Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

จิตหนึ่ง จิตคือพุทธะ คือจิตพระอรหันต์

mp3 for download : จิตหนึ่ง จิตคือพุทธะ คือจิตพระอรหันต์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาพจากโรงเรียนรุ่งอรุณ โดย คุณ ปิยมงคล โชติกเถียร

หลวงพ่อปราโมทย์ : หลวงปู่ก็สอนอีกนะ บอกว่า ภายนอกมันว่างเปล่า คือไม่มีรูปลักษณ์ ภายในนั้นเหมือนท่อนไม้และก้อนหิน คือ ไม่มีการเคลื่อนไหว ท่านสอนลักษณะของจิตหนึ่ง จิตหนึ่งคือจิตของพระอรหันต์น่ะ

หลวงพ่อเคยได้ยิน บางคนบอกว่า ชอบคำสอนของหลวงปู่ดูลย์ ขณะนี้ปฏิบัติตามคำสอนของหลวงปู่ดูลย์ ก็ถามว่าปฏิบัติเรื่องอะไร ปฎิบัติตามเรื่องจิตคือพุทธะ อย่างนั้นก็เสร็จเลย จิตคือพุทธะ จิตหนึ่ง คือจิตพระอรหันต์ เราต้องปฏิบัติให้มันถูกเรื่องนะ อันนั้นเป็นปลายทาง เป็นผลของการปฎิบัติ ถ้าปฏิบัติต้นทางของการปฎิบัตินะ ท่านจะเจริญปัญญานะ มีญาณเห็นจิตเหมือนตาเห็นรูป คำสอนที่อ้างหลวงปู่ดูลย์ก็ต้องอ้างให้ถูกที่ด้วย อ้างผิดนะ มั่ว กลายเป็นการพยายามเลียนแบบจิตพระอรหันต์

จิตพระอรหันต์ ว่าง สว่าง บริสุทธิ์ หยุดการปรุงแต่ง หยุดการแสวงหา หยุดกริยาของจิต ไม่มีอะไรเลย ไม่เหลืออะไรสักอย่าง เราพยายามไปทำอันนี้ขึ้นมา มันเลยไม่ว่างจริง เพราะมันยังวิ่งวุ่นวายอยู่นะ ไปสร้างขึ้นมา ไม่สว่างจริงหรอก ยังประกอบด้วยโมหะอยู่ ประกอบด้วยอวิชาอยู่ ไม่บริสุทธิ์หรอก อวิชาก็ยังอยู่ ซ่อนอยู่ในจิต ยังปรุงแต่งอยู่ ปรุงแต่งอะไร ปรุงแต่งว่าง (ปรุงแต่งความว่างขึ้นมา – ผู้ถอด) ยังแสวงหาอยู่ แสวงหาอะไร แสวงหาว่าง ยังมีการไปยังมีการมา มีนิพพานแล้วมีเข้ามีออก บางทีสอนกันนะ บอกว่า บรรลุพระอรหันต์นะ จิตสงบสันติอยู่ภายในนิรันดร มีภายนอกภายในก็ไม่ใช่หรอก ยังมีนอกมีในยังมีธรรมที่เป็นคู่อยู่ ไม่ใช่ธรรมที่เป็นหนึ่ง ไม่ใช่จิตหนึ่งหรอก

บางทีอ้างหลวงปู่นะ อ้างว่าฝึกตามที่หลวงปู่สอนนะ มั่วซั่วเลย ไปเอาปลายทางมาเป็นต้นทาง ต้องฝึกต้นทาง ต้องมีญาณเห็นจิตเหมือนตาเห็นรูป


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๕ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๖
File: 560315A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๙
ระหว่างนาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๔๒ ถึงนาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๔๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สมถะ – วิปัสสนา

mp3 for download : สมถะ – วิปัสสนา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :ไปประคองจิตให้นิ่งให้ว่างอยู่เฉยๆนะ ไม่ใช่ทำวิปัสสนาหรอก< ไปทำของไม่เที่ยงให้มันดูเที่ยง ไปทำของซึ่งเป็นทุกข์ให้ดูเป็นสุข ไปทำของบังคับไม่ได้ให้บังคับได้ขึ้นมา สวนทางกับวิปัสสนาเลย/strong>

