Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ส่งการบ้าน: จิตส่งใน

mp3 for download : ส่งการบ้าน: จิตส่งใน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย

โยม : นมัสการค่ะ ตอนนี้รู้สึกว่า ติดภพน่ะค่ะ (หลวงพ่อ : หือ…) ติดภพอยู่

หลวงพ่อ : ยังไงก็ต้องติดภพ เพราะไม่ใช่พระอรหันต์

โยม : คือติด หมายความว่ามันจะเข้า มันจะส่งเข้าไปข้างในตลอด

หลวงพ่อ : เออ.. ให้รู้ทันเอา (โยม : ค่ะ) หลวงพ่อเคยโดนหลวงปู่สิมไล่ออกมา เข้าไปข้างในนะ ที่เข้าไปก็มีเหตุผล ไม่ใช่เซ่อๆเข้าไปหรอก คิดว่าเห็นกิเลสมันผุดขึ้นมาเนี่ย อยากไปดูว่าต้นตอมันอยู่ที่ไหน อยากรู้เลยว่า ต้นตอนของกิเลสที่ผุดขึ้นมากลางหน้าอกเนี่ย มันมาจากไหนนะ พอมันผุดขึ้นมาก็ดูเข้าไป มันก็หดหนีไปเรื่อย กะว่าจะตามถึงไหนถึงกันเลยนะ ถึงใต้บาดาลก็จะตามไป จะหาต้นตอก็ต้องทำลายมันให้ได้เลย นี่กะฆ่ากิเลส แต่กลับถูกกิเลสคาบ แอ้งแม้งเลย อย่างนี้ หาๆ ตามเข้าไปลึกๆนะ มันหายวับไปเลย เอ้ย..หายไปแล้ว หาไม่เจอแล้ว ขึ้นมาใหม่ เดี๋ยวมันผุดขึ้นมานะ เอาใหม่ ดูใหม่ ตามเข้าไปอีกนะ เที่ยวไปควานหา มันหายไปอีกแล้ว หาเท่าไหร่ๆไม่เจอนะ

วันหนึ่งขึ้นไปถ้ำผาปล่อง ไปกราบหลวงปู่สิม พอเดินขึ้นบันไดนะ โผล่หน้า ท่านนั่งอยู่ที่อาสนะของท่าน พอท่านเห็นหน้าท่านกวักมือเรียกเลย พอเข้ามาใกล้หน่อย ท่านก็พูดขึ้นว่า “ผู้รู้ๆ ออกมาอยู่ข้างนอกนี่ กิเลสไม่ได้อยู่ข้างในนั้นหรอก” ท่านบอกให้เลยนะ รู้แล้วว่าเราเที่ยวไปหากิเลสอยู่ข้างใน

อย่าเข้าไปหา ไม่เจอ อย่าไปควานข้างใน ไม่มี

โยม : ขอการบ้านเพิ่มค่ะ

หลวงพ่อ : ให้รู้ทันเอา เอ้า..ต่อไป…


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ต.บางพระ อ.ศรีราชา ชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๔ เดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๕
File: 550804B
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๖
ระหว่างนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๔๙ ถึงนาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๒๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เมื่อได้อะไรมา ก็ได้ภาระมาด้วย

mp 3 (for download) : เมื่อได้อะไรมา ก็ได้ภาระมาด้วย

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทุกวันนี้เรามีความสุขจริงนะ แต่ความสุขที่พวกเรารู้จักนะ เป็นความสุขที่มีภาระทั้งสิ้นเลย มีแฟนซักคนนึงใช่มั้ยก็มีความสุข แต่มีภาระ มีบ้านก็มีความสุขนะ แต่มีภาระนะ มีรถยนต์หรูๆซักคันนึงก็มีภาระมาด้วย มีเงินมากๆก็มีภาระ

ครั้งนึงหลวงพ่อนั่งอยู่กับหลวงปู่สิม มีคนนะเอาธูปมาให้ท่านเสกเยอะเลย บอก หลวงปู่ให้หลวงปู่อธิษฐานนะ จุดธูปแล้วให้ลูกค้าเข้าร้านเยอะ ขอให้หนูรวย ท่านถามว่าจะรวยแค่ไหน เอารวยๆๆรวยเยอะๆเลย รวยไม่จบไม่สิ้น นี่ ขออย่างนี้นะ หลวงปู่ยิ้มหวานเลย ท่านปลุกเสกให้นะแล้วท่านก็สอน รวยๆระวังโจรปล้นนะ คือท่านแย็บธรรมะให้หน่อย

ได้อะไรมานะ ก็ได้ภาระมาด้วยนะ มีเงินมากๆก็ต้องรักษาใช่มั้ย เป็นภาระมั้ย ไปไหนก็ไม่ได้นะต้องเฝ้าสมบัติอยู่ เนี่ยท่านสอน แต่ว่าท่านไม่สอนมากนะ ท่านแย้บๆ ไม่งั้นเดี๋ยวคนอยากรวยจะโกรธท่าน เราฟังปุ๊บเราเข้าใจที่ท่านบอกแล้ว

ทุกสิ่งที่ได้มาเนี่ย มันแถมภาระมาด้วย เพราะงั้นความสุขในโลกนี้ มีความสุขจริงนะ แต่มีภาระมาด้วย มีเครื่องเสียดแทงตามมาด้วย ความสุขในธรรมะนั้น ไม่มีภาระ ไม่มีการเสียดแทง คนละชั้นกัน เอาอะไรมาแลกก็ไม่เอาหรอก

