Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

โลกนี้ไร้สาระ

mp 3 (for download) : โลกนี้ไร้สาระ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ชีวิตคนเราสั้นนิดเดียวนะ เอาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตของเรา คือเอาธรรมะนี่แหล่ะ ไม่มีอะไรดีกว่านี้เลย หลวงพ่อเป็นชาวโลกมาจนแก่นะ กว่าจะบวชนะอายุตั้ง ๔๘ น่ะ เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่อยู่จนแก่ ความสุขในทางโลกรู้จักทั้งนั้นเลย เงินก็มีใช้ ตำแหน่งก็ใหญ่ อะไรก็มีหมด ครอบครัวก็มี แล้วไม่ต้องปวดหัวมีลูกมีปัญหาอะไรนะ เพราะไม่มีลูก สบาย ใครมีลูกเนี่ยพระพุทธเจ้าสอนนะ บอกบัณฑิตไม่ปรารถนาบุตร แต่ถ้ามันเกิดแล้วก็แล้วไปนะ ไม่ต้องไปปรารถนาให้มันตาย

เนี่ยเราภาวนาไปนะ เรารู้เลยในโลกนี้ไร้สาระจริงๆ ไม่มีอะไรหรอก เพราะงั้นเราทิ้งโลกซะ เอาธรรม หลวงปู่เทสก์สอน บอกสิ้นโลกเหลือธรรม ธรรมะนี่อยู่กับเราตลอด ธรรมะไม่ทิ้งเรา ธรรมะไม่เคยทอดทิ้งเรานะ มีแต่พวกเราแหล่ะทอดทิ้งธรรมะ พวกเราทอดทิ้งธรรมะเพราะเราชอบอธรรม อะไรคืออธรรม โลภะโทสะโมหะนี่แหล่ะชื่อว่าอธรรม

ถ้าเรารู้ทัน เรามีสติขึ้นมานี่ โลภะโทสะโมหะเข้ามาไม่ได้ อธรรมไม่มา มันก็เหลือแต่ธรรมะสิ ใจเราอยู่กับธรรมนะ มีแต่ความสุขล้วนๆเลย มีความสุข คนไหนเค้าดูจิตดูใจเป็นนะ เค้ามาดูจิตเรานะ เค้าบอกโอ๊ยฉ่ำจังเลยนะ ชุ่มฉ่ำนะ ไม่ใช่ฉ่ำแบบเน่าในแล้ว ฉ่ำแฉะไม่ใช่ ชุ่มฉ่ำเบิกบาน

ฝึกนะยิ่งแก่ยิ่งมีความสุข คนในโลกยิ่งแก่ยิ่งทุกข์ เรายิ่งแก่ยิ่งมีความสุข เพราะชั่วโมงบินเรามากขึ้นๆ เราฝึกฝนตัวเองไปเรื่อยไม่ท้อถอย ถ้าคนไหนมาฝึกเมื่อแก่ ก็ไม่ต้องเสียใจนะ ดีกว่าไม่ฝึกเลย ฝึกเมื่อแก่ก็ยังดีกว่าไม่ฝึกเลย

สำหรับคนแก่นะ หลวงพ่อบอกให้ไปดูพระมหากัสสปะ พระมหากัสสปะออกบวชเมื่ออายุตั้ง ๖๐ แน่ะ ออกบวชเมื่ออายุหกสิบ ปรากฎว่าท่านก็เป็นพระอรหันต์ชั้นเลิศ ถ้าเราแก่ไปแล้วนะ เราก็พากเพียรเอา อดทนเอา ถ้าเรายังไม่แก่ก็บุญแล้วที่ยังไม่ทันจะแก่ รีบภาวนาซะตั้งแต่ตอนนี้ พอภาวนาไปถึงช่วงหนึ่ง อ้อ จะรู้เลยโลกนี้ไร้สาระ คนที่แย่งชิงอะไรกันอยู่ในโลกนะ ไม่ได้ผิดกับหมาแย่งกระดูกกันเลยเท่านั้นแหล่ะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๗ เดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๕
Track: ๘
File: 510427B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๔๓ ถึง นาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ปัญญามี ๓ ขั้น

mp 3 (for download) : ปัญญามี ๓ ขั้น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ปัญญามี ๓ ขั้น

ปัญญามี ๓ ขั้น

หลวงพ่อปราโมทย์: การปฏิบัติมีสองอัน อันหนึ่งทำจิตให้สงบ อันหนึ่งทำจิตให้เกิดปัญญา เห็นความจริง

ทำจิตให้สงบเนี่ย ทำใจให้สบายก่อนแล้วก็ไปรู้อารมณ์อันเดียว สบายๆ เช่นรู้พุธโธ รู้ลมหายใจ สบายๆ อย่าอยากสงบนะ ทำใจให้สบายแล้วแป๊บเดียวจะสงบ นี่เคล็ดลับนะ