เพราะฉะนั้นถ้าไปได้ยินคำสอนประคองจิตให้นิ่งให้ว่างนิรันดรแล้วบรรลุ บอกเลยว่านั่นน่ะ สมถะ ถ้าเป็นวิปัสสนาต้องเห็นไตรลักษณ์ของจิต ใครจะนั่งสมาธิแล้วบอกว่าจะเอาชนะเวทนา นั่นสมถะ ถ้าจะเดินปัญญาเดินวิปัสสนาไปสู่มรรคผลนิพพานก็ต้องเห็นเวทนานั้นแหละตกอยู่ภายใต้ไตรลักษณ์ ต้องอย่างนั้นนะ

นั่งรู้ลมหายใจไม่ใช่นั่งให้จิตสงบ เห็นแสงสว่างแล้วเที่ยวออกไปข้างนอก ไม่ใช่ นั่นเป็นเรื่องของสมถะ นั่งรู้ลมหายใจก็เพื่อให้เห็นเลยว่าร่างกายที่หายใจอยู่นี้ไม่เที่ยง ร่างกายที่หายใจอยู่นี้เป็นทุกข์ ร่างกายที่หายใจอยู่ไม่ใช่ตัวเรา ก็ต้องเห็นอย่างนี้ ทำวิปัสสนาต้องเห็นไตรลักษณ์ จับหลักให้แม่นนะ

ถ้าเราหลักแม่นเวลาเราฟังใครเราจะรู้เลยว่าเขาพูดอยู่ในระดับ พูดในระดับของสมถะหรือวิปัสสนา ไม่งั้นมั่วนะ สอนสมถะแต่บอกว่าทำวิปัสสนา มันจะทำให้เราหลงทาง

แต่ว่าถึงเรารู้นะ เราไปฟังใครเขาพูด อาจารย์ไหนพูดนะ อย่าไปบอกเขานะว่าผิดนะ เออ!ก็ถูกของเขา เขาถูกอย่างของเขา หัดพูดประโยคนี้ดูบ้าง ใครมาถามหลวงพ่อว่าอาจารย์นั้นทำถูกมั้ย หลวงพ่อก็จะบอกว่า ก็ถูกอย่างของท่านนะ ก็ดีอย่างของท่านนะ อย่าไปบอกว่าถูกเหมือนกัน ดีเหมือนกันนะ ไม่เหมือนหรอก คนละเรื่องกัน เขาก็ดีอย่างของเขาน่ะ ยกตัวอย่างคนที่ไม่มีความสงบแล้วทำความสงบได้ก็ดีใช่มั้ย ก็ดี ดีอย่างของเขา แต่ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าหรอก ต้องแยกให้ออกนะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑o เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๗
File: 531010B
ระหว่างนาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๕๔ ถึงนาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๔๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การประคองจิตการแต่งจิตเป็นเรื่องของสมาธิ

mp3 for download : การประคองจิตการแต่งจิตเป็นเรื่องของสมาธิ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

หลวงพ่อปราโมย์ : อย่าไปประคองจิต อย่าไปแต่งจิตเอา การประคองจิตการแต่งจิตเป็นเรื่องของสมาธิทั้งนั้น เป็นเรื่องของสมถะ เพราะฉะนั้นถ้าไปประคองจิตให้นิ่งให้ว่าง อยู่กับความไม่มีอะไรเลยไม่เหลืออะไรสักอย่าง แล้วบอกว่าดี อ้างหลวงปู่ดูลย์ได้ด้วยนะ บอกว่าตรงนี้ล่ะ “ว่าง สว่าง บริสุทธิ์ หยุดการปรุงแต่ง หยุดการแสวงหา หยุดกริยาของจิต ไม่มีอะไรเลย ไม่เหลืออะไรสักอย่าง” นั่นมันหยุดจอมปลอม หยุดด้วยสมาธินะ

ความหมายของหลวงปู่ดูลย์นั้น ตัวสิ่งที่ท่านพูดถึง “ว่าง สว่าง บริสุทธิ์ หยุดการปรุงแต่ง หยุดการแสวงหา หยุดกริยาของจิต ไม่มีอะไรเลย ไม่เหลืออะไรสักอย่าง” อันนั้นเป็นอริยผล

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๓
File 550106
ระหว่างนาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๓๑ ถึงนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อานาปานสติ (ตอนที่ ๘) เดินปัญญาในอุปจารสมาธิ

mp3 for download: อานาปานสติ (ตอนที่ ๘) เดินปัญญาในอุปจารสมาธิ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

