา เออ..เขาดี ก็ดีใจกับเขา “เรา”มันจะตัวเล็กลง

เนี่ยเห็นมั้ย กระทั่งบารมีเล็กๆน้อยๆอะไรนี่นะ สำคัญทั้งสิ้นนะ อย่างอ๊านี้โดดเด่นเรื่องอธิษฐานบารมี เด็ดเดี่ยวนะ เริ่มต้นมาจากติดลบ ไม่ใช่เริ่มต้นจากศูนย์ เริ่มต้นมาจากจิตซึ่งมีโมหะมาก โมหะครอบงำมืดตึ๊ดตื๋อเลย หลวงพ่อเห็นหน้าทีแรกนะ หมดปัญญาสอน ไปหาหลวงพ่อที่ศาลาลุงชินฯตั้งแต่แรกๆเลย พอหลวงพ่อเห็นหน้า หลวงพ่อถามว่า ไปกินยาแก้หวัดมาหรือเปล่า? ทำไมมันงัวเงียมืดทึบมาขนาดนั้น เนี่ยเขาก็พยายามมาเรื่อยๆนะ หลวงพ่อก็ไม่ได้สอนสักทีเพราะจิตไม่มีความพร้อมเลย วันหนึ่งดังตฤณ ไปเจอดังตฤณ ดังตฤณก็บอก อ๊า ถ้าจิตเป็นแบบนี้ ตายไป อ๊าจะเป็นอสุรกาย พอได้ยินว่าจะเป็นอสุรกาย ก็ลาออกจากงานนะ ไปอาศัยอยู่ตามวัด ตอนนั้นหลวงพ่อยังไม่ได้บวช ยังไม่มีวัดอยู่ นี่ออกไปก่อนหลวงพ่ออีก ออกไปเตรียมตัว เดี๋ยวหลวงพ่อบวชแล้วจะมาอยู่กับหลวงพ่อ คล้ายๆกับเรื่องที่พวกพราหมณ์ที่พยากรณ์พระพุทธเจ้า นึกออกมั้ย พอท่านโกณฑัญญะพยากรณ์เสร็จแล้ว รีบออกบวชเลย เตรียมไปรอไว้ก่อน เตรียมไว้ก่อน นี่ไม่ใช่เทียบอ๊าเป็นท่านโกณฑัญญะนะ ไม่ใช่เทียบหลวงพ่อเป็นพระพุทธเจ้านะ หมายถึงใจของบัณฑิตน่ะคิดคล้ายๆกัน แล้วเด็ดเดี่ยวนะ ภาวนาอย่างยากลำบาก เดินจงกรม อดกิน ทำไมต้องอดกิน มีข้าวกินทุกวัน ธรรมดากินจุมากเลย กินจนคนตกใจนะ กินมากก็เหลือกินนิดๆ เพราะไม่มีมาก อยู่ตามวัด อด อดกินอดนอนนะ ภาวนา เดินจงกรม เดินจงกรมตอนนั้นมีช่วงหนึ่งไปอยู่บุญญวาส บุญญวาสท่านอาจารย์ตั๋นนะ ดึกๆท่านไปธุระกลับมา เอ๊ะ กุฎินี้ยังจุดเทียนอยู่ กุฏิอ๊าจุดเทียนอยู่ สงสัยหลับไปแล้วมั้ง ท่านก็ไปดู ยังภาวนา ยังเดินจงกรม

เนี่ย อาศัยบารมี เห็นมั้ย ยอมสู้ความลำบากใช่มั้ย ความเห็นแก่ตัว ความรักตัวเอง มันจะถ่วงเรา เพราะฉะนั้นต้องฝึกนะ สำรวจใจของเรา คุณงามความดีอะไรยังไม่พอ ต้องสร้างขึ้นมา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อ วันเสาร์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า

สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๔
Track: ๔
File: 510223
ระหว่างนาทีที่ ๒๑ วินาทีที่ ๔๘ ถึง นาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๓๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อานาปานสติ (ตอนที่ ๑๑) การเจริญปัญญาสำหรับสุกขวิปัสสโก

mp3 for download : อานาปานสติ (ตอนที่ ๑๑) การเจริญปัญญาสำหรับสุกขวิปัสสโก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

