Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

จะเอามรรคผลต้องใจแข็ง

mp 3 (for download) : จะเอามรรคผลต้องใจแข็ง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : บางคนบ่นว่า ปฏิบัติธรรมมาตั้งนานแล้ว ไม่บรรลุมรรคผลซักที ก็ดูไม่เห็นจะปฏิบัติอะไรซักเท่าไหร่นะ วันนึงขาดสติเยอะกว่ามีสติ ต้องฝึกนะ ตอนนี้ คือลำพังจะปฏิบัติธรรมนะพอให้อยู่กับโลกได้สบายๆ ไม่ยากหรอก แต่ถ้าคิดจะเอามรรคผลนิพพาน ต้องใจแข็งกว่านั้น อย่าไปหลงกับโลก

อะไรที่เป็นโลก รูปเสียงกลิ่นรสโผฐฐัพพะ เป็นโลกข้างนอกนะ ธรรมารมณ์เป็นโลกภายใน ปรุงไปเรื่อย ถ้าเราหลงกับโลก ทั้งโลกข้างนอกโลกข้างใน เราก็ลืมกายลืมใจ พยายามรู้สึกกายพยายามรู้สึกใจให้มากๆ รู้สึกสบายๆ การรู้สึกกายรู้สึกใจ เรารู้สึกให้พอดี ไม่ตึงไปไม่หย่อนไป ถ้าหย่อนไปก็เผลอไป จิตเผลอไป ไหลไป เคลื่อนไป ถ้าตึงไปก็บังคับไว้ใจแข็งๆ ร่างกายแข็งๆใจแข็งๆ ตึงเครียด

งั้นเราต้องมาฝึก ค่อยๆฝึกให้มันพอดี


CD: บ้านเนินแสนสุข จ.ชลบุรี วันพุธที่ ๘ เดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๕
File: 550808.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๘ ถึง นาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๑๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การภาวนาเหมือนพายเรือทวนน้ำ หยุดเมื่อไรถอยเมื่อนั้น

mp 3 (for download) : การภาวนาเหมือนพายเรือทวนน้ำ หยุดเมื่อไรถอยเมื่อนั้น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : รู้วิธีปฏิบัติแล้วก็ต้องไปทำเอาเอง เราจะมาปฏิบัติเฉพาะตอนมาอยู่วัด มาเข้าคอร์สอะไรนี่ ไม่พอ เพราะกิเลสไม่เคยหยุดซักวันเลย ไม่มีวันหยุดชดเชย ไม่มีวันหยุด long weekend ไม่มีทั้งสิ้นเลย กิเลสทำงานทั้งวัน กิเลสทำงานทั้งคืน ถ้าเราละเลย ใจเราก็ถดถอยไปเรื่อยๆ การภาวนามันเหมือนพายเรือทวนน้ำ หยุดเมื่อไหร่ก็ถอยเมื่อนั้น จนกว่าเราจะพายข้ามแก่งไปได้นะ ข้ามไปได้แล้วก็พ้นไป ต้องอดทน ทนมากๆเลย ถ้าทำแล้วก็เว้น ทำแล้วก็เว้น คิดว่าการปฏิบัติต้องเข้าคอร์สต้องอยู่วัด ใช้ชีวิตธรรมดาไม่ต้องปฏิบัติ ก็ผ่านไป มีเวลามาเข้าวัดใหม่ก็มาปฏิบัติใหม่ ไม่ได้กินหรอก

งั้นการปฏิบัติเป็นงานที่หยุดไม่ได้ หลวงพ่อถึงบอกตั้งแต่วันแรกแล้ว ว่าต้องรู้่ว่างานหลักในชีวิตของเรา คือการปฏิบัติธรรม พูดอย่างนี้บางคนยังไม่เห็นประโยชน์ของการปฏิบัตินะ ก็รู้สึกว่ามันมากไป ปฏิบัตินิดๆหน่อยๆ เป็นคนดีของสังคมก็พอแล้ว มันก็ดีเหมือนกันปฏิบัตินิดหน่อย เป็นคนดีนะ แต่มันก็ยังทุกข์อีก

