Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ทุกอย่างมีเหตุกับผล และเหตุกับผลต้องตรงกัน

mp 3 (for download) : ทุกอย่างมีเหตุกับผล และเหตุกับผลต้องตรงกัน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: ทุกอย่างมีเหตุกับผลนะ อย่าเชื่ออะไรงมงาย อย่างอยู่ๆ เราจะไปไหว้พระ ขอให้เจ้าแม่กวนอิมหรือ เจ้าพ่ออะไร? เห้งเจีย อะไรช่วยเราเนี่ย เจ้าพ่อเจ้าแม่ก็ช่วยไม่ได้ อยู่ที่กรรมของเราเอง อย่างเจ้าแม่กวนอิมเป็นพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ความเมตตานั้นมหาศาล แต่ท่านทำอะไรบ้าง ท่านเงี่ยหูฟังเสียงสรรพสัตว์มันร้องไห้ บอกไหมว่าท่านซับน้ำตาให้สัตว์ให้พ้นทุกข์ได้ทุกตัว มันทำไม่ได้ เนี่ย มันทำไม่ได้ สัตว์ที่ทำกรรมชั่ว เวลากรรมชั่วให้ผลมามันก็ได้รับความทุกข์ ท่านก็เห็นใจ เห็นใจอยากช่วย ช่วยยังไง? ก็ต้องแนะนำให้มันทำดี ทุกอย่างเป็นเรื่องเหตุกับผลทั้งหมดเลยนะ

หลวงพ่อเคยอ่านเรื่องของเจ้าแม่กวนอิม บอกว่าก่อนที่ท่านจะบรรลุ บรรลุของมหายานกับของเราไม่เหมือนกันนะ เขาบรรลุเป็นพระโพธิสัตว์ได้ ท่านสร้างความดีมากมาย จนพระพุทธเจ้าเห็นใจประทานเเจกันหยกให้อันหนึ่ง แล้วก็บอกว่าเอาแจกันเนี้ยไปตั้งบูชาไว้นะ แล้วดู วันไหนมีน้ำเต็มแจกันขึ้นมานะ วันนั้นน่ะจะบรรลุแล้ว จะเข้าถึงธรรมะ เจ้าแม่กวนอิมก็ไปช่วยคนเยอะเลยนะ พยายามช่วย ช่วยๆ กลับมาที่ตำหนักแจกันก็เหมือนเดิม ต้องคอยเช็ดฝุ่นด้วยซ้ำไป ไม่มีน้ำ เนี่ย ทำความดีอยู่นานเลยนะ ใจ เมื่อไหร่จะมีน้ำ เมื่อไหร่จะมีน้ำ มันไม่มี จนกระทั่งลูกศิษย์ของท่านน่ะ ลูกศิษย์ของเจ้าแม่กวนอิมเองสงสาร โถ เจ้าแม่อยากให้มันมีน้ำ เจ้าแม่ไม่อยู่มันเอาน้ำเติมแจกันเต็มเลย มันใส่เข้าไปเต็มเลย นี้เจ้าแม่กลับมานะ โอ้ย น้ำเต็มแล้ว วันนี้จะบรรลุแล้ว ดีใจใหญ่เจ้าแม่จะบรรลุแล้ว ตัวท่านน่ะดีใจ ลูกศิษย์เนี่ยรู้สึกสำนึกผิดเลย ไอ้นี่หลอกอาจารย์ ถึงจะหวังดีนะ แต่ทำให้อาจารย์เข้าใจผิดไปแล้วล่ะ ทีแรกคิดแต่ว่าท่านอยากให้น้ำมันเต็ม ก็เติมให้เต็ม ที่แท้ท่านอยากให้เต็มเพราะว่าท่านจะได้บรรลุธรรม ลูกศิษย์ก็เลยเข้าไปกราบขอขมาท่าน สารภาพว่า ได้เติมน้ำไว้เอง จำไม่ได้ผู้หญิงผู้ชายนะ เนี่ยเอาน้ำไปเติมเอง พอท่านได้ยินนะ ท่านก็บรรลุแล้ว

น้ำ มันก็ต้องมีเหตุสิ มันถึงจะเกิด เมื่อเติมไว้ มันก็มีเหตุใช่ไหมน้ำมันถึงจะเต็ม ไม่มีเหตุมันไม่เต็มหรอก แล้วเหตุกับผลต้องตรงกัน อยากให้มีน้ำก็ต้องเติมน้ำ ไม่ใช่อยากมีน้ำไปช่วยคน เหตุกับผลไม่ตรงกัน งั้นสร้างเหตุกับผลต้องตรงกัน อยากได้ อยากจะกินมะม่วงก็ต้องไปปลูกมะม่วง อยากจะกินข้าวก็ไปปลูกข้าว นี่เรื่องของเหตุกับผลทั้งสิ้นเลย

งั้นชาวพุทธเราต้องดำรงชีวิตด้วยความมีเหตุผล อย่างมงาย ความงมงายนั้นมีทุกระดับ กระทั่งในการปฏิบัติ อย่างเราคิดว่าปฏิบัติอย่างเนี้ย จะพ้นทุกข์ ใครๆ ก็คิดน่ะ ศาสนาอื่นก็คิด เขาก็อยากจะมีความสุขอมตะ อยากมีความสุขที่อมตะ อย่างเช่นนั่งสมาธิเข้าฌานจนจิตเป็นพรหมขึ้นมา พอจิตเป็นพรหมแล้วบอกจิตกลายเป็นพรหมแล้ว จิตรวมเข้ากับพรหมแล้ว เนี่ยจุดสูงสุด ไม่รู้เหตุ ว่าการที่ไปฝึกสมาธิจนเป็นพรหมน่ะ ยังเป็นเหตุเป็นผลในฝ่ายวัฏฏะอยู่ มันทำความดีไปเกิดในที่ดี เมื่อเกิดได้ก็ยังดับได้อีก มันไม่ได้พ้นจากการเกิดจริง

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
เมื่อวันเสาร์ที่ ๖ เดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๗ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๗
File: 571206A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๑๕ ถึงนาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๕๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ธรรมะเป็นของจริง อยู่ที่ว่าเราเป็นคนจริงแค่ไหน

mp 3 (for download) : ธรรมะเป็นของจริง อยู่ที่ว่าเราเป็นคนจริงแค่ไหน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.