อานาปานสติ (ตอนที่ ๑๑) การเจริญปัญญาสำหรับสุกขวิปัสสโก

อานาปานสติ (ตอนที่ ๑๑) การเจริญปัญญาสำหรับสุกขวิปัสสโก

หลวงพ่อปราโมทย์ : พอเรามีจิตเป็นผู้รู้ผู้ดูแล้วนะ เราก็เห็นร่างกายหายใจไปเรื่อย ทำอานาปานสตินี่แหละ ไม่ต้องเข้าฌาน เข้าไม่เป็นก็ไม่ต้องกลุ้มใจ อุปจาระก็ยังไม่ได้ก็ไม่ต้องกลุ้มใจ เห็นร่างกายหายใจไปเรื่อยๆใจเป็นคนดู มันจะเห็นทันทีเลยว่า ร่างกายที่หายใจอยู่ไม่ใช่ตัวเรา ร่างกายที่หายใจเข้าก็ไม่เที่ยง ร่างกายที่หายใจออกก็ไม่เที่ยง เห็นมั้ย เป็นอนิจจัง การหายใจเข้าก็ทนอยู่ได้ไม่นาน หายใจออกทนอยู่ได้ไม่นาน เป็นทุกขัง ร่างกายที่หายใจอยู่เป็นวัตถุธาตุ เป็นก้อนธาตุ เป็นสิ่งที่จิตไปรู้เข้า เป็นแค่วัตถุธาตุเท่านั้น ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา เป็นแค่ก้อนธาตุ นี่ เห็นอย่างนี้เขาเรียกว่าเห็น “อนัตตา”

เห็นมั้ย ทำอานาปานสตินะ แล้วก็เห็นร่างกายแสดงไตรลักษณ์ นี่เดินปัญญาเลย พวกนี้ได้สุกขวิปัสสกะ เป็นพระอรหันต์ก็ไม่มีฤทธิ์มีเดชอะไรกับใครเขาหรอก ไม่มีของเล่น ต่างจากพวกที่ไปทางฌานโน้น แต่พวกที่ไปทางฌานบางคนก็ไม่มีของเล่น อภิญญาจิตไม่เกิด ต้องสร้างบารมีพิเศษนะ ตั้งใจอธิษฐานไว้ ทำบุญกับพระพุทธเจ้า ยิ่งหลายๆองค์ยิ่งดี ยิ่งขลัง เพราะฉะนั้นอย่างพวกเรา ถ้าบารมีน้อย อยากเล่นอภิญญา จิตหลอนเสียเป็นส่วนใหญ่ กิเลสหลอกเอาไป ไม่ใช่อภิญญาจริงหรอก

541106A.18m21-19m49

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
วันอาทิตย์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า

CD: 42
File: 541106A.mp3
นาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๒๑ ถึง นาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๔๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อานาปานสติ (ตอนที่ ๘) เดินปัญญาในอุปจารสมาธิ

mp3 for download: อานาปานสติ (ตอนที่ ๘) เดินปัญญาในอุปจารสมาธิ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

อานาปานสติ (ตอนที่ ๘) เดินปัญญาในอุปจารสมาธิ

อานาปานสติ (ตอนที่ ๘) เดินปัญญาในอุปจารสมาธิ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทีนี้ถ้าคนไหนทำอานาปานสติ แล้วไม่สามารถเข้าฌานได้จะทำอย่างไร บารมีไม่ถึง ไม่เคยฝึกฝนมา เข้าฌานไม่ได้ ก็ทำอานาปานสติไป หายใจไป หายใจไป ลมมันตื้น สว่างขึ้นมา สบาย อย่าตามแสงออกไปเท่านั้นแหละ รู้เนื้อรู้ตัว สบาย จิตมันสงบอยู่นะ จิตมันสงบอยู่ แต่มันไม่ได้ไปเกิดปีติเกิดสุขอะไรขึ้นมา มันมีความสงบอยู่ในระดับหนึ่ง มันได้อุปจารสมาธิ ตรงอุปจารสมาธิเนี่ย นิมิตต่างๆมันเกิดได้ ถ้าหลงนิมิตไปก็เสียเวลา ถ้านิมิตเกิดขึ้นมาแล้วย้อนกลับมาดูที่จิตนะ นิมิตดับไปแล้วก็ หายใจไป ใจสบาย คอยรู้เนื้อรู้ตัวไปเรื่อย อะไรแปลกปลอมเข้ามารู้ทัน นี่เดินปัญญาอยู่ เดินปัญญาอยู่ในอุปจาระก็ได้ แต่ถ้าคนไหนชำนาญทั้งฌาน ชำนาญทั้งการดูจิตนะ จะไปเดินปัญญาอยู่ในฌาน

