Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

หลวงตามหาบัว ในรายการทไวไลท์โชว์ ๕ กรกฎาคม ๒๕๔๑

พระธรรมวิสุทธิมงคล (บัว ญาณสมฺปนฺโน) วิกิพีเดีย

วัดป่าบ้านตาด (วัดเกษรศีลคุณ)

หมู่บ้านบ้านตาด ตำบลบ้านตาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี

ออกรายการในวันที่ ๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑

ถอดถ้อยคำบางตอน…

นาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๓

ไตรภพ : อยู่บนศีล สมาธิ แล้วปัญญามันจะมาเอง?

หลวงตาฯ : หา.. อะไรจะมาเอง?

ไตรภพ : ปัญญาจะมามั้ยขอรับพระคุณเจ้า ถ้ามีศีล มีสมาธิตั้งมั่นแน่วแน่ ปัญญาจะมามั้ยขอรับ

หลวงตาฯ : ไม่มา

ไตรภพ : แล้วปัญญาจะมาได้อย่างไรขอรับ?

หลวงตาฯ : ก็พิจารณาทางด้านปัญญา

ไตรภพ : สาธุ..

หลวงตาฯ : คือศีลต้องเป็นศีล แต่เป็นเครื่องหนุนให้สมาธิเกิดขึ้นได้อย่างง่าย เช่น ผู้ปฏิบัติตัวด้วยศีลอันบริสุทธิ์แล้วนะ จิตจะไม่เป็นกังวลระแคะระคายในตัวของตนว่าเป็นผู้มีศีลด่างพร้อยอะไรๆ เพราะศีลสมบูรณ์แล้วก็มีความอบอุ่น จิตก็ไม่เป็นกังวล เมื่อจิตไม่เป็นกังวลแล้วทำสมาธิก็ลงได้เร็ว ลงได้เร็วแล้วเป็นสมาธิแน่วแน่เข้าไป สมาธิเป็นหลายขั้นหลายภูมิในภาคปฏิบัติ สำหรับทางด้านปริยัติที่เราจดจำมานั้น กับภาคปฏิบัติผิดกันมาก ต้องได้ผ่านทางภาคปริยัติและภาคปฏิบัติแล้วจะพูดได้อย่างฉาดฉาน คนเรานะ…

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จะมีปัญญา ต้องหัดเจริญปัญญา

Video link : youtu.be/nRfMG5t5-OE

ศาลากาญจนาภิเษกรำลึก (ศาลาลุงชิน)

หลวงพ่อปราโมทย์ : มันอยู่ที่ว่า.. นักปฏิบัติก็ยังมีจำนวนพอสมควรนะ แต่ว่ามันอยู่ตรงที่ว่าภาวนาผิด ไปเพ่ง ไปจ้อง เพ่งจ้องนิ่งเอาไว้เฉยๆ ไปเพ่งไปจ้องให้จิตมันนิ่ง หรือบังคับร่างกายบังคับจิตใจ ไม่ทำให้เกิดปัญญา ต้องปล่อยให้กายมันทำงานแล้วมีสติตามรู้ไป คอยเห็นว่าร่างกายไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ปล่อยให้จิตมันทำงาน มีสติตามรู้ จิตตั้งมั่นเป็นคนดูอยู่ เห็นสิ่งทั้งหลายทั้งปวงเป็นสิ่งที่แปลกปลอมเข้ามา มาแล้วก็ไป มาแล้วก็ไป ถ้าดูได้อย่างนี้นะ ก็ใช้เวลาไม่นานหรอก พอเราภาวนาไปถึงจุดหนึ่ง จิตมันจะปิ๊ง ปิ๊งขึ้นมานะ รู้ ไม่มีตัวเรา ตัวเราหายไปแล้ว

นักปฏิบัติสมัยก่อนนะ ติดสมถะกันแทบทั้งนั้นเลย ทำแต่สมาธิ สงบ นิ่ง เฉยเลย หวังว่าทำสมาธิมากๆแล้วจะหลุดพ้น จะเกิดปัญญา ไม่เกิดหรอก นี่หลวงพ่อเห็นเว็บของติกน่ะ พัลวันน่ะ ตึก ไปเอาที่หลวงพ่อเคยพูดบ่อยๆ ที่ไตรภพสัมภาษณ์หลวงตา เอามาลงนะ ไปดูสิ มีพยานแล้วนะ เมื่อแต่ก่อนเราพูด บางคนก็บอกว่าเราแต่งเองหรือเปล่าวะ หลวงตาจะเอามาพูดเหรอ มีหลักฐานแล้วนะ นั่นถอดมาคำต่อคำเลย ถามว่า ถ้ามีศีลมีสมาธิแล้ว มันจะมีปัญญามั้ย ไม่มี คนละเรื่องกัน แล้วทำยังไงจะเกิดปัญญา ก็ต้องเดินปัญญาสิ ต้องพิจารณา พิจารณาเนี่ยไม่ใช่.. แต่เบื้องต้นมันก็คิดเอานะ สำหรับคนที่ติดความสงบก็ต้องคิดเอา เบื้องปลายแล้วการพิจารณาไม่ได้แปลว่าคิดแล้ว หลวงพ่อพุธ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย – ผู้ถอด) ท่านอธิบายดี พิจารณาคือตัววิจารณ์ (พิจารณา เป็นศัพท์ที่มีรากมาจากภาษาสันสกฤต วิจาร เป็นศัพท์ที่มีรากมาจากภาษาบาลี มีความหมายอย่างเดียวกัน – ผู้ถอด) ใจมันเคล้าเคลียเรียนรู้อยุ่อย่างนั้น เรียกว่า พิจารณา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลท่าพระ
อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แสดงธรรมที่ศาลากาญจนาภิเษกรำลึก (ศาลาลุงชิน)
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖
นาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๒๙ – นาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๓๕
youtu.be/vkRxfKOP9P0

หลวงตามหาบัวแสดงธรรมในรายการทไวไลท์โชว์

ไตรภพ : อยู่บนศีล สมาธิ แล้วปัญญามันจะมาเอง?

หลวงตาฯ : หา.. อะไรจะมาเอง?

ไตรภพ : ปัญญาจะมามั้ยขอรับพระคุณเจ้า ถ้ามีศีล มีสมาธิตั้งมั่นแน่วแน่ ปัญญาจะมามั้ยขอรับ

หลวงตาฯ : ไม่มา

ไตรภพ : แล้วปัญญาจะมาได้อย่างไรขอรับ?

หลวงตาฯ : ก็พิจารณาทางด้านปัญญา

ไตรภพ : สาธุ..

หลวงตาฯ : คือศีลต้องเป็นศีล แต่เป็นเครื่องหนุนให้สมาธิเกิดขึ้นได้อย่างง่าย เช่น ผู้ปฏิบัติตัวด้วยศีลอันบริสุทธิ์แล้วนะ จิตจะไม่เป็นกังวลระแคะระคายในตัวของตนว่าเป็นผู้มีศีลด่างพร้อยอะไรๆ เพราะศีลสมบูรณ์แล้วก็มีความอบอุ่น จิตก็ไม่เป็นกังวล เมื่อจิตไม่เป็นกังวลแล้วทำสมาธิก็ลงได้เร็ว ลงได้เร็วแล้วเป็นสมาธิแน่วแน่เข้าไป สมาธิเป็นหลายขั้นหลายภูมิในภาคปฏิบัติ สำหรับทางด้านปริยัติที่เราจดจำมานั้น กับภาคปฏิบัติผิดกันมาก ต้องได้ผ่านทางภาคปริยัติและภาคปฏิบัติแล้วจะพูดได้อย่างฉาดฉาน คนเรานะ…

รายการทไวไลท์โชว์
ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๔๑
เวลา ๑๖:๐๐ น. – ๑๗:๐๐ น.
นาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๓ ถึงนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๕๕
youtu.be/TXZnYbYbpOg

ศาลากาญจนาภิเษกรำลึก (ศาลาลุงชิน)

หลวงพ่อปราโมทย์ : บางคนทำสมาธิ ส่วนใหญ่ไปติดสงบนะ เพ่งลูกแก้ว เพ่งพระพุทธรูป เพ่งไฟ เพ่งอยู่อย่างนั้น จิตสงบอยู่ในอารมณ์อันเดียว นั่นเป็นสมถะ แค่สมถะเท่านั้นเอง ยังไม่ถึงจิตตั้งมั่นด้วยซ้ำไป พอจิตตั้งมั่นแล้วก็ยังต้องมาแยกขันธ์อีก แยกขันธ์แล้วต้องมาดูขันธ์แสดงไตรลักษณ์ ที่ทำกรรมฐานหลายสิบปีแล้วยังไม่ได้ผล ก็เพราะเรื่องนี้แหละ ไปติดความนิ่ง สงบเฉยๆ ว่างๆ เห็นโน่นเห็นนี่นะ นั่งเห็นโน่นเห็นนี่ไป

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลท่าพระ
อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แสดงธรรมที่ศาลากาญจนาภิเษกรำลึก (ศาลาลุงชิน)
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖
นาทีที่ ๓๗ วินาทีที่ ๓๐ – นาทีที่ ๓๘ วินาทีที่ ๕
youtu.be/vkRxfKOP9P0

ดูเพิ่มเติม : การแยกขันธ์เป็นขั้นเจริญปัญญา http://wp.me/pNG1y-6gM #หลวงพ่อปราโมทย์ (Re-airing) http://www.dhammada.net/2013/12/06/24104/

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สังโยชน์เบื้องสูงมีลักษณะเหมือนกุศล

mp3 for download : สังโยชน์เบื้องสูงมีลักษณะเหมือนกุศล

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย
retouched by Dhammada.net

หลวงพ่อปราโมทย์ :มีอะไรบ้าง สังโยชน์เบื้องสูง ใครตอบได้บ้าง ไม่รู้เลยหรือ ไม่รู้ก็ไปหาอ่านเอา ไม่เทศน์ล่ะ จะเหมือนกุศลเลยนะ เหมือนกุศล คือรูปราคะ อรูปราคะ อะไรอย่างนี้นะ ดูเป็นคนรักความสงบ ดีมั้ย รักความสงบ รักความสงบฟังแล้วดีใช่มั้ย รักความฟุ้งซ่านดีมั้ย รักฟุ้งซ่านไม่ดี รักสงบดี แต่ยินดีพอใจไม่รู้ว่าพอใจ ไม่รู้ว่ายินดี เนี่ยมีราคะซ่อนอยู่ ในการที่เพ่งรูปเพ่งนาม รักความว่าง ชอบความว่าง แล้วบอกว่าไม่มีกิเลส นั่นแหละมีกิเลสอยู่ ติดอยู่ในความว่างก็มีอรูปราคะ มองไม่เห็นเอง เนี่ยจะต้องค่อยๆฝึกนะ กิเลสชั้นสูงเนี่ย หน้าตาเหมือนกุศลเลยนะ

ความฟุ้งซ่าน อุทธัจจะ ว่าจะไม่เทศน์นะ เทศน์เสียหน่อยก็ได้ หน้าตาแป๋วๆอย่างนี้ ถ้าให้ไปอ่านเองคงไม่ไปอ่าน หน้าตาขี้เกียจอย่างนี้ ไม่ค่อยขวนขวาย อุทธัจจะนะ อุทธัจจะอย่างที่พวกเรารู้จักอยู่อย่างนี้ เป็นอุทธัจจนิวรณ์ คือใจฟุ้งซ่าน ฟุ้งไปในอารมณ์โน้น ฟุ้งไปในอารมณ์นี้ วิ่งพล่านไปทางตาทางหูทางจมูกทางลิ้นทางกายทางใจ นี้เรียกว่าอุทธัจจะที่เรารู้จัก ตัวที่จะสู้มันก็คือสมาธิ ทำสมาธิสู้ได้ แต่อุทธัจจสังโยชน์นี้ไปอีกแบบหนึ่ง ไม่ใช่จิตฟุ้งซ่านเลยนะ เพราะผู้ที่จะไปสู้กับอุทธัจจสังโยชน์คือพระอนาคามี สมาธิบริบูรณ์ ไม่มีคำว่าฟุ้งซ่าน(นิวรณ์)อีกแล้ว แต่ยังมีอุทธัจจะอยู่ อุทธัจจะตัวนี้มันเป็นความที่จิตดิ้นรน จิตดิ้นรนแสวงหาธรรมะ อยากปฏิบัติ อยากให้พ้นไปเสียทีนะ หาทาง ทำยังไงจะดี ทำยังไงจะดี พวกเราเคยรู้สึกมั้ย บางครั้งเราก็นึก ตื่นนอนมาเราก็นึกนะว่าจะปฏิบัติยังไงแล้วจะดี เนี่ยรู้จักไว้บ้างนะ เนี่ยเป็นตัวอย่างเล็กๆน้อยๆของ อุทธัจจสังโยชน์ ฟุ้งซ่าน แสวงหานั่นแหละ อยากแสวงหา ใจดิ้นๆดิ้นๆไม่เลิกเลย ทำยังไงจะหลุดพ้น ทำยังไงจะหลุดพ้น ทำยังไงจะปฏิบัติได้ดีกว่านี้อีก ใจจะดิ้นๆดิ้นๆอยู่อย่างนั้นน่ะ