หลวงพ่อปราโมทย์:
ไปทำนะ มรรคผลนิพพานมีจริงๆนะ ทางปฏิบัติไปสู่มรรคผลนิพพานก็มีจริงๆ พระพุทธเจ้าสอนไว้แล้ว มันอยู่ที่ว่า เราเป็นคนจริงพอที่จะเดินทางนี้หรือเปล่าเท่านั้นแหละ คนเหลาะแหละโลเลไม่ได้กินหรอกนะ อย่ามาอ้อนวอนขอให้ใครช่วย ไปจุดธูปจุดเทียนขอให้ได้มรรคผลนิพพาน ไม่ได้กินหรอก ต้องสู้เอานะ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๙ เดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๕ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
Track: ๘
File: 551209B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๕๙ ถึง นาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๒๓

ตัดคลิปส์โดยคุณ ok2077
ถอดคลิปส์และตรวจทานโดยคุณ พัลวัน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

มรรคผลนิพพาน ไม่ใช่สิ่งที่เหลือวิสัย

mp3 for download : มรรคผลนิพพาน ไม่ใช่สิ่งที่เหลือวิสัย

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมย์ :มรรคผลนิพพานไม่ใช่ของยากอะไร ไม่เหลือวิสัยที่มนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่งจะทำได้ เพราะธรรมะที่พระพุทธเจ้าท่านเอามาสอนพวกเรานั้น เป็นธรรมะที่พอดีสำหรับคนธรรมดาๆ อย่างพวกเราคนธรรมดาๆ

คนผิดธรรมดามันทำไม่ได้ ผิดธรรมดา มันทำไม่เป็นก็ทำไม่ได้ อย่างของเรานี้คนปกติ ไม่จำเป็นว่าแหมไอคิวตั้งเท่านั้นเท่านี้นะ ไม่ใช่

พวกเรามีตาหูจมูกนกายใจ พูดภาษามนุษย์รู้เรื่อง ฟังธรรมรู้เรื่อง รู้หลักแล้วก็ทำ ไม่ยากอะไร รู้สึกตัว รู้สึกตัวไปแล้วก็ดูกายเขาทำงานดูใจเขาทำงานไป วันไหนมีกำลังมาก ดูเข้าไปที่จิต วันไหนแรงไม่พอ ดูจิตไม่รู้เรื่อง ก็ดูกาย กายเป็นบ้านของจิต

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๓
File 550106
ระหว่างนาทีที่ ๑# วินาทีที่ ๓๐ ถึงนาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๓๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

มรรค ผล นิพพาน ไม่ได้จำกัดให้เฉพาะผู้ทรงฌาน

มรรค ผล นิพพาน ไม่ได้จำกัดให้เฉพาะผู้ทรงฌาน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : เนี่ยเราหัดดูเรื่อยนะ หัดดูไป สำหรับคนที่ทำฌานไม่ได้นะ มรรคผลนิพพานไม่ใช่ของผูกขาดสำหรับผู้ทำฌานนะ คนละเรื่องกันเลย เข้าฌานอย่างเดียวไม่เจริญวิปัสสนา ก็ไม่ได้มรรคผลหรอก

เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าฌานไม่ได้ก็ไม่ต้องน้อยใจว่าอาภัพเหลือเกิน บางคนไปสอนกันบอกว่า ต้องทำฌานให้ได้ก่อนถึงจะเจริญปัญญาได้ เป็นการสอนเกินพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนอย่างนั้น คิดเอาเอง

เพราะฉะนั้นถ้าเราทำฌานไม่ได้นะ เราก็ทำกรรมฐานขึ้นมาสักอย่างหนึ่ง แล้วคอยรู้ทันจิตที่ฟุ้งซ่าน-จิตที่หนีไปคิด รู้บ่อยๆ พอรู้บ่อยเนี่ย ตัวรู้จะค่อยเด่นขึ้นๆ ต่อไปพอเผลอตัวนิดเดียว ตัวรู้ดีดขึ้นมาเลย พอเผลอปุ๊บ-รู้ทัน ตัวรู้ก็ดีดขึ้นมาเลย ขึ้นมาเองเลย

พอได้ตัวรู้แล้ว ก็ให้ตาหูจมูกลิ้นกายใจกระทบอารมณ์ไปตามธรรมชาติธรรมดา กระทบแล้วไม่ตรึงจิตให้นิ่ง ให้จิตเกิดความรู้สึกไปตามธรรมชาติธรรมดา เห็นคนนี้กับเห็นคนนี้ ไม่จำเป็นต้องเท่าเทียมกันในความรู้สึก เห็นคนนี้ชอบ รู้ว่าชอบ เห็นคนนี้เกลียด รู้ว่าเกลียด ไม่ใช่เห็นทุกคนเสมอกัน (การเห็นทุกคนเสมอกัน)อันนั้นเป็นผลของการปฏิบัติ เราไม่ใช่พระอรหันต์

พระอรหันต์ท่านเห็นใครๆก็เหมือนๆกันหมดนะ ไม่ได้แตกต่าง ไม่ได้รู้สึกอะไร เห็นหมาเห็นคนก็เหมือนกัน เห็นนางงามจักรวาลกับหมาขี้เรื้อนๆก็เท่าๆกันน่ะ ไม่ได้รู้สึกต่างกัน แต่ของเรายังต่าง เราไม่ห้ามมัน เห็นอย่างนี้ชอบ เห็นอย่างนี้เกลียด เห็นอย่างนี้รัก เห็นอย่างนี้กลัว รู้ทันไปเรื่อย

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ ที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๕
ไฟล์ 550525B
ระหว่างนาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๑ ถึง นาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๓๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ความอยากของเรา กีดกั้นเราจากมรรคผลนิพพาน

mp 3 (for download) : ความอยากของเรา กีดกั้นเราจากมรรคผลนิพพาน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
ขอขอบคุณ ภาพจากงาน “ธรรมะกลางเมือง”

หลวงพ่อปราโมทย์ : จริงๆมรรคผลนิพพานไม่ใช่เรื่องยากเลยนะ นิพพานไม่เคยหายไปไหนสักวันเดียวเลย นิพพานอยู่ต่อหน้าต่อตาเรามาแต่ไหนแต่ไร ไม่ได้อยู่ไกลเลยนะ อยู่ต่อหน้าต่อตานี่เอง แต่เราไม่เห็น นิพพานคือความไม่ปรุงแต่ง นิพพานมีชื่ออันหนึ่งว่า “วิสังขาร” นิพพานมีชื่ออันหนึ่งว่า “วิราคะ” ไม่มีความอยาก

ใจของเรามันมีความอยาก อยากปฏิบัติธรรม อยากดี อยากโน่นอยากนี่ขึ้นมา พอมันมีความอยากขึ้นมา มันก็ปรุง คนชั่วก็ปรุงชั่ว คนดีก็ปรุงดี นักปฏิบัติก็ปรุงดีขึ้นมา คอยควบคุมกายคอยควบคุมใจ หาทางทำอย่างนั้นหาทางทำอย่างนี้ การที่พยายามทำอยู่นั่นแหละทำให้ไม่เห็นนิพพาน ฉะนั้นขันธ์ ๕ นะ ขันธ์ ๕ เค้าเป็นธรรมะที่ปรุงแต่งเรียก“สังขตธรรม” ฉะนั้นขันธ์ ๕ ต้องปรุงแต่ง ขันธ์ ๕ เป็นธรรมชาติที่ปรุงแต่ง เราไม่ได้ไปฝึกให้ขันธ์ ๕ ไม่ปรุงแต่งนะ เพราะฉะนั้นอย่างจิตเนี่ย จิตอยู่ในขันธ์ ๕ จิตมีหน้าที่คิดนึกปรุงแต่ง