เมื่อก่อนหลวงพ่อมีหัวหน้าคนนึง สมัยหลวงพ่อออกไปศึกษาธรรมะ หัวหน้ากองหัวเราะเลย ว่าสนใจอะไร ทำไมเธอสนใจอะไรมากขนาดนี้ อ่านหนังสือธรรมะอะไรนี้ ถึงเวลาปฏิบัติ ถึงเวลาทำอย่างนู้นนี่ เวลาไปเที่ยว ก็ไปเที่ยววัด จริงๆไม่ได้ไปเที่ยว ไปฟังธรรมไปปฏิบัติ (หัวหน้ากอง)เค้าบอกว่า เรียนศาสนาพุทธเรียนนิดๆหน่อยๆพอรู้หลักแล้วเอามาapplyใช้ในชีวิต เนี่ยคนไม่รู้จักธรรมะ คิดว่าธรรมะ apply ได้ ธรรมะถ้า apply เมื่อไหร่นะ กลายเป็นสัทธรรมปฏิรูปเมื่อนั้นเลย เราก็ไม่เถียงนะ ไม่เถียง

เวลาผ่านมาถึงวันนี้เรามีความสุข เค้าก็คงเป็นอย่างชาวโลก สุขบ้างทุกข์บ้างไปเรื่อยๆ เวลาผ่านไปมันเป็นเครื่องพิสูจน์เอง ว่าสิ่งที่เราทุ่มเทพากเพียรปฏิบัติมานั้น มันคุ้มค่าขนาดไหน ตอนเริ่มต้น คน ๒ คนเริ่มต้น คนนึงเอาจริง คนนึงไม่เอาจริง ผ่านไปปีนึง ๒ ปี ยังดูไม่มากนะ บางคนพัฒนาช้าก็ยังดูแตกต่างไม่มาก ถ้าบางคนพัฒนาเร็วก็แตกต่างมากเลย เป็นฟ้ากับดิน ผ่านไปหลายๆปี เป็นฟ้ากับเหว เตี้ยลงไปอีก เพราะคนที่ไม่ประพฤติปฏิบัติธรรม มันไม่อยู่กับที่หรอก จิตมันจะเสื่อมลงไปเรื่อย จิตมันไหลลงที่ต่ำ เพราะงั้นมันไม่ใช่อยู่พื้นดินแล้วมันจะเป็นพื้นดินตลอดกาล คนนึงปฏิบัตินะเหมือนขึ้นที่สูงไปเรื่อย คนนึงไม่ยอมปฏิบัตินะ มันจะต่ำลงไปเรื่อย มันไม่อยู่กับที่ด้วยซ้ำไป

เวลาผ่านไปหลายๆปีเราจะรู้เลย เราจะนึกถึงย้อนหลังไป ด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ ว่าเป็นบุญของเราเหลือเกินที่ได้ปฏิบัติ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๕
Track: ๗
File: 550429A
ระหว่างวินาทีที่ ๑๗ ถึง นาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ความจริงของโลกจะบีบคั้นเราอยู่ตลอดเวลา

mp 3 (for download) : ความจริงของโลกจะบีบคั้นเราอยู่ตลอดเวลา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ความจริงของโลกจะบีบคั้นเราอยู่ตลอดเวลา

ความจริงของโลกจะบีบคั้นเราอยู่ตลอดเวลา

หลวงพ่อปราโมทย์ : ชีวิตเรามันมีแต่ความไม่แน่นอนนะ แข็งแรงอยู่ปุ๊บปั๊บๆก็ป่วยไปแล้ว ชีวิตเรานี้มีแต่ความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โลกมันเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา พวกเรามาหัดภาวนาเนี่ยเพื่อมาเข้าใจความจริงของชีวิต เข้าใจความจริงของโลก ชีวิตเราหรือโลกนี้มันก็มีแต่ความเจริญแล้วก็เสื่อมนะ มีลาภแล้วก็เสื่อมลาภ มียศแล้วเสื่อมยศ มีสรรเสริญแล้วก็มีนินทา มีสุขแล้วก็มีทุกข์ ไม่มีใครหนีพ้นนะ กระทั่งพระพุทธเจ้าของเรา อย่างคนจะนินทาท่านก็มีนะ คนสรรเสริญท่านก็มากอะไรนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้หรอก บางทีท่านก็ต้องเจ็บป่วยเหมือนกัน บางครั้งท่านก็ไม่สบาย นั้นยังมีกายมีใจก็ยังเรียกว่ายังอยู่กับโลก