แล้วมีอะไรอีก มานะ ยกตัวอย่างพวกเรามีมานะ ก็คือ มีกูเก่งนะ พอภาวนาสูงขึ้นไปแล้วไปเจอมานะละเอียดนะ กลายเป็นกูไม่เก่ง กูไม่เก่งนะ ไม่ใช่กูเก่งนะ ไม่ดีเลย สู้เขาไม่ได้นะ หมายถึงสู้ใคร สู้ครูบาอาจารย์ไม่ได้ ครูบาอาจารย์สะอ๊าดสะอาดนะ ทำไมเรามอมอย่างนี้ แค่อย่างนี้ไม่ได้คิดเทียบกับครูบาอาจารย์เลยนะ แต่ในใจคิดว่า โห..ท่านดีจังเลย เมื่อไหร่จะดีอย่างท่านนะ มีท่านมีเราขึ้นมานะ มีการเทียบน่ะ เทียบสภาวะของตัวเองกับของคนอื่นขึ้นมา มันก็เป็นมานะแล้วล่ะ

โห.. มันละเอียดนะ ยิ่งอวิชาเนี่ย สุดยอดละเอียดเลย หลวงตามหาบัวสอนไว้นะ จิตผู้รู้นั้นแหละ จิตอวิชา หลวงปู่เทสก์ท่านก็สอนนะ ตัวที่เข้ามาเป็นใจของเรานี่แหละ มีอวิชาซ่อนอยู่ข้างในนะ เคยไปถามท่าน ตอนนั้นหลวงพ่อยังไม่ได้บวชหรอก ภาวนามาช่วงหนึ่ง เข้าไปถามท่าน ถามว่าหลวงปู่ ผมเห็นจิตต้นกำเนิดแล้วล่ะ จิตต้นกำเนิดนั้นน่ะ มันมีเชื้อเกิดอยู่ข้างใน ทำอย่างไรจะทำลายมันได้ ท่านก็สอนเยอะนะ แจกแจงให้ฟัง มันทำลายตัวอวิชา จิตต้นกำเนิดหรือจิตอวิชา หรือจิตผู้รู้ ตัวเดียวกัน ที่พวกเราฝึกหาจิตผู้รู้นะ ให้มีจิตผู้รู้นะ นั้นแหละ จิตผู้รู้นั้นแหละยังเป็นจิตอวิชาอยู่ แต่อาศัยมันก่อน พอวันหนึ่งก็ค่อยมาทำลายตัวนี้ลงไปอีกทีหนึ่ง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๑๑ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
File: 560111A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๑๔ ถึงนาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๑๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การภาวนาขั้นละเอียดเหลือแต่ไหวยิบยับ

mp 3 (for download) : การภาวนาขั้นละเอียดเหลือแต่ไหวยิบยับ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยม : เห็นไหวๆไหวๆ ก็ต้องดูไปอย่างนี้ใช่ไหมค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์ :ไม่ได้ดูแค่ไหวๆหรอก ไหวๆเป็นอารมณ์ที่จิตไปรู้เข้า พอมันเห็นไหวๆแล้ว จิตเกิดสุขเกิดทุกข์ เกิดกุศลอกุศลเนี่ย ให้รู้ทันตัวนี้ ไม่ใช่รู้แค่ไหวๆนะ แล้วรู้เข้ามาให้ถึงจิตถึงใจ ไหวๆไม่ใช่จิตหรอก สังขารต่างหากล่ะ ที่เราว่า เราดูไหวๆ ไหวๆไม่ใช่จิตไหวๆคือสังขาร คือความปรุงของจิต จิตเป็นคนไปดูมัน

เพราะงั้นเมื่อจิตไปเห็นไหวๆแล้ว จิตเกิดสุขเกิดทุกข์ เกิดกุศลอกุศลนะ ให้คอยรู้ทันจิตไป เช่นดูแล้วรำคาญ รู้ว่ารำคาญ อยากให้มันหายไปซะที รู้ว่าอยากนะ แต่ถ้าดูจนเหนื่อย ไม่ไหวแล้ว ทำสมถะ ลืมการดูไป พุทโธลูกเดียวเลย พุทโธๆๆไป จิตจะไปดู รู้ทัน พุทโธๆๆ จิตจะเคลื่อนไปดู รู้ทัน จิตก็ตั้งมั่นเด่นดวงได้พัก พอพักมีแรงแล้วไปดู บางทีขาดเลยนะ

โยม : ขอบพระคุณเจ้าค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : การภาวนานะ พอถึงขั้นละเอียดนี่ จะเหลือแต่ไหวยิบยับๆ นี่หลวงพ่อพุธสอนนะ หลวงพ่อพุธสอนหลวงพ่อไว้ การภาวนาพอถึงขั้นละเอียด จะเหลือแต่ไหวยิบยับ หลวงตามหาบัวก็มาลงที่เดียวกัน สอนอันเดียวกัน

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๕ หลังฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๗
Track: ๑๕
File: 551014B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๓๖ ถึง ๑๘ วินาทีที่ ๔๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สมาธิเพื่อการเจริญปัญญา (๖/๖) : หากทิ้งสมถะ จะดูไม่ถึงจิต

mp 3 (for download) : สมาธิเพื่อการเจริญปัญญา (๖/๖) : หากทิ้งสมถะ จะดูไม่ถึงจิต

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ช่วงแรกๆพลาดไปเรื่องนึงนะ คือทิ้งสมถะไป อาศัยว่าทำสมถะมาตั้งแต่เด็ก สะสมพลังของจิตใจมา ๒๒ ปี มาดูจิตพรวดๆๆไป มันไปได้รวดเร็ว พอผ่านมาสองสามปีนะ ทิ้งสมถะไปนานๆจิตไม่มีแรงแล้ว พอไม่มีกำลังแล้วจะเหมือนที่พวกเราหลายคนดู จิตมันจะไปอยู่ข้างนอก มันจะไปนิ่งๆ สว่างอยู่ข้างนอก นิ่งๆไปพักอยู่เฉยๆอยู่ เรานึกว่าเราดูจิตอยู่ แต่ดูไม่ถึงจิตหรอกงั้นที่หลวงพ่อบอกดูไม่ถึงฐาน ดูไม่ถึงฐาน จิตไม่ตั้งมั่น จิตไปอยู่ข้างนอก สำนวนเดียวกันนะ หลายๆสำนวนแต่ว่าเนื้อหาอันเดียวกัน ใจไม่ตั้งมั่น หลวงพ่อเคยเป็นมาแล้ว

ตอนนั้นไปติดอยู่ตรงนี้ตั้งนาน ครูบาอาจารย์ก็ไม่ค่อยอยู่แล้ว มรณภาพไปมากแล้ว เอ๊ ทำไมเราภาวนาหลายปี จิตมันคงที่อยู่แค่นี้เอง จิตมันไม่พัฒนา ครูบาอาจารย์ก็บอกมาทุกองค์ๆนะ ว่าไม่มีวิธีปฏิบัติที่ยิ่งกว่านี้แล้ว ถ้าภาวนาพอเข้าถึงจิตถึงใจตนเองแล้ว ไม่มีวิธีที่ยิ่งกว่านี้แล้ว ทุกองค์เลยพูดอย่างนี้เหมือนกันหมดเลย บางองค์ท่านก็ปลอบใจว่า อย่าใจร้อนนะ เหมือนผลไม้ต้องรอเวลาสุกงอม เอ๊ะ เราก็รอมานานแล้วนะ มันไม่งอมซักที

ตอนนั้นมีโอกาสขึ้นไปกราบอาจารย์มหาบัวที่บ้านตาด ขึ้นไปท่านยังเทศน์อยู่บนศาลา ยังแข็งแรงหนุ่มกว่านี้เยอะ ไปกราบท่านบอกว่า ท่านอาจารย์ครับ ทำไมผมภาวนาแล้วมันไม่พัฒนาเลย ครูบาอาจารย์ให้ดูจิตดูใจอยู่ ก็ดูมาตลอดนะ ทำไมมันไม่พัฒนา ท่านหันมามองหน้าวับท่านก็บอกเลย จิตท่านเร็ว (ท่าน)บอก ที่ว่าดูจิตนั้นดูไม่ถึงจิตแล้ว ดูไม่ถึงจิต ตอนนั้นยังไม่เข้าใจนะ ว่าทำไมดูไม่ถึงจิต เหมือนที่หลวงพ่อบอกพวกเรานี่ จิตไม่ตั้งมั่น จิตไม่ถึงฐาน มันไม่ถึงจิต มันไม่ย้อนเข้ามาดูกายดูใจ ท่านบอกที่ว่าดูจิตนั้นดูไม่ถึงจิตแล้ว ต้องเชื่อเรานะตรงนี้สำคัญนะ เราผ่านมาด้วยตัวของเราเอง อะไรๆก็สู้บริกรรมไม่ได้ ท่านบอกงี้

พอท่านสอนอย่างนี้นะเราก็กราบท่านเลย มาบริกรรมพุทโธๆๆไปเรื่อย โอ๊ยพุทโธไปเหมือนโลกจะแตกเลย มันทุกข์มันทุรนทุรายนะ จิตมันกระสับกระส่ายไปหมดเลย จิตมันไปติดความว่างๆมานาน ไปอยู่ในความว่าง เนี่ยนักดูจิตต้องระวังนะ สิ่งที่อันตรายมากเลย คือไปติดความว่าง ดูไปๆแล้วก็ว่างอยู่อย่างนั้นเป็นปีๆ ว่างอยู่อย่างนั้น เสียเวลา พอท่านให้พุทโธๆนะ จิตมันต้องทำงาน จิตมันเคยว่างงานมานานนะ พอจิตมันทำงานนะ มันมีทุกข์ทุรนทุรายไปหมดเลย ทุรนทุรายจนเอาไม่อยู่เลย ฟุ้งซ่านแบบดูไม่ไหวเลย

ในที่สุดก็มานึก เอ๊ ทำไมครูบาอาจารย์ว่าเราดูไม่ถึงจิต ค่อยๆสังเกตนะ ทำไมท่านว่าเราดูไม่ถึงจิต ค่อยๆสังเกตลองทวนจะมาดูจิต ปรากฎทวนเข้ามาไม่ได้ มันไม่ทวนเข้ามา ทวนเข้ามาก็ไม่ถึงที่ อ๋อจิตไม่ตั้งมั่น อ๋อขึ้นมาเลย ไปเห็นสภาวะที่มันทวนเข้ามาไม่ได้ นึกว่าจิตไม่ตั้งมั่น เราไม่ถนัดบริกรรม เราถนัดลมหายใจ เรารู้ลมหายใจ หายใจๆ หายใจไปจิตมันก็ตั้งขึ้นมานะ มันก็เดินต่อได้

เพราะนั้นจิตที่ตั้งมั่นก็สำคัญนะ ไม่ใช่ไม่สำคัญ งั้นดูจิตไป บางคนที่หลวงพ่อบอกว่าอย่าเพิ่งทำสมถะ อันนั้นติดสมถะมาติดมางอมแงมเลย ต้องเลิกซะก่อน ทิ้งไปซะก่อนของที่ติด มาเริ่มต้นเอาใหม่ มาหัดเจริญสติ พอมีสติแล้วนะยังไงก็ทิ้งสมถะไม่ได้หรอก ก็ต้องทำอยู่ดีแหล่ะ แต่จะทำง่าย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๗
Track: ๔
File: 511023
ระหว่างนาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๕๒ ถึง นาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๕๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทางวิปัสสนา (๒๐) ฝึกให้จิตตั้งมั่น(รู้สึกตัว) แล้วแยกธาตุแยกขันธ์ เป็นต้นทางของวิปัสสนา

mp3 for download : ทางวิปัสสนา (๒๐) ฝึกให้จิตตั้งมั่น(รู้สึกตัว) แล้วแยกธาตุแยกขันธ์ เป็นต้นทางของวิปัสสนา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางวิปัสสนา

ทางวิปัสสนา

หลวงพ่อปราโมทย์ : เพราะฉะนั้น เมื่อได้ฟังธรรมแล้ว ปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม เบื้องต้นรักษาศีล ๕ ถัดจากรักษาศีล ๕ แล้ว ฝึกจิตใจให้อยู่กับเนื้อกับตัว นี่คือการฝึกสมาธิที่ถูกต้อง สมาธิไม่ได้ฝึกให้เคลิ้มๆ ฝึกให้รู้สึกตัว จิตหนีไปคิดรู้ทัน จิตหนีไปคิดรู้ทัน นี่ล่ะจะรู้สึกตัว ถ้าจิตหนีไปคิดจิตจะไม่รู้สึกตัว