เราไม่ได้ฝึกให้มันไม่คิด ไม่นึก ไม่ปรุง ไม่แต่ง แต่เมื่อเค้าทำงาน ขันธ์ ๕ เค้าทำงานแล้วเนี่ยอย่าหลงเข้าไปแทรกแซงขันธ์ ๕  พวกเรานักปฏิบัติชอบแทรกแซงขันธ์ ๕ นะ เช่น ร่างกายนี้มันจะหายใจ เราก็ไปแทรกแซงการหายใจ ไปเปลี่ยนจังหวะการหายใจ หายใจให้ผิดธรรมดา แล้วก็เหนื่อยนะ ร่างกายเคยขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว เคยยืน เคยเดิน เคยนั่ง เคยนอน ท่านั้นท่านี้ เราก็เริ่มไปจำกัดมัน ต้องอยู่ท่านั้นต้องอยู่ท่านี้ ต้องเดินอย่างนั้นถึงถูกต้องนั่งอย่างนี้ถึงจะถูก เดินท่านั้นผิดเดินท่านี้ผิด นี่เราพยายามเข้าไปแทรกแซงขันธ์ เวทนาเค้าก็เป็นธรรมชาติอีกอย่างหนึ่ง เดี๋ยวเค้าก็สุข เดี๋ยวเค้าก็ทุกข์ เดี๋ยวเค้าเฉยๆ พอเราเห็นทุกข์ขึ้นมาเราไม่ชอบนะ พยายามแทรกแซงให้หายไป ความสุขก็พยายามแทรกแซงให้มันเกิดขึ้นมา เกิดขึ้นมาแล้วแทรกแซงจะรักษามันไว้

นี่เราเข้าไปหลงแทรกแซงขันธ์ ๕ สัญญามันจะจำได้มันจะหมายรู้ ก็ไปแทรกแซง ที่อู๊ดเคยพลาดเรื่องแทรกแซงสัญญา ตัวนั้น จำได้ใช่มั้ย เห็นโต๊ะไปเรียกว่าเก้าอี้อะไรอย่างนี้นะ ไปแทรกแซงทำให้มันสับสน เสร็จแล้วมันจะอยู่ในโลกสมมุตินี้ไม่ได้ เพราะว่าสัญญา ไม่ตรงกับใครเค้าเลย สังขารก็คือจิตมันต้องปรุงดีบ้างปรุงชั่วบ้าง เราไม่อยากให้ปรุงชั่ว เราอยากให้ปรุงดี เราแทรกแซงนะ อย่างจิตฟุ้งซ่านขึ้นมา เราก็มาพุทโธๆ มาฟุ้งซ่านหนอๆ ให้หายฟุ้งซ่าน นี่แทรกแซง จิตโกรธขึ้นมานะ ก็พยายามแผ่เมตตาใหญ่ แผ่เมตตาให้หายโกรธ อันนี้ก็แทรกแซง แต่ถามว่าดีมั้ย? ก็ดี   เหมือนกันนะ แต่ดีแบบสมถะไม่ใช่วิปัสสนา

วิปัสสนานี่เราจะให้ขันธ์ทำงานไป โดยเราไม่เข้าไปแทรกแซงขันธ์ ใจที่มันสงบตั้งมั่นไม่เข้าไปแทรกแซงขันธ์ เห็นขันธ์ไปตามความเป็นจริง ใจดวงนี้เนี่ยใกล้ต่อมรรคผลนิพพาน ที่อาจารย์วัฒนาถาม “สังขารุเปกขาญาณ” เมื่อเช้านี้ จิตที่มันตั้งมั่นด้วยปัญญานะ ตั้งมั่นมีปัญญาอยู่ เห็นขันธ์ทำงานไปส่วนของขันธ์ จิตไม่เข้าไปแทรกแซงขันธ์ อย่างนี้เรียกว่า “สังขารุเปกขา” เป็นกลางกับขันธ์ เป็นกลางกับสังขาร กับความปรุงแต่งทั้งหลาย ภาวะแห่งการสักว่ารู้สักว่าเห็นก็จะเกิดขึ้น ใจจะไม่   ดิ้นรน เมื่อใจไม่ดิ้นรน ถึงจุดหนึ่งใจจะเห็นธรรมะที่ไม่ดิ้นรน ธรรมะที่ไม่มีความอยาก ธรรมะที่ไม่ดิ้นรน คือ “วิราคะ” กับ “วิสังขาร” หรือ “นิพพาน” นั่นเอง

เพราะฉะนั้นไม่มีใครกีดกั้นเราไว้จากนิพพานเลย ไม่มีใครกีดกั้นเราจากมรรคผล เรากีดกั้นตัวเองด้วยความอยากจะได้มรรคผลนิพพานนั่นแหละ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๙ หลังฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๖
Track: ๒
ระหว่างนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๔๑ ถึง นาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๕๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ความสุขในธรรม เป็นความสุขที่อมตะ เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่

mp 3 (for download) : ความสุขในธรรม เป็นความสุขที่อมตะ เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ความสุขในธรรม เป็นความสุขที่อมตะ เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่

ความสุขในธรรม เป็นความสุขที่อมตะ เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่

หลวงพ่อปราโมทย์ : เราคอยรู้สึกนะ คอยรู้สึกอยู่ปัจจุบันนี้แหล่ะ รู้สภาวะไปนะ แล้ววันนึงจะได้ลิ้มรสของมรรคผลนิพพาน

เดินทางไกลในสังสารวัฏเนี่ยต้องรู้เป้าหมายของชีวิตนะ เป้าหมายของชีวิตเราเพื่อถอดถอนตัวเองออกจากกองทุกข์ให้ได้ มันเรื่องอะไรเราจะต้องมีชีวิตที่ทุกข์ตลอดกาล ทุกข์แล้วทุกข์อีก ตายแล้วตายอีก ก็ทุกข์แล้วทุกข์อีกอยู่อย่างนั้นแหล่ะ คนไม่เชื่อตายแล้วตายอีกก็ดูปัจจุบันไป มันก็ทุกข์อยู่ทั้งวันทั้งคืนอยู่แล้ว แล้วเฝ้ารู้เฝ้าดูไปนะ วันนึงใจถอดถอนความยึดถือออกไปแล้วก็ มันพ้นทุกข์ต่อหน้าต่อตาเลย เราจะมีชีวิตที่สมบูรณ์ เรียกว่าเราพบสิ่งซึ่งมีคุณค่าที่สุดในสังสารวัฏแล้วคือ ค้นพบธรรมะ นั้นเราเดินทางไกลในสังสารวัฏเนี่ยก็เพื่อแสวงหาธรรมะนั่นเอง