อานาปานสติ (ตอนที่ ๘) เดินปัญญาในอุปจารสมาธิ

อานาปานสติ (ตอนที่ ๘) เดินปัญญาในอุปจารสมาธิ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทีนี้ถ้าคนไหนทำอานาปานสติ แล้วไม่สามารถเข้าฌานได้จะทำอย่างไร บารมีไม่ถึง ไม่เคยฝึกฝนมา เข้าฌานไม่ได้ ก็ทำอานาปานสติไป หายใจไป หายใจไป ลมมันตื้น สว่างขึ้นมา สบาย อย่าตามแสงออกไปเท่านั้นแหละ รู้เนื้อรู้ตัว สบาย จิตมันสงบอยู่นะ จิตมันสงบอยู่ แต่มันไม่ได้ไปเกิดปีติเกิดสุขอะไรขึ้นมา มันมีความสงบอยู่ในระดับหนึ่ง มันได้อุปจารสมาธิ ตรงอุปจารสมาธิเนี่ย นิมิตต่างๆมันเกิดได้ ถ้าหลงนิมิตไปก็เสียเวลา ถ้านิมิตเกิดขึ้นมาแล้วย้อนกลับมาดูที่จิตนะ นิมิตดับไปแล้วก็ หายใจไป ใจสบาย คอยรู้เนื้อรู้ตัวไปเรื่อย อะไรแปลกปลอมเข้ามารู้ทัน นี่เดินปัญญาอยู่ เดินปัญญาอยู่ในอุปจาระก็ได้ แต่ถ้าคนไหนชำนาญทั้งฌาน ชำนาญทั้งการดูจิตนะ จะไปเดินปัญญาอยู่ในฌาน

เห็นมั้ยทำอานาปานสติทำได้หลายอย่างนะ เป็นสมถะแบบเหลวไหลก็ได้ ตึงไปอ่อนไป แล้วก็ฟุ้งซ่านออกไปเลย ทำสมาธิให้เกิดอุปจารสมาธิก็ได้ ตรงนี้นิมิตเกิด อยากรู้อยากเห็นเลยบางทีหลอกๆ จิตมันหลอกเอาก็ได้ จริงบ้าง เท็จบ้าง แต่ตรงที่เคลิ้มๆไหลออกไปน่ะ เชื่อไม่ได้

ถ้าไม่หลงตามนิมิตนะ คอยดูสภาวะ ใจมันจะผุดความคิดขึ้นมา เดี๋ยวก็ไหวๆปั๊บๆๆ ขึ้นมานะ แล้วก็หายไป เดี๋ยวก็ไหวแป๊บๆ หายไป เราก็แค่รู้อยู่อย่างนี้ เราเดินปัญญาอยู่นะ เราจะเห็นว่า “ทุกสิ่งทีเกิด ดับทั้งสิ้น” นี่เดินปัญญาอยู่ในอุปจารสมาธิ พวกเราคนไหนทำตรงนี้ได้บ้าง ที่เรานั่งอยู่แล้วเราเห็นมันไหวๆแว้บๆๆ ขึ้นมา ยังไม่ได้เข้าฌานนะ ตรงนี้ จะเห็นว่าทุกอย่างมาแล้วก็ไป มาแล้วก็ไปนะ แต่ถ้าใจไหลตามไป ใช้ไม่ได้ ใจตั้งมั่นอยู่ เราเห็นทุกอย่างมันมาแล้วไป นี้เป็นการเดินปัญญาอยู่ในอุปจาระ

541106A.12m33-14m43

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
วันอาทิตย์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า

CD: 42
File: 541106A.mp3
นาทีที่ ๑๒ วินทาทีที่ ๓๓ ถึง นาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๔๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อานาปานสติ (ตอนที่ ๖) ลมหายใจ ต้องลงไปที่ท้อง

mp3 for download : อานาปานสติ (ตอนที่ ๖) ลมหายใจ ต้องลงไปที่ท้อง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

อานาปานสติ (ตอนที่ ๖) ลมหายใจ ต้องลงไปที่ท้อง

อานาปานสติ (ตอนที่ ๖) ลมหายใจ ต้องลงไปที่ท้อง

หลวงพ่อปราโมทย์ : พวกภาวนาไม่เป็นนะ มาหัดเริ่มหายใจ จะหายใจไปที่หน้าอก คนหายใจเป็นนะ หายใจลงไปที่ท้อง แปลกมั้ย เวลาจงใจหายใจ จะหายใจด้วยหน้าอกนะ เราหายใจตามธรรมชาติที่เราหายใจทุกวันนี้ มันหายใจลึกลงไปถึงท้อง ในความรู้สึกนะ ลมไม่เข้าท้องหรอก ไม่งั้นท้องป่องไปเลย ถ้าหายใจตามธรรมชาติ ท้องจะพอง ท้องจะยุบ หายใจแบบจงใจเกร็งไว้นะ หน้าอกจะพอง หน้าอกจะยุบ เหนื่อยนะ หน้าอกเขามีกระดูกหุ้มไว้ เขาไม่ได้เอาไว้พองเล่น พองไม่มากหรอก แต่ท้องขยายได้ หายใจแล้วสบาย

เพราะฉะนั้นทีแรกหายใจ มันจะลงไปลึกเลย หายใจไม่เป็นก็ลึกไประดับหน้าอก หายใจเป็นลึกระดับท้อง พอจิตเริ่มรวมจิตเริ่มสงบนะ หายใจจะตื้นขึ้นมา จะสั้น สั้น สั้น ขึ้นมา เหมือนมาอยู่ที่จมูกนั่นเอง พอลมหายใจขึ้นมาสูงขึ้นมา จิตมันจะสว่างขึ้นเรื่อยๆนะ จะสว่าง เนี่ยอย่างเรากำหนดอย่างนี้นะ เนี่ยสว่างขึ้นมาแล้ว ตรงที่จิตสว่างขึ้นมาแล้วเนี่ย มีทางแยก…

541106A.06m46-07m56

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
วันอาทิตย์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า

CD: 42
File: 541106A.mp3

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อานาปานสติ (ตอนที่ ๒) ทำสมาธิ อย่าส่งจิตออกไปข้างนอก

อานาปานสติ (ตอนที่ ๒) ทำสมาธิ อย่าส่งจิตออกไปข้างนอก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

อานาปานสติ (ตอนที่ ๒) ทำสมาธิ อย่าส่งจิตออกไปข้างนอก

อานาปานสติ (ตอนที่ ๒) ทำสมาธิ อย่าส่งจิตออกไปข้างนอก

หลวงพ่อปราโมทย์ : หลวงพ่อตอนเจ็ดขวบนะ หัดสมาธิ ตอนนั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย ครูบาอาจารย์ให้หายใจเข้าพุทหายใจออกโธ เราก็ทำ หายใจเข้าพุท หายใจออกโธ ไม่ได้น้อมใจให้เคลิ้ม จิตรวมรวดเร็ว นิมิตเราไม่เป็น สว่างขึ้นมานะ เราไปดูที่สว่าง มันเลยตามแสงสว่างไปเที่ยวข้างนอก อันนั้นไม่ดี จิตมันหลอนเอานะ จิตส่งออกนอก ต่อมาไปหลายๆวันนะ รู้สึกว่าไม่ดีแล้ว ไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไร เที่ยวออกไปข้างนอก หายใจแล้วไม่ให้มันไปข้างนอก

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
วันอาทิตย์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า

CD: 42
File: 541106A.mp3

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

มองโลกในแง่ดีบ้าง เราทำกรรมดีนะจึงเกิดมาในยุคที่ธรรมะยังเหลืออยู่

mp3 (for download): มองโลกในแง่ดีบ้าง เราทำกรรมดีนะจึงเกิดมาในยุคที่ธรรมะยังเหลืออยู่

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

มองโลกในแง่ดีบ้าง เราทำกรรมดีนะจึงเกิดมาในยุคที่ธรรมะยังเหลืออยู่

มองโลกในแง่ดีบ้าง เราทำกรรมดีนะจึงเกิดมาในยุคที่ธรรมะยังเหลืออยู่

หลวงพ่อปราโมทย์ : มองโลก มองแง่ดีบ้างนะ อย่าไปมองให้เครียดเกินไป ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก มาฝึกจิตฝึกใจของเรานะ เราต้องอยู่กับมันน่ะ เราต้องอยู่ในสังคมอย่างนี้แหละ บ้านเมืองมันเป็นอย่างนี้แหละ ไม่ต้องไปทุกข์กับมันหรอกนะ ช่วยทางไหนได้ก็ช่วยไป