พอจิตรู้สึกตัวได้แล้ว ก็มาหัดแยกธาตุแยกขันธ์ ใครเคยได้ยินชื่อหลวงตามหาบัวบ้าง มีมั้ย หลวงตามหาบัวสอนไว้ดีมากเลยนะ บอกว่า ถ้าแยกธาตุแยกขันธ์ไม่เป็นนะ อย่ามาคุยอวดนะเรื่องเจริญปัญญา ไม่มีทางเจริญปัญญาเลย ต้องแยกธาตุแยกขันธ์เป็น เพราะฉะนั้นบางคนบอกว่า พุทโธ พุทโธ ไป แล้ววันหนึ่งจะบรรลุ ไม่บรรลุหรอก คนละเรื่องกันเลย

พุทโธ พุทโธ ไป จิตหนีไปคิดรู้ทัน ได้จิตที่ตั้งมั่น จิตตั้งมั่นแล้วต้องมาแยกธาตุแยกขันธ์ ร่างกายอยู่ส่วนร่างกายจิตเป็นคนดูอยู่ต่างหาก อย่างนี้ ความสุขความทุกข์เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ความสุขความทุกข์เกิดที่ร่างกายก็ได้นะ เกิดที่จิตใจก็ได้ กุศล-อกุศล อันนี้เกิดได้ที่จิตอย่างเดียว ส่วนจิตเป็นตัวรู้อารมณ์ เดี๋ยวก็ไปดู เดี๋ยวก็ไปฟัง เดี๋ยวก็ไปคิด หมุนเวียนไปทั้งวัน

ยกตัวอย่าง นั่งฟังหลวงพ่อพูดอย่างนี้ เดี๋ยวก็ดูหน้าหลวงพ่อ เดี๋ยวก็ตั้งใจฟัง เดี๋ยวก็คิด เนี่ยดูของจริงอย่างนี้ ดูขันธ์นะ ทำงานไปเรื่อย จนปัญญามันพอ เห็นเลยขันธ์นี้ไม่ใช่เรา เป็นพระโสดาบัน เห็นเลยขันธ์นี้ไม่เที่ยงเป็นทุกข์เป็นอนัตตา หาสาระแก่นสารไม่ได้ หมดความยึดถือในขันธ์ เป็นพระอรหันต์

550409.38m49-40m23

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ห้องสุวรรณภูมิบอลรูม ชั้น ๒ อาคารบี
บจก. เตียวฮงสีลม บางพลี
วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างเวลา ๑๓:๐๐ – ๑๕:๐๐ น.

File: 550409.mp3 (ไทย)
File: 550409.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)
เสียงพระธรรมเทศนา ระหว่างนาที่ ๓๘ วินาทีที่ ๔๙ ถึง นาทีที่ ๔๐ วินาทีที่ ๒๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

โอวาทครูบาอาจารย์ : หลวงตา มหาบัว เทศน์เตือนชาวพุทธอย่าดูหมิ่นในหลวง

หลวงตา มหา บัวเทศน์เตือนชาวพุทธอย่าดูหมิ่นในหลวง



เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

VDO Clip ธรรมะหลวงพ่อปราโมทย์ : พุทโธทั้งวันจะบรรลุธรรมได้หรือไม่

พุทโธทั้งวันจะบรรลุธรรมได้หรือไม่

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ดูจิตไปด้วย ควบคู่ภาวนาพุทโธไปด้วยจะทำให้เนิ่นช้าหรือไม่ ?

ดูจิตไปด้วย ควบคู่ภาวนาพุทโธไปด้วยจะทำให้เนิ่นช้าหรือไม่ ?

ถาม : ถ้าดูจิตไปด้วยแล้วภาวนาพุทโธไปด้วยนี่ จะทำให้เนิ่นช้าหรือเปล่าครับ ?

ตอบ  : ก็เห็นครูบาอาจารย์หลุดพ้นด้วยการภาวนาพุทโธกันเยอะนี่ครับ โดยส่วนตัวผมเห็นว่า ถ้าภาวนาแล้วจิตตั้งมั่นได้ หรือใช้พุทโธเป็นสิ่งที่ถูกรู้อย่างมีสติสัมปชัญญะได้ ก็ย่อมหลุดพ้นได้ เนิ่นช้าหรือไม่ขึ้นกับว่า ภาวนาพุทโธยังไงมากกว่า ถ้าภาวนาด้วยเอาแต่ให้จิตสงบตั้งมั่นเฉยๆ ไม่ยอมเจริญสติปัฏฐาน ก็เนิ่นช้าแน่ แต่ถ้าภาวนาเพื่อให้จิตตั้งมั่น แล้วเอาพุทโธเป็นเหมือนที่พักระหว่างเจริญปัฏฐาน ก็ไม่น่าจะเนิ่นช้า หลวงตาบัวก็ใช้พุทโธเป็นเครื่องมือภาวนา ตอนแรกก็พุทโธจนจิตตั้งมั่น แต่ไม่ได้เจริญสติปัฏฐาน จนหลวงปู่มั่นแก้ให้ ท่านก็ทิ้งพุทโธ แต่มาพบว่า ถ้าไม่บริกรรมพุทโธเอาไว้ จิตจะเผลอหลงได้ง่าย ท่านก็เลยเอาพุทโธเป็นวิหารธรรม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเอาแต่พุทโธอย่างเดียว พอจิตไปรู้อารมณ์อื่นก็ตามรู้ไป รู้เสร็จก็กลับมาพักที่พุทโธ ท่านทำอย่างนี้แล้วจิตตั้งมั่น-มีสติสัมปชัญญะได้ต่อเนื่อง ผลก็ออกมาอย่างที่เราทราบๆ กัน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พระอาจารย์วันชัยแห่งภูสังโฆ พระดี ที่หลวงตามหาบัวฯ บอกว่า “ครองแต่ธรรมเต็มหัวใจ”

พระอาจารย์วันชัยแห่งภูสังโฆ พระดี ที่หลวงตามหาบัวฯ บอกว่า “ครองแต่ธรรมเต็มหัวใจ”

บางส่วนจากคำเทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด “ท่านวันชัยครองแต่ธรรมเต็มหัวใจ” เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๑ >>>

“…ทางนั้นก็มีวัดภูสังโฆกับวัดผาแดง ธรรมลีอยู่ที่นั่น มีแต่พระมากๆ ทั้งนั้นละอยู่ที่นั่น เราไม่ค่อยได้ไปไหนละเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยไปไหน ไปตามจุดที่จำเป็นๆ เท่านั้นละ ที่จะไปเยี่ยมวัดนั้นวัดนี้ไม่ค่อยได้ไป ธุระของเรามีมากต่อมาก วันหนึ่งๆ ไม่ว่างนะ ท่านวันชัยก็ดี มีหลักใจเรียบร้อยแล้ว ท่านพูดเรื่องจิตตภาวนาให้ฟังทุกอย่างๆ เราก็เพียงคอยเพียงคอยแนะๆ เท่านั้น ก็ผ่านไปได้ล่ะ เรียกว่าผ่าน ผ่านได้แล้วท่านวันชัย ผ่านโดยสมบูรณ์ ไม่มีอะไรล่ะกิเลสตัณหาตัวไหนไม่มี เรียกว่าขาดสะบั้นไปเลยละ ครองแต่ธรรมเต็มหัวใจ ถ้าธรรมครองใจแล้วสบายมาก ถ้ากิเลสครองใจเป็นไฟไปเลย มันต่างกัน…”

ประวัติพระอาจารย์วันชัย

พระอาจารย์วันชัย วิจิตฺโต เกิดวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ อดีตนักเรียนเตรียมทหารรุ่น ๘ และ จปร. รุ่น ๑๙ ท่านได้ทำงานรับราชการทหารอยู่ระยะหนึ่ง จากนั้นจึงออกบวช แล้วได้พบหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เป็นครั้งแรกที่มูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ซ.จรัญสนิทวงศ์ ๓๗ ฝั่งธนบุรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

หลวงตามหาบัวได้ให้คำแนะนำว่า “ไม่ควรอยู่เร่ ๆ ร่อน ๆ ควรจะอยู่กับครูบาอาจารย์” จากนั้นไม่นานท่านก็เดินทางไปศึกษากับหลวงตามหาบัว ที่วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี

“ถ้าเป็นน้ำก็แหวกลงไป แหวกจอกแหวกแหลงไป เห็นแล้วน้ำใสสะอาดซ่อนอยู่หลัง ความหมายมั่นสำคัญผิดนี่เอง แหวกความสำคัญทั้งหลายออก ออกให้หมด ธรรมทุกประเภท อนิจจังก็แล้ว ทุกขังก็แล้ว อนัตตาก็แล้ว แหวกออก ๆ จนไม่มีอะไรจะแหวก ถึงน้ำใสบริสุทธิ์ ถึงจิตดั้งเดิม ตัวจริงของจิตเป็นแบบนี้ ใสสะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีอะไรเลยเจือปน ใสแท้เห็นธรรม บรรลุธรรม เห็นกายก็จริง เห็นเวทนาก็จริง เห็นจิตจริง ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างจริงไปหมด  ฝึกแล้วฝึกเล่า ภาวนาแล้วภาวนาเล่า ทุกข์แล้วทุกข์เล่า พยายามแหวกสิ่งที่คนทั้งหลายเขาละเลย ท่านเห็นอะไรท่านก็พินิจพิจารณาเป็นธรรม ได้ยินอะไรท่านก็พินิจพิจารณาเป็นธรรม ได้กลิ่นลิ้มรสได้สัมผัสอะไรก็พินิจพิจารณาอยู่อย่างนั้น ถึงเอียงซ้ายเอี้ยงขวามันก็ไม่เอียง ต้องปรับให้มันตรงอยู่เรื่อย ตรงความจริงอยู่เรื่อย ในที่สุดก็แหวกออกหมด เหลือแต่ความจริงของจิต ทางภาคปฏิบัติ ปฏิบัติไป ๆ เหมือนกับจะไม่เห็นฝั่งเห็นฝาอะไรเลย เหมือนกับไม่มีวันถึงไหน

ถึงต้องถึง นักปฏิบัติไม่หยุดไม่ถอย ยังไงมันก็ต้องถึง เหมือนกับมืดสนิทจะไม่มีวันสว่างเลย เหมือนกับโง่ดักดานจนไม่มีวันรู้เลย ไม่ใช่ มันค่อยเปลี่ยนแปลงไป ๆ จากการประพฤติปฏิบัติของเรา เปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด จากชั่วเปลี่ยนไปดี จากมืดเปลี่ยนไปสว่างไปเรื่อย จากขุ่นมัวเปลี่ยนเป็นผ่องใสไป ๆ จากกิเลสก็เปลี่ยนเป็นธรรมขึ้นมา”

โอวาทธรรมจากพระอาจารย์วันชัย

“คนเราโลภ โกรธ หลง มาตั้งแต่เกิด จนแก่ จนตาย ไม่
เห็นมีอะไรดี กิเลสมันร้าย  เราไม่ได้ไปร่ำไปเรียน กิเลสมันก็ติดตัวเรา
ตั้งแต่เกิด ก็เพราะความหลงผิด ในตัวตนนั่นเอง”

“เวลาเราเหลือน้อยลงทุกที
อย่าได้ประมาท ให้เร่งภาวนากัน”

“ภาวนาให้มาก ต้องต่อสู้ ต้องพากเพียร จึงจะได้ของจริง”

“เอ้า แยกย้ายกันภาวนา”

วัดสังโฆญาณวิสุทธิโสภณ(ภูสังโฆ)

ตั้งอยู่บ้านกุดหมากไฟ หมู่ที่ 1 ตำบลกุดหมากไฟ  อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี โดยมีพระอาจารย์วันชัย  วิจิตโต เป็นประธานสงฆ์ เดินทางจากจังหวัดอุดรธานี ถึงอำเภอหนองวัวซอ บ้านอูบมุง บ้านกุดหมากไฟ ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร


วัดภูสังโฆญาณวิสุทธิโสภณ (วัดภูสังโฆ, วัดป่าสังฆาราม) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดเสิงเคิง เป็นวัดปฏิบัติสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เป็นวัดที่เน้นหนักและเข้มงวดเรื่องการปฏิบัติภาวนา สถานที่สัปปายะ เหมาะอย่างยิ่งในการเร่งปฏิบัติภาวนาอย่างจริงจัง

