Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

Video Clips : เป้าหมายของชีวิต

Link : youtu.be/EpNK2Uh13Oo

หลวงพ่อปราโมทย์ :พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า ถ้าตราบใดที่ยังไม่เห็นอริยสัจจ์ ไม่รู้แจ้ังอริยสัจจ์ ยังเวียนว่ายตายเกิด ยังไม่พ้นจากทุกข์ไม่ได้ เนี่ยคำสอนของพระพุทธเจ้าสูงสุดเลยคือเรื่องของอริยสัจจ์ ถ้าเราเข้าใจอริยสัจจ์อย่างถ่องแท้นะ จึงจะถอนตัวเองออกจากวัฏฏะ พ้นจากการเกิดหมุนเวียนไปเรื่อยๆ

ถ้าเราภาวนานะ บางคนภาวนาไปแล้วระลึกชาติได้ ย้อนไปได้ชาติหนึ่ง สองชาติ สามชาติ สี่ชาติ หรือบางคน รู้ได้นะ เห็นคนนี้ตาย ไปเกิดที่นี่ๆอะไรอย่างนี้ เราจะรู้เลยว่าวัฏฏะมันมีจริงๆ แล้วก็ชาติใดนะเกิดมาแล้วเราไม่ได้พบพระพุทธศาสนา เราจะรู้สึกวังเวงในใจเรา เราไม่ได้ชั่วนะ แต่มันวังเวง คือชีวิตนี้มันไม่มีทิศทาง เราไม่รู้ว่าเราอยู่ไปเพื่ออะไร เกิดมาเพื่ออะไร เกิดมาทำอะไร ไม่รู้เลย แค่เกิดมาแล้วเขาให้เรียนหนังสือก็เรียนตามเขาไป เขาก็ทำงานก็ตามเขาไป ทำงาน เขามีครอบครัวก็มีกับเขาบ้าง เขามีลูกก็มีอย่างเขาบ้าง สุดท้ายเขาตายก็ตายอย่างเขาบ้าง ชีวิตก็มีอยู่แค่นั้นเอง

ชาติใดที่มีบุญวาสนาได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้า ชีวิตจะมีเป้าหมาย เรารู้เลยว่าเราเกิดมาทำไม ไม่ใช่มีชีวิตอยู่ล่องลอยไร้สาระไปวันหนึ่งๆ ชีวิตจะมีเป้าหมาย คือการถอดถอนตัวเองออกจากความทุกข์ ถึงถอดถอนได้ไม่เด็ดขาดในชีวิตนี้นะ แต่อย่างน้อยก็ต้องใกล้ความพ้นทุกข์เป็นลำดับๆ ก็ยกระดับจิตใจนี้ขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งใจเข้าถึงธรรมะ จะรู้แจ้งแทงตลอดในอริยสัจจ์นะ

เพราะฉะนั้นวันนี้ในฐานะที่ส่วนใหญ่เป็นพวกที่เรียนมากับหลวงพ่อพอสมควรแล้ว ดูที่ว่าสามารถแยกธาตุแยกขันธ์ได้หลายสิบคนแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้หลวงพ่อจะพูดเรื่องอริยสัจจ์ให้ฟัง

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

แสดงธรรมที่‏ โรงแรมโนโวเทล สนามบินสุวรรณภูมิ
๙๙๙ หมู่ ๑ ตำบลหนองปรือ
อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
สนามบินสุวรรณภูมิ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร

เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๗
ระหว่างนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๔๘ ถึงนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๒๙
full video : youtu.be/RqtJc2ZNRkg
full audio : 570112

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

มีสังสารวัฏฏ์ เพราะชอบส่งจิตออกนอก

mp3 for download : มีสังสารวัฏฏ์ เพราะชอบส่งจิตออกนอก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทีนี้การที่หวังพึ่งอารมณ์ภายนอกนะ อารมณ์ภายนอกเป็นของแปรปรวน เป็นของบังคับไม่ได้ เป็นของเลือกไม่ได้ กรรมมันเลือกให้เรา เพราะฉะนั้นจิตเนี่ย เดี๋ยวก็สุข เดี๋ยวก็ทุกข์ พอมีความสุขเกิดขึ้น ก็หลงเพลิดเพลินพอใจ นั่นคือราคะแทรก อารมณ์นี้นำความสุขมาให้ ก็เลยหลงรักใคร่อารมณ์นั้น ราคะแทรก อารมณ์นี้นำความทุกข์มาให้ โทสะก็แทรก เกลียดอารมณ์อันนี้ ในใจก็กระเพื่อมขึ้นกระเพื่อมลง เดี๋ยวฟูเดี๋ยวแฟ่บ เดี๋ยวฟูเดี๋ยวแฟ่บ ไปเรื่อยๆ

วัฎฎะนี้ไม่มีที่สิ้นสุดเลย (วัฏฏะในที่นี้คือ สังสารวัฎฎ์ หรือ ไตรวัฎฎ์ ได้แก่ วงจรของ กิเลส กรรม วิบาก – ผู้ถอด) เพราะว่า เมื่อเพลิดเพลินตามอารมณ์ หรือปฏิเสธอารมณ์นะ (อารมณ์ คือ สิ่งใดๆที่จิตไปรู้เข้า – ผู้ถอด) จิตก็เกิดการกระทำกรรมขึ้นมา เกิดความดิ้นรนทางใจขึ้นมา ดิ้นรนไปในทางดีบ้าง ทางชั่วบ้าง มันก็สะสมวิบากต่อไปอีก เพราะอย่างนั้น วัฎฎะเนี่ย จึงได้หมุนไปเรื่อยต่อไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด มันมาจากการที่พวกเราชอบส่งจิตออกนอก

