Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ภัยของสังสารวัฏฏ์

mp 3 (for download) : ภัยของสังสารวัฏ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภัยของสังสารวัฏฏ์

ภัยของสังสารวัฏฏ์

หลวงพ่อปราโมทย์: เห็นมั้ยว่าปัญหา มันเป็นของคู่กับชีวิต พูดมานานแล้วนะ ปัญหามันเป็นของที่คู่กับชีวิตเรา แต่ความทุกข์เป็นส่วนเกินของชีวิต แยกกันให้ออก ปัญหามาถึงเราเมื่อไหร่ก็ได้ เราไม่ได้สร้างปัญหา ปัญหาก็มาหาเราได้นะ

ถ้ามองไกลออกไปแบบชาวพุทธ ถ้าเป็นพระพุทธเจ้าท่านมอง ท่านก็มองว่า ปัญหาทั้งหลายก็เป็นวิบาก เป็นผลของกรรม หนีไม่พ้นน่ะ ทุกคนต้องเจอ ขนาดพระพุทธเจ้าท่านก็เจอปัญหานะ ทีนี้ปัญหามาถึงชีวิตเมื่อไหร่ก็ได้นะ ชีวิต ไม่มีอะไรเลยก็เจ็บไข้ได้ป่วย แก่ไป ตายไป หรือคนที่เรารักต้องตายไปบ้าง พลัดพรากจากสิ่งที่รัก ต้องเจอสิ่งที่ไม่รัก อะไรอย่างนี้ สมปราถนาบ้าง ไม่สมปราถนาบ้าง เนี่ย ชีวิตมันมีแต่ปัญหาอย่างนี้นานาชนิดเกิดขึ้นตลอดเวลานะ หมดเรื่องนี้ก็มีเรื่องโน้น เราจะไปหวังว่าชีวิตเราต้องไม่มีอะไรเลย สบายตลอดเวลา มันเป็นไปไม่ได้ เราไม่ได้ทำแต่ความดีล้วนๆ

ขนาดพระพุทธเจ้านะ ในวันใกล้ปรินิพพาน ท่านยังบอกเลย ท่านถ่ายเป็นโลหิตนะ ก็เป็นวิบากของท่านนะ ท่านถูกใส่ร้าย ท่านจะถูกลอบฆ่า ถูกอะไรเหล่านี้ ท่านก็อธิบายได้ว่าเป็นวิบากของท่าน แต่พวกเรา เราไม่รู้หรอกว่าวิบากที่เราเจอนี้เป็นผลจากอะไร พวกเรายังไม่มีภูมิปัญญาจะรู้ได้ แต่ที่เรารู้ได้อย่างหนึ่งก็คือ ชีวิตนี้มีปัญหาตลอดเวลา เลี่ยงไม่ได้ เราไม่ได้สร้างนะปัญหาก็วิ่งมาถึงเรา ยกตัวอย่างเราขับรถดีๆนะ คนขับรถไม่ดีก็ชนเราได้ มันอยู่ที่เราจะเตรียมความพร้อมของตนเอง ว่าเมื่อปัญหาผ่านเข้ามาในขีวิตแล้ว ทำอย่างไรจะไม่ทุกข์ เรื่องนี้เรื่องใหญ่กว่า จะหนีปัญหามันหนีไม่ได้ เพราะเราไม่ใช่คนกำหนดคนเดียว ปัญหามากมายเลยที่เราไม่ใช่ผู้กำหนด

ยกตัวอย่าง บ้านเราก็อยู่ดีๆนะ ไฟไหม้บ้าน มาจากที่อื่นนะ มาไหม้บ้านเราอะไรอย่างนี้ เราไม่ได้กำหนดน่ะ ขับรถดีๆคนอื่นมาชนเรา อะไรอย่างนี้ เราไม่ได้กำหนดนะ หรือคนมาไอ มาจาม ใส่เรา เราติดเชื้อหวัดแปลกๆนะ เรากำหนดไม่ได้

