Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

การแผ่เมตตา การอุทิศส่วนกุศล

mp 3 (for download) : การแผ่เมตตา การอุทิศส่วนกุศล

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยม: อยากให้หลวงพ่อแนะนำวิธีแผ่เมตตา กับอุทิศกุศล ที่ได้รับเต็มๆน่ะครับ

หลวงพ่อปราโมทย์: เมตตาอันหนึ่งนะ อุทิศส่วนกุศลอีกอันหนึ่งนะ คนละอันกัน แผ่เมตตาคือมีความรู้สึกเป็นมิตร ต่อคนอื่น สิ่งอื่น สัตว์อื่น อะไรพวกนี้ มีความรู้สึกที่เป็นมิตร อย่าไปมองเขาในแง่ร้าย มองเขาในแง่ที่ว่า เขาเป็นเพื่อนร่วมทุกข์กัน ก็คิดว่าทุกคนเขามีความทุกข์อยู่แล้ว เราไม่เพิ่มทุกข์ให้คนอื่นล่ะ นึกในใจอย่างนี้เรื่อยๆ แผ่เมตตาก็จะไม่เป็นศัตรูกัน

ตอนที่หลวงพ่อบวชใหม่ๆนะ อยู่ที่เมืองกาญจน์ ที่นั่นมีงูเห่า งูเห่าตัวหนึ่งนะ สวย เชื่องมากเลย มาอยู่ที่นี่ไม่มีงูเห่าเชื่องให้ดู มีแต่ไก่ป่า ไก่เชื่องมากเลย ที่ร้องระงมนี่ไก่ป่าทั้งนั้นเลยนะ หูจะขาวๆ ไปดูสิ ไก่ป่าตัวจริงหูจะขาวๆ ถ้าไก่ตัวปลอมก็หูธรรมดา หูแดงๆ

งูที่ว่าดุๆนะ เชื่องนะ เรานั่งเก้าอี้อยู่อย่างนี้ มันเลื้อยมาหากินนะ มันมุดๆมุดๆ เราก็มอง อู๊ยสวยๆ เอ็งอย่ากัดข้าก็แล้วกัน สวย เชื่อง มีอยู่ทีนะ น้ำท่วม น้ำท่วมบ้าน งูมันตามน้ำมา เห็นมันจะเข้ามาในบ้าน เอาไม้ไปเขี่ยมัน มันฉก อยู่ในน้ำนะมันยังชูหัวได้ โอ้.. ไอ้ตัวนี้ดุ พอแผ่เมตตาให้มัน มันก็ซึมๆซึมๆ พอจะไปเขี่ยมัน มันก็ฉกขึ้นมาอีก ว้า..เสมอกัน สุดท้ายมันก็ไป

แผ่เมตตาคือมีความรู้สึกเป็นมิตร ไม่มีความรู้สึกว่าเป็นศัตรูนะ แผ่ส่วนบุญส่วนกุศลเนี่ย นึกถึงส่วนบุญที่เราทำ แล้วก็นึกถึงคนที่เราอยากจะให้เขาได้รับ แต่การแผ่ส่วนบุญต้องรู้ มันมีหลายแบบ แผ่ให้คนเป็นนั้นทำไม่ได้ คนเป็นเราต้องโทรศัพท์ไปบอกเขา ว่าเราได้ทำบุญนี้นะ ให้เขาอนุโมทนา อนุโมทนาหมายถึงเขาดีใจด้วยที่เราทำบุญ แต่ถ้าเขาไม่อนุโมทนาเรา เขาอิจฉาเรา ปากเขาบอกว่าอนุโมทนา ในใจคิดว่าโธ่เอ๋ยเอาหน้า อย่างนี้เขาไม่ได้บุญ

ส่วนการแผ่ส่วนบุญ พวกที่ได้รับเนี่ย พวกเปรต เปรตบางพวกนะ ได้รับ อย่างพวกเทวดาเราแผ่ไป ไม่ได้รับหรอก แต่เขารู้ เขาจะอนุโมทนา มนุษยแผ่ไปไม่รู้ ต้องโทรศัพท์ไปบอก

เราต้องมีบุญก่อนนะ ถึงจะไปแผ่ส่วนบุญ สมมุติว่าเราไม่มีบุญเลย เห็นคนเขาทำบุญ เราก็หาบุญด้วยการอนุโมทนา ไปปล่อยวัวปล่อยควายวันนี้ใช่มั้ย ไปปล่อยวัวปล่อยควาย เราไม่มีตังค์ไปปล่อยกับเขา โอ๊ย.. ดีจัง โมทนานะ ขอให้ได้บุญด้วย นี่เราได้แล้วนะ ไม่ต้องเสียตังค์สักบาทหนึ่ง บุญมี ๑๐ ข้อนะ บุญที่เสียสตางค์น่ะมีข้อเดียว อีก ๙ ข้อไม่เป็นเรื่องเสียสตางค์หรอก เห็นคนเขาทำดี ก็ดีใจกับเขา ก็ได้บุญแล้ว พอเรามีบุญแล้ว เราก็อุทิศส่วนบุญ บุญจากความดีใจที่ปล่อยวัวปล่อยควาย ขออุทิศให้ปู่ย่าตายายเรา เนี่ยเราก็ได้แล้ว เห็นมั้ย บุญมีตั้ง ๑๐ ข้อ อย่างเห็นคนลำบาก ไปช่วยเขาก็ได้บุญ เห็นคนทำงานที่เป็นประโยชน์ เช่นทำสาธารณกุศล ไปเก็บศพเก็บอะไรนะ เราไม่มีเงินเราก็ไปออกแรงช่วยเขาเก็บ ก็ได้บุญ บุญจากการช่วยเหลือเขา เวยยาวัจจมัย บุญมีตั้ง ๑๐ ข้อ เยอะแยะ บุญจากการมีศีล นี่ก็เป็นบุญ ไม่มีสตางค์หรอก ไปรักษาศีลมาได้ดีแล้ว นึกถึงศีลที่เรารักษาก็ได้บุญแล้ว เราก็อุทิศส่วนบุญได้ ต้องมีต้นทุนก่อนนะ จึงจะอุทิศ

ง่าย ไม่ยาก แต่อย่าไปปนกันนะ ผีมา จะมาขอส่วนบุญ เราก็เจริญเมตตา เป็นสุข เป็นสุขเถิด ไม่เอา.. จะเอาบุญ เออ..อย่างนี้นะ เรียกว่าผิดประเภท งูเห่ามาละ เลื้อยปราดๆมาละ จงได้รับส่วนบุญของเรา มันกัดเลย นี่เรียกว่าแผ่ผิดประเภท


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑o เดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๗ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๖
File: 570810B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๘ ถึงนาทีที่ ๓๐ วินาทีที่ ๕๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

รักษาศีลด้วยการรู้ทันใจ เราจะไม่ผิดศีล

mp3 (for download) : รักษาศีลด้วยการรู้ทันใจ เราจะไม่ผิดศีล

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ศีลต้องตั้งใจรักษาเอาเอง ถึงไปขอกับพระ พอขอเสร็จก็คุยแข่งกับพระ ไม่มีศีลหรอก ศีลด่างพร้อยไปหมดแล้ว การรักษาศีลที่ดีต้องรักษาที่ใจของเรา คนทำผิดศีลได้นะ เพราะกิเลสมันครอบงำใจ อย่างคนที่ไปฆ่าเค้า ไปตีเค้า ไปด่าเค้า เพราะความโกรธมันครอบงำใจของเรา คนที่ไปขโมยเค้าไปเป็นชู้กับเค้า ไปปลิ้นปล้อนหลอกลวงเค้า เพราะความโลภมันครอบงำใจของตัวเอง ถ้าเราคอยรู้ทันใจของเรานะ เนี่ยเป็นศาสตร์ของการปฏิบัติซึ่งเหมาะกับคนยุคของเรา คือการที่รู้ทันใจของตัวเองไว้

ถ้าเรารู้ทันใจของตัวเองไว้นะ อย่างใจมันโกรธขึ้นมาเรารู้ทัน ความโกรธจะหายไปโดยอัตโนมัติ นี่เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมากเลย ถ้าใจของเรามีความอยากเกิดขึ้นเรารู้ทัน ความอยากจะดับอัตโนมัติ เราไม่ต้องดับมันนะ หน้าที่ของเราง่ายนิดเดียวเลย ถ้าใจเราโกรธขึ้นมา เราก็รู้ว่าตอนนี้โกรธแล้ว รู้เฉยๆนะ ไปลองดูว่ามันจะหายไปไหม มันจะหายได้เองนะแปลกมากเลย หรือใจเราโลภขึ้นมา อยากโน่นอยากนี่ขึ้นมานะ ให้รู้ทันลงไปความอยากนั้นจะหายไป เรารักใครซักคนนึงนะ เรารู้ทันว่าใจกำลังรักอยู่นะ ความรักนั้นจะหายไป จะเป็นอุเบกขาไปหมด ให้เราคอยรู้ทันใจตัวเองบ่อยๆ ถ้าเรารู้ทันใจตัวเองบ่อยๆนะ คนที่ไม่เคยรักษาศีล จะมีศีลอัตโนมัติ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๕

File: 551016
ระหว่างนาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๕๔ ถึงนาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๒๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทาน ศีล สมาธิ วิปัสสนา นิพพาน

mp3 for download : ทาน ศีล สมาธิ วิปัสสนา นิพพาน

หลวงพ่อปราโมทย์ : ขออนุญาตท่านอาจารย์ครับ หลวงพ่อจะมาเยี่ยมครูบาอาจารย์เฉยๆนะ มาเยี่ยมหลวงพ่อ.. กับหลวงพ่อคำเขียน ๒ องค์ ไม่ได้มาเทศน์หรอก เทศน์ไม่ได้ ผิดธรรมเนียม ครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่กว่าอยู่ต้องนิมนต์ท่านเทศน์หรอก แต่นี่ท่านอนุญาตนะ ครูบาอาจารย์อนุญาตให้เราเทศน์ เราก็เทศน์ได้ แต่เทศน์แล้วต้องทำนะ จะให้หลวงพ่อเทศน์เปล่าๆ บาปนะ คือเราให้พระเหนื่อยฟรีๆแล้วขี้เกียจ

อย่าขี้เกียจนะ ความทุกข์มันบีบคั้นเราอยู่ทั้งวันทั้งคืน คนมีปัญญาถึงจะมองเห็น คนไม่มีปัญญาก็จะเห็นแต่มีความสุขนะ หลงระเริงไปเรื่อยๆ วนไปวันหนึ่งๆนะ เดี๋ยวก็เดือนเดี๋ยวก็ปี ไม่นานก็ตาย สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรติดเนื้อติดตัวไป น่าเสียดายที่สุดเลย

พวกเรามีบุญนะ พวกเราอุตส่าห์มาวัด มาหาครูบาอาจารย์ มาอะไรนี่ ได้รักษาศีล ได้ฟังธรรม ก็ต้องมาปฏิบัติ ธรรมะที่เราจะปฏิบัตินะ ก็มีทานมีศีลมีภาวนานะ ทำทานก็ไม่ใช่ว่าต้องเสียเงินเสียทองนะ ยกตัวอย่างเราโกรธคน คนเขาด่าเรา เราอภัยให้เขาอะไรอย่างนี้ ก็เป็นทานอย่างหนึ่ง คนเขาไม่มีความรู้ แล้วเราให้ความรู้เขา ก็เป็นทานอย่างหนึ่ง ทานก็มีหลายอย่าง ไม่ต้องเสียเงินเสียทองอะไร ให้ความรู้เขาให้ความเข้าใจนะ ได้บุญแรง

ต้องรักษาศีล ของเรามาอยู่วัด อุตส่าห์แต่งขาว เรามีสตินะ แต่งชุดขาวๆ ขาดสติเดี๋ยวก็เลอะแล้ว เพราะฉะนั้นท่านให้แต่งขาวๆไว้ก็ดี จะกระดุกกระดิก จะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวนะ รู้สึก คอยรู้สึกไว้เรื่อยๆนะ เวลาโมโหใครขึ้นมา รู้ทันที่ใจเรา

มาอยู่วัดมาหาความสุขความสงบ หาความดีให้ตัวเอง ฝึกจิตฝึกใจของเราทุกวันๆนะ ภาวนาไปพุทโธๆไปก็ยังดี หายใจไปรู้สึกตัวไป มีสติ คอยรู้ทันใจตัวเองไว้เสมอๆ ถ้าเรามีสติรู้ทันใจของเราได้บ่อยๆนะ กิเลสอะไรเกิดขึ้นในใจเราคอยรู้ทัน ถ้าเรารู้ทันกิเลสที่เกิดขึ้นในใจของเราได้นะ กิเลสจะครอบงำใจเราไม่ได้ ถ้ากิเลสมันครอบงำจิตใจของเราไม่ได้นะ เราจะไม่ผิดศีลหรอก คนมันทำผิดศีลนะเพราะมันถูกกิเลสหลอกเอาไป

ยกตัวอย่างมันไปฆ่าเขามันไปตีเขานะ เพราะโทสะมันครอบงำใจ คอยหลอกลวงเขาอะไรอย่างนี้ หรือไปเป็นชู้กับเขาอะไรอย่างนี้ ก็เพราะโลภะครอบงำใจ เพราะฉะนั้นมันมาจากกิเลสทั้งนั้นเลยนะ ทำให้เราทำผิดศีลผิดธรรมเพราะฉะนั้นเรารักษาศีลให้มั่นคงแข็งแรงนะ ทุกคนต้องมีศีล ถ้าเราไม่มีศีลนะ เราเสียความเป็นมนุษย์แล้ว เราจะไปอบาย

ทีนี้เรามีศีลเท่านั้นไม่พอนะ เราต้องมีฝึกใจของเราให้สงบบ้าง ใจของเราร่อนเร่หนีเที่ยวทั้งวันทั้งคืน ไม่เคยอยู่กับเนื้อกับตัวเลย เรามาฝึกให้จิตใจอยู่กับตัวเอง การฝึกให้ใจอยู่กับตัวเองนี้แหละที่เรียกว่าฝึกให้มีความสงบมีความตั้งมั่นมีสมาธิขึ้นมา เราก็เอาสตินี้แหละมารู้ทันใจ เป็นวิธีที่ง่ายๆนะ ถ้าใจเราแอบไปคิดเรารู้ทัน ใจเราแอบไปคิดเรารู้ทัน รู้อย่างนี้บ่อยๆนะ พอใจเราไหลไปแว้บมันจะรู้สึกขึ้นมา ใจมันจะตื่น มันจะตั้งมั่น จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัว ได้สมาธิเบื้องต้น สมาธิที่เรามีสติรู้ทีละแว้บๆ เขาเรียกว่าขณิกสมาธินะ สมาธิชั่วขณะเท่านั้นแหละ ได้สมาธิชั่วขณะก็ดีกว่าไม่มีเลย

คนไหนมีบุญมีวาสนานะ ภาวนาทุกวัน รู้ลมหายใจเข้าหายใจออกนะ พุทโธไป ภาวนาไป จิตใจไม่หนีไปที่อื่น จิตสงบอยู่กับลมหายใจ นั่นแหละจะได้สมาธิที่ละเอียดที่ปราณีตขึ้นไป ได้อุปจารสมาธิ ได้อัปนาสมาธิ จิตใจจะตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน ใจจะเป็นผู้รู้นะ ใจไม่ใช่ผู้หลงคิด ใจที่ไม่มีสมาธิจะเป็นใจผู้หลงคิด ใจที่มีสมาธิมีความตั้งมั่นอยู่กับเนื้อกับตัวจะเป็นจิตที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานนะ มันจะมีความสุขอยู่ในตัวเอง

เพราะฉะนั้นเราฝึกจิตฝึกใจของเรานะให้อยู่ในอารมณ์อันเดียว ฝึกไปเรื่อย จะอยู่กับพุทโธก็อยู่นะ จะอยู่ในลมหายใจก็อยู่ ถ้าทำได้ก็ดีจะได้ความสุขความสงบที่ปราณีต ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าเสียใจ ให้อาศัยสติคอยรู้ทันจิตเป็นขณะๆไปก็ได้สมาธิเหมือนกัน แต่เป็นสมาธิแค่ขณิกสมาธิชั่วขณะ ดีกว่าไม่มีเลย ก็เหมือนกับคนยากคนจนนะ มีเงินร้อยบาท สองร้อยบาท สิบบาท ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย ไม่มีเงินล้านเงินแสนอย่างคืนอื่นก็ไม่เป็นไร เราไม่ได้มีฌานมากมายอย่างคนอื่นก็ไม่ต้องเสียใจ ได้ความสงบที่เป็นขณะๆอย่างนี้ก็พอที่จะไปมรรคผลนิพพานได้นะ

ทีนี้พอจิตใจเราอยู่กับเนื้อกับตัว ไม่ลืมเนื้อลืมตัว ไม่ใจลอยล่องลอยหนีไปเรื่อยแล้วเนี่ย ให้มาคอยเจริญปัญญาต่อ เห็นมั้ยมามีศีลมีสมาธิแล้วมามีปัญญา มีศีลเพราะมีสติรู้ทันกิเลสนะ กิเลสครอบงำจิตไม่ได้ จิตก็มีศีลขึ้นมา มีสติที่รู้ทันจิตที่ฟุ้งซ่านไป จิตก็สงบขึ้นมาได้สมาธิ ถัดจากนั้นพอจิตใจอยู่กับเนื้อกับตัวแล้วต้องเดินปัญญา ถ้าเราไม่ได้เจริญปัญญาเราจะไม่ได้คุณค่าของศาสนาพุทธหรอก เพราะการรักษาศีล การทำสมาธิเนี่ย ถึงไม่มีพระพุทธเจ้านะ นักปราชญ์ทั้งหลายเขาก็สอนกันได้

ต้องมาเจริญปัญญาให้ได้ มาทำวิปัสสนานะ ถึงจะเป็นชาวพุทธแท้ๆได้รับประโยชน์จากพระศาสนาอย่างแท้จริง การเจริญปัญญาคือการเรียนรู้ตัวเอง สิ่งที่เรียกว่าตัวเราเองก็คือกายกับใจนะ เพราะฉะนั้นเราคอยมีสติรู้อยู่ที่กายมีสติรู้อยู่ที่ใจ รู้ไปอย่างสบายๆ รู้ด้วยจิตใจที่ตั้งมั่นจิตใจที่เป็นกลาง จิตใจที่มีสมาธิหนุนหลัง เพราะฉะนั้นจิตใจของเราต้องตั้งมั่นนะ สงบ ตั้งมั่น แล้วมาคอยรู้กายมาคอยรู้ใจ

เห็นกายทำงานเห็นใจทำงานไปเรื่อย ควรจะเห็นเหมือนเห็นคนอื่นนะ ร่างกายยืนเดินนั่งนอน เหมือนจะรู้สึกเหมือนกับว่าคนอื่นยืนเดินนั่งนอน ไม่ใช่ตัวเราแล้ว เห็นร่างกายหายใจออกร่างกายหายใจเข้า เนี่ยร่างกายมันหายใจไม่ใช่เราหายใจ จะไม่มีความรู้สึกว่าเป็นตัวเราจะเห็นเป็นเพียงวัตถุเท่านั้น เป็นก้อนธาตุนะ มีธาตุไหลเข้ามีธาตุไหลออก หายใจเข้าหายใจออก ก็แค่วัตถุเท่านั้นเอง ไม่ใช่คนไม่ใช่สัตว์ไม่ใช่เราไม่ใช่เขา

มาดูจิตดูใจนะ เดี๋ยวก็สุข เดี๋ยวก็ทุกข์ เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็ร้าย เฝ้ารู้ไปเรื่อย พวกเราเป็น.. ส่วนใหญ่คนรุ่นนี้เป็นพวกคิดมาก จิตคิดทั้งวันนะ คิดไปแล้วเดียวก็สุข คิดไปแล้วเดี๋ยวก็ทุกข์ มีมั้ยคิดแล้วทุกข์ บางทีเขาด่าเรามาสิบปีแล้วนะมาคิดใหม่ทุกข์ใหม่ เออ.. เป็นมั้ย โกรธใหม่ก็ได้ เรื่องตั้งนานแล้วนะ คิดซ้ำก็เป็นอีกนะ เนี่ยใจของเราชอบหลง หลงๆไปนะ ให้เราคอยมีสติรู้ทันนะ รู้ทันใจ ใจหลงไปคิดเรื่องนี้-รู้ทัน คิดแล้วเกิดความสุขก็รู้ทันว่ามีความสุขแล้ว ความทุกข์เกิดขึ้นในใจเราก็รู้ทันนะ กุศล-อกุศล โลภโกรธหลงอะไรเกิดขึ้นในใจ คอยรู้ทัน รู้เฉยๆ

ในขั้นของการเดินปัญญา ไม่เหมือนในขั้นของการทำสมาธิ ขั้นการทำสมาธินี่นะ จิตไม่ดีทำให้ดี จิตไม่สุขทำให้สุข จิตไม่สงบทำให้สงบ แต่ในขั้นปัญญาเนี่ย จิตไม่ดีรู้ว่าไม่ดี จิตไม่สุขรู้ว่าไม่สุข จิตไม่สงบรู้ว่าไม่สงบ รู้ลูกเดียวเลย รู้อย่างที่มันเป็นนะ เราจะเห็นเลยความสุขที่เกิดขึ้นในใจเราก็อยู่ชั่วคราว ความทุกข์ก็ชั่วคราวนะ โลภโกรธหลงอะไรๆก็ชั่วคราว นี่หัดดูลงไปนะ ทุกอย่างในชีวิตนี้เป็นของชั่วคราว นี่ล่ะคือการการเดินปัญญานะ ดูลงไป ค้นคว้าพิจารณาลงไปนะ

