Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

การปฏิบัติต้องรู้ทุกข์

mp 3 (for download) : การปฏิบัติต้องรู้ทุกข์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าเราอยากจะสัมผัสความสุขอันสูงสุดคือพระนิพพาน เราก็ต้องมาดูมาเรียนรู้ทุกข์ ต้องเรียนรู้ทุกข์นะ ไม่ใช่หนีทุกข์ พวกเราคิดว่าถ้าเราหนีทุกข์ได้ เราจะมีความสุข ทุกคนหนีทุกข์มาแต่ไหนแต่ไรนะ หิวข้าว อยากกินโน่น อยากกินนี่ อยากได้โน่น อยากได้นี่นะ หาเงินมาซื้อ หาเงินมาบริโภค คิดว่าจะมีความสุข เดี๋ยวเดียวก็อยากอย่างอื่นอีก ใจเราไม่เต็มไม่อิ่มซะอย่างเดียวนะ ใจมันหิวโหยตลอดเวลาเท่าไร ๆ ก็ไม่พอ งั้นใจนะไม่เคยมีความสงบสุขอย่างแท้จริงเลย

เราค่อย ๆ มาเรียนรู้นะ เรียนรู้ความทุกข์ อะไรเรียกว่าความทุกข์? กายของเรานี้แหล่ะเรียกว่าตัวทุกข์ จิตใจของเรานี้แหล่ะคือตัวทุกข์ เนี่ยเรียนธรรมะนะ ฟังธรรมะนะ ฟังให้มันถึงแก่น ให้มันถึงจิตถึงใจจริง ๆ เราฟังธรรมะฉาบ ๆ ฉวย ๆ สนุกสนานเฮฮา มันก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ฟังธรรมะแล้วก็ต้องเอาไปปฏิบัติให้ได้เลยนะ

อะไรเรียกว่าทุกข์ กายนี้แหละคือตัวทุกข์ ใจนี้แหละคือตัวทุกข์นะ คนทั่ว ๆ ไป เขาไม่เห็นหรอก เขาเห็นแต่ว่า เวลาเขามีความอยากขึ้นมานะ ถ้าเขาสนองความอยากได้ เขาก็สบายใจ มีความสุข ประเดี๋ยวเดียว ความอยากก็เกิดอีกแล้ว ความอยากเกิดใหม่ ก็ดิ้นรนสนองความอยากอีก หวังว่าจะมีความสุข มันอยู่แป๊บเดียว เดี๋ยวมันก็ความสุขก็หาย ไปอยากอย่างอื่นอีกแล้ว งั้นความสุขอย่างนั้นไม่มีจริงหรอก

เรามาเรียนรู้ให้เห็นความจริงของโลกนะ เรียนรู้ให้เห็นความจริงของชีวิตเรา เราจะเห็นเลยว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ปรากฏขึ้นในกายในใจของเราเนี่ย นอกจากทุกข์นะ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรตั้งอยู่ นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับไป ถ้าเราเห็นได้อย่างนี้จิตจะถึงหมดความยึดถือในกายในใจ กายกับใจเป็นตัวทุกข์นะ ถ้าเมื่อไหร่เราสลัดคืนกายคืนใจให้โลกได้ ก็คือทิ้งตัวทุกข์ไปนะ พ้นจากกายจากใจ จากรูปจากนามนี้ไป จะสัมผัสพระนิพพาน มีความสุขที่มหาศาลขึ้นมา

ส่วนอยู่กับโลก วิ่งหาความสุขเท่าไหร่ ก็หาไม่เจอ หาตั้งแต่เกิดจนตายก็หาไม่เจอนะ ดิ้นไปเรื่อย เต็มไปด้วยความอยาก เต็มไปด้วยความหิวโหย เร่าร้อน อยู่ตลอดเวลา ไม่มีความสุขหรอก

งั้นพวกเราต้องมาค่อย ๆ ฝึกจิตฝึกใจของเรานะ มาเรียนรู้ความจริงของกาย มาเรียนรู้ความจริงของจิตใจตัวเองให้มาก ถ้าหากเราอยากได้มรรคผลนิพพาน เราทิ้งการที่จะมามีสติ รู้กายรู้ใจของตัวเองไม่ได้นะ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ อยุธยาพาร์ค เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ เดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๕๖

File: 560425.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๕๔ ถึง นาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๔๑