เพราะฉะนั้นทำอย่างไร เวลาที่ปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ความทุกข์จะไม่เกิดขึ้น เรื่องนี้เรื่องใหญ่นะ นี่ล่ะวิถีของชาวพุทธ ปัญหามีได้แต่ว่าความทุกข์ไม่มี จิตที่ฝึกดีแล้วเนี่ย จะมีความสุข จิตที่คุ้มครองดีแล้วนะ ก็จะไม่ทุกข์ อยู่ที่เราต้องฝึกจิตฝึกใจของเรา

หลวงพ่ออยู่เฉยๆ ปัญหายังวิ่งชนเราอยู่ตลอดเลย รู้สึกมั้ย วิ่งชนตลอดเวลา ดูกรณีที่เกิดกับหลวงพ่อนะ มันเป็นตัวที่สะท้อนให้เห็นภัยของสังสารวัฏฏ์เลย ถ้าพูดอย่างชาวพุทธนะ มันไม่ใช่ความผิดของใคร ยกตัวอย่าง คนมาด่าหลวงพ่อ ก็ไม่ใช่ความผิดของเขา ถ้าพูดอย่างชาวพุทธแท้ๆเนี่ย มันเป็นความน่ากลัวของสังสารวัฏฏ์

สังสารวัฏฏ์นี้น่ากลัวจริงๆ กระทบกระทั่งกันไปอย่างนี้เองนะ กระทบกระทั่งน่ากลัว ภัยของสังสารวัฏฏ์ที่อาศัยเวียนว่ายตายเกิดอยู่นี้แหละ เลยต้องเจอกับปัญหานานาชนิด เพราะฉะนั้นเราไม่โทษใคร ถ้าจะโทษสักอย่างหนึ่งนะ โทษภัยของสังสารวัฏฏ์นี้แหละ ที่ต้องเวียนตายเวียนเกิด ทำให้ต้องเจอปัญหา เจอทุกข์ร้อนอะไรเยอะแยะไปหมด มองโลกให้กว้างๆไว้ แล้วจะพบว่าเราไม่มีศัตรูหรอก มองโลกให้กว้างขึ้นไป ไม่มีศัตรู สังสารวัฏฏ์เป็นอย่างนี้แหละ ถ้ามองด้วยความเข้าใจ มีความเมตตานะ ไม่ได้มีความโกรธความแค้น

ถ้าผู้ใดเห็นภัยในสังสารวัฏฏ์ก็ต้องขวนขวาย ขวนขวาย ทำอย่างไรเราจะพ้นจากมันไปได้ ตราบใดยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ ก็ไม่พ้นหรอก ปัญหา มีวิธีที่จะพ้นจากสังสารวัฏฏ์นี้ พระพุทธเจ้าท่านก็สอนไว้แล้ว ธรรมะของท่านหมดจดงดงาม บริสุทธิ์ เรามีหน้าที่แค่ว่า ศึกษาให้ถ่องแท้ ทำความเข้าใจ รู้วิธีที่จะเดินตามท่านไป เมื่อรู้วิธีเดินตามท่านถ่องแท้แล้ว ก็ขยันเดิน เรียกว่าทำให้ถูก ทำให้ถูกทาง แล้วก็ทำให้พอ ถ้าทำให้ถูกด้วย ทำให้พอด้วย วันหนึ่งเราก็พ้นไปจากความวุ่นวาย วังวนอันนี้ ยังมีธาตุมีขันธ์เหลืออยู่ ก็มีปัญหาไปเรื่อยๆ สิ้นธาตุสิ้นขันธ์ไปก็สิ้นปัญหาไป ก็สบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๓


สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๖
Track: ๑๗
File: 530924.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๑๘ ถึง นาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๓๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

นาทีทองของสังสารวัฏ

MP3 for download นาทีทองของสังสารวัฏ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