ถ้าจิตมันไม่ยอมดูของมันเองก็ต้องช่วยมันคิดช่วยมันพิจารณาก่อนในเบื้องต้น ยกตัวอย่างพิจารณาร่างกายนะ เป็นปฏิกูล เป็นอสุภะ เป็นธาตุเป็นขันธ์ นี่คือช่วยมันคิดก่อน แต่ถ้าจิตมันมีปัญญามีกำลังพอนะ มันจะเห็นเอง ร่างกายที่หายใจอยู่ไม่ใช่เรา จิตใจที่สุขจิตใจที่ทุกข์นั้น ความสุขความทุกข์ นั้นก็ไม่ใช่เรา จิตเป็นธรรมชาติรู้ จิตรู้ว่ามีความสุข จิตรู้ว่ามีความทุกข์ ตัวที่รู้นี้ก็ไม่ใช่เรา ตัวเราไม่มี ฝึกไปเรื่อยๆนะแล้วเราจะเห็นความจริงว่าตัวเราไม่มีหรอก

ภาวนาจนล้างความเห็นผิดว่ามีตัวเรา มีตัวตน ถ้าตัวเราไม่มีแล้วใครจะทุกข์ล่ะ ก็ขันธ์ ๕ มันทุกข์นะ ไม่ใช่เราทุกข์อีกต่อไปแล้ว เนี่ยเฝ้ารู้เฝ้าดูต่อไปนะ สติปัญญาแก่รอบขึ้นไปเรื่อย มันจะเห็นเลยว่าขันธ์ ๕ มีแต่ทุกข์ล้วนๆ อย่างพวกเราตอนนี้ปัญญาเราไม่พอ ศีลสมาธิปัญญาต้องฝึกให้แก่รอบนะ วันหนึ่งถึงจะพอ ถ้าพอจริงจะเห็นเลย กายนี้ทุกข์ล้วนๆ จิตนี้ทุกข์ล้วนๆ

พวกเราไม่เห็นหรอก พวกเราเห็นว่าร่างกายนี้เป็นสุขบ้างเป็นทุกข์บ้าง ใช่ม้้ย เห็นมั้ยว่าจิตนี้เป็นสุขบ้างเป็นทุกข์บ้าง เห็นอย่างนี้ใช่มั้ย นี่เราไม่รู้จริงหรอก พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ ท่านไม่ได้บอกว่าทุกข์บ้างสุขบ้างนะ เพราะฉะนั้นเรายังไม่ได้เห็นอย่างที่พระพุทธเจ้าสอนหรอก เพราะฉะนั้นเรายังไม่ได้พ้นทุกข์หรอกนะ เพราะฉะนั้นต้องรู้ลงไปในกายรู้ลงไปในใจบ่อยๆ อย่าใจลอยนะ รู้สึกอยู่ในกายรู้สึกอยู่ในใจบ่อยๆนะ วันหนึ่งเราจะเห็นได้ว่ากายนี้ทุกข์ล้วนๆเลย

ยกตัวอย่างนั่งอยู่ก็ทุกข์นะ เดินอยู่ก็ทุกข์ นอนอยู่ก็ทุกข์ หิวก็ทุกข์ อิ่มก็ทุกข์ ง่วงก็ทุกข์นะ เจ็บป่วยขึ้นมาก็ทุกข์ นั่งอยู่เฉยๆก็คัน มีมั้ยนั่งแล้วไม่คัน คันก็ทุกข์นะ ทีนี้พวกเราพอทุกข์นะ เราก็เปลี่ยนอิริยาบถปับเลย เรายังไม่ทันจะรู้สึกเลยว่าทุกข์ ยกตัวอย่างคันขึ้นมารีบเกาเลย ยังไม่ทันรู้ตัวเลยว่าคันนะ เกาไปก่อนแล้ว เราก็ไม่เห็นทุกข์ มันเมื่อยขึ้นมาเราก็ขยับซ้ายขยับขวานะ เรายังไม่ทันรู้สึกเลยว่าเมื่อยนะ ยังไม่ทันรู้เลยว่ากายนี้เป็นทุกข์ ขยับหนีความทุกข์ไปเสียก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นก่อนที่จะขยับตัวนะ รู้สึกตัวเสียก่อน ก็จะเห็นว่ามีแต่ทุกข์ล้วนๆเลยนะ

จิตใจนี้ก็เหมือนกันนะ คอยรู้ทันบ่อยๆจะเห็นว่ามีแต่ทุกข์ล้วนๆเลย ถ้าเห็นว่ามีแต่ทุกข์ล้วนๆเมื่อไหร่ก็ข้ามโลกได้แล้วนะ ถ้ายังเห็นว่าทุกข์บ้างสุขบ้างก็ไปไหนไม่รอดหรอก

ก็ฝึกเอานะ ขั้นแรกเลย รักษาศีล อุตส่าห์แต่งขาวๆน่ะ อย่าปากร้ายนะ ปากร้ายนี้มันมาจากใจร้ายก่อน ใช่ม้้ย แล้วมันลดลงมา เพราะฉะนั้นเรามีศีลไว้ก่อนนะ ต่อไปเราก็มาฝึกใจให้สงบ กายสงบวาจาสงบแล้วด้วยศีล ฝึกให้ใจสงบด้วยสมาธิ แล้วก็ขั้นสุดท้ายฝึกให้จิตเกิดปัญญาด้วยวิปัสสนา กิเลสมี ๓ ขั้นนะ กิเลสอย่างหยาบเนี่ยคือ โลภ โกรธ หลง ของหยาบที่สุด สู้ด้วยศีลนะ กิเลสอย่างกลางชื่อนิวรณ์ สู้ด้วยสมาธิ ใจอยู่กับเนื้อกับตัว ใจไม่ฟุ้งไป จิตมีสมาธิ นิวรณ์ครอบงำไม่ได้ กิเลสที่ละเอียดที่สุดนะ คือความเห็นผิด คืออวิชา ความเห็นผิด คือมิจฉาทิฎฐิ เราสู้ด้วยความเห็นถูก รู้ลงในกายรู้ลงในใจดูว่าจริงๆมันเป็นอย่างไร จริงๆมีแต่ทุกข์นะ ดูไป เอ้า..เท่านี้เนาะ เทศน์แค่นี้ก็ถึงนิพพานแล้วล่ะ เหลือแต่ทำเอา ก่อนจะถึงนิพพาน ศีล ๕ ก่อนเน่อ เดี๋ยวหลวงพ่อต้องไปแล้วล่ะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่เกาะสีชัง จ.ชลบุรี
เมื่อวันจันทร์ที่ ๘ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓

File: 530308
Whole track

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จะมีปัญญา ต้องหัดเจริญปัญญา

Video link : youtu.be/nRfMG5t5-OE

ศาลากาญจนาภิเษกรำลึก (ศาลาลุงชิน)

หลวงพ่อปราโมทย์ : มันอยู่ที่ว่า.. นักปฏิบัติก็ยังมีจำนวนพอสมควรนะ แต่ว่ามันอยู่ตรงที่ว่าภาวนาผิด ไปเพ่ง ไปจ้อง เพ่งจ้องนิ่งเอาไว้เฉยๆ ไปเพ่งไปจ้องให้จิตมันนิ่ง หรือบังคับร่างกายบังคับจิตใจ ไม่ทำให้เกิดปัญญา ต้องปล่อยให้กายมันทำงานแล้วมีสติตามรู้ไป คอยเห็นว่าร่างกายไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ปล่อยให้จิตมันทำงาน มีสติตามรู้ จิตตั้งมั่นเป็นคนดูอยู่ เห็นสิ่งทั้งหลายทั้งปวงเป็นสิ่งที่แปลกปลอมเข้ามา มาแล้วก็ไป มาแล้วก็ไป ถ้าดูได้อย่างนี้นะ ก็ใช้เวลาไม่นานหรอก พอเราภาวนาไปถึงจุดหนึ่ง จิตมันจะปิ๊ง ปิ๊งขึ้นมานะ รู้ ไม่มีตัวเรา ตัวเราหายไปแล้ว

นักปฏิบัติสมัยก่อนนะ ติดสมถะกันแทบทั้งนั้นเลย ทำแต่สมาธิ สงบ นิ่ง เฉยเลย หวังว่าทำสมาธิมากๆแล้วจะหลุดพ้น จะเกิดปัญญา ไม่เกิดหรอก นี่หลวงพ่อเห็นเว็บของติกน่ะ พัลวันน่ะ ตึก ไปเอาที่หลวงพ่อเคยพูดบ่อยๆ ที่ไตรภพสัมภาษณ์หลวงตา เอามาลงนะ ไปดูสิ มีพยานแล้วนะ เมื่อแต่ก่อนเราพูด บางคนก็บอกว่าเราแต่งเองหรือเปล่าวะ หลวงตาจะเอามาพูดเหรอ มีหลักฐานแล้วนะ นั่นถอดมาคำต่อคำเลย ถามว่า ถ้ามีศีลมีสมาธิแล้ว มันจะมีปัญญามั้ย ไม่มี คนละเรื่องกัน แล้วทำยังไงจะเกิดปัญญา ก็ต้องเดินปัญญาสิ ต้องพิจารณา พิจารณาเนี่ยไม่ใช่.. แต่เบื้องต้นมันก็คิดเอานะ สำหรับคนที่ติดความสงบก็ต้องคิดเอา เบื้องปลายแล้วการพิจารณาไม่ได้แปลว่าคิดแล้ว หลวงพ่อพุธ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย – ผู้ถอด) ท่านอธิบายดี พิจารณาคือตัววิจารณ์ (พิจารณา เป็นศัพท์ที่มีรากมาจากภาษาสันสกฤต วิจาร เป็นศัพท์ที่มีรากมาจากภาษาบาลี มีความหมายอย่างเดียวกัน – ผู้ถอด) ใจมันเคล้าเคลียเรียนรู้อยุ่อย่างนั้น เรียกว่า พิจารณา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลท่าพระ
อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แสดงธรรมที่ศาลากาญจนาภิเษกรำลึก (ศาลาลุงชิน)
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖
นาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๒๙ – นาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๓๕
youtu.be/vkRxfKOP9P0

หลวงตามหาบัวแสดงธรรมในรายการทไวไลท์โชว์

ไตรภพ : อยู่บนศีล สมาธิ แล้วปัญญามันจะมาเอง?

หลวงตาฯ : หา.. อะไรจะมาเอง?

ไตรภพ : ปัญญาจะมามั้ยขอรับพระคุณเจ้า ถ้ามีศีล มีสมาธิตั้งมั่นแน่วแน่ ปัญญาจะมามั้ยขอรับ

หลวงตาฯ : ไม่มา

ไตรภพ : แล้วปัญญาจะมาได้อย่างไรขอรับ?

หลวงตาฯ : ก็พิจารณาทางด้านปัญญา

ไตรภพ : สาธุ..

