Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

รู้ชัด มีความหมาย ๒ นัยยะ

mp 3 (for download) : รู้ชัด มีความหมาย ๒ นัยยะ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

รู้ชัด มีความหมาย ๒ นัยยะ

รู้ชัด มีความหมาย ๒ นัยยะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : จริงๆไม่ได้ยากนะ ง่าย! เราไม่สามารถเห็นสภาวะได้ เราก็ชอบไปคิดว่าต้องทำอย่างนั้น ต้องทำอย่างนี้… เข้าใจผิด คิดว่าต้องเดินท่านั้น ต้องนั่งท่านี้ ต้องหายใจอย่างนั้นอย่างนี้ พระพุทธเจ้าไม่ได้สอน ท่านสอนแค่ว่านั่งอยู่ก็รู้ชัด ยืนอยู่ก็รู้ชัด เดินอยู่ก็รู้ชัด

คำว่า “รู้ชัด” ไม่ได้แปลว่ารู้ชัด ๆ รู้ชัดหมายถึงสองอย่าง อันแรกเลยรู้ว่ารูปนี้เคลื่อนไหว เห็นร่างกายมันเคลื่อนไหว อันที่สองรู้ชัดถึงความเป็นไตรลักษณ์ของรูปนั้น รู้ว่าไอ้ตัวที่เดินอยู่ไม่ใช่เราหรอก วัตถุมันกำลังเคลื่อนไหว

ยกตัวอย่าง หายใจเข้า หายใจออก ก็คอยรู้ รู้ว่าอันแรกก็รู้ว่าตอนนี้มีธาตุไหลเข้า มีธาตุไหลออก การหายใจเข้าหายใจออกนี่มีสติรู้ มีปัญญาเข้าใจว่า ไอ้สิ่งที่ไหลเข้าไหลออก ไม่ใช่เราหายใจนะ ธาตุมันกระเพื่อม ธาตุมันไหว ธาตุมันไหลเข้า ธาตุมันไหลออก นี้ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์อะไร

เพราะฉะนั้นที่ว่าให้รู้ ให้รู้นี่ มันจะคลุมนัยยะ ๒ อย่าง

(๑) อันหนึ่ง มีสติรู้สภาวะ เช่นยืน เดิน นั่ง นอน หายใจเข้า หายใจออก มีสติระลึกรู้

(๒) มีปัญญาเข้าใจลักษณะของ รูปธรรมนามธรรมนั้น เช่นเราเข้าใจอย่างเราขยับ เราจะรู้สึกเลย ถ้าเรารู้สึกถูกต้องนะ ใจจะโปร่งๆ ไม่มีน้ำหนักนะ ถ้าใจเกิดมีน้ำหนักขึ้นมานี่…ของปลอม รู้ปลอม ถ้ารู้ถูกต้องใจจะไม่มีน้ำหนัก จะรู้สึกถึงความไหวอยู่ แล้วก็มีปัญญารู้ด้วย นี่แค่รูปเท่านั้นเอง รูปมันเคลื่อนไหว แต่ไม่ใช่คิดเอานะ เป็นความรู้สึก…วิปัสสนารู้สึกเอา ไม่ได้คิดเอา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
เมื่อวันเสารที่ ๑๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ หลังฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๖
Track: ๑๐
File:
491118B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๒๗ ถึง นาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๒๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ดูจิต เมื่อดูไม่ชัด

mp3 for download: ดูจิต เมื่อดูไม่ชัด

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ดูจิต เมื่อดูไม่ชัด

ดูจิต เมื่อดูไม่ชัด

โยม: กราบนมัสการค่ะ ส่งการบ้านครั้งสุดท้ายเมื่อประกันสังคมโน่นน่ะค่ะ แล้วก็ล้มลุกคลุกคลานมากเลยค่ะ แล้วก็ก่อนหน้าที่จะมาวัดเนี่ย รู้สึกว่าตัวเองติดสภาวะอยู่แต่ไม่แน่ใจค่ะว่า เป็นสมถะหรือว่าเป็นหมูกระดาษ ซึ่งมันจะเฉยๆ ไปหมดเลยน่ะค่ะ แล้วก็ พอวันก่อน เมื่อวานนี้ก่อนที่จะมาได้ฟังซีดีแผ่นล่าสุด ได้ฟังหลวงพ่อตอบคนหนึ่ง ซึ่งสภาวะคล้ายๆ กัน มันก็ค่อยๆ คลายออกมาค่ะ วันนี้ก็รู้สึกโปร่งโล่งเบาขึ้น ไม่ทราบว่าเห็นถูกมั้ย