เมื่ออยู่ในโลกเนี่ยโลกธรรมคือความจริงของโลกก็จะบีบคั้นเราอยู่ตลอดเวลา สุขได้ก็ทุกข์ได้นะ มีสรรเสริญได้ก็มีนินทา มีผลประโยชน์ก็เสียผลประโยชน์อะไรเนี้ย มีสุขมีทุกข์หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ มันไม่มีหรอกไอ้ที่จะได้ข้างเดียว มีลาภยศสรรเสริญสุขอย่างเดียวไม่มีเสื่อมลาภเสื่อมยศนินทาทุกข์เป็นไปไม่ได้ เพราะในโลกนี้เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง

พวกเราที่มาหัดภาวนาเนี่ยไม่ใช่มาหัดเพื่อว่าจะได้มีลาภมากๆไม่เสื่อมซะทีนะมียศ บางคนมาไหว้พระนะขอตำแหน่งอะไรเนี้ย ขอให้ได้ยศอย่างนู้นอย่างนี้มันได้มาวันนึงก็เสียไป เมื่อก่อนเคยได้ยินเรื่องหลวงพ่อเที่ยง หลวงพ่อเที่ยงอยู่วัดม่วงชุมที่เมืองกาญฯ ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ดัง สมัยนู้่นใครจะปลูกเสกพระต้องนิมนต์หลวงพ่อเที่ยงมา นี้ทางวัดสุทัศหรืออะไรนี่จำไม่ได้แล้วก็นิมนต์มา ทหารเค้าทำพิธีพุทธาภิเษกอะไรเนี้้ย พอทำพิธีเสร็จนะทหารคนนึงก็ไปกราบท่านบอกหลวงปู่ครับ ผมเป็นพันเอกมานานแล้วไม่ได้เป็นนายพลซักที ขอให้ผมได้เป็นนายพลทีเถอะครับ ท่านบอก โง่อย่างงี้ถึงไม่ได้เป็น อยากเป็นนายพลก็ไปขอนายสิมาขอพระทำไม ต้องสมเหตุสมผลนะ องค์นี้ท่านสมเหตุสมผลจริงๆ ถ้าเป็นนายพลตอนนั้นตอนนี้ก็เกษียณแล้วก็ไม่ได้เป็นแล้ว

เพราะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างเราเนี่ยนะ มันเป็นของที่มีอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้นเอง ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเรานี่มันแค่ของชั่วคราว ถ้าเรายอมรับความจริงตรงนี้ได้เราจะไม่ทุกข์ อย่างเรายอมรับความจริงได้ว่ามีลาภแล้วก็ต้องเสื่อมลาภ เวลาไม่ได้รับผลประโยชน์​ขึ้นมานะก็ไม่กลุ้มใจเท่าไหร่ มันยอมรับความจริงได้ รวยขึ้นมาใช่มั้ยแล้วฟองสบู่แตกจนลงมาเนี่ย มันเป็นไปได้มั้ย มันก็เป็นไปได้ใช่มั้ย นั้นชีวิตมันเป็นอย่างนี้ถ้าเรายอมรับได้เราไม่ทุกข์ ร่างกายแข็งแรงอยู่วันนี้ป่วยไปแล้ว ถ้ายอมรับได้นะก็ไม่ทุกข์มากเท่าไหร่ อย่างบางคนนะหมอไปตรวจร่างกายประจำปีเป็นมะเร็งขึ้นมา มีความทุกข์นะเพราะยอมรับไม่ได้อยากจะแข็งแรงตลอดกาล เพราะนั้นมันอยู่ที่ใจเรายอมรับความจริงได้มั้ยว่าชีวิตมันเป็นอย่างนี้แหล่ะ ได้มาก็เสียไป เจริญแล้วก็เสื่อมไป เป็นธรรมชาติ

