Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

งานหลักของเรา คือการยกระดับจิตใจไปสู่ความพ้นทุกข์

mp 3 (for download) : งานหลักของเรา คือการยกระดับจิตใจไปสู่ความพ้นทุกข์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : คนที่บารมีมากนะ เห็นทุกข์เห็นโทษเห็นภัยของวัฏฏะ อยากจะข้ามวัฏฏะ รู้ว่าชีวิตนี้มีเป้าหมาย ชีวิตนี้เกิดมาเพื่อจะมายกระดับจิตวิญญาณไปสู่ความพ้นทุกข์ ต้องใกล้ความพ้นทุกข์ไปตามลำดับๆ

เมื่อเรารู้เป้าหมายหลักในชีวิต รู้วัตถุประสงค์หลักในชีวิตแล้วนะ งานอื่นจะเป็นงานรอง งานทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง มันเลี้ยงได้ชีวิตเดียว เลี้ยงลูก เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ เลี้ยงสามีภรรยา เลี้ยงไปตามหน้าที่ สร้างคุณงามความดีให้กับโลก สงเคราะห์โลก ทำไปตามหน้าที่นะ

เรามีหน้าที่เพราะว่าเราได้รับความช่วยเหลือจากสังคมจากโลกนี้มากมายเหลือเกิน เราได้สิ่งต่างๆมาจากคนอื่นมากนะ ยกตัวอย่างข้าว ๑ จาน เนี่ย เราได้มาจากคนอื่นตั้งเยอะแน่ะ หยาดเหงื่อแรงงานความยากลำบากของคนอื่นเยอะแยะเลย เริ่มตั้งแต่พวกทำนา พวกผลิตปุ๋ยผลิตยาฆ่าแมลง พวกสร้างเขื่อนพวกโรงสี พวกรถบรรทุก พวกขายแก๊สหุงข้าว พวกขายหม้อขายไห เราพึ่งพิงสิ่งอื่นๆมากมายนะ กว่าจะได้ข้าวจานหนึ่งขึ้นมา

เราบริโภคของโลกไปมาก เราอาศัยสิ่งอื่นๆมากมาย เพราะฉะนั้นเรามีโอกาส เราตอบแทนเขาได้ เป็นสิ่งที่ดีเป็นสิ่งที่สมควรนะ ช่วยเหลือส่วนรวม ช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือรักษาพระศาสนา อะไรอย่างนี้

แต่งานหลักจริงๆคืองานยกระดับจิตใจของเราเอง งานอื่นๆเป็นงานอาศัย หรือเป็นงานที่ควรจะทำ ทำมาหากินเป็นงานอาศัย ต้องทำมาหากิน จะได้มีชีวิตอยู่ มีชีวิตอยู่เพื่อปฏิบัติธรรม ไม่ใช่ทำมาหากินเพื่อจะกินนะ ไอ้อย่างนั้นหมามันก็เป็นแมวมันก็เป็นนะ ไปหากินไปจับนกจับอะไรกิน มันต่ำต้อยเกินไป

เรารู้ว่างานหลักของเราคืออะไร งานที่จำเป็นเพื่อความอยู่รอดแล้วงานที่ควรทำคืออะไร เราก็จัดสรรงานของเราให้พอเหมาะพอควร เราปฏิบัติตั้งแต่ตื่นจนหลับ ยกเว้นเวลาที่เราทำงานที่ต้องคิด กับยกเว้นเวลาที่เราจะต้องนอนหลับ ยกเว้นเวลา ๒ เวลานี้ เวลาที่เราทำงานที่ต้องคิด ไม่ใช่เวลาปฏิบัติ อันนั้นเป็นเวลาทำมาหากินเลี้ยงตัวเองเลี้ยงครอบครัวหรือว่าไปทำสิ่งซึ่งเป็นประโยชน์กับส่วนรวม ตอบแทนสังคมซึ่งเราได้อาศัยเขาอยู่ แต่ถ้ามีเวลาเมื่อไหร่นะ ภาวนาเลย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๗
Track: ๒
File: 550908A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๒๕ ถึง ๑๖ วินาทีที่ ๓๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ไม่มีที่ใดจะรักษาศาสนาได้ดีเท่าที่ใจของเรา

mp 3 (for download) : ไม่มีที่ใดจะรักษาศาสนาได้ดีเท่าที่ใจของเรา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หอพระไตรปิฎก