ตัด/ถอดคลิปส์โดยคุณ ok2077
ตรวจทานโดยคุณ พัลวัน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เมื่อพ้นความอยาก ก็ถึงความสุขอันมหาศาล คือพระนิพพาน

mp3 for download : เมื่อพ้นความอยาก ก็ถึงความสุขอันมหาศาล คือพระนิพพาน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย
retouched by Dhammada.net

หลวงพ่อปราโมทย์ :เนี่ยพวกเราจะมาเรียนนะ จนวันหนึ่งข้างหน้า เราได้เห็นความจริงว่าขันธ์ ๕ นี้ คือตัวทุกข์ เนี่ยถ้าเราเห็นถึงตรงนี้เมื่อไหร่นะ เราจะข้ามจากวัฏฏสงสารนี้ เราจะได้พบกับความสุขที่เลยขันธ์ ๕ ขึ้นไป ขันธ์ ๕ นั้นเป็นตัวทุกข์แน่นอน ถ้าพ้นจากขันธ์ ๕ พ้นจากความดิ้นรนปรุงแต่ง พ้นจากความอยากนะ แล้วจะมีความสุขอันมหาศาล คือพระนิพพาน

นิพพานมีจริงๆ นิพพานไม่ใช่โลกอุดมคติ ไม่ใช่ยูโทเปีย เป็นของมีจริงๆ เมื่อไรที่ใจเราหมดความดิ้นรน หมดความปรุงแต่ง หมดการแสวงหา หมดความอยาก หมดความยึด ใจจะสัมผัสพระนิพพาน มันคือสันติสุขนะ คือสันติ ความสงบ ความสงบ สันติ มีความสุขยิ่งกว่าสิ่งใดๆ นี่เป็นของที่มีอยู่จริงๆ ผู้ที่สัมผัสมาแล้ว มีจริงๆ มีพระพุทธเจ้าสัมผัสมาเป็นคนแรก พระสาวกก็สัมผัสตามมาเป็นลำดับๆ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๑๑ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
File: 551208B
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๒๖ ถึงนาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๓๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อริยผลมีอริยมรรคเป็นเหตุ เหตุของอริยมรรคคือ ศีล สมาธิ ปัญญา

mp3 for download : อริยผลมีอริยมรรคเป็นเหตุ เหตุของอริยมรรคคือ ศีล สมาธิ ปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล กับ คุณ ปราโมทย์ สันตยากร (ในสมัยนั้น)

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล กับ คุณ ปราโมทย์ สันตยากร (ในสมัยนั้น)

หลวงพ่อปราโมย์ :ความหมายของหลวงปู่ดูลย์นะ สิ่งที่ท่านพูดถึง “ว่าง สว่าง บริสุทธิ์ หยุดการปรุงแต่ง หยุดการแสวงหา หยุดกริยาของจิต ไม่มีอะไรเลย ไม่เหลืออะไรสักอย่าง” อันนั้นเป็นอริยผล เป็นลักษณะของจิตที่เป็นผลแล้ว ไม่ใช่เหตุ สิ่งที่พวกเราต้องทำคือทำเหตุ ไม่ใช่ทำผล ผลเป็นเอง ทำเหตุให้ได้แล้วผลเป็นเอง ไม่ใครทำอริยผลให้เกิดได้นะ สิ่งที่ทำให้อริยผลเกิดขึ้นก็คืออริยมรรค เพราะฉะนั้นเราทำเหตุ

ถ้าทำเหตุได้ เราทำเหตุฝ่ายเกิด คือมีตัณหานะ แล้วก็มีตัวทุกข์ขึ้นมา เราทำเหตุฝ่ายดับ คือเจริญมรรค มีศีลสมาธิปัญญาขึ้นมา ก็มีผล เข้าไปสู่นิโรธ มีเหตุมีผลอยู่ ถ้าเข้าถึงนิโรธเต็มภูมินะ ก็จะไปสัมผัสพระนิพพานเต็มภูมิ สิ่งนี้ไม่มีเกิดไม่มีดับไม่มีตาย ไม่มีตั้งต้นไม่มีจุติ(ตาย-ผู้ถอด)ไม่มีอุบัติ(เกิด-ผู้ถอด) ไม่มีความเคลื่อนไหวไปมา ส่งไปส่งมา ไม่มีพระอาทิตย์พระจันทร์ ไม่มีฌานสมาบัติ ไม่มีอะไร แต่มีอยู่ มีความสงบ มีความสันติ มีความสุข เป็นบรมสุข เพราะไม่มีอะไรเสียดแทง (ความเสียดแทงคือความเป็นทุกข์ ความบีบคั้น คือทุกขตาในอริยสัจจ์ – ผู้ถอด) สิ่งเหล่านี้มีอยู่

ก็อยู่ที่เรา ทำเอาให้ได้นะ ทำ ถ้าทำบ้างไม่ทำบ้าง ไม่ได้กินหรอก ถ้าทำผิดก็ยิ่งไกลมันออกไปอีก ทำผิดแล้วเดินไปคนละทิศคนละทาง ยิ่งขยันยิ่งหลงไกล

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๓
File 550106
ระหว่างนาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๕๗ ถึงนาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๒๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

นิพพานอยู่ที่ไหน ?

mp 3 (for download) : นิพพานอยู่ที่ไหน ?

