Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

สมาธิ มี ๒ ชนิด ต้องมีสมาธิชนิดจิตตั้งมั่น จึงจะเจริญวิปัสสนาได้

mp 3 (for download) : สมาธิ มี ๒ ชนิด

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : จากนั้นเราก็มาฝึกใจของเราให้มันมีสมาธิขึ้นมา สมาธิมันมี ๒ ชนิดนะ

สมาธิชนิดที่ ๑ จิตมันสงบเฉย ๆ เช่น เราดูท้องพองยุบไปนะ จิตเราก็นิ่งอยู่ที่ท้อง ไม่ไปไหนเลย ซึมอยู่ที่ท้อง นิ่งอยู่ที่ท้องอย่างเดียว ได้สมถะนะ เป็นสมาธิชนิดที่จิตสงบอยู่ในอารมณ์อันเดียว เรียกว่า “อารัมณูปนิชฌาน” ไว้ใช้ทำสมถกรรมฐาน ทำความสงบได้ แต่เดินปัญญาไม่ได้ หรืออย่างเราเดินจงกรมเนี่ย จิตเราไปจับอยู่ที่เท้านะ เท้าขยับ กริ๊ก ๆ ๆ นี่รู้หมดเลยนะ เห็นเท้าตลอดเลย ไม่ลืมเท้าเลย จิตจ่ออยู่ที่เท้าอันเดียว การที่จิตจ่ออยู่ในอารมณ์อันเดียวเนี่ยทำให้จิตสงบนะ แต่ว่าจะไม่เดินปัญญา จิตจะนิ่งอยู่เฉย ๆ มันมีสมาธิอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นสมาธิที่ดีที่วิเศษนะ แต่อาภัพ ไม่ค่อยมีใครรู้จักหรอกนะ กระทั่งพวกที่บอกว่าทำวิปัสสนา วิปัสสนานะทำไม่ได้จริงหรอก เพราะไม่ได้มีสมาธิที่ถูกต้อง

ถ้าจะเจริญปัญญาได้นะ ต้องมีสมาธิที่ถูกต้อง คือ สมาธิที่จิตตั้งมั่นนะ (สมาธิชนิดที่ ๒ เรียกว่า “ลักขณูปนิชฌาน” – ผู้ถอด) สมาธิเนี่ยนะ ถ้าเราไปดูพจนานุกรมนะ สมาธิแปลว่าความตั้งมั่นของจิตนะ สมาธิไม่ได้แปลว่าสงบ พวกเราน่ะมักง่าย ชอบไปคิดว่าสมาธิแปลว่าสงบ สมาธิไม่ได้แปลว่าสงบ สมาธิแปลว่าความตั้งมั่น จิตของเราปกติไม่ตั้งมั่นนะ มันแฉละซ้ายแฉลบขวาตลอด เดี๋ยวก็ไหลไปอดีต ไปคิดถึงอดีต เดี๋ยวก็ไหลไปอนาคต คิดถึงอนาคตใช่ไหม อยู่บ้านก็คิดถึงจะมาอยุธยาพาร์ค จะมาฟังเทศน์ ฟังซักพักนึง จิตกลับบ้านไปแล้ว ตัวยังไม่ได้กลับ จิตมันไม่ได้อยู่กับตัวเองนะ มันแฉลบซ้ายแฉลบขวานะเดี๋ยวก็แฉลบไปทางโน้น แฉลบไปทางนี้ตลอดเวลา ตามองเห็น จิตก็แฉลบไปดู หูได้ยินเสียง จิตก็แฉลบไปฟัง ใจคิดจิตก็แฉลบไปคิดนะ จิตแฉลบไป แฉลบมาทั้งวันเลย ตรงที่จิตมันแฉลบไปแฉลบมา วิ่งไปวิ่งมานี่แหละ เรียกว่าจิตไม่ตั้งมั่น จิตมันไม่มีความสงบนะ แล้วก็ไม่ตั้งมั่น จิตมันแกว่งซ้ายแกว่งขวา แกว่งไปอดีต แกว่งไปอนาคต แกว่งไปทางตา แกว่างไปทางหู แกว่งไปทางใจนะ กวัดแกว่งอยู่ตลอดเวลา

เราต้องมาฝึกนะ ทำไงให้จิตมันตั้งมั่นขึ้นมาให้ได้ ตัวนี้เป็นตัวสำคัญมากเลย ก่อนที่จะเจริญปัญญานะ นี่หลวงพ่อบอกตรง ๆ เลย ก่อนที่เราจะไปเจริญปัญญา ไปรู้รูปรูปนามได้เนี่ย จิตต้องตั้งมั่นเสียก่อน ถ้าจิตเราไม่ตั้งมั่น เจริญปัญญาไม่ได้จริงหรอก จะกลายเป็นไปเพ่งหมดเลย เช่น เราดูท้องพองท้องยุบ จิตเราไม่ตั้งมั่น จิตมันจะไหลลงไปอยู่ที่ท้องนะ ไปนิ่งอยู่ที่ท้องเลย แล้วเราเดินจงกรม ยกเท้า ย่างเท้า จิตมันจะไปอยู่ที่เท้าเลย มันจะไม่เดินปัญญา มันจะสงบเฉย ๆ ปัญญาจะไม่เกิด ปัญญานั้นต้องเห็นไตรลักษณ์นะ ก่อนจะเห็นไตรลักษณ์ได้ จิตต้องตั้งมั่นขึ้นมา เป็นคนดูให้ได้ซะก่อน ถ้าจิตไม่เป็นคนดู จิตเป็นผู้คิด ผู้นึก ผู้ปรุง ผู้แต่งอยู่นะ จะไม่มีปัญญาเกิดขึ้นเลย ต้องถอนตัวเองออกมาเป็นคนดูให้ได้นะ

 

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่ อยุธยาพาร์ค เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ เดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๕๖

File: 560425.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๑๑ ถึง นาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๑๕

ตัด/ถอดคลิปส์โดยคุณ ok2077
ตรวจทานโดยคุณ พัลวัน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พละ ๕ ของพระเสขบุคคล (๕) ปัญญา

mp 3 (for download) : พละ ๕ ของพระเสขบุคคล (๕) ปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: กำลังของพระอริยะเสขบุคคล ตัวที่ ๕ คือปัญญาเหมือนกัน แต่เป็นปัญญาที่เข้าใจในสรรพสิ่งทั้งหลาย สิ่งใดเกิดสิ่งนั้นดับ สิ่งใดเกิดสิ่งนั้นดับ เนี่ยในพระไตรปิฎกมีตัวนี้ด้วยนะ เป็นเรื่องที่เราไม่ค่อยเรียนเรื่องปัญญาเห็นความเกิดดับ

ท่านสอนเลยว่า ปัญญาของเสขบุคคลนั้น จะเห็น ตามเห็นความเกิดดับของสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ของเราเป็นปัญญาอะไรก็ไม่รู้ เลอะๆเทอะๆใช่มั้ย เรากลัวโง่ แหมเห็นแต่เกิดดับมันน้อยไป ตัวปัญญาของพระอริยะท่านยังเน้นมาที่เห็นเกิดดับเลย ของเรานะ หลวงพ่อปราโมทย์สอนน้อยเหลือเกิน ให้ดูว่า ตัวนี้มา สุขมาสุขก็ไป ทุกข์มาทุกข์ก็ไป โลภโกรธหลงมาแล้วก็ไป หลวงพ่อปราโมทย์สอนน้อยเหลือเกิน แค่นี้มันจะพอเหรอ มันจะพ้นทุกข์เหรอ

ขนาดพระพุทธเจ้ายังสอนนะว่า ปัญญาของพระเสขบุคคล โสดาฯ สกทาคาฯ อนาคาฯ คือการเห็นว่า สิ่งต่างๆเนี่ยเกิดแล้วก็ดับไป ปัญญาเขาอยู่ตรงนี้ต่างหากล่ะ ไม่ใช่ปัญญาเรื่องอื่น เพราะฉะนั้นที่หลวงพ่อสอนนี้นะ เหลือเฟือแล้วนะ เหลือเฟือแล้ว กลั่นกรองเอาธรรมะอันมากมายมหาศาลออกมาเพื่อการปฏิบัตินะ เหลือเฟือที่จะปฏิบัติน่ะ ถ้าเข้าใจในสิ่งที่หลวงพ่อสอนเนี่ย จะทำไปได้สุดสายเลย ทำไปได้อย่างสุดทางเลย พ้นทุกข์ได้เลย เพราะนี่กลั่นกรองมาจากคำสอนของพระพุทธเจ้านั่นเอง นี่ท่านสอน พระเสขะบุคคล มีปัญญาเห็นความเกิดดับอยู่ ปัญญาตัวอื่นไม่สำคัญเลยนะ ปัญญาที่เห็นความเกิดดับต่างหากที่สำคัญ

กับปุถุชนก็เหมือนกันแหละ ขนาดปัญญาของพระอนาคาฯท่านยังให้เห็นเกิดดับเลย แล้วทำไมเราจะไม่เห็นเกิดดับบ้าง อย่าดูถูกว่าการเห็นเกิดดับนี้มันตื้นไปต่ำไปน้อยไป

แปลกมั้ยพระพุทธเจ้าไม่พูดถึงพละของสติและสมาธิกับพระเสขะ ของปุถุชนนะ ท่านพูดถึง ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา แต่ของพระเสขะบุคคล ท่านพูดถึง ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ วิริยะ ปัญญา ไม่พูดถึงสติและสมาธินะ เพราะสติและสมาธิเป็นเครื่องมืออยู่แล้ว ต้องทำอยู่แล้ว ทำเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว ต้องฝึกต้องซ้อมเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องคุยแล้วนะ เพราะจะต้องภาวนาถึงขั้นสติอัตโนมัติ ปัญญาอัตโนมัติ ก็ไม่ต้องพูดแล้วนะว่าจะเร่งกว่านั้นอย่างไร ก็ค่อยๆฝึกเอา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๒
File: 561110A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๔๔ ถึงนาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๓๕

