Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เหตุใดดูจิต (จิตตานุปัสสนา) แล้วไม่ค่อยก้าวหน้า ? แนะนำ!!

เหตุใดดูจิต (จิตตานุปัสสนา) แล้วไม่ค่อยก้าวหน้า ?

ส่วนมากที่ไม่ค่อยก้าวหน้าก็เพราะ มัวไปหาว่าทำอย่างไรจึงจะรู้ได้ถูกต้อง แทนที่จะหัดรู้จักว่าเผลอเป็นอย่างไร เพ่งเป็นอย่างไร (เรื่องนี้หลวงพ่อจะพูดให้ฟังบ่อย) ถ้ารู้ว่าเผลอไปอีกแล้ว เพ่งไปอีกแล้ว ก็จะเห็นเองเลยว่า ตอนที่ไม่เผลอ ไม่เพ่ง ก็คือรู้นั่นเอง แต่ก็มีหลายคนที่ถูกกิเลสตลบหลังเอา คือเมื่อรู้ว่าเผลอก็พยายามทำให้ไม่เผลอด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่นบังคับจิตให้รู้ลมหายใจบ้าง บังคับจิตให้รู้นั่นรู้นี้บ้างเป็นต้น หรือเมื่อรู้ว่าเพ่งไปอีกแล้ว ก็พยายามแก้อาการเพ่งด้วยการบังคับจิตให้รู้อารมณ์อื่นแทนบ้าง หรือหาอารมณ์อื่นมาให้จิตรู้บ้าง หรือพยายามทำจิตให้นิ่งๆ ให้เบาสบายบ้าง ทั้งที่จริงแล้ว พอรู้ว่าเผลอ-รู้ว่าเพ่งแล้ว ก็ไม่ต้องทำอะไรอีก แค่รู้แล้วก็ให้แล้วกันไปเท่านั้น ต่อไปจิตจะรู้อะไรก็ตามรู้ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จะรู้อีกว่าเผลอไปอีกแล้ว เพ่งไปอีกแล้ว
.
มีอาการอย่างหนึ่งที่จะทำให้เราเข้าใจผิดไปว่า เรากำลังรู้อารมณ์ด้วยสติสัมปชัญญะอยู่ ทั้งที่จริงแล้วเราเพียงแค่มีสติแต่ไม่มีสัมปชัญญะ ที่ทำให้เข้าใจผิดก็เพราะ เราจะรู้ถึงอารมณ์ได้อย่างชัดเจน สามารถจำแนกรายละเอียดหรืออาการของอารมณ์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะดูเหมือนว่านั่นแหละคือการรู้ที่ถูกต้อง หากใครไม่รู้จักสังเกตว่า ตอนนั้นจิตที่รู้อารมณ์กับอารมณ์เองมันแนบสนิทกันหรือไม่ ก็จะหลงเข้าใจผิดได้ง่าย เพราะการรู้ด้วยสติ สัมปชัญญะนั้น จิตที่รู้อารมณ์กับอารมณ์เองจะไม่แนบสนิทกัน จะรู้สึกเหมือนกับว่ามันแยกส่วนกันอยู่ อ่านแล้วก็อย่าพยายามบังคับหรือไปทำให้จิตที่รู้อารมณ์กับอารมณ์มันแยกกันนะครับ เพราะถ้าไปจับมันแยกละก็มันไม่ใช่การรู้ที่ถูกต้อ แต่เป็นการสร้างการทำที่ผิดแล้วดูเหมือนถูก ความรู้สึกว่าจิตที่รู้อารมณ์กับอารมณ์แยกกันนั้น ต้องเกิดเองโดยปราศจากการกระทำแม้เพียงแผ่วเบาก็ตาม วันนี้ถือเป็นการทบทวนพื้นฐานก็แล้วกันครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อย่าทำสิ่งที่ผิดแล้วมันถูกเอง

mp3 (for download) : อย่าทำสิ่งที่ผิดแล้วมันถูกเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ไม่ต้องสนใจการภาวนาที่ถูก อย่าทำสิ่งที่ผิดแล้วมันถูกเอง ถ้าพยายามจะทำให้ถูกนะมันจะไม่ถูกเลยเพราะแค่อยากจะปฎิบัติก็ผิดแล้ว อยากจะปฎิบัติก็ผิดแล้ว กิเลสแทรกแล้ว เพราะงั้นถ้าเมื่อไหร่จิตเป็นอกุศล หรือจิตเป็นกุศล จิตเป็นสุข จิตเป็นทุกข์ รู้ไปเรื่อย ๆ อย่างที่เค้าเป็นก็เรียกว่าปฎิบัติแล้ว ไม่ต้องดีก็ได้