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

เอื้อเฟื้อภาพโดย คุณ ตากล้อง ข้างธรรมาสน์

หลวงพ่อปราโมทย์ : นิพพานไม่ได้เกิดขึ้น นิพพานมีอยู่แล้ว นิพพานไม่เคยหายไปไหน สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป สิ่งใดเกิดสิ่งนั้นดับ พระนิพพานไม่เกิด เพราะฉะนั้นพระนิพพานไม่ดับ นิพพานไม่ใช่อุดมคติ ไม่ใช่โลกอุดมคติที่นักปราชญ์สร้างขึ้นมา เพื่อหลอกล่อให้เราทำความดี บางคนโง่คิดแค่นั้นเอง

นิพพานมีจริงๆ คือสภาวะที่พ้นจากตัณหา สภาวะที่พ้นจากกิเลส สภาวะที่พ้นจากความปรุงแต่ง สภาวะที่พ้นจากการเสียดแทง เป็นสภาวะที่อิสระ เป็นสภาวะที่โปร่งเป็นอิสระ มีความสุขอันมหาศาล ไม่มีอะไรเหมือน มีอยู่จริงๆสภาวะนี้ ไม่ใช่อุดมคติเอาไว้หลอกเด็กให้ทำดี ต้องเหนือดีนะถึงเจอ

แต่ก่อนจะเหนือดีได้ต้องดีให้เต็มที่ก่อน เพราะงั้นสิ่งที่ต้องทำนะ ละความชั่ว ละบาปอกุศลทั้งปวง เจริญกุศลให้ถึงพร้อม ทำจิตให้ผ่องแผ้ว


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๒ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๔
File: 550212A
ระหว่างนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่  ๒๙ ถึง นาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๓๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทำให้พอดี คือตึงนิดๆ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : สิ่งที่ทำให้เราไปพระนิพพานไม่ได้นะ มี ๒ อย่าง อันนึงก็คือปล่อยเนื้อปล่อยตัวตามใจกิเลสไป

ตามใจกิเลสมั้ยพวกเรา พวกเราจะมีวิธีตามใจกิเลสที่แนบเนียนมากมายนะ เช่นว่าภาวนามาได้ ๑ ชั่วโมงแล้ว อ่ะ พักซะหน่อย ถ้าภาวนาต่อไปเนี่ย เดี๋ยวจะเป็นอัตตกิลมถานุโยค ถูกหลวงพ่อปราโมทย์ติเตียน อยากจะนั่งสมาธิโต้รุ่ง นั่งไปได้นิดเดียวรุ่งของเรามันเกิดเร็วๆนะ นั่งประเดี๋ยวประด๋าว เฮ้อ ต้องภาวนาในทุกๆอิริยาบถ แน่ะ ลงไปนอนแล้ว ยังอ้างว่าจะภาวนาทุกอิริยาบถ แป๊บเดียวก็หลับแล้ว

เนี่ยเราถูกกิเลสหลอกเอาอย่างง่ายๆเลยนะ เพราะว่าเราตามใจกิเลส อย่าไปยอมมันนะ ถ้าตั้งใจแล้วต้องทำให้ได้ เพราะงั้นอย่าตั้งใจเวอร์ อย่าให้เวอร์เกิน ยังภาวนาก็ยังไม่เป็นเลยนะ ยังไปตั้งใจว่าทุกวันจะต้องนั่งสมาธิ ๓ ชั่วโมงเดิน ๓ ชั่วโมง ทำได้วันเดียวแหล่ะ วันที่ ๒ ก็ลดหย่อนเหลือ ๒ ชั่วโมงนะ ต่อไปก็เลิก