การเดินทาง : มาจากตัวเมืองอุดร บนถนนอุดร-เลย ถึงทางแยกไปตัว อ.หนองวัวซอ เลี้ยวซ้าย ระยะทางตรงนี้ ประมาณ 22 กม. ตรงไปเรื่อย จะผ่านตัว อ.หนองวัวซอ ให้ตรงไปอีกบนถนนลาดยาง จนเกือบสุดถนน ให้เลี้ยวซ้ายไปทางบ้านกุดหมากไฟ ตามถนนลาดยางไปไม่ไกล จะต้องเลี้ยวซ้าย มีป้ายบอก ให้สังเกตป้าย และถามทางไปเรื่อยๆ จนสุดถนนลาดยาง จะมีทางเลี้ยวขวา (ถนนดินแดง) ไปเรื่อยๆ ก็จะถึงวัด หรือเดินทางจาก อ.เมือง จ.อุดรธานี ก็นั่งรถสองแถวที่จะไปบ้านกุดหมากไฟ สุดสายเลย แล้วบอกให้สองแถวเลยไปส่งต่อที่วัดภูสังโฆ ได้เลย สองแถวจะรู้หมดทุกคัน ชาวบ้านจะเรียกชื่อวัดว่า วัดเสิงเคิงหรือวัดภูสังโฆ ก็จะทราบเป็นส่วนใหญ่

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ฆราวาสมีจุดอ่อนที่สมาธิน้อยไป จิตไม่ค่อยตั้งมั่น

mp 3 (for download) : ฆราวาสมีจุดอ่อนที่สมาธิน้อยไป จิตไม่ค่อยตั้งมั่น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ฆราวาสมีจุดอ่อนที่สมาธิน้อยไป จิตไม่ค่อยตั้งมั่น

ฆราวาสมีจุดอ่อนที่สมาธิน้อยไป จิตไม่ค่อยตั้งมั่น

โยม : ก็ตอนนี้ก็ ดูขันธ์ ๕ ทำงานไปน่ะครับ แล้วก็ ไม่รู้ว่ายังอยู่ในลู่ในทางหรือเปล่าครับหลวงพ่อ

หลวงพ่อปราโมทย์ : อยู่นะ แต่มันอยู่ไม่พอ สมาธิไม่พอ ฆราวาสเนี่ยมีจุดอ่อนนะ สมาธิน้อย สมาธิน้อยไปจิตไม่ค่อยตั้งมั่นน่ะ จิตชอบกระจายโล่งๆว่างๆ ออกไป เพราะอะไร เพราะว่าวันๆหนึ่งเรามีเรื่องฟุ้งซ่านเยอะ มันเหนื่อยน่ะ พอมันเหนื่อยมากมันเครียดมากนะ พอมาภาวนาแล้วสบาย มันจะไปติดอยู่ที่สบาย โล่งๆว่างๆสบายเพลินๆไป วิธีแก้ก็คือ รู้ทันว่ามันไปติดอยู่ข้างนอก โล่งๆว่างๆ ดูออกหรือเปล่า?

โยม : คิดว่าดูออกครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : มันไม่เข้าฐาน จิตต้องถึงฐานนะ ถึงจะเดินปัญญาได้จริงๆ ยกตัวอย่างเราเห็นธาตุเห็นขันธ์ทำงาน แต่จิตเราอยู่ข้างนอก ไม่พอ แรงไม่พอไม่ตัดหรอก

โยม : แต่ก็ เราก็ใช้วิธีนี้ ดูไปเรื่อยๆ..

หลวงพ่อปราโมทย์ : รู้ทันมันนะ รู้ทันมัน อาจารย์มหาบัวเคยสอนหลวงพ่อ บอกว่า พุทโธไปเลยก็ได้ พุทโธแล้วรู้ทันจิตมั่งนะ จิตไหลแล้วรู้ จิตไหลแล้วรู้เนี่ย มันจะทวนเข้ามาเอง อย่าดึง มันจะเข้ามาเอง พอเข้ามาถึงฐาน เป็นคนดู มันเห็น ธาตุขันธ์ทำงาน จิตถึงฐานจริงๆนะ อยู่กลางๆ

โยม : ถ้าผมใช้วิธีว่า ดูสบายๆ ดูร่างกายสบาย ใจสบาย แล้วก็ พอมันคิดเนี่ย เราก็ไปดูมัน อย่างนี้ได้มั้ยครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ดูกายก็ได้นะ แต่ว่าดูกายแล้วระวังอันหนึ่ง จิตไหลไปที่กาย ถ้าดูกายแล้วจิตไหลไปที่กายเนี่ย คือ จิตไม่ตั้งมั่น ถ้าดูกายแล้วเหมือนเรานั่งอยู่นี่ เห็นกายเราอยู่นี่(อีกที่-ผู้ถอด) จิตไม่ไหลเข้าไปในกาย อย่างนี้ใช้ได้นะ เพราะฉะนั้นจะดูกายก็ได้ จะดูลมหายใจอะไรอย่างนี้ แต่ถ้าจิตไหลไปอยู่กับลมเนี่ย จิตออกนอกแล้ว จิตไม่ตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดูจริง จุดนี้แหละที่ฆราวาสจะพลาดตรงนี้เยอะเลย จิตไม่ถึงฐานน่ะ ไม่มีแรงพอ จะกระจายเพลินๆไป แล้วจะมีแต่ความสุขนะ นานแล้วสบาย โอ..หลั่นล้าทั้งวันเลย ใช่หรือเปล่า

โยม : ครับ หลวงพ่อครับ อีกนิดนึงฮะ ถ้าเกิดว่าลักษณะของการเป็นผู้รู้ผู้ดู เหมือนกับว่า มีระยะห่างจากขันธ์ที่มันเกิดขึ้น อย่างนั้นใช่มั้ยครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ใช่ แต่ว่าไม่ประคองให้ห่างนะ แต่มันห่างเอง แต่ถ้าเราจงใจดึงให้ห่างเนี้ย จะตึงเลย ตึงเครียดไป มันแยกเองน่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดประชาสันติ จ.พังงา
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๔

CD: วัดประชาสันติ จ.พังงา วันที่ ๒๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
File: 540123.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๕๑ วินาทีที่ ๕๙ ถึง นาทีที่ ๕๔ วินาทีที่ ๒๖
 

 

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News : ขอเชิญร่วมสานเจตนารมณ์ ของหลวงตามหาบัวในการช่วยชาติ ร่วมกับพระคุณแม่จันดีและกลุ่มกองทัพมด

ขอเชิญร่วมสานเจตนารมณ์ ของหลวงตามหาบัวในการช่วยชาติ ร่วมกับพระคุณแม่จันดีและกลุ่มกองทัพมด

โดยการบริจาคโดยตรงที่วัดป่าบ้านตาด หรือติดต่อสอบถามกลุ่มกองทัพมด โทร 080-1914227, 087-2360646

www.dharmajourney.net และ www.tdatl.com

เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับพระคุณแม่จันดี

1. คุณแม่จันดี โลหิตดี อริยะเจ้าขนิษฐา ของหลวงตามหาบัว

2. อ้ายหมดห่วงแล้ว – เมื่อหลวงตามหาบัวสอนน้องสาว (คุณแม่จันดี) ภาวนา

3. Dhammada News: VDO อริยะเจ้าปาฎิหารย์ เมื่อเกศาหลวงตา และเล็บคุณแม่จันดีกลายเป็นพระธาตุ

4. Dhammada News: อัศจรรย์ ชมคลิป เกศาพระคุณแม่จันดีกลายเป็นพระธาตุ


เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News: มอบอัฐิหลวงตามหาบัวให้ 25 วัดป่า – บางส่วนมอบให้พระผู้ใหญ่

มอบอัฐิอังคารหลวงตามหาบัวแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมาที่กุฏิวัดป่าบ้าตาด เบื้องต้นแบ่งแจกไปแล้ว 25 วัดป่าที่มีเจดีย์อยู่แล้ว นอกจากนี้ยังแบ่งให้กับพระผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ทั้งหลวงปู่บุญมี-หลวงปู่ลี-หลวงปู่แบน

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 20.30 คืนที่ผ่านมา (10 มี.ค.) ที่กุฏิหลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี คณะพระภิกษุสงฆ์ที่ได้รับความไว้วางใจในการแบ่งอัฐิของหลวงตามหาบัวได้ทำการประชุมและทำการแบ่งอัฐิหลวงตาเพื่อจัดสรรให้กับวัดป่า พระที่เป็นศิษย์ใกล้ชิดและญาติผู้ใกล้ชิด โดยมีศิษยานุศิษย์จำนวนหนึ่งนั่งรอดูอย่างสนใจ

โดยอัฐิอังคารได้แบ่งเก็บไว้เพื่อสร้างเจดีย์ที่วัดป่าบ้านตาด และวัดป่าอื่นที่มีเจดีย์อยู่แล้วอีก 25 วัด พร้อมกับแบ่งให้กับพระผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ เช่น หลวงปู่บุญมี ปริปุณโณ วัดป่านาคูณ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี , หลวงปู่ลี กุศลธโร วัดถ้ำภูผาแดง, หลวงปู่แบน ธนกโร วัดดอยธรรมเจดีย์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร และให้พระที่เป็นลูกศิษย์ของหลวงตา ที่เคยจำพรรษาในวัดบ้านตาด และวัดที่มีการช่วยเหลืองานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงแก่สรีระหลวงตามหาบัว

อย่างไรก็ตามวัดที่ยังไม่ได้รับแบ่งอัฐิอังคารของหลวงตาบัวไปในคืนที่ผ่านมา ได้เปิดโอกาสให้ยืนคำร้องขอรับอัฐิอังคารได้ที่ศาลาการเปรียญในวัดป่าบ้านตาดเพิ่มเติม จากนั้นคณะสงฆ์จะได้ทำการพิจารณาต่อไป

อ้างอิง : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000031573

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News: อัฐิหลวงตาบัว สีเขียวมรกต ใส่ผอบพลาสติกใสแจก

โชว์ “อัฐิหลวงตาบัว” สีเขียวมรกต สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ศิษยานุศิษย์ต่างพากันก้มลงกราบ เตรียมแบ่งใส่ผอบพลาสติกใสแจกวัด ส่วนที่เหลือก็จะเก็บใสตู้เซฟไว้ ยอดเงินบริจาคมีจำนวน 436,688,675 บาท ทองคำ 110 กก. 8 บาท 17 สต…

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 10 มี.ค. ที่ใต้ถุนศาลาการเปรียญวัดป่าเกสรศีลคุณ หรือวัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสัสโก เจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย อ.นายูง จ.อุดรธานี ได้แจ้งให้คณะสงฆ์ และศิษยานุศิษย์ทราบว่า จะมีการประชุมคณะสงฆ์ ที่กุฏิหลวงตามหาบัว เพื่อประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องจัดแบ่งอัฐิธาตุหลวงตา เพื่อความถูกต้อง และเป็นธรรม ในฐานะที่อาตมาเป็นลูกศิษย์ วันนี้เดินเข้ามาในวัดรู้สึกเย็นในหัวใจ อยากให้หลวงตายังครองธาตุขันธ์อยู่กับพวกเรานานๆ ถึงอย่างไรคำสอนของหลวงตา ยังอยู่ที่จิตใจของเราทุกคน ตอนนี้มีหลวงพ่อสุดใจ ทันตมโน เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด จึงอยากนิมนต์หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดภูผาแดง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นลูกศิษย์องค์โตของหลวงตา มาจำพรรษาที่วัดป่าบ้านตาด 1 พรรษา เพื่อเป็นหลักใจให้คณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์ ให้หลวงพ่อสุดใจบริหารดูแลปกครองคณะสงฆ์ หลวงปู่ลีเป็นหลักใจ

ต่อมา เวลา 12.30 น. หลังจากประชุมเสร็จ คณะสงฆ์นำโดยหลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสัสโก พระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด ได้นำอัฐิหลวงตาใส่พาน ออกมาให้คณะสงฆ์และสื่อมวลชนถ่ายภาพ โดยอัฐิวางไว้ในพาน ส่วนอัฐิที่ระบุว่าเป็นฟันจำนวน 4 ซี่ใส่ไว้ในโกศแก้ว พระอาจารย์สุลาน ปภัสโล พระลูกศิษย์ก้นกุฏิ ได้ชี้ไปที่อัฐิสีเขียวมรกตขนาดนิ้วก้อยที่วางปะปนอยู่ในพาน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ศิษยานุศิษย์ต่างพากันก้มลงกราบ