หลวงตาฯ : คือศีลต้องเป็นศีล แต่เป็นเครื่องหนุนให้สมาธิเกิดขึ้นได้อย่างง่าย เช่น ผู้ปฏิบัติตัวด้วยศีลอันบริสุทธิ์แล้วนะ จิตจะไม่เป็นกังวลระแคะระคายในตัวของตนว่าเป็นผู้มีศีลด่างพร้อยอะไรๆ เพราะศีลสมบูรณ์แล้วก็มีความอบอุ่น จิตก็ไม่เป็นกังวล เมื่อจิตไม่เป็นกังวลแล้วทำสมาธิก็ลงได้เร็ว ลงได้เร็วแล้วเป็นสมาธิแน่วแน่เข้าไป สมาธิเป็นหลายขั้นหลายภูมิในภาคปฏิบัติ สำหรับทางด้านปริยัติที่เราจดจำมานั้น กับภาคปฏิบัติผิดกันมาก ต้องได้ผ่านทางภาคปริยัติและภาคปฏิบัติแล้วจะพูดได้อย่างฉาดฉาน คนเรานะ…

รายการทไวไลท์โชว์
ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๔๑
เวลา ๑๖:๐๐ น. – ๑๗:๐๐ น.
นาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๓ ถึงนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๕๕
youtu.be/TXZnYbYbpOg

ศาลากาญจนาภิเษกรำลึก (ศาลาลุงชิน)

หลวงพ่อปราโมทย์ : บางคนทำสมาธิ ส่วนใหญ่ไปติดสงบนะ เพ่งลูกแก้ว เพ่งพระพุทธรูป เพ่งไฟ เพ่งอยู่อย่างนั้น จิตสงบอยู่ในอารมณ์อันเดียว นั่นเป็นสมถะ แค่สมถะเท่านั้นเอง ยังไม่ถึงจิตตั้งมั่นด้วยซ้ำไป พอจิตตั้งมั่นแล้วก็ยังต้องมาแยกขันธ์อีก แยกขันธ์แล้วต้องมาดูขันธ์แสดงไตรลักษณ์ ที่ทำกรรมฐานหลายสิบปีแล้วยังไม่ได้ผล ก็เพราะเรื่องนี้แหละ ไปติดความนิ่ง สงบเฉยๆ ว่างๆ เห็นโน่นเห็นนี่นะ นั่งเห็นโน่นเห็นนี่ไป

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลท่าพระ
อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แสดงธรรมที่ศาลากาญจนาภิเษกรำลึก (ศาลาลุงชิน)
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖
นาทีที่ ๓๗ วินาทีที่ ๓๐ – นาทีที่ ๓๘ วินาทีที่ ๕
youtu.be/vkRxfKOP9P0

ดูเพิ่มเติม : การแยกขันธ์เป็นขั้นเจริญปัญญา http://wp.me/pNG1y-6gM #หลวงพ่อปราโมทย์ (Re-airing) http://www.dhammada.net/2013/12/06/24104/

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทำกุศลให้ถึงพร้อม พร้อมด้วยอะไร?

mp3 for download :ทำกุศลให้ถึงพร้อม พร้อมด้วยอะไร?

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : นิพพานมีอยู่จริงๆ นิพพานไม่ใช่โลกในอุดมคติ ที่พระพุทธเจ้าสร้างขึ้นมาหลอกเด็ก ให้คนทำดีเยอะๆแล้ววันหนึ่งจะนิพพาน ท่านไม่ได้บอกนะว่าทำดีเยอะๆแล้วจะนิพพาน จะถึงนิพพานได้ก็ต้องไม่ทำชั่วไม่ทำบาปทั้งปวง ทำกุศลให้ถึงพร้อม ทำจิตให้ผ่องแผ้ว ทำกุศลให้ถึงพร้อม พร้อมด้วยอะไร พร้อมด้วยศีล พร้อมด้วยสมาธิ* พร้อมด้วยปัญญา ไม่มีอะไรเลื่อนลอย ต้องทำเอา

*หมายเหตุ สมาธิในที่นี้ คือ สัมมาสมาธิ อันปรากฎอยู่ในอัฏฐังคิกมรรค หรือ มรรคที่มีองค์ประกอบ ๘ ประการ คือ สมาธิชนิดที่มีจิตตั้งมั่น มีสติและสัมปชัญญะประกอบ – ผู้ถอด


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
FILE : 560907B
CD : สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๑
ระหว่างนาที่ที่ ๓ วินาทีที่ ๔ ถึง นาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๓๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

มีสติก็มีศีลสมาธิปัญญา

mp3 for download : มีสติก็มีศีลสมาธิปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาพจากโรงเรียนรุ่งอรุณ โดย คุณ ปิยมงคล โชติกเถียร

หลวงพ่อปราโมทย์ :ภาวนากันดีๆเยอะนะ ตั้งอกตั้งใจเข้า เราไม่ขี้เกียจ ค่อยๆทำไป ขยันนะ แต่ไม่รีบร้อน รู้สึกตัวแล้วดูกายเขาทำงานดูใจเขาทำงาน ดูมันเรื่อยไป ดูมันทั้งชีวิตได้ก็ไม่เป็นไร จะได้มรรคได้ผลหรือไม่ได้ ไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ได้ทำเหตุ รู้เท่าทันใจของเราไปเรื่อย กิเลสอะไรเกิดเราก็รู้ทันเอา

ทำเหตุก็มีสติไว้นะ รู้เท่าทันใจของเราไปเรื่อย กิเลสอะไรเกิดเราก็รู้ทันเอา เรารู้ทันกิเลสได้ ศีลก็เกิดขึ้นเอง ไม่ต้องเจตนารักษาเลยล่ะ มันอัตโนมัติเลย แต่ถ้าสติเรายังไม่ไว เราก็ตั้งใจรักษาศีลเอาไว้ก่อน ศีลเบื้องต้นก็ตั้งใจรักษา พอชำนิชำนาญ สติเราดีขึ้นๆนะ ศีลอัตโนมัติมันเกิดขึ้น

ต้องฝึกจิตใจให้อยู่กับเนื้อกับตัว อาศัยสตินี้แหละ จิตมันเคลื่อนไปให้รู้ทัน จิตเคลื่อนไปให้รู้ทัน สมาธิก็เกิด มันมีสติรู้ทันกิเลสที่เกิดกับจิตใจเราก็ได้ศีล มีสติรู้ทันจิตใจที่เคลื่อนไป จิตก็ตั้งมั่นขึ้นมาได้สมาธิ มีสติระลึกรู้อยู่ในกายในใจ เห็นกายเห็นใจทำงานเรื่อยไป จิตตั้งมั่นไม่ถลำเข้าไป เวลาไปรู้กายก็ไม่ถลำเข้าไปในกาย เวลาไปรู้จิตก็ไม่ถลำเข้าไปในจิต ดูสบายๆเหมือนไปดูคนอื่น ปัญญามันก็เกิด

มันจะเห็นเลยว่า บรรดารูปธรรมและนามธรรมทั้งหลายนะ เป็นของชั่วคราว เกิดมาแล้วก็หายไปๆ เป็นของที่ถูกบีบคั้นทนอยู่กับที่ไม่ได้ ถูกทำลายตัวมันเองอยู่ตลอด เป็นของบังคับไม่ได้ เป็นไปตามเหตุไม่ได้เป็นไปตามที่เราสั่ง อย่างนี้เรียกว่าเจริญปัญญาอยู่ เมื่อปัญญาแก่รอบ อริยมรรคก็เกิด เกิดเอง เราไม่รีบร้อนให้เกิดนะ ถ้าเราคาดหวังเรารีบร้อนนะ ไม่เกิดหรอก จะลุกลี้ลุกลนไป


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๕ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๖
File: 560315A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๙
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๒ ถึงนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๒๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ถ้ารู้จักคุณค่าของศีล การรักษาศีลเป็นเรื่องง่าย

mp3 for download : ถ้ารู้จักคุณค่าของศีล การรักษาศีลเป็นเรื่องง่าย

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าเรามีสติปัญญาพอนะ เราจะรู้เลยว่า การรักษาศีลนี้มีคุณค่ามากเลย ทำให้เรามีความสงบสุขในจิตใจนะ ทำให้เราไม่วุ่นวายกับโลกมาก ยกตัวอย่างทำอะไรต่ออะไรนะ ถ้าผิดศีลผิดธรรมเนี่ย รวยยากนะ ค่าใช้จ่ายเยอะเลย ทำอะไรที่ผิดศีลผิดธรรม มีศีลมีธรรมนะ ก็รวยง่ายกว่า สงบง่ายกว่า เป็นคนน่าเชื่อถือมากกว่า มันมีเครดิตสูงกว่า ถ้าหากเราเข้าใจคุณค่าของศีล การรักษาศีลไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓๐ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๓

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๙
File: 560209A
ระหว่างนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๑๗ ถึงนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๕๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ไม่มีศีล ไม่มีทาง ไม่ถึงความหลุดพ้น

mp3 for download : ไม่มีศีล ไม่มีทาง ไม่ถึงความหลุดพ้น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : นี่คือลักษณะธรรมะของพระพุทธเจ้านะ มักน้อย สันโดษ ไม่คลุกคลี เป็นไปเพื่อความมีศีล ศีลเป็นของดีของวิเศษ คนยุคนี้เห็นว่าศีลเป็นของคนโง่ คนฉลาดไม่ต้องมีศีล นี่แหละโง่ยิ่งกว่าโง่ธรรมดาเสียอีก

ศีลนั้นไม่ได้ถือไปเพื่อความลำบาก แต่ศีลนั้นถือไปเพื่อความสบาย คนมีศีลนั้นสบายใจ จิตใจสงบง่าย เป็นไปเพื่อสมาธิ มีสมาธิก็ไปเดินปัญญาต่อ มีปัญญาก็หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งหลายได้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีศีลเป็นพื้นฐานที่ดีนะ สมาธิจะไม่มีหรอก (ในที่นี้หมายถึง สมาธิเพื่อการเจริญปัญญา คือ การมีความรู้สึกตัว มีจิตตั้งมั่น มีสมาธิชนิดที่เรียกว่า ลักขณูปนิชฌาน หากไม่มีศีลก็สามารถทำสมาธิได้ แต่เป็นสมาธิชนิดที่เรียกว่า มิจฉาสมาธิ ซึ่งไม่นำไปสู่ความหลุดพ้น – ผู้ถอด) สมาธิไม่มี ปัญญาก็จะไม่มี ปัญญาไม่มีก็พ้นทุกข์ไม่ได้ เข้าถึงความบริสุทธิ์ไม่ได้

พวกเราต้องรักษาศีล ๕ ไว้ก่อน ไม่ต้องศีล ๘ ศีล ๑๐ อะไรหรอกนะ เป็นฆราวาสให้รักษาศีล ๕ เอาไว้

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓๐ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๓