เห็นมั้ยทำอานาปานสติทำได้หลายอย่างนะ เป็นสมถะแบบเหลวไหลก็ได้ ตึงไปอ่อนไป แล้วก็ฟุ้งซ่านออกไปเลย ทำสมาธิให้เกิดอุปจารสมาธิก็ได้ ตรงนี้นิมิตเกิด อยากรู้อยากเห็นเลยบางทีหลอกๆ จิตมันหลอกเอาก็ได้ จริงบ้าง เท็จบ้าง แต่ตรงที่เคลิ้มๆไหลออกไปน่ะ เชื่อไม่ได้

ถ้าไม่หลงตามนิมิตนะ คอยดูสภาวะ ใจมันจะผุดความคิดขึ้นมา เดี๋ยวก็ไหวๆปั๊บๆๆ ขึ้นมานะ แล้วก็หายไป เดี๋ยวก็ไหวแป๊บๆ หายไป เราก็แค่รู้อยู่อย่างนี้ เราเดินปัญญาอยู่นะ เราจะเห็นว่า “ทุกสิ่งทีเกิด ดับทั้งสิ้น” นี่เดินปัญญาอยู่ในอุปจารสมาธิ พวกเราคนไหนทำตรงนี้ได้บ้าง ที่เรานั่งอยู่แล้วเราเห็นมันไหวๆแว้บๆๆ ขึ้นมา ยังไม่ได้เข้าฌานนะ ตรงนี้ จะเห็นว่าทุกอย่างมาแล้วก็ไป มาแล้วก็ไปนะ แต่ถ้าใจไหลตามไป ใช้ไม่ได้ ใจตั้งมั่นอยู่ เราเห็นทุกอย่างมันมาแล้วไป นี้เป็นการเดินปัญญาอยู่ในอุปจาระ

541106A.12m33-14m43

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
วันอาทิตย์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า

CD: 42
File: 541106A.mp3
นาทีที่ ๑๒ วินทาทีที่ ๓๓ ถึง นาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๔๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เจริญปัญญาอย่างเดียว ทิ้งบารมีตัวอื่น ๆ ข้ามภพข้ามชาติไม่ได้

mp3 (for download) : เจริญปัญญาอย่างเดียว ข้ามภพข้ามชาติไม่ได้

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : คนจะข้ามภพข้ามชาติได้ บารมีต้องเต็ม บารมีต้องครบ บารมีมีสิบตัว

บารมีที่เกิดจากการเจริญปัญญานี่ ‘ปัญญาบารมี’ บารมีอื่นๆ ก็ต้องทำอย่างอื่นด้วย อย่างเจริญเมตตาใช่ไหม ‘เมตตาบารมี’ เราตั้งใจปฏิบัติก็ต้องมี ‘ขันติ’ มี ‘อธิษฐานบารมี’ ตั้งใจมั่น มี ‘สัจจะ’ รักในความจริง มี ‘ทาน’ การเสียสละ นี่สิ่งเหล่านี้นะเป็นบารมีทั้งหมดเลย เพราะฉะนั้นพวกเราอย่าดูถูก ไม่ใช่จะเจริญปัญญาอย่างเดียว ทิ้งบารมีตัวอื่นไปหมดเลย ข้ามภพข้ามชาติไม่ได้หรอก บารมีทุกตัวนะจะส่งทอดเราขึ้นไป มันจะทำให้เราลดละความเห็นแก่ตัว ลดละความรักตัวเอง

