Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

บารมีน้อยก็ต้องพากเพียรให้มาก

mp3 (for download) : บารมีน้อยก็ต้องพากเพียรให้มาก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณความเอื้อเฟื้อภาพจากบ้านจิตสบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทีนี้พวกเรา กิเลสยังแรง แค่นึกถึงชีวิตเกิดได้ดับได้ มันจะต่อเลย แต่ตอนนี้ยังไม่ดับ ทำอะไรก็ทำไปก่อน ไม่ล้างกิเลส ก็ต้องดูให้มันละเอียดขึ้นไปอีก ไปให้เห็นเลยว่ามันทุกข์อยู่ทุกขณะนะ อย่าหลงอย่าเพลินนะ

ถ้าเราแยกรูปแยกนามออกไปแล้วเราจะเห็นเลยว่า ความทุกข์บีบคั้นอยู่ทุกขณะจิตเลย อย่าได้หลงเพลิดเพลินกับโลกเลย พวกหลงโลกมากก็ต้องดูให้มันละเอียดยิบเลย เห็นแต่ทุกข์เยอะแยะไปหมดเลย หายใจออกก็ทุกข์หายใจเข้าก็ทุกข์ ยืนก็ทุกข์เดินก็ทุกข์นั่งก็ทุกข์นอนก็ทุกข์ ต้องเห็นอย่างนั้น

หรือเห็นจิตเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอด จิตสุขก็ชั่วคราว จิตทุกข์ก็ชั่วคราว จิตดีก็ชั่วคราว จิตร้ายก็ชั่วคราว แล้วก็เห็นอนัตตา จิตจะสุขก็สั่งไม่ได้ จิตจะทุกข์ก็สั่งไม่ได้ ห้ามทุกข์ไม่ได้ ทุกข์แล้วสั่งให้หายก็ไม่ได้ จิตเป็นอนัตตาสั้งให้ดีมันก็ไม่ค่อยจะดี ห้ามชั่วมันก็ชอบชั่ว อะไรอย่างนี้

เฝ้าดูลงไปจะเห็นเลยว่ามีแต่ของน่าเอือมระอา ร่างกายนั้นมีแต่ความทุกข์บีบคั้นอยู่ตลอดเวลา จิตใจมีแต่ความไม่เที่ยงมีแต่ความเป็นอนัตตา เห็นซ้ำๆซ้ำๆใจก็เบื่อ หาสาระแก่นสารไม่ได้

บารมีเราน้อยเราก็ต้องมาภาวนาให้มันละเอียดขึ้น คนที่เขาบารมีมากเจอพระพุทธเจ้า บางคนฟังธรรมนิดๆหน่อยๆนะ ไม่ได้ยินเรื่องรูปเรื่องนามอะไรหรอก ใจเขาก็ยอมรับนะ ใจเขาตัดได้ เพราะเขาสะสมของเขามามาก

พวกเราเนี่ยขอให้เชื่อมั่นอย่างหนึ่งนะ ว่าสะสมมาน้อย ถ้าสะสมมามากคงไปฟังธรรมตรงจากพระพุทธเจ้าแล้วล่ะ หรือพวกเราในนี้อาจจะเคยฟังธรรมตรงจากพระพุทธเจ้ามาแล้วนะ แต่ยุคนั้นบารมีเราน้อย เราฟังแล้วไม่รู้เรื่อง เราฟังเทวฑัตรู้เรื่อง ตามเทวฑัตไปนะ

เพราะฉะนั้นสันนิษฐานไว้ก่อนว่า พวกเราบารมีน้อย แทนที่จะได้เรียนตรงจากพระพุทธเจ้า กลับต้องมาเรียนจากสาวก ในเมื่อบารมีน้อยก็ต้องพากเพียรให้มาก คล้ายๆเราจนน่ะ อยากจะดีก็ต้องขยันให้หนักกว่าคนที่เขารวยอยู่แล้ว เราจนด้วยอริยทรัพย์ ศีลเรากะพร่องกะแพร่ง สมาธิเราก็ไม่ดี การศึกษาธรรมะได้ยินได้ฟังก็น้อย การเจริญปัญญาก็ยังไม่มาก เรียกว่าเรายังจนอยู่ในอริยทรัพย์ เราก็ต้องขยันหน่อย เพราะว่าจน