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๙
File: 560209A
ระหว่างนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๕๖ ถึงนาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๔๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ศีลข้อมุสา ไม่ใช่เพียงไม่พูดโกหก

mp3 (for download) :ศีลข้อ 4 รักษาที่ใจ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ศีลข้อมุสานี่ยากนะ มุสาไม่ใช่แค่โกหกนะ พูดเพ้อเจ้อก็เข้าข่ายมุสา พูดเพ้อเจ้อหมายถึงไม่จำเป็นต้องพูดก็พูด พูดคำหยาบ พูดคำหยาบใครพูดคำหยาบบ้าง หลวงพ่อเคยได้ยินนะ ผู้หญิงสวยนะแต่พูดออกมานี่ อื้อหือ หมาหุบหูเลย ฟังไม่ไหวนะ มันหยาบคาย พูดส่อเสียดคือพูดให้เขาทะเลาะกัน นี่ผิดศีลทั้งนั้นนะ แล้วก็พูดโกหก ศีล ๕ นะ ยกตัวอย่างในขณะที่พระกำลังเทศน์เนี่ย เรามีหน้าที่ฟัง แล้วเราก็คุยแข่งกับพระ นี่ศีลข้อ ๔ ด่างพร้อยแล้ว นะ

การรักษาศีลน่ะมันสำคัญอย่างไร เราอย่าไปคิดว่าการรักษาศีลเป็นเรื่องทุกข์ทรมานนะ มันเป็นวิธีการฝึกตนเองขั้นต้นเลย ขั้นเบสิคที่สุดเลยนะ ศีลเนี่ยเป็นเครื่องที่จะคอยควบคุมให้กายให้วาจาของเราเรียบร้อย พฤติกรรมทางกายทางวาจาของเราให้เรียบร้อย ไม่ไประรานคนอื่น การรักษาศีลนั้นไม่ใช่อยู่ๆก็ไปขอที่พระ ศีลนั้นต้องตั้งใจรักษาเอาเอง ถึงไปขอกับพระนะ ขอเสร็จก็ไปคุยแข่งกับพระ ไม่มีศีลหรอก ศีลด่างพร้อยไปหมดแล้ว การรักษาศีลที่ดีต้องรักษาที่ใจของเรา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
เมื่อวันอังคารที่ ๑๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

File: 551016
ระหว่างนาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๕๑ ถึงนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๐๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ศีล สมาธิ ปัญญา ในองค์มรรค (๔) ศีลเป็นปัจจัยให้ถึงนิพพาน

mp 3 (for download) : ศีล สมาธิ ปัญญา ในองค์มรรค (๔) ศีลเป็นปัจจัยให้ถึงนิพพาน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี
เอื้อเฟื้อภาพโดย บ้านจิตสบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ : คนที่มีศีลสมาธิเกิดง่าย ยกตัวอย่างนะ ถ้าใจเราไม่คิดฆ่าใคร ไม่คิดเบียดเบียนใครนะ ใจเราสงบง่าย ถ้าใจเราผิดศีลนะ คิดจะฆ่าเขา คิดจะทำลายเขา ใจไม่สงบๆ สมาธิก็เสื่อมสิ

คิดจะลักเขา ขโมยเขานะ ไปขโมยมาแล้วอะไรอย่างนี้ ก็วุ่นวายใจ กลัวเขาจับได้ จิตใจมันวุ่นวาย สมาธิก็เสื่อมสิ เป็นชู้เขา กลัวเขาฆ่า เคยเห็นในการ์ตูนมั้ย ชอบไปแอบในตู้เสื้อผ้า หรือไปปีนหน้าต่างหนี อะไรอย่างนี้นะ มีความสุขมั้ย ไม่มีความสุขนะ จิตใจไม่มีความสุข ก็ไม่มีความสงบจริงหรอกนะ ฟุ้งซ่าน

คนโกหกเขาก็ต้องจำเยอะ ใช่มั้ย คนโกหกเนี่ยนะ คิดอะไรไม่ค่อยเป็นแล้ว เพราะเอาเมมโมรี่นะไปใช้ในการจำข้อมูลเก่าๆที่ไปโกหกคนไว้ ใจก็ฟุ้งซ่านนะ โกหกคน พูดเท็จ ไม่สงบนะ กินเหล้าเมายา จิตใจไม่สงบ

เพราะฉะนั้นศีลจำเป็นมากนะ ถ้ามีศีลนะ สมาธิเกิดง่าย มีสมาธิเกิดง่ายปัญญาก็เกิดง่าย เพราะฉะนั้นศีลนี้แหละเป็นปัจจัยให้ไปนิพพานได้ เพราะมันเกื้อกูลให้มีสมาธิ มีสมาธิเกื้อกูลให้เกิดปัญญา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๔
Track: ๑๒
File: 530425A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๕๒ นาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๑๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ศีล สมาธิ ปัญญา ในองค์มรรค (๓) ถ้าไม่มีศีล ก็ไม่มีสมาธิ

ศีล สมาธิ ปัญญา ในองค์มรรค (๓) ถ้าไม่มีศีล ก็ไม่มีสมาธิmp 3 (for download) : ศีล สมาธิ ปัญญา ในองค์มรรค (๓) ถ้าไม่มีศีล ก็ไม่มีสมาธิ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี
เอื้อเฟื้อภาพโดย บ้านจิตสบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าทุศีลสักอย่างหนึ่ง อย่ามาอวดเรื่องสมาธิเลย ถ้าไม่มีศีลนะ สมาธิที่เคยมีก็จะเสื่อม จะเสื่อมเห็นๆเลย มีตัวอย่างให้เห็น แต่จะเห็นหรือไม่เห็นนั้น ก็สุดแต่ แต่ละคนจะเห็น

ยกตัวอย่างพระเทวฑัต มีสมาธินะ เหาะได้ แปลงตัวได้ ปลอมตัวเป็นเด็กได้ ทำเป็นเบบี๋มาหลอกอชาติศัตรู แต่ว่าไม่ถือศีลนะ ในที่สุดสมาธิเสื่อม เคยเหาะได้นะ ในที่สุดต้องให้คนหามมาเฝ้าพระพุทธเจ้า

พวกพระก็รีบมาส่งข่าวให้พระพุทธเจ้ารู้ว่า พระเทวฑัตกำลังเดินทางมาแล้ว กำลังจะมาเฝ้า เพื่อว่าจะมาขอขมาพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าท่านบอกว่ามาไม่ถึงหรอก เทวฑัตนี้มาไม่ถึง บาปมาก มาไม่ถึง พวกพระก็คอยไปสืบนะ โอ้.. ตอนนี้มาถึงประตูเมืองแล้วพระเจ้าข้า… มาไม่ถึงหรอก… ตอนนี้มาถึงประตูวัดแล้วพระเจ้าข้า… ไม่ถึงหรอก…

พอมาถึงประตูวัด ใกล้ๆวัดแล้วเนี่ย แกก็พักนะ กินน้ำกินท่า คล้ายๆล้างหน้าล้างตา เดินทางมาไกล ถูกดินดูดลงไปตรงนั้น ไม่ถึงจริงๆ

เนี่ยทำไมไม่เหาะมา เหาะมาไม่ไหวแล้ว เหาะมาไม่ได้ ทำอะไรเก่งๆได้เหนือมนุษย์ธรรมดา ตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว เพราะขาดศีลอันหนึ่ง สมาธิจะเสื่อม เพราะฉะนั้นพวกเรามีศีลไว้นะ คนที่มีศีลเนี่ย สมาธิเกิดง่าย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๔
Track: ๑๒
File: 530425A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๒๐ ถึง ๕ วินาทีที่ ๕๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ศีล สมาธิ ปัญญา ในองค์มรรค (๒) มีศีล ต้องมีเจตนางดเว้นการทำบาปทางกายทางวาจา

mp 3 (for download) : ศีล สมาธิ ปัญญา ในองค์มรรค (๒) มีศีล ต้องมีเจตนางดเว้นการทำบาปทางกายทางวาจา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี
เอื้อเฟื้อภาพโดย บ้านจิตสบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ : อยากจะได้ศีล ให้ใจเรามีศีลจริงๆ ต้องมีเจตนางดเว้นการทำบาปอกุศลทางกายทางวาจา ถ้าไม่มีเจตนางดเว้นก็ไม่ได้เรียกว่ามีศีล

ยกตัวอย่างเด็กเล็กๆ เกิดใหม่ๆนะ เป็นชู้กับใครไม่ได้ บอกไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่ใช่หรอกนะ มันไม่ประพฤติเพราะไม่มีความสามารถจะประพฤติ หรือแก่งั่กเลยนะ เดินยังไม่ไหวเลย กระย่องกระแย่งนะ มีชู้ไม่ไหว อะไรอย่างนี้ ก็ไม่ได้จัดว่าเป็นศีล

มีศีลหมายถึงว่ามีเจตนาที่จะงดเว้นจริงๆ ถึงมีโอกาสทำก็ไม่ทำ ผลของศีลก็มีอยู่ ท่านก็สอนนะ สีเลนะ สุคติง ยันติ (สีเลน สุคตึ ยนฺติ) ศีลนั้นมีความสุขอยู่เบื้องหน้านะ สีเลนะ โภคะสัมปทา (สีเลน โภค สมฺปทา) มีโภคะ ถือศีลแล้วรวยได้ คนไม่มีศีลไม่รวยง่ายนะ ยกตัวอย่างกินเหล้า ติดยาเสพติด คบคนไม่ดี อะไรพวกนี้นะ หาเจริญยาก ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย ลำบาก สีเลนะ นิพพุติง ยันติ (สีเลน นิพฺพุตึ ยนฺติ) ศีลนี้เป็นปัจจัยไปสู่นิพพาน เนี่ย อานิสงส์ของศีลก็มี

เราต้องรักษาศีล ถึงทำผิดได้ก็ไม่ทำนะ ถูกยั่วยวนอย่างไรก็ไม่ทำผิด อย่างนี้เรียกว่ามีศีล ถ้าเรามีศีลเราจะงดงามนะ มีความงามในตัวเอง มีความน่าเชื่อถือ มีเครดิต คนไม่มีศีลไม่มีเครดิต พอไม่มีเครดิต พอไม่ได้รับความเชื่อถือนะ โอกาสจะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงอะไรนี้ ยาก

เพราะฉะนั้นเราต้องมีเจตนางดเว้น การทำผิดทำบาป ทางกายทางวาจานะ ต้องเจตนางดเว้น ตั้งใจไว้เลย ตื่นนอนขึ้นมาตอนเช้านะ ตั้งใจไว้ วันนี้จะไม่ทำผิดศีล กลางวันก่อนจะกินข้าวนะ ตั้งใจไว้ วันนี้จะไม่ทำผิดศีลอีก ถ้าตั้งใจอย่างนี้เข้าไปในร้านอาหารบางแห่งไม่ได้ละ จะต้องไปเลือกเอาตัวนี้ๆ อะไรอย่างนี้นะ อย่างนี้ทำไม่ได้ละ ก่อนจะนอนนะ ตั้งใจไว้อีก จะไม่ทำผิดศีล จำเป็นยังไงก่อนจะนอนก็ต้องตั้งใจ เผื่อไม่ได้ตื่น เผื่อนอนหลับไปแล้วไม่ตื่นอีกเลย ไฟครอกตาย หรือเป็นโรคหัวใจวายตาย อย่างน้อยตอนก่อนจะตายได้รักษาศีลไว้แล้ว มีศีลเป็นเครื่องคุ้มครองเรา