เราก็ต้องทำกรรมเอาไว้นะ เราถึงต้องมาอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ สภาพแวดล้อมที่ธรรมะยังเหลืออยู่ กรรมดีนะไม่ใช่กรรมชั่ว ถ้าคนไหนทำกรรมมาไม่ดีตอนนี้ก็บอกว่าอยู่ในสังคมที่ไม่ดีเลย อยู่ที่เลือกอยู่ต่างหากนะ ฉลาดก็เลือกอยู่ในสังคมที่มีธรรมะ ธรรมะยังมีอยู่ เรามาศึกษาธรรมะกัน เรายกระดับจิตใจของเราขึ้นไป อกุศลให้ผลมาก็ไม่สนใจธรรมะ สนใจโลกๆก็เศร้าใจไปเรื่อย

ไม่แก้ที่อื่น แก้ที่อื่นก็ดีเหมือนกัน แต่มันแก้ลำบาก เรามาแก้ที่ใจเราก่อน อย่างน้อยเราสร้างสังคมที่ร่มเย็นนะ เป็นจุดเล็กๆขึ้นมารอบๆตัวเรา แต่ละคนมาเรียนธรรมะแล้วก็ใจเราร่มเย็นเป็นสุขขึ้นมา สังคมเล็กๆรอบตัวเราก็จะร่มเย็นขึ้น

อันแรกเลยในครอบครัว ที่มาเรียนธรรมะกับหลวงพ่อนะ แล้วจิตใจร่มเย็นเปลี่ยนแปลงไป คนในครอบครัวสัมผัสได้แล้วก็เลยมาเรียนกันทั้งครอบครัว ต่อไปก็ไปอยู่ในสังคมที่ทำงาน คนอื่นเขาปากกัดตีนถีบ ถีบคนอื่นกัดคนอื่นตลอดน่ะ

เรามีตาดูมีหูฟัง มีใจคิดสร้างสรร ต่อไปคนอื่นเขาเริ่มเห็นนะ เขามีความทุกข์มีความเดือดร้อนอะไร เขาก็มาถามเรา ทำไมดูเราผ่องใส ดูเราสดชื่น ท่ามกลางความวุ่นวาย เรามีความสุขอยู่ได้อย่างไร เขาสนใจขึ้นมา

ถ้าเราปฏิบัติให้เขาเห็นนะ ไม่ได้ไปนั่งสมาธิให้เขาเห็นหรอก แต่หน้าเรานะจะผ่องใสนะ ยิ้มแย้มแจ่มใส มีความสุข คนรอบๆตัวในที่ทำงานก็สัมผัสบ้าง พอเขาได้ศึกษาธรรมะขึ้น ต่อไปเขาก็ไปสร้างสังคมในครอบครัวของเขาบ้าง ให้ร่มเย็นขึ้นมา

นี่แก้ทั้งระบบเราทำไม่ไหวนะ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม เราช่วยกันสร้างจุดที่ร่มเย็นนะ จุดเล็กๆนี่แหละ ค่อยๆกระจายออกไป เผื่อว่าสังคมจะได้ร่มเย็นมากขึ้นในวันหนึ่งข้างหน้านะ ส่วนมากจะไปคิดแก้คนอื่น แก้ไม่ได้จริงหรอก

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔

CD: ๔๐
File: 540709B
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๐๑ ถึงนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๐๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

วิปัสสนูปกิเลส เกิดจากสมาธิไม่พอ จิตไม่ตั้งมั่น

mp 3 (for download) : วิปัสสนูปกิเลส เกิดจากสมาธิไม่พอ จิตไม่ตั้งมั่น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

วิปัสนูปกิเลส เกิดจากสมาธิไม่พอ  จิตไม่ตั้งมั่น

วิปัสนูปกิเลส เกิดจากสมาธิไม่พอ จิตไม่ตั้งมั่น

หลวงพ่อปราโมทย์ : เมื่อก่อนที่หลวงพ่อเคยไปเรียนจากหลวงปู่เทสก์ ท่านสอนบอกว่า เวลาเกิดวิปัสนู*เนี่ย เกิดเพราะว่าสมาธิไม่พอ เราฟังอย่างนี้เรายังไม่ get นะ เวลามันเกิดขึ้นมาจริงๆถึงได้ค่อยๆมาสังเกต อ๋อ..จิตมันไม่ตั้งมั่นนี่เอง จิตมันหลงไปข้างนอก หลงไปอยู่ในความว่างความสว่าง หลงไปอยู่ในปัญญา หลงไปอยู่ในความสุข ในความสบาย ความเย็น ความโล่ง ความว่าง หลงไปสารพัดรูปแบบเลย จิตมันไม่ตั้งมั่น ถ้าเมื่อไรจิตตั้งมั่น มันก็จะหลุดออกมา อันนี้เราเห็นมาด้วยการปฏิบัติอย่างนี้