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖

File: 551208A
ระหว่างนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๒๙ ถึงนาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๒๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พละ ๕ (๓) วิริยะ

mp 3 (for download) : พละ ๕ (๓) วิริยะ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
ขอขอบคุณ ภาพจากงาน “ธรรมะกลางเมือง”

หลวงพ่อปราโมทย์ : ต้องทำทุกวันในรูปแบบ ถ้าเราอดทนอดกลั้นทำทุกวัน เหน็ดเหนื่อยแค่ไหนนะ ถึงเวลาก็ต้องปฏิบัติ ถึงเวลาต้องภาวนา ภาวนาตอนค่ำทำไม่ไหวจริงๆนะ ทำมันตั้งแต่ตื่นนอน ทำวันละหลายๆรอบ เช้าสายบ่ายเย็น ไม่มีใครมาว่าเราหรอก ทำทีละเล็กทีละน้อยก็ยังดีกว่าไม่ทำเลย พากเพียรเข้านะ อดทน

ทีแรกการลงมือปฏิบัตินะ จะไปนั่งสมาธิ ไปทำอะไรต่ออะไรนะ มันฝืนความรู้สึก ฝืนความขี้เกียจขี้คร้าน ฝืนความท้อแท้ท้อถอยของเรา พอเราทำมากขึ้นๆ ใจเรามีกำลังขึ้นพัฒนาขึ้น เราจะขยันมากขึ้น เพราะเราเห็นคุณเห็นประโยชน์ของการปฏิบัติ วิริยะมันจะมากขึ้นๆ

เพราะงั้นเบื้องต้นบางทีหลวงพ่อขอ บอกขอ ๑๐ นาที ถ้า ๑๐ นาทีพวกเราทำได้นะ ต่อไปจิตของเรามีความสุข มีความสงบ มีเรี่ยวมีแรงนะ มันจะเพิ่มของมันเอง มันอยากเพิ่ม หลวงพ่อขอ ๑๐ นาที ขอแถมให้อีกชั่วโมงนึงนะ อย่างนี้มีเยอะเลยเดี๋ยวนี้ บางคนภาวนาตั้งหลายชั่วโมงนะวันนึง อันนั้นถ้าเค้ามีเวลานะ ถ้าไม่มีเวลา (ทำ) ๑๐ นาทีอย่าให้ขาด ถ้าทำได้ทุกวันเนี่ย วิริยะ พลังของความเพียรของเรา จะแก่กล้าขึ้น เวลาตั้งใจจะทำอะไรแล้วเนี่ย ถ้าเป็นสิ่งที่ดีงามนะ ไม่ท้อถอย ลำบากแค่ไหนก็ทำ ถึงจะเจ็บจะป่วยก็ทำ

หลวงพ่อพุธเคยเล่าให้หลวงพ่อฟังนะ ว่ามีพระองค์นึง พระเนี่ยปกติท่านมีข้อวัตรที่ต้องทำ อย่างไปกวาดวัด ต้องกวาดวัด ต้องทำความสะอาดกุฎิเสนาสนะอะไรเนี่ย พระต้องทำ พระปล่อยให้กุฎิสกปรกเนี่ย ปล่อยวัดสกปรกเนี่ยผิดมากเลย ไม่/ถือว่าไม่เคารพพระธรรมวินัย เนี่ยมีพระอยู่องค์นึง ท่านก็รักษาข้อวัตรอย่างดี รักษากุฎิวิหารศาลาอะไร รักษาถนนหนทางสะอาด นี่ท่านป่วยจนลุกไม่ขึ้นนะ ป่วยจนลุกไม่ขึ้นเนี่ย ท่านนอนอยู่ กระดิกตัวก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว ใกล้จะมรณภาพแล้ว พอถึงเวลากวาดวัดเนี่ย ท่านลุกขึ้นมาไม่ได้ ท่านกำหนดจิตของท่าน ท่านลูบข้างๆที่นอนของท่าน ท่านเคลื่อนไปได้แค่นี้แล้วนะ ท่านกำหนดจิต ว่าเนี่ยท่านกำลังทำข้อวัตรอยู่ กำลังทำความสะอาด สุดกำลังที่จะทำแล้วนะ ได้แค่นี้ แล้วยังรักษาข้อวัตรไว้เลย นี่วิริยะสูงนะ เนี่ยหลวงพ่อพุธเคยเล่าให้ฟัง โอ้โห บอกใจเด็ด