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสัสโก เจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย อ.นายูง จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า คณะสงฆ์ได้มีการประชุม รับฟังความคิดเห็นการแจกจ่ายอัฐิหลวงตามหาบัวสรุปว่า ก่อนจะมีการแบ่งจะต้องกำหนดกติกาว่า ควรจะแบ่งกันอย่างไร เอาใส่อะไร แบ่งกันที่ไหน ใครเป็นผู้รับผิดชอบ ใครแจก แจกอย่างไร ให้ใครบ้าง เถ้าที่เหลือจะทำอย่าไร เก็บรักษาอย่างไร ใครรับผิดชอบ ทำอย่างไรจึงจะสงบ ทั้งหมดก็ดำเนินการได้ทั้งหมด คือมีคณะกรรมการเป็นพระสงฆ์ 5 รูป มีพระอาจารย์สุดใจ ฑันตมโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด เป็นประธาน อัฐิจะแบ่งเป็น 1. เก็บไว้สร้างเจดีย์ที่วัดบ้านตาด และสถานที่อื่นอย่างเช่นที่ จ.ร้อยเอ็ด 2. ให้พระเถระผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือกัน เช่น หลวงปู่บุญมี ปริปุณโณ วัดป่านาคูณ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี, หลวงปู่ลี กุศลธโร วัดถ้ำภูผาแดง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี หลวงปู่แบบ ธนกโร วัดดอยธรรมเจดีย์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร 3. เจดีย์เก่าสร้างมาแล้ว มีความเคารพนับถือหลวงตา ซึ่งมีการขอมา 4.พระในวัดบ้านตาด และ 5. วัดที่มีการช่วยเหลือกันมา ซึ่งพระอาจารย์สุดใจ จะเป็นผู้พิจารณา หากตัดสินใจไม่ได้ก็ให้หารือพระอีก 4 รูป ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะมีวัดจำนวนเท่าใด

หลวงพ่ออินทร์ถวาย กล่าวต่อว่า อัฐิ และอังคาร สมควรแจกให้วัดที่เคารพหลวงตา จึงจะเห็นคุณค่า เมื่อพิจารณาแล้วจะแจ้งให้ทราบ เดินทางมารับที่วัดป่าบ้านตาด อยู่ต่างประเทศก็ต้องมารับ จะไม่ส่งไปให้ทางไปรษณีย์เด็ดขาด โดยจะแบ่งให้ตามขนาดวัดใหญ่-เล็ก รวมทั้งสำนักสงฆ์ของพระ ที่เคยจำพรรษากับหลวงตา ทั้งหมดจะบรรจุไว้ใน “ผอบพลาสติกใสแข็ง” ติดชื่อวัด และเจ้าอาวาสไว้ชัดเจน เมื่อแต่ละวัดเอาไปแล้ว จะเอาไปแบ่งให้ลูกวัดอย่างไร ก็เป็นเรื่องของวัดนั้นๆ ให้ไปแล้วจะไม่ให้อีก ส่วนที่เหลือก็จะเก็บใสตู้เซฟไว้

“อาตมาเคยเก็บ และเห็นอัฐิครูอาจารย์มามาก แต่อัฐิของหลวงตามีความแตกต่าง อัฐิของครูอาจารย์อื่นจะเป็นท่อน แต่อัฐิของหลวงตาจะแตกกระจายละเอียดเป็นเม็ดเล็กๆ เหมือนกับเมล็ดข้าวสารกระจายอยู่ทั่ว เหมือนกับว่าหลวงตาต้องการแจกจ่ายให้ทั่ว โดยในวันที่ 11 มี.ค. จะเริ่มแจกจ่ายได้ ไม่มีพิธีการอะไรมากมาย ส่วนเงินทำบุญหลวงตา เงินสดจากตู้บริจาค เงินโอน และเช็ค จากบัญชี 3 ธนาคาร กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงไทย ยอดประจำวันที่ 10 มี.ค. มีจำนวน 436,688,675 บาท ส่วนยอดทองคำ 110 กก.8 บาท 17 สต.”.

อ้างอิง : http://www.thairath.co.th/content/region/154933

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News: อัศจรรย์อรหันต์บัว โดย โพสต์ทูเดย์

หลวงตามหาบัวผ่านการเห็นความอัศจรรย์ไปแล้ว ทิ้งไว้แต่ อัศจรรย์ญาณสัมปันโน ไว้เป็นร่องรอยให้ผู้อยู่หลังได้ตระหนักว่า ทำจริง รู้จริง ได้ผลจริง นิพพานมีอยู่ชาตินี้ ไม่ได้อยู่ชาติไหน….

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน บอกชัดๆว่า ท่านจะไม่มาเกิดมาตายอีกแล้ว

หลักพระพุทธศาสนาบ่งชัดไว้ว่า ผู้ที่ยังจมอยู่กับกิเลสย่อมเวียนว่ายตายเกิดร่ำไป เว้นแต่จะเป็นพระอริยบุคคลผู้ถ่ายถอนกิเลสได้เท่านั้นจึงจะหักจากวัฏฏะสงสารไปได้

พระอริยบุคคลในพุทธศาสนา มี 4 ประเภท คือ โสดาบัน สกทาคามี อนาคามี อรหันต์

พระโสดาบัน คือ ผู้ที่จะบรรลุพระนิพพานในเบื้องหน้า ไม่มีเป็นอื่น ถึงยังต้องตายเกิดอีกแต่ก็จะไม่ไปเกิดในนรก หรือ เดียรัจฉานเป็นที่หมาย

พระสกทาคามี แปลว่า ผู้กลับมาเพียงครั้งเดียว หมายถึงกลับมาอีกชาติเดียวก็จะบรรลุพระนิพพาน

พระอนาคามี แปลว่า ผู้ไม่มาเกิดอีก ผู้บรรลุธรรมชั้นนี้จะไม่เกิดเป็นมนุษยอีก หากแต่จะไปเกิดในพรหมโลกแล้วตรัสรู้ในพรหมโลก

พระอรหันต์ คือ บุคคลผู้บรรลุพระนิพพาน เป็นผู้ไม่มาเวียนวายตายเกิดอีกแล้ว

หลวงตามหาบัวไม่มาเกิดมาตายอีกแล้ว

พระเถราจารย์แบ่งพระอรหันต์ ได้ 4 ประเภท เป็นการแบ่งตามคุณวิเศษซึ่งแต่ละรูปมีไม่เหมือนกัน กล่าวคือ เป็นพระอรหันต์เหมือนกันกันเพียงแต่คุณวิเศษของท่านไม่เหมือนกัน

ถามกูเกิลโดยไม่ต้องเปิดพระไตรปิฏกก็ได้ความว่า ประเภทที่หนึ่งคือ พระสุกขวิปัสสก คือ พระอรหันต์ผู้ไม่มีญาณวิเศษใดๆ นอกจากรู้การทำอาสวะให้สิ้นไป

สอง พระอรหันต์ ผู้ได้วิชชา 3 ได้แก่ 1.ระลึกชาติได้ 2.รู้จุติและอุบัติของสัตว์ทั้งหลาย 3.รู้ทำอาสวะให้สิ้น

สาม พระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา 6 คือ 1.ตาทิพย์ หยั่งรู้เหตุการณ์ใกล้ไกลได้ 2.ทิพยโสต หูทิพย์ 3.เจโตปริยญาณ ทายใจผู้อื่นได้ 4.แสดงฤทธิ์ได้ 5.บุพเพนิวาสานุสสติญาณ ระลึกชาติได้ 5.อาสวักขยะญาณ รู้ญานที่ทำให้อาสวะสิ้นไป

สี่ พระอรหันต์ผู้บรรลุ ปฏิสัมภิทา 4 คือแตกฉานในความรู้อันยิ่ง 4 ประการ

แล้ว ปฏิสัมภิทาญาณ ทั้ง 4 คืออะไร ?

ตัดภาษารุงรังออกไป พูดง่ายๆได้ว่า 1.แตกฉานในอรรถ 2.แตกฉานในธรรม 3.แตกฉานในภาษา 4.แตกฉานในปฏิภาณ

แล้วหลวงตามหาบัวเป็นพระอรหันต์ประเภทใด?

ประเภทใดไม่รู้ แต่ความแตกฉานในอรรถ ในธรรม แสดงโดยถูกต้อง มีปัญญาว่องไว ไหวพริบเฉียบแหลม คมคาย ในการโต้ตอบ คล่องแคล่วชัดแจ้ง ฉับพลันทันที ฯลฯนั้นเป็นที่ประจักษ์แจ้งแก่ใจแก่หมู่มวลสาธุชนทั้งปวง

ก่อนจะประจักษ์แจ้งกันทั่วไป หลายสิบปีมาแล้ว หลวงตาบัวรับนิมนต์ศิษย์ไปกราบรอยพระบาทที่เขาวงพระจันทร์

ท่านว่า พอเดินดุ่มถึงยอดเขาไปเพียงคนเดียว ผู้ดูแลรอยพระบาทก็ยกน้ำร้อนน้ำชามาถวายแล้วมองจ้องหน้าท่านอยู่พักหนึ่ง เขาจ้องดูจนผิดปรกติแล้วขอดูลายมือ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า ท่านอาจารย์ไม่ใช่พระธรรมดา ปากเป็นพุทธะ เป็นคนไม่มีแต่ก็ไม่จน ไม่มีเพราะมีเท่าไหร่ไม่สั่งสม

พระปากเป็นพุทธะรูปนี้เวลาแสดงธรรม จะแจกแจงเป็นหม้อใหญ่ หม้อเล็ก หม้อจิ๋ว ตามกำลังของผู้ฟัง แต่ละหม้อต่างกันอย่างไร ท่านเคยแจกแจงไว้เองว่า ตอนสร้างวัดป่าบ้านตาดก็เทศหม้อเล็กหม้อจิ๋วเป็น “ธรรมะเด็ดๆ” ให้พระเณรที่หลั่งไหลเข้ามา

“จากนั้นมาก็เทศน์แกงหม้อใหญ่สอนประชาชนในเรื่องการช่วยชาติ ก็มีแกงหม้อเล็กแฝงนิดหน่อยๆ ที่มีพระกรรมฐานปฏิบัติมากๆ ไปฟังด้วยแล้วออกละ ธรรมะประเภทนี้ออก แกงหม้อเล็กหม้อจิ๋วจะออกๆ ถ้าธรรมดาแกงหม้อใหญ่ออกทั่วไป เพื่อให้เป็นประโยชน์สำหรับผู้ฟังตามกำลังของตน ขั้นใดที่ควรจะได้กำลังมากน้องเพียง ธรรมะจะออกรับๆเลย ควรได้ชั้นไหนธรรมะจะออกทันทีๆ ควรจะได้ชั้นไหนก็ต้องออกตามนั้น นี่ละที่ว่าแกงหม้อใหญ่ หม้อเล็ก ห้อจิ๋วเป็นอย่างนั้นเอง…”

แกงหม้อจิ๋วของท่านรสชาติเป็นอย่างไร พระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติชอบหลายรูปพูดไว้ในที่ต่างๆกันแล้ว แต่ในที่นี้จะขอยกมาเพียงหนึ่งคือ หลวงปู่คำดี ปภาโส พระอริยสงฆ์แห่งวัดถ้ำผาปู่ จ.เลย หนึ่งในศิษย์ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

หลวงปู่คำดี อายุพรรษามากกว่าหลวงตามหาบัว แต่ท่านนับถือ หลวงตามหาบัวว่าเป็น ครูบาอาจารย์ของท่าน

หลวงตามหาบัวว่า พอได้ยิน องคมนตรี เชาว์ ณ ศีลวันต์ นำความหลวงปู่คำดีมาบอกเช่นนั้นท่านว่า “อุ๊ย ทำไมมาพูดอย่างนี้”

หลวงปู่คำดีอรรถาธิบายในเวลาต่อมาว่า เมื่อธรรมเกิดขึ้นในใจ จิตมันค่อยเป็นไปๆแล้วจึงระลึกถึงถ้อยคำของหลวงตามหาบัวเทศน์ให้ฟัง ตอนฟังนั้นพอพูดธรรมะสูงขึ้นไป ธรรมละเอียด ท่านไม่เข้าใจ ไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่พอธรรมมันเป็นในใจ

“เวลามันเป็นขึ้นมาๆนี้ ธรรมะที่ท่านมหาพูดนั้น พอมันเป็นขึ้นมาทีไร อันนี้ขึ้นมาพับ ขึ้นมารับกันๆๆ น้อมรับๆ…การแจกแจงเรื่องขันธ์ 5 ตลอดจนถึงอวิชชา ที่ผ่านมานี้ผมไม่เคยเห็นหนังสือเล่มใดจะไปเหมือน จะแจงได้ละเอียดลออถูกต้องไม่มีที่แย้งภายในจิตเลยเหมือนหนังสือท่านมหานะ ผมเอานี้แหละเป็นแว่นส่องใจผม…”

ด้วยการฟังเทศนาและหนังสือแว่นส่องใจของหลวงตามหาบัว หลวงปู่คำดีก็ส่องใจของตัวเองจนทะลุไปได้

มิใช่แต่หลวงปู่คำดี ก่อนที่หลายรูปจะทะลุผ่านไปได้ก็ด้วยอาศัยแกงหม้อจิ๋วของหลวงตามหาบัวเช่นกัน เช่น พระอริยเวที (เขียน ฐิตสีโล) ก็อาศัยฟังเทปเทศนาของหลวงตาเป็นแกงหม้อจิ๋วเช่นกัน

ใครกินเข้าไปแล้ว เป็นอย่างไร หลวงตามหาบัวมีคำถามเฉพาะที่ตรวจสอบได้

ท่านว่า ถ้าถามด้วยคำถามนี้แล้วถ้า “จิตไม่เป็น” ตอบไม่ได้เพราะไม่มีในพระไตรปิฎกแต่มีอยู่ในผู้ผู้ปฏิบัติและหลักปฏิบัติเท่านั้น ดังที่ปรากฏหลักไว้ว่า “กัลยาณปุถุชนไม่สามารถแก้ไขปัญหาของพระโสดาบันได้ พระโสดาบันไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาพระสกิทาคามีได้ พระสกิทาคามีไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาพระอนาคามีได้ พระอนาคามีไม่สามารถแก้ไขปัญหาพระอรหันต์ได้ พระอรหันต์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาพระอัครสาวกเบื้องซ้ายขวาได้ และพระอัครสาวกเบื้องซ้ายขวาไม่สามารถแก้ไขปัญหาพระพุทธเจ้าได้”

เมื่อหลวงปู่คำดีกินแกงหม้อจิ๋วเข้าไปแล้ว ท่านก็มี “หนังสือน้อย” ปรากฏว่า “ท่านตอบได้ดี จึงแน่ใจว่าท่านผ่านเรียบร้อยแล้ว…”

แล้วฤทธิ์ของแกงหม้อใหญ่เป็นอย่างไร?