เสร็จแล้ว เพิ่งมาเจอพระสูตรนี้ ที่ท่านพระอานนท์สอนไว้ เหมือนกันเปี๊ยบเลย วิปัสนูเกิดจากจิตไม่ตั้งมั่น ไหลออกไป จิตไม่ถึงฐานนั่นแหละ ที่หลวงพ่อเรียกว่าไม่ถึงฐาน

เพราะฉะนั้นเวลาพวกเราภาวนานะ ค่อยๆสังเกต เราดูจิตดูใจ หรือว่าดูกาย ก็เหมือนกันนะ ไม่ว่าทำวิปัสสนาด้วยอะไรเนี่ย เกิดวิปัสนูได้ทั้งสิ้นเลย ไม่ใช่ว่าดูจิตแล้วมีแต่วิปัสนู ดูกายไม่มีวิปัสนู เข้าใจผิด หลวงพ่อเจอคนติดวิปัสนูเยอะแยะไปหมดเลย กระทั่งในสำนักต่างๆของครูบาอาจารย์ก็มี ไม่ใช่ไม่มี

ถ้าทำวิปัสสนาถูกต้องนะ แต่เพิ่งเริ่ม เพิ่งเริ่มวิปัสสนาได้ไม่นานนะ ยังไม่ชำนิชำนาญพอเนี่ย สมาธิไม่พอ จิตไม่ตั้งมั่น จิตไม่ถึงฐานเนี่ย มันจะมัวแต่ดูอารมณ์ที่เกิดดับแล้วถลำออกไปดู พออารมณ์นั้นหมดไป วับไป มันโล่ง มันว่าง มันสว่างแล้ว คราวนี้ก็เลยไปค้างอยู่ตรงนี้เลย คิดว่านิพพาน เอาละเราเป็นพระอรหันต์แล้ว ตรงนี้ไม่มีกิเลสเลย คนที่ภาวนามาถึงตรงนี้แล้วคิดว่าเป็นพระอรหันต์นั้นมีหลายคน ตอนนี้แก้ไปได้หลายคนแล้ว บางคนก็แก้ไม่ได้เพราะไม่ยอมมาเจอเราเลย

มีบางคนไม่ได้มาเจอนะ หลวงพ่อบอกว่าไม่ถูกหรอก โมโหไปเลยนะหายไป หายไปนานๆกลับมาใหม่ บอกว่าสติแตกมาแล้ว ไม่ใช่แล้ว รู้แล้วว่าไม่ใช่ ก็บอกไปว่าใช่ มันไม่ใช่หรอก เพราะจิตไม่ถึงฐาน จิตมันไปอยู่นอกๆ

ทีนี้คนที่ไปเจอวิปัสนูว่างๆ ก็จะเกิดความสำคัญผิดว่าบรรลุพระอรหันต์ แล้วจะคิดว่า โอ้..เอาใจไปอยู่ในความว่างนี้แหละ คืออยู่กับนิพพาน อยู่กับสุญญตา นี่เป็นทางลัด ไม่ต้องมามีสติรู้กายรู้ใจก็ได้ ไปดูความว่างเอาไว้ นี่พวกนี้เป็นวิปัสนูนะ

ถ้าไปดูความว่างอยู่เนี่ย มันเดินปัญญาต่อไม่ได้ มันเป็นภพอันหนึ่งที่ตัวเองมองไม่ออกว่าเป็นภพ ไปติดอยู่อย่างนั้นแหละ แต่ถ้ารู้ทันเมื่อไหร่นะว่าจิตไม่ตั้งมั่น จิตไม่ถึงฐาน มันจะหลุดออกมาเลยนะ

*หมายเหตุ ‘วิปัสนู’ เป็นการเรียก วิปัสนูปกิเลส อย่างย่อๆ ซึ่งมาจากคำว่า วิปัสสนา กับคำว่า อุปกิเลส แปลว่า กิเลสละเอียดที่เกิดขึ้นจากการเจริญวิปัสสนา


CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๓๐
File: 520621.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๔๐ ถึง นาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๑๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่