นาทีทองของสังสารวัฏ

นาทีทองของสังสารวัฏ

หลวงพ่อปราโมทย์: นี่เราได้รับสิ่งที่วิเศษที่สุดแล้ว ถ้าระลึกชาติได้เยอะๆจะรู้เลย ชาติใดไม่เจอศาสนาพุทธนะจะวังเวง ใช้คำว่าวังเวงนะ แล้วไประลึกเอาเองดูว่าวังเวงมั้ย มันวังเวง ไม่ใช่ชั่วนะ แต่วังเวง ทำบุญทำทานอะไรเงี้ย มันทำ ไม่ใช่ทำหรอก แต่จิตใจไร้ที่ทาง ไร้ที่พึ่ง มันวังเวงใจ เพราะฉะนั้นชาตินี้เราได้รับสิ่งที่ดีที่สุดละ มีโอกาสได้ฟังธรรม ได้ศึกษา ปฏิบัติละ ต้องทำนะ ถ้าจะทิ้งนาทีทองในสังสารวัฏนี้ไป นานๆจะมีสักครั้งนึง

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๐ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๙

File: 500324A
ลำดับที่ ๑๐ ระหว่างนาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๔๘ ถึง นาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๓๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นอันเดียวกัน

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นอันเดียวกัน

mp 3 (for download) : พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นอันเดียวกัน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: พวกเราแต่ละคนมีงานนะ งานของเราที่แท้จริงก็คือ ทำอย่างไรเราจะพ้นจากทุกข์ในสังสารวัฏฏ์นี้ให้ได้ นี่คืองานทีแท้จริงของแต่ละคน แต่ละคน แต่เราไม่รู้หรอก ว่าเราจะต้องทำงานอันนี้

ดังนั้น เมื่อบรรลุเป็นพระอรหันต์ จิตพ้นจากอาสวะนะ ชาติสิ้นจบแล้วนะ พรหมจรรย์จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ เพื่อความหลุดพ้น ไม่มีอีกแล้ว ทำครั้งเดียว ไม่ต้องทำอีกแล้ว พระไตรปิฎกก็จะบอกว่า ท่านผู้นี้ก็เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในโลก

คำว่าพระอรหันต์ พระอรหันต์นี้ ไม่ใช่กายเนื้อที่เรามองเห็น ในความเป็นจริงนี่พระอรหันต์คือภาคี คืออันหนึ่งอันเดียวที่สมบูรณ์ กับพระรัตนตรัย กับธรรมะ ส่วนพระอรหันต์ที่เห็นเป็นองค์ๆ เช่นพระโมคคัลลา สารีบุตร อะไรอย่างนี้ อันนี้เราเห็นแต่รูปกาย ความเป็นพระอรหันต์ของท่าน กับความเป็นพุทธะ กับธรรมะนั้น เป็นอันเดียวกัน นี่ใจเราจะเห็นถึงขนาดนั้น

เราจะรู้ว่าพระอรหันต์นี้ หรือกระทั่งพระพุทธเจ้า ที่เราเห็นเป็นองค์ๆนี้ เป็นการปรากฎ เป็นการแสดงตัวออกมาของธรรมะเท่านั้นเอง เป็นทางผ่านของธรรมะเพื่อมาสู่โลกของสมมุติบัญญัติ อาศัยสมมุติบัญญัติเพื่อจะถ่ายทอดสิ่งซึ่งเหนือสมมุติบัญญัติ ทำไมต้องอาศัยสมมุติบัญญัติ เพราะว่าถ่ายทอดไปกับคนที่ยังหลงอยู่ในสมมุติบัญญัติ