ไปหัดเอานะ หัดไปฝึกจิตใจให้อยู่กับเนื้อกับตัว แล้วดูขันธ์มันทำงาน แยกขันธ์ไป จนกระทั่งจิตมันยอมรับความจริงของขันธ์ ว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา จิตก็ไม่เข้าไปก้าวก่ายขันธ์ ไม่เข้าไปหยิบฉวยขันธ์ขึ้นมาอีก ขันธ์ก็ทำหน้าที่ของขันธ์ จิตก็ทำหน้าที่ของจิต ไม่ก้าวก่ายกัน ชีวิตจะมีความสุขขึ้นเยอะเลย จะไม่มีภาระ

ขันธ์ทั้ง ๕ นั่นแหล่ะเป็นภาระ บุคคลนะแบกเอาภาระไป ก็ไม่พ้นจากทุกข์ทั้งปวง พระอริยเจ้าคือพระอรหันต์เนี่ย วางภาระลงแล้ว วางขันธ์ลงแล้ว แล้วก็ไม่หยิบฉวยขึ้นมาอีก ท่านถึงพ้นทุกข์ได้ นี่พระพุทธเจ้าสอนไว้อย่างนี้นะ งั้นเราตอนนี้ยังมีภาระก็แบกไปก่อนก็แล้วกัน ค่อยฝึกไป วันนึงค่อยลดๆลง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๕ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๔
Track: ๑๗
File: 550317.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๗ วินาทีที่ ๘ ถึง นาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๓๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ฆราวาสเห็นทุกข์โทษของกามยาก

mp 3 (for download) : ฆราวาสเห็นทุกข์โทษของกามยาก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ฆราวาสเห็นทุกข์โทษของกามยาก

ฆราวาสเห็นทุกข์โทษของกามยาก

หลวงพ่อปราโมทย์ : เป็นพระนะกามคุณอารมณ์ไม่ค่อยมีไม่ค่อยดี เป็นพระไม่ใช่มีของอร่อยกินทุกวัน ไม่ใช่ โยมเอาของอร่อยมาถวายทุกวันนะแต่พอถึงมือพระเนี่ยมันไม่อร่อยแล้ว ของร้อนมันก็ไม่ร้อนนะของเย็นมันก็ไม่เย็น ของควรร้อนมันไม่ร้อนของควรเย็นมันไม่เย็นแถมเอาไปใส่รวมในบาตรอีกนะ คล้ายๆข้าวหมูเคยเห็นมั้ย สมัยโบราณมีเดี๋ยวนี้เค้าคงไม่เลี้ยงอย่างนั้นแล้วมั้ง เสื้อผ้าเค้าไม่ได้มีสวยงามมีอยู่ชุดเดียวแหล่ะไปรอบโลก ที่อยู่ที่กินที่นอนอะไรนะแล้วแต่เค้าจัดให้ ไม่ใช่ดิ้นรนอยากได้อย่างนู้นอยากได้อย่างนี้ งั้นเป็นพระสู้กับกามง่ายกว่าโยม พอความยินดีพอใจอยากได้ในรูปในเสียงในกลิ่นในรสในสัมผัสเกิดขึ้นเนี่ย ความทุกข์ตามมาทันทีเลยเพราะมันไม่มี

เห็นมีพระองค์นึงเล่าให้หลวงพ่อฟังท่านเป็นลูกเศรษฐีอยู่ทางเชียงใหม่ลูกศิษย์หลวงปู่สิมเล่าให้ฟังว่าตอนหลังท่านไปอยู่กับหลวงปู่เทสก์เดี๋ยวนี้ไปอยู่ไหนไม่รู้ บอกท่านเป็นลูกเศรษฐีนะออกบวชเป็นลูกคนเดียวด้วย ออกบวชแล้ววันนึงไปบิณฑบาตนะเห็นคนเค้าใส่ข้าวเหนียวถั่วดำสมัยนั้นถุงนึงห้าบาทเดี๋ยวนี้เท่าไหร่ไม่รู้ ท่านอยากฉันข้าวเหนียวถั่วดำไม่มีใครใส่ซักทีเลย อยู่อย่างนั้นน่ะนานเลยนะก็ยังทนได้นะอดทน วันนึงเห็นคนเค้าใส่มีหลายถุงนะเดินรับไปตามลำดับนะมันมาหมดก่อนถึงท่านทุกทีเลย วันหนึ่งท่านได้มาเค้าใส่ข้าวเหนียวถั่วดำมาท่านดีใจวันนี้จะได้ฉันแล้ว ระบบของพระเนี่ยได้อาหารมาแล้วเทรวมกันแล้วก็ตัก ปรากฎว่าพระที่อยู่ข้างหน้าท่านก็หยิบเอาไป ท่านบอกคืนนั้นท่านร้องไห้เลยร้องไห้สลดสังเวชสงสารตัวเองนะ ทำไมเราลูกเศรษฐีแท้ๆเราต้องลำบากขนาดนี้ ข้าวเหนียวถั่วดำถุงละห้าบาทนะเป็นปีเลยยังไม่ได้ฉันเลย

นี่ เป็นพระนะสู้กับกามเนี่ยง่ายเพราะเวลากามมาเกิดขึ้นนะทุกข์มันตามมาทันที ฆราวาสเนี่ยเวลากามมันเกิดขึ้นวิ่งตอบสนองมันทันที ไม่ทันเห็นทุกข์เห็นโทษหรอก อยากกินข้าวเหนียวถั่วดำก็รีบไปเลยไปร้านขายข้าวเหนียวถั่วดำเจออย่างอื่นด้วยแถมอีก โอ้ ไม่ใช่กินแต่ข้าวเหนียวถั่วดำนะดูไปดูมาไม่เอาดีