Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

มีสังสารวัฏฏ์ เพราะชอบส่งจิตออกนอก

mp3 for download : มีสังสารวัฏฏ์ เพราะชอบส่งจิตออกนอก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทีนี้การที่หวังพึ่งอารมณ์ภายนอกนะ อารมณ์ภายนอกเป็นของแปรปรวน เป็นของบังคับไม่ได้ เป็นของเลือกไม่ได้ กรรมมันเลือกให้เรา เพราะฉะนั้นจิตเนี่ย เดี๋ยวก็สุข เดี๋ยวก็ทุกข์ พอมีความสุขเกิดขึ้น ก็หลงเพลิดเพลินพอใจ นั่นคือราคะแทรก อารมณ์นี้นำความสุขมาให้ ก็เลยหลงรักใคร่อารมณ์นั้น ราคะแทรก อารมณ์นี้นำความทุกข์มาให้ โทสะก็แทรก เกลียดอารมณ์อันนี้ ในใจก็กระเพื่อมขึ้นกระเพื่อมลง เดี๋ยวฟูเดี๋ยวแฟ่บ เดี๋ยวฟูเดี๋ยวแฟ่บ ไปเรื่อยๆ

วัฎฎะนี้ไม่มีที่สิ้นสุดเลย (วัฏฏะในที่นี้คือ สังสารวัฎฎ์ หรือ ไตรวัฎฎ์ ได้แก่ วงจรของ กิเลส กรรม วิบาก – ผู้ถอด) เพราะว่า เมื่อเพลิดเพลินตามอารมณ์ หรือปฏิเสธอารมณ์นะ (อารมณ์ คือ สิ่งใดๆที่จิตไปรู้เข้า – ผู้ถอด) จิตก็เกิดการกระทำกรรมขึ้นมา เกิดความดิ้นรนทางใจขึ้นมา ดิ้นรนไปในทางดีบ้าง ทางชั่วบ้าง มันก็สะสมวิบากต่อไปอีก เพราะอย่างนั้น วัฎฎะเนี่ย จึงได้หมุนไปเรื่อยต่อไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด มันมาจากการที่พวกเราชอบส่งจิตออกนอก

นี่ถ้าหากว่าเราเคยได้ยินได้ฟังธรรมะของพระพุทธเจ้า เราก็ต้องรู้ว่าโอปนยิโก น้อมกลับเข้ามา มาเรียนรู้ตัวเอง ไม่ใช่ว่าไปสนใจรูปแล้วลืมลูกตา ไม่ใช่สนใจเสียงแล้วลืมหู สนใจกลิ่นแล้วลืมจมูก สนใจรสแล้วลืมลิ้น สนใจสิ่งที่มากระทบกับร่างกายแล้วลืมร่างกาย สนใจสิ่งที่มากระทบทางใจแล้วก็ลืมใจของตัวเอง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
FILE : 560907A
CD : สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๑
ระหว่างนาที่ที่ ๑ วินาทีที่ ๕๓ ถึง นาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๒๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

มีวิบากที่ดีมาถึง เราจะพบกับความสุข มีวิบากที่ไม่ดีมาถึง เราจะพบกับความทุกข์

mp3 for download : มีวิบากที่ดีมาถึง เราจะพบกับความสุข มีวิบากที่ไม่ดีมาถึง เราจะพบกับความทุกข์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าเรารู้หลักของการปฏิบัติ การปฏิบัติจะไม่ยากอะไรเลย เป็นเรื่องธรรมชาติเรื่องธรรมดานี่เอง เป็นเรื่องการที่เราจะมาเรียนรู้ตัวเอง มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายนะ ทั้งเทวดาและพรหมทั้งหลายนะ มีปกติส่งจิตออกนอก ส่งจิตออกนอกก็คือ มัวสนใจในรูปไม่สนใจตา สนใจในเสียงไม่สนใจหู สนใจในกลิ่นไม่สนใจในจมูก สนใจในรสไม่สนใจลิ้น สนใจในสิ่งที่มากระทบร่างกายแต่ไม่สนใจร่างกาย สนใจในธรรมารมณ์คือเรื่องราวที่ใจไปรู้เข้าแต่ไม่สนใจจิตของตนเอง เพราะฉะนั้นธรรมชาติของจิตออกนอกตลอด

ก็ธรรมชาติของจิตออกนอกตลอด จิตจึงเที่ยวแสวงหาอารมณ์ไปเรื่อยๆ มันจะเที่ยวหาอารมณ์ที่เพลิดเพลินพอใจ หวังว่าถ้าได้อารมณ์ที่เพลิดเพลินพอใจมาเสพแล้วก็จะมีความสุข แต่อารมณ์ทั้งหลายเหล่านั้นล้วนแต่เต็มไปด้วยความไม่เที่ยง บางครั้งบางทีเราก็เจออารมณ์ที่ดี บางทีเราก็เจออารมณ์เลว เอาแน่ไม่ได้ มันแล้วแต่วิบาก เรามีวิบากที่ไม่ดี เราจะเจออารมณ์ที่ไม่ดี มีวิบากที่ดีจะเจออารมณ์ดี ทีนี้ที่ผ่านมาในสังสารวัฏฏ์ เราทำทั้งความดีและความชั่ว เพราะฉะนั้นเราก็จะกระทบกับอารมณ์ที่ดีบ้างที่เลวบ้าง สลับกันไปเรื่อยๆ บางคนอกุศลให้ผลมากในบางช่วงนะ เจอแต่เรื่องร้ายๆในชีวิต บางคนกุศลให้ผลนะ ก็เจอแต่เรื่องดีๆในชีวิต สบาย บางคนในชาตินี้สบ๊ายสบาย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
FILE : 560907A
CD : สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๑
ระหว่างนาที่ที่ ๐ วินาทีที่ ๒ ถึง นาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๕๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ชาวพุทธต้องพัฒนาคุณงามความดีของตนเองให้ยิ่งขึ้นไป

mp3 for download : ชาวพุทธต้องพัฒนาคุณงามความดีของตนเองให้ยิ่งขึ้นไป

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ : วันที่ ๓๑ แล้ว ยังแก่ไปได้อีกปีหนึ่ง แต่อย่างน้อยก็มีบุญหล่อเลี้ยงแล้ว มีชีวิตรอดมาปีหนึ่ง ไม่มีบุญหล่อเลี้ยงอยู่ไม่ได้นะ เพราะขันธ์ ๕ ร่างกาย อะไรอย่างนี้ เป็นวิบาก เป็นผลของกรรมทั้งหมดเลย ตัวขันธ์ ๕ ยกเว้นพวกกิเลส เป็นของผลิตใหม่