หอพระไตรปิฎก

หลวงพ่อปราโมทย์ : สามเดือนก่อนพระพุทธเจ้านิพพาน ไม่ได้เทศน์เรื่องอื่นเท่าไรหรอกนะ ในพระไตรปิฏกบอกสามเดือนก่อนปรินิพพานเนี่ย เทศน์อริยสัจจ์เป็นส่วนมาก เทศน์แต่อริยสัจจ์ เพราะฉะนั้นอริยสัจจ์ เนี่ยสำคัญ ตราบใดที่อริยสัจจ์ยังอยู่ ศาสนาพุทธก็ยังอยู่ ถ้าอริยสัจจ์หายไปก็คือศาสนาพุทธหายไปแล้ว

งั้นพวกเรามีหน้าที่เรียนอริยสัจจ์นะ เรียนเพื่อความพ้นทุกข์ของตนเองด้วย เรียนเพื่อจะสืบทอดศาสนาไว้ด้วย ไม่มีที่ใดจะรักษาศาสนาได้ดีเท่าที่ใจของเรานะ ถ้าธรรมะเข้ามาสู่ใจของเราแล้วเนี่ย ใจของเรานี่แหละเป็นที่รักษาธรรมะเอาไว้ ทรงธรรมเอาไว้ จิตเนี่ยแหละที่ทรงธรรมเอาไว้ ธรรมะไปใส่ตู้ไว้หายนะหาย วันนึงก็หมด เอาธรรมะไปฝากไว้กับพระวันนึงก็หมดนะ วันนึงพระก็ต้องหมดไป

พระพุทธเจ้าเลยไม่ได้ฝากธรรมะ ฝากศาสนาไว้กับพระนะ ฝากไว้กับบริษัท ๔ ถือว่าเป็นบริษัทเดียวกันนะ ทุกคนมีหน้าที่ ชาวพุทธมีหน้าที่ ๒ อัน หนึ่งเรียนธรรมะให้รู้เรื่องให้เข้าใจ ให้ธรรมะมาสู่ใจของเราให้ได้ อันที่สองทรงไว้ซึ่งธรรมะ เจอคนที่ควรบอกก็บอก ไม่เจอคนที่ควรบอกก็ไม่บอก นี้เป็นหลักที่ผู้รู้ทั้งหลายเค้าใช้กัน

อย่างพระปัจเจกพระพุทธเจ้าทั้งหลายพอตรัสรู้แล้ว ไม่มีคนสมควรบอก ท่านก็ไม่ได้บอกอะไร ไม่ใช่ท่านสอนไม่ได้นะ เรามักจะคิดว่าพระปัจเจกสอนไม่เป็น มันไม่มีคนที่ควรจะเรียนน่ะ ภูมิความรู้ของท่านมากกว่าพระสารีบุตรอีก อย่างน้อยท่านก็บอกได้ว่าที่ท่านทำมาเนี่ย ท่านเดินมาได้อย่างไร ท่านก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าเส้นทางเดิน ของท่าน ท่านเดินมาได้ยังไง อย่าว่าแต่พระปัจเจกเลย สาวกทั่ว ๆ ไปเนี่ยแหละ พอเดินไปได้แล้ว ก็ย่อมจะรู้ว่าเดินมาได้ยังไงเป็นเรื่องธรรมดา คือถ้าไม่มีคนควรบอกก็ไม่บอกนะเฉย ๆ ดีกว่า

หลวงปู่ดูลย์ก็สอนนะ บอกว่า มีเวลาบอกได้นะสมควรบอกก็บอกไป ถ้าบอกไม่ได้นะอยู่เฉย ๆ ดีกว่า ธรรมะไม่ใช่สินค้าแบกะดิน ไม่ใช่เที่ยวยัดเยียดต่อใครต่อใคร มันไม่ใช่ของยัดเยียด ธรรมะนั้นถ้าไม่เปิดใจขึ้นมารับนะ รับไม่ได้หรอก ถ้าใจของเราปิดซะอย่างเดียวนะ รับไม่ได้ พวกเด็ก ๆ บางทีเรียนธรรมะได้ง่ายใจมันเปิด แต่ผู้ใหญ่ยิ่งโตนะ ใจยิ่งปิดนะ ใจยิ่งปิด คับแคบเพราะว่ามีของที่เคยเชื่อถือเอาไว้เยอะแล้ว ใจปิด ฟังสิ่งใหม่ ๆ ฟังยาก พอฟัง สิ่งใหม่ ๆ นะจะเอาไปเทียบกับของเก่าตลอดเวลาเลย นึกว่าของเก่าดีวิเศษ ถ้าดีวิเศษจริงนะมันหลุดพ้นไปแล้วหละ มันไม่ต้องทุกข์อยู่จนวันนี้หรอก คือถ้าใจของเราเปิดนะเปิดรับธรรมะก็รับง่าย ใส ๆ ซื่อ ๆ นะ ค่อยเรียนรู้ไป