ในนาทีสุดท้ายที่จะข้ามภพข้ามชาติจริงๆ ต้องเต็ม ถ้ากะพร่องกะแพร่งนะ ใจจะถอนเลย ใจสู้ไม่ได้ นาทีจะข้ามภพข้ามชาตินะ มันจะเห็นทุกข์มหาศาลเลย สำหรับคนทรงฌานนะจะเห็นทุกข์มหาศาลเลย ลำบากมาก เหมือนจะตาย นี่พอเหมือนจะตายขึ้นมานี่ ถ้าบารมีไม่พอนะ มันจะถอย อย่างเราตั้งใจไว้แล้วว่าเราจะสู้ตาย พอมันจะตายจริงๆ นะ ใจถอยแล้ว ไม่เอาดีกว่า รักษาชีวิตรอดไว้ เดี๋ยวค่อยภาวนาเอาใหม่ นี่บารมีไม่พอ อธิษฐานบารมีไม่พอ ไม่มีสัจจะกับตัวเองด้วย ไม่มีขันติด้วย ไม่มีทานบารมี กล้าสละชีวิตเพื่อธรรมะด้วย กลับมาอยู่กับโลกดีกว่า นี่ขาดเนกขัมมะบารมี เวียนกลับมาสู่กามอีก กลับมาสู่โลกอีก ไม่มีปัญญาบารมี ไม่รู้แจ้งอริยสัจ

เพราะฉะนั้นเราต้องสะสมทั้งหมดเลยนะ คุณความดีทั้งหลาย ทาน ศีล ภาวนา ภาวนามีสมถะ มีวิปัสสนา

CD สวนสันติธรรม 33

521226A

8.08 – 10.06

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อนุสัย และบารมี

mp 3 (for download) : อนุสัย และบารมี

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ภาษามันเปลี่ยนไปเรื่อยๆนะ แต่กิเลสคนมันเหมือนเดิม   กี่ยุคกี่สมัยนะกิเลสมันก็ยังหน้าตาเหมือนๆเดิมเลยก็มีแค่ ราคะ,โทสะ,โมหะ มีอยู่สามตัวนี้เท่านั้นแหละ หมุนเวียนกันอยู่ครองจิตใจของเราอยู่ตลอดเวลา   ทำอย่างไรเราจึงจะรู้ทัน  ถ้ารู้ไม่ทันกิเลสครอบงำใจเรา เราจะหาความสุขไม่ได้  ถ้าเรารู้เท่าทันกิเลสที่หมุนเวียนเข้ามาอยู่ในใจ กิเลสครอบงำใจไม่ได้จิตใจก็มีความสุข

กิเลสหมุนเวียนเข้ามาอยู่ในใจได้อย่างไร ห้ามมันได้ไหม?ห้ามมันไม่ได้  เพราะอะไรใจเพราะใจนั่นแหละเป็นคนปรุงกิเลสขึ้นมา ใจของเราสร้างกิเลสขึ้นมานะ   เราหัดภาวนาดูจิตดูใจของเราไปจนถึงช่วงหนึ่งเราจะเห็นเลย เวลาตามองเห็นรูปใจเราคิดว่าไอ้นี่ไม่ดี นี่คือศัตรูเรา โทสะก็เกิดเห็นไหม เราคิดขึ้นมาเอง ใจมันปรุงกิเลสขึ้นมาเอง มันปรุงโทสะขึ้นมา หรือเรามองเห็นสาวมันสวยจังเลย เราก็คิดนะว่ามันสวยจังเลย ใจมันก็ปรุงราคะขึ้นมา ตามหลังความคิดของเราขึ้นมาเอง