เรามีบุญ เราได้ร่างกาย ได้จิตใจสมประกอบ มีตา มีหู มีใจ เป็นปกติ เรียกว่าเรามีต้นทุนที่ดีแล้ว กรรมเก่าส่งผลมาดี หน้าที่ก็คือ ต้องพัฒนา ทำกรรมใหม่ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เราจะมาหยุดอยู่กับที่ พอใจในสิ่งที่เรามีเราเป็นอยู่ตอนนี้ เราไม่พัฒนาคุณภาพจิตใจขึ้นไปนะ เรียกว่าเราประมาทไป

พระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญความดีที่อยู่กับที่ ท่านส่งเสริมบอกว่า ต้องดีขึ้นไปอีก เรามาพัฒนาคุณงามความดีของเรา ไม่มีทานก็ทำทาน ทานไม่ใช่ต้องเสียเงินนะ ทานมีตั้งเยอะแยะ ยกตัวอย่างคนที่เขาไม่มีความรู้ เราให้ความรู้เขา ก็เป็นทาน ให้คำแนะนำที่ดีอะไรอย่างนี้ ก็เป็นทานทั้งหมดเลย ให้อภัยก็เป็นทาน ใช่ว่าจะต้องเสียสตางค์ คนจน ถ้าทานผูกกับเงิน คนจนก็ไม่ได้ทำทาน ไม่ใช่

ถ้าคนไหนศีลด่างพร้อยในรอบปีที่ผ่านมา ก็พยายามพัฒนา ปีต่อไปนี้รักษาศีลให้เข้มงวดขึ้น ศีลจำเป็นมากนะ เคยมีนักปฏิบัติคนหนึ่ง ชาติก่อนๆนะ รักษาศีล ยอมตายรักษาศีล ชาตินี้เขาภาวนาง่าย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันจันทร์ที่ ๓๑ เดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า
File: 551231A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๒ ถึงนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๒๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เมื่อทำกรรม ก็ต้องรับวิบาก

mp3 for download 550525B.08m32-10m50

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี

หลวงพ่อปราโมทย์ : อุ๊ย.. แมลงวันมาอีกแล้ว อ๊ะ โมโหแล้วนะ โมโหแล้ว รู้ทันใจที่โมโห นะ ตีขู่ ตีขู่มันนะ อย่าไปโดนตัวมัน บาป เดี๋ยววันหลัง ภาวนา กรรมตามทัน

หลวงพ่อตอนเด็กเคยซน มีลวดสลิงเล็กๆอยู่อันหนึ่ง เอาไว้แกว่งเล่นน่ะ เห็นค้างคาวมาบินอยู่ใกล้ๆระเบียงบ้านทุกวันเลย มากินลูกตะขบ ก็พยายามตีค้างคาวนะ ก็แกว่งๆนะ ไม่เคยถูกค้างคาวเลยสักวัน อีกวันหนึ่งเห็นมันมาแต่ไกล รีบแกว่ง ปรากฎว่ามันบินเร็วมากเลย พอมันมาแล้วเราแกว่ง มันบินไปโน่นทุกทีเลย วันหนึ่งเห็นมันมาแต่ไกลนะ แกว่งทางนี้นะ มันเซ่อมาชนเข้า ตกลงไปที่พื้นนะ ทำปีกอย่างนี้นะ มันเจ็บน่ะ ใจนี้นะ โหย..สลดมากเลย สงสารมันมากเลย อยากจะเข้าไปอุ้มมัน (แต่ไม่กล้า) กลัวมันกัดเอา ขยับๆอย่างนี้นะ สักพักหนึ่งก็บินหนีไป

ตอนที่หลวงพ่อมาหัดภาวนานะ ยังไม่ได้บวชหรอกตอนนั้น ยังหนุ่มๆ หนุ่มกว่าพวกเราตอนนี้ ส่วนใหญ่หน้าตาชักเก่าๆแล้วล่ะพวกเรา นั่งภาวนาอยู่ วันหนึ่งได้ยินเสียง เฟี้ยวเลยนะ เฟี้ยวเลย มีความรู้สึกเหมือนถูกฟาดด้วยแส้ เคยเห็นหนังมั้ย ที่ใช้แส้ หนังฝรั่งน่ะ แต่นี่เป็นแส้ลวด ฟาดเฟี้ยวมาเลยนะ ควั่บแบบ โหย..เข้าไปเต็มหลังเลยนะ เจ็บ! ใจนี้สั่นริกๆริกๆเลยนะ แทบจะขาดใจ แล้วก็เห็นค้างคาวนะ ขยับอย่างนี้ โอ้..รู้เลยนี่วิบาก นี่แค่เด็กเล่นนะ มันยังไม่ยอมเลยนะ ยังคิดบัญชีคืนเลย

ไม่ใช่ค้างคาวมาแก้แค้นเรา ค้างคาวเป็นเจ้ากรรมนายเวรหรือ ไม่ใช่นะ ก็จิตของเราเองนี่แหละไปทำกรรมชั่ว วิบากนั้นสะสมไว้ ต้องรับ หนีไม่รอดเลย ต้องรับ

เพราะฉะนั้นเราไม่ทำนะ ความชั่วเล็กๆน้อยๆก็ไม่เอา พยายามหัดดูจิตดูใจไป ทุกวันๆนะ ทำกรรมฐานสักอย่างหนึ่ง พุทโธก็ได้ หายใจก็ได้ พอจิตหนีไปก็รู้ทัน จิตหนีไปก็รู้ทัน

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ ที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๕
ไฟล์ 550525B
ระหว่างนาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๓๒ ถึง นาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๕๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ไม่มีเจ้ากรรมนายเวร มีแต่วิบากจากกรรมที่ทำมา