นี้ทำยังไงเราจะค่อยๆพัฒนาใจของเราให้ยอมรับความจริงของชีวิตได้ อันนี้แหล่ะคือการปฏิบัติธรรมล่ะ ถ้าเราปฏิบัติธรรมนี้ก็คือเรามาเรียนรู้ความจริงของชีวิต เรียนรู้ไปจนวันนึงยอมรับความจริงได้ ทุกอย่างผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ถ้ายอมรับความจริงตัวนี้ได้ความทุกข์ก็จะค่อยๆหายไป การปฏิบัติธรรมก็คือการมาเรียนรู้ความจริงของชีวิต เราไม่ต้องไปเรียนที่อื่น เรามาเรียนอยู่ที่ตัวเราเอง ที่กายที่ใจนี้แหล่ะสำคัญที่สุด


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี


CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๓๔
File: 521115.mp3
ระหว่างวินาทีที่ ๕๖ ถึงนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การเจริญสติในชีวิตประจำวัน

mp 3 (for download) : การเจริญสติในชีวิตประจำวัน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

การเจริญสติในชีวิตประจำวัน

การเจริญสติในชีวิตประจำวัน

หลวงพ่อปราโมทย์: พอได้ยินหลวงปู่ดูลย์บอกให้ดูจิตตัวเองนะ ก็มาหัดดู ตอนนั้นรับราชการอยู่สำนักนายกฯ อยู่สำนักนายกฯใกล้ๆกับอาจารย์มานิตย์นี้แหละ ตึกใกล้ๆกัน ทุกวันนะ ตั้งแต่ตื่นนอน หัดภาวนา ตื่นนอนมา แค่ตื่นนอนนะ แล้วนึกว่าวันนี้วันอะไรนะ ใจเรายังเปลี่ยนเลย เนี่ยการภาวนาไม่มีอะไรหรอก ฝึกอยู่ในชีวิตจริงๆของเรานี้ ไม่ใช่ต้องนั่งหลับหูหลับตาไปฝึกในป่าในเขาอะไร ไม่ต้องหรอก

การภาวนาคือการเรียนรู้กาย เรียนรู้ใจ อยู่ที่ไหนมันก็มีกายมีใจ ใช่มั้ย ไม่ใช่ว่ามาอยู่ที่นี่ ไม่มีกายไม่มีใจ ต้องไปอยู่ที่วัดถึงจะมีกายมีใจ ไม่ใช่ อยู่ตรงไหนก็มีกายมีใจ เพราะฉะนั้นอยู่ที่ไหนก็ปฏิบัติได้ เพราะการปฏิบัติคือการเรียนรู้ความจริงของกายของใจ

ทีนี้ตื่นนอนมา หลวงพ่อรับราชการนะ ตื่นมา นึกได้ วันนี้วันจันทร์ ใจแห้งแล้ง นึกได้ว่าวันนี้วันศุกร์ ใจสดชื่น เรารู้ทัน ใจแห้งแล้งเราก็รู้ ใจสดชื่นเราก็รู้ นึกได้ว่าวันศุกร์นะ โอ๊.. ปรีด์เปรมมากเลย นึกได้ไปอีกนะ Long Weekend ด้วย สดชื่นมากกว่าปกติอีก ใครเป็นบ้าง มีมั้ย เป็นทั้งนั้นแหละ เพียงแต่ไม่ยอมยกมือ ทำให้ดูว่าขยันทำงาน พอนึกได้ว่าวันศุกร์นะ จิตใจสดชื่น ดูไปดูมา เฮ้ย..จำวันผิด วันนี้วันพุธ ความสุขพลิกเลย ใจก็ทุกข์ขึ้นมา เห็นเลย ใจเป็นทุกข์ขึ้นมา เนี่ยคอยดูอย่างนี้