ส่วนคนซึ่งเค้าไม่มีสติปัญญาเค้าไม่สามารถแสวงหาธรรมะได้ เค้าจะแสวงหาอะไร เค้าแสวงหากาม กามคือความสุขความเพลิดเพลินไปทางตาหูจมูกลิ้นกาย กายกระทบสัมผัสต่างๆ เนี่ยคนทั้งหลายก็เที่ยวแสวงหาความสุขกันแบบนั้น

อีกพวกนึงก็แสวงหากามที่ปราณีตขึ้นไปอีก คือแสวงหาความสุขทางใจ เข้าสมาธิทำฌานทำอะไรไปนะก็ได้รับความสุขทางใจ เป็นราคะที่ละเอียดขึ้นไป

ส่วนผู้มีสติมีปัญญาเนี่ยภาวนาจนเราเข้าใจธรรมรู้แจ้งอริยสัจ พอรู้แจ้งอริยสัจนะพ้นทุกข์ตั้งแต่ปัจจุบัน ตั้งแต่ขณะจิตที่รู้แจ้งอริยสัจนั่นเลย พ้นทุกข์เลย

ตั้งแต่นั้น ถ้ารู้แจ้งแล้วตั้งแต่นั้นเนี่ย ไม่มีอะไรปรุงแต่งจิตอีกแล้ว จิตไม่มีการทำงานแล้ว จิตทำหน้าที่ของจิตไปเรียกว่าเป็นกริยาแต่ไม่มีการทำงานด้วยความจงใจใดๆแล้ว ทำของเค้าเองโดยอัตโนมัติ ใจก็โปร่งโล่งสบาย

งั้นหลวงพ่อขอให้คำแนะนำพวกเรานะ รีบภาวนาแล้วเป็นพระอรหันต์ไวๆเวลาที่เหลือเราจะได้มีชีวิตที่มีความสุขนะ คุ้มค่าที่สุดเลย อย่าไปมัวแต่เอร็ดอร่อยกับของกิ๊กๆก๊อกๆนะ ความสุขทั้งหลายในโลกที่ทำให้เราติดอกติดใจนั้นมันเป็นความสุขเล็กน้อย เหมือนความสุขของเด็กเล่นกรวดเล่นทรายเล่นดินเล่นโคลนอยู่ข้างถนนข้างคลองเท่านั้นเอง

ความสุขในธรรมะนะมันปราณีต มันสะอาดหมดจด ดีกว่ากันเยอะ นั้นอย่าเสียดายความสุขเล็กๆน้อยๆ เรียนรู้ธรรมะไป แล้วเราจะได้ความสุขที่ยิ่งใหญ่ และความสุขที่เป็นอมตะด้วย ความสุขในโลกไม่อมตะหรอก อยู่ได้ชั่วครั้งชั่วคราวเดี๋ยวก็หายไปแล้ว

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๗
Track: ๑๒
File: 511109.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๕๗ ถึง นาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๓๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทางบรรลุธรรม (๕) เมื่อภาวนาเป็นแล้ว ก็ต้องภาวนาให้เต็มที่ เพื่อเข้าถึงภาวะ สักว่ารู้ สักว่าเห็น

mp3 for download : ทางบรรลุธรรม (๕) เมื่อภาวนาเป็นแล้ว ก็ต้องภาวนาให้เต็มที่ เพื่อเข้าถึงภาวะ “สักว่ารู้ สักว่าเห็น”

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางบรรลุธรรม (๕) เมื่อภาวนาเป็นแล้ว ก็ต้องภาวนาให้เต็มที่ เพื่อเข้าถึงภาวะ 'สักว่ารู้ สักว่าเห็น'

ทางบรรลุธรรม (๕) เมื่อภาวนาเป็นแล้ว ก็ต้องภาวนาให้เต็มที่ เพื่อเข้าถึงภาวะ 'สักว่ารู้ สักว่าเห็น'

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทำไปเรื่อยๆ จนถึงวันหนึ่งก็พบว่า เอ๊.. ทำยังไง ดีก็ไม่ถาวร สุขก็ไม่ถาวร สงบก็ไม่ถาวร ตัวผู้รู้ก็ไม่ถาวรนะ ตัวผู้รู้เกิดได้ก็กลายเป็นตัวผู้คิดได้ ยังกลายเป็นตัวผู้เพ่งได้ มีแต่ของไม่ถาวร ก็พย้ามพยามนะ อยากจะให้ดีถาวร สุขถาวร สงบถาวร

ถามใจของพวเราดู ที่เราปฏิบัติ เราอยากได้ตรงนี้ใช่มั้ย อยากได้ มรรค ผล นิพพาน จริงๆเพราะอะไร มรรค ผล นิพพาน มันน่าจะดีถาวร มันน่าจะสุขถาวร มันน่าจะสงบถาวร เราอยากได้สิ่งเหล่านี้

ถ้ามีสติปัญญามาก ก็อยากจะได้ มรรค ผล นิพพาน เพื่อจะดีถาวร สุขถาวร สงบถาวร ถ้าโง่กว่านั้นนะ ก็ไปทำสมาธิ ทำอะไรขึ้นมา ก็ดีเหมือนกัน ดีช่วงที่มีสมาธิอยู่ สงบช่วงที่มีสมาธิอยู่ สุขช่วงที่มีสมาธิอยู่ พอมันเสื่อมแล้วก็หาย

ไปอีก ก็ต้องมาทำอีก นี่ก็แล้วแต่สติ แล้วแต่ปัญญา บางคนก็อยากได้มรรค ผล นิพพาน ก็เพราะว่ามันดี มันสุข มันสงบ นั่นแหละ

ทีนี้ตะเกียกตะกายนะ หาสิ่งเหล่านี้ไปเรื่อย คิดว่าถ้าเราฝึกได้ดี เต็มที่แล้ว วันหนึ่งจิตของเราจะดีถาวร สุขถาวร สงบถาวร แล้วคิดก็ว่าจิตเป็นเรานั่นแหละ คิดจะทำมันให้ดีให้ได้ คิดจะทำมันให้สุขให้ได้ คิดจะทำมันให้สงบให้ได้ ดีชั่วคราว สุขชั่วคราว สงบชั่วคราว เราก็ไม่พอใจ จะเอาถาวร

สุดท้ายเนี่ย พากเพียรแทบล้มแทบตายนะ ก็พบว่า ดีก็ชั่วคราว สุขก็ชั่วคราว สงบก็ชั่วคราว จิตผู้รู้ก็ชั่วคราว อะไรๆก็ชั่วคราวไปหมดเลย ไม่เห็นมีตรงไหนเลยที่มันจะถาวรได้ จิตยอมรับความจริงตรงนี้ได้นะ จิตก็หมดแรงดิ้นละ จะดิ้นไปทำไมล่ะ ดิ้นหาดี หาสุข หาสงบ ดิ้นยังไงก็ไม่มี มีก็มีชั่วคราวเดี๋ยวก็หายไปอีก เนี่ย จิตจะหยุดแรงดิ้นนะ หมดแรงดิ้น แต่จิตที่หมดแรงดิ้นเพราะดิ้นมาสุดขีดแล้วนะ สติก็สุดขีดแล้ว สมาธิก็สุดขีดแล้ว ปัญญาก็สุดขีดแล้ว

สติสุดขีดก็คือ ไม่เจตนาจะรู้ ก็รู้ๆๆ รู้ทั้งวันเลย รู้ทั้งคืนด้วย สมาธิก็จิตตั้งมั่น เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน รู้อยู่อย่างนี้ ไม่เป็นผู้หลงนะ อย่างมากก็หลงแว้บๆ แล้วก็กลับมาเป็นผู้รู้อย่างรวดเร็ว จะทำสมาธิให้มากกว่านี้ก็ไม่รู้จะทำยังไง จะทำสติให้มากกว่านี้ก็ไม่รู้จะทำยังไง จะเจริญปัญญาให้มากกว่านี้ก็ไม่รู้จะทำยังไง มันจนมุมไปหมดเลย

คือสติก็ทำมาจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว สมาธิทำจนไม่รู้จะทำยังไง ปัญญาก็ไม่รู้จะพลิกแพลงไปพิจารณาอะไรอีกต่อไปแล้ว เนื่ยจิตถ้าภาวนามาจนสุดขีดนะ มันจะเข้ามาสู่ภาวะแห่งความจนมุมนี้ มันจะหยุดแรงดิ้น มันจะหมดความอยากว่าจะทำยังไงจะพ้นทุกข์ได้ ทำยังไงจะสุขถาวร ทำยังไงจะดีถาวร ทำยังไงจะสงบถาวร เพราะมันดิ้นมาสุดฤทธิ์สุดเดชแล้วก็ไม่รู้จะทำยังไง มันทำไม่ได้สักทีหนึ่ง

พอจิตหมดแรงดิ้นแล้ว จิตก็สักว่ารู้ว่าเห็น ตรงนี้แหละสักว่ารู้ว่าเห็นขึ้นมา…

540805.08m21-11m22


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า

CD: 41
File (ประเทศไทย): 540805.mp3
File (สหรัฐอเมริกาและยุโรป): 540805.mp3

นาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๒๑ ถึง นาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๒๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เจริญปัญญาได้แล้ว ต้องภาวนาให้จริงจัง

mp 3 (for download) : เจริญปัญญาได้แล้ว ต้องภาวนาให้จริงจัง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

เจริญปัญญาได้แล้ว ต้องภาวนาอย่างจริงจัง

เจริญปัญญาได้แล้ว ต้องภาวนาอย่างจริงจัง

หลวงพ่อปราโมทย์ : พวกเราบางคนก็ภาวนาฟังหลวงพ่อมาหลายปีสองสามปีสี่ปีก็หลายคน บางคนก็เพิ่งมาใหม่ๆ แต่ว่าบางคนไม่เคยเจอหลวงพ่อก็มีนะ เวลาออกไปต่างจังหวัดนี่เห็นเค้ามาหา ประเภทฟังซีดี แต่ว่าพอฟังซีดีอดทน บอก ฟังแรกๆฟังยากแต่พอฟังแล้วฟังอีก เสร็จแล้วก็แยกธาตุแยกขันธ์ได้ พอแยกธาตุแยกขันธ์ได้ใจเป็นผู้รู้ผู้ดูอยู่เจริญปัญญาได้ ถ้าทำไปอย่างนี้สม่ำเสมอนะมีศีลห้ายืนพื้นไว้ก่อน มรรคผลนิพพานก็เป็นอันหวังได้อยู่ เพราะมรรคผลนิพพานจริงๆไม่ใช่ของที่เหลือวิสัยที่มนุษย์ธรรมดาๆอย่างพวกเราจะทำได้ แต่ต้องเป็นมนุษย์ที่จริงจังนะ ตั้งอกตั้งใจจริงๆ ศึกษาให้รู้เรื่องรู้วิธีปฏิบัติแล้วก็ลงมือทำให้หนักไว้ ได้แต่ทำเล่นๆก็ได้นิดๆหน่อยๆพออยู่กับโลก ถ้าอยากข้ามโลกก็ต้องจริงจังหน่อย เรียนรู้โลกให้แจ่มแจ้ง แต่ถ้าจะพออยู่กับโลกฟังซีดีหลวงพ่อไปหัดดูกายดูใจไปเรื่อย รักษาศีลห้าไว้ ทุกวันทำในรูปแบบ เวลาที่เหลือมีสติเท่าที่จะมีได้ มีบ้างเผลอบ้าง ก็อยู่กับโลกได้อยู่อย่างมีความสุขด้วย มีความสุขมากกว่าคนส่วนใหญ่ซึ่งไม่เคยฝึกจิตฝึกใจของตนเอง แต่ถ้าเราต้องการจะข้ามภพข้ามขาติให้ได้ในเวลาไม่นานต้องจริงจังหน่อย ทำเล่นๆเหยาะๆแหยะๆดูบ้างไม่ดูบ้างแต่อยากได้นิพพานไวๆ มีสิทธิ์อยากมั้ย มีสิทธิ์อยากแต่ไม่มีสิทธิ์ได้

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๔๗
File: 550115.mp3
ระหว่างวินาทีที่ ๖ ถึง นาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ไม่มีใครสั่งให้จิตบรรลุมรรคผลนิพพานได้

mp 3 (for download) : ไม่มีใครสั่งให้จิตบรรลุมรรคผลนิพพานได้

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ไม่มีใครสั่งให้จิตบรรลุมรรคผลนิพพานได้

ไม่มีใครสั่งให้จิตบรรลุมรรคผลนิพพานได้

หลวงพ่อปราโมทย์ : ไม่มีใครสั่งจิตให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้ ไม่มีแม้แต่คนเดียว ไม่มีแม้แต่พระพุทธเจ้าสั่งให้จิตบรรลุมรรคผลนิพพาน ไม่มีใครทำได้ จิตเค้าบรรลุมรรคผลนิพพานของเค้าเองเมื่อปัญญาของเค้าแก่รอบพอ หน้าที่ของเราก็คือเกื้อกูลให้จิตได้เรียนรู้ความจริง