ไม่มีเจ้ากรรมนายเวร มีแต่วิบากจากกรรมที่ทำมา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : วิธีฝึกให้เกิดตัวรู้เป็นขณะๆบ่อยๆก็คือ ทำกรรมฐานสักอย่างหนึ่ง พุทโธก็ได้ หายใจก็ได้ ดูท้องพองยุบก็ได้ ทำจังหวะเอาก็ได้ ขยับมือทำจังหวะ จังหวะอย่างหลวงพ่อเทียนเราไม่ชอบ เราคิดจังหวะของเราเองก็ได้

หลวงพ่อไม่ได้ทำอย่างหลวงพ่อเทียน หลวงพ่อเป็นโทสะจริต ใจร้อน หลวงพ่อทำแค่นี้เองนะ อากาศร้อน หลวงพ่อทำกรรมฐานอย่างนี้ ร่างกายเคลื่อนไหวรู้สึก พัดไปแหมมันสบายใจ มีความสุขขึ้นมา รู้ว่าสบายใจ พัดไปพัดมา แมลงวันมาอีกแล้ว โมโหแล้ว โมโหรู้ทันใจที่โมโห ตีขู่มัน ตีขู่มันนะ อย่าไปโดนตัวมัน บาป เดี๋ยววันหลัง ภาวนา กรรมตามทัน

หลวงพ่อตอนเด็กๆเคยซน มีลวดสลิงอยู่อันหนึ่ง เล็กๆ แกว่งเล่นนะ เห็นค้างคาวมา บินอยู่ใกล้ๆระเบียงบ้านทุกวันเลย มากินลูกตะขบ ก็พยายามตีค้างคาวนะ เอาลวดสลิงมาแกว่งๆนะ ไม่เคยถูกมันสักวันเลย อีกวันหนึ่งเห็นมันมาแต่ไกลนะ รีบแกว่งลวดสลิง ปรากฎว่ามันบินเร็วมากไง พอมันมานี่ เราแกว่ง มันไปโน่น ทุกทีเลย วันหนึ่งเห็นมันมาแต่ไกลนะ (รีบ)แกว่งทางนี้(รอ)นะ มันเซ่อมาชนเข้า ตกไปที่พื้นนะ มันทำปีกอย่างนี้นะ มันเจ็บน่ะ ใจนี้โอ้โหย.. สลดมากเลย สงสารมากเลย อยากจะเข้าไปอุ้มมัน (แต่ไม่กล้า)กลัวมันกัดเอา มันขยับๆอย่างนี้นะ สักพักหนึ่งก็บินหนีไป

ตอนหลวงพ่อมาหัดภาวนานะ ยังไม่ได้บวชหรอก ตอนนั้น ยังหนุ่มๆ หนุ่มกว่าพวกเราตอนนี้นะ ส่วนใหญ่หน้าตาชักเก่าๆแล้วนะพวกเรา นั่งภาวนาอยู่วันหนึ่ง ได้ยินเสียงเฟี้ยว..เลยนะ เฟี้ยวเลย มีความรู้สึกเหมือนถูกฟาดด้วยแส้ เคยเห็นหนังมั้ยที่ใช้แส้ หนังฝรั่งน่ะ แต่นี่เป็นแส้ลวด ฟาดเฟี้ยวมาเลยนะ ควั่บหนึ่ง โอ้หูย..เข้าไปเต็มหลังเลยนะ เจ็บ! ใจนี้สั่นริกๆริกๆเลย จะขาดใจ แล้วเห็นค้างคาวนะ ขยับอย่างนี้ โอ้ รู้เลย นี่วิบาก

นี่แค่เด็กเล่นนะ มันยังไม่ยอมเลยนะ ยังคิดบัญชีคืนเลย ไม่ใช่ค้างคาวมาแก้แค้นหรอก มีค้างคาวเป็นเจ้ากรรมนายเวร-ไม่ใช่หรอก ก็จิตของเราเองนี่แหละไปทำกรรมชั่ว วิบากนั้นสะสมไว้ ต้องรับ หนีไม่รอดเลย ต้องรับ

เพราะฉะนั้นเราไม่ทำนะ ความชั่วเล็กๆน้อยๆก็ไม่เอา พยายามหัดดูจิตดูใจไป ทุกวันๆนะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๒๕ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๕ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๕
Track: ๑๘
File: 550525B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๕๐ ถึง นาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๔๑

550525B.07m50-10m41.mp3

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

กรรม อโหสิกรรม การขอขมาและการให้อภัย

mp3 for download : กรรม อโหสิกรรม การขอขมาและการให้อภัย

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ภาวนานะ แล้วก็มีคนเข้าใจมากขึ้นนะ เข้าใจธรรมะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ธรรมะของพระพุทธเจ้านะ ชัดเจน ท่านบอกเป้าหมายไว้ชัดเจน เราปฏิบัติเป็นไปเพื่อลดละกิเลส สุดท้ายหมดความยึดถือในธาตุขันธ์ก็พ้นทุกข์ ท่านชี้เป้าไว้คือพ้นจากความทุกข์ จนวันที่ธาตุขันธ์แตกก็เข้าถึงความดับสนิทแห่งทุกข์

การปฏิบัติตอนที่พ้นจากกิเลส ก็พ้นจากทุกข์ทางใจ เรียกว่า “สอุปาทิเสสนิพพาน” ดำรงขันธ์ต่อไปจนขันธ์แตกขันธ์ดับ วันตาย ก็พ้นจากขันธ์ เรียกว่า “อนุปาทิเสสนิพพาน” นิพพานจะมี ๒ อัน เป็นภาวะที่พ้นจากทุกข์อันหนึ่ง เป็นภาวะที่ดับสนิทของทุกข์อีกอันหนึ่ง