งั้นอย่าไปบังคับตัวเองรุนแรงนะ อย่าไปตามใจกิเลสรุนแรง ทำให้มันอยู่ในพอดีๆ พอดีเนี่ยนะดูง่ายๆเลย มันจะตึงนิดๆ เคล็ดลับในการทำให้พอดีนะ ตึงไว้หน่อยๆ อย่าทำให้พอดีๆนะ ถ้ากะให้พอดีๆจะหย่อนไป แป๊บเดียวจะหย่อนเลย งั้นเอาแบบลำบากๆนิดๆ อย่าลำบากจนกระทั่งน้ำตาร่วง ทรมานมากขนาดนั้น เดี๋ยวใจฝ่อซะก่อน

เพราะงั้นแต่ละวันนะ ทำในรูปแบบไป ฝืนใจหน่อยๆ  ขี้เกียจทำก็จะทำ ตั้งใจไว้แล้ว ไม่ต้องตั้งใจว่าจะทำวันละชั่วโมงหรอกนะ เอาให้รอดซัก ๑๕ นาทีก็บุญนักหนาแล้ว แต่ทำไปเรื่อยๆ ต่อไปสะสมจนชำนิชำนาญ มันจะเพิ่มเวลาขึ้นได้เอง

เดี๋ยวนี้พวกเราหลายคนเลย ภาวนาได้วันนึงตั้งหลายชั่วโมงแล้ว โดยที่หลวงพ่อขอมาเริ่มต้น ๕ นาที ๑๐ นาทีนี่แหล่ะ ถ้าหลวงพ่อขอว่าทุกวันต้องทำ ๓ ชั่วโมงนะ วันเดียวก็เลิกหมดแล้ว ไม่มีใครทำหรอก

งั้นเราคอยสำรวจตัวเองนะ อย่าให้ตกไปสู่ความสุดโต่ง ๒ ด้าน ด้านตามใจกิเลส อย่าไปตามใจมัน อยากดูหนังให้ดูจิต อยากฟังเพลงให้ฟังธรรมะในใจของเรา คอยดูลงไป คอยรู้ทันเข้าไปเรื่อย

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๓
Track: ๔
File: 541210A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๑๕ ถึง นาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๕๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทางบรรลุธรรม (๙) เมื่ออริยมรรคเกิด อริยผลเกิด จิตจะสัมผัสพระนิพพาน (จบ)

mp3 for download : ทางบรรลุธรรม (๙) เมื่ออริยมรรคเกิด อริยผลเกิด จิตจะสัมผัสพระนิพพาน (จบ)

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางบรรลุธรรม (๙) เมื่ออริยมรรคเกิด อริยผลเกิด จิตจะสัมผัสพระนิพพาน (จบ)

ทางบรรลุธรรม (๙) เมื่ออริยมรรคเกิด อริยผลเกิด จิตจะสัมผัสพระนิพพาน (จบ)

หลวงพ่อปราโมทย์ : ข้ามเข้ามา ทวนเข้ามาถึงจิตแท้ ถึงวิญญาณธาตุ ธาตุรู้แท้ๆแล้ว ธรรมธาตุ ตัวนี้ แล้วอริยมรรคก็จะเกิดขึ้น อาสวกิเลสที่ห่อหุ้มจิตอยู่นี้ ถูกอริยมรรคแหวกออก แหวกออกทำลายออก ก็ล้างกิเลส ล้างในพริบตาเดียว ในขณะเดียว วับเดียว ขาดเลย

มันคล้ายๆ เปิดสวิตช์ไฟปั๊บ สว่างวูบเดียว ความมืดหายไปเลยนะ ในพริบตานั้นเลย จิตถัดจากนั้นนะ จะเห็นพระนิพพานอีก ๒ – ๓ ขณะ เห็นไม่เท่ากันหรอก บางคนเห็น ๒ ขณะ บางคนเห็น ๓ ขณะ ถ้าพวกอินทรีย์กล้ามากๆก็เห็น ๓ ขณะ พวกอินทรีย์ไม่กล้ามาก ก็เห็น ๒ ขณะ

เพราะฉะน้นพระอริยะในภูมิเดียวกันนะ ระดับเดียวกัน ความรู้ความเข้าใจไม่เท่ากัน ความแตกฉานอะไรอย่างนี้ไม่เท่ากัน เห็นพระนิพพาน ก็รู้ว่าพระนิพพานอยู่ต่อหน้าต่อตา นิพพานไม่เคยหายไปไหน อยู่ต่อหน้าต่อตานี้แหละ แต่โง่เอง ไม่เห็น