เรามาฝึกพัฒนาสติมาฝึกพัฒนาสมาธิให้จิตตั้งมั่นขึ้นมา มีสติรู้รูปรู้นาม รู้กายรู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นด้วยจิตที่เป็นกลางเรื่อยไป ปัญญามันจะเกิด เมื่อปัญญามันแก่รอบแล้ว จิตเค้าจะบรรลุมรรคผลนิพพานของเค้าเอง เค้าเป็นเอง ไม่ใช่กูเก่งกูสั่งจิตให้บรรลุมรรคผลได้ ไม่มีใครทำได้ หน้าที่ก็คือเปิดโอกาสให้จิตได้เรียนรู้ความจริงของรูปนาม ด้วยการมีสติ รู้กายรู้ใจ รู้รูปรู้นาม ตามความเป็นจริง เราจะรู้ตามความเป็นจริงได้ต้องรู้ด้วยจิตที่ตั้งมั่นรู้ด้วยจิตที่เป็นกลาง จับหลักให้แม่นนะแล้วจะได้ไม่พลาด


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๔ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๒
Track: ๖
File: 541008B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๓๓ ถึง นาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๔๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ธรรมะพระพุทธเจ้าอัศจรรย์ หากเราเดินตามจะแจ้งพระนิพพาน

mp3 (for download): ธรรมะพระพุทธเจ้าอัศจรรย์ หากเราเดินตามจะแจ้งพระนิพพาน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ธรรมะพระพุทธเจ้าอัศจรรย์ หากเราเดินตามจะแจ้งพระนิพพาน

ธรรมะพระพุทธเจ้าอัศจรรย์ หากเราเดินตามจะแจ้งพระนิพพาน

หลวงพ่อปราโมทย์ : ลำพังถ้าพระพุทธเจ้าพูดถึงนิพพาน แล้วพูดลอยๆแค่นี้นะ ยังไม่อัศจรรย์ กลายเป็นว่าท่านค้นพบมาคนเดียว แล้วท่านก็มาพูดๆให้เราฟัง เราไม่มีทางรู้เห็นตามท่านได้เลย ถ้าเช่นนั้นแล้วศาสนาพุทธจะไม่ใช่เรื่องอัศจรรย์ ธรรมะของพระพุทธเจ้าจะไม่ใช่ของอัศจรรย์

แต่ธรรมะของพระพุทธเจ้าอัศจรรย์นั้น เพราะท่านบอกทางที่เราเห็นตามได้ เราสามารถเห็นตามได้ สันทิฎฐิโก เห็นตามได้ รู้เห็นได้ ไม่ใช่รู้เฉพาะตัวเอง และธรรมะท่านไม่เคยเก่า เรียกว่า อกาลิโก บางคนมาพูดไม่ดีนะ บอกว่า ยุคนี้ไม่มีแล้วมรรคผลนิพพาน พูดเหมือนธรรมะของพระพุทธเจ้าเนี่ย จำกัดด้วยเวลา จริงๆธรรมะท่านไม่จำกัดด้วยเวลา มันจำกัดด้วยผู้ปฏิบัติต่างหาก ผู้ปฎิบัติไม่มี ไม่มีคนปฏิบัติ มันก็ไม่ได้ผล ผู้ปฏิบัติปฏิบัติผิด มันก็ไม่ได้ผล

ไม่ใช่ธรรมะไม่มีประโยชน์ ไม่มีผล ธรรมะของท่านนั้นมีประโยชน์ มีผลตลอดกาล ถ้าเรารู้หลักของการปฏิบัติที่แม่นยำแล้วขยันภาวนาจริงๆ เราได้รับประโยชน์จริงๆ เราจะแจ้งจริงๆว่ามรรคผลนิพพานมีจริงๆนะ ความพ้นทุกข์มีจริงๆนะ

ทีนี้เรามาดู ว่าทำอย่างไร เราจะแจ้งพระนิพพานได้ เราจะพ้นทุกข์ได้ พ้นเครื่องพะรุงพะรัง พ้นภาระที่ต้องแบกต้องหามทางจิตใจ ทุกคนมีโอกาสนะ ทุกคนมีโอกาสที่จะเข้าถึงธรรมะชนิดนี้ ถ้าตั้งใจฟังว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร

หลักสูตรที่พระพุทธเจ้าสอน เพื่อให้เราไปบรรลุถึงมรรคผล และประจักษ์แจ้งพระนิพพาน บรรลุถึงมรรคผล แล้วไปเห็นแจ้งพระนิพพาน เกิดมรรคเกิดผล แต่ว่าเห็นแจ้งนิพพาน นิพพานไม่เกิด มรรผลยังเกิดอยู่ (คือเกิดมรรคแล้วดับ เกิดผลแล้วดับ – ผู้ถอด) มรรคผลถึงจะเป็นโลกุตระ (หมายถึง โลกุตรธรรม – ผู้ถอด) แต่เป็นโลกกุตระที่เกิดดับ มีนิพพานที่เป็นโลกุตระที่ไม่เกิดไม่ดับ คนละระดับกัน

พระพุทธเจ้าสอนวิธีที่เราจะไปถึงนิพพาน ตัวที่ปิดกั้นเราก็คือกิเลส ตราบใดที่เรายังมีกิเลส ล้างกิเลสไม่หมดจากใจเรา เราก็ไม่เห็นนิพพาน ตราบใดที่เรายังมีกิเลส ใจเราจะปรุงแต่ง ตราบใดที่ยังปรุงแต่งอยู่ เราไม่เห็นนิพพาน เพราะว่านิพพานพ้นความปรุงแต่ง เป็นวิสังขารธรรม เป็นอสังขตธรรม ไม่ปรุง เพราะฉะนั้นนิพพานพ้นจากขันธ์ ตราบใดที่เรายังยึดถือขันธ์อยู่ เราจะไม่เห็นนิพพาน

เพราะฉะนั้นธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอนการปฏิบัตินั้นน่ะ สอนจนกระทั่งเราพ้นจากกิเลส เราพ้นจากความปรุงแต่ง เราพ้นจากขันธ์ พ้นได้ พ้นได้จริงๆนะ อยู่ที่ว่าเราทำจริงมั้ย

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่บริษัท ดอกบัวคู่
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๔