ทีนี้พวกเราภาวนานะ ถ้าเมื่อไหร่ชนะกิเลสได้ โดยเฉพาะอวิชา ความไม่รู้อริยสัจจ์ ไม่เห็นจริงว่ากายนี้ใจนี้เป็นทุกข์ล้วนๆ ถ้าชนะตรงนี้ได้ก็เรียกว่าพระอรหันต์ ยังมีชีวิตอยู่ สัมผัสพระนิพพานนะ แต่ว่าพ้นทุกข์ทางใจ ทางร่างกายยังมีขันธ์อยู่ยังทุกข์อยู่ วิบากที่ดีที่ไม่ดียังให้ผลต่อขันธ์ได้อยู่

ขนาดพระพุทธเจ้าของเราบารมีท่านมากมาย แต่ท่านก็เคยทำบาป ขนาดวันที่ใกล้จะนิพพาน วันที่จะนิพพาน เดินไปกุสินารา กระหายน้ำ อยากดื่มน้ำ ก็มีเกวียนผ่านแม่น้ำไปก่อนทำให้น้ำขุ่น พระอานนท์ไม่ยอมตักน้ำให้ท่านดื่ม ท่านก็ไม่สบายด้วย ชราด้วย ท่านบอกพระอานนท์ให้ไปตักเถอะ ไปตักมาได้น้ำใสมา น้ำขุ่นนั้นมันไหลไปหมดแล้ว

ทำไมต้องกระหายน้ำ ความกระหายน้ำเป็นทุกข์ทางกาย ทุกข์ของขันธ์ พระพุทธเจ้ายังไม่พ้นเลย ท่านถ่ายเป็นโลหิต การถ่ายเป็นโลหิตจนต้องนิพพาน ขันธ์จะแตกด้วยการที่ไม่สบายถ่ายเป็นเลือด ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น ขนาดเป็นพระพุทธเจ้า ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น เพราะวิบากของท่านมี ท่านเคยเป็นหมอ พวกเราในห้องนี้เป็นหมอเยอะเลย ท่านโลภ มีความโลภ ท่านไปวางยาคนไข้ ทำให้เขาถ่ายเป็นเลือด ขนาดบำเพ็ญบารมีมาตั้งนาน บรรลุพระอรหันต์แล้ว วิบากยังตามให้ผลท่าน

เพราะฉะนั้นถึงเราพ้นกิเลส จิตเราพ้นความทุกข์ไปแล้ว แต่อกุศลวิบากยังกระทบเข้ามาที่ธาตุที่ขันธ์ที่กายนี้ได้ เพราะฉะนั้นกรรมเล็กกรรมน้อยนะ พวกเราพยายามเลี่ยง อย่าไปทำ ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้บอกว่าให้ทำกรรมใหญ่ๆ กระทั่งกรรมเล็กๆยังเลี่ยงเลย ใหญ่ๆอย่าไปทำนะ ยังไงก็ต้องมีผล ทำกรรมไว้ก็ต้องมีผล

พวกเราบางคนนะเข้าใจผิด คิดว่าไปขออโหสิกรรมเจ้ากรรมนายเวร อันนั้นไม่ใช่ทฤษฎีของพระพุทธเจ้า ที่เราไปขอได้นี่เราไปขอขมา ไปขอโทษ ยกตัวอย่างพระเทวฑัตสำนึกผิดในเวลาที่จะตายแล้ว ถูกแผ่นดินสูบลงไป เอาลูกคางนี่ มือไม่มีแล้วถูกดูดลงไป กระดุกกระดิกไม่ได้แล้ว ยังมีแต่หัวกระดุกกระดิกได้อย่างเดียว เอาลูกคางเกยแผ่นดิน บูชาพระพุทธเจ้าด้วยกระดูกลูกคาง ขอขมาท่าน ได้ล่วงเกินท่านมามากมาย พยายามฆ่าท่านตั้งหลายที ขอขมาเสร็จแล้วนะ แผ่นดินก็สูบลงไป อยู่ในอเวจีมหานรก

สัตว์ในอเวจีตัวใหญ่มากนะ ตัวโตมากเลย ไม่ใช่ตัวเล็กๆเท่าพวกเรานี้หรอก ตัวเล็กพวกเรา ตัวน้อยนิดเดียว ถูกไฟเผาทั้งวันทั้งคืนไม่มีหยุดเลย เป็นนรกที่ไม่ยอมหยุดพักเลย ขยันมากนะ

ทำไมขอขมาแล้วยังลงอเวจี เพราะกรรมนั้นมี สำเร็จไปแล้ว อย่างพวกเราบางทีชอบพูดว่าขออโหสิกรรม อโหสิกรรม กรรมมาขอกันไม่ได้ เราขอโทษต่างหาก ขอขมา

อย่างเวลาพระจะเข้าพรรษาพระก็ไปขอขมากัน เป็นผู้น้อยไปขอขมาพระผู้ใหญ่ เรียกว่าไปทำ “สามีจิกรรม” ไปทำกรรมที่ดี เป็นความมีมารยาทอันเรียบร้อย ไปบอกว่ากรรมใดที่ประมาทล่วงเกินนะ สิ่งใดที่ประมาทล่วงเกินพระเถระ ขอให้ท่านอดโทษ ไปขอขมานั่นแหละขอให้อดโทษ คืออย่าโกรธอย่าเคืองอย่ากลั่นแกล้งรังแกตอบ อะไรอย่างนี้นะ ขอโทษน่ะ เพื่อความสำรวมระวังนะ ไม่ทำอีก อะไรอย่างนี้

พระผู้ใหญ่ก็บอกว่า เออ.. ผมให้ขมา ให้อภัย ยกโทษให้ แต่ถ้าผมล่วงเกินท่านผู้น้อย ก็ยกโทษให้ผมด้วยนะ น่ารักนะระบบของพระน่ะ พระผู้ใหญ่จะบอก อะหัง ขมามิ เออ..ผมยกโทษให้ ตุมเหหิ ปิเม ขะมิตัพพัง ถ้าผมมีโทษอะไรท่านก็ยกโทษให้ด้วยนะ ขอขมาซึ่งกันและกัน

การขอขมาโทษนี่ เป็นความกล้าหาญ ยกตัวอย่างเราทำผิดล่วงเกินใคร ไปขอขมาเขาเนี่ย เป็นความกล้าหาญของเรา ที่จะเปิดเผยความไม่ดีของตัวเองได้ คนที่กล้าหาญอย่างนี้ พระพุทธเจ้ายกย่อง