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อวันจันทร์ที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙

สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๖
Track: ๖
File: 491106.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๔๐ ถึง นาทีที่ ๒๑ วินาทีที่ ๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

หน้าที่ชาวพุทธ

mp3 (for download): หน้าที่ชาวพุทธ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หน้าที่ชาวพุทธ

หน้าที่ชาวพุทธ

หลวงพ่อปราโมทย์ : เราจะเป็นชาวพุทธที่แท้จริงนะ เราต้องศึกษาสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน ศึกษาอย่างเดียวไม่พอนะ ต้องลงมือปฏิบัติจริงๆ ด้วยจนเห็นผล พอเห็นผลแล้ว เราก็มีหน้าที่บอกต่อ เนี่ยหน้าที่ของชาวพุทธนะ ตัวเองต้องศึกษา ต้องฟังก่อน ว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร เรียกว่าเรียนปริยัตินั้นเอง แล้วก็ลงมือปฏิบัติว่าได้ผลแล้วก็ต้องบอกต่อ ศาสนาถึงจะดำรงอยู่ได้ แต่ละคนมีภารกิจ อย่านึกว่าแค่ว่าเราจะมาฟังธรรมะเล่นๆ แต่ละคนมีความสำคัญทั้งนั้น

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๔
ลำดับที่  ๔
File: 510223
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๒๓ ถึง นาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๑๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์: บทบาทและหน้าที่ของจิตต่อการเจริญสติปัฎฐาน4 กับการไม่ปรุงแต่งของจิต

บทบาทและหน้าที่ของจิตต่อการเจริญสติปัฎฐาน4 กับการไม่ปรุงแต่งของจิต

จิตทำหน้าที่ “รู้อารมณ์”
บทบาทของจิตในการเจริญสติปัฏฐาน ๔ ก็คงเป็นการ
“มีความเพียร มีสติ มีสัมปชัญญะ รู้กาย รู้เวทนา รู้จิต รู้ธรรม
เห็นกาย เวทนา จิต ธรรม มีความเกิดขึ้น เสื่อมไปเป็นธรรมดา
ละยึดมั่นถือมั่น ละความยินดียินร้ายในโลก”
แต่ต้องฝึกให้จิตคุ้นเคยที่จะมาเจริญสติปัฏฐาน ๔ ให้ได้ครับ

ปัจจุบันขณะใดที่จิตมีสติ มีความตั้งมั่น จิตก็จะไม่ดิ้นรนปรุงแต่งแล้วครับ
เหลือแต่สังขารความปรุงแต่งที่ทำหน้าที่ไปตามปกติ
เมื่อจิตรู้เห็นความปรุงแต่ง โดยไม่กระโจนไปดิ้นรนปรุงแต่งซ้อนลงไป
ก็จะค่อยๆ เห็นไตรลักษณ์ของรูปนามได้ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ศีล สมาธิ ปัญญา ทำหน้าที่ต่างกัน เราต้องรู้ว่าอะไรใช้สู้กับอะไร

mp3 (for download) : ศีล สมาธิ ปัญญา มีหน้าที่ต่างกัน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ศีล สมาธิ ปัญญา ทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน

‘ศีล’ นี่ละอะไร ละการทำผิดทำบาปทางกาย ทางวาจา ‘สมาธิ’ ละการผิดทำบาปทางใจ ‘ปัญญา’ ละความเห็นผิด คนละอันกันนะ เพราะฉะนั้น เราจะเอาศีลมาละความเห็นผิดนี่ละไม่ได้ เอาสมาธิมาละความเห็นผิดนี่ละไม่ได้ มันละด้วยปัญญา ต้องรู้ว่าอันไหนใช้เครื่องมืออันไหน