ทำไมไม่เห็น มัวแต่เห็นแต่กาม มัวแต่เห็นรูปภพ มัวแต่เห็นอรูปภพ จิตไม่รู้จักปล่อย ตรงที่เขาปล่อย เขาข้ามแล้ว เขาทิ้งแล้ว ตรงโคตรภูญาณที่จิตข้ามโคตรน่ะ ข้ามจากปุถุชน มาเป็นพระอริยะ ข้ามทิ้งตรงนี้ มันทิ้งหมดเลยนะ มันทิ้งกามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ ทิ้งหมดเลย ข้ามมาสู่อริยภูมิ โลกุตรภูมิ ข้ามเอง

ทีนี้พวกเราก็มีหน้าที่ภาวนาให้มันพอเท่านั้นแหละ ถ้ามันพอเมื่อไหร่ มันก็ข้ามโคตร เปลี่ยนสกุล ก็ไม่ใช่นามสกุลเดิม โดยสมมุติบัญญัติก็เป็นนามสกุลเดิม โดยปรมัตถ์แท้ๆก็ไม่ใช่ละ ก็มาเป็นลูกพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นเวลาพระพุทธเจ้าท่านพูดถึงพระอริยะนะ ท่านจะบอกว่า ลูกของเรา

540805.18m38-20m44

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า

CD: 41
File (ประเทศไทย): 540805.mp3
File (สหรัฐอเมริกาและยุโรป): 540805.mp3

นาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๓๘ ถึง นาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๔๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทางบรรลุธรรม (๘) เมื่อปล่อยวางจิต จิตจะทวนกระแสเข้าหาธาตุรู้ ถึงโคตรภูญาณ แล้วอริยมรรคก็จะเกิดขึ้น

mp3 for download :ทางบรรลุธรรม (๘) เมื่อปล่อยวางจิต จิตจะทวนกระแสเข้าหาธาตุรู้ ถึงโคตรภูญาณ แล้วอริยมรรคก็จะเกิดขึ้น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางบรรลุธรรม (๘) เมื่อปล่อยวางจิต จิตจะทวนกระแสเข้าหาธาตุรู้ ถึงโคตรภูญาณ แล้วอริยมรรคก็จะเกิดขึ้น

ทางบรรลุธรรม (๘) เมื่อปล่อยวางจิต จิตจะทวนกระแสเข้าหาธาตุรู้ ถึงโคตรภูญาณ แล้วอริยมรรคก็จะเกิดขึ้น

หลวงพ่อปราโมทย์ : พอจิตเข้าฌานแล้วคราวนี้ สติระลึกรู้อยู่ที่จิตนะ ไม่ได้เจตนาระลึก มันรู้เองเพราะมันไม่แส่ส่ายไปที่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่แส่ส่ายไปในความคิด ก็หยุดตรงที่จิตดวงเดียว สติหยั่งลงที่จิต จิตตั้งมั่นอยู่ที่จิต เพราะฉะนั้นสมาธิเนี่ยเต็มสมบูรณ์แล้ว ตั้งมั่นอยู่ที่จิต สติสมบูรณ์แล้ว ระลึกอยู่ที่จิต ปัญญาสมบูรณ์แล้ว เห็นความเป็นจริงทุกสิ่งทุกอย่างที่เคลื่อนไหวอยู่ในจิต

ตรงนี้แหละ จิตจะไหวตัวขึ้นมา สองสามขณะ คือปรุงขึ้นมานะ แต่ไม่รู้ว่าคิดอะไร ไม่รู้ว่าปรุงอะไร มีความปรุงแต่งเกิดขึ้นแต่ไม่รู้ว่าปรุงอะไร จะเห็นว่าสิ่งบางสิ่งเกิดขึ้น แล้วสิ่งนั้นดับไป จะเห็นอย่างนี้เอง เห็นเอง

ถัดจากนั้นจิตจะรู้เลย มันไม่มีสาระนะ จิตมันจืดนะ มันไม่เอาอีกแล้ว ก็แค่เห็นความปรุงภายในจิตเกิดขึ้น พอเห็นความปรุงภายในจิตผุดขึ้น 2 – 3 ขณะ นะ ความเป็นกลางอย่างแท้จริงเลย รู้อย่างเป็นกลางอย่างแท้จริง ไม่ปรุงต่อนะ จิตจะวาง พอมันวางแล้วมันจะทวนกระแสเข้าหาธาตุรู้ วางจิตแล้วทวนกระแสเข้าหาธาตุรู้ ธาตุรู้ก็จิตนั่นแหละ แต่เป็นจิตอีกอย่างหนึ่ง จิตดวงเก่าดับไป จิตที่อยู่ในภพภูมิต่างๆดับไป จะทวนกระแสเข้าหาจิตที่อยู่เหนือภพเหนือภูมิ ทวนกระแสเข้ามา