แต่พวกเราชอบไปบอกขออโหสิกรรม กรรมอโหสิไม่ได้ อโหสิกรรมแปลว่ากรรมที่ให้ผลสำเร็จแล้ว ยกตัวอย่างเทวฑัตนะ ขึ้นจากอเวจีมานะ นี่อโหสิกรรมนะ ให้ผลแล้ว เลิกกันไปแล้ว รับผลแล้ว

เพราะฉะนั้นกรรมชั่วแม้แต่เล็กน้อยก็ไม่ควรทำ กรรมดีแม้แต่เล็กน้อยก็ควรทำ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมเมื่อวันเสาร์ที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๐ ถึง นาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๑๑

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๕
File: 550519B.mp3(Thai) … 550519B.mp3(USA/Europe)

550519B.00m00-07m11

อ่านเพิ่มเติมเรื่อง พระเทวฑัต

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทางวิปัสสนา (๒๓) ถ้ามีเหตุขันธ์ก็เกิดสืบทอดไป ถ้าไม่มีเหตุขันธ์ก็ไม่เกิดสืบทอดไป

mp3 for download : ทางวิปัสสนา (๒๓) ถ้ามีเหตุขันธ์ก็เกิดสืบทอดไป ถ้าไม่มีเหตุขันธ์ก็ไม่เกิดสืบทอดไป

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางวิปัสสนา

ทางวิปัสสนา

โยม : นมัสการหลวงพ่อครับ ผมส่งการบ้านมาหลายครั้ง ก็ยังตื่นเต้นอยู่เหมือนเดิม ความตื่นเต้นมานี่ มันยังไม่หายเลยครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ห้ามมันไม่ได้หรอก จิตมันเป็นอนัตตา

โยม : ทีนี้ การปฏิบัติที่จะมาส่งก็คือ เวลาผมทำสมาธิ แล้วผมก็สังเกตไปเรื่อยๆ ว่าอะไรปรากฎก็รู้มันๆ ทีนี้สักพักหนึ่ง มันไม่มีอะไรปรากฎ มันเงียบๆ

หลวงพ่อปราโมทย์ : เงียบปรากฎล่ะ

โยม : ใช่ๆครับ ความเงียบปรากฎ ตรงนี้ ผมเคยถกกับคุณหมอท่านหนึ่ง คุณหมอบอกว่าจิตสงบแล้ว ผมบอกว่า คิดเรื่องเงียบ ผมมีความรู้สึกว่าคิดเรื่องเงียบอยู่

หลวงพ่อปราโมทย์ : เงียบปรากฎนะ

โยม : แล้วความเงียบ ผมก็ดูต่อไป ดูไปแล้วก็ไม่เงียบอีกแล้ว

หลวงพ่อปราโมทย์ : ใช่ มันก็ไม่เที่ยง

โยม : แต่มันก็นานพอสมควร คือ ถ้ามันเป็นอย่างนี้บ่อยๆ เวลาที่มันเงียบ มันจะยิ่งนานขึ้นๆ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ก็ออกจากสมาธิแล้ว อยู่ในโลก ก็เจริญสติในชีวิตประจำวันให้มาก เท่านั้นแหละ

โยม : คราวนี้เวลาออกจากสมาธิน่ะครับ แล้วมีสติอัตโนมัติขึ้นมา เวลาที่สติอัตโนมัติค้างอยู่ มันรู้สึกได้ว่านานกว่าเดิม

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าจิตทำสมาธินะ จิตที่ทรงฌานเนี่ย สติอัตโนมัติจะอยู่นาน

โยม : อย่างนั้นเรียกว่าฌานหรือครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าจิตเข้าไปอยู่ในความนิ่ง ความว่าง ความไม่มีอะไร รู้เนื้อรู้ตัวอยู่ ก็เข้าสมาธิที่ละเอียดเข้าไปแล้วล่ะ

โยม : อีก ๒ ประเด็นนะครับ คือเวลา อย่างเหตุการณ์เมื่อคืนนี้เอง ขณะที่กำลังทำงานอยู่แล้วมันหงุดหงิดขึ้นมา ก็ดูมันไป สังเกตไปเรื่อยๆ ปรากฎว่า ความหงุดหงิดหายไปแล้ว แต่มันยังร้อนอยู่

หลวงพ่อปราโมทย์ : อื้อ.. วิบาก กิเลส กิเลสเกิดนะ จิตก็กระทำกรรม จิตกระทำกรรมก็ต้องมีวิบาก ตรงหงุดหงิดนะก็เป็นกิเลส แล้วผลักดันให้จิตเราดิ้นรน ก็ต้องรับวิบากอีกช่วงแหละ

โยม : สภาพที่แยกธาตุแยกขันธ์อย่างนั้น ใช่มั้ยครับ แต่มัน มันไม่ได้แยกได้ตลอดเวลา

หลวงพ่อปราโมทย์ : ไม่เป็นไร เวลาเราทำความสงบเนี่ย ไม่ต้องแยกธาตุแยกขันธ์ เวลาเผลอ ไม่ได้แยกธาตุแยกขันธ์ เวลาที่จิตตั้งมั่น เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานนะ ก็แยกธาตุแยกขันธ์ได้ มันไม่ได้เป็นตลอดนะ

โยม : ในระหว่างที่ผมกำลังสังเกต ความหงุดหงิด ผมรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่าง รู้สึกว่า มีเรา(หลวงพ่อปราโมทย์ : อื้อ..)กำลังดูมันอยู่(หลวงพ่อปราโมทย์ : อื้อ..)