เวลากินข้าวเราก็ภาวนาได้นะ เรากินข้าว สมมุติว่าเราเดินไปโรงอาหาร โอ้..วันนี้มีแต่ของโปรด จิตใจมีความสุข รู้สึกมั้ย วันนี้เจอแต่ของที่เราไม่ชอบ แม่ค้าพวกนี้ขาด Innovation ไม่ได้เรื่องเลยนะ ทำอาหารเหมือนกันทุกวันเลย ล้วนแต่ของที่เราไม่ชอบ พอเห็นแล้ว ใจเราก็ไม่ชอบ เนี่ยรู้ทันที่ใจเรานะ ไม่ใช่รู้ว่าวันนี้มีอาหารอะไรนะ ไม่ใช่รู้ว่าวันนี้มี แกงเป็ด แกงไก่ แกงปลาไหล ฉู่ฉี่ อะไรอย่างนี้

ให้รู้ความรู้สึกของเรา เช่น เห็นอย่างนี้ เห็นอาหารอย่างนี้ ใจเรารู้สึกอย่างนี้ ได้กลิ่นอาหารอย่างนี้ ใจเรารู้สึกอย่างนี้ รู้ที่ใจ รู้ความรู้สึกที่ใจ เนี่ย คือการเจริญสติในชีวิตจริงๆ ไม่ใช่นั่งหลับหูหลับตาอยู่ที่ไหนเลยนะ ใช้ชีวิตอยู่ตรงไหนก็ภาวนามันที่นั้นแหละ

เพราะฉะนั้นเราเดินไป เราเห็นอาหารอย่างนี้ ใจเรารู้สึกอย่างไร เรารู้ทันนะ กินเข้าไป โอ๊ย.. นี่ของโปรดทั้งนั้นเลย ตักใส่ปาก ไม่อร่อยเลย นึกว่าจะอร่อย ใครเคยเป็นมั้ย เห็นของโปรด ตักใส่ปากเข้าไปแล้ว มันไม่อร่อย รู้สึกอย่างไร ปลื้มใจ ได้กินของไม่อร่อย ไม่เป็นใช่มั้ย รู้สึกอ๊า..แย่จังเลย แม่ครัวคนนี้ ไม่ได้เรื่อง อะไรอย่างนี้ ใจไม่ชอบ รู้ทันว่าใจไม่ชอบ เพราะฉะนั้นเราคอยรู้ทันใจของเรา

ออกจากที่ทำงานของเราไป หรือจะมาที่ทำงาน ตอนเช้าๆ รถติดเยอะ รถติดเยอะแยะ วันนี้ออกจากบ้าน ขับรถออกมา เจอแต่ไฟแดง รู้สึกอย่างไร เจอไฟแดงรู้สึกอย่างไร เซ็งใช่มั้ย เดี๋ยวก็แดงๆ มีแต่ไฟแดงตลอดวันอะไรอย่างนี้ เบื่อมากเลย ถ้าวันไหนเจอแต่ไฟเขียว สดชื่น เห็นไฟเขียวดีใจๆ วิ่งๆวิ่งๆ แหมไฟยังเขียวอยู่ แดงปุ๊บขึ้นมา ไฟเหลืองก็ต้องรีบเร่งต่อไป ใช่มั้ย เกิดแดงขึ้นมาแล้วตำรวจมันยืนอยู่ เราก็ต้องเบรค หันไปดูอีกที อุ๊ยตำรวจตัวปลอม เดี๋ยวนี้คนกรุงเทพฯมันหลอกลวงนะ มันมีตำรวจตัวปลอมเยอะเลยนะ ตำรวจตัวปลอมกับตำรวจตัวจริงต่างกันตรงไหน ดูออกมั้ย ดูที่พุงสิ นะ ตำรวจตัวจริงนะจะอ้วนกว่าตำรวจตัวปลอม ถ้าติดไฟแดงเป็นคันแรกรู้สึกอย่างไร โห..โมโหเลย บางที ใช่มั้ย ถ้าติดเป็นคันที่ ๒๐ รู้สึกอย่างไร สบายกว่า รู้สึกมั้ย ถ้าติดเป็นคันที่ ๘๐ คันที่ ๑๒๐ เฉยๆ ไฟเขียวก็ยังเฉยอยู่ รู้ว่าไม่รอดหรอก เนี่ยเราคอยรู้ความรู้สึกของเรา เนี่ยแหละคือการปฏิบัติธรรมในชีวิตจริงๆ