CD: แสดงธรรมนอกสถานที่ บริษัท ดอกบัวคู่
File: 540409A
ระหว่างนาทีที่  ๗ วินาทีที่ ๐๗ ถึง นาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๕๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เราต้องหลอมรวมการปฏิบัติเข้ากับชีวิตจริงให้ได้

mp 3 (for download) : เราต้องหลอมรวมการปฏิบัติเข้ากับชีวิตจริงให้ได้

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

เราต้องหลอมรวมการปฎิบัติเข้ากับชีวิตจริงให้ได้

เราต้องหลอมรวมการปฎิบัติเข้ากับชีวิตจริงให้ได้

หลวงพ่อปราโมทย์: การปฏิบัตินี่ถ้าเราแยกส่วนการปฏิบัติออกจากการดำเนินชีวิตปกติของเรา อย่ามาพูดเรื่องมรรค ผล นิพพานเลย ชาตินี้ไม่ได้ ถ้ายังรู้สึกนะ เวลานี้เป็นเวลาปฏิบัติ เวลานี้ไม่ใช่เวลาปฏิบัติ ถ้ารู้สึกอย่างนี้อย่าพูดเรื่องมรรค ผล นิพพาน เป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเราสามารถหลอมรวมการปฏิบัติเข้าในชีวิตจริงของเราได้ ก็ไม่ต้องพูดเรื่องมรรค ผล นิพพานนะ อย่างไรก็ต้องได้ เพราะฉะนั้นต้องหลอมรวมการปฏิบัติเข้าในชีวิตจริงของเราให้ได้

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่ศาลากาญจนาภิเษก (ศาลาลุงชิน) เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๙

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๓
File: 490716.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๒๓ ถึง นาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๕๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พระอรหันต์ ก็เป็นธรรมชาติ ธรรมดา

mp 3 (for download) : พระอรหันต์ ก็เป็นธรรมชาติ ธรรมดา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

พระอรหันต์ ก็เป็นธรรมชาติ ธรรมดา

พระอรหันต์ ก็เป็นธรรมชาติ ธรรมดา

หลวงพ่อปราโมทย์ : พวกเราชอบวาดภาพพระอรหันต์ คือคนที่ฝึกจิตที่ไม่เที่ยงให้เที่ยงได้ ทำจิตให้เที่ยง คือคนที่ฝึกจิตที่เป็นทุกข์ให้เป็นสุขได้ คือคนที่บังคับจิตซึ่งเป็นอนัตตาให้บังคับได้ แท้จริงไม่ใช่อย่างนั้น แท้จริงก็คือท่านคล้อยตามความเป็นจริง เรียกว่า มันมีญาณอยู่ตัวหนึ่ง เรียกว่า สัจจานุโลมิกญาณ ตอนที่ความรู้แจ้งอริยสัจจ์จะเกิดน่ะ จะมีญาณอยู่ตัวหนึ่งเรียกว่า สัจจานุโลมิกญาณ การคล้อยตามความจริง ความจริงของกายของใจ มันเป็นอย่างไร รู้แล้วยอมรับมัน รับสภาพความเป็นจริงของมันได้

ถ้ายอมรับได้นะใจหมดการดิ้นรน หมดตัณหาทันทีเลย ความดิ้นรนในใจจะหมด ทันทีที่ตัณหาดับลงเนี่ย นิโรธหรือนิพพานจะปรากฎขึ้นมาเลย มรรค ผล นิพพานปรากฎ เพราะฉะนั้นเราต้องการรู้ รู้แล้วต้องได้ผลตรงตามที่พระพุทธเจ้าบอก

ยกตัวอย่างการใช้ชีวิตของเราก็จะปกติ ก็จะไม่ได้เพี้ยนๆผิดปกตินะ เป็นปกติธรรมดาที่สุดเลย ยกตัวอย่างพระสารีบุตรนะ ชอบกระโดดโลดเต้น เผลอๆ ไม่ใช่ท่านเผลอนะ หมายถึงว่า เวลาจะข้ามท้องร่อง ข้ามอะไรอย่างนี้ ท่านกระโดดเอา หรือมีพระอยู่องค์หนึ่ง ท่านชอบเรียกคนอื่นว่าไอ้ถ่อยๆนะ เป็นพระอรหันต์ท่านก็ยังเรียกไอ้ถ่อยอยู่อย่างนั้นแหละ ท่านไม่ได้แกล้งทำขรึมนะ พระอรหันต์เหมือนคนพิการ ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ฝึก วันๆไม่กระดุกกระดิก อย่างนั้นมันทำด้วยตัณหาและทิฎฐิ

จริงแล้วไม่ยากนะ ไม่ยากอะไร รู้ไปอย่างที่มันเป็น มีเท่านี้แหละธรรมะ พูดกี่วันก็คล้ายๆกันนะ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่ศาลา กาญจนาภิเษก (ศาลาลุงชิน)
เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๙

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๓
File: 490716.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓๔ วินาทีที่ ๕๑ ถึง นาทีที่ ๓๖ วินาทีที่ ๓๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

มรรคผลจะเกิด ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องพร้อม

mp3 for download : มรรคผลจะเกิด ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องพร้อม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

มรรคผลจะเกิด ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องพร้อม

มรรคผลจะเกิด ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องพร้อม

หลวงพ่อปราโมทย์ : เรียนหลักของการปฏิบัติให้แม่นๆนะ เราต้องทำด้วยตัวเอง ชาวพุทธเราไม่มีของฟรีหรอก ไม่มี ทุกอย่างอยู่ในเรื่องของกฎของกรรม ใครทำคนนั้นก็ได้ ไม่ทำก็ไม่ได้ ทำแบบไหนก็ได้แบบนั้น ทำชั่วก็ได้รับผลของความชั่ว ทำดีก็ได้รับผลของความดี รักษาศีลก็ได้รับผลของศีล ทำทานก็ได้รับผลของทาน ทำสมถะได้ความสุขได้ความสงบ ได้ความดี ทำวิปัสสนาได้ปัญญาเห็นความจริง เพราะฉะนั้นต้องทำให้ตรง

เวลาที่มรรคผลจะเกิดนะ ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องพร้อม เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้พร้อมนะ ท่านบอกกุศลทำให้ถึงพร้อม ไม่ใช่เจริญปัญญาอย่างเดียวแล้วจะบรรลุได้นะ ศีลก็ต้องรักษา สมาธิก็ต้องทำ เพราะฉะนั้นถ้าศีล สมาธิ ปัญญา ไม่พร้อม ไม่มีอริยมรรคเกิดขึ้น ถ้าจะทำก็ต้องทำเหตุ กับผล ให้ตรงกัน อยากได้ผลอย่างนี้ ต้องทำเหตุอย่างนี้


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๔
File: 530425A.mp3
ลำดับที่ ๑๒
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๑๕ ถึง นาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์: อย่าสร้างผลโดยไม่ทำเหตุ แต่ให้ทำเหตุไว้แล้วผลจึงจะเกิดขึ้น