หลวงพ่อปราโมทย์ : ดีที่เห็นนะ แสดงว่ายังไม่ใช่พระโสดาบัน ถ้าเป็นพระโสดาบันจะเห็นว่า ธรรมชาติรู้เป็นคนดูอยู่ ไม่ใช่เราดูละ

โยม : แต่ว่าเราไม่ได้มีอยู่ตลอดเวลา

หลวงพ่อปาโมทย์ : ไม่อยู่ตลอด

โยม : เวลาผมเผลอ เราหายไป

หลวงพ่อปราโมทย์ : เออ.. สักกายทิฎฐิก็ไม่เที่ยงเหมือนกัน ความเห็นว่าเป็นเรา เป็นชั่วคราว เกิดเป็นคราวๆ

โยม : ผมขออีกนิดนะครับ คือ เวลาที่เรานอนหลับสนิท แล้วตื่นขึ้นมา ก็รู้สึกว่าโลกปรากฎ ทีนี้ตอนหลับสนิท สนิทจริงๆครับ ไม่มี ตรงนี้ ตรงกับที่ผมศึกษา คือว่า ตรงนี้ขออนุญาตนิดนึงครับ คือ ผมเคยอ่านเจอในพระอภิธรรมว่า เทวดาถามพระพุทธเจ้าว่า โลกมีอะไรนำไป โลกปรากฎได้อย่างไร ผมเข้าใจความหมายทำนองนี้ ใช่มั้ยครับ ผมเข้าใจถูกแล้ว? อีกอันหนึ่งนะครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : หา ทำไมเยอะนักล่ะ คนอื่นเขาจะประท้วงหรือเปล่า หือ..

โยม : ครับ ต้องขอโทษด้วยครับว่า ผม.. ต้อง.. ให้ความรู้กับเพื่อนที่ปฏิบัติธรรมด้วยกัน ป้องกันไม่ให้เกิดมิจฉาทิฎฐิ คือเมื่อกี๊ผมฟังที่หลวงพ่อพูดตอนเริ่มต้น บอกว่า ถ้าเราไปมั่นใจว่าตายแล้วเกิด เป็นมิจฉาทิฎฐิ ตรงนี้หมายความว่า เราต้องมั่นใจว่า ไม่มีพระอรหันต์ใช่มั้ยครับ ถึงจะเรียกว่าไม่เป็นมิฉาทิฎฐิ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ไม่ใช่ พวกเราตอนนี้ต้องคิดว่ามีพระอรหันต์ไว้ก่อน แต่พระอรหันต์ท่านไม่ได้คิดว่าท่านเป็นพระอรหันต์หรอก ของเรามันยังมี

โยม : อย่างนี้แสดงว่า ที่ผมกำลัง ตอนนี้อย่างที่ผมกำลังพูดกับลูก ผมบอกว่า ผมมั่นใจว่าตายแล้วเกิด อย่างตัวผม ผมมั่นใจว่าตายแล้วเกิด อย่างนี้เป็นมิจฉาทิฎฐิมั้ยครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าพูดกับลูกก็พูดโดยอนุโลมเอา เอาแบบนั้นก่อนนะ คือ มันจะเห็นแจ้งต่อเมื่อเห็นว่า ปัจจุบันนี้ ไม่มี ปัจจุบันนี้ไม่มีคน ไม่มีสัตว์ ไม่มีเรา ไม่มีเขา ก็ปัจจุบันยังไม่มีเลย ตายแล้วจะมีหรือไม่มีอย่างนี้ ถ้ามีเหตุก็เกิด ถ้าไม่มีเหตุก็ไม่มี ถ้ามีเหตุขันธ์ก็เกิดสืบทอดไป ถ้าไม่มีเหตุขันธ์ก็ไม่เกิดสืบทอดไป ถ้าพูดให้ถูกก็ต้องพูดอย่างนั้น แต่ว่าสอนเด็กไม่ได้ มันยากไป ถ้าสอนลูกก็บอกว่า ตายแล้วเกิด สอนอย่างนี้ไปก่อน

โยม : ขอบคุณมากครับ

550409.44m08-49m47

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ห้องสุวรรณภูมิบอลรูม ชั้น ๒ อาคารบี
บจก. เตียวฮงสีลม บางพลี
วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างเวลา ๑๓:๐๐ – ๑๕:๐๐ น.

File: 550409.mp3 (ไทย)
File: 550409.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)
เสียงพระธรรมเทศนา ระหว่างนาที่ ๔๔ วินาทีที่ ๘ ถึง นาทีที่ ๔๙ วินาทีที่ ๔๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ต้องทำงานที่ผิดศีล ควรวางใจอย่างไร

mp3 for download : ต้องทำงานที่ผิดศีล ควรวางใจอย่างไร

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ต้องทำงานที่ผิดศีล ควรวางใจอย่างไร

ต้องทำงานที่ผิดศีล ควรวางใจอย่างไร

โยม : คืออย่าง สมมุติถ้าไปเรียนต่ออย่างนี้ครับ คือต้องทำการทดลองในสัตว์ทดลองครับหลวงพ่อ คือว่า คือจะวางใจอย่างไร หรือว่าจะไม่ต้องทำไปเลยดีล่ะครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าไม่ทำได้ก็ไม่ต้องทำสิ ถ้าต้องทำก็ถือว่าทำหน้าที่ไป เราก็ได้รับบาปเล็กน้อย แต่จะไม่มีบาปเลยไม่ได้นะ กรรมเนี่ยมันขึ้นด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง ตัวหลักตัวหนึ่งคือเจตนา เจตนาที่จะทดลองไปตามที่อาจารย์สั่ง หรือเจตนาที่จะฆ่า กิจกรรมอย่างเดียวกันนะ แต่บาปไม่เท่ากัน

เพราะฉะนั้นคนที่ฉลาดก็จะรู้จักการวางจิตให้ถูกแง่ถูกมุมแล้วก็ได้รับโทษน้อย มันเหมือนเราเห็นถ่านไฟแดงๆก้อนหนึ่งเนี่ยนะ สมมุติเราต้องจับ คนโง่ก็ตะปบเข้าไปเลยก็ลวกเยอะ คนฉลาดก็จับอย่างระมัดระวังไฟก็ลวกนิดๆหน่อยไม่ลวกทั้งมือ อะไรอย่างนี้ ถามว่าไฟลวกมั้ย ลวกแต่ไม่มาก เพราะฉะนั้นอยู่ที่เจตนานะ