ตัดคลิปส์โดยคุณ ok2077
ถอดคลิปส์และตรวจทานโดยคุณ พัลวัน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทาน ศีล สมาธิ วิปัสสนา นิพพาน

mp3 for download : ทาน ศีล สมาธิ วิปัสสนา นิพพาน

หลวงพ่อปราโมทย์ : ขออนุญาตท่านอาจารย์ครับ หลวงพ่อจะมาเยี่ยมครูบาอาจารย์เฉยๆนะ มาเยี่ยมหลวงพ่อ.. กับหลวงพ่อคำเขียน ๒ องค์ ไม่ได้มาเทศน์หรอก เทศน์ไม่ได้ ผิดธรรมเนียม ครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่กว่าอยู่ต้องนิมนต์ท่านเทศน์หรอก แต่นี่ท่านอนุญาตนะ ครูบาอาจารย์อนุญาตให้เราเทศน์ เราก็เทศน์ได้ แต่เทศน์แล้วต้องทำนะ จะให้หลวงพ่อเทศน์เปล่าๆ บาปนะ คือเราให้พระเหนื่อยฟรีๆแล้วขี้เกียจ

อย่าขี้เกียจนะ ความทุกข์มันบีบคั้นเราอยู่ทั้งวันทั้งคืน คนมีปัญญาถึงจะมองเห็น คนไม่มีปัญญาก็จะเห็นแต่มีความสุขนะ หลงระเริงไปเรื่อยๆ วนไปวันหนึ่งๆนะ เดี๋ยวก็เดือนเดี๋ยวก็ปี ไม่นานก็ตาย สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรติดเนื้อติดตัวไป น่าเสียดายที่สุดเลย

พวกเรามีบุญนะ พวกเราอุตส่าห์มาวัด มาหาครูบาอาจารย์ มาอะไรนี่ ได้รักษาศีล ได้ฟังธรรม ก็ต้องมาปฏิบัติ ธรรมะที่เราจะปฏิบัตินะ ก็มีทานมีศีลมีภาวนานะ ทำทานก็ไม่ใช่ว่าต้องเสียเงินเสียทองนะ ยกตัวอย่างเราโกรธคน คนเขาด่าเรา เราอภัยให้เขาอะไรอย่างนี้ ก็เป็นทานอย่างหนึ่ง คนเขาไม่มีความรู้ แล้วเราให้ความรู้เขา ก็เป็นทานอย่างหนึ่ง ทานก็มีหลายอย่าง ไม่ต้องเสียเงินเสียทองอะไร ให้ความรู้เขาให้ความเข้าใจนะ ได้บุญแรง

ต้องรักษาศีล ของเรามาอยู่วัด อุตส่าห์แต่งขาว เรามีสตินะ แต่งชุดขาวๆ ขาดสติเดี๋ยวก็เลอะแล้ว เพราะฉะนั้นท่านให้แต่งขาวๆไว้ก็ดี จะกระดุกกระดิก จะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวนะ รู้สึก คอยรู้สึกไว้เรื่อยๆนะ เวลาโมโหใครขึ้นมา รู้ทันที่ใจเรา

มาอยู่วัดมาหาความสุขความสงบ หาความดีให้ตัวเอง ฝึกจิตฝึกใจของเราทุกวันๆนะ ภาวนาไปพุทโธๆไปก็ยังดี หายใจไปรู้สึกตัวไป มีสติ คอยรู้ทันใจตัวเองไว้เสมอๆ ถ้าเรามีสติรู้ทันใจของเราได้บ่อยๆนะ กิเลสอะไรเกิดขึ้นในใจเราคอยรู้ทัน ถ้าเรารู้ทันกิเลสที่เกิดขึ้นในใจของเราได้นะ กิเลสจะครอบงำใจเราไม่ได้ ถ้ากิเลสมันครอบงำจิตใจของเราไม่ได้นะ เราจะไม่ผิดศีลหรอก คนมันทำผิดศีลนะเพราะมันถูกกิเลสหลอกเอาไป

ยกตัวอย่างมันไปฆ่าเขามันไปตีเขานะ เพราะโทสะมันครอบงำใจ คอยหลอกลวงเขาอะไรอย่างนี้ หรือไปเป็นชู้กับเขาอะไรอย่างนี้ ก็เพราะโลภะครอบงำใจ เพราะฉะนั้นมันมาจากกิเลสทั้งนั้นเลยนะ ทำให้เราทำผิดศีลผิดธรรมเพราะฉะนั้นเรารักษาศีลให้มั่นคงแข็งแรงนะ ทุกคนต้องมีศีล ถ้าเราไม่มีศีลนะ เราเสียความเป็นมนุษย์แล้ว เราจะไปอบาย

ทีนี้เรามีศีลเท่านั้นไม่พอนะ เราต้องมีฝึกใจของเราให้สงบบ้าง ใจของเราร่อนเร่หนีเที่ยวทั้งวันทั้งคืน ไม่เคยอยู่กับเนื้อกับตัวเลย เรามาฝึกให้จิตใจอยู่กับตัวเอง การฝึกให้ใจอยู่กับตัวเองนี้แหละที่เรียกว่าฝึกให้มีความสงบมีความตั้งมั่นมีสมาธิขึ้นมา เราก็เอาสตินี้แหละมารู้ทันใจ เป็นวิธีที่ง่ายๆนะ ถ้าใจเราแอบไปคิดเรารู้ทัน ใจเราแอบไปคิดเรารู้ทัน รู้อย่างนี้บ่อยๆนะ พอใจเราไหลไปแว้บมันจะรู้สึกขึ้นมา ใจมันจะตื่น มันจะตั้งมั่น จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัว ได้สมาธิเบื้องต้น สมาธิที่เรามีสติรู้ทีละแว้บๆ เขาเรียกว่าขณิกสมาธินะ สมาธิชั่วขณะเท่านั้นแหละ ได้สมาธิชั่วขณะก็ดีกว่าไม่มีเลย

คนไหนมีบุญมีวาสนานะ ภาวนาทุกวัน รู้ลมหายใจเข้าหายใจออกนะ พุทโธไป ภาวนาไป จิตใจไม่หนีไปที่อื่น จิตสงบอยู่กับลมหายใจ นั่นแหละจะได้สมาธิที่ละเอียดที่ปราณีตขึ้นไป ได้อุปจารสมาธิ ได้อัปนาสมาธิ จิตใจจะตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน ใจจะเป็นผู้รู้นะ ใจไม่ใช่ผู้หลงคิด ใจที่ไม่มีสมาธิจะเป็นใจผู้หลงคิด ใจที่มีสมาธิมีความตั้งมั่นอยู่กับเนื้อกับตัวจะเป็นจิตที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานนะ มันจะมีความสุขอยู่ในตัวเอง

เพราะฉะนั้นเราฝึกจิตฝึกใจของเรานะให้อยู่ในอารมณ์อันเดียว ฝึกไปเรื่อย จะอยู่กับพุทโธก็อยู่นะ จะอยู่ในลมหายใจก็อยู่ ถ้าทำได้ก็ดีจะได้ความสุขความสงบที่ปราณีต ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าเสียใจ ให้อาศัยสติคอยรู้ทันจิตเป็นขณะๆไปก็ได้สมาธิเหมือนกัน แต่เป็นสมาธิแค่ขณิกสมาธิชั่วขณะ ดีกว่าไม่มีเลย ก็เหมือนกับคนยากคนจนนะ มีเงินร้อยบาท สองร้อยบาท สิบบาท ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย ไม่มีเงินล้านเงินแสนอย่างคืนอื่นก็ไม่เป็นไร เราไม่ได้มีฌานมากมายอย่างคนอื่นก็ไม่ต้องเสียใจ ได้ความสงบที่เป็นขณะๆอย่างนี้ก็พอที่จะไปมรรคผลนิพพานได้นะ

ทีนี้พอจิตใจเราอยู่กับเนื้อกับตัว ไม่ลืมเนื้อลืมตัว ไม่ใจลอยล่องลอยหนีไปเรื่อยแล้วเนี่ย ให้มาคอยเจริญปัญญาต่อ เห็นมั้ยมามีศีลมีสมาธิแล้วมามีปัญญา มีศีลเพราะมีสติรู้ทันกิเลสนะ กิเลสครอบงำจิตไม่ได้ จิตก็มีศีลขึ้นมา มีสติที่รู้ทันจิตที่ฟุ้งซ่านไป จิตก็สงบขึ้นมาได้สมาธิ ถัดจากนั้นพอจิตใจอยู่กับเนื้อกับตัวแล้วต้องเดินปัญญา ถ้าเราไม่ได้เจริญปัญญาเราจะไม่ได้คุณค่าของศาสนาพุทธหรอก เพราะการรักษาศีล การทำสมาธิเนี่ย ถึงไม่มีพระพุทธเจ้านะ นักปราชญ์ทั้งหลายเขาก็สอนกันได้

ต้องมาเจริญปัญญาให้ได้ มาทำวิปัสสนานะ ถึงจะเป็นชาวพุทธแท้ๆได้รับประโยชน์จากพระศาสนาอย่างแท้จริง การเจริญปัญญาคือการเรียนรู้ตัวเอง สิ่งที่เรียกว่าตัวเราเองก็คือกายกับใจนะ เพราะฉะนั้นเราคอยมีสติรู้อยู่ที่กายมีสติรู้อยู่ที่ใจ รู้ไปอย่างสบายๆ รู้ด้วยจิตใจที่ตั้งมั่นจิตใจที่เป็นกลาง จิตใจที่มีสมาธิหนุนหลัง เพราะฉะนั้นจิตใจของเราต้องตั้งมั่นนะ สงบ ตั้งมั่น แล้วมาคอยรู้กายมาคอยรู้ใจ

เห็นกายทำงานเห็นใจทำงานไปเรื่อย ควรจะเห็นเหมือนเห็นคนอื่นนะ ร่างกายยืนเดินนั่งนอน เหมือนจะรู้สึกเหมือนกับว่าคนอื่นยืนเดินนั่งนอน ไม่ใช่ตัวเราแล้ว เห็นร่างกายหายใจออกร่างกายหายใจเข้า เนี่ยร่างกายมันหายใจไม่ใช่เราหายใจ จะไม่มีความรู้สึกว่าเป็นตัวเราจะเห็นเป็นเพียงวัตถุเท่านั้น เป็นก้อนธาตุนะ มีธาตุไหลเข้ามีธาตุไหลออก หายใจเข้าหายใจออก ก็แค่วัตถุเท่านั้นเอง ไม่ใช่คนไม่ใช่สัตว์ไม่ใช่เราไม่ใช่เขา

มาดูจิตดูใจนะ เดี๋ยวก็สุข เดี๋ยวก็ทุกข์ เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็ร้าย เฝ้ารู้ไปเรื่อย พวกเราเป็น.. ส่วนใหญ่คนรุ่นนี้เป็นพวกคิดมาก จิตคิดทั้งวันนะ คิดไปแล้วเดียวก็สุข คิดไปแล้วเดี๋ยวก็ทุกข์ มีมั้ยคิดแล้วทุกข์ บางทีเขาด่าเรามาสิบปีแล้วนะมาคิดใหม่ทุกข์ใหม่ เออ.. เป็นมั้ย โกรธใหม่ก็ได้ เรื่องตั้งนานแล้วนะ คิดซ้ำก็เป็นอีกนะ เนี่ยใจของเราชอบหลง หลงๆไปนะ ให้เราคอยมีสติรู้ทันนะ รู้ทันใจ ใจหลงไปคิดเรื่องนี้-รู้ทัน คิดแล้วเกิดความสุขก็รู้ทันว่ามีความสุขแล้ว ความทุกข์เกิดขึ้นในใจเราก็รู้ทันนะ กุศล-อกุศล โลภโกรธหลงอะไรเกิดขึ้นในใจ คอยรู้ทัน รู้เฉยๆ

ในขั้นของการเดินปัญญา ไม่เหมือนในขั้นของการทำสมาธิ ขั้นการทำสมาธินี่นะ จิตไม่ดีทำให้ดี จิตไม่สุขทำให้สุข จิตไม่สงบทำให้สงบ แต่ในขั้นปัญญาเนี่ย จิตไม่ดีรู้ว่าไม่ดี จิตไม่สุขรู้ว่าไม่สุข จิตไม่สงบรู้ว่าไม่สงบ รู้ลูกเดียวเลย รู้อย่างที่มันเป็นนะ เราจะเห็นเลยความสุขที่เกิดขึ้นในใจเราก็อยู่ชั่วคราว ความทุกข์ก็ชั่วคราวนะ โลภโกรธหลงอะไรๆก็ชั่วคราว นี่หัดดูลงไปนะ ทุกอย่างในชีวิตนี้เป็นของชั่วคราว นี่ล่ะคือการการเดินปัญญานะ ดูลงไป ค้นคว้าพิจารณาลงไปนะ

ถ้าจิตมันไม่ยอมดูของมันเองก็ต้องช่วยมันคิดช่วยมันพิจารณาก่อนในเบื้องต้น ยกตัวอย่างพิจารณาร่างกายนะ เป็นปฏิกูล เป็นอสุภะ เป็นธาตุเป็นขันธ์ นี่คือช่วยมันคิดก่อน แต่ถ้าจิตมันมีปัญญามีกำลังพอนะ มันจะเห็นเอง ร่างกายที่หายใจอยู่ไม่ใช่เรา จิตใจที่สุขจิตใจที่ทุกข์นั้น ความสุขความทุกข์ นั้นก็ไม่ใช่เรา จิตเป็นธรรมชาติรู้ จิตรู้ว่ามีความสุข จิตรู้ว่ามีความทุกข์ ตัวที่รู้นี้ก็ไม่ใช่เรา ตัวเราไม่มี ฝึกไปเรื่อยๆนะแล้วเราจะเห็นความจริงว่าตัวเราไม่มีหรอก

ภาวนาจนล้างความเห็นผิดว่ามีตัวเรา มีตัวตน ถ้าตัวเราไม่มีแล้วใครจะทุกข์ล่ะ ก็ขันธ์ ๕ มันทุกข์นะ ไม่ใช่เราทุกข์อีกต่อไปแล้ว เนี่ยเฝ้ารู้เฝ้าดูต่อไปนะ สติปัญญาแก่รอบขึ้นไปเรื่อย มันจะเห็นเลยว่าขันธ์ ๕ มีแต่ทุกข์ล้วนๆ อย่างพวกเราตอนนี้ปัญญาเราไม่พอ ศีลสมาธิปัญญาต้องฝึกให้แก่รอบนะ วันหนึ่งถึงจะพอ ถ้าพอจริงจะเห็นเลย กายนี้ทุกข์ล้วนๆ จิตนี้ทุกข์ล้วนๆ

พวกเราไม่เห็นหรอก พวกเราเห็นว่าร่างกายนี้เป็นสุขบ้างเป็นทุกข์บ้าง ใช่ม้้ย เห็นมั้ยว่าจิตนี้เป็นสุขบ้างเป็นทุกข์บ้าง เห็นอย่างนี้ใช่มั้ย นี่เราไม่รู้จริงหรอก พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ ท่านไม่ได้บอกว่าทุกข์บ้างสุขบ้างนะ เพราะฉะนั้นเรายังไม่ได้เห็นอย่างที่พระพุทธเจ้าสอนหรอก เพราะฉะนั้นเรายังไม่ได้พ้นทุกข์หรอกนะ เพราะฉะนั้นต้องรู้ลงไปในกายรู้ลงไปในใจบ่อยๆ อย่าใจลอยนะ รู้สึกอยู่ในกายรู้สึกอยู่ในใจบ่อยๆนะ วันหนึ่งเราจะเห็นได้ว่ากายนี้ทุกข์ล้วนๆเลย

ยกตัวอย่างนั่งอยู่ก็ทุกข์นะ เดินอยู่ก็ทุกข์ นอนอยู่ก็ทุกข์ หิวก็ทุกข์ อิ่มก็ทุกข์ ง่วงก็ทุกข์นะ เจ็บป่วยขึ้นมาก็ทุกข์ นั่งอยู่เฉยๆก็คัน มีมั้ยนั่งแล้วไม่คัน คันก็ทุกข์นะ ทีนี้พวกเราพอทุกข์นะ เราก็เปลี่ยนอิริยาบถปับเลย เรายังไม่ทันจะรู้สึกเลยว่าทุกข์ ยกตัวอย่างคันขึ้นมารีบเกาเลย ยังไม่ทันรู้ตัวเลยว่าคันนะ เกาไปก่อนแล้ว เราก็ไม่เห็นทุกข์ มันเมื่อยขึ้นมาเราก็ขยับซ้ายขยับขวานะ เรายังไม่ทันรู้สึกเลยว่าเมื่อยนะ ยังไม่ทันรู้เลยว่ากายนี้เป็นทุกข์ ขยับหนีความทุกข์ไปเสียก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นก่อนที่จะขยับตัวนะ รู้สึกตัวเสียก่อน ก็จะเห็นว่ามีแต่ทุกข์ล้วนๆเลยนะ

จิตใจนี้ก็เหมือนกันนะ คอยรู้ทันบ่อยๆจะเห็นว่ามีแต่ทุกข์ล้วนๆเลย ถ้าเห็นว่ามีแต่ทุกข์ล้วนๆเมื่อไหร่ก็ข้ามโลกได้แล้วนะ ถ้ายังเห็นว่าทุกข์บ้างสุขบ้างก็ไปไหนไม่รอดหรอก

ก็ฝึกเอานะ ขั้นแรกเลย รักษาศีล อุตส่าห์แต่งขาวๆน่ะ อย่าปากร้ายนะ ปากร้ายนี้มันมาจากใจร้ายก่อน ใช่ม้้ย แล้วมันลดลงมา เพราะฉะนั้นเรามีศีลไว้ก่อนนะ ต่อไปเราก็มาฝึกใจให้สงบ กายสงบวาจาสงบแล้วด้วยศีล ฝึกให้ใจสงบด้วยสมาธิ แล้วก็ขั้นสุดท้ายฝึกให้จิตเกิดปัญญาด้วยวิปัสสนา กิเลสมี ๓ ขั้นนะ กิเลสอย่างหยาบเนี่ยคือ โลภ โกรธ หลง ของหยาบที่สุด สู้ด้วยศีลนะ กิเลสอย่างกลางชื่อนิวรณ์ สู้ด้วยสมาธิ ใจอยู่กับเนื้อกับตัว ใจไม่ฟุ้งไป จิตมีสมาธิ นิวรณ์ครอบงำไม่ได้ กิเลสที่ละเอียดที่สุดนะ คือความเห็นผิด คืออวิชา ความเห็นผิด คือมิจฉาทิฎฐิ เราสู้ด้วยความเห็นถูก รู้ลงในกายรู้ลงในใจดูว่าจริงๆมันเป็นอย่างไร จริงๆมีแต่ทุกข์นะ ดูไป เอ้า..เท่านี้เนาะ เทศน์แค่นี้ก็ถึงนิพพานแล้วล่ะ เหลือแต่ทำเอา ก่อนจะถึงนิพพาน ศีล ๕ ก่อนเน่อ เดี๋ยวหลวงพ่อต้องไปแล้วล่ะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่เกาะสีชัง จ.ชลบุรี
เมื่อวันจันทร์ที่ ๘ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓

File: 530308
Whole track

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จะมีปัญญา ต้องหัดเจริญปัญญา

Video link : youtu.be/nRfMG5t5-OE

ศาลากาญจนาภิเษกรำลึก (ศาลาลุงชิน)

หลวงพ่อปราโมทย์ : มันอยู่ที่ว่า.. นักปฏิบัติก็ยังมีจำนวนพอสมควรนะ แต่ว่ามันอยู่ตรงที่ว่าภาวนาผิด ไปเพ่ง ไปจ้อง เพ่งจ้องนิ่งเอาไว้เฉยๆ ไปเพ่งไปจ้องให้จิตมันนิ่ง หรือบังคับร่างกายบังคับจิตใจ ไม่ทำให้เกิดปัญญา ต้องปล่อยให้กายมันทำงานแล้วมีสติตามรู้ไป คอยเห็นว่าร่างกายไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ปล่อยให้จิตมันทำงาน มีสติตามรู้ จิตตั้งมั่นเป็นคนดูอยู่ เห็นสิ่งทั้งหลายทั้งปวงเป็นสิ่งที่แปลกปลอมเข้ามา มาแล้วก็ไป มาแล้วก็ไป ถ้าดูได้อย่างนี้นะ ก็ใช้เวลาไม่นานหรอก พอเราภาวนาไปถึงจุดหนึ่ง จิตมันจะปิ๊ง ปิ๊งขึ้นมานะ รู้ ไม่มีตัวเรา ตัวเราหายไปแล้ว

นักปฏิบัติสมัยก่อนนะ ติดสมถะกันแทบทั้งนั้นเลย ทำแต่สมาธิ สงบ นิ่ง เฉยเลย หวังว่าทำสมาธิมากๆแล้วจะหลุดพ้น จะเกิดปัญญา ไม่เกิดหรอก นี่หลวงพ่อเห็นเว็บของติกน่ะ พัลวันน่ะ ตึก ไปเอาที่หลวงพ่อเคยพูดบ่อยๆ ที่ไตรภพสัมภาษณ์หลวงตา เอามาลงนะ ไปดูสิ มีพยานแล้วนะ เมื่อแต่ก่อนเราพูด บางคนก็บอกว่าเราแต่งเองหรือเปล่าวะ หลวงตาจะเอามาพูดเหรอ มีหลักฐานแล้วนะ นั่นถอดมาคำต่อคำเลย ถามว่า ถ้ามีศีลมีสมาธิแล้ว มันจะมีปัญญามั้ย ไม่มี คนละเรื่องกัน แล้วทำยังไงจะเกิดปัญญา ก็ต้องเดินปัญญาสิ ต้องพิจารณา พิจารณาเนี่ยไม่ใช่.. แต่เบื้องต้นมันก็คิดเอานะ สำหรับคนที่ติดความสงบก็ต้องคิดเอา เบื้องปลายแล้วการพิจารณาไม่ได้แปลว่าคิดแล้ว หลวงพ่อพุธ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย – ผู้ถอด) ท่านอธิบายดี พิจารณาคือตัววิจารณ์ (พิจารณา เป็นศัพท์ที่มีรากมาจากภาษาสันสกฤต วิจาร เป็นศัพท์ที่มีรากมาจากภาษาบาลี มีความหมายอย่างเดียวกัน – ผู้ถอด) ใจมันเคล้าเคลียเรียนรู้อยุ่อย่างนั้น เรียกว่า พิจารณา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลท่าพระ
อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แสดงธรรมที่ศาลากาญจนาภิเษกรำลึก (ศาลาลุงชิน)
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖
นาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๒๙ – นาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๓๕
youtu.be/vkRxfKOP9P0

หลวงตามหาบัวแสดงธรรมในรายการทไวไลท์โชว์

ไตรภพ : อยู่บนศีล สมาธิ แล้วปัญญามันจะมาเอง?

หลวงตาฯ : หา.. อะไรจะมาเอง?

ไตรภพ : ปัญญาจะมามั้ยขอรับพระคุณเจ้า ถ้ามีศีล มีสมาธิตั้งมั่นแน่วแน่ ปัญญาจะมามั้ยขอรับ

หลวงตาฯ : ไม่มา

ไตรภพ : แล้วปัญญาจะมาได้อย่างไรขอรับ?

หลวงตาฯ : ก็พิจารณาทางด้านปัญญา

ไตรภพ : สาธุ..

หลวงตาฯ : คือศีลต้องเป็นศีล แต่เป็นเครื่องหนุนให้สมาธิเกิดขึ้นได้อย่างง่าย เช่น ผู้ปฏิบัติตัวด้วยศีลอันบริสุทธิ์แล้วนะ จิตจะไม่เป็นกังวลระแคะระคายในตัวของตนว่าเป็นผู้มีศีลด่างพร้อยอะไรๆ เพราะศีลสมบูรณ์แล้วก็มีความอบอุ่น จิตก็ไม่เป็นกังวล เมื่อจิตไม่เป็นกังวลแล้วทำสมาธิก็ลงได้เร็ว ลงได้เร็วแล้วเป็นสมาธิแน่วแน่เข้าไป สมาธิเป็นหลายขั้นหลายภูมิในภาคปฏิบัติ สำหรับทางด้านปริยัติที่เราจดจำมานั้น กับภาคปฏิบัติผิดกันมาก ต้องได้ผ่านทางภาคปริยัติและภาคปฏิบัติแล้วจะพูดได้อย่างฉาดฉาน คนเรานะ…

รายการทไวไลท์โชว์
ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๔๑
เวลา ๑๖:๐๐ น. – ๑๗:๐๐ น.
นาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๓ ถึงนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๕๕
youtu.be/TXZnYbYbpOg

ศาลากาญจนาภิเษกรำลึก (ศาลาลุงชิน)

หลวงพ่อปราโมทย์ : บางคนทำสมาธิ ส่วนใหญ่ไปติดสงบนะ เพ่งลูกแก้ว เพ่งพระพุทธรูป เพ่งไฟ เพ่งอยู่อย่างนั้น จิตสงบอยู่ในอารมณ์อันเดียว นั่นเป็นสมถะ แค่สมถะเท่านั้นเอง ยังไม่ถึงจิตตั้งมั่นด้วยซ้ำไป พอจิตตั้งมั่นแล้วก็ยังต้องมาแยกขันธ์อีก แยกขันธ์แล้วต้องมาดูขันธ์แสดงไตรลักษณ์ ที่ทำกรรมฐานหลายสิบปีแล้วยังไม่ได้ผล ก็เพราะเรื่องนี้แหละ ไปติดความนิ่ง สงบเฉยๆ ว่างๆ เห็นโน่นเห็นนี่นะ นั่งเห็นโน่นเห็นนี่ไป

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลท่าพระ
อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แสดงธรรมที่ศาลากาญจนาภิเษกรำลึก (ศาลาลุงชิน)
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖
นาทีที่ ๓๗ วินาทีที่ ๓๐ – นาทีที่ ๓๘ วินาทีที่ ๕
youtu.be/vkRxfKOP9P0

ดูเพิ่มเติม : การแยกขันธ์เป็นขั้นเจริญปัญญา http://wp.me/pNG1y-6gM #หลวงพ่อปราโมทย์ (Re-airing) http://www.dhammada.net/2013/12/06/24104/

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทำกุศลให้ถึงพร้อม พร้อมด้วยอะไร?

mp3 for download :ทำกุศลให้ถึงพร้อม พร้อมด้วยอะไร?

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : นิพพานมีอยู่จริงๆ นิพพานไม่ใช่โลกในอุดมคติ ที่พระพุทธเจ้าสร้างขึ้นมาหลอกเด็ก ให้คนทำดีเยอะๆแล้ววันหนึ่งจะนิพพาน ท่านไม่ได้บอกนะว่าทำดีเยอะๆแล้วจะนิพพาน จะถึงนิพพานได้ก็ต้องไม่ทำชั่วไม่ทำบาปทั้งปวง ทำกุศลให้ถึงพร้อม ทำจิตให้ผ่องแผ้ว ทำกุศลให้ถึงพร้อม พร้อมด้วยอะไร พร้อมด้วยศีล พร้อมด้วยสมาธิ* พร้อมด้วยปัญญา ไม่มีอะไรเลื่อนลอย ต้องทำเอา

*หมายเหตุ สมาธิในที่นี้ คือ สัมมาสมาธิ อันปรากฎอยู่ในอัฏฐังคิกมรรค หรือ มรรคที่มีองค์ประกอบ ๘ ประการ คือ สมาธิชนิดที่มีจิตตั้งมั่น มีสติและสัมปชัญญะประกอบ – ผู้ถอด


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
FILE : 560907B
CD : สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๑
ระหว่างนาที่ที่ ๓ วินาทีที่ ๔ ถึง นาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๓๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

มีสติก็มีศีลสมาธิปัญญา

mp3 for download : มีสติก็มีศีลสมาธิปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาพจากโรงเรียนรุ่งอรุณ โดย คุณ ปิยมงคล โชติกเถียร

หลวงพ่อปราโมทย์ :ภาวนากันดีๆเยอะนะ ตั้งอกตั้งใจเข้า เราไม่ขี้เกียจ ค่อยๆทำไป ขยันนะ แต่ไม่รีบร้อน รู้สึกตัวแล้วดูกายเขาทำงานดูใจเขาทำงาน ดูมันเรื่อยไป ดูมันทั้งชีวิตได้ก็ไม่เป็นไร จะได้มรรคได้ผลหรือไม่ได้ ไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ได้ทำเหตุ รู้เท่าทันใจของเราไปเรื่อย กิเลสอะไรเกิดเราก็รู้ทันเอา

ทำเหตุก็มีสติไว้นะ รู้เท่าทันใจของเราไปเรื่อย กิเลสอะไรเกิดเราก็รู้ทันเอา เรารู้ทันกิเลสได้ ศีลก็เกิดขึ้นเอง ไม่ต้องเจตนารักษาเลยล่ะ มันอัตโนมัติเลย แต่ถ้าสติเรายังไม่ไว เราก็ตั้งใจรักษาศีลเอาไว้ก่อน ศีลเบื้องต้นก็ตั้งใจรักษา พอชำนิชำนาญ สติเราดีขึ้นๆนะ ศีลอัตโนมัติมันเกิดขึ้น

ต้องฝึกจิตใจให้อยู่กับเนื้อกับตัว อาศัยสตินี้แหละ จิตมันเคลื่อนไปให้รู้ทัน จิตเคลื่อนไปให้รู้ทัน สมาธิก็เกิด มันมีสติรู้ทันกิเลสที่เกิดกับจิตใจเราก็ได้ศีล มีสติรู้ทันจิตใจที่เคลื่อนไป จิตก็ตั้งมั่นขึ้นมาได้สมาธิ มีสติระลึกรู้อยู่ในกายในใจ เห็นกายเห็นใจทำงานเรื่อยไป จิตตั้งมั่นไม่ถลำเข้าไป เวลาไปรู้กายก็ไม่ถลำเข้าไปในกาย เวลาไปรู้จิตก็ไม่ถลำเข้าไปในจิต ดูสบายๆเหมือนไปดูคนอื่น ปัญญามันก็เกิด

มันจะเห็นเลยว่า บรรดารูปธรรมและนามธรรมทั้งหลายนะ เป็นของชั่วคราว เกิดมาแล้วก็หายไปๆ เป็นของที่ถูกบีบคั้นทนอยู่กับที่ไม่ได้ ถูกทำลายตัวมันเองอยู่ตลอด เป็นของบังคับไม่ได้ เป็นไปตามเหตุไม่ได้เป็นไปตามที่เราสั่ง อย่างนี้เรียกว่าเจริญปัญญาอยู่ เมื่อปัญญาแก่รอบ อริยมรรคก็เกิด เกิดเอง เราไม่รีบร้อนให้เกิดนะ ถ้าเราคาดหวังเรารีบร้อนนะ ไม่เกิดหรอก จะลุกลี้ลุกลนไป


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๕ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๖
File: 560315A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๙
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๒ ถึงนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๒๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เมื่อภาวนามากเข้าก็จะเห็นว่า สภาวธรรมต่างๆเหมือนเล่นละครให้เราดู

mp3 for download : เมื่อภาวนามากเข้าก็จะเห็นว่า สภาวธรรมต่างๆเหมือนเล่นละครให้เราดู

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย
retouched by Dhammada.net

หลวงพ่อปราโมทย์ :สติก็ต้องละเอียดขึ้น ศรัทธา วิริยะ สติ ต้องดีขึ้นๆ สมาธิคือความตั้งมั่นของจิต จิตใจต้องอยู่กับเนื้อกับตัว จิตไหลไปแล้วรู้ จิตไหลไปแล้วรู้ รู้ไวๆ เอาสตินั้นแหละไปรู้ สมาธิก็จะเพิ่มขึ้นๆ ต่อไป จิตก็จะเป็นคนดู เห็นทุกอย่างแสดง รูปธรรมแสดงละครให้ดู นามธรรมแสดงละครให้ดู โลภโกรธหลงก็แสดงละครให้เราดู สุขทุกข์ก็แสดงละครให้เราดู ใจเป็นคนดู นี่เรียกว่าใจมีสมาธินะ

ปัญญาก็จะเกิด ก็จะเห็นเลย รูปธรรมที่แสดงละคร มันก็แค่ละคร ละครมันไม่ใช่ของจริงหรอก นามธรรมทั้งหลายนะ พวกความสุขความทุกข์ กุศล-อกุศลทั้งหลายนะ ก็แสดงละครให้เราดู ไม่ใช่ของจริงอะไรหรอก ไม่มีตัวมีตน ตัวจิตเองก็แสดงละคร เดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยววิ่งไปทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ ก็เล่นละครให้เราดูอีกนะ ปัญญามันก็เกิดนะ มีแต่ละครนะ มีแต่ของหลอกนะ มีแต่ภาพลวงตานะ
ขันธ์ ๕ นี้ไม่มีจริง (หมายถึง ไม่ถาวรจริง) มีขึ้นมาชั่วครั้งชั่วคราว เหมือนภาพลวงตา เหมือนความฝัน เหมือนพยัพแดด เห็นปัญญาแก่กล้า ก็ปล่อย

ปล่อยขันธ์ไปตามลำดับนะ เบื้องต้นก็ปล่อยรูปธรรมไปก่อน เบื้องปลายก็ปล่อยนามธรรม ปล่อยรูปธรรมได้ ได้พระอนาคา(มี) ปล่อยนามธรรมได้ก็หมดแล้ว จบกิจ ไม่มีธุระที่จะต้องปฏิบัติอีกแล้ว

ไปฝึกเอานะ ต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ แล้วจะรักพระพุทธเจ้า ไม่ใช่กูเก่งนะ ภาวนาแทบเป็นแทบตาย แล้วจะรู้สึกว่าพระพุทธเจ้าเก่ง ไม่ใช่กูเก่งหรอก เพราะกูไม่มี กูไม่มี มันว่างจากความเป็นตัวเป็นตน

เอ้าไปฉัน ไปทานข้าวกันไป


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๑๑ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
File: 560111A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๒ ถึงนาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

บรรลุธรรมได้ต้องพร้อมด้วย พละ ๕ ประการ คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา

mp3 for download : บรรลุธรรมได้ต้องพร้อมด้วย พละ ๕ ประการ คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย
retouched by Dhammada.net

หลวงพ่อปราโมทย์ :เรียนกรรมฐานนะ ตัวสำคัญมากเลย ก็คือ เราจะทำวิปัสสนาได้มั้ย หลายคนไม่รู้จักวิปัสสนากรรมฐาน รู้จักแต่เพ่ง กะว่าเพ่งไปเรื่อยๆแล้ววันหนึ่งจะบรรลุมรรคผล บรรลุไม่ได้หรอก เพ่ง

เพ่งอารมณ์อันเดียว เป็นสมถะ เรียกว่า “อารัมณูปนิชฌาน” เพ่งอารมณ์อันเดียว เพราะฉะนั้นถ้าไม่ได้ทำวิปัสสนา คือการเห็นรูปนามกายใจตามความเป็นจริง ไม่มีทางบรรลุมรรคผลนิพพาน เนี่ยต้องเห็นรูปนามตามความเป็นจริงไปเรื่อย

ก็มีข้อยกเว้นเหมือนกัน คนที่บารมีเต็มจริงๆนะ สมัยพุทธกาล บางคนเขาบารมีเต็ม ได้ยินคนสรรเสริญพระพุทธเจ้า จิตซึ่งมันเต็มแล้วนะ มันขาดเลยนะ ที่ได้พระโสดาฯก็มี บางคนไม่เคยเจอพระพุทธเจ้า ไม่เคยได้ยินคำว่ารูปนาม มีเยอะเลย สมัยพุทธกาล เพราะบารมีเขามาก ยกตัวอย่างอนาถปิณฑิกะนะ ไม่รู้จักขันธ์ ๕ ไม่รู้จักขันธ์ ๕ เลย ไปฟังคำพระพุทธเจ้า ฟังธรรมดาๆ ธรรมดานี่เอง ได้โสดาฯ นี่คือพวกที่เขาแก่กล้า เขาสะสมมามากพอแล้ว แค่ใจเขามีพลังเพิ่มขึ้นนิดเดียวก็ขาดเลย เป็นอย่างนั้นได้ต้องสะสมมาก่อน

พวกเราขาดทั้งสองอย่างนะ ขาดปัญญาบารมี ไม่ได้รู้รูปรู้นามมาให้มากพอ อีกอันขาดบุญบารมี กำลังบุญยังไม่พอที่จะตัด สมัยพุทธกาลนะ ตัด เขาตัดกันง่าย เขาเคยทำเคยสร้างของเขามา แต่ละคนๆไม่ใช่น้อยๆหรอก ขนาดว่าไม่เคยได้ยินเรื่องรูปนามนะ พอใจได้ยินพระพุทธเจ้า ได้ยินการสรรเสริญพระพุทธเจ้า ใจอิ่มเอิบใจนะ บุญมันเต็มขึ้นมา กำลังมันพอน่ะ คล้ายๆเคยซ้อมมาอย่างดีแล้ว พอแรงพอก็ขาดเลย

ทีนี้พวกเราก็ต้องค่อยๆพัฒนา ทั้งกำลังนะ ทั้งปัญญา ปัญญาจริงๆก็เป็นกำลังอย่างหนึ่ง หลวงพ่อแยกออกมาก็เพื่อให้เห็นชัดๆนะว่า เดินปัญญาไปแต่จิตไม่มีพลังเนี่ย ใช้ไม่ได้

ส่วนที่ทำให้จิตมีพลังเนี่ยเรียกว่า พละ ๕ มีศรัทธาเพียงพอมั้ย มีวิริยะมั้ย มีสติ มีสมาธิ มีปัญญามั้ย นี่ล่ะ พละ ๕ ถ้าพละ ๕ เพียงพอนะ ก็ขาด

บางคนมันขาดพละอื่นๆ สติ สมาธิ อะไรอย่างนี้นะ ไม่มี หรือศรัทธาไม่มีนะ เดินปัญญารวดไปเลย ปัญญาล้ำหน้าไป เก่งกว่าพระพุทธเจ้า บางคนดูถูกพระพุทธเจ้าเลยนะ บางคนปรามาสล่วงเกินพระพุทธเจ้า ถือว่ายิ่งปรามาสล่วงเกินได้นะ ยิ่งเท่ แสดงว่าไม่ยึดถือ นี่โง่สุดๆเลย นรกจะกินหัวเอา ไม่มีหูมีตา พูดส่งเดชไป สอนกันด้วยซ้ำไป ไม่ยึดถืออะไร เจอพระพุทธรูปนะ เหยียบเล่นก็ได้ อะไรก็ได้ เพราะไม่ยึดถือ เนี่ยพวกปัญญาล้ำหน้าเนี่ย อะไรก็ไม่ยึดๆ เพราะทุกอย่างว่างเปล่า ไม่มีตัวมีตน ศรัทธามีมั้ย ไม่มีศรัทธาอะไรเลย กูเก่งลูกเดียวเลย มีวิระยะมั้ย ไม่มีวิริยะ ไม่เร่งขยันหมั่นเพียรปฏิบัตินะ เอะอะก็จะว่างๆ ไม่ยึดถืออะไรเลย สติมีมั้ย ไม่มีหรอก กิเลสท่วมหัวมองไม่เห็น สมาธิมีมั้ย ไม่มี มีแต่ความฟุ้งซ่าน เนี่ยอันตรายมากเลยนะ เพราะฉะนั้นถ้ามีปัญญาอย่างเดียวนะ ตัวอื่นไม่มีเนี่ย เหลวไหลที่สุดเลย ต้องระมัดระวังนะ โดยเฉพาะคนที่จะไปสอนคนอื่นเขา ต้องระมัดระวัง จะไปสอนแต่ว่าจะให้เจริญปัญญารวดไปเลย ไม่ได้ อินทรีย์ ๕ (อีกชื่อหนึ่งของ พละ ๕ – ผู้ถอด) ต้องแก่กล้าเสมอกันไป พวกเราก็ค่อยๆฝึก


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๑๑ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
File: 560111A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๒ ถึงนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๑๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สมาธิ คือ สภาวะที่จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัว

mp3 for download : สมาธิ คือ สภาวะที่จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัว

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย
retouched by Dhammada.net

หลวงพ่อปราโมทย์ :เรามาฝึกจิตฝึกใจของเราไม่ให้ออกนอกนะ จิตเคลื่อนไปรู้ว่าจิตเคลื่อนไป รู้ จิตจะอยู่กับเนื้อกับตัว สมาธิที่แท้จริง ถ้าจะพูดง่ายๆนะ ที่ว่าความตั้งมั่นๆน่ะ ถ้าจะแปลมาเป็นภาษาไทยยุคนี้นะ ก็คือสภาวะที่จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัว

พวกเราลืมเนื้อลืมตัวตลอดเวลานะ เรียกว่าไม่มีสมาธิ งั้นก็พยายามนะ ทุกวันต้องซ้อม ทุกวันต้องซ้อมไหว้พระสวดมนต์ สวดมากไม่ได้ก็สวดนิดๆหน่อยๆก็ยังดี ซ้อมไว้นะ อย่างน้อย อิติปิโสฯ สวากขาโตฯ สุปฏิปันโนฯ เอาให้ได้ แค่นี้ก็ยังดี นะโมฯได้มั้ย นะโมตัสสะฯได้มั้ย หรือ นะโมพุทธายะ นะโมอย่างโน้นอย่างนี้แล้วลืมนะโมตัสสะฯไม่ได้นะ ต้องซ้อมไว้ สวดไว้ แล้วก็นึกถึงพระพุทธเจ้า อะไรอย่างนี้นะ ใจก็จะมีความสุขขึ้นมา หายใจไป คราวนี้หายใจไปอย่างมีความสุข หายใจไปแล้วใจหนีไปคิด รู้ทัน ใจไหลไปอยู่ที่ลมหายใจแล้วรู้ทัน หายใจไปอย่างมีความสุขนะ แล้วก็รู้ทันไปเรื่อย

เบื้องต้นน่ะ ทำไมต้องไปสวดมนต์สวดอะไรก่อน เป็นการปรับให้ใจมีความสุขก่อน แต่ถ้าคนไหนขี้เกียจสวดมนต์มากเลยนะ ไปเริ่มต้นด้วยการสวดมนต์แล้วจะขี้เกียจหนัก ถ้าไม่ชอบ ใจจะไม่สงบนะ เพราะฉะนั้นเบื้องต้นทำอะไรให้มัน Relax เสียก่อน พอใจเราฟุ้งมาก วันนี้ฟุ้งมาก สวดมนต์ไม่ไหวแล้ว สวดมนต์แล้วหงุดหงิดนะ หาหนังสืออะไรมาอ่านสักเล่มหนึ่งนะ ที่ไม่ยั่วกิเลส หนังสือธรรมะ หนังสืออิงธรรมะ แต่อย่าอ่านหนังสือนิยายนะ อ่านนิยายอิงธรรมะไม่มีใครบรรลุธรรมหรอกนะ เพราะมันลุ้นพระเอกนางเอก อคติมันเกิด มันไม่เป็นกลาง ไม่ได้สมาธิจริงหรอก อ่านอย่างพุทธประวัติ ประวัติพระสาวกอะไรอย่างนี้นะ อ่านแล้วใจเคล้า ใจมีความสุขนะ พอใจมีความสุขนะ หรืออ่าน ใครเคยอ่านธรรมบทบ้าง อรรถกถาของธรรมบท ไปหาซื้อมาอ่านนะ มี ๘ เล่ม แนะนำ เป็นหนังสือแนะนำประจำปี ไปหาอ่านนะ เล่มเล็กๆหรอก เล่มขนาดพ็อกเก็ตบุ๊คเท่านั้นแหละ มีขายที่มหามกุฎ (มูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ๒๔๑ พระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ โทรฯ ๐-๒๖๒๙-๑๔๑๗ – ผู้ถอด Google Street View) โฆษณาให้เขาด้วย ไม่ได้ตังค์หรอก หลวงพ่อยังไปซื้อมาอ่านเลย สมัยเป็นโยม อ่านไปวันละเรื่องสองเรื่องนะ เวลาที่ใจเราฟุ้งซ่านมากก็มานั่งอ่าน วันนี้มีเรื่องพระโพธิละ อะไรอย่างนี้นะ วันนี้เรื่องพระวักลิ อะไรอย่างนี้ จะมีเรื่องแบบนี้ อ่านไปแล้วใจจะมีความสุขนะ ใจจะมีความสุข ไปนั่งสมาธิต่อแป๊บเดียวสงบเลย ถ้าใจฟุ้ง…. เค้นๆ เค้นๆ ไม่สงบหรอก

เพราะฉะนั้นถ้าไหว้พระสวดมนต์ได้แล้วสงบ ก็ไหว้พระสวดมนต์ แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆนะ หาหนังสือมาอ่านก็ได้ ให้ใจมันคลาย เมื่อใจมันคลายแล้วก็ค่อยมาไหว้พระสวดมนต์ มารู้ลมหายใจ แล้วก็มารู้ทันจิตไป ใจไหลแล้วรู้ ใจไหลแล้วรู้ ต่อไปจากนี้นะ ง่าย ไม่ต้องเริ่มต้นไกลเลย คิดถึงพระพุทธเจ้านิดหน่อยก็พอแล้ว ใจจะสบายมีความสุข คิดถึงพระพุทธเจ้าแล้ว นะโมตัสสะ ยังไม่ทันภะคะวะโต จิตก็สงบแล้ว เอา.. ค่อยๆฝึก


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันจันทร์ที่ ๓๑ เดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า
File: 551231A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๕๓ ถึงนาทีที่ ๒๗ วินาทีที่ ๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ฝึกสมาธิ สำคัญที่มีสติรู้ทันจิต ไม่ใช่ท่าทางร่างกาย

mp3 for download : ฝึกสมาธิ สำคัญที่มีสติรู้ทันจิต ไม่ใช่ท่าทางร่างกาย

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย
retouched by Dhammada.net

หลวงพ่อปราโมทย์ :ทำสมาธิ ไม่ถนัดนั่งก็เดิน ไม่ถนัดเดินก็นั่ง ตัวสำคัญไม่ใช่อยู่ที่ท่านั่งท่าเดิน ไม่ใช่เดินท่าไหนถูก นั่งท่าไหนถูก จะเอามือไว้ตรงไหน เรื่องไร้สาระเลย อันนั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัว คนไหนจะถนัดเอามือไว้ตรงไหนก็เอาไป จุดสำคัญคือรู้ทันจิต เพราะฉะนั้นบทเรียนในการทำสมาธิท่านถึงเรียกว่า “จิตตสิกขา” ไม่ใช่ให้เรียนเรื่องกายเรื่องจะเอามือเอาไม้ไว้ที่ไหนหรอก ใครจะถนัดเอามือไว้อย่างไรก็เอาไว้อย่างนั้นแหละ

มีคราวหนึ่งนะ หลวงพ่อไปหินหมากเป้ง ตอนนั้นหลวงปู่เทสก์ยังอยู่ ท่านสรางมณฑปใหม่แล้วท่านไปอยู่ในมณฑป กุฏิเก่ายังไม่รื้อ เป็นไม้ ท่านให้หลวงพ่อไปพักที่กุฏิเก่าของท่าน กุฏิเก่ากับมณฑปนี้ห่างกันนิดเดียว จากกุฎิเก่ามองเข้าไปทะลุ ผนังเป็นกระจก มณฑปนั้นเป็นกระจกนะ มองเห็นท่านได้ทั้งคืนเลย เราไปถึงก็เนื้อยเหนื่อยนะ ไปถึงแต่มืดเลยเดินทางมาทั้งคืนแล้ว ไปถึงหินหมากเป้งตอนเช้า ไม่ได้พักนะ ภาวนาไปอะไรไป กะว่าค่ำๆจะนอน หลวงปู่ให้ไปอยู่กุฏิเก่าของท่าน มองเห็นท่านอยู่ ท่านเดินจงกรมอยู่เราไม่กล้านอนน่ะ ครูบาอาจารย์ยังไม่นอนเลย ลูกศิษย์นอนก่อน เสียสถาบันนักปฏิบัติ ก็นั่งสมาธิ เดินก็ไม่ไหวแล้ว หนาวพิลึกพิลั่นเลย คอยนั่งสมาธิ คอยลืมตา หลวงปู่ยังเดินอยู่ กะว่าสี่ทุ่มท่านคงพักมั้ง ปลอบใจตัวเอง เปล่าสี่ทุ่มก็ไม่พักนะ ห้าทุ่ม ห้าทุ่มแล้วหลวงปู่ พอเสร็จแล้วดึกๆมากนะ เห็นท่านพัก ท่านพักเราก็รีบนอนเลย นอนไปจนถึงตีหนึ่งกว่าๆ ตีสองอะไรอย่างนี้ อู๊ยมันหนาวจัดนะ ตื่นมา ชะโงกดู อุ๊ย..หลวงปู่มาเดินอยู่อีกแล้ว ต้องลุกขึ้นนั่ง หนาวแทบตายเลย

เห็นท่านเดินจงกรม เป็นเงาตะคุ่มๆนะ มืดๆ ท่านไม่ได้เปิดไฟอะไรไว้ ในห้องที่ท่านอยู่มืดๆ แต่พอมองเห็น เพราะผนังมันเป็นกระจก ด้านหนึ่งพระจันทร์มันก็ส่องอะไรอย่างนี้ เห็นท่านเดินตะคุ่มๆ ใจก็สงสัยขึ้นมา เอ๊..หลวงปู่ หลวงปู่เดินจงกรมเนี่ย หลวงปู่เอามือไว้ตรงไหน ไว้อย่างนี้หรือเปล่า หรือว่าเอาไว้อย่างนี้ แต่ละสำนักเขาสอนไม่เหมือนกัน นึกถามท่านนะ ถามจบปุ๊บท่านก็.. เนี่ย เดินอย่างนี้เลยนะ อ๋อเข้าใจแล้วครับ พอใจบอกว่าเข้าใจแล้วครับ ท่านก็เอามือเก็บ