ส่วนการจะทำให้จิตรู้ความจริง เราต้องตามดูจิตใจของเราไปเรื่อย ไม่ไปบังคับเขา แล้วเราจะเห็นเลยจิตทำงานทั้งวันทั้งคืน จิตฟุ้งซ่าน เดี๋ยวก็ฟู เดี๋ยวก็แฟบ รู้สึกใช่ไหม ให้ตามรู้ไปเรื่อย ๆ ไม่เข้าไปแทรกแซง ตามรู้จนวันนึงเกิดปัญญาเห็นความจริงว่าจิตที่ทำงาน ฟูบ้างแฟ่บบ้างนะ เขาทำของเขาเอง เขาไม่ใช่ตัวเรา

ถ้าวันใดจิตใจยอมรับความจริงว่าจิตไม่ใช่เรานะ เราจะเข้าถึงธรรมะ ธรรมะก็คือตัวความจริงนั่นเอง ความจริงเบื้องต้นก็คือ ขันธ์ห้าไม่ใช่ตัวเรา ขันธ์ห้าเนี่ยถ้าเข้าไปหยิบฉวย เข้าไปยึดถือจะเป็นทุกข์ อันนี้ยังไม่เห็น แล้วขั้นสุดท้ายเป็นปัญญาขั้นสุดท้าย ขันธ์ห้านี่แหละเป็นตัวทุกข์

เพราะฉะนั้น ปัญญามีหลายขั้น ปัญญาเบื้องต้นเราก็เห็นว่าขันธ์ห้ามันทำงานของมันได้เอง ไม่ใช่ตัวเรา

ปัญญาขั้นกลางก็เห็นว่าถ้าใจเข้าไปหยิบฉวยขันธ์ห้าไว้ จิตจะเป็นทุกข์ ถ้าไม่หยิบจิตจะไม่ทุกข์

และปัญญาขั้นสุดท้ายเลย ปัญญาที่รู้แจ้งอริยสัจจ์ ขันธ์ห้าหรือตัวจิตนี่แหละตัวทุกข์ จะอยากหรือไม่อยาก จะยึดหรือไม่ยึด ขันธ์ห้านี่และตัวทุกข์

ฉะนั้นปัญญาในทางพุทธศาสนา แบ่งเป็นชั้นๆ เป็นลำดับๆ ปัญญาแต่ละชั้นฟังเหมือนขัดๆ กัน ความรู้ความเข้าใจของเราที่เกิดขึ้น จะพัฒนาไปเรื่อยๆ ค่อยๆปรับ ค่อยๆเปลี่ยนไป ตามประสบการณ์ที่มากขึ้นๆ

ยกตัวอย่างเราภาวนาพอสติเราเกิดเรารู้ ถ้าเมื่อไรใจของเรารู้ ตื่น เบิกบาน มีความสุข ใจเราหลงไปคิดเป็นเรื่องไปปรุงไปแต่ง ใจจะมีความทุกข์  เราก็เข้าใจธรรมะ เข้าใจระดับนึง เมื่อใดเข้าใจว่าขันธ์ห้าเป็นทุกข์ล้วนๆ จะปรุงแต่งหรือไม่ปรุงแต่ง จะอยากจะยึดหรือไม่ก็ทุกข์ อันนี้เรียกว่ารู้ทุกข์

ถ้าเมื่อไรรู้ทุกข์ เมื่อนั้นจะถึงธรรม เรียกว่าสิ้นโลกเหลือธรรม ถ้ารู้ว่าขันธ์เป็นทุกข์นะ มันจะวางขันธ์ลงไป ไม่ยึดถือขันธ์ สิ้นโลกเหลือธรรม เหลือธรรมะล้วน ๆ ธรรมะล้วน ๆ มีแต่ความเที่ยง ทั้งวันทั้งคืน ทั้งหลับทั้งตื่น ไม่เคยหายไป ธรรมะล้วน ๆ มีแต่ความสุข ไม่มีความทุกข์ ธรรมะล้วน ๆ เราไม่ได้เข้าไปครอบครอง เป็นอนัตตา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๙ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๖
Track: ๙
File: 491118A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๕๒ ถึง นาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๕๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ลูกศิษย์ของหลวงพ่ออย่าไปยุ่งที่อื่น ให้ดูกายดูใจของตัวเอง

ให้ดูกายดูใจของตัวเอง

ให้ดูกายดูใจของตัวเอง

mp3 for download: ให้ดูกายดูใจของตัวเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: หลวงปู่เทสก์สอนว่า “สิ้นโลก เหลือธรรม” โอ.. สอนดีจริงๆ สิ้นโลกเหลือธรรม นี่ท่านเขียน “สิ้นโลก เหลือธรรม” เป็นหนังสือเล่มสุดท้ายของท่าน เขียนไปเขียนมานะ แล้วก็ท่านอยากปรับอีกหน่อย ท่านก็มาปรับใหม่ เป็นสิ้นโลกเหลือธรรมฉบับที่ ๒ เวอร์ชั่น ๒ มีของท่านนะ มี ๒ ฉบับนะ สิ้นโลกเหลือธรรม ดูแล้วนะ เป็นคนละสำนวนกันนะ ไม่เหมือนกันหรอก

