Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : สาระเกี่ยวกับความรู้สึกตัว

สาระเกี่ยวกับความรู้สึกตัว

ถาม : เหตุใดเราจึงต้องหัดด้วยความรู้สึกตัวก่อน และความรู้สึกตัวนี้จะพัฒนาต่อไปเป็นปัญญาในลำดับต่อๆไปอย่างไรครับ?

ตอบ : ถ้ารู้สึกตัวไม่เป็น จิตจะหลงเพลินไปตามอารมณ์ภายนอกตลอดเวลา
การหัดรู้สึกตัว เป็นการหัดให้จิตเกิดสติมารู้อยู่กับกายกับใจตัวเอง
ซึ่งเมื่อสามารถรู้สึกตัวได้เองบ่อยๆ ก็จะรู้อยู่กับกายกับใจได้บ่อยๆ
เมื่อรู้อยู่กับกายกับใจได้บ่อยๆ ก็จะค่อยๆเห็นได้ว่า
กายกับใจ(จิต)ล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน เกิดปัญญาไปตามลำดับ

ถาม : ในปัจจุบันผมพอรู้สึกตัวได้บ้าง …. แต่ก่อนเคยอยากรู้ชัดๆ จนวันหนึ่งไปเห็นว่า ความรู้สึกตัวนั้นสั้นมากทำได้แค่รู้เฉยๆ ส่วนที่สงสัยว่าถูกมั๊ย ชัดมั๊ย มันเป็นการคิดต่อไปทั้งสิ้น …. คำถามก็คืออย่างนี้เราจะรู้เกิดดับได้อย่างไรครับ ในช่วงแรกต้องช่วยจิตพิจารณาไหมครับ?ตัวอย่างเช่นเวลาผมโกรธ ผมก็รู้แค่ว่ารู้สึกโกรธแล้วนะ แต่ไม่ได้สนใจว่าความโกรธจะหายไปตอนไหน จะหายไปหรือไม่ สักพักหนึ่งก็หลงไปกับเรื่องอื่นต่อ …. อย่างนี้เท่ากับเสียเปล่าไม่ได้ความรู้อะไรใช่ไหมครับ?

ตอบ : หัดรู้สึกตัว ไม่ได้เสียเปล่าหรอกครับ หัดต่อไปเถอะครับ แต่อย่ารีบร้อนนะครับ แล้วจะค่อยๆเห็นสภาวะเกิดดับได้

ถาม : …ผมก็ยังไม่เข้าใจคำที่ว่า “รู้สบายๆ” “เห็นร่างกายเคลื่อนไหว ใจเป็นคนดู” นั้นเป็นอย่างไร คือพอเวลาเดินของผมมันไปรู้ชัดที่ขา เพราะขยับเยอะสุด ผมก็กลัวว่าเดี๋ยวจะไปเพ่งขา มันก็เลยเกิดอาการดึงกลับให้มารู้สึกว่ามีแขน มีหัว มีตัว กันอุตลุด แต่หากพอรู้ทันว่าจิตหลงไปคิดในขณะเดิน มันจะกลับมารู้สึกอยู่ที่ตัวแบบกว้างๆทั้งตัว
ผมทำผิดตรงไหนครับและควรแก้ไขอย่างไรครับ

ตอบ : ปกติเราจะเคยชินที่จะส่งจิตไปรู้อยู่ที่ส่วนใดส่วนหนึ่ง
พอมาหัดทำตามรูปแบบ จิตก็เลยเคยชินที่จะไปรู้แบบนั้น
พอรู้สึกว่าจิตไปรู้ชัดที่ใดที่หนึ่ง ก็ไม่ต้องพยามดึงกลับมาครับ
แตให้ปล่อยใจสบายๆ อย่าไปเพ่งจ้องดูไว้
คุณตั้ว เคยมองอะไรแบบไม่โฟกัสสายตามั้ยครับ
การรู้สบายๆ เปรียบเหมือนการมองแบบไม่โฟกัสสายตานั่นเองครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ความรู้สึกตัวเป็นเครื่องที่พาพ้นทุกข์

ความรู้สึกตัวเป็นเครื่องที่พาพ้นทุกข์

จริงๆ แล้ว การรู้ตัวสามารถเกิดได้เอง เพราะมันเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของจิต เหมือนความโกรธเป็นต้น แต่ไม่มีใครมาบอกเราว่า นั่นแหละเป็นเครื่องที่พาให้พ้นทุกข์ได้ จนกระทั่งมีพระพุทธเจ้าปรากฏขึ้นมาบอกให้รู้ เพราะอย่างที่บอกว่า การรู้ตัวมันเกิดของมันเองได้อยู่แล้ว เพียงแต่เราหันมาทำความรู้จักกับมันเท่านั้นก็พอ เมื่อใดที่รู้จักมัน มันก็จะเกิดขึ้นได้บ่อยๆ เมื่อมันเกิดขึ้นได้บ่อยๆ จิตใจก็จะรับรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง (เข้าใจธรรม)

เน้นว่า ให้หันมาทำความรู้จัก ความรู้สึกตัว ก็พอแล้ว ไม่ต้องไปทำอะไรมากกว่านี้หรอกครับ เพราะเช่นถ้าไปทำสมถะให้นิ่ง แต่ไม่รู้จักความรู้สึกตัว ก็ไม่เกิดประโยชน์แม้ว่าจะมีความรู้สึกตัวจากการทำสมถะนั้น บางทีเราก็รู้ตัวดี แต่บางครั้งสติก็หายไปนานแสนนาน จนมันท้อว่า…โห เราทำอะไรไม่ได้เลยเหรอนี่ เป็นกรรมเวรอะไรรึเปล่า… ที่เป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกอกตกใจหรอกครับ เพราะนี่คือความเป็นจริง ถ้ายอมรับความจริงนี้ได้ก็ไม่ท้อหรอก

สรุปอีกทีก็แล้วกันว่า ความรู้ตัวนั้นเราทำขึ้นไม่ได้ ที่เราทำได้คือ ทำเหตุปัจจัยให้มันเกิดขึ้นบ่อยๆ ซึ่งตรงนี้แต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ไม่ทราบว่าพอสังเกตออกไหมว่า ทำกิจกรรมอะไรแล้วรู้ตัวได้ง่ายบ้าง เช่น เดินเล่นรู้ตัวได้บ่อยไหม นั่งนิ่งๆ รู้ตัวได้บ่อยไหม หากกิจกรรมใดทำแล้วรู้ตัวได้บ่อยได้ง่าย ก็ทำอันนั้นแหละให้บ่อยๆ

ในชีวิตประจำวันนั้น จะมีกิจกรรมหลากหลาย ถ้าเป็นเรื่องงาน เรื่องเรียน ที่ต้องใช้ความคิดความตั้งใจทำมากๆ ก็จะรู้ตัวไม่ได้หรือรู้ได้ยากมากๆ ดังนั้นต้อง ทำใจยอมรับว่า นั่นไม่ใช่เวลาสำหรับฝึกทำความรู้ตัว เวลาสำหรับฝึกทำความรู้ตัว จึงควรเป็นเวลาที่ไม่ได้ทำงาน ไม่ได้เรียนหนังสือ เวลาที่เหมาะฝึกรู้ตัวก็เช่น เวลาไปซื้อของ เวลาเดินทาง เวลาทำงานบ้านที่ไม่ต้องใช้ความคิด เป็นต้น

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : การรับมือกับความไม่สบายใจ

การรับมือกับความไม่สบายใจ

เมื่อมีความไม่สบายใจเกิดขึ้น การรู้ความไม่สบายใจนั้นจะมี 2 ลักษณะคือ รู้อย่างมีความรู้ตัว หรือรู้อย่างไม่มีความรู้ตัว หากรู้อย่างไม่มีความรู้ตัว ก็จะเกิดความปรุงแต่งตามมาจนเกิดเป็นทุกข์ขึ้น ซึ่งปกติแล้วผู้ที่ยังภาวนาไม่เป็นก็จะรู้ความไม่สบายใจนี้กันแบบไม่รู้ตัวทั้งนั้น ผลจึงมักออกมาว่า ไม่ชอบที่จะไม่สบายใจ อยากที่จะหายจากความไม่สบายใจ แล้วก็ลงมือกระทำการทางกายบ้าง ทางใจบ้าง ตามความอยากนั้น

หากมีความรู้ตัว แม้ความไม่สบายใจจะยังคงอยู่ แต่ก็ไม่รู้สึกเป็นทุกข์เพราะความไม่สบายใจนั้น ตรงนี้ก็ขึ้นกับความชำนาญในการภาวนาด้วย บางคนรู้ตัวเร็วมากๆ พอเห็นความไม่สบายใจก็รู้ตัวได้เลย คนที่รู้ตัวได้ช้าหน่อย ก็จะเกิดความไม่พอใจ เมื่อเห็นความไม่พอใจก็รู้ตัวขึ้น

ที่ช้ากว่านั้น ก็อาจมารู้ตัวเอาตอนที่ความอยากหายจากไม่สบายใจปรากฏขึ้น ช้าไปอีกก็รู้ตัวเอาก็ตอนลงมือกระทำทางกาย ทางใจ ไปแล้ว แต่ไม่ว่าจะรู้ตอนไหน หลังจากรู้วงเวียนของทุกข์วงนี้ก็จะขาดลง

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ความเผลอ กับ ความรู้ตัว อย่างไหนปกติ อย่างไหนผิดปกติ?

ความเผลอ กับ ความรู้ตัว อย่างไหนปกติ อย่างไหนผิดปกติ?

ความเผลอ กับ ความรู้ตัว ล้วนแต่เป็นสิ่งปกติครับ ความเผลอ กับ ความรู้ตัว ต่างกันที่เผลอไม่มีสัมปชัญญะ รู้ตัวมีสัมปชัญญะ อ้อ แล้วก็ คนทั่วไปจะเผลอมากกว่ารู้ตัว จึงอาจทำให้คนทั่วไปมองว่ารู้ตัวเป็นสิ่งผิดปกติ แต่นักภาวนาจะเห็นความเผลอเป็นสิ่งไม่ปกติ ก็เลยเกิดความไม่ยินดีกับความเผลอ พอไม่ยินดี ก็คอยที่จะปั้นความรู้ตัว คอยที่จะจ้อง ที่จะเพ่ง เพื่อไม่ให้ให้เผลอ เมื่อใดที่เห็นว่าเผลอ-รู้ตัว ต่างก็เป็นสิ่งปกติ ก็จะไม่พยายามรู้ตัว ไม่พยามจ้อง ไม่พยายามเพ่ง เพราะจิตเป็นกลางกับความเผลอ-รู้ตัว

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : การที่เห็นสภาวะได้แสดงว่ารู้ตัวได้ถูกต้องใช่หรือไม่ ?

การที่เห็นสภาวะได้แสดงว่ารู้ตัวได้ถูกต้องใช่หรือไม่ ?

การเห็นอะไรนั้น ไม่ใช่ตัวชี้ว่าเรารู้ตัวเต็มที่หรือไม่นะครับ เราจะรู้อะไรก็ได้ แต่จะรู้ตัวเต็มที่หรือไม่ ต้องหัดสังเกตเองครับ ผมก็บอกไม่ได้เหมือนกัน เมื่อวานก็พูดเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะมีคนถามว่า เห็นอาการแบบนั้นแบบนี้นี่ถูกหรือเปล่า ก็เลยบอกไปว่า จะเห็นอะไรนั้นไม่ใช่ตัวบอกว่าถูกหรือไม่ถูก ถูกหรือไม่ถูกอยู่ที่ เห็นแล้วจิตมันตื่นรู้ตัวหรือไม่ ถ้าเห็นแล้วเกิดรู้ตัวขึ้นก็ถูก ถ้าเห็นแล้วจิตไม่เกิดความรู้ตัวขึ้น ต่อให้เห็นสภาวะละเอียดยิบก็ไม่มีประโยชน์ มีอีกประเด็นที่พูดถึงเมื่อวานก็คือ ส่วนมากคนที่หัดดูจิต จะพยายามหัดดูสภาวะ หัดดูอารมณ์ต่างๆ แทนที่จะหัดรู้ตัว เมื่อยังรู้ตัวไม่เป็น จะไปหัดดูสภาวะได้อย่างไร หรือจะไปหัดดูจิตได้อย่างไร หลักที่สำคัญคือ ต้องหัดรู้ตัวให้เป็นก่อน ถ้ารู้ตัวเป็น ก็ไม่ต้องหัด  ดูจิต แล้ว เพราะจะดูจิตเป็นอัตโนมัติ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : การเจริญปัญญา