ธรรมะเป็นของลึกซึ้งนะ ลึกสุดๆเลย ถ้าเข้าถึงแล้วก็จะอัศจรรย์ในปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เอาไปตัดหัวแล้วให้บอกว่า พระพุทธเจ้าพูดไม่จริงก็ไม่ยอมนะ ไม่เชื่อ เชื่อแน่นแฟ้นว่าท่านพูดจริงๆ ใครจะเชื่อนะ ใครจะนึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นอันเดียวกัน ใครจะนึกถึงว่า รูปกายของพระแต่ละองค์ แต่ละองค์ ตั้งแต่พระพุทธเจ้าลงมานะ จนถึงพระโกณฑัญญะ พระอะไรต่ออะไรนี้ เป็นแค่ทางปรากฎขึ้นมาของธรรมะ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ปรากฎขึ้นชั่วคราวแล้วสลายไป แต่ธรรมะแท้ๆไม่ได้สลายไปด้วย


แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๔
ลำดับที่ ๑๒
File: 510324A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๑๘ ถึง นาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๔๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

งานหลักของเราคือทำตัวให้พ้นสังสารวัฏ

mp 3 (for download) : งานหลักของเราคือทำตัวให้พ้นสังสารวัฏ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าเมื่อไหร่เราปฏิบัติโดยการเข้าไปแทรกแซงเรื่อยๆนะ เช่น โกรธขึ้นมากำหนด โลภขึ้นมากำหนดนะ นานๆ เราจะรู้สึกว่าเราบังคับจิตได้ จะรู้สึกคึกคักห้าวหาญ ไม่กลัวกิเลสแล้ว กิเลสมาทีไรกำหนดแล้วจอดหมดทุกทีเลย จิตนี้เป็นอัตตาขึ้นมาแล้ว ได้พอกพูนความเห็นผิดว่าจิตเป็นตัวเป็นตน เป็นสิ่งบังคับได้ขึ้นมา จะไม่ใช่วิปัสสนานะ วิปัสสนาจะรู้กายอย่างที่เขาเป็นรู้ใจอย่างที่เขาเป็น เห็นจิตเห็นใจทำงานของเขาไปเรื่อย เราบังคับไม่ได้ เขาไม่เที่ยง เขาทนอยู่ในสภาวะอันใดอันหนึ่งนานๆ ไม่ได้ ดูไป ใจเห็นความจริงใจถึงยอมรับนะ ยอมรับแล้วมรรคผลมันจะเกิด

พระพุทธเจ้าจึงสอนว่าเพราะรู้ตามความเป็นจริง รู้ตามความเป็นจริงหมายถึงรู้รูปนามนะ รู้รูปนามตามความเป็นจริง ตามความเป็นจริงคือไตรลักษณ์นั่นเอง รู้ว่ารูปนามตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์ มีลักษณะเป็นไตรลักษณ์ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาไม่ใช่ตัวเรา

เพราะรู้ตามความเป็นจริงจึงเบื่อหน่าย จอยรู้สึกไหม มันน่าเบื่อ สุขก็น่าเบื่อนะ ทุกข์ก็น่าเบื่อนะ ดีก็น่าเบื่อ ชั่วก็น่าเบื่อนะ อะไรๆ ก็น่าเบื่อ หยาบก็น่าเบื่อ ละเอียดก็น่าเบื่อ เพราะมันของไม่เที่ยงทั้งหมดเลยนะ เพราะรู้ตามความเป็นจริงจึงเบื่อหน่าย เพราะเบื่อหน่ายจึงคลายกำหนัด คลายกำหนัดนี่มาจาก ภาษาไทยฟังแล้วแปลยาก ภาษาบาลีเรียกว่า “วิราคะ” หมายถึงใจเราไม่เข้าไปผูกพันกับมัน ใจไม่เข้าไปผูกพันในความสุข เพราะรู้ว่าความสุขชั่วคราว ไม่ไปหลงยินดีว่ามันจะต้องถาวร อยากให้มันถาวร ไม่มีอย่างนี้ จะไม่ดิ้นรนเพื่อจะรักษาความสุขแล้ว ใจไปเห็นความทุกข์เข้า ก็ไม่ผูกพันกับความทุกข์ ไม่ใช่คิดว่าความทุกข์เป็นตัวเราของเรานะ งั้นต้องไปหาทางละ ใจจะไม่เข้าไปผูกพันกับสภาวะที่มันไปรู้เข้า ใจมันคลายออก