หลวงพ่อปราโมทย์: ดีแล้ว ถูกแล้ว สังเกตมั้ย ไม่เจอกันนานเท่าไหร่ เดี๋ยว

โยม: หกเดือน..ได้ค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์: สังเกตมั้ย จิตเราเปลี่ยนไปแล้ว

โยม: ค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์: ดี

โยม: เห็นมันรู้สึก เห็นอะไร มันเบื่อๆ เฉยๆ ค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์: นั่นแหละ เขารู้ตามความเป็นจริงจึงเบื่อหน่ายนะ เพราะเบื่อหน่ายจึงคลายกำหนัด คือ คลายความผูกพันยึดถือ คลายกำหนัดจึงหลุดพ้น

โยม: อันนี้คือ คือเป็นเฉยที่จริงใช่มั้ยคะ ไม่ใช่เฉยแบบโลกๆ

หลวงพ่อปราโมทย์: ใช่ แต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซนต์นะ บางทียังมีโทสะเจือ เป็นคราวๆ

โยม: เยอะด้วยค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์: รู้ไป

โยม: แล้วก็ บางที เวลาอดนอนแล้วมันมักจะมองไม่ค่อยเห็นน่ะค่ะ ชัดๆ

หลวงพ่อปราโมทย์: เวลามองไม่ชัด นะ อย่างอดนอน หรือเวลาไม่สบาย เวลาโดนกินยาอะไรเข้าไป เบลอๆ เวลาใกล้จะตายแล้วเบลอๆเนี่ย วิธีดู ดูยังไง ไม่ใช่ดูให้ชัด ไม่ใช่ไปฝืนเพื่อทำให้ชัดนะ รู้ว่าไม่ชัด ใจอยากชัดรู้ว่าอยาก นั่นเรียกว่าเรายังรู้อยู่ เพราะฉะนั้นมันจะชัดก็ได้ มันจะไม่ชัดก็ได้ แต่เรารู้ทันทุกอย่างด้วยจิตที่เป็นกลาง ตัวนี้ใช้ได้ เวลาที่พวกเราใกล้จะตาย บางทีเบลอนะ เบลอไม่รู้เรื่อง ซึมกระทือไปแล้วเนี่ย ถ้าจะไปหวังให้ ปิ๊ง.. ใสปิ๊ง ปิ๊ง อยู่ มันไม่ปิ๊งละ ให้รู้สภาวะอย่างที่มันเป็น รู้ว่ากำลังเป็นอย่างนี้อยู่ รู้ด้วยใจที่เป็นกลางไว้ นะ

โยม: งั้นจิตโยมยัง.. ครั้งที่แล้วยังออกนอกอยู่ คราวนี้ยังเข้ามาได้บ้างมั้ยคะ

หลวงพ่อปราโมทย์: เข้ามานะ แต่ว่ายังเพ่งอยู่

โยม: ค่ะ ยังติด ยังรู้ตัวว่ายังติดอยู่ บางทีไปจ้องรอ จ้อง..

หลวงพ่อปราโมทย์: เออ.. อย่ารอดูนะ ก่อนดูไม่รอดู ให้สภาวะเกิดแล้วค่อยรู้ ระหว่างรู้อย่าอยากรู้ให้ชัดแล้วถลำลงไปจ้อง ดูห่างๆ รู้แล้วยินดีให้รู้ทัน ยินร้ายให้รู้ทัน

โยม: โยมควรจะฝึกสมถะเพิ่มมั้ยค่ะ หรือว่าไม่ควร..