ขณะที่มันปล่อยวางจิตดวงเดิมนะ แล้วก็ทวนเข้ามาแต่ยังไม่ถึงธาตุรู้ คาบลูกคาบดอก ยังเกาะอยู่ในขันธ์ แล้วก็ไม่ได้เกาะขันธ์แล้ว คือ ไม่ได้เกาะอยู่ที่จิต แต่ก็ยังเข้ามาไม่ถึงตัวธาตุรู้ ไม่ถึงอมตธาตุอมตธรรม ไม่ถึงพระนิพพาน ธาตุรู้ไม่ใช่พระนิพพานนะ แต่ธาตุรู้ไปเห็นพระนิพพาน นี้ต้องแยกให้ออก มันยังทวนเข้ามาไม่ถึงธาตุรู้ ไม่ใช่ปุถุชน ไม่ใช่พระอริยะ ทำไมไม่ใช่ปุถุชน เพราะมันปล่อยขันธ์แล้ว ขันธ์สุดท้ายที่มันปล่อยก็คือจิตนะ ไม่ใช่พระอริยะเพราะยังไม่เข้ามาถึงธาตุรู้ ไม่เข้าถึงพระนิพพาน ตัวธาตุรู้นั้นแหละเป็นตัวไปเห็นพระนิพพาน ตรงนี้เรียกว่า โคตรภูญาณ ญาณข้ามโคตร มีปัญญาข้ามโคตร

ข้ามโคตร ข้ามจากโคตรไหนไปสู่โคตรไหน จากโคตรของปุถุชนมาสู่โคตรของอริยชน เพราะฉะนั้นบรรลุมรรคผลแล้วนะ เปลี่ยนโคตรนะ อันนี้ข้ามจากสกุลของปุถุชนนะ ข้ามมาสู่อริยวงศ์ อริยโคตร เรียกว่า ญาณข้ามโคตร ไม่ใช่ปุถุชนนะ กำลังข้ามอยู่ ไม่ใช่พระอริยะ มีอยู่ขณะจิตเดียวแหละ ที่คาบลูกคาบดอกประหลาดอยู่อย่างนี้นะ ข้ามเข้ามา ทวนเข้ามาถึงจิตแท้ ถึงธาตุ วิญญาณธาตุ ธาตุรู้แท้ๆแล้ว ธรรมธาตุ ตัวนี้แหละ อริยมรรคก็จะเกิดขึ้น

540805.15m49-18m48

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า

CD: 41
File (ประเทศไทย): 540805.mp3
File (สหรัฐอเมริกาและยุโรป): 540805.mp3

นาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๔๙ ถึง นาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๔๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

นิพพานคืออะไร

mp3 (for download): นิพพานคืออะไร

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

นิพพานคืออะไร

นิพพานคืออะไร

หลวงพ่อปราโมทย์ : พวกเราชาวพุทธ เราต้องมีความเชื่อมั่นอยู่เรื่องหนึ่ง ว่ามรรคผลนิพพานมีจริงๆ ไม่ใช่สภาวะอุดมคติ เลื่อนๆลอยๆ สภาวะหลอกเด็ก ไม่ใช่ มีอยู่จริงๆ มรรคผลมีจริงๆนะ ทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดมรรคเกิดผลมีจริงๆ ยังไม่ล้าสมัยนะ นิพพานไม่เคยหายไปไหน นิพพานไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตาย นิพพานอยู่กับเราตลอด แต่เราไม่เคยเห็น เพราะใจเราไม่มีคุณภาพพอ

พระพุทธเจ้าท่านมาตรัสรู้ ท่านก็มาบอกทางให้ ทางที่เราจะเจริญสติเจริญปัญญา จนเราสามารถเข้าไปเห็นนิพพานได้ นิพพานมีอยู่แล้ว มีอยู่ต่อหน้าต่อตานี้เอง แต่เราไม่เคยเห็นหรอก เพราะใจไม่มีคุณภาพ

เรามาพัฒนาคุณภาพของใจของตัวเอง ถ้าใจเรามีคุณภาพพอนะ เราจะเห็นนิพพาน คนที่เห็นนิพพานแล้วจะมีความสุขอย่างไม่มีอะไรเปรียบ ไม่ใช่สภาวะที่ตั้งขึ้นมาลอยๆ หลอกเด็กนะ ว่าทำดีแล้ววันหนึ่งไปนิพพาน ไม่ใช่