นี่ถ้าหากว่าเราเคยได้ยินได้ฟังธรรมะของพระพุทธเจ้า เราก็ต้องรู้ว่าโอปนยิโก น้อมกลับเข้ามา มาเรียนรู้ตัวเอง ไม่ใช่ว่าไปสนใจรูปแล้วลืมลูกตา ไม่ใช่สนใจเสียงแล้วลืมหู สนใจกลิ่นแล้วลืมจมูก สนใจรสแล้วลืมลิ้น สนใจสิ่งที่มากระทบกับร่างกายแล้วลืมร่างกาย สนใจสิ่งที่มากระทบทางใจแล้วก็ลืมใจของตัวเอง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
FILE : 560907A
CD : สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๑
ระหว่างนาที่ที่ ๑ วินาทีที่ ๕๓ ถึง นาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๒๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

งานหลักของเรา คือการยกระดับจิตใจไปสู่ความพ้นทุกข์

mp 3 (for download) : งานหลักของเรา คือการยกระดับจิตใจไปสู่ความพ้นทุกข์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : คนที่บารมีมากนะ เห็นทุกข์เห็นโทษเห็นภัยของวัฏฏะ อยากจะข้ามวัฏฏะ รู้ว่าชีวิตนี้มีเป้าหมาย ชีวิตนี้เกิดมาเพื่อจะมายกระดับจิตวิญญาณไปสู่ความพ้นทุกข์ ต้องใกล้ความพ้นทุกข์ไปตามลำดับๆ

เมื่อเรารู้เป้าหมายหลักในชีวิต รู้วัตถุประสงค์หลักในชีวิตแล้วนะ งานอื่นจะเป็นงานรอง งานทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง มันเลี้ยงได้ชีวิตเดียว เลี้ยงลูก เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ เลี้ยงสามีภรรยา เลี้ยงไปตามหน้าที่ สร้างคุณงามความดีให้กับโลก สงเคราะห์โลก ทำไปตามหน้าที่นะ

เรามีหน้าที่เพราะว่าเราได้รับความช่วยเหลือจากสังคมจากโลกนี้มากมายเหลือเกิน เราได้สิ่งต่างๆมาจากคนอื่นมากนะ ยกตัวอย่างข้าว ๑ จาน เนี่ย เราได้มาจากคนอื่นตั้งเยอะแน่ะ หยาดเหงื่อแรงงานความยากลำบากของคนอื่นเยอะแยะเลย เริ่มตั้งแต่พวกทำนา พวกผลิตปุ๋ยผลิตยาฆ่าแมลง พวกสร้างเขื่อนพวกโรงสี พวกรถบรรทุก พวกขายแก๊สหุงข้าว พวกขายหม้อขายไห เราพึ่งพิงสิ่งอื่นๆมากมายนะ กว่าจะได้ข้าวจานหนึ่งขึ้นมา

เราบริโภคของโลกไปมาก เราอาศัยสิ่งอื่นๆมากมาย เพราะฉะนั้นเรามีโอกาส เราตอบแทนเขาได้ เป็นสิ่งที่ดีเป็นสิ่งที่สมควรนะ ช่วยเหลือส่วนรวม ช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือรักษาพระศาสนา อะไรอย่างนี้

แต่งานหลักจริงๆคืองานยกระดับจิตใจของเราเอง งานอื่นๆเป็นงานอาศัย หรือเป็นงานที่ควรจะทำ ทำมาหากินเป็นงานอาศัย ต้องทำมาหากิน จะได้มีชีวิตอยู่ มีชีวิตอยู่เพื่อปฏิบัติธรรม ไม่ใช่ทำมาหากินเพื่อจะกินนะ ไอ้อย่างนั้นหมามันก็เป็นแมวมันก็เป็นนะ ไปหากินไปจับนกจับอะไรกิน มันต่ำต้อยเกินไป

เรารู้ว่างานหลักของเราคืออะไร งานที่จำเป็นเพื่อความอยู่รอดแล้วงานที่ควรทำคืออะไร เราก็จัดสรรงานของเราให้พอเหมาะพอควร เราปฏิบัติตั้งแต่ตื่นจนหลับ ยกเว้นเวลาที่เราทำงานที่ต้องคิด กับยกเว้นเวลาที่เราจะต้องนอนหลับ ยกเว้นเวลา ๒ เวลานี้ เวลาที่เราทำงานที่ต้องคิด ไม่ใช่เวลาปฏิบัติ อันนั้นเป็นเวลาทำมาหากินเลี้ยงตัวเองเลี้ยงครอบครัวหรือว่าไปทำสิ่งซึ่งเป็นประโยชน์กับส่วนรวม ตอบแทนสังคมซึ่งเราได้อาศัยเขาอยู่ แต่ถ้ามีเวลาเมื่อไหร่นะ ภาวนาเลย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๗
Track: ๒
File: 550908A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๒๕ ถึง ๑๖ วินาทีที่ ๓๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่