เอาแค่ธรรมะขั้นพื้นฐานคือว่าด้วย ทาน หรือ การให้ การเสียสละ จะพบว่า ทอดตาทั่วแผ่นดิน จะมีใครทำผ้าป่าช่วยชาติยกแผ่นดินแล้วมีคนเสียสละขนาดนี้ ร่วมมากขนาดนี้ ได้ทองคำขนาดนี้

เป็นอัศจรรย์ญาณสัมปันโนโดยแท้!

แม้หลวงตามหาบัวจะเผยแผ่ธรรมะเพื่อให้คนตื่นขึ้น ให้รู้ว่ามรรคผลนิพพานมีจริง เส้นทางแห่งการดับทุกข์มีจริง มนุษย์มีศักยภาพที่จะหักวัฏฏะสงสารกันได้ทุกคนถ้าตั้งใจจริงและไม่แสดงอะไรให้คนเห็นหรือเข้าใจผิด หลงไปติดฤทธิ์ หรือพึ่งพิงรูป เหรียญ สิ่งศักดิ์สิทธิหรือสิ่งอื่นใด มากกว่าพึ่งพิงธรรมะ และพึ่งพิงตนเองแต่มิใช่ว่า ศิษย์ไม่ได้ประจักษ์ว่า ท่านมิได้มีสิ่งเหล่านี้

ท่านมี ท่านรู้ แต่ท่านไม่ค่อยแสดงต่างหาก

ถ้ามีเหตุ ท่านถึงแสดง

หนึ่งในหลายๆเรื่องที่มีการรวบรวมไว้โดยศิษย์บางกลุ่มก็มีอาทิ โยมผู้หญิงคนหนึ่งนั่งรถลูกชายไปวัดแล้วมีรถวิ่งสวนมาอย่างเร็วแล้วเลี้ยวกระกันหันเกือบชนกัน โยมผู้นี้เลยทั้งบ่นทั้งด่าคนขับรถคันนั้นมรตลอดทาง เมื่อมาถึงวัดตักบาตร พระฉันเสร็จก็เข้าไปรอรับพร จู่ๆหลวงตามหาบัวก็พูดขึ้นกับโยมผู้นี้ว่า “เรื่องรถเรื่องถนน เขาผิดก็ต้องให้อภัยเขา อย่าด่าเขาเลย”

โยมฟังแล้วไม่ทันเฉลียวใจเพราะมัวแต่นึกว่า ถึงอีกคันเป็นหลานเขยก็ต้องด่า อย่าเข้าข้างกัน แต่ไม่ทันได้ปริปาก หลวงตาก็พูดขึ้นมาอีกว่า “จะเป็นหยังก็ช่าง เขาผิดก็ให้อภัยเขา เพราะเป็นถนนเส้นเดียวกัน”

เรื่องเล่าเนื่องจากมีเหตุเช่นนี้มีอยู่ไม่น้อย ทั้งระดับบุคคลและระดับบ้านเมือง

เรื่องเหลือวิสัยเรื่องหนึ่งที่แสดงถึงบุญญาธิการของหลวงตามหาบัวก็คือ เมื่อเดินหน้าโครงการช่วยชาติจนธนาคารแห่งประเทศไทยยอมรับเงินบริจาคเข้าคลังหลวงแล้ว บรรดาทรัพย์สินทั้งที่เป็นเงินดอลล่าร์ และทองคำก็ได้ถูกส่งมอบให้แก่ธปท.เป็นระยะๆ

ทุกอย่างดูราบรื่น เรียบร้อยแต่หลวงตากลับปารถขึ้นมาว่า “มันไม่เข้า”

ท่านหมายถึง ทรัพย์ทั้งหมดนั้นมันไม่เข้าคลังหลวงสมเจตนารมย์

ก็ธปท.รับไปแล้ว ทำไมไม่เข้า เอาไปไว้ที่ไหน ศิษย์ทั้งหลายก็ว่ามอบไปแล้วมันก็เข้าแล้ว ทำไมหลวงตาว่าไม่เข้า ท่านก็ยืนยันเหมือนเดิมว่า มันไม่เข้า

พอท่านเอะอะขึ้นเช่นนี้ จึงมีการไปตรวจสอบกันจึงพบว่า แรกๆธปท.รับเงินและทองเหล่านั้นไปแล้วเอาไปใส่บัญชีพิเศษประเภทหนี้สินรหัสบัญชี 2-58-07-01-8 เอาไว้แล้วธปท.จะเสนอขออนุมัติให้โอนเป็นรายได้เมื่อเห็นสมควร

แปลว่า เอาเงินนี้ไปตั้งไว้เพื่อรอแปรสภาพให้เป็นรายได้ของ ธปท. ไม่ได้เอาไปใส่ไว้ใน “บัญชีฝ่ายออกบัตร” ซึ่งมีไว้หนุนหลังเวลาพิมพ์ธนบัตรออกมาใช้

การใส่ผิดที่ ผิดบัญชีก็ผิดเจตนาคือ แทนที่จะเอาไปช่วยชาติก็จะกลายเป็นเอาไปช่วย ธปท.เสียฉิบ

หลวงตาเรียกบัญชีฝ่ายออกบัตร ฝ่ายการธนาคาร ทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยน ฯลฯ ไม่เป็น ท่านพูดแต่ว่า มันไม่เข้า ไม่เอาไปใส่ตุ่มที่ควรจะใส่

พวกศิษย์เรียนสูงๆ รู้วิชาเศรษฐศาสตร์ รู้วิชาทางโลก เพิ่งหูตาตื่นเพราะหลวงตาบอก

เรื่องเหลือวิสัยแบบนี้ ไม่เรียก อัศจรรย์ญาณสัมปันโน ก็ไม่รู้จะเรียกอะไร

ความอัศจรรย์เหล่านี้เป็นเพียงดอกผลข้างทางของพระอริยะ

หลวงตามหาบัว ไม่ได้บอกเพียงว่า ท่านไม่เสียดายชาติเกิดแล้ว ไม่เกิดไม่ตายแล้ว ท่านบอกด้วยว่า ถ้าพิจารณาตามหลักธรรมแล้วไม่มีอะไรเกิด ไม่มีอะไรตาย ถ้าค้นหาความตายให้ชัดเจนด้วยปัญญาจนประจักษ์แล้วจะไม่กลัวตาย ถ้ารักษาสติให้ดี บำรุงปัญญาให้แก่กล้า จะรู้ทุกระยะแม้ขณะที่ขันธ์กับจิตขาดออกจากกัน หรือที่ภาษาโลกเรียกว่าตาย นี่คือ รู้ชนิดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ในเวลาตายตามสมมุติ

ความรู้อีกชนิดหนึ่งคือ รู้ขณะกิเลสทั้งมวลขาดกระเด็นออกจากใจ ด้วยอำนาจของสติปัญญา

ท่านว่า รู้ชนิดนี้แล้ว ไม่เหลืออะไรอยู่ภายในใจเลย และรู้ทุกระยะ จิตไม่เคยลดละความรู้ รู้ทุกระยะ ทุกเวลา อกาลิโก คือไม่จำกัดด้วยกาลเวลา

ท่านว่า ให้ฝึกซ้อมเอาไว้แล้วจะไม่เสียที เอาจิตพิจารณาสภาวธรรมทั้งปวงแล้วจะเห็นความอัศจรรย์ขึ้นมา ปฏิบัติไปแล้วจะเห็นจริง ปล่อยวางได้ก็จะอยู่เหนือสิ่งเหล่านั้น เมื่อไม่มีอะไรกดทับใจก็จะมีแต่ความเป็นอิสระเต็มตัว

ขอให้เห็นความจริง จะเป็นก็เป็น ตายก็ตาย

หลวงตามหาบัวผ่านการเห็นความอัศจรรย์ไปแล้ว ทิ้งไว้แต่ อัศจรรย์ญาณสัมปันโน ไว้เป็นร่องรอยให้ผู้อยู่หลังได้ตระหนักว่า ทำจริง รู้จริง ได้ผลจริง นิพพานมีอยู่ชาตินี้ ไม่ได้อยู่ชาติไหน

อ้างอิง : http://www.posttoday.com/ธรรมะ-จิตใจ/สว่าง-ณ-กลางใจ/77769/อัศจรรย์อรหันต์บัว

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News: เก็บอัฐิธาตุหลวงตามหาบัว

อัศจรรย์อัฐิธาตุหลวงตามหาบัวลอยฟุ้งรอบจิตกาธาน ประชาชนรุมเก็บนำไปบูชา ด้านที่ประชุมสงฆ์วัดป่าบ้านตาดตั้งพระอาจารย์สุดใจ เป็นเจ้าอาวาส

เมื่อเวลา 06.00 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีเสด็จทรงบาตร ภายในวัดเกษรศีลคุณ หรือวัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ก่อนจะเสด็จกลับพระตำหนักในเขตวัด รวมทั้งได้มีพิธีพระราชทานผ้าไตรและ อัฐบริขาร พร้อมเครื่องอาหารคาว หวาน 3 หาบได้มอบให้พระอุดมญาณโมลี หลวงปู่จันศรี จันทะทีโป รองสมเด็จพระราชาคณะเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ สมภรณ์ จ.อุดรฯ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 เป็นประธานในพิธี ซึ่งหลังจากพิธีเวียน 3 หาบเสร็จก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้นพิธีพระราชทานเพลิงสรีระสังขาร พระธรรมวิสุทธิมงคล หรือ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ทั้งนี้ สมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุตได้เป็นประธานในพิธีอ่านประกาศแต่งตั้งพระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน รักษาเจ้าอาวาสวัดเกสรศีลคุณ หรือวัดป่าบ้านตาด เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด สืบต่อหลวงตาพระมหาบัว ท่ามกลางที่ประชุมคณะสงฆ์วัดป่าบ้านตาด

เมื่อเวลา 07.30 น.สมเด็จพระวรรณรัต รักษาการแทนเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต เป็นประธานในที่ประชุมสงฆ์วัดป่าบ้านตาด อ่านประกาศแต่งตั้ง พระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน รักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด อายุ 67 ปี 38 พรรษา เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด สืบต่อจากหลวงตามหาบัว ก่อนที่ทางผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนา ประจำจังหวัดอุดรธานี นำคำสั่งดังกล่าวติดประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

คณะสงฆ์เก็บอัฐิธาตุหลวงตามหาบัวตั้งแต่3.00น.