อย่าไปคิดนะว่าการปฎิบัติธรรมในชีวิตธรรมดาเนี่ย ไม่มีผลอะไร จะแตกหักกันนะ จะบรรลุมรรคผลนิพพานได้หรือเปล่า อยู่ที่ว่าเราปฎิบัติธรรมในชีวิตจริงๆของเราได้หรือเปล่า คนๆหนึ่งจะไปนั่งสมาธิ จะไปเดินจงกรมได้วันละกี่ชั่วโมง ชีวิตส่วนใหญ่ของเรา ก็คือชีวิตที่อยู่กับโลกธรรมดานี้ต่างหากล่ะ

เพราะฉะนั้นถ้าเราฝึกปฏิบัติได้เฉพาะตอนเข้าวัด เข้าคอร์ส ตอนนั่งสมาธิ ตอนเดินจงกรม โอกาสที่จะปฏิบัติมันมีนิดเดียว ปีหนึ่งจะมีสักกี่ครั้ง วันหนึ่งจะมีสักกี่ชั่วโมง กี่นาที แต่เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวัน เราโยนทิ้งเสียเปล่าๆ หลวงพ่อไม่โยนทิ้งเลยนะ ยกตัวอย่างแต่ก่อนนี้ ตอนที่รับราชการใหม่ๆ ยังไม่มีรถขับหรอก ขึ้นรถเมล์ พอตอนเช้าออกมาที่ป้ายรถเมล์ปุ๊บ เห็นผู้ร่วมชะตากรรมพอๆกับคนในห้องนี้ สดชื่นมั้ย เพื่อนเยอะ ไม่สดชื่นเลยใช่มั้ย เซ็ง เฮ่อ อย่างนี้จะไปได้ไง เซ็งรู้ว่าเซ็ง เห็นรถเมล์วิ่งมาแล้ว ปุเลงๆ อุ๊ย..คันนี้ว่าง ดีใจ มันไม่จอด เปลี่ยนจากดีใจเป็นโกรธ ความจริงที่มันว่างเพราะมันไม่ชอบจอด ถ้ามันชอบจอดมันคงไม่ว่างหรอก มันก็เรื่องง่ายๆแค่นั้นเอง เนี่ยพอรถเมล์ว่างๆมาดีใจ พอไม่ยอมจอดเปลี่ยนเป็นโมโห โมโหรู้ว่าโมโห เนี่ยคอยรู้ความรู้สึกของตัวเองไป

การหัดเจริญสติในชีวิตประจำวัน ที่ง่ายๆ เหมาะสำหรับคนเมือง คนอย่างพวกเรานี้แหละ คนอยู่ในเมือง ไม่มีเวลานั่งสมาธิ ไม่มีเวลาเดินจงกรมอะไรมากมาย ก็ให้พวกเราคอยรู้ความรู้สึกของตัวเอง ความรู้สึกของเราจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เดี๋ยวสุข เดี๋ยวทุกข์ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ความรู้สึกจะเปลี่ยนตลอด คอยมีสติรู้มันไปเรื่อยๆ อย่าไปบังคับให้มันสุข ให้มันสงบ ให้มันดีนะ เราดูความเปลี่ยนแปลง ท่องไว้นะ ว่าต่อไปนี้ เราจะคอยรู้ความเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก คอยรู้ความรู้สึกที่มันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ดูเล่นๆไปเรื่อย เราก็จะเห็นเลย จิตใจนี้ เดี๋ยวสุข เดี๋ยวทุกข์ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้ายนะ หมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ความสุขก็อยู่ชั่วคราวแล้วก็หายไป ความทุกข์ก็อยู่ชั่วคราวแล้วก็หายไป โลภ โกรธ หลง อยู่ชั่วคราว แล้วก็หายไป ทุกอย่างอยู่ชั่วคราวแล้วก็หายไป ฝึกมาอย่างนี้เรื่อยๆนะ ต่อไปปัญญามันแจ้งเลย สิ่งใดเกิดขึ้นสิ่งนั้นดับไปเป็นธรรมดา ถ้าพูดภาษาบาลีก็ได้นะ บอกว่า ยํ กิญฺจิ สมุทย ธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธ ธมฺมนฺติ สิ่งใดเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นดับไปเป็นธรรมดา ผู้ใดเห็นว่าสิ่งใดเกิดขึ้น สิ่งนั้นดับไป เป็นธรรมดา ก็เป็นภูมิธรรมของพระโสดาบันนั่นเอง ทุกอย่างมีแต่เกิดแล้วดับ ไม่มีตัวตนถาวร ไม่มีอัตตาตัวตนที่ถาวร