ลองตั้งใจรักษาศีลวันละ ๓ ครั้งนะ ก่อนอาหาร แถมอีกครั้งหนึ่ง ก่อนนอน ถ้าตั้งใจอย่างนี้นะ ใจเราจะเคล้าเคลียในธรรมะง่ายขึ้น มันจะมีกำลังนะ ทำให้เราไปสู่มรรคผลนิพพานได้ง่าย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๔
Track: ๑๒
File: 530425A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๒๔ ถึง นาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๒๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ศีล สมาธิ ปัญญา ในองค์มรรค (๑) มรรคผลจะเกิด ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องพร้อม

mp 3 (for download) : ศีล สมาธิ ปัญญา ในองค์มรรค (๑) มรรคผลจะเกิด ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องพร้อม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี
เอื้อเฟื้อภาพโดย บ้านจิตสบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ : เรียนหลักของการปฏิบัติให้แม่นๆนะ เราต้องทำด้วยตัวเอง ชาวพุทธเราไม่มีของฟรีหรอก ไม่มี ทุกอย่างอยู่ในเรื่องของกฎของกรรม ใครทำคนนั้นก็ได้ ไม่ทำก็ไม่ได้ ทำแบบไหนก็ได้แบบนั้น ทำชั่วก็ได้รับผลของความชั่ว ทำดีก็ได้รับผลของความดี รักษาศีลก็ได้รับผลของศีล ทำทานก็ได้รับผลของทาน ทำสมถะได้ความสุขได้ความสงบ ได้ความดี ทำวิปัสสนาได้ปัญญาเห็นความจริง เพราะฉะนั้นต้องทำให้ตรง

เวลาที่มรรคผลจะเกิดนะ ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องพร้อม เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้พร้อมนะ ท่านบอกกุศลทำให้ถึงพร้อม ไม่ใช่เจริญปัญญาอย่างเดียวแล้วจะบรรลุได้นะ ศีลก็ต้องรักษา สมาธิก็ต้องทำ เพราะฉะนั้นถ้าศีล สมาธิ ปัญญา ไม่พร้อม ไม่มีอริยมรรคเกิดขึ้น ถ้าจะทำก็ต้องทำเหตุ กับผล ให้ตรงกัน อยากได้ผลอย่างนี้ ต้องทำเหตุอย่างนี้


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๔
Track: ๑๒
File: 530425A.mp3
ระหว่างวินาทีที่ ๑๔ ถึง นาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๒๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ต้องรักษาศีลให้แน่วแน่

mp 3 (for download) : ต้องรักษาศีลให้แน่วแน่

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : การปฏิบัติไม่ยากหรอก รักษาศีล ๕ ไว้ก่อน รักษาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ศีล ๕ ไม่ต้องขอคนอื่น ตั้งใจรักษาเอาเอง ตั้งใจว่าเราจะไม่ทำบาปอกุศล ทางกาย ทางวาจา ๕ อย่าง รักษายากมั้ย ยากมากสำหรับฆราวาส

หลวงพ่อก็เคยใช้วิธีของพวกศากยะเหมือนกัน ตอนนั้นเราเป็นข้าราชการผู้น้อยนะ หัวหน้ากองมาสั่ง อยู่ในห้องน่ะ อยู่ห้องติดกัน บอก คุณปราโมทย์ใครโทรศัพท์มาถึงพี่นะ บอกว่าพี่ไปประชุมนะ พี่จะรีบทำงาน ใช้ให้เราโกหก เวรกรรม พอโทรศัพท์มานะ เราก็พูดเบาๆ(คำว่า)หัวหน้ากองสั่งว่า (แล้วพูดดังๆว่า)ไปประชุมครับ เหมือนกับถือต้นอ้อเลย ไม่รู้จะทำยังไง

ไปนั่งกินข้าวผู้ใหญ่ก็กินเหล้า มาชอบเรียกให้เรากินเหล้า เราไม่กิน เราจะกินแต่กับ ใหม่ๆเค้าก็บ่น สุดท้ายเราเอาบ้าง ไม่ได้เอาบ้างกินเหล้านะ หมายถึงผสมเหล้าให้เค้ากินไปเลย มันจะได้หมดเร็วๆ (แล้ว)ไม่มาเรียกเรา เวลาผสมเหล้าเราก็ผสมของเรามาแก้วนึง ใส่น้ำแข็งนะ เติมโซดานะ เอาเป๊ปซี่หยดซักสองสามหยดนะ เหมือนเปี๊ยบเลย คราวนี้ชนแก้วกับใครมาเลย สู้ทั้งประเทศเลย เราก็กินของเรา เราไม่ได้บอกว่าเรากินเหล้าด้วยนะ เค้าเห็นว่าสีเหมือนกันไม่เป็นไร อาสาชงเหล้ามันตลอดเลย

โห ยากนะ กว่าจะรักษาศีล เอาตัวรอดได้นะ ไม่ใช่ง่ายๆหรอก สารพัดวิธีเลยนะ ต้องใช้สติใช้ปัญญารักษาศีล งั้นฆราวาสเนี่ยจะรักษาศีลให้สะอาดหมดจด เหมือนหอยสังข์ที่ขัดดีแล้วเนี่ย ทำได้ยาก พระพุทธเจ้าท่านบอก แต่ต้องพยายาม วิธีที่เราจะรักษาศีลได้ดีขึ้นๆนะ ถ้าคือรักษาให้มั่นแน่วแน่ อย่างหลวงพ่อ เราไม่กินเหล้านี้ใครๆก็รู้ตอนนั้น ต่อไปพอซีเราใหญ่ขึ้นเรื่อยๆนะ ใครมานั่งโต๊ะเราไม่กล้ากินเหล้าเลย กลัวเราว่า กลัวเรามองด้วยสายตาตำหนิติเตียน

งั้นถือศีลถือให้จริงนะ แล้วมันจะมีอานิสงส์ การรักษาศีลให้ดีที่สุด ก็มีสติรักษาจิต เมื่อวานสอนแล้วนะ มีสติรักษาจิต กิเลสอะไรเกิดที่จิตรู้ทัน กิเลสอะไรเกิดที่จิตรู้ทัน ถ้าเรารู้ทันได้ กิเลสครอบงำจิตไม่ได้ ศีลอัตโนมัติจะเกิดขึ้น คราวนี้ก็ใช้สติปัญญารักษาศีลเอาก็แล้วกัน


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๕ หลังฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๗
File: 550908B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๕๖ ถึง นาทีที่ ๒๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญาต้องพร้อม บารมีทั้งหลายต้องสร้าง

mp 3 (for download) : การภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญาต้องพร้อม บารมีทั้งหลายต้องสร้าง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.


ขอขอบคุณ บ้านจิตสบาย ที่เอื้อเฟื้อภาพ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

หลวงพ่อปราโมทย์ : บางคนบอกว่าหลวงพ่อไม่ค่อยสอนเรื่องศีล เรื่องสมาธิ เรื่องทาน เรื่องอะไร ก็สอนอยู่เป็นระยะๆ เพราะพวกเราเรียนมาเยอะแล้ว ก็เลยเน้นหนักสอนเจริญสติฯ แต่ว่าเจริญสติรวดๆไปไม่ได้นะ ต้องละชั่ว ต้องทำดีด้วย จิตมันถึงจะผ่องแผ้ว ศีล สมาธิ ปัญญา สำคัญทั้งหมด บารมีทั้งหลายต้องสร้าง ไม่ใช่ฉันจะเจริญปัญญาอย่างเดียว อย่างอื่นไม่เอาเลย มันทำยากนะ ปัญญาอย่างเดียวมันกลายเป็นปัญญาสนองอัตตาตัวตน สนองกิเลสขึ้นมาอีก สู้ไม่ไหวหรอก ต้องเด็ดเดี่ยวจริงๆ

เพราะฉะนั้นคอยสำรวจใจของเรา อะไรที่ไม่ดี ก็คอยละเสีย เลิกเสีย อะไรที่ดีๆยังไม่เกิดขึ้น ก็ให้มันเกิดขึ้น ยกตัวอย่างบางอย่างนะ เกิดขึ้นได้ง่ายๆเลย เช่น ความเมตตากรุณาอะไรอย่างนี้ ไม่เสียสตางค์นะ ไม่เสียสตางค์ มีความเมตตากรุณา มีมุฑิตา มุฑิตาก็สำคัญนะ เห็นคนอื่นเขาได้ดี ต้องดีใจกับเขาได้นะ

แม่ชีเนี่ยมีมุฑิตาสูงมากเลย ตั้งแต่อยู่สวนโพธิ์แล้ว อยู่ที่สวนโพธิ์เนี่ย ตอนแรกบวชกัน อยู่กับอ๊าอีกคน ๓ คน อยู่ที่นั้น ๓ คน ญาติโยมาเยอะขึ้นทุกทีนะ แม่ชีกับอ๊า ๒ คนเนี่ย พอญาติโยมกินข้าวเสร็จแล้ว ๒ คนนี้ล้างจาน ๒ คนนี้ไม่ได้ฟังเทศน์ของหลวงพ่อเลย ไม่ได้ฟังธรรมะ ล้างจานๆไป ๑๑ โมง โยมกลับไปหมดแล้ว ล้างส้วมต่อ นี่ มีแต่เรื่องทำงานนะ พอเสร็จแล้ว หลวงพ่อมาเล่าให้ฟัง ตอนเย็นๆ ตอนฉันน้ำปานะ หลวงพ่อก็มาเล่าให้ฟัง เออ..วันนี้คนนี้เขาภาวนาดีนะ แม่ชีจะปลื้มใจ โห..ดีใจนะ เขาภาวนาได้ดี ตัวเองไม่ได้ ไม่ได้ฟังนะ ยังมีความปลื้มใจขึ้นมา มีมุฑิตานะ ถ้าอิจฉาริษยาใช่มั้ย โอ๊ย..มันดีกว่าเรา “เรา”มันจะเข้มขึ้นมา เออ..เขาดี ก็ดีใจกับเขา “เรา”มันจะตัวเล็กลง