พระพุทธเจ้าท่านบอกชัดเจนถึงสภาวะของพระนิพพาน ท่านบอกชัดเจนถึงเส้นทางไปสู่พระนิพพาน ให้ประจักษ์พระนิพพาน ความจริงจะใช้คำว่า ไปสู่พระนิพพานก็ไม่เชิงนะ จะเข้าไปประจักษ์นิพพาน เพราะนิพพานอยู่ต่อหน้าเรานี่แหละ เราไม่เห็นเอง ไม่ใช่ว่านิพพานอยู่ไกลๆ เราต้องไปสู่พระนิพพาน ไม่ใช่นะ

ใครจะนึก ใครจะฝัน ว่านิพพานอยู่กับตัวเราเอง แค่นี้เอง ถ้าคนใดภาวนา จิตใจมีคุณภาพพอ เห็นพระนิพพานแจ่มแจ้งต่อหน้าต่อตา จะรู้ว่าชีวิตนี้ ที่สุดของความทุกข์อยู่ตรงนี้เองนะ ชีวิตที่เหลือเป็นชีวิตที่มีความสงบสุข

พระนิพพานมีลักษณะเฉพาะของตัวเองนะ ลักษณะเฉพาะของพระนิพพานเรียกว่า สันติ หมายถึงสงบ ลักษณะของพระนิพพานคือสงบ สงบจากอะไรบ้าง สงบจากกิเลส สงบจากความปรุงแต่ง ทั้งปรุงรูปธรรมนามธรรม ทั้งปรุงดีปรุงชั่ว ปรุงสุขปรุงทุกข์ สงบจากกิเลส แต่ไม่ใช่สงบจากทุกสิ่งทุกอย่าง นิพพานยังมีอยู่ ไม่ใช่ว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย

เพราะฉะนั้นเราอย่าไปเข้าใจผิดว่านิพพานว่างๆ ว่างๆแล้วเป็นนิพพาน คำว่าว่างๆจะตรงกับคำว่า อากาสานัญจายตนะ ว่างๆ ช่องว่าง ไม่มีอะไรเลย ตรงกับคำว่า อากิญจัญญายตนะ ยังไม่ใช่พระนิพพาน

นิพพานมีอยู่ ไม่ใช่ไม่มี นิพพานว่างจากอะไร นิพพานว่างจากกิเลส ว่างจากความปรุงแต่ง ว่างจากทุกข์ ว่างจากขันธ์ แต่ไม่ใช่ว่างไม่มีอะไรเลย มีอยู่นะ มีความสงบ มีความสุข ไม่มีอะไรเสมอเหมือนกับพระนิพพาน ท่านบอกว่า นิพพานํ ปรมํ สุขํ นิพพานเป็นบรมสุข นิพพานํ ปรมํ สุญฺญํ นิพพานว่างอย่างยิ่ง

ว่างอย่างยิ่งไม่ใช่ว่างไม่มีอะไรนะ ถ้าว่างไม่มีอะไรเป็นมิจฉาทิฎฐิ ถ้าว่างแล้วมีตัวมีตน นิพพานมีตัวมีตนก็เป็นมิจฉาทิฎฐิ ความจริงว่างจากกิเลส ว่างจากความปรุงแต่ง ว่างจากทุกข์ ว่างจากขันธ์ ว่างจากทุกข์

เรามาสังเกตใจของเรา ใจของเราไม่เคยว่างจากกิเลส นึกออกมั้ย ทั้งวันกิเลสเกิดทั้งวัน ดูออกหรือยัง กิเลสเกิดขึ้นมานะ ใจไม่ว่างจากกิเลส ไม่เห็นนิพพานสิ ใจเราหยุดปรุงแต่งมั้ย คิดนึกปรุงแต่งทั้งวันทั้งคืน นึกออกมั้ย ใจที่ไม่มีคุณภาพเนี่ย คือใจที่มีกิเลส ใจที่ไม่มีคุณภาพจะคิดนึกปรุงแต่งทั้งวันทั้งคืน เราก็เลยไม่เห็นสภาวะที่พ้นจากกิเลส สภาวะที่พ้นจากความปรุงแต่ง คือไม่เห็นนิพพาน แล้วก็คิดว่านิพพานอยู่ไกล๊ไกล อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ เป็นสภาวะอุดมคติที่พระพุทธเจ้าตั้งมาหลอกเด็ก ให้คนทำดี บางคนคิดร้ายกว่านั้นอีกนะ หาว่าพระสร้างเรื่องนิพพานมาหลอกให้คนทำบุญ ไปกันใหญ่นะ