เพราะรู้ตามความเป็นจริงก็เลยเบื่อหน่าย เพราะเบื่อหน่ายเลยคลายกำหนัดคือคลายความผูกพัน คลายความรักใคร่ในสภาวะอันหนึ่ง เกลียดสภาวะอันหนึ่ง เพราะคลายกำหนัดจึงหลุดพ้น หลุดพ้นจากอะไร จากรูปจากนามนั่นเอง ที่ชมพูเห็น จิตมันไปคว้าจิตขึ้นมา มันไม่หลุดพ้นนะ มันปล่อยไม่ได้ ถ้ามันเห็นความจริง จิตนี่ทุกข์ล้วนๆ นะ มันจะทิ้ง เรียกเห็นไตรลักษณ์ จิตแจ่มแจ้งแล้วมันทิ้งเลย มันทิ้ง

เพราะเบื่อหน่ายจึงคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัดจึงหลุดพ้น อะไรหลุดพ้นอะไร จิตหลุดพ้นจากความถือมั่นในขันธ์นั่นเองนะ จิตหลุดพ้นจากกิเลสที่ห่อหุ้มจิตที่เรียกว่า “อาสวะ” กิเลสที่ห้อหุ้มจิต จิตหลุดพ้นออกมา เพราะหลุดพ้นจึงรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว รู้เลยนะ รู้ด้วยตัวเองนะ ของมันเคยยึดเคยถือไว้หนักๆ นะ มันหลุดแล้วมันวาง เห็นต่อหน้าต่อตา มันวางจริงๆ เพราะมันไปเห็นธรรมที่พ้นจากความเกิดความตาย

เพราะหลุดพ้นจึงรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว ก็จะรู้ธรรมะที่พ้นออกไป เรียกว่า “วิมุตติญาณทัสสนะ” รู้ธรรมะแห่งความหลุดพ้น รู้นิพพานนั่นเอง

แล้วก็รู้อีกนะว่าชาติสิ้นแล้วคือความเกิดสิ้นแล้ว ความเกิดคืออะไร คือการที่ใจเราเข้าไปหยิบฉวยรูปนามนั่นเอง ใจที่เราเข้าไปหยิบฉวยจิตนี่ คว้าปั๊บเข้ามาหยิบฉวยเข้ามา นี่แหละคือความเกิดคือชาติ ใจเข้ามาหยิบฉวยกายก็เกิดชาติ ใจหยิบฉวยจิตก็เกิดชาติ พอเบื่อหน่ายคลายกำหนัดก็หลุดพ้น รู้ว่าหลุดพ้นแล้วนะ รู้ว่าชาติสิ้นแล้ว ไม่หยิบฉวยอะไรขึ้นมาอีกแล้ว ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์คือการประพฤติปฏิบัติธรรมเนี่ย

การศึกษาธรรมะเนี่ย ศึกษาจบแล้ว ศึกษาจบแล้ว จบในศีลในจิตในปัญญา ศีลสิกขา จิตตสิกขา ปัญญาสิกขา ไม่ใช่ศีลสมาธิปัญญานะ เราพูดเล่นคล่องๆ ปากหรอกศีลสมาธิปัญญา

ไตรสิกขาคือศีลสิกขา จิตตสิกขา ปัญญาสิกขา แจ่มแจ้งแล้วรู้หมดแล้ว

ศีลเนี่ยเป็นการศึกษาเพื่อสู้กิเลสหยาบๆ เพื่อให้จิตนี่มีความตั้งมั่นเพียงพอพร้อมที่จะมาเรียนรู้จิต คือทำจิตตสิกขา