อย่างมีสมัยพุทธกาลก็มีนะ เป็นตัวอย่าง ท่านเดินจงกรม เดินจนเท้าแตก เดินไม่ได้ท่านคลาน คลานจนหัวเข่าแตก ไม่ทิ้งข้อวัตรนะ หัวเข่าแตกคลานไม่ได้ ท่านต้องลงไปนอน ท่านก็นอนพลิกซ้ายพลิกขวาไปเรื่อยนะ ถือว่ากำลังเดินจงกรมอยู่ เห็นมั่ยท่านไม่ยอมท้อถอยเลยนะ มีวิริยะมาก

ถ้าเป็นพวกเรา เดินจนเท้าแตก เราก็ไม่เอาแล้วเนอะ เท้าแตกไม่ได้เท้าของเราเจ็บนี่ ให้ไปคลานหัวเข่าแตก ยิ่งไม่เอาใหญ่ เดี๋ยวหัวเข่าด้านไม่สวย ไปโน่นซะอีก เนี่ยความเพียรนะ ถ้าเราตั้งใจทำ แล้วเราทำสม่ำเสมอ กำลังของความเพียรจะมากขึ้นๆ ถ้าเราท้อแท้หดหู่เมื่อไหร่ กำลังจะตก


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ศาลากาญจนาภิเษก (ศาลาลุงชิน)
ถนนแจ้งวัฒนะ ซอย ๑๔
หลักสี่ กรุงเทพมหานคร
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๖

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๕๖
File: 560120.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๔๗ ถึง นาทีที่ ๒๘ วินาทีที่ ๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ให้เป็นกลางต่อความเจริญและเสื่อม

mp 3 (for download) : ให้เป็นกลางต่อความเจริญและเสื่อม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ใหม่ๆก็ได้บ้างล้มเหลวบ้าง เจริญแล้วก็เสื่อมพอเสื่อมแล้วก็เสียใจ สปีดใหญ่พากเพียรใหญ่เพียรพยายามสุดฤทธิ์สุดเดชนะมันก็ไม่หายที่เสื่อม โอ้หมดแรงแล้วช่างมันเถอะ พอช่างมันเถอะมันเจริญอีกแล้ว เนี่ยอย่างนี้เจอหลายๆทีเข้านะในที่สุดจับเคล็ดลับมันได้ เวลามันเจริญอย่าหลงดีใจ เวลาเสื่อมไม่ต้องตกใจ เจริญก็รู้เสื่อมก็รู้นะ แล้วมันจะไม่เจริญไม่เสื่อมแล้ว มันจะคงที่อยู่อย่างนั้น เสถียร หมายถึงว่าสภาวะใดๆก็เสมอภาคกัน ใจเราจะไม่แกว่งขึ้นแกว่งลง ใจจะเป็นกลางกับทุกข์สภาวะนะ เนี่ยคอยดูกายคอยดูใจไปนะ ไม่ได้เหลือวิสัยหรอก

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๖
Track: ๔
File: 510801.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๔๗ ถึง นาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๒๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ข้ามภพข้ามชาติต้องมีบารมี ๑๐ ประการ

MP3 for download ข้ามภพข้ามชาติต้องมีบารมี ๑๐ ประการ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: บุญมีตั้ง ๑๐ อย่างแน่ะ การเจริญสตินี่แหละ เป็นยอดของบุญเลย บุญบารมี ๑๐ อย่างต้องทำนะ ต้องทำ ตอนนี้ยังไม่รู้หรอกว่าต้องใช้ ในนาทีที่จะแตกหักข้ามภพข้ามชาติเนี่ย ไม่มีใครจะช่วยเราเลย หันไปรอบๆตัวเหลือแต่บารมีอยู่ ๑๐ ตัวนี่แหละที่จะช่วยเรา สู้กับมาร ๕ ตัว มารมี ๕ นะ บารมีมี๑๐ แต่มารมันน่ากลัว ตัวมันใหญ่

มารหัวโจกที่เรียกว่าเทวปุตรมาร คือ จิตของเรานี่เอง จิตที่จะลากตัวเองลงต่ำนี่เอง เลิกเหอะๆ ถอยเหอะ เอาตัวรอดเหอะ

อภิสังขารมาร คือ ความคิดปรุงของเราเอง คิดในทางจะบั่นทอนตัวเอง คิดในทางล้างผลาญคุณงามความดีของตัวเอง