เราดูใจของเรา ใจเราไม่เคยว่างจากกิเลส ใจเราไม่เคยว่างจากความปรุงแต่ง ไม่ปรุงชั่วก็ปรุงดี ไม่ปรุงดีก็ปรุงว่างๆ ปรุงชั่วเรียกว่า อปุญญาภิสังขาร ปรุงดีเรียกว่า ปุญญาภิสังขาร ปรุงว่างๆชื่อ อเนญชาภิสังขาร เพราะฉะนั้นเมื่อเราเริ่มต้นไปภาวนา น้อมจิตไปหาความว่าง อันนี้ถูกมั้ย ไม่ถูกหรอก มันคือความปรุงแต่งชนิดที่ ๓ เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้สอนให้น้อมจิตไปหาความว่าง

นิพพานั้นพ้นจากขันธ์ จิตของพวกเรายึดถือขันธ์ เรารู้สึกมั้ย กายนี้คือตัวเรา ใจนี้คือตัวเรา ตราบใดที่ยังรู้สึกกายเป็นเราใจเป็นเรา แล้วจิตไปหยิบฉวยเอากายขึ้นมา ไปหยิบฉวยเอาใจขึ้นมา ก็ไม่เห็นนิพพานสิ เพราะนิพพานมันว่างจากรูปนาม ว่างจากธาตุจากขันธ์ นิพพานว่างจากทุกข์

ทีนี้จะพ้นจากทุกข์ได้ต้องว่างจากกิเลส ว่างจากความปรุงแต่ง ว่างจากขันธ์ ตัวขันธ์นั้นแหละตัวทุกข์ ตราบใดที่จิตใจของเราไปหยิบฉวยเอาขันธ์ ๕ มาเป็นของเราอยู่นะ มาเป็นตัวเรา มาเป็นของเราอยู่ ก็เท่ากับหยิบฉวยตัวทุกข์เอาไว้ ก็จะต้องทุกข์ต่อไป ไม่เห็นนิพพาน เพราะนิพพานนั้นเลยตัวขันธ์ไป

ถ้าจิตใจของเราเข้าถึงพระนิพพานนะ ล้างกิเลสได้ ใจพ้นจากความปรุงแต่ง ความปรุงแต่งมีมั้ย ความปรุงแต่งมี ขันธ์ยังทำงานอยู่ พระอรหันต์ที่ยังมีชีวิตอยู่นะ ขันธ์ยังทำงานอยู่ มันยังปรุงแต่งอยู่ แต่จิตนี้มันแยกออกไปจากความปรุงแต่ง จิตมันพรากออกจากขันธ์ ขันธ์อยู่ส่วนขันธ์ จิตอยู่ส่วนจิตนะ ไม่เกี่ยวกัน ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองไป

ส่วนของเราไม่หรอก ขันธ์ทำงานไปนะ จิตเข้าไปตะครุบว่าขันธ์นี้เป็นตัวเรา เพราะฉะนั้นเราก็เข้าไปหยิบเอาตัวขันธ์ขึ้นมาถือไว้ ก็เท่ากับหยิบเอาตัวทุกข์มาถือไว้

ยกตัวอย่างนะ สมมุติขันธ์เหมือนถ้วยน้ำนี้ ถ้วยน้ำไปวางอยู่ตรงโน้น เราไม่หยิบขึ้นมา เราไม่หนักนะ ถ้าเราไปหยิบขึ้นมา ถือไว้เรื่อยๆ หนักนะ เพราะฉะนั้นขันธ์ ๕ เป็นภาระ เป็นของหนัก พระพุทธเจ้าถึงบอกว่า คนทั้งหลายแบกของหนักไป แบกของหนัก แบกภาระไป ไม่พ้นจากทุกข์ทั้งปวง พระอริยเจ้าวางของนักลงแล้ว แล้วก็ไม่หยิบฉวยขึ้นมาอีก ของหนักก็คือตัวขันธ์นั่นเอง พระอริยเจ้าท่านวางของหนักลงแล้วไม่หยิบฉวยขึ้นมาอีก ท่านเลยพ้นจากทุกข์ นั่นคือประจักษ์แจ้งพระนิพพาน

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่บริษัท ดอกบัวคู่
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๔

CD: แสดงธรรมนอกสถานที่ บริษัท ดอกบัวคู่
File: 540409A
ระหว่างนาทีที่  ๐ วินาทีที่ ๑๑ ถึง นาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๐๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่