จิตตสิกขาเนี่ย จิตจะสงบจากนิวรณ์จากกิเลสชั้นกลาง พร้อมที่จะไปเจริญปัญญา มันจะรู้ว่าจิตยังไงที่ข่มนิวรณ์ได้ จิตยังไงข่มนิวรณ์ได้แล้วพร้อมที่จะเจริญปัญญาด้วย จิตที่ข่มนิวรณ์ได้คือจิตที่ทำสมถะ จิตที่ข่มนิวรณ์แล้วพร้อมจะเจริญปัญญาคือจิตที่พร้อมต่อการทำวิปัสสนา ไม่เหมือนกัน

พอถึงปัญญาสิกขาก็คือการเรียนรู้ความจริงของกายของใจจนละกิเลสขั้นละเอียดคือความหลงผิดได้ละอวิชชาได้

งั้นศีลสิกขา จิตตสิกขา ปัญญาสิกขา ชำแหละกิเลสเป็นชั้นๆ ๆ เข้ามานะ จนกระทั่งจิตใจเราบริสุทธิ์หมดจดแล้ว หมดงานต้องทำเรียกว่าเรียนจบ เรียกว่าจบหลักสูตร ที่ว่าพรหมจรรย์อยู่จบแล้วหมายถึงว่าเรียนจบหลักสูตรแล้ว คนที่เรียนจบหลักสูตรเรียกว่า “อเสขบุคคล” คือคนที่ไม่ต้องเรียนอีกแล้ว คือพระอรหันต์นั่นเอง

พวกเราเป็นนักเรียนนะ พวกเรายังเป็นนักเรียน พระโสดาบันน่ะเป็นนักเรียนจริงๆ พระโสดาบันน่ะเป็นนักเรียน พวกเรานั้นเป็นคล้ายๆ นักเรียนเตรียมอนุบาลนะ ยังไม่ถึงขั้นเป็นนักเรียน เพราะพระโสดาบันขึ้นไปนี่ถึงจะเรียกว่าเป็น “เสขบุคคล” เป็นนักเรียน พระอรหันต์เรียกอเสขบุคคล ไม่ต้องเรียน ส่วนเราเป็น “กัลยาณปุถุชน” เป็นปุถุชนที่ดี ปุถุชนแปลว่าหนา กิเลสหนานั่นแหละ ไม่ใช่อะไรหนานะ กิเลสหนา ไม่ใช่สมองหนา กะโหลกหนานะ กิเลสหนาหมายถึงว่ากิเลสนี่มีแรงมาก ลากจูงจิตใจเราไปลงนรก เราก็ยอมไปกับมันนะ เอาความหอมหวานมาหลอกมาล่อ

งั้นเราค่อยศึกษาไปนะ จนกระทั่งวันหนึ่งงานเสร็จแล้วนะ เสร็จแล้ว ใจไม่ไปหยิบฉวยอะไรอีกแล้ว มันพ้นทุกข์แล้ว มันเห็นนิพพานเต็มบริบูรณ์ต่อหน้าต่อตา นี่พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจที่ควรทำเนี่ยควรทำในอะไร ในสังสารวัฏนี่เอง

พวกเราที่เวียนว่ายในสังสารวัฏนะ เรามีงานหลักของเรานะคือทำตัวให้พ้นสังสารวัฏให้ได้นะ นี่คืองานหลักของเรานะ ไม่ใช่ร่อนเร่ไปในสังสารวัฏเวียนเกิดเวียนตายไปเรื่อยๆ งั้นงานไม่มีที่สิ้นสุดเลย