กิเลสมาร กิเลสทั้งหลายจะหลอกล่อเราให้เลิกการปฏิบัติ ให้ลุกซะเถอะ อย่านั่งต่อไปเลย นั่งต่อไป ถ้าไม่บ้าก็ตาย ให้หนีซะเถอะ แล้วกลับไปอยู่กับโลกเขาอย่างมีความสุขมากกว่าคนทั้งโลก ถ้าเทียบกันสมัยโบราณก็คือไปเป็นพระเจ้าจักรพรรดิเหอะ อย่าเป็นพระอรหันต์เลย

ขันธมารนะ จิตเนี่ยแปรสภาพเป็นก้อนทุกข์ล้วนๆเลย ทุกข์ ทุกข์ไม่มีอะไรเหมือนเลย มัจจุมารเนี่ยเหมือนความตายมารออยู่ข้างหน้าละ ถ้าไม่ถอนออกจากอาสนะนี้นะ ไม่ลุกออกจากอาสนะนี้นะ ไม่บ้าก็ตาย ในขณะนั้นนะ ไม่มีใครช่วยเราได้ละ เหลือตัวคนเดียวล้วนๆเลย บารมีทั้่งหลายที่เคยศึกษาอบรมฝึกฝนมาเนี่ยมาช่วยเรา

ยกตัวอย่างนะ ทานบารมี อย่าดูถูกนะ ทานบารมี กล้าสละ กล้าสละได้ถึงชีวิตน่ะ กล้ามั้ย กล้าสละชีวิต นั่งต่อไปนี่ตายแน่ๆเลย แล้วก็ไม่บรรลุอะไรด้วย แต่ตายแหงๆละ กล้าสละชีวิตนี้มั้ย หรือยังหวงแหนชีวิตนี้อยู่ เห็นมั้ย ต้องฝึกนะ ต้องฝึกทานบารมีจนเข้มงวดเลย ถึงขนาดกล้าสละตัวเองได้เลย นาทีสุดท้ายที่จะข้ามภพข้ามชาติน่ะมันถึงจะกล้าทิ้ง

ขันติมีมั้ย ขันติบารมี อดทนอดกลั้นต่อความทุกข์ที่ประดังขึ้นมาบีบคั้นจิต เหมือนภูเขาทั้งลูกถล่มลงมาทับ ไม่ทับเฉยๆนะ หมุนๆด้วยนะ บดๆๆลงไปด้วย ใครรู้จักโม่บ้าง โม่สมัยโบราณ บดๆอย่างนั้นเลย มีแต่ทุกข์ทุกอณูเลย มีขันติมั้ยที่จะสู้กับมัน

มีสัจจะมั้ย ตั้งสัจจะแล้ว จะต้องเรียนรู้ความจริงของมันให้ได้แม้กระทั่งจะเสียชีวิตก็จะเรียนรู้ความจริง จะตามรู้กายรู้ใจนี้ต่อไป จะต้องตายก็ไม่เป็นไร ขอให้เห็นความจริงของกายของใจนี้เถอะ

มีอธิษฐานบารมีมั้ย มุ่งมั่นมั้ย หรือว่าจะถดถอย ตั้งใจแล้วว่าจะสู้ตาย ถึงเวลาความตายมารอต่อหน้าแล้ว จะถอยหรือไม่ถอย

มีปัญญามีบารมีนะ ตามรู้ทุกอย่างเลย

มีเนกขัมมะบารมีนะ ยังจะติดใจพัวพันในความสุขทางโลกอยู่อีกมั้ย ความสุขในตาหูจมูกลิ้นกายใจ กล้าสละมั้ย ต่อไปนี้ถ้าไม่ตายนะ ถ้าตายไปก็ คือ สูญเสียความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกายไปหมดเลย ถ้ารอดอยู่ก็รอดแบบคนบ้าเลย ไม่สามารถเสพสุขทางตาหูจมูกลิ้นกายต่อไปได้ละไม่รู้เรื่องละ สติแตก เนี่ย กล้าสละมั้ย มันเป็นเรื่องที่ต้องเสียสละอย่างสูงทั้่งสิ้นเลยนะ ต้องฝึกนะ

เพราะฉะนั้นถ้าจะข้ามภพข้ามชาติให้ได้ในชีวิตนี้นะ ต้องพากเพียรจริงๆ อย่ามาทำเล่นๆ ทำเหยาะๆแหยะๆเล่นๆ อย่างมากก็ได้แค่โสดา สกิทาคา