เนี่ยเห็นมั้ย กระทั่งบารมีเล็กๆน้อยๆอะไรนี่นะ สำคัญทั้งสิ้นนะ อย่างอ๊านี้โดดเด่นเรื่องอธิษฐานบารมี เด็ดเดี่ยวนะ เริ่มต้นมาจากติดลบ ไม่ใช่เริ่มต้นจากศูนย์ เริ่มต้นมาจากจิตซึ่งมีโมหะมาก โมหะครอบงำมืดตึ๊ดตื๋อเลย หลวงพ่อเห็นหน้าทีแรกนะ หมดปัญญาสอน ไปหาหลวงพ่อที่ศาลาลุงชินฯตั้งแต่แรกๆเลย พอหลวงพ่อเห็นหน้า หลวงพ่อถามว่า ไปกินยาแก้หวัดมาหรือเปล่า? ทำไมมันงัวเงียมืดทึบมาขนาดนั้น เนี่ยเขาก็พยายามมาเรื่อยๆนะ หลวงพ่อก็ไม่ได้สอนสักทีเพราะจิตไม่มีความพร้อมเลย วันหนึ่งดังตฤณ ไปเจอดังตฤณ ดังตฤณก็บอก อ๊า ถ้าจิตเป็นแบบนี้ ตายไป อ๊าจะเป็นอสุรกาย พอได้ยินว่าจะเป็นอสุรกาย ก็ลาออกจากงานนะ ไปอาศัยอยู่ตามวัด ตอนนั้นหลวงพ่อยังไม่ได้บวช ยังไม่มีวัดอยู่ นี่ออกไปก่อนหลวงพ่ออีก ออกไปเตรียมตัว เดี๋ยวหลวงพ่อบวชแล้วจะมาอยู่กับหลวงพ่อ คล้ายๆกับเรื่องที่พวกพราหมณ์ที่พยากรณ์พระพุทธเจ้า นึกออกมั้ย พอท่านโกณฑัญญะพยากรณ์เสร็จแล้ว รีบออกบวชเลย เตรียมไปรอไว้ก่อน เตรียมไว้ก่อน นี่ไม่ใช่เทียบอ๊าเป็นท่านโกณฑัญญะนะ ไม่ใช่เทียบหลวงพ่อเป็นพระพุทธเจ้านะ หมายถึงใจของบัณฑิตน่ะคิดคล้ายๆกัน แล้วเด็ดเดี่ยวนะ ภาวนาอย่างยากลำบาก เดินจงกรม อดกิน ทำไมต้องอดกิน มีข้าวกินทุกวัน ธรรมดากินจุมากเลย กินจนคนตกใจนะ กินมากก็เหลือกินนิดๆ เพราะไม่มีมาก อยู่ตามวัด อด อดกินอดนอนนะ ภาวนา เดินจงกรม เดินจงกรมตอนนั้นมีช่วงหนึ่งไปอยู่บุญญวาส บุญญวาสท่านอาจารย์ตั๋นนะ ดึกๆท่านไปธุระกลับมา เอ๊ะ กุฎินี้ยังจุดเทียนอยู่ กุฏิอ๊าจุดเทียนอยู่ สงสัยหลับไปแล้วมั้ง ท่านก็ไปดู ยังภาวนา ยังเดินจงกรม

เนี่ย อาศัยบารมี เห็นมั้ย ยอมสู้ความลำบากใช่มั้ย ความเห็นแก่ตัว ความรักตัวเอง มันจะถ่วงเรา เพราะฉะนั้นต้องฝึกนะ สำรวจใจของเรา คุณงามความดีอะไรยังไม่พอ ต้องสร้างขึ้นมา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อ วันเสาร์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า

สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๔
Track: ๔
File: 510223
ระหว่างนาทีที่ ๒๑ วินาทีที่ ๔๘ ถึง นาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๓๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนกรรมฐานต้องอดทน

mp 3 (for download) : เรียนกรรมฐานต้องอดทน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ใจของคนรุ่นนี้ไม่เหมือนใจคนแต่ก่อนนะ ก่อนนี้อดทนมากเลยในการทำอะไรสักอย่าง พวกเราไม่ค่อยทนหรอก ยกตัวอย่างเด็กเดี๋ยวนี้ย้ายงานบ่อย ทำงานไม่กี่วัน ย้ายอีกแล้ว เวลาเขียนประวัติไปยื่นทีหนึ่ง โอ้โห..ประสบการณ์ทำงาน ๕๐ แห่ง แห่งละ ๑๕ วัน เป็นหลวงพ่อเห็น หลวงพ่อก็โยนทิ้งเลย คนพรรค์นี้เอาไปทำอะไร เสียเวลาสอนงานมัน ทำไม่ได้ ใจไม่อดทน

เรียนกรรมฐานต้องอดทนมากเลย เพราะอะไร เราเรียนแต่ของเก่าๆ เรียนเรื่องกายเรื่องใจ กายกับใจซ้ำๆซากๆอยู่อย่างนี้ เกิดมาก็มีกายมีใจ มาเรียนเรื่องกายเรื่องใจ ซ้ำซาก เรียนเรื่องจะต่อสู้เอาชนะกิเลส กิเลสก็ของเก่า มีแค่ โลภ โกรธ หลง เรียนที่จะพัฒนา ศีล สมาธิ ปัญญา ฟังแล้วซ้ำซาก มีสติแล้วก็มีศีล มีสติก็มีสมาธิ มีสติแล้วมีปัญญา ฝึกสตินะ หัดรู้กายหัดรู้ใจ ถ้าใจไม่ทนพอนะ ทนรู้ไม่ได้ มันซ้ำซาก

ต้องอดทนมากๆเลย ในการที่จะรู้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ลงในกายในใจนะ กว่าจะเห็นความจริง ใจเรามันไม่ยอมเห็นความจริงหรอก มันจะคอยหาเรื่องว่ากายนี้ใจนี้เป็นตัวเรา กายนี้ใจนี้เป็นตัวดีตัววิเศษ มันคอยคิดอย่างนี้เรื่อยๆ กว่าจะเห็นความจริงนะว่ากายนี้ใจนี้เป็นตัวทุกข์ ไม่ใช่ตัวเรานะ เป็นแต่ตัวทุกข์นะ โอ๊ย..ต้องสู้กันนานนะ ต้องทนมากเลย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๕ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๒ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๑
Track: ๓
File: 520705.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๕๓ ถึง นาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๓๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ภาวนาแล้วมีความสุข

Mp3 for download:ภาวนาแล้วมีความสุข

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : หัดเจริญสตินะ รู้กายรู้ใจไปเรื่อย เมื่อไหร่มีสติเมื่อนั้นมีศีล เมื่อไหร่มีสติเมื่อนั้นมีสัมมาสมาธิ เมื่อไหร่มีสติเมื่อนั้นจะมีปัญญา ใจตั้งมั่นขึ้นมาสักว่ารู้สักว่าเห็น ศีล สมาธิ ปัญญา เกิดขึ้นมา ค่อยๆหล่อเลี้ยงจิตใจของเราให้เติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ เติบโต วันหนึ่ง เหมือนต้นไม้ที่โตเต็มที่แล้ว ออกดอก ออกผล นะ ให้ความชื่นอกชื่นใจแก่เรา

ค่อยๆฝึก แล้วเราจะมีความสุขเป็นคนที่หนึ่งเลย คนตามลำดับต่อไปคือคนแวดล้อมเรา คนในบ้านเรา ถัดไปก็คนที่ทำงานหรือคนที่รู้จักเรา ต่อไปก็จะมีคนมาคอยมาขอคำปรึกษาเรานะ พวกเราท่าทางมีความสุข พวกมีความทุกข์ทั้งหลายก็จะวิ่งมาถามโน่นถามนี่ เราก็ต้องคอยดูใจเรานะ ในเวลาที่ตอบคำถาม ตอบไปตอบมา มานะอัตตาเกิด “กูเก่ง”เกิดขึ้นมาอีกแล้ว มึงไม่เก่งกูเก่งนะ เห็นมั้ยกิเลสคอยหาช่องอยู่ตลอดเวลา ต้องระมัดระวัง ต้องมีสติ ต้องรู้ทันตัวเองไปเรื่อยๆ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ศาลากาญจนาภิเษก (ศาลาลุงชิน)
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๘ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๑

CD: ศาลากาญจนาภิเษก (ศาลาลุงชิน) ครั้งที่ ๒๐
File:
510518
ระหว่างนาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๓๓ ถึง นาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๓๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การปฏิบัติเหมือนชาวนาปลูกข้าว ถึงเวลาข้าวก็ออกรวงเอง

mp 3 (for download) : การปฏิบัติเหมือนชาวนาปลูกข้าว ถึงเวลาข้าวก็ออกรวงเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : งั้นรู้สึกตัวไปเรื่อยๆ รู้สึกแล้วก็รู้กาย รู้สึกแล้วก็รู้จิตใจ รู้สึกไปเรื่อยๆ มันจะสะสมแต้มไปเรื่อยๆ ถึงวันหนึ่งมันอิ่ม มันเต็ม มันพอนะ มันจะตัดสินความรู้ของมันเอง เราไม่ต้องทำอะไร เราไม่ต้องดิ้นรน เราไม่ต้องพยายามที่จะบรรลุมรรคผลนิพพาน จิตเขาจะบรรลุของเขาเอง

แต่เดิมหลวงพ่อก็พูดอย่างนี้นะ ว่าไม่มีใครทำจิตให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้ จิตมันเป็นเอง มันจะบรรลุเอง เราพูดแบบเซ่อๆไป พูดมาจากประสบการณ์ภาวนา ไม่เห็นมีใครจะสั่งจิตได้สักคนหนึ่ง ตอนหลังครูบาอ๊าไปเจอในพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าสอนเหมือนกัน

ท่านสอนบอกว่า ผู้ปฏิบัติน่ะที่ต้องการมรรคผลนิพพานเนี่ยนะ ไม่มีใครทำมรรคผลนิพพานให้เกิดได้หรอก แต่ว่ามีหน้าที่เจริญศีลสิกขา เจริญจิตตสิกขา เจริญปัญญาสิกขา เรื่อยๆไป เมื่ออินทรีย์แก่กล้าเพียงพอแล้วนะ มรรคผลนิพพาน จะเกิดขึ้นเอง จิตจะบรรลุมรรคผลนิพพานเอง

งั้นพวกเราเจริญไปนะ รักษาศีลไว้ มีสติขึ้นมาก็มีศีล มีสติขึ้นมาก็มีสัมมาสมาธิ จิตตั้งมั่นขึ้นมา มีสติก็มีปัญญาเห็นความจริงของกายของใจ เพราะฉะนั้นรู้สึกตัวนะ มีสติรู้กายรู้ใจเรื่อยๆไป ถึงวันหนึ่งจะเกิดมรรคผลเอง

ท่านเปรียบเทียบเหมือนชาวนา ชาวนาไม่สามารถสั่งต้นข้าวให้ออกรวงข้าว ไม่สามารถทำให้รวงข้าวมีเมล็ดเต็มได้ ชาวนาสั่งต้นข้าวไม่ได้ แต่ชาวนาทำเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยให้ต้นข้าวออกรวงได้ ชาวนาไปไถนา ไปหว่านข้าว เอาน้ำเข้านา น้ำมากไปเอา(น้ำ)ออกจากนา คอยดูแลรักษาต้นข้าว ต้นข้าวก็ออกรวงเอง

พวกเรามีสติ มีสัมมาสมาธิ มีปัญญานะ อบรมดูแลจิตของเรา วันหนึ่งจิตออกมรรคออกผลเอง

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันจันทร์ที่ ๑๙ พฤษภายน พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๕
Track: ๑๓
File: 510519
ระหว่างนาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๑๘ ถึง นาทีที่ ๒๘ วินาทีที่ ๑๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สมาธิเพื่อการเจริญปัญญา (๔/๖) : เจริญปัญญาได้ต้องเรียนเรื่องจิตมาก่อน

mp 3 (for download) : สมาธิเพื่อการเจริญปัญญา (๔/๖) : เจริญปัญญาได้ต้องเรียนเรื่องจิตมาก่อน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: บางคนบอก แอนตี้การดูจิต นี้โง่ที่สุดเลย เพราะบทเรียนของพระพุทธเจ้านะ บทเรียนที่ ๑ ชื่อ สีลสิกขา บทเรียนที่ ๒ ชื่อ จิตตสิกขา ถ้าเรียนเรื่องจิตแล้วเราจะได้จิตที่ตั้งมั่น เพื่อจะเอาไปใช้ในบทเรียนที่ ๓ คือปัญญาสิกขา