กิจที่ควรทำก็คือการข้ามภพข้ามชาตินั่นเอง ได้ทำเสร็จแล้วทำหมดแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มีอีก กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มีอีก เพราะตรงนี้ไม่มีอะไรจะต้องทำแล้ว กายกับใจเราคืนให้ธรรมชาติคืนให้โลกเขาไปแล้ว จิตใจจะมีแต่ความสุขนะ มีความสุขมีความสงบมีความเบิกบานถาวรอยู่อย่างนั้น จะหลับตื่นยืนเดินนั่งนอนมีแต่ความสุขล้วนๆ นะ เพราะว่าจิตใจไม่ถูกขยำขยี้ จิตใจของเราถูกปู้ยี่ปู้ยำนะ ปู้ยี่ปู้ยำด้วยตัวเองนี่แหละ

สวนสันติธรรม
CD: 16
File: 491116B.mp3
Time: 27.39 – 34.48

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อย่าประมาท ชีวิตเราเหมือนไต่ลวดอยู่บนขอบเหว

mp 3 (for download) : อย่าประมาท ชีวิตเราเหมือนไต่ลวดอยู่บนขอบเหว

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : กิเลสก็คือสิ่งที่จิตปรุงแต่งขึ้นมา เหมือนแมงมุมชักใยขึ้นมา แล้วกิเลสนั่นแหละกลับมาครอบงำจิต แมงมุมไปติดใยตายแล้ว จิตมันแอบไปปรุงขึ้นมา ปรุงกิเลสขึ้นมานะ แล้วกิเลสก็กลับมามีอิทธิพลครอบงำจิต ต่อไปกิเลสก็มีกำลังกล้ามากขึ้นๆ คราวนี้บงการจิตได้ทั้งวันแล้ว เพราะฉะนั้นสู้แต่กิเลส ถอยไม่ได้นะ ต้องสู้ตายนะ สู้กันด้วยถึงเลือดถึงเนื้อเลย

ถ้าอ่อนแอท้อแท้ถดถอยเมื่อไหร่นะ ถอยไกลนะ ถอยไกล ไม่ใช่ถอยทีหนึ่งก้าวสองก้าวนะ มันถอยกันเป็นชาติๆ นะ ถ้าในคัมภีร์เขาจะถอยครั้งละห้าร้อยชาติ ห้าร้อยชาติ บางทีถอยนานมากเลย อย่างพระอานนท์ สมัยก่อนจะเป็นพระอานนท์ ไปทำบุญมา แล้วขอให้มีรูปงาม ขอให้หล่อ อีกชาติหนึ่งเกิดมาหล่อเฟี้ยวเลย คราวนี้ก็ไปทำผิดศีล ประพฤติผิดในกาม ท่านบอกท่านตายจากชาตินั้นท่านเวียนอยู่ในนรกเนิ่นนาน นี่มีความสุขชั่วครั้งชั่วคราวแล้วท่านไปเวียนอยู่ในนรกนาน พ้นจากนรกขึ้นมานะ ท่านมาเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เกิดเป็นวัว บุญที่ทำความดีไว้นะ และก็อธิษฐานไว้ก็ส่งผลให้เป็นวัวรูปหล่อ (หัวเราะ) เป็นวัวสุดหล่อนะ ถ้าเข้าประกวดทีไรต้องชนะ สมัยโบราณเขาคงไม่ประกวดกัน งี้เวลาเจ้าของเทียมเกวียนไปไหนมาไหนวัวสาวๆ ชอบมาวิ่งตาม เจ้าของรำคาญนะเลยจับตอนไปอีก นี่ท่านบอกว่าท่านถูกตอนอยู่ห้าร้อยชาติ ห้าร้อยชาติหมายถึงถูกตอนแล้วตอนอีกอย่างงั้น ซ้ำแล้วซ้ำอีก เสร็จแล้วมาเกิดเป็นคนนะ เป็นคนที่ไม่สมประกอบละ ผิดปกติทางเพศ ท่านบอกเป็นอยู่อย่างนี้อีกนาน กว่าจะสมประกอบคืนขึ้นมาได้ ดูสิทำผิดชั่ววูบเท่านั้นนะ เวียนอยู่นับเวลาเนี่ยนับไม่ถูกเลย