กิเลสมีหลายชั้น ปัญญาละกิเลสที่ละเอียดที่สุด กิเลสที่ละเอียดที่สุดคือความเห็นผิด เห็นไหม ไม่ใช่แค่ ราคะ โทสะ โมหะ นะ มันคือหัวหน้าโมหะ ความเห็นผิดคือตัวอวิชชา เพราะฉะนั้นเราจะล้างด้วยปัญญา ‘อวิชชา’ คือความไม่รู้ ล้างด้วย ‘ปัญญา’ คือความรู้ เป็นคู่ปรับกัน รู้ความจริงของกายของใจ รู้แจ้งลงมาในกายในใจ ทีนี้จะรู้แจ้งลงมาให้กายในใจได้ จิตใจต้องตั้งมั่นอยู่กับเนื้อกับตัว มีสมาธิก่อน ถ้าจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ลืมเนื้อลืมตัวไป ปัญญาไม่เกิดหรอก หรือมีสมาธิแล้วก็ไปพอใจ นิ่งว่างอยู่ในสมาธินะ ไม่ยอมดูกายดูใจ มันก็ไม่เกิดปัญญา เพราะปัญญาคือการเห็นความเห็นจริงของกายของใจ เพราะฉะนั้นเราต้องรู้นะ ว่าอะไรใช้สู้กับอะไร

CD สวนสันติธรรม 33

521226A

15.32 – 16.57

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

หน้าที่และจุดหมายของนักภาวนา

MP3 (for download): หน้าที่และจุดหมายของนักภาวนา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : หน้าที่เราไม่ใช่ต้องการสงบตลอดเวลา หน้าที่เราก็แค่ตามรู้ปัจจุบันไป จิตมีความสุขรู้ว่ามีความสุข จิตมีความสงบรู้ว่ามีความสงบ จิตฟุ้งซ่านรู้ว่าฟุ้งซ่าน เราตามดูของเราเรื่อยไปถึงวันหนึ่งปัญญาจะเกิดขึ้นจิตนี้มันไม่ใช่ตัวเรา จิตมันทำงานของได้เองสารพัดเราบังคับมันไม่ได้ เราเฝ้ารู้ไปในที่สุดปัญญาจะเกิด เราเห็นว่าไม่ใช่ตัวเราบังคับไม่ได้

การภาวนาต้องมาสู่จุดนี้จุดที่กายกับใจไม่ใช่ตัวเราอย่าภาวนาไม่สู่จุดอื่น เราไม่ได้ภาวนาให้ไปสู่จุดดีจุดสุขจุดสงบ ส่วนใหญ่มุ่งไปสู่ตรงนั้น บางคนภาวนาน่าสงสารกว่านั้นอีก ไปภาวนานั่งสมาธิโต้รุ่งจะต้องไม่เมื่อย ไม่เห็นยากเลยก็ไปฉีดยาชา ไปนอนแอ้งแม้ง หรือไปให้เขาบล็อกไขสันหลังนั่งไปไม่เมื่อยหรอก กายมันมีหน้าที่เมื่อย กายมันมีหน้าที่ทุกข์ ไม่ได้ฝึกให้มันไม่ทุกข์ ไม่ได้ฝึกให้มันไม่เมื่อย แต่ฝึกให้เห็นความจริงว่ากายนี้ ไม่ใช่ของดีของวิเศษ กายนี้ไม่ใช่ตัวเราที่แท้จริง เป็นวัตถุเป็นส่วนหนึ่งของโลก ไม่ใช่ตัวเรา จิตนี้เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ห้ามมันไม่ได้บังคับมันไม่ได้เลือกมันไม่ได้ มันไม่ใช่ตัวเราหรอก มันเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุของมัน ไม่ใช่ตามที่เราสั่งตามใจชอบ

การภาวนามุ่งมาสู่จุดนี้จุดที่มุ่งมาให้เห็นว่ากายนี้ใจนี้ไม่ใช่ตัวเรา อย่าไปมุ่งไปที่อื่น ถ้ามุ่งไปที่อื่นผิดแน่นอน เช่นมุ่งไปบังคับกายบังคับใจ ผิดแน่นอน ส่วนใหญ่ของผู้ปฏิบัติมุ่งบังคับกายบังคับกายบังคับใจ บังคับจิตให้นิ่ง บังคับให้จิตมีความสงบ บังคับว่าต้องมีความสุข บังคับร่างกายว่าเธอจะต้องนั่งได้นานๆ เธอต้องเดินจงกรมต้องเดินท่านี้ด้วย เธอต้องหายใจแบบนี้นะ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่