โยม : แล้วจะทำให้ตกนรกมั้ยครับหลวงพ่อ

หลวงพ่อปราโมทย์ : กรรมที่ประกอบด้วยเจตนานี่นะ เป็นกรรมที่ส่งผลให้ไปเกิดได้ ส่วนกรรมซึ่งเล็กๆน้อยๆพวกนี้ เราไม่ได้มีเจตนาเนี่ย ถ้ายังมีกรรมตัวอื่นที่แรงกว่านะ ตัวนี้ยังไม่ให้ผลที่ทำให้เราไปเกิด ส่วนมากกรรมที่ไม่ได้เจตนาเนี่ย มันจะมาให้ผลหลังจากที่เราเกิดแล้ว

เช่นเราไปชอบทดลองสัตว์ใช่มั้ย วันดีคืนดีเดินไปชนอะไรหัวแตกอะไรอย่างนี้ สมมุตินะ มันจะให้ผลตอนที่มีชีวิตขึ้นมาแล้ว ไม่ใช่ให้ผลตอนไปเกิด เพราะกรรมที่แรงกว่าจะให้ผล

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า

CD: ๒๔
File: 510315
ระหว่างนาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๓๔ ถึงนาทีที่ ๒๗ วินาทีที่ ๒๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ภัยของสังสารวัฏฏ์

mp 3 (for download) : ภัยของสังสารวัฏ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภัยของสังสารวัฏฏ์

ภัยของสังสารวัฏฏ์

หลวงพ่อปราโมทย์: เห็นมั้ยว่าปัญหา มันเป็นของคู่กับชีวิต พูดมานานแล้วนะ ปัญหามันเป็นของที่คู่กับชีวิตเรา แต่ความทุกข์เป็นส่วนเกินของชีวิต แยกกันให้ออก ปัญหามาถึงเราเมื่อไหร่ก็ได้ เราไม่ได้สร้างปัญหา ปัญหาก็มาหาเราได้นะ

ถ้ามองไกลออกไปแบบชาวพุทธ ถ้าเป็นพระพุทธเจ้าท่านมอง ท่านก็มองว่า ปัญหาทั้งหลายก็เป็นวิบาก เป็นผลของกรรม หนีไม่พ้นน่ะ ทุกคนต้องเจอ ขนาดพระพุทธเจ้าท่านก็เจอปัญหานะ ทีนี้ปัญหามาถึงชีวิตเมื่อไหร่ก็ได้นะ ชีวิต ไม่มีอะไรเลยก็เจ็บไข้ได้ป่วย แก่ไป ตายไป หรือคนที่เรารักต้องตายไปบ้าง พลัดพรากจากสิ่งที่รัก ต้องเจอสิ่งที่ไม่รัก อะไรอย่างนี้ สมปราถนาบ้าง ไม่สมปราถนาบ้าง เนี่ย ชีวิตมันมีแต่ปัญหาอย่างนี้นานาชนิดเกิดขึ้นตลอดเวลานะ หมดเรื่องนี้ก็มีเรื่องโน้น เราจะไปหวังว่าชีวิตเราต้องไม่มีอะไรเลย สบายตลอดเวลา มันเป็นไปไม่ได้ เราไม่ได้ทำแต่ความดีล้วนๆ

ขนาดพระพุทธเจ้านะ ในวันใกล้ปรินิพพาน ท่านยังบอกเลย ท่านถ่ายเป็นโลหิตนะ ก็เป็นวิบากของท่านนะ ท่านถูกใส่ร้าย ท่านจะถูกลอบฆ่า ถูกอะไรเหล่านี้ ท่านก็อธิบายได้ว่าเป็นวิบากของท่าน แต่พวกเรา เราไม่รู้หรอกว่าวิบากที่เราเจอนี้เป็นผลจากอะไร พวกเรายังไม่มีภูมิปัญญาจะรู้ได้ แต่ที่เรารู้ได้อย่างหนึ่งก็คือ ชีวิตนี้มีปัญหาตลอดเวลา เลี่ยงไม่ได้ เราไม่ได้สร้างนะปัญหาก็วิ่งมาถึงเรา ยกตัวอย่างเราขับรถดีๆนะ คนขับรถไม่ดีก็ชนเราได้ มันอยู่ที่เราจะเตรียมความพร้อมของตนเอง ว่าเมื่อปัญหาผ่านเข้ามาในขีวิตแล้ว ทำอย่างไรจะไม่ทุกข์ เรื่องนี้เรื่องใหญ่กว่า จะหนีปัญหามันหนีไม่ได้ เพราะเราไม่ใช่คนกำหนดคนเดียว ปัญหามากมายเลยที่เราไม่ใช่ผู้กำหนด

ยกตัวอย่าง บ้านเราก็อยู่ดีๆนะ ไฟไหม้บ้าน มาจากที่อื่นนะ มาไหม้บ้านเราอะไรอย่างนี้ เราไม่ได้กำหนดน่ะ ขับรถดีๆคนอื่นมาชนเรา อะไรอย่างนี้ เราไม่ได้กำหนดนะ หรือคนมาไอ มาจาม ใส่เรา เราติดเชื้อหวัดแปลกๆนะ เรากำหนดไม่ได้

เพราะฉะนั้นทำอย่างไร เวลาที่ปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ความทุกข์จะไม่เกิดขึ้น เรื่องนี้เรื่องใหญ่นะ นี่ล่ะวิถีของชาวพุทธ ปัญหามีได้แต่ว่าความทุกข์ไม่มี จิตที่ฝึกดีแล้วเนี่ย จะมีความสุข จิตที่คุ้มครองดีแล้วนะ ก็จะไม่ทุกข์ อยู่ที่เราต้องฝึกจิตฝึกใจของเรา

หลวงพ่ออยู่เฉยๆ ปัญหายังวิ่งชนเราอยู่ตลอดเลย รู้สึกมั้ย วิ่งชนตลอดเวลา ดูกรณีที่เกิดกับหลวงพ่อนะ มันเป็นตัวที่สะท้อนให้เห็นภัยของสังสารวัฏฏ์เลย ถ้าพูดอย่างชาวพุทธนะ มันไม่ใช่ความผิดของใคร ยกตัวอย่าง คนมาด่าหลวงพ่อ ก็ไม่ใช่ความผิดของเขา ถ้าพูดอย่างชาวพุทธแท้ๆเนี่ย มันเป็นความน่ากลัวของสังสารวัฏฏ์

สังสารวัฏฏ์นี้น่ากลัวจริงๆ กระทบกระทั่งกันไปอย่างนี้เองนะ กระทบกระทั่งน่ากลัว ภัยของสังสารวัฏฏ์ที่อาศัยเวียนว่ายตายเกิดอยู่นี้แหละ เลยต้องเจอกับปัญหานานาชนิด เพราะฉะนั้นเราไม่โทษใคร ถ้าจะโทษสักอย่างหนึ่งนะ โทษภัยของสังสารวัฏฏ์นี้แหละ ที่ต้องเวียนตายเวียนเกิด ทำให้ต้องเจอปัญหา เจอทุกข์ร้อนอะไรเยอะแยะไปหมด มองโลกให้กว้างๆไว้ แล้วจะพบว่าเราไม่มีศัตรูหรอก มองโลกให้กว้างขึ้นไป ไม่มีศัตรู สังสารวัฏฏ์เป็นอย่างนี้แหละ ถ้ามองด้วยความเข้าใจ มีความเมตตานะ ไม่ได้มีความโกรธความแค้น

ถ้าผู้ใดเห็นภัยในสังสารวัฏฏ์ก็ต้องขวนขวาย ขวนขวาย ทำอย่างไรเราจะพ้นจากมันไปได้ ตราบใดยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ ก็ไม่พ้นหรอก ปัญหา มีวิธีที่จะพ้นจากสังสารวัฏฏ์นี้ พระพุทธเจ้าท่านก็สอนไว้แล้ว ธรรมะของท่านหมดจดงดงาม บริสุทธิ์ เรามีหน้าที่แค่ว่า ศึกษาให้ถ่องแท้ ทำความเข้าใจ รู้วิธีที่จะเดินตามท่านไป เมื่อรู้วิธีเดินตามท่านถ่องแท้แล้ว ก็ขยันเดิน เรียกว่าทำให้ถูก ทำให้ถูกทาง แล้วก็ทำให้พอ ถ้าทำให้ถูกด้วย ทำให้พอด้วย วันหนึ่งเราก็พ้นไปจากความวุ่นวาย วังวนอันนี้ ยังมีธาตุมีขันธ์เหลืออยู่ ก็มีปัญหาไปเรื่อยๆ สิ้นธาตุสิ้นขันธ์ไปก็สิ้นปัญหาไป ก็สบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๓


สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๖
Track: ๑๗
File: 530924.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๑๘ ถึง นาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๓๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เจริญสติช่วยเวลาวิบากอกุศลให้ผลอย่างไร

mp3 (for download): เจริญสติเมื่อวิบากให้ผล

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อ: เอา ว่าไป

โยม: ก็สองอาทิตย์ที่ผ่านมาคะ คือฟุ้งซ่านมาก เพราะว่ามันมี…

หลวงพ่อ: อย่าไปเกลียดมันสิ ฟุ้งซ่านก็อย่าไปเกลียดมัน รู้ว่ามันฟุ้ง รู้ไปสบาย ๆ สังเกตไหมใจไม่ชอบมัน

ใจไม่เป็นกลาง ให้รู้ว่าฟุ้งซ่านด้วยจิตที่เป็นกลาง อย่าไปเกลียดมัน จิตมีเหตุจิตก็ฟุ้งซ่าน จิตไม่มีเหตุก็ไม่ฟุ้งซ่าน เค้าเป็นไปตามเหตุ ไม่ได้เป็นไปตามที่เราอยาก

ไปค่อย ๆ ดูเอานะ ดูสบาย ๆ ของคุณภาวนามาได้ดีมากเลย ใจมันรู้ มันตื่น มันเบิกบานขึ้นมาเยอะแล้ว ไปดูอีก

โยม: คะ หลวงพ่อ แต่ว่าบางทีมันกระทบแรงมากคะ หลวงพ่อ…

หลวงพ่อ: ห้ามไม่ได้ สิ่งที่มากระทบเราเนี่ยนะเป็นวิบาก อย่างอกุศลให้ผลเนี่ยเรากระทบกับสิ่งที่ไม่น่าชอบใจอย่างรุนแรงนะ กุศลให้ผลอย่างขณะเนี่ย กุศลให้ผล มากระทบกับวัดหลวงพ่อ

มันก็ผลัดกันให้ผลแหละ อยู่ที่เราเป็นกลางไหม สิ่งที่มากระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เราเลือกไม่ได้

เมื่อเราเลือกไม่ได้เราก็อย่าไปปฎิเสธเค้า เค้ามีเหตุเค้าก็เกิด แล้วเหตุนั้นสมควรแล้วด้วย การที่เราได้เจอสิ่งที่ไม่ดีก็เป็นผลของอกุศล สมควรแล้ว ถ้าเรายอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานนะ ยอมรับอย่างเข้มแข็ง วันนึงสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายต้องผ่านไปอย่างแน่นอน สังเกตไม้ สิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายที่จรมาอย่างขณะเนี่ย ใจเรายังดีกว่าแต่ก่อนเลย ใจเราไม่จม ไม่จมลงไปในความทุกข์ เพราะเราฝึกฝนตัวของเราเอง งั้นเราฝึกมาก ๆ นะ

อกุศลเก่าให้ผลมาเนี่ยเราห้ามไม่ได้ แต่เราหัดเจริญสติในปัจจุบันเนี่ยเราทำได้ พอสติเราดีขึ้นใช่ไหม อะไรมากระทบเราก็กระเทือนน้อยลง ๆ นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็หัวปักปัวปำไปแล้ว นึกออกไหม ดีขึ้นตั้งเยอะแล้ว

โยม: วันนี้มาก็จะมาขอบคุณหลวงพ่อด้วยคะ ถ้าไม่เคยได้ฝึกมา เตรียมตัวมานี่ คงจะแย่มาก

หลวงพ่อ: ดีแล้วนะ เราลูกศิษย์พระพุทธเจ้านะ โลกเป็นอย่างนี้แหละ โลกไม่แน่นอน

CD: สวนสันติธรรม 27,

File: 511123B

Time: 8m58-11m18

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่