การเจริญปัญญา

ถาม : รู้ตัวเฉยๆเป็นยังไง คือเผลอไปแล้วรู้ รึเปล่าคะ ส่วนให้มาเจริญปัญญานี่เป็นยังไงคะ คือให้ต้องให้คิดว่าทุกอย่างเป็นไตรลักษณ์ทุกๆครั้งที่รู้ตัวหรือเปล่าคะ

ตอบ : รู้ตัวเฉยๆ คือรู้สภาวะต่างๆได้ แต่ไม่เห็นความเป็นไตรลักษณ์ของรูปนาม
การเจริญปัญญาคือการหัดสังเกตดูความเป็นไตรลักษณ์ที่กำลังปรากฏต่อหน้าต่อตา
ไม่ใช่การคิดๆ เอานะครับ
อย่างเช่น พอเกิดโทสะแล้วรู้ว่ามีโทสะ แล้วโทสะดับลง
ถ้าจิตเจริญปัญญาอยู่ก็จะเห็นโทสะดับลงไปต่อหน้าต่อตาโดยปราศจากการคิดครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จิตนิ่งคือจิตตั้งมั่นหรือไม่

mp3 (for download): จิตนิ่งคือจิตตั้งมั่นหรือไม่

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

จิตนิ่งคือจิตตั้งมั่นหรือไม่

จิตนิ่งคือจิตตั้งมั่นหรือไม่

โยม : แล้วอย่างเราภาวนาไปนะคะ แล้วจิตมันนิ่งๆอย่างนี้ค่ะ ถือว่าเป็นจิตตั้งมั่นใช่มั้ยเจ้าคะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : จิตนิ่งๆไม่ใช่จิตตั้งมั่นนะ ต้องไม่นิ่งที่อๆนะ ถ้ามันตั้งมั่นเนี่ย จิตจะไม่ว่อกแว่กหลงไปอยู่ในโลกของความคิดเท่านั้นแหละ เราไม่ได้ไปบังคับให้มันนิ่งนะ แต่ว่ามันก็นิ่งเหมือนกัน แต่มันนิ่งแบบรู้เนื้อรู้ตัวอยู่ สบาย ไม่นิ่งทือๆแข็งๆนะ ไม่นิ่งแบบว่างๆไม่รู้เนื้อรู้ตัว ไม่นิ่งแบบจิตเข้าไปรวมกับความว่างข้างนอก มันนิ่งอยู่ด้วยความรู้สึกตัวอยู่

จิตที่ตั้งมั่นรู้เนื้อรู้ตัวเนี่ย ต้องสังเกตเอาตอนที่จิตหนีไปคิด ถ้าเรารู้ทันจิตที่หนีไปคิด จิตรู้จะเกิดขึ้น จิตรู้นั้นแหละเป็นจิตที่ตั้งมั่น เพราะฉะนั้นเราคอยรู้ทันจิตที่หลงไปคิดนะ ตัวรู้(จิตผู้รู้ – ผู้ถอด)จะเกิดมันจะตั้ง จะตั้งได้พอดีไม่แข็งเกินไปไม่อ่อนเกินไป อ่อนเกินไปก็ขาดสติไหลหลงๆไป แข็งเกินไปก็ทื่อๆอยู่ ไม่เดินปัญญา ก็ตั้งพอดีๆ แค่ไหนพอดี ถ้าหนีไปคิดแล้วรู้ว่าหนีไปคิดนั้นพอดีเลย ถ้าจงใจจะให้ตั้งอยู่ อันนี้จะตึงเกินไป


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
แสดงธรรมเมื่อ วันพุธที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔

CD: แสดงธรรมเทศนานอกสถานที่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
File: 540810A
ระหว่างนาทีที่ ๕๔ วินาทีที่ ๔๐ ถึง นาทีที่ ๕๕ วินาทีที่ ๕๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สภาวะมีสองอย่าง

Mp3 for download: two sapawa

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

สภาวะมีสองอย่าง

สภาวะมีสองอย่าง

หลวงพ่อปราโมทย์: ถ้าเราฝึกจิตใจของเราถึงช่วงนึง เราจะพบว่ามันเกิดสภาวะสองอย่างเท่านั้นเอง สภาวะที่ขณะนี้รู้ตัว หรือว่าขณะนี้เผลอไปแล้ว