บางทีพูดมักง่ายว่า ศีล สมาธิ ปัญญา (ความจริงแล้ว)ศีล สมาธิ ปัญญา นั้นเป็นผล เหตุของศีลคือ สีลสิกขา เหตุของสมาธิคือ จิตตสิกขา เรียนเรื่องจิต เหตุของปัญญาก็มี ปัญญาสิกขา เจริญปัญญา รู้วิธีเจริญปัญญาแล้วลงมือเจริญปัญญา ก็จะได้ปัญญามา

บางทีไม่รู้ว่าอะไรเป็นเหตุอะไรเป็นผล พูดแล้วก็มั่วๆ ไปคิดว่าต้องไปนั่งสมาธิ เพื่อจะได้มี ศีล สมาธิ ปัญญา หารู้ไม่ว่า สมาธิได้มาจากการเรียนเรื่องจิต จิตตสิกขานั่นแหละทำให้เราได้สมาธิสองชนิด เรารู้เลยว่าถ้าจิตเราสงบอยู่ในอารมณ์อันเดียว เราได้สมาธิชนิดพักผ่อน เรียกว่าอารัมณูปนิชฌาน ถ้าจิตของเราตั้งมั่น รู้ตื่นเบิกบานอันเนื่องมาจากเรารู้ทันจิตที่ไหลไป เราจะได้สมาธิอีกชนิดหนึ่งที่เอาไว้เดินปัญญาชื่อ ลักขณูปนิชฌาน

เพราะฉะนั้นการเรียนเรื่องจิตนี่แหละ จะทำให้เราได้สมาธิ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๒ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๔
File: 550212A
ระหว่างนาทีที่ ๘ วินาทีที่  ๓๕ ถึง นาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๐๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

วิสุทธิ ๗ ประการ

mp 3 (for download) : วิสุทธิ ๗

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : สมถะดีมั้ย ดี เหมือนบันไดขั้นแรกๆ แต่ทำอยู่แค่สมถะไม่ขึ้นเจริญปัญญา ไม่ได้เรื่องเลย ทำไม่ถูกแล้ว ไม่มีสมถะเลยก็คือ ไม่มีบันไดขั้นแรกๆเลย ก็ไปยาก จะขึ้นบันไดขั้นที่ ๓ เลยทำได้มั้ย ได้ ถ้าขั้นมันไม่ใหญ่มาก แต่ขึ้นสบายมั้ย เสี่ยงมั้ย ขึ้นไม่สบาย เสี่ยง ถ้าเดินไปตามลำดับบันไดที่พระพุทธเจ้าวางไว้ ไม่ยาก มันจะไม่ยากเกินไป

บันไดของท่านนะ ถ้าซอยออกไปหยาบๆก็มี ๓ ขั้น แต่ละขั้นยาวหน่อย ขั้นศีลขั้นสมาธิเท่าๆกันนะ แต่ขั้นหลังๆเนี่ย จะต้องเขย่งอย่างแรงเลย พระสารีบุตรท่านมาแยกเป็นบันได ๗ ขั้น เป็นวิสุทธิ ๗ อย่าง “สีลวิสุทธิ” เรื่องศีล “จิตตวิสุทธิ” คือเรื่องฝึกจิตให้มีสมาธิ ถัดจากนั้นอีก ๕ ขั้นเป็นเรื่องของการเจริญปัญญา ท่านซอยการเจริญปัญญาออกไปอีก ช่วยให้เราภาวนาง่ายขึ้น

เริ่ม(ตั้ง)แต่“ทิฏฐิวิสุทธิ” ทิฏฐิวิสุทธิเป็นตัวเจริญปัญญาตัวแรกเลย ทิฏฐิวิสุทธิคือเรียนรู้มีทิฏฐิมีความเห็นที่ถูกต้อง ว่าตัวเราไม่มี เป็นความเห็นนะยังไม่ใช่การรู้จริง  ตัวเราไม่มี มีแต่รูปกับนาม ถ้าแยกรูปแยกนามได้ เรียกว่ามีทิฏฐิวิสุทธิ งั้นพวกเราที่แยกรูปแยกนามได้เนี่ยนะ บันได ๗ ขั้นเนี่ย เรามาอยู่ในขั้นที่ ๓ แล้ว แยกรูปนามได้เรียกว่าทิฏฐิวิสุทธิ

ต่อมาเรารู้อีกว่า รูปธรรมนามธรรมทั้งหลายเนี่ย มันมีเหตุมันถึงจะเกิด ไม่ใช่ลอยๆมาเกิดหรอก แล้วเกิดแล้วพอหมดเหตุมันก็หายไป ไม่สงสัยในรูปธรรมนามธรรมทั้งหลายเลย รู้ว่ามันมาจากเหตุ ถ้าหมดเหตุมันก็หายไป รู้อย่างนี้นะ รู้ด้วยการศึกษาเปรียบเทียบเอา ว่ารูปแต่ก่อนกับรูปเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนกัน นามแต่ก่อนกับนามเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนกัน เหตุมันต่างกัน อันนี้ขึ้นกระไดมาอีกอันนะชื่อ“กังขาวิตรณวิสุทธิ” หมดความสงสัยในการเกิดของรูปนาม มันเป็นไตรลักษณ์ แต่มันจะเห็นไตรลักษณ์ด้วยการคิด

ถัดจากนั้นมันจะถึง“มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ” รู้ว่าอะไรเป็นทางอะไรไม่ใช่ทาง ตรงที่รู้ว่าอะไรเป็นทางอะไรไม่ใช่ทางเนี่ย ขึ้นวิปัสสนาไปแล้วนะ แล้วผ่านวิปัสสนูปกิเลสไปแล้ว เนี่ยตรงนี้ถ้าแยกด้วยญาณ ๑๖ นะ พระรุ่นหลังมาแยกด้วยญาณ ๑๖ เลย แยกตรงนี้ละเอียดออกไปอีก เป็นญาณอีกเยอะเลย พระสารีบุตรมาแยกขึ้นมา ทิฏฐิวิสุทธิ กังขาวิตรณวิสุทธิ มัคคามัคค มรรคหรืออมรรค มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ อะไรเป็นมรรคอะไรไม่ใช่มรรค

สิ่งที่เป็นมรรคคือการที่มีสติรู้กายรู้ใจ รู้รูปนามตามความเป็นจริง ด้วยจิตตั้งมั่นเป็นกลาง ถ้าจิตไม่ตั้งมั่น จิตไม่เป็นกลาง วิปัสสนูปกิเลสจะแทรก งั้นถ้าเมื่อไหร่เกิดวิปัสสนูฯ แล้วจิตตั้งมั่นถึงฐานขึ้นเมื่อไหร่นะ วิปัสสนูฯหายเลย วิปัสสนูฯเลยมีชื่ออีกชื่อนึงว่า ธัมมุทธัจจะ ธรรมะ(กับ)อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่านในธรรมะ ๑๐ ประการ

พวกเราจำนวนมากเลยที่มาถึงตรงนี้ ที่เราภาวนาดูจิตดูใจแล้วมันสว่างว่างไปอยู่ข้างหน้า ใครเคยเป็นที่มันไปว่างสว่างอยู่ข้างหน้า แล้วหลวงพ่อบอก รู้มั้ยจิตเคลื่อนออกไปอยู่กับแสงสว่าง ไปอยู่กับความว่าง ไปอยู่กับความสุขความสบายข้างหน้า ตรงที่พวกเรารู้ทันตัวนี้นะ ตัวนี้เราได้มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ รู้แล้วถ้าไหลออกนอกอย่างนี้ไม่ใช่ทาง ถ้าตั้งมั่นอยู่รู้รูปนามอยู่ด้วยจิตที่ตั้งมั่นอยู่นี้เป็นทาง

ถัดจากนั้นก็เป็น “ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ” ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิคือการทำวิปัสสนานั่นเอง โดยที่พ้นวิปัสสนูมาแล้ว ก็มีสติรู้รูปนามตามความเป็นจริง ด้วยจิตตั้งมั่นและเป็นกลาง เนี่ยรู้ไปเรื่อย ในโสฬสญาณท่านก็ซอยไปถี่ยิบเลย พอเห็นความจริงแรกๆก็จะเกิดความรู้สึกมันน่ากลัว เกิดน่ากลัว เกิดรู้สึกว่าไร้สาระ เกิดความรู้สึกเบื่อ พวกเราหลายคนที่ภาวนาแล้วรู้สึกมั้ย ธาตุขันธ์ชีวิตนี้น่ากลัว ธาตุขันธ์ชีวิตนี้หาสาระแก่นสารไม่ได้ ธาตุขันธ์ชีวิตนี้น่าเบื่อ นี่เรากระเถิบขึ้นมาตั้งเยอะแล้วนะ ไม่่ใช่กระไดขั้นแรกๆแล้วนะ

เนี่ยฝึกมาเรื่อยนะ สุดท้ายก็เกิด”ญาณทัสสนวิสุทธิ” เกิดมรรคเกิดผลขึ้นมา เนี่ยเดินทางเดินถ้าย่อๆนะ ก็เป็นศีลสมาธิปัญญา ถ้าขยายปัญญาออกไป ๕ ส่วน ศีลสมาธิแล้วอีกปัญญาเป็น ๕ (รวม)เป็น ๗ ก็เป็นวิสุทธิ ธรรมะชื่อวิสุทธิ ๗ ประการ เนี่ยพระสารีบุตรท่านขยายขึ้นมา แล้วพระรุ่นหลังมาขยายออกไปอีกเป็นญาณ ๑๖ โสฬสญาณ โสฬสญาณเนี่ยเป็นส่วนของการเจริญปัญญา

งั้นศีลสมาธิต้องมีก่อน บางคนไปเรียนโสฬสญาณแล้วเมาเลย ลืมเรื่องศีลกับการฝึกจิต ลืมศีลสิกขาจิตตสิกขา ลืมสีลวิสุทธิจิตตวิสุทธิ คิดว่าการปฏิบัติไม่มีอะไร หาทางแยกรูปนามอะไรต่ออะไร คิดเอาเองเลย จิตไม่ตั้งมั่นมันไม่แยกหรอก งั้นสีลวิสุทธิก็คือการศึกษาเรื่องศีล ศีลสิกขา จิตตวิสุทธิก็คือจิตตสิกขา อีก ๕ ตัวของวิสุทธิคือปัญญาสิกขา ๕ ตัวนี้มาขยายออกไปเป็น ๑๖ ตัวเรียกโสฬสญาณ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๕
Track: ๑๙
File: 550601.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๑ วินาทีที่ ๔๔ ถึง นาทีที่ ๒๘ วินาทีที่ ๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Page 1 of 512345