CD สวนสันติธรรม 19

500310B

52.58 – 53.24

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อัตตกิลมถานุโยค:-หลุมพรางนักภาวนา

MP3 (for download): อัตตกิลมถานุโยค:-หลุมพรางนักภาวนา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: สติไม่ได้แปลว่ากำหนดนะ อย่าไปแปลสติว่ากำหนด ถ้าแปลสติว่ากำหนดล่ะก็ผิดทันทีเลย  กำหนดแปลว่ากด แปลว่าข่มไว้ จงใจไปกำหนดนะ อะไรทำให้จงใจกำหนด ก็โลภะ เบื้องหลังเลยก็คืออวิชา ความเห็นผิดน่ะ ว่าตัวเรามีอยู่จริงๆ กายนี้ใจนี้คือตัวเรา ไปยึดถือมันเป็นของดีของวิเศษ ก็เลยอยากให้ตัวเรามีความสุข อยากให้ตัวเราพ้นทุกข์ อยากให้ตัวเราบรรลุมรรคผลนิพพาน พอมีความไม่รู้ คิดว่ามีตัวเราขึ้นมา ก็มีความอยาก เนี่ยอวิชา มันทำให้มีตัณหา มีความอยากขึ้นมา พออยากแล้วใจก็ปรุงแต่ง

คนโง่ คนชั่ว ก็ปรุงชั่ว คนดีก็ปรุงดี เช่น อยากปฏิบัตินะ ก็ลงมือกำหนด ในอภิธรรมสอนไว้หมด เวลาความปรุงแต่งฝ่ายดีเกิดขึ้น นะ สิ่งที่ทำนะมักจะเป็น อัตตกิลมถานุโยค ไม่บังคับกายก็บังคับใจ สังเกตมั้ย เวลา เมื่อก่อนนะ ไม่ใช่เดี๋ยวนี้ เมื่อก่อนเวลาพวกเราหัดภาวนา สิ่งที่เราทำนะ ไม่บังคับกายก็บังคับใจ นึกออกมั้ย หรือลืมไปแล้ว ลืมความหลังอันอัปยศ ที่ทำไม่บังคับกายก็บังคับใจ มีอยู่เท่านั้นเอง คืออัตตกิลมถานุโยค คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าบอกว่าอย่าไปทำ

ยกตัวอย่างนะ พอจะมีสติไปรู้ลมหายใจ คุยบอกว่าจะมีอานาปานสติ ทำอานาปานสติ มีสติไปรู้ลมหายใจ ก็ไปกำหนดลมหายใจ ไม่ให้จิตนี้เคลื่อนไปจากลมเลย กำหนดไว้กับลม เป็นสมถะ สติอย่างนี้สติกำหนดนะ สูงสุดทำได้แค่สมถะ

หรือเดินจงกรม กำหนดไว้ที่เท้า จิตแนบอยู่กับเท้าเลย จิตไม่หนีไปไหนเลย ไม่เผลอเลย เท้าขยับอย่างไรรู้หมดเลย ม้นคือการเพ่งเท้า เพ่งอารมณ์นั่นเอง เรียกอารัมณูปนิชฌาน คือการทำสมถะ ก็เพ่งไปเรื่อย ตัวเบา ตัวลอย ตัวโคลง ขนลุกขนพอง รู้สึกเหมือนแมลงมาไต่ รู้สึกวูบๆวาบๆ ก็ไปคิดว่าเกิดวิปัสสนาญาณ ไม่เกิดหรอก เป็นสมถะทั้งหมดเลย เป็นอาการของปีตินานาชนิด

เพราะฉะนั้นนะ สตินะถ้าเราจงใจไปกำหนด มันมีโลภะอยู่เบื้องหลัง มันอยากปฏิบัตินะ ทำไมอยากปฏิบัติเพราะมันอยากดี อยากมีความสุข อยากได้มรรคผลนิพพาน ทำไมอยากดี อยากมีความสุข อยากได้มรรคผลนิพพาน เพื่อ “ตัวกู” จะได้มีความสุข นะ

สุดท้าย ก็มีตัวเราซ่อนอยู่ข้างหลัง มีอวิชาซ่อนอยู่ข้างหลัง ก็มีความอยากขึ้นมาก็ดิ้น ปรุงแต่งไปเรื่อย ปรุงดี ปรุงดีก็ไปสู่สุคติ ได้เป็นมนุษย์ ได้เป็นเทวดา ได้เป็นพรหม แต่ไปนิพพานไม่ได้

เพราะฉะนั้นสติอย่าไปกำหนดเอา สติแปลว่าความระลึกได้ ถ้าสติแปลว่ากำหนดล่ะก็ผิดละ เป็นสมถะหมดเลย สติแท้ๆคือความระลึก

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่