พระพุทธเจ้าจึงเคยตอบคำถาม มีคนถามท่านว่าพระองค์มีกามราคะไหม ท่านบอกว่าท่านไม่มีถามราคะเพราะท่านไม่มีกามวิตก ท่านไม่คิด ทำนองเดียวกันถ้าถามท่านว่าจะมีพยาบาทโทสะไหม ท่านไม่มีเพราะท่านไม่มีพยาบาทวิตก ตรงที่ใจเราหลงไปคิดมันมีโมหะ พอหลงไปคิดแล้วมันก็เกิดราคะบ้างเกิดโทสะขึ้นมาบ้าง ใจเราเองปรุงมันขึ้นมา พอปรุงมันขึ้นมาแล้ว ราคะ,โทสะ,โมหะ ทั้งหลายนั่นเองกลับมาย้อมใจเรา กลับมาปรุงใจเรา เช่นใจเราปรุงโทสะขึ้นมา โทสะมาครอบงำเราทำให้เกิดพฤติกรรมทางใจขึ้นก่อน เช่นอยากด่าเขา ก็เกิดพฤติกรรมทางวาจาไปด่าเขา เกิดพฤติกรรมทางใจอยากชกเขา ก็เกิดพฤติกรรมทางกายไปชกเขา เกิดการกระทำขึ้นมา เพราะอำนาจกิเลสมันมาครอบงำเอง แปลกดีไหมเราสร้างกิเลสขึ้นมาเองแล้วก็ถูกมันครอบงำซะเอง น่าสงสารน่าสลดสังเวชใจที่สุด

ทำอย่างไรจึงจะไม่ตกเป็นทาสของมัน   ขั้นแรกเลยจะไม่ให้ปรุงไม่ได้ เพราะเรามีอนุสัย เราเคยปรุงมาจนชำนาญ อนุสัยเป็นความเคยชินฝ่ายชั่ว เราเคยถูกกิเลสครอบงำมานาน จนใจเราคุ้นเคยกับความชั่ว เพราะงั้นมันมีอนุสัยสะสมอยูในจิตใต้สำนึกของเรา จริงๆมันถูกเก็บไว้ในภวังคจิต ภาษาสมัยใหม่ชอบไปเรียนจิตใต้สำนึก เพราะตอนนั้นไม่ขึ้นมาวิถีมาสำนึกของมัน พออนุโลมนะ   พอ ตา,หู,จมูก,ลิ้น,กาย,ใจ กระทบอารมณ์แล้ว อนุสัยทำงาน มันกระทบอารมณ์ ซึ่งจิตใจมันวิเคาะห์แล้วว่านี่อารมณ์ดี ราคะก็ผุดขึ้นมาผุดขึ้นมาจากราคานุสัย ราคานุสัยที่เป็นราคะสะสมมานาน ชำนาญที่จะมีราคะราคะก็เกิด   กระทบทาง ตา,หู,จมูก,ลิ้น,กาย,ใจ จิตมันพิจารณาแล้วว่านี่ไม่ดี อนุสัยคือปฏิฆานุสัย อนุสัยคือความขี้โมโหก็ผุดขึ้นมากลายเป็นโทสะ   พอกิเลสผุดขึ้นมาแล้วมันครอบงำจิต จิตทำงานตามอำนาจบงการของกิเลส กิเลสจะยิ่งมีแรง พอกิเลสตัวนั้นดับไปมันไม่ได้ดับไปเปล่าๆมันได้เซฟข้อมูลลงในภวังคจิตอีก ตรงที่จิตขึ้นมารับอารมณ์ ตรงที่จิตขึ้นมาเสพย์อารมณ์อีก ขึ้นมากระทำกรรมทั้งหลาย จิตกลุ่มนี้เรียกว่า ชวนจิต(อ่านว่า ชะ-วะ-นะ-จิด) พอมันทำกรรมตามสมควรแล้ว แล้วมันเริ่มเซฟตัวเองตัวนี้เรียกว่า ตทาลัมพนจิต (อ่านว่า ตะ-ทา-ลัม-พะ-นะ-จิด)   เราไม่จำเป็นต้องจำชื่อนะ มันคล้ายๆตอนเราปิดคอมพิวเตอร์ตอน shutdown ตอน turn off   เห็นไหมมันจะทำงานอยู่ช่วงหนึ่งก่อนที่มันจะปิดตัวเองลงไป จิตก็ทำแบบนั้นพอจิตมันขึ้นวิถีขึ้นมาทำงานขึ้นมาเสพย์อารมณ์เต็มที่แล้วมันจะเริ่มสะสมเริ่มสรุปต่างๆสะสมเอาไว้ สะสมเอาไว้เป็นวิบาก    วิบากนั้นถ้าเป็นฝ่ายเคยชินทำชั่วเรียกว่าอนุสัย หรือถ้าเป็นความเคยชินทางดีก็เรียกว่าบารมี มันเก็บหมดนะทั้งความดีความชั่ว สะสมไปเรื่อยๆ ต่อไปเวลามันกระทบอารมณ์ใหม่ ถ้ามีบารมีมากคุณงามความดีมันทำงานขึ้นมา ถ้าอนุสัยมันรุนแรงอนุสัยมันก็จะทำงานขึ้นมา   ทำไมบางคนขี้โมโหบ่อยๆ ทำไมบางคนถูกด่าเท่าๆกันมันเกิดสงสารคนที่มาด่าเราเพราะมันสะสมมาไม่เหมือนกัน