เราภาวนานะ จนวันหนึ่งมันสิ้นโลกเหลือธรรมจริงๆ มีแต่ความสุขล้วนๆเลย ธรรมะให้ความสุขนะ โลกนี้เต็มไปด้วยความทุกข์ ต้องฝึกเอา เวลาฝึกธรรมะ ก็ตั้งอกตั้งใจดูของเราไป อย่าไปยุ่งคนอื่นเขา

บางคนยุ้งยุ่ง ยุ่งๆ นะ สร้างปัญหาให้หลวงพ่อ สร้างศ้ตรูให้หลวงพ่อม้ากมาก ลูกศิษย์เรานี่แหละ ทุกวันนี้นะ หลวงพ่อเวียนหัวมากเลย ใครๆมันก็อ้างลูกศิษย์หลวงพ่อ อ้างทั้งนั้นเลย ทั้งที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย ความรู้ความเข้าใจก็ยังไม่ค่อยจะมี บางคน เที่ยวร่อน ร่อน ร่อน ไปที่โน่นที่นี่ ทำไมไปยุ่งกับคนอื่น มาดูตัวเองนี่ ดูกายดูใจนี่ ลูกศิษย์ของหลวงพ่ออย่าไปยุ่งที่อื่นนะ ดูกายดูใจของตัวเอง เรียนอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องไปยุ่งที่อื่น

บางทีไปถามครูบาอาจารย์ แต่ละองค์ไม่เหมือนกันหรอก ท่านดีของท่านนะ ท่านดีของท่าน แต่ท่านดีแบบของท่านน่ะ ไม่มีใครหรอกปฏิบัติเหมือนใคร พวกเราที่มาเรียนกับหลวงพ่อน่ะ รู้สึกมั้ย แต่ละคนก็ปฎิบัติไม่เหมือนกัน รู้สึกมั้ยเวลาคนอื่นส่งการบ้านน่าอิจฉา เพราะเราเห็นไม่เห็นเป็นอย่างเขาเลย พอเราส่งบ้างเขาก็อิจฉาเพราะเขาก็ไม่เหมือนเรา จริงๆไม่มีใครเหมือนใครหรอก นะ

เพราะฉะนั้นอย่างครูบาอาจารย์แต่ละองค์ แต่ละองค์ ท่านก็ดีของท่านนะ เราอย่าไปดูว่าไม่เหมือนหลวงพ่อแล้วก็ใช้ไม่ได้นะ โง่ที่สุดเลยนะ โง่มากๆเลย ใครมาบอกว่าหลวงพ่อดีล่ะ คิดเอาเองนะ คิดเอาเอง

ยกตัวอย่างครูบาอาจารย์แต่ก่อนนะ บางองค์ คนไปบอกว่าท่านเป็นพระอรหันต์เหรอ ท่านบอกเป็นเหมือนกันแต่เป็นพระอรหันต์ที่หนังสือพิมพ์โลกทิพย์ตั้งให้ นะ มันหาเรื่องนะ เพราะฉะนั้นทำอะไรนะ อย่าลืม เราเรียนธรรมะเนี่ย เพื่อลดละกิเลสของเราเอง เราเรียนเรื่องตัวของเราเองนะ เรียนให้เข้าใจในสิ่งที่เรียกว่า “ตัวเรา” ก็คือกายกับใจ เรียนอยู่อย่างนี้แหละ ซ้ำไปซ้ำมา จนใจมันเห็นจริงนะ ใจมันจะคลายออก ถอยออกมา เคลื่อนๆ ถอย ไม่ยึดกายไม่ยึดใจ เป็นอิสระจากกายจากใจ ไม่ยึดถืออะไรในโลก

กระทั่งกายกับใจยังไม่ยึดแล้วมันจะไปยึดอะไร ทุกอย่างที่เรายึดนะ เพราะมันเนื่องด้วยกายด้วยใจ อย่างนี่เมียเรา นี่ลูกเรา ใช่มั้ย ก็เนื่องด้วยกายด้วยใจนี้ อันนี้บ้านของเรา ก็เนื่องด้วยกายด้วยใจนี้ เพราะฉะนั้น ตั้งใจเอานะ เรียนเอา เอาธรรมะของจริงเพื่อความพ้นทุกข์ของตัวเองให้ได้

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๓
File: 510427B.mp3
ลำดับที่ ๔
แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม เมื่อวันศุกร์ที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ หลังฉันเช้า
ระหว่างนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๕๒ ถึง นาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๔๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่