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
เมื่อวันพุธที่ ๒๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๒

CD: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช วันที่ ๒๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๒
File: 520429
ระหว่างนาทีที่ ๓๕ วินาทีที่ ๗ ถึง นาทีที่ ๔๑ วินาทีที่ ๔๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การเจริญสติในชีวิตประจำวัน เป็นหัวใจของการปฏิบัติธรรม

mp 3 (for download) : การเจริญสติในชีวิตประจำวัน เป็นหัวใจของการปฏิบัติธรรม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: เรื่องการเจริญสติในชีวิตประจำวัน เรื่องนี้เป็นเรื่องหัวใจของการปฏิบัติธรรมทีเดียว พวกเราเวลาคิดถึงการปฏิบัติธรรมนะ เราจะวาดภาพว่า ต้องไปนั่งสมาธิ ต้องไปเดินจงกรม จะทำอะไรก็ต้องไม่เหมือนมนุษย์ธรรมดา ต้องช้าๆ ต้องนุ่มนวล ต้องช้าๆ ค่อยๆขยับ ยกตัวอย่างจะเดินก็ต้องช้าๆนะ จะทำอะไรทุกอย่างต้องช้าๆ แล้วจะเรียกว่าเป็นการปฏิบัติธรรม นั่งก็ต้องหลับตา ถึงจะเรียกว่าปฏิบัติธรรม นั่งลืมตาก็ไม่ได้ ต้องนั่งในท่านี้ด้วย ต้องเดินในท่านี้ด้วย ถึงจะเรียกว่าการปฏิบัติ

ในความเป็นจริงการปฏิบัติธรรมไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอก การปฏิบัติธรรมจริงๆคือการมีสติ เมื่อไรมีสติเมื่อนั้นมีการปฏิบัตินะ มีความเพียร เมื่อไรขาดสติ เมื่อนั้นขาดการปฏิบัติ ขาดความเพียร เพราะฉะนั้นหลวงปู่มั่นท่านสอนไว้ดีมากเลย ท่านบอกว่า ถ้าเราทำสมาธิมาก จะเนิ่นช้า ถ้าเราค้นคว้าพิจารณาธรรมะมาก พิจารณากาย พิจารณาอะไรมากเนี่ย จิตจะฟุ้งซ่าน หัวใจสำคัญของการปฏิบัติเนี่ย คือการเจริญสติในชีวิตประจำวัน

การเจริญสติในชีวิตประจำวันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องไม่นั่งสมาธิ ไม่เดินจงกรม ไม่ทำในรูปแบบ ไม่ใช่ อาศัยการทำในรูปแบบในเบื้องต้นนี้เอง เป็นการฝึกให้เกิดสติ เมื่อมีสติแล้ว เราเอาสติมาใช้ในชีวิตประจำวัน จะแตกหักกันก็ตรงที่ว่า ใครจะเจริญสติในชีวิตประจำวันได้ คนไหนเจริญสติในชีวิตประจำวันไม่ได้เนี่ย โอกาสที่จะบรรลุมรรคผลนิพพานในชีวิตนี้นะ ยังห่างไกลเหลือเกิน

มันยากมากเลยที่คนๆหนึ่งจะมีสติขึ้นมา สติที่แท้จริง แต่ไม่ยากเลยที่คนที่มีสติที่แท้จริงแล้ว จะบรรลุมรรคผลนิพพานในชีวิตนี้ มรรค ผล นิพพาน มีจริงๆ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
เมื่อ วันพุธที่ ๒๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๒

CD: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช วันที่ ๒๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๒
File: 520429.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๕๙ ถึง นาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๕๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่