เราเป็นหรือเราทำอย่างที่เราทำของเราเอง ไม่มีใครมาบงการเรา   จิตใจของเราเป็นธรรมชาติที่ฝึกได้ จิตเป็นอนัตตานะ แต่จิตเป็นธรรมชาติที่ฝึกได้   เราสั่งให้จิตดีไม่ได้ แต่เราฝึกฝนให้จิตดีได้ เราห้ามจิตเราไม่ให้ชั่วไม่ได้ แต่เราฝึกตัวเองได้เราฝึกจิตได้   วิธีฝึกจิตที่จะไม่ให้หลงไปตามความชั่ว วิธีฝึกจิตที่จะให้มันมีคุณงามความดี ก็คือการมีสตินั่นเอง ทันทีที่เรามีสติอกุศลที่มีอยู่มันจะดับทันที ทันทีที่เรามีสติอยู่อกุศลใหม่จะเกิดขึ้นไม่ได้ในขณะนั้น ทันทีที่เรามีสติกุศลได้เกิดขึ้นแล้ว เพราะสตินั่นแหละเป็นตัวกุศล ทันทีที่เรามีสตินะ สติเกิดแล้วเกิดอีกเกิดแล้วเกิดอีก จิตจะคุ้นเคยที่จะมีสติคุ้นเคยที่จะรู้สึกตัว มันจะรู้สึกตัวบ่อย   พวกเราหัดใหม่ๆสังเกตไหมว่านานมากเลยกว่าจะรู้สึกตัวได้ครั้งหนึ่ง เพราะสติไม่คุ้นเคยที่จะเกิด ต่อมาเราฝึกไปเรื่อยฝึกไปเรื่อยนะสติจะเกิดบ่อย ขยับตัวแว้บสติก็เกิด เวทนาเกิดแว้บสติก็เกิด กุศล,อกุศลเกิดแว้บสติก็เกิด จิตเคลื่อนไหวปั๊บสติก็เกิด เพราะอะไรเพราะมันคุ้นเคย งั้นอยู่ที่เราสร้างความเคยชินที่ดีๆขึ้นมานะ   พยายามรู้สึกตัวอย่าเอาแต่หลงอย่างเดียว หลงมานานแล้ว หลงมานานแล้วไม่เห็นว่ามันจะมีความสุขแท้จริงเลย เราแต่ละคนปรารถนาความสุขด้วยกันทุกคน ตะเกียกตะกายหาความสุขด้วยกันทุกคน แต่ความสุขเหมือนภาพลวงตา ความสุขมันปรากฏอยู่ข้างหน้าเหมือนๆจะหยิบเอาไว้ได้ แต่พอเอื้อมมือไปหยิบมันก็เลื่อนหนีไปแล้ว มันไปลอยอยู่ข้างหน้าหลอกให้เราวิ่งต่อไปอีก งั้นเราเที่ยวหาความสุขไปเรื่อยๆ โดยที่เราไร้ทิศทาง   เราต้องฝึกสตินะฝึกสติ รู้ทันลงไป ถ้ากิเลสเกิดเรามีสติรู้ทันกิเลสดับทันทีเลย จิตใจก็มีความสุขทันทีเลย ง่ายขนาดนั้น

ศาลาลุงชิน
CD: 24
File: 510921.mp3
Time: 2.16 – 9.36

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่