พอเผลอไปก็จะไปปรุงแต่งอะไรเยอะแยะ เช่น เผลอไปเรื่องโลกๆ คิดเรื่องโลกๆ ใหญ่เลย นี่เผลอไปจริงๆ เผลอไปนั่งคิดๆ รู้เรื่องที่คิดแต่ไม่รู้ตัวเอง ก็เผลอเหมือนกัน

เผลอไปนั่งเพ่ง ไปจับอารมณ์ขึ้นมาอันนึงแล้วก็เพ่งนิ่งอยู่กับอารมณ์อันเดียว ก็ยังเผลอ ยังหลงอยู่อีก หรือน้อมใจเข้าหาความสงบ น้อมไปเรื่่อย น้อมจนซึม ซึมเคลิ้มๆ ครึ่งหลับครึ่งตื่น ส่วนใหญ่จะคิดว่าดี ไม่ดีหรอก มันขาดสติ เพราะฉะนั้นการที่น้อมใจ ปรุงแต่งใจนั้นทำได้หลายรูปแบบ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ ที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑
File: 451117A
Track: ๑๑
ระหว่างนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๑๕ ถึง นาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๐๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พระพุทธเจ้าสอนอะไร?

MP3 (for download): พระพุทธเจ้าสอนอะไร?

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : พระพุทธเจ้าสอนให้รู้สึกตัวนะ สอนง่ายๆ ภิกษุทั้งหลายหายใจออกก็รู้สึก หายใจเข้าก็รู้สึก ใช่ไหม ภิกษุทั้งหลายยืนอยู่ก็รู้ชัดว่ายืนอยู่ เดิน นั่ง นอน รู้ชัดว่า เดิน นั่ง นอนอยู่ ภิกษุทั้งหลายมีความสุขก็รู้ มีความทุกข์ก็รู้ เฉยๆก็รู้ สอนง่ายๆ สอนให้รู้ ภิกษุทั้งหลายจิตมีความโกรธก็รู้ จิตไม่มีความโกรธก็รู้ จิตโลภก็รู้ จิตไม่โลภก็รู้ จิตหลงก็รู้ จิตไม่หลงก็รู้ สอนให้รู้นะ แถมท่านยืนยันซะอีกว่า สติปัฏฐาน คือ การรู้กายรู้ใจอย่างนี้ เป็นทางเอกทางเดียว เพื่อความบริสุทธิ์หลุดพ้น ไม่มีทางที่ ๒ นะ

พวกเราเรียนไม่ดีเราก็มั่วซั่วเอา แทนที่เดินอยู่จะรู้สึก เห็นรูปมันเดิน จิตเป็นคนดู แทนที่จะรู้สึกแบบนี้นะ ก็ไปเดินให้มันผิดมนุษย์มนา เดินมีกระบวนท่าอะไรแปลกๆขึ้นมา เดินต้องมีเท่านั้นจังหวะ เท่านี้จังหวะ ไม่ใช่วิปัสสนาหรอกนะ หรือ พระพุทธเจ้าสอนให้หายใจเข้ารู้สึก หายใจออกรู้สึก ให้รู้สึกตัว ของเราก็ไปกำหนดลมหายใจให้จิตแนบอยู่กับลม ให้มันนิ่งๆอยู่กับลม ก็ใช้อะไรไม่ได้ บางทีก็กำหนดลม กระทบฐาน กระทบฐาน กระทบฐาน เรื่องของสมถะทั้งสิ้นเลย

คำสอนที่เป็นสมถะกรรมฐานนี้ มันแทรกเข้ามาในคำสอนของพระพุทธเจ้ามากมายเหลือเกิน นั้นเราต้องระมัดระวังให้ดีนะ ใครๆก็อ้างคำสอนของพระพุทธเจ้า แต่เวลาลงมือปฏิบัติจริงนะ มันไม่ใช่ ประโยคที่พูดบางทีเหมือนหลวงพ่อเปี๊ยบเลยนะ พูดประโยคเดียวกันเลย แต่ว่าเวลาลงมือปฏิบัติกำหนดทั้งนั้นเลย เพ่งทั้งนั้นเลยนะ ไอ้ที่จะรู้เนื้อรู้ตัวแท้ๆแทบไม่มีเลย หายากที่สุดเลย นั้นต้องระมัดระวังนะ ต้องเรียนให้ดีก่อน ไม่งั้นหลงอะไรง่ายๆ พลาดได้ง่ายๆ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่