พระอาจารย์ อินถวาย เจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย อ.นายูง จ.อุดรธานี ว่า ในการจัดเก็บอัฐิหลวงตามมหาบัว คณะสงฆ์ได้มีการจัดเก็บตั้งแต่เวลา 03.00 น. โดยรางสเตนเลสที่จัดเก็บนั้นจะมีฝาครอบล็อกกุญแจ 8 ตัว กุญแจ 8 ดอก รักษาไว้ที่พระศิษยานุศิษย์ 8 รูป ซึ่งระหว่างการจัดเก็บมีการถ่ายวีดีโอบันทึกตลอดเวลา ซึ่งนำไปเก็บรักษาไว้ที่กุฎิของหลวงพระมหาบัว

ทั้งนี้ได้เรียนต่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯแล้วว่า เนื่องจากหลวงตาเป็นพระผู้ใหญ่ลูกศิษย์มากหากนำอัฐิออกมาในช่วงเช้าเช้าจะเกิดปัญหาได้ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ทรงรับทราบแล้ว ซึ่งมติที่ประชุมได้ให้แบ่งอัฐิธาตุออกเป็น 3ชุด โดยในวันที่ 11 มี.ค. จะมีการประชุมคณะศิษยานุศิษย์พระผู้ใหญ่อีกครั้งเพื่อพิจารณาแยกอัฐิของหลวงเพื่อแบ่งเป็น 3 ชุด เพื่อนำไปบรรจุไว้ในเจดีย์ที่คณะศิษย์จะสร้างขึ้นในอนาคต เพื่อแจกแขกสำคัญและ เพื่อแจกให้กับวัดสาขาของวัดป่าบ้านตาด

พระอาจารย์อินถวาย กล่าวด้วยว่าสำหรับ จิตกาธาน (เมรุชั่วคราว) นั้นทางวัดจะนำตะแกรงเหล็กไปครอบไว้ทั้ง 4 ด้าน เพื่อป้องกันคนเข้าไป และรอจนกว่าจะมีการออกแบบก่อสร้างเจดีย์และพิพิธภัณฑ์เสร็จสิ้น ซึ่งจะสร้างในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนได้มาสักการะต่อไป

อัศจรรย์อัฐิธาตุลอยทั่วบริเวณจิตกาธาน

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 06.00 น.ที่ผ่านมา ประชาชนที่เดินทางไปร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงสรีระสังขารหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ต่างรุมกันเก็บ อัฐิธาตุของหลวงตามหาบัว ซึ่งลอยออกมาจากจิตกาธาน ทั้งนี้ อัฐิธาตุ ดังกล่าวประชาชนเชื่อว่า เป็นการเอื้อเฟื้อของหลวงตามหาบัว ให้กับญาติโยมที่เดินทางมาร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพ แต่ไม่สามารถเข้าถึงเมรุได้

น.ส.ทักษิณา อินแบ 35 ปี ชาวจ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า หลังมีการพระราชทานเพลิงศพเมื่อวานนี้ช่วงเวลาประมาณ ตีสาม ขณะที่ประชาชนซึ่งเดินทางมาร่วมงานนั่งสมาธิ เพื่อถวายแก่หลวงตามหาบัว ปรากฏว่าได้เสียงปะทุจากจิตกาธาน และเกิดอัฐิธาตุลอยปลิวละล่องไปทั่วบริเวณ ทำให้ประชาชน ต่างรุมล้อมเพื่อเก็บสิ่งดังกล่าว บางรายสามารถเก็บได้จำนวนมาก สำหรับเถ้าถ่านหรือธาตุ มีลักษณะเป็นเกร็ดก้อน มีทั้ง สีดำ เหลือง น้ำตาล

นางบุษบง เสมอ่วม อายุ 59 ปี กทม. กล่าวว่า อัฐิธาตุที่เก็บได้มีลักษณะเป็นเม็ดคล้ายพริกไทย มีสีน้ำตาลและสีขาวขุ่น ซึ่งจะเก็บเอาไปบูชาที่บ้านต่อไป

ภาพพิธีการเก็บอัฐิหลวงตามหาบัว โดย ณัฎฐ์ฐิติ อำไพวรรณ

อ้างอิง : http://www.posttoday.com/กทม.-ภูมิภาค/ทั่วไทยทูเดย์/เบิ่งอิสาน/77736/เก็บอัฐิธาตุหลวงตามหาบัว

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News: ชมบันทึกเทปการถ่ายทอดสด งานพระราชทานเพลิงสรีระสังขาร หลวงตามหาบัว

ช่วงที่ 1 ณ เวลา 16.00

ช่วงที่ 2 ณ เวลา 16.20


ช่วงที่ 3 ณ เวลา 17.00


เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

รวมภาพงานพระราชทานเพลิงสรีระสังขารหลวงตามหาบัว (จากสื่อต่างๆ)

ขอขอบคุณ ASTV ผู้จัดการ, Posttoday, และคมชัดลึก

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News: ชมถ่ายทอดสดงานพระราชทานเพลิงสรีระหลวงตามหาบัว

>>>ชมบันทึกเทปการถ่ายทอดสด งานพระราชทานเพลิงสรีระสังขาร หลวงตามหาบัว< <<

<a href="mms://202.44.53.229/live-sbt3?WMContentBitrate=128000" target="_blank">mms://202.44.53.229/live-sbt3?WMContentBitrate=128000</a>

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News Hotline: รวมข่าวงานพระราชทานเพลิงสรีระสังขารหลวงตามหาบัว

เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯ เสด็จเข้าร่วมพิธีขอขมาสรีระสังขาร หลวงตามหาบัว ก่อนที่จะมีการเคลื่อนย้ายไปยังเมรุชั่วคราว ขณะที่ประชาชนร่วมสักการะสรีระสังขารอย่างเนืองแน่น

เมื่อเวลา 10.00 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จเข้าร่วมพิธีขอขมาสรีระสังขาร พระธรรมวิสุทธิมงคล หรือ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน พร้อมด้วยคณะภิกษุสงฆ์ และบรรดาศิษยานุศิษย์ ของหลวงตา ที่บริเวณศาลาการเปรียญด้านในวัด ก่อนที่หลวงปู่ใหญ่ หรือ พระอุดมญาณโมลี เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ ที่ปรึกษาคณะภาค 9 เป็นประธานเดินนำหน้า อันเชิญสรีระสังขารของหลวงตามหาบัว มายังเมรุลอยด้านหน้าวัด เพื่อให้ประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบได้ร่วมกราบสักการะอย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะมีพิธีพระราชทานเพลิงในวันพรุ่งนี้( 5มี.ค.)  ท่ามกลางความรู้สึกปลาบปลื้มยินดีของประชาชน ศิษยานุศิษย์ และญาติโยมที่มารอกราบไหว้สักการะกันอย่างเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ขณะขบวนเคลื่อนสรีระ หลวงตามหาบัว เคลื่อนผ่านไปยังจุดใด ประชาชนที่นั่งอยู่บริเวณดังกล่าวต่างแสดงคำว่า สาธุ ออกมาดังทั่วบริเวณวัด

สำหรับบรรยากาศที่วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี หลังจากที่มีพิธีขอขมาและอัญเชิญสรีระสังขาร พระธรรมวิสุทธิมงคล หรือ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน มาประดิษฐานบริเวณเมรุชั่วคราวตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ประชาชนที่มาร่วมพิธีส่วนใหญ่ยังคงเข้าสักการะสรีระสังขาร หลวงตามหาบัว กันอย่างต่อเนื่อง

นางพัชรินทร์ จันทะดวง ชาวจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า รู้สึกปลื้มใจที่ได้เข้าร่วมพิธีขอขมาและอัญเชิญสรีระสังขารของหลวงตามหาบัวเพราะถือเป็นการได้สักการะท่านเป็นครั้งสุดท้ายโดยในวันนี้ (4 มี.ค.54) จะพักค้างคืนอยู่ที่วัดเพื่อรอเข้าร่วมพิธีพระราชทานเพลิงสรีระสังขารที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้(5 มี.ค.54)

สำหรับยอดการบริจาคเงินและทองคำเพื่อเข้าร่วมกองทุนผ้าป่าช่วยชาติของหลวงตามหาบัว ล่าสุดขณะนี้มีผู้บริจาคเงินสดจำนวน 292,713,655 ล้านบาท และทองคำจำนวน 73 กิโลกรัม 32 บาท 10 สตางค์

อ้างอิง : http://www.posttoday.com/กทม.-ภูมิภาค/ทั่วไทยทูเดย์/เบิ่งอิสาน/77505/ฟ้าหญิงเสด็จพิธีขอขมาสรีระสังขาร

**************************************************************************************

“เก็บอัฐิอังคารหลวงตาบัว” ทันทีหลังถวายเพลิง 5 มี.ค. – เตรียมทำพิพิธภัณฑ์ให้พุทธศาสนิกชนตามรอยธรรม

เตรียมเก็บอัฐิอังคารหลวงตามหาบัวทันที หลังเสร็จพิธีพระราชทานเพลิงฯ พร้อมบรรจุในหีบเหล็กใส่กุญแจ 8 ดอก เก็บรักษาไว้แน่นหนา เผยอาจสร้างพิพิธภัณฑ์เก็บอัฐบริขารและอังคารหลวงตา รอคณะสงฆ์ประชุมหลังเสร็จพิธีพระราชทานเพลิง รองเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด ชี้ยังไม่ปิดโครงการผ้าป่าทองคำช่วยชาติในทันที ผู้ศรัทธายังสามารถบริจาคทองคำ เงิน จนกว่าจะหลอมทองคำส่งมอบให้คลังหลวง 12 เม.ย.

พระอาจารย์นพดล นนทะโน เจ้าอาวาสวัดป่าดอยลับงา จ.กำแพงเพชร

พระอาจารย์นพดล นนทะโน เจ้าอาวาสวัดป่าดอยลับงา อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เปิดเผยว่า หลังเสร็จสิ้นพิธีพระราชทานเพลิงถวายแก่สรีระสังขารหลวงตามหาบัว ซึ่งตามกำหนดการจะถวายเพลิงในเวลา 18.00 น.ของวันที่ 5 มีนาคมนี้ หลังจากไฟมอด ทางคณะสงฆ์จะจัดเก็บอัฐิอังคารหลวงตาทันที แล้วจะบรรจุในหีบเหล็ก ล็อคกุญแจ 8 ดอกเก็บรักษาไว้ในกุฏิของหลวงตาภายในวัดป่าบ้านตาด

อย่างไรก็ตามในเช้าวันรุ่งขึ้น (6 มี.ค.) ยังจะมีพิธีพระราชทานผ้าไตร และภัตตาหาร 3 หาบ (ของหลวง) เก็บอัฐิอังคารหลวงตามหาบัวตามประเพณีตามกำหนดการเช่นเดิมในเวลา 06.00 น.หลังจากนั้นเวลา 07.00 น.พระสงฆ์ออกรับบิณฑบาต

พระอาจารย์นพดลกล่าวว่า หลังจากเสร็จงานพิธีคณะสงฆ์และญาติโยมกรรมการวัดได้พักผ่อนสักระยะ จะมีการนัดประชุมหารือถึงแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไรกับอัฐิอังคารหลวงตา อาจจะสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นสถานที่จัดแสดงอัฐิอังคารและอัฐบริขารของหลวงตาเพื่อให้ประชาชนญาติโยมได้กราบสักการะและศึกษาธรรมะคำเทศนาสั่งสอนขององค์หลวงตา

พระอาจารย์บำรุง นวพโล รองเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด

พระอาจารย์บำรุง นวพโล รองเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด

ด้านพระอาจารย์บำรุง นวพโล รองเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด กล่าวว่า การสร้างพิพิธภัณฑ์เก็บอัฐบริขารของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโนนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการก่อสร้างขึ้น เป็นสถานที่เก็บอัฐบริขาร อาทิ ผ้าไตรจีวร บาตร กลด มีดโกน ใบสุทธิ ฯลฯ รวมถึงประวัติ ธรรมคำสอนขององค์หลวงตา ให้ลูกศิษย์และพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศได้ศึกษา

เช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์ของพ่อแม่ครูอาจารย์วัดป่ากรรมฐานที่สำคัญหลายรูป ก็มีการสร้างไว้ให้พุทธศาสนิกชน ได้ศึกษาและระลึกถึงคุณความดีของท่าน อาทิ พิพิธภัณฑ์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่วัดป่าสุทธาวาส จ.สกลนคร พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ขาว อนาลโย แต่จะไม่มีการสร้างเจดีย์ ตามที่หลวงตามหาบัว ท่านได้สั่งเสียไว้ไม่ให้มีการสร้างเจดีย์

ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จงานพระราชทานเพลิงสรีระสังขารหลวงตามหาบัวแล้ว ทางคณะสงฆ์ที่ใกล้ชิดหลวงตา จะมีการหารือในเรื่องการสร้างพิพิธภัณฑ์ที่ชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งจะชัดเจนว่า สร้างรูปแบบใด สถานที่ก่อสร้าง งบประมาณดำเนินการ

พระอาจารย์บำรุง กล่าวถึงโครงการทอดผ้าป่าทองคำช่วยชาติว่า การจัดทอดผ้าป่าทองคำช่วยชาติ ที่มีการทอดผ้าป่าช่วยชาติครั้งสุดท้ายในวันนี้ (3มี.ค.54) ไม่ได้หมายความว่า ทางวัดป่าบ้านตาดจะปิดโครงการผ้าป่าช่วยชาติไปทันที กระบวนการต่อไปคือ การนำเงินจากการทอดผ้าป่าช่วยชาติไปซื้อทองคำ และนำทองคำทั้งหมดที่ศรัทธาญาติโยมบริจาคกับหลวงตา มาหลอมเป็นทองแท่ง