เพราะฉะนั้นต้องฝึกนะ ต้องฝึก ฝึกตัวเองไว้ คุณงามความดีทุกอย่างต้องทำ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อวันเสาร์ที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ หลังฉันเช้า

สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๙
Track: ๑๑
File: 500324B
ระหว่างนาทีที่  ๕๗ วินาทีที่ ๒ ถึง นาทีที่ ๖๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ภาวนาให้มุ่งทำเหตุไป

mp3 for download : ภาวนาให้มุ่งทำเหตุไป

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาวนาให้มุ่งทำเหตุไป

ภาวนาให้มุ่งทำเหตุไป

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทีนี้มาหัดเจริญสติ(ปัฏฐาน) ถึงจะเห็นว่าตัวเราไม่มี รูปไม่ใช่เรา เวทนาไม่ใช่เรา สังขารไม่ใช่เรา จิตไม่ใช่เรา ค่อยๆฝึก วันหนึ่ง พอฝึกไปเจ็ดวัน เจ็ดเดือน เจ็ดปี เจ็ดวันก็มีนะ ไม่ใช่ไม่มี เจ็ดวันเป็นพระอรหันต์เลยก็มี ตัวอย่างเจ็ดวันบรรลุพระอรหันต์ ใครรู้มั้ย? ตั้งหลายองค์แน่ะ พระโมคคัลลานะ เจ็ดวัน อย่านึกนะว่าจะบอกคนรุ่นนี้ คนรุ่นนี้ใครจะไปรู้ล่ะ ใช่มั้ย ใครจะบรรลุ ใครจะเป็นยังไง ใครจะไปรู้ล่ะ เพราะไม่มีพระพุทธเจ้ามารับรองให้นี่ มีหลายองค์นะ อย่างพระมหากัสสปะ ท่านก็ใช้เวลาเจ็ดวันเป็นพระอรหันต์

พวกเรานะ เจ็ดปีให้ได้โสดาฯก็บุญแล้วล่ะ อินทรีย์มันแก่อ่อนกว่ากัน ท่านเหล่านั้นนะ ท่านสะสมบารมีมาตั้งแสนมหากัปป์ แสนมหากัปป์ก็คือจักรวาลเกิดแล้วดับลงไปตั้งแสนครั้ง สะสมบารมีนานขนาดนั้น พวกเราสะสมบารมีมาไม่เท่าท่าน เพราะฉะนั้นเจ็ดวัน เจ็ดเดือน เจ็ดปี ไม่บรรลุพระอรหันต์ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนะ ได้โสดาบันก็บุญแล้วล่ะ แต่ว่าไม่ใช่เหลือวิสัยนะ อดทน พากเพียรไป ๗ ปีไม่ได้ ก็ทำมัน ๑๖ ปี ทำไมต้อง ๑๖ ไม่บอก ๑๖ ปีไม่ได้ ก็ทำมันทั้งชาติเลยนะ ทำมันตลอดชีวิต ชาตินี้ไม่ได้ ชาติหน้าไปทำอีก

มีครูบาอาจารย์องค์หนึ่งนะ ท่านยังมีชีวิตอยู่ อายุตั้งเก้าสิบกว่าแล้วมั้ง ท่านเคยเล่าให้หลวงพ่อฟังว่าท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นนี่แหละ ไปอยู่หลวงปู่มั่นที่บ้านผือ รุ่นเดียวกันเขาพ้นทุกข์พ้นร้อนไปหมดแล้ว ท่านยังทำไม่ได้ แต่ท่านบอกว่า อีกร้อยชาติท่านก็จะทำ จิตใจอย่างนี้นะ โอ้ย..ฟังแล้วกราบท่านเต็มไม้เต็มมือเลย ท่านคนใจเด็ดจริงๆเลย น่านับถือ

เพราะฉะนั้นพวกเราอย่ารีบร้อน บางคนภาวนา เนี่ยหนูฝึกมาตั้ง ๓ เดือนแล้ว ทำไมหนูยังไม่ได้ แล้วเวลาที่หนูสะสมกิเลสมาตั้งหลายสิบปี หนูไม่พูดเลย สะสมกุศลสะสมปัญญานิดๆหน่อยนะ แต่อยากได้ผลเยอะๆ โลภมากไป เพราะฉะนั้นไม่โลภนะ ภาวนาอย่าหวังผล ภาวนาให้มุ่งทำเหตุไป


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๐
File: 520426A.mp3
ลำดับที่ ๔
ระหว่างนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๕๑ ถึง นาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๒๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่