หลวงพ่อปราโมทย์: สมถะทำเพื่อพักผ่อนทุกวัน ทำไป แต่ไม่ได้ทำเยอะ ทำพอให้ใจมีแรง ถ้าไม่มีสมถะใจจะไม่มีกำลัง

โยม: ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์: แต่ถ้าถามหลวงพ่อเมื่อ ๖ เดือนก่อน หลวงพ่อจะบอกให้หยุดสมถะไว้ก่อน เพราะอะไร เพราะติดเพ่งอย่างรุนแรง เราต้องให้คลายการเพ่ง คลายการเพ่งแล้วเริ่มเห็นสภาวะทำงานแล้ว คราวนี้เราก็ทำสมถะเพื่อพักผ่อนเป็นคราวๆ นะ

โยม: ขอบพระคุณค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์: เนี่ยบางคนได้ยินหลวงพ่อพูดประโยคหนึ่งแล้วก็เอาไปแล้ว “หลวงพ่อปราโมทย์บอกให้เลิกทำสมถะ” เนี่ย นะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๒ หลังฉันเช้า
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๓
File: 521204B.mp3
ลำดับที่ ๔
ระหว่างนาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๓๒ ถึง นาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๑๙
 

 

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

หัวใจในการภาวนาในทางสายเอกนี้คือคำว่ารู้นั้นเอง

mp3 (for download) : หัวใจในการภาวนาในทางสายเอกนี้คือคำว่า “รู้” นั้นเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : พวกเราสังเกตไหมในสติปัฏฐานนี่ ในมหาสติปัฏฐาน พระพุทธเจ้าบอกว่าเป็นทางเอกทางสายเดียวนะเพื่อการพ้นทุกข์ ลองดู verb ดูกิริยาในสติปัฏฐานมีกิริยาอยู่คำเดียวเอง คำว่า ‘รู้’ มีอยู่คำเดียวนะ กิริยาจริงๆ เลย คือคำว่า ‘รู้’ นั่นเอง ที่เป็นหลักจริงๆ

ท่านบอกหายใจออกก็รู้ หายใจเข้าก็รู้ ท่านไม่ได้บอกว่าหายใจออกให้กำหนดไว้เจ็ดฐาน หกฐาน ห้าฐาน สิบฐาน ไม่มีนะ ท่านบอกหายใจออกก็รู้ หายใจเข้าก็รู้ ยืนอยู่ก็รู้ เดินอยู่ก็รู้ บางทีใช้คำว่ารู้ชัดก็มี เดินอยู่ก็รู้ชัด นั่งอยู่ก็รู้ชัด คำว่ารู้คืออะไร รู้ที่ท่านพูดมีความหมายนะ มีความสุขก็รู้ มีความทุกข์ก็รู้ นะสอน จิตใจเป็นกุศลก็รู้ จิตใจมีความโลภก็รู้ มีความโกรธก็รู้ มีความหลงก็รู้ ฟุ้งซ่านก็รู้ หดหู่ก็รู้ สังเกตให้ดีนะ มีแต่คำว่า ‘รู้’ เต็มไปหมดเลยในสติปัฏฐาน จิตมีนิวรณ์ มีกามฉันทนิวรณ์ก็รู้ รู้ชัด มีพยาบาทนิวรณ์ก็รู้ เห็นไหม จิตมีอะไรต่ออะไรขึ้นมา ‘รู้’ ท่านสอน

เพราะฉะนั้น กิริยาที่เป็นหัวใจของการภาวนาในทางสายเอกทางสายเดียวคือคำว่า ‘รู้’ นี่เอง คำว่า ‘รู้’ มีสองนัยนะ อันแรก มีสติรู้สภาวธรรมที่กำลังปรากฏ คือรูปธรรมและนามธรรมที่กำลังปรากฏ อันที่สอง มีปัญญารู้ความจริงของสภาวะรูปและนามอันนั้น ความจริงของสภาวะรูปและนามก็คือ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวเรา เพราะฉะนั้น คำว่า ‘รู้’ นี่ครอบคลุมนัยสองประการนี้ อันแรกรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น อันที่สองรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ตัวเรา ถ้ารู้อย่างนี้แหละถึงเป็นทางสายเอกทางสายเดียวเพื่อความพ้นทุกข์

CD สวนสันติธรรม 19

500310A

26.14 – 28.16

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่