สรุปจำนวนและส่งมอบให้กับธนาคารแห่งประเทศ นำเข้าคลังหลวงในวันที่ 12 เม.ย. 54 จึงถือว่าเป็นโครงการโดยสมบูรณ์ ตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.จนถึง 12 เม.ย. ศรัทธาญาติโยม ยังสามารถบริจาคทองคำและเงินเข้าโครงการทอดผ้าป่าทองคำช่วยชาติ สืบเจตนารมณ์หลวงตามหาบัวได้

อ้างอิง :http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000028042

*********************************************************************

ฮือฮาไฟดับศาลาตั้งสรีระสังขารหลวงตาบัว

คาด ปชช.แห่ทะลักไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน ร่วมพระราชเพลิงสรีระ “หลวงตามหาบัว” ระดมทีมแพทย์-พยาบาล เตรียม ฮ.3 ลำ

วันนี้ 4 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ใกล้วันพระราชทานเพลิงสรีระสังขารพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 มี.ค.นี้แล้ว ส่งผลให้บรรยากาศที่วัดป่าบ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ยิ่งเนื่องแน่นไปด้วยประชาชนที่เดินทางมาจากทั่วสารทิศเพื่อร่วมในพิธีและไว้อาลัย “หลวงตามหาบัว” เป็นครั้งสุดท้าย โดยเมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนนับหมื่นคนยังคงเดินทางมาร่วมทำบุญตักบาตรตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนจะเข้าแถวต่อคิวยาวเหยียดขึ้นไปกราบสรีระสังขารของหลวงที่ศาลาหลังใหญ่ พร้อมรับหนังสือที่ระลึก ขณะที่ประชาชนจำนวนมากได้ถ่ายภาพเมรุพระราชทานเพลิงศพเป็นที่ระลึกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมถึงบรรยากาศรอบๆ วัด เริ่มมีประชาชนเหมารถบัส รถยนต์ส่วนตัวเดินทางเข้ามายังวัดป่าบ้านตาดกันแล้ว โดยบริเวณพื้นที่ทุ่งนารอบๆ  วัดป่าบ้านตาดปรากฏว่าเริ่มมีประชาชนจับจองสถานที่เพื่อกางเต็นท์นอนและจัดเป็นสถานที่จอดรถ รอบๆ วัดเกือบเต็มแล้ว คาดการณ์ว่า ณ วันนี้น่าจะมีถึงกว่า 50,000 คนแล้ว โดยการจราจรโยรอบเริ่มแออัดแล้ว  ด้านนางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รมช.สาธารณสุข ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยแพทย์พยาบาลของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี ที่เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ หากเกิดมีผู้ป่วยจำนวนมากภายในงานพระราชทานเพลิงสรีระสังขาร

ขณะที่ นพ.สัญชัย  ปิยะพงษ์กุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 มี.ค.นี้ คาดว่าจะมีคลื่นมหาชนจากทั่วประเทศเดินทางเข้าร่วมพระราชเพลิงสรีรังคารหลวงตามหาบัว ไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน  โดยกระทรวงสาธารณสุขได้วางแผนเตรียมความพร้อมดูแลสุขภาพประชาชน ทั้งเรื่องการรักษาพยาบาล การสุขาภิบาลอาหาร น้ำดื่ม ส้วม และขยะ เพื่อป้องกันโรคติดต่อ  โดยจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ระดมทีมแพทย์-พยาบาลกว่า 500 คน จากรพ.ศรีนครินทร์ ขอนแก่น ,รพ.ค่ายประจักษ์ศิลปาคม ,รพ.หนองบัวลำภู ,รพ.อุดรธานี ,รพ.กรุงเทพ ,รพ.ขอนแก่น   ,รพ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย ,รพ.ชุมชน และรพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลทั้งหมดในจังหวัดอุดรธานี

นพ.สัญชัย  กล่าวว่า จะมีการตั้งจุดบริการรักษาพยาบาลจุดใหญ่  9 จุด และมีหน่วยพยาบาลเคลื่อนที่ หน่วยย่อยอีกประมาณ 100 หน่วย  เข้าไปดูแลทั้งประชาชนและพระภิกษุสงฆ์บริเวณรอบวัด     มีรถพยาบาลฉุกเฉิน  พร้อมเครื่องมือแพทย์ครบครันรวมทั้งหมด 20 คัน และเตรียมเฮลิคอปเตอร์ไว้อีก  3 ลำ เพื่อใช้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางอากาศหากจำเป็นเร่งด่วน นอกจากนี้ ยังตั้งรพ.สนาม 1 แห่ง ที่โรงเรียนบ้านตาด  อยู่ห่างจากวัดป่าบ้านตาด 1,500 เมตร ภายในรพ.จะมีศูนย์บัญชาการกู้ชีพฉุกเฉิน  มีหน่วยกู้ชีพฉุกเฉิน 4 หน่วย มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกสาขาพร้อมอุปกรณ์การแพทย์ชั้นสูง มีเตียงรองรับผู้ป่วย 10 เตียง มีแพทย์ประจำการตลอด 24 ชั่วโมง  โดยให้รพ.ศูนย์อุดรธานีเป็นรพ.หลักในการรับส่งต่อผู้ป่วย โดยจะให้การรักษาฟรีทั้งหมด จนถึงวันที่ 7 มี.ค.นี้ ขณะนี้หน่วยแพทย์ทั้งหมดได้เปิดบริการแล้ว ยืนยันทุกหน่วยมีความพร้อม 100% ประชาชนที่เจ็บป่วยสามารถเข้าใช้บริการได้ตลอดเวลา

ส่วนความคืบหน้าของการเมรุนั้น ขณะนี้เสร็จสิ้นแล้ว โดยจ้าหน้าที่ได้นำกลดที่ประดับด้วยดอกไม้นำไปครอบบริเวณเมรุแล้ว ส่วนที่บริเวณศาลานอก บรรดาศิษยานุศิษย์และพระสงฆ์ได้ทำพิธีผ้าป่าช่วยชาติครั้งสุดท้าย มีประชาชนมาร่วมถวายเงินและทองคำกันเต็มศาลา โดยมีหลวงปู่บุญมี ปริปุณโณ  วัดป่านาคูณ ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เป็นประธานสงฆ์รับผ้าป่าและทองคำช่วยชาติ เพื่อนำไปซื้อทองคำมอบให้คลังหลวงต่อไปในวันที่ 12 เม.ย.นี้ อย่างไรก็ดี  ขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน สำหรับยอดเงินบริจาคขณะนี้อยู่เกือบ 267 ล้านบาท นอกจากนี้ วันเดียวกัน ยังมีการซ้อมเคลื่อนย้ายสรีระสังขารของหลวงตา ไปยังเมรุ โดยเป็นการซ้อมเหมือนวันจริง ซึ่งก็ผ่านไปด้วยดี

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเส้นทางสำหรับประชาชนที่จะเดินทางเข้ามายังวัดป่าบ้านตาด ไว้ดังนี้คือ เส้นทางหลักจะมี 5 เส้นทางหลักคือ 1.สายอด.1706 แยกบ้านดงเค็ง-วัดป่าบ้านตาด ระยะทาง 8 กม.  2.สายอด.3086 แยกบ้านหนองใหญ่-วัดป่าบ้านตาด ระยะทาง 7.5 กม.  3.สายอด.1079 แยกบ้านวาปี-วัดป่าบ้านตาด ระยะทาง 35 กม. 4.สายแยกทางหลวงหมายเลข 2 บ้านโนนรังสี-วัดป่าบ้านตาด ระยะทาง 38 กม. และ 5.สายแยกทางหลวงหมายเลข 210 บ้านเหล่า-วัดป่าบ้านตาด ระยะทาง 22 กม. นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางรองที่จะรองรับการจราจรเข้าวัดป่าบ้านตาดอีก 12 เส้นทาง ส่วนรถยนต์ที่เดินเข้าเข้าไปแล้วขอให้จอดรถที่บริเวณเจ้าหน้าที่จัดไว้ให้ซึ่งมีทั้งหมด 18 จุดจากนั้นจะมีรถเจ้าหน้าที่รับส่งเข้าไปบริเวณงานเพื่อการจราจรจะไม่ติดขัด อย่างไรก็ดี เฉพาะในวันที่ 3 มี.ค.นี้  มียอดเงินบริจาคถวายผ้าป่ากว่า 36 ล้านบาท และทองคำหนัก 17 กก.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.35 น. เกิดเหตุน่าประหลาดใจ เมื่อจู่ๆ ไฟฟ้าได้ดับลงเกือบทั้งวัด โดยเฉพาะศาลาที่สรีระสังขารของหลวงตามหาบัว ไฟฟ้าดับไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาใช้การได้ ทำให้พระสงฆ์ต้องสวดมนต์ทำวัดเย็นทั้งมืดๆ ไร้แสงสว่าง ทำให้ประชาชนจำนวนมากมาร่วมบำเพ็ญกุศลต่างตกอกตกใจ เพราะท่ามกลามความเงียบสงัด กลับมีเสียงนกยูงร้อง เสียงไก่ป่าขัน และเสียงสัตว์ป่าร้องระงมไปทั่วบริเวณวัดป่าบ้านตาด และรอบๆ  ประชาชนต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา  สัตว์นานาชนิดน่าจะร้องไห้อาลัยหลวงตามหาบัวเป็นครั้งสุดท้าย เพราะสำนึกในความเมตตาและพระคุณที่หลวงตาคอยเลี้ยงดูจุนเจือ ก่อนจะมีการพระราชทานเพลิงในวันที่ 5 มี.ค.นี้

วันเดียวกัน มีพิธีซ้อมอัญเชิญโกศพระราชทานสรีระองค์หลวงตามหาบัวจากศาลาการเปรียญหลังเก่า ขึ้นสู่เมรุ ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่เข้าร่วมในขบวนซ้อมอัญเชิญโกศสรีระสังขารหลวงตาไปยังจิตกาธาน โดยใช้กำลัง ตชด. จาก กก.ตชดท.24 จ.อุดรธานี จำนวน 40 นาย

ด้าน พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.กวี สุภานันท์ พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.4 พร้อมกำลังตำรวจภูธรภาค4 ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ได้เดินตรวจพื้นที่รอบบริเวณวัด พร้อมเข้ากราบนมัสการพระอาจารย์อินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก วัดป่านาคำน้อย อ.นายูง ก่อนจะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตรวจความเรียบร้อย และสำรวจเส้นทางและลานจอดรถ เพื่อเตรียมอำนวยความสะดวกให้แก่ญาติโยมที่เดินทางมาในวันงาน หลังจากนั้นได้เรียกประชุมผู้เกี่ยวข้อง เพื่อซักซ้อมให้การปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

พล.ต.ท.สมพงษ์ เปิดเผยว่า ตำรวจมีแบ่งภารกิจเป็น 3 เรื่อง คือเรื่องแรกเป็นการถวายอารักขาราชวงศ์ ที่เสด็จฯ มาพระราชทานเพลิงศพ เรื่องที่สองเป็นการดูแลความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน และเรื่องสุดท้ายคือการอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจรผู้มาร่วมงาน

พระอุดมญาณโมลี “หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป” เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์

สำหรับบรรยากาศภายในวัดป่าบ้านตาด ช่วงเช้า วันนี้ (4 มี.ค.) มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาเฝ้ารอรับเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ องค์ประธานในพิธี เคลื่อนสรีระหลวงตาบัว ออกจากศาลาการเปรียญ ไปยังจิตกาธาน ในเวลา 10.00 น. โดยพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ในวัดป่าบ้านตาดจะร่วมกันลงอุโบสถ หลังจากฉันจังหันเสร็จ คณะสงฆ์ และญาติโยมจะขึ้นไปกราบคารวะองค์หลวงตา ก่อนจะอัญเชิญหีบสรีระองค์หลวงตาไปสู่เมรุ โดยมีหลวงปู่ใหญ่ หรือ พระอุดมญาณโมลี “หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป” เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 (ธรรมยุต) เป็นประธาน เดินนำหน้า ตามด้วย หลวงปู่บุญมี หลวงปู่ลี และพระที่มีอายุพรรษาตั้งแต่ 40 พรรษาขึ้นไป แล้วตามด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ พร้อมด้วย แม่จันดี โลหิตดี และ แม่สุวรรณ โลหิตดี น้องสาวหลวงตามหาบัว ทั้ง 2 คน ที่เป็นตัวแทนของญาติพี่น้อง และศิษยานุศิษย์ทั้งหมด โดยมีพระสงฆ์ และประชาชนอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนในช่วงเย็น จะมีพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล สวดมนต์ ทำวัตรเย็น

อ้างอิง : http://dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=420&contentID=124763

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Page 1 of 212