หรืออย่างบางคนโกรธเศรษฐี เศรษฐีเขาไปสร้างวัด อยากไปแกล้งเศรษฐีคนนี้ ไปเผาวัดเผากุฏิของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าในอดีต เพื่อจะแก้แค้นเขานิดเดียวเท่านั้นนะไปเผาวัด ไปเผากุฏิพระพุทธเจ้า จะให้เศรษฐีนั้นเจ็บใจเพราะเป็นคนสร้างวัด เศรษฐีนั้นใจถึงนะ ดีใจใหญ่ อุ๊ย ปลื้ม จะได้สร้างอีกแล้ว ได้ถวายวัดกับพระพุทธเจ้าอีกครั้งหนึ่งแล้ว เศรษฐีนั้นก็ได้ผลดีไปนะ ตานั้นเป็นเปรตอยู่ช้านาน ตลอดพุทธันดรหนึ่ง ช่วงที่เว้นว่างจากพระพุทธเจ้าน่ะ ตกนรกอยู่นานนะ แล้วก็ขึ้นมาเป็นเปรตอีกเป็นพุทธันดร ความผิดชั่ววูบให้ผลยาวนะ

เราอย่าประมาท เราเดินอยู่บนขอบเหวแท้ๆ เลย เหมือนเราไต่ลวดอยู่บนขอบเหวนะไม่ใช่เดินอยู่บนพื้นเรียบๆ นะ เหมือนไต่เชือกไต่อะไรอยู่ พลาดพลั้งไม่ได้นะ ต้องสู้นะ มีคนหนึ่งรู้จักกัน ก็เคยพลาดพลั้ง เคยบวชเป็นพระ เป็นพระแล้วก็ถือศีลธรรมดานี่แหละ แต่ว่าไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้ทำประโยชน์อะไร เพราะว่าสมัยโน้น ไม่มีการเรียนปริยัติหรือปฏิบัติอะไรเลย บวชกันตามประเพณีไปงั้น วันๆ อยู่ไปเรื่อยๆ นะ ตายจากชาตินั้นก็ไปเกิดเป็นวัว ไปใช้หนี้ชาวบ้านเขานะ แต่ว่าไม่ได้ทำกรรมชั่วอะไรนะ พอเป็นลูกวัวชาวบ้านก็เอามาปล่อยไว้ในวัด มาถวายวัดอีก กลับมาอยู่วัดเก่านี่แหละที่เคยเป็นพระนะ

ประมาทไม่ได้เลยนะสังสารวัฏเนี่ย พลาดแวบเดียวเนี่ยไปยาวมากเลย เหมือนเราไต่ภูเขา เราพลัดตกเหวลงมานะ ไม่ใช่ง่ายที่จะขึ้นไป ทุลักทุเลนะ ต้องเข้มแข็งนะ สู้กับกิเลสถอยไม่ได้ แต่สู้ต้องมีสติปัญญา เหมือนเราไต่เขาต้องมีสติปัญญา ไม่ใช่ไต่โง่ๆ ขึ้นไปนะ ตอนนี้เหนื่อยแล้วหยุดพัก หาชะง่อนหินพักก่อน มีเรี่ยวมีแรงค่อยไต่ใหม่ เราภาวนาไปแล้วช่วงนี้เหน็ดเหนื่อยแล้วทำสมถะ ทำความสงบ สงบแล้วจิตใจมีเรี่ยวมีแรงแล้วมาเจริญปัญญารู้กายรู้ใจอีก กระดึ๊บ ๆ ๆ ไปเรื่อยไม่ท้อถอยนะ จะยากลำบากแค่ไหนก็ถอยไม่ได้นะ เป็นโอกาสดีมากๆ ของพวกเราแล้วที่ได้เจอศาสนาพุทธนะ

สวนสันติธรรม
CD: 16
File: 25491116A.mp3
Time: 17m40 – 22m34

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่