มันไม่ได้อยู่ที่ท่าทาง อยู่ที่สติ พออีกวันไปหาท่าน ท่านก็พูดเรื่องการปฏิบัติ ให้ทำด้วยความมีสติ เพราะฉะนั้นอิริยาบถท่าทางอะไร ใครถนัดอะไรก็เอาอันนั้นแหละ บางคนแกว่งแขนแล้วสติกระเด็นไปหมดเลยใช่มั้ย ก็เลยชอบให้นิ่งๆ มือเคลื่อนไหวมากๆนะจิตใจกระเจิดกระเจิงไป บางคนเดินเร็ว บางคนเดินช้า นั่นไม่สำคัญหรอก สำคัญที่รู้ทันจิต เพราะฉะนั้นเดินไปแล้วให้มีสติรักษาจิตอยู่ จิตหนีไปแล้วรู้ทัน จิตไปคิดแล้วรู้ทัน จิตไปเพ่งรู้ทัน เนี่ยจะได้สมาธิขึ้นมา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันจันทร์ที่ ๓๑ เดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า
File: 551231A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๓๒ ถึงนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๕๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ต้องฝึกทุกวัน

mp3 for download : ต้องฝึกทุกวัน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ :ใจเราก็ต้องมีสมาธินะ ค่อยๆฝึก สมาธิให้ใจมันตั้งมั่นออกมา สมาธิไม่ใช่แปลว่าสงบ สมาธิแปลว่าใจตั้งมั่น ความตั้งมั่นของจิต ให้คอยรู้ทันเวลาจิตมันไหลไป จิตมันเคลื่อนไป

ยกตัวอย่างเราหัดไป ทุกวันต้องซ้อมนะ พุทโธพุทโธไป หายใจไป ทุกวันต้องทำ ทำวันหนึ่ง ๑๐ นาทีก่อนก็ยังดี ต่อไปจะเพิ่มได้เอง พอเห็นผลของการปฏิบัติแล้ว มันจะเพิ่มเวลาปฏิบัติเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ

ทุกวันทำในรูปแบบนะ พุทโธไป หายใจไป อะไรอย่างนี้ แล้วคอยรู้ทัน จิตหนีไปคิดรู้ทัน จิตเคลื่อนไป รู้ทัน จิตจะเคลื่อนไปได้ ๒ แบบนะ จิตเคลื่อนไปคิดเนี่ย จิตจะไหลสะเปะสะปะไป กับเคลื่อนไปเพ่ง อย่างรู้ลมหายใจนะ ก็เคลื่อนไปคิดบ้าง เคลื่อนไปเพ่งลมหายใจบ้าง พุทโธพุทโธนะ ก็เคลื่อนไปคิดบ้าง เคลื่อนไปเพ่งจิตไว้บ้าง จะเคลื่อน ดูท้องพองยุบ จิตก็เคลื่อนไปคิดบ้าง เคลื่อนไปเพ่งท้องบ้าง ไปเดินจงกรมนะ ก็เคลื่อนไปคิดบ้าง เคลื่อนไปเพ่งเท้าบ้าง บางคนเพ่งร่างกายทั้งร่างกาย บางคนไปแปลคำว่า “รู้ตัวทั่วพร้อม” เป็นการเพ่งทั้งตัวเลย เพ่งร่างกายทั้งตัวเลยนะ เนี่ย อย่างนี้เรียกว่าเพ่งทั้งตัว ทำอะไรรู้หมดเลยนะ แต่ใจมันจะแข็งๆ อย่างนี้ใช้ไม่ได้จริง

เพราะฉะนั้นเราฝึกไปให้สบาย ถึงเวลาไหว้พระสวดมนต์ ทำสมาธิ ไม่ถนัดนั่งก็เดิน ไม่ถนัดเดินก็นั่ง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันจันทร์ที่ ๓๑ เดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า
File: 551231A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๕ ถึงนาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๓๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทำสมาธิ ก็ต้องเสียสละความเห็นแก่ตัว

mp3 for download : ทำสมาธิ ก็ต้องเสียสละความเห็นแก่ตัว

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ :จะทำสมาธิก็ต้องไม่เห็นแก่ตัว ศัตรูของสมาธิก็คือกามนั่นเอง กามนั้นเป็นเรื่องเอร็ดอร่อยของชาวโลกที่ไม่เห็นทุกข์เห็นโทษของกาม ก็ต้องสละความสุขความสบาย แทนที่จะไปนอนกระดิกเท้าเล่นนะ ดูหนังฟังเพลงให้เพลินๆ ก็ต้องมานั่งสมาธิมาเดินจงกรม นี่ก็ต้องเสียสละเหมือนกัน เสียสละความสุขความสบายก็คือเสียสละกามไป

นี่ยเป็นเรื่องของการเสียสละทั้งนั้นเลย จะทำทาน การรักษาศีล การทำสมาธิ เป็นเรื่องที่ต้องเสียสละนะ แล้วก็ลดละความเห็นแก่ตัวเป็นลำดับๆไป สุดท้ายก็มาถึงขั้นของการเจริญปัญญา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันจันทร์ที่ ๓๑ เดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า
File: 551231A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๔๓ ถึงนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๒๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จิตรวมเข้ากับกายกลายเป็นกู

mp3 for download : จิตรวมเข้ากับกายกลายเป็นกู

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ : ส่วนใครชอบทำสมาธิ มาแยกมาเรียนต่างหาก ทำสมาธิแล้วมาดูกายหลวงพ่อก็สอนได้ ไม่ยากอะไร เคยทำ ไม่ใช่ไม่เคยทำ แต่เห็นว่าคนรุ่นเราเนี่ย ฟุ้งซ่านมาก คิดมาก ดูจิตนั้นง่ายที่สุดแล้ว เพราะนั่งสมาธิไม่เป็น นั่งสมาธิไม่ได้ ดูกายไม่ได้ดีหรอก ดูกายแล้วจะไม่เห็นว่า กายกับจิตมันคนละอันกันนะ กายมันทำงานจิตเป็นคนดู มันไม่ค่อยเห็นหรอก

จิตมันจะรวมเข้ากับกายเป็นก้อนเดียวกัน พอจิตรวมเข้ากับกายแล้วมันจะกลายไปเป็นอะไร “เป็นกู” จิตรวมเข้ากับกายกลายเป็นกูนะ จิตบวกกาย เท่ากับกู มีสมการนะ เอ้า..ต่อไปให้ส่งการบ้าน


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ต.บางพระ อ.ศรีราชา ชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๔ เดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๕
File: 550804B
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๖
ระหว่างนาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๕๐ ถึงนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๓๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ไม่มีศีล ไม่มีทาง ไม่ถึงความหลุดพ้น

mp3 for download : ไม่มีศีล ไม่มีทาง ไม่ถึงความหลุดพ้น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : นี่คือลักษณะธรรมะของพระพุทธเจ้านะ มักน้อย สันโดษ ไม่คลุกคลี เป็นไปเพื่อความมีศีล ศีลเป็นของดีของวิเศษ คนยุคนี้เห็นว่าศีลเป็นของคนโง่ คนฉลาดไม่ต้องมีศีล นี่แหละโง่ยิ่งกว่าโง่ธรรมดาเสียอีก

ศีลนั้นไม่ได้ถือไปเพื่อความลำบาก แต่ศีลนั้นถือไปเพื่อความสบาย คนมีศีลนั้นสบายใจ จิตใจสงบง่าย เป็นไปเพื่อสมาธิ มีสมาธิก็ไปเดินปัญญาต่อ มีปัญญาก็หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งหลายได้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีศีลเป็นพื้นฐานที่ดีนะ สมาธิจะไม่มีหรอก (ในที่นี้หมายถึง สมาธิเพื่อการเจริญปัญญา คือ การมีความรู้สึกตัว มีจิตตั้งมั่น มีสมาธิชนิดที่เรียกว่า ลักขณูปนิชฌาน หากไม่มีศีลก็สามารถทำสมาธิได้ แต่เป็นสมาธิชนิดที่เรียกว่า มิจฉาสมาธิ ซึ่งไม่นำไปสู่ความหลุดพ้น – ผู้ถอด) สมาธิไม่มี ปัญญาก็จะไม่มี ปัญญาไม่มีก็พ้นทุกข์ไม่ได้ เข้าถึงความบริสุทธิ์ไม่ได้

พวกเราต้องรักษาศีล ๕ ไว้ก่อน ไม่ต้องศีล ๘ ศีล ๑๐ อะไรหรอกนะ เป็นฆราวาสให้รักษาศีล ๕ เอาไว้

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓๐ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๓

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๙
File: 560209A
ระหว่างนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๕๖ ถึงนาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๔๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

มีสมาธิก็ต้องมีสติกำกับ

mp3 (for download) : มีสมาธิก็ต้องมีสติกำกับ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณความเอื้อเฟื้อภาพจากบ้านจิตสบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าเราพยายามตั้งใจรักษาศีล ๕ ใครมันจะหัวเราะก็ช่างมัน ตั้งใจฝึกจิตใจให้อยู่กับเนื้อกับตัว สภาวะที่จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัวนั้นแหละ คือสภาวะที่จิตทรงสมาธิที่ถูกต้องอยู่ ความรู้เนื้อรู้ตัวนี่ขาดไม่ได้เด็ดขาดเลย บางคนนั่งสมาธิจนกระทั่งโลกธาตุดับนะ ร่างกายหายไป โลกหายไป เหลือจิตดวงเดียว ก็ยังไม่ขาดความรู้สึกตัว จิตไม่ขาดสติ มีสติรักษาจิตอยู่ เพราะฉะนั้นสมาธิก็ต้องมีสติกำกับ ขาดสติเคลิ้มไป เป็นมิจฉาสมาธิทันทีเลย

มีศีล ตั้งใจงดเว้นการทำบาปอกุศลทางกายทางวาจา มาฝึกจิตให้อยู่กับเนื้อกับตัว ได้สมาธิที่ถูกต้อง แล้วก็ไม่ทรงสมาธิอยู่เฉยๆ ต้องน้อมจิต มีสติระลึกรู้ เห็นความเปลี่ยนแปลงของกาย เห็นความเปลี่ยนแปลงของใจเรื่อยไป มาดูความเปลี่ยนแปลง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖

File: 551208A
ระหว่างนาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๔๑ ถึงนาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๕๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

มีศีลแล้วใจก็ร่มเย็น

mp3 (for download) : มีศีลแล้วใจก็ร่มเย็น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณความเอื้อเฟื้อภาพจากบ้านจิตสบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ : ของอื่นนะ หวังว่าจะทำแล้วมีความสุข มันไม่ค่อยมีจริง มาฝึกจิตฝึกใจตนเอง ขัดเกลาจิตใจนะ ศีล สมาธิ ปัญญา ขัดเกลาไปเรื่อย ตั้งใจรักษาศีล ๕ ไว้ ใครมันจะว่าเราโง่ก็ช่างมันเถอะ คนฉลาดไม่มีความสุขเท่าเราหรอก เราถือศีล ๕ ได้ เราก็มีความสุขของเรา เรานึกถึงศีลที่เราถือดีแล้ว สมาธิก็เกิดแล้ว มีความร่มเย็นภายในใจ มีศีลแล้วใจก็ร่มเย็นนะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖

File: 551208A
ระหว่างนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๑๓ ถึงนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๕๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สังขารในปฏิจจสมุปบาท คือตัวเจตนา

mp3 for download : สังขารในปฏิจจสมุปบาท คือตัวเจตนา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :บางคนถนัดแยกรูปนามเป็นอินทรีย์ ๒๒ อินทรีย์ ๒๒ ฟังแล้วเยอะ จริงๆแล้วไม่มีอะไรเท่าไหร่หรอก ตาหูจมูกลิ้นกายใจก็เป็นอินทรีย์ ศรัทธาวิริยะสติสมาธิปัญญาก็เป็นอินทรีย์ ภาวะแห่งความเป็นผู้หญิงภาวะแห่งความเป็นผู้ชายก็เป็นอินทรีย์ แยกๆไปก็ไม่มีอะไร มีแต่รูปกับนามนั่นแหละ มีแต่รูปกับนาม

ปฏิจจสมุปบาทก็เป็นรูปกับนาม อวิชาเป็นนามธรรม สังขารเป็นตัวนามธรรม สังขารในตัวปฏิจจสมุปบาทคือตัวเจตนา ถ้าใครเขาถามเรานะว่าสังขารในปฏิจจสมุปบาทคืออะไร คือเจตนา เจตนาที่เป็นบุญบ้าง เจตนาที่เป็นบาปบ้าง เจตนาที่ไปสู่ความว่างบ้าง เป็นเจตนาที่ปรุงจิตไป


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑o เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๗
File: 531010B
ระหว่างนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๑ ถึงนาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๔๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การภาวนาต้องแยกธาตุแยกขันธ์

mp3 for download :  การภาวนาต้องแยกธาตุแยกขันธ์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : การภาวนาการเจริญวิปัสสนาหนีการแยกธาตุแยกขันธ์ไม่ได้เด็ดขาดเลย ถ้าแยกธาตุแยกขันธ์ไม่เป็น อย่าพูดเรื่องวิปัสสนาเลย ใช้ไม่ได้จริงหรอก ไม่เห็นสภาวะ ถ้าแยกธาตุแยกขันธ์ได้แล้ว จะถึงตัวสภาวะแท้ๆ สภาวะแท้ๆเค้าเรียกว่าปรมัตถธรรม อย่างความโกรธนี่เป็นสภาวะแท้ๆ คนไทยโกรธหรือคนจีนโกรธ คนฝรั่งโกรธ ก็ความรู้สึกอย่างเดียวกันเลย เป็นสภาวะแท้ๆเลย แต่คำว่าโกรธนี้ฝรั่งก็เรียกอย่างนึงคนไทยเรียกอย่าง คนจีนเรียกอย่าง อันนี้ไม่ใช่สภาวะไปเรียกว่าบัญญัติ จะเดินวิปัสสนาได้ ต้องเห็นตัวสภาวะแท้ๆเลย ตัวปรมัตถธรรมแท้ๆ อย่างไฟมันร้อน ความร้อนคนไทยถูกก็ร้อน คนจีนถูกก็ร้อน ความร้อนนี่ของจริง

งั้นต้องเรียนจนถึงตัวสภาวะแท้ๆหรือปรมัตแท้ๆ แล้วตัวปรมัตถธรรมแท้ๆนั่นแหล่ะจะสอนไตรลักษณ์ ถ้าไม่เห็นสภาวะธรรม ไม่เห็นปรมัตถธรรม จะไม่เห็นไตรลักษณ์หรอก ได้แต่คิดเรื่องไตรลักษณ์แต่ไม่เห็นหรอก

งั้นครูบาอาจารย์ท่านฟันธงเลยนะ บางองค์ท่านสอนเลย ถ้าไม่หัดแยกธาตุแยกขันธ์นะ ไม่พิจารณาแยกธาตุแยกขันธ์นะ อย่ามาพูดเรื่องเดินปัญญาเลย ไม่ได้เดินปัญญาจริงหรอก ถ้าแยกธาตุแยกขันธ์ไม่เป็น

เพราะนั้นทำความสงบเฉยๆใช้ไม่ได้ ต้องฝึกจนกระทั่งจิตเป็นผู้รู้ผู้ดูขึ้นมา ตรงนี้แหล่ะที่หลวงพ่อมาจ้ำจี้จ้ำไช จนบางคนนึกว่าหลวงพ่อไม่ให้ทำสมถะ เข้าใจผิดอย่างร้ายแรงเลย สมถะให้ทำไว้พักผ่อนน่ะก็ทำไปนะ แต่ต้องฝึกสมาธิชนิดใหม่ สมาธิที่ตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดู ถ้าไม่มีตัวนี้อย่ามาโม้เลยเรื่องวิปัสสนา ไม่มีหรอก ถ้าจิตตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดูได้ จะเห็นสภาวะธรรมไม่ได้ จิตต้องตั้งมั่นขึ้นมาเป็นผู้รู้ผู้ดูได้ ถึงจะเห็นสภาวะธรรมเห็นปรมัตถธรรมได้

งั้นเรานั่งสมาธิไปนะ นั่งไป เห็นร่างกายมันนั่งใจไปคนดู พอความปวดเกิดขึ้น ดูลงไปเลย ความปวดก็ของถูกรู้ถูกดู ร่างกายอยู่ส่วนนึงความปวดอยู่ส่วนนึง จิตอยู่ส่วนนึง เป็นผู้รู้ผู้ดูอยู่ ปวดมากๆเข้าจิตกระสับกระส่าย เห็นไหมความปวดอยู่ที่ขาแต่ความกระสับกระส่ายเกิดที่จิต เพราะนั้นความกระสับกระส่ายกับความปวดนี้คนละอันกัน ความกระสับกระส่ายหรือความปรุงที่จิตนี้เรียกว่าสังขารขันธ์ ความปรุงที่จิตนะเรียกว่าสังขารขันธ์ ร่างกายนี้เป็นส่วนของรูปขันธ์ ความรู้สึกสุขความรู้สึกทุกข์ เช่นความปวดความเมื่อยนี้เรียกว่าเวทนาขันธ์ พอความปรุงแต่งทางใจเกิดขึ้นเรียกว่าสังขารขันธ์ ตัวจิตเป็นวิญญาณขันธ์ เห็นไหมหัดแยกขันธ์นะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑o เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๗
File: 531010B
ระหว่างนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๕๖ ถึงนาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๓๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การประคองจิตการแต่งจิตเป็นเรื่องของสมาธิ

mp3 for download : การประคองจิตการแต่งจิตเป็นเรื่องของสมาธิ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

หลวงพ่อปราโมย์ : อย่าไปประคองจิต อย่าไปแต่งจิตเอา การประคองจิตการแต่งจิตเป็นเรื่องของสมาธิทั้งนั้น เป็นเรื่องของสมถะ เพราะฉะนั้นถ้าไปประคองจิตให้นิ่งให้ว่าง อยู่กับความไม่มีอะไรเลยไม่เหลืออะไรสักอย่าง แล้วบอกว่าดี อ้างหลวงปู่ดูลย์ได้ด้วยนะ บอกว่าตรงนี้ล่ะ “ว่าง สว่าง บริสุทธิ์ หยุดการปรุงแต่ง หยุดการแสวงหา หยุดกริยาของจิต ไม่มีอะไรเลย ไม่เหลืออะไรสักอย่าง” นั่นมันหยุดจอมปลอม หยุดด้วยสมาธินะ

ความหมายของหลวงปู่ดูลย์นั้น ตัวสิ่งที่ท่านพูดถึง “ว่าง สว่าง บริสุทธิ์ หยุดการปรุงแต่ง หยุดการแสวงหา หยุดกริยาของจิต ไม่มีอะไรเลย ไม่เหลืออะไรสักอย่าง” อันนั้นเป็นอริยผล

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๓
File 550106
ระหว่างนาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๓๑ ถึงนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เมื่อเจริญปัญญา จะเห็นแต่ทุกข์

mp3 for download : เมื่อเจริญปัญญา จะเห็นแต่ทุกข์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมย์ :ช่วงที่เราเจริญปัญญาเนี่ยไม่สุขแล้วล่ะ ไม่ใช่สุขแล้วล่ะ แต่จะเห็นทุกข์ ช่วงที่เราฝึกให้จิตตั้งมั่นมีสมาธิรู้สึกตัวขึ้นมา นั่นเป็นช่วงเสพสุข พอใจไหลไปแล้วรู้สึกตัวปุ๊บ พอรู้สึกตัวนะ ความสุขก็โชยขึ้นมา ไหลไปอีกรู้สึกอีก ความสุขก็โชยขึ้นมา

แต่ในขั้นเดินปัญญาจะเห็นเลยว่า รูปนี้ก็เป็นตัวทุกข์นะ จิตนี้ก็เป็นตัวทุกข์ ความรู้สึกสุขรู้สึกทุกข์นะ ก็เป็นตัวทุกข์ สุขก็เป็นตัวทุกข์ เพราะเป็นตัวที่เสียดแทง เป็นตัวที่ทนอยู่ไม่ได้ เวลาที่ความสุขเกิดขึ้น ถ้าพวกเราภาวนาเป็นนะ เราจะรู้เลยว่าความสุขนั้นเสียดแทงใจเรา ถ้าภาวนาชำนาญนะ จะรู้เลยว่า แค่ความสุขเกิดขึ้นนะ ก็เป็นส่วนเกินแล้ว มันเสียดแทงเราแล้ว ความสุขเองก็ยังอยู่ในกองทุกข์เหมือนกัน ไม่ใช่ของดีของวิเศษ

กุศล-อกุศลทั้งหลายก็เป็นตัวทุกข์ ไม่ใช่กุศลเป็นตัวสุขนะ กุศลทั้งหลายก็เป็นตัวทุกข์ อกุศลทั้งหลายก็เป็นตัวทุกข์

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๖
File 550701
ระหว่างนาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๕๓ ถึงนาทีที่ ๓๐ วินาทีที่ ๕๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Page 1 of 1012345...10...Last »