Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

วิปลาส

mp 3 (for download) :วิปลาส

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

วิปลาส

หลวงพ่อปราโมทย์ : ดูขันธ์มันทำงานไปนะ แยกธาตุแยกขันธ์ กายส่วนกาย เวทนาคือความรู้สึกสุขทุกข์ เกิดขึ้นในกายบ้าง เกิดขึ้นในจิตบ้าง ก็ส่วนของเวทนาไม่เกี่ยวกับใคร ทำหน้าที่รู้สึกสุขรู้สึกทุกข์ไปงั้น รู้สึกเฉยๆ

สัญญาทำหน้าที่จำได้กับหมายรู้สองอันนะ จำได้กับหมายรู้ไม่เหมือนกัน จำได้เช่นจำได้ว่านี่สีเขียวนี่สีแดงนี่จำได้ จำได้ซ้อนลงไปอีกชั้นนึง สีเขียวเป็นสัญลักษณ์ให้ขับรถไปได้ สีแดงเป็นสัญลักษณ์ว่าไม่ให้ไป เป็นสมมติซ้อนสมมติเข้าไปนะ จำสัญญาซ้อนเข้าไป หมายรู้หมายถึงอะไร หมายรู้มีหลายระดับนะ หมายรู้เบื้องต้นเป็นการวิเคราะห์เอาว่าสิ่งซึ่งพบซึ่งเห็นอยู่นี่่น่าจะเป็นอะไร ไม่เคยเห็นแต่ว่ามีข้อมูลเดิมทีเอามาเทียบเคียง อย่างเด็กเล็กๆเคยรู้จักแมว ในบ้านมีแมว พอมาที่สวนเสือเด็กก็หมายรู้นี่คือแมว อาจจะหมายรู้ผิดก็ได้นะ เห็นมันหน้าตาเหมือนๆกันเพียงแต่ลายมันไม่เหมือนกันเท่านั้น ท่าทางอะไรก็เหมือนกัน เวลาเล่นก็เล่นเหมือนกัน อย่างนี้เค้าเรียกว่าหมายรู้

หมายรู้อีกอย่างนึงหมายรู้ลึกซึ้งเข้าไปอีกนะ หมายรู้อย่างอื่นน่ะไม่เท่าไหร่หรอกแค่จำทางผิดเช่น จำว่านี่ถนนนี้ไปไหนๆได้ จำทางผิดก็ไม่เท่าไหร่ เดี๋ยวไปผิดทางก็มาเดินใหม่ หมายรู้อีกชนิดนึงเนี่ยน่ากลัว หมายรู้ชนิดที่เรียกว่าวิปลาสเลย เห็นของไม่สวยไม่งามว่าสวยว่างาม เนี่ยสัญญาวิปลาสแล้ว หมายรู้ผิดอย่างร้ายแรง หมายรู้ของไม่เที่ยงว่าเที่ยง อย่างจิตใจของเราเนี่ยไม่เที่ยงนะ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเลย เรากลับรู้สึกว่าจิตของเราเที่ยง จิตของเราดวงนี้กับจิตของเราตอนเด็กๆเป็นดวงเดียวกัน นี่หมายรู้ว่าของไม่เที่ยงว่าเที่ยง วิปลาสอย่างร้ายแรง หมายรู้สิ่งซึ่งเป็นทุกข์ว่าเป็นสุขเห็นว่ามันมีความสุข รู้สึกมั้ยร่างกายเราเนี่ยมีความสุขเป็นช่วงๆนะ นานๆมีความทุกข์ที นี่หมายรู้ผิดนะ

ถ้าหมายรู้ถูกก็จะรู้ว่ามีแต่ทุกข์มากกับทุกข์น้อยไม่ใช่มีทุกข์กับสุข จิตใจก็มีแต่ทุกข์มากทุกข์น้อยไม่ใช่มีทุกข์กับสุข เราหมายรู้ผิดๆอยู่ว่ามันเป็นทุกข์บ้างสุขบ้าง ใครก็เป็นอย่างนี้ใช่มั้ย รู้สึกมั้ย ร่างกายเนี่ยทุกข์บ้างสุขบ้าง เนี่ยหมายรู้ผิดสติปัญญาไม่พอ หมายรู้ของไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนว่าเป็นตัวเป็นตน นั่งภาวนาก็อยากจะเอาชนะเวทนาเอาชนะกิเลส คิดแต่จะเอาชนะอะไรต่ออะไรนะ สุดท้ายก็แพ้ทุกทีแหล่ะ ใครจะเอาชนะกิเลส ไม่มีใครเอาชนะกิเลสหรอก ถ้าฉลาดพอจิตมันไม่ปรุงกิเลส ไม่ต้องไปเอาชนะมันหรอก

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

CD: แสดงธรรมเทศนา สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๑
File: 540819A
ระหว่างนาทีที่ ๒๗ วินาทีที่ ๐๐ ถึงนาทีที่ ๓๑ วินาทีที่ ๑๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

วิปัสสนาแท้ๆ ต้องเห็นสันตติขาด หรือ ฆนะแตก

mp 3 (for download) : วิปัสสนาแท้ๆ ต้องเห็นสันตติขาด หรือ ฆนะแตก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: รู้กายรู้ใจแล้วต้องเห็นไตรลักษณ์ ถ้าไม่เห็นไตรลักษณ์ อาศัยสัญญาลงไปหมายรู้ ดูลงที่กาย ในมุมอะไรที่เหมาะกับการดูกาย ในมุมของความเป็นทุกข์ กายนี้มีแต่ทุกข์บีบคั้นอยู่ตลอดเวลานะ อย่าไปมองมุมของกายในแง่อนิจจัง ดูยาก เพราะอายุของกายมันยาวกว่าจิต กายมันอายุยืนกว่าจิต รูปอายุยืนกว่านาม

เพราะฉะนั้นดูความเป็นทุกข์ของมัน กายนี้มีแต่ทุกข์บีบคั้นอยู่ตลอดเวลา หายใจออกหายใจเข้าเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่หายใจก็ทุกข์ ยืนเดินนั่งนอนเต็มไปด้วยความทุกข์ ดูไปเรื่อยๆ ทำไมต้องเปลี่ยนอิริยาบถ เพราะมันมีความทุกข์บีบคั้นเรื่อยๆ อันนี้เป็นการหมายเข้าไปๆ ยังไม่ใช่ของจริงนะ

หรือมองในมุมของอนัตตา ร่างกายเป็นแค่วัตถุเป็นก้อนธาตุ ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา เป็นวัตถุ มันเป็นก้อนธาตุ มีธาตุไหลเข้า มีธาตุไหลออก นี่ไปหมายเอา นี่เรียกอนัตสัญญา ไปหมายเอา อันนี้ยังไม่ขึ้นวิปัสสนาแท้ๆ วิปัสสนาแท้ๆไม่ได้เจตนาไปหมายเอา แต่เป็นการนำร่องให้จิตซึ่้งไม่ยอมเดินปัญญานั้นมันรู้จักการเดินปัญญา รู้จักมามองไตรลักษณ์ พอมันมองไตรลักษณ์เป็นแล้ว คราวเนี้ยมันจะเห็นรูปนามนั้นแสดงไตรลักษณ์โดยตัวของมันเอง ไม่ได้มีเจตนา ตรงนี้จะขึ้นวิปัสสนาละ จะเห็นรูปเกิดแล้วก็ดับไป เห็นนามเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป เห็นรูปแตกกระจายตัวออกไป นามแตกกระจายตัวออกไป ความเป็นกลุ่มเป็นก้อนของรูปนามแตกออกไป เรียกว่าฆนะ ฆนะ ฆ.ระฆัง น.หนู ฆนะมันแตก

หรือเห็นความเกิดดับ เห็นจิตดวงหนึ่งเกิดขึ้นดับไป มีช่องว่างมาคั่น ดวงหนึ่งเกิดขึ้นดับไป มีช่องว่างมาคั่น อันนี้เรียกว่าสันตติมันขาด ตรงที่ขึ้นวิปัสสนาเนี่ย บางคนเห็นฆนะมันแตก ฆนะไม่ใช่ค.ควายนะ เป็นฆ. ระฆัง ฆนะ ฆ.ระฆัง น. หนู เห็นฆนะมันแตก เห็นสันตติมันขาด

อย่างบางคนภาวนาเห็นมั้ยขันธ์มันกระจายตัวไป ที่หลวงพ่อบอกขันธ์มันกระจายออกไป นั่นคือฆนะมันแตกแล้ว หรือบางคนเห็นว่ามันเกิดแล้วดับวับ แล้วมีช่องว่างมาคั่น เนี่ยสันตติมันขาด ถ้าเห็นอย่างนี้นะ จะรู้เลยว่าตัวตนจริงๆไม่มี

สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๕
Track: ๔
File: 510421.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๔๘ ถึง นาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๑๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่