อย่าสร้างผลโดยไม่ทำเหตุ แต่ให้ทำเหตุไว้แล้วผลจึงจะเกิดขึ้น

การปฏิบัติภาวนานั้น เราย่อมมุ่งหวังผล

แรกเริ่มก็มุ่งหวังให้เกิดสติ เกิดจิตตั้งมั่น

ต่อไป ก็ให้เห็นไตรลักษณ์

ไปจนที่สุดคือให้เกิดมรรคจิต เกิดผลจิต พ้นทุกข์จริงๆ

หรือบางคนก็มุ่งหวัง โสดาปัตติผล สกิทาคามีผล

อนาคามีผล อรหัตตผล ไปตามลำดับ

แต่ในระหว่างการศึกษาปฏิบัติภาวนา

ในระหว่างที่ยังเป็นผู้ที่ต้องศึกษาเพราะยังไม่จบกิจที่พึงกระทำ

ยังต้องหัดรู้ทุกข์ ยังต้องหัดเจริญมรรค

เพื่อจะละสมุทัย เพื่อจะให้แจ้งนิโรธ

ก็ต้องเข้าใจด้วยว่า …

ผลต่างๆ ตามที่มุ่งหวังกันอยู่นั้น

หาใช่ได้มาเพราะลงมือลงแรงปรุงแต่งสร้าง”ตัวผล”นั้นขึ้นมาตรงๆ

แต่ตัวผลนั้น เกิดขึ้นได้เพราะ

การหมั่นทำหมั่นสร้างเหตุปัจจัยของผลนั้น

เมื่อเหตุปัจจัยบริบูรณ์ด้วยประการทั้งปวงแล้ว

ผลที่มุ่งหวังก็จะเกิดขึ้นเอง

ในการหมั่นทำหมั่นสร้างเหตุปัจจัยอยู่นี้

หากเราพลาดไปสร้าวตัวผลตรงๆโดยไม่สร้างเหตุ

การภาวนาก็จะผิดพลาดไปเพราะตัวผลที่เราสร้างมันขึ้นมา

มันก็จะเป็นผลเทียม เป็นผลยังไม่เที่ยง ยังเป็นการหลงไปยึดถืออยู่

แล้วก็การลงมืลงแรงสร้างตัวผลขึ้นมานั้น

ก็ไม่ใช่การทำเหตุปัจจัยให้แจ้งอริยสัจหรือให้เกิดมรรคผล

บางคนพอได้ยินได้ฟังว่า

พระอรหันต์ท่านจะไม่หลง ไม่ขาดสติ ไม่เผลอลืมตัวไปเลย

ก็จะ “พยายามที่จะไม่ให้หลง”

แล้วพอไปได้ยินคนอื่นคุยกันว่า …

“ในการเจริญสตินั้น อย่าพยายามไม่ให้หลง

แต่พอหลงไปแล้ว ให้รู้ว่า เมื่อกี้หลงไป

เพราะถ้าขืนพยายามไม่ให้หลง ก็จะกลายเป็นการข่มบังคับจิต”…

ก็เกิดความเข้าใจผิดไปว่า

การพยายามไม่ให้หลงด้วยการกดข่มบังคับจิต เป็นการปฏิบัติภาวนาที่ผิดๆ

ซึ่งก็คงเข้าใจผิดไป เพราะไปเอาตัวผลมาทำโดยไม่ทำเหตุนั่นเอง

ทั้งที่จริงแล้ว

การไม่พยายามบังคับกดข่มจิตใจเพื่อไม่ให้หลงไปนั้น

เป็นหลักๆ หนึ่ง ในการเจริญสติด้วยการหัดรู้สภาวะทางใจ

ที่มีหลักในเบื้องต้นอยู่ว่า

“จิตเป็นอย่างไร ก็ให้รู้ชัดว่าจิตเป็นอย่างนั้น”

เพราะฉะนั้นเมื่อจิตหลงไปก็ให้รู้ชัดว่าจิตหลงไป

ไม่ใช่ไปฝืนบังคับกดข่มจิตไม่ให้หลง

ขอให้เข้าใจว่า

จิตที่เผลอหลงไป เป็นจิตทั่วไปตามปกติธรรมดาของปุถุชนทุกคน

ส่วนการหัดรู้สภาวะของจิตที่เป็นไปตามปกติธรรมดานั้น

ก็คือการทำเหตุ เป็นการสร้างเหตุปัจจัยที่จะทำให้เกิดผลคือ

เกิดจิตที่มีสติ มีความตั้งมั่น อย่างน้อยก็ชั่วขณะหนึ่ง

แล้วเมื่อเกิดจิตที่มีสติ มีความตั้งมั่นบ่อยๆ ต่อเนื่องไปได้ตามกำลัง

ก็จะเจริญต่อไปเป็น สามารถรู้สภาวธรรมอื่นๆ

ทั้งที่เป็นสภาวะทางกายและทางใจ

ได้ด้วยจิตที่มีสติ มีความตั้งมั่นเช่นกัน

การรู้สภาวธรรมต่างๆ ได้ต่อเนื่องอย่างมีสติ มีความตั้งมั่น

อันเป็นผลมาจากการหัดรู้สภาวะในเบื้องต้น

ก็จะกลายมาเป็นเหตุปัจจัยให้เห็นความเกิดดับของรูปนาม

เห็นความเกิดดับของขันธ์ ๕

เห็นขันธ์ ๕ ที่เป็นอุปาทานขันธ์

ซึ่งก็เท่ากับเป็นการ “รู้ทุกข์” อันเป็นกิจของอริยสัจนั่นเอง

การรู้ทุกข์ รู้ความเกิดดับ

รู้ความไม่เที่ยง (รู้อนิจจัง) ของขันธ์ ๕

รู้ความถูกบีบคั้นให้ทนอยู่ไม่ได้ (รู้ทุกขัง) ของขันธ์ ๕

รู้ความไม่ควรยึดถือเอาขันธ์ ๕ มาเป็นตัวตนเป็นของตน

รวมแล้วก็คือ ผลในเบื้องกลางของการหัดรู้สภาวธรรมทั้งทางกายและทางใจ

และผลในเบื้องกลางนี้เอง ที่เป็นเหตุปัจจัยที่จะให้เกิดผลในเบื้องปลาย

คือขณะจิตใดที่การทำเหตุด้วยการรู้ทุกข์ เต็มพร้อมบริบูรณ์

ก็จะเกิดปัญญาเต็มพร้อมบริบูรณ์ เกิดมรรคจิต เกิดผลจิตขึ้น

^_^

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สิ่งที่ได้จากวิปัสสนา

mp3 (for download): สิ่งที่ได้จากวิปัสสนา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : “ทำวิปัสสนาแล้วสิ่งที่จะได้มาก็คืออันนี้…อันแรกเลยละความเห็นผิดว่ามีตัวเรา ในเบื้องปลายละความยึดถือในกายในใจนี้ แล้วก็ไม่ยึดถือสิ่งใดในโลก แล้วก็จะไม่ทุกข์เพราะสิ่งใดในโลกอีกแล้ว”

CD: สวนสันติธรรม 27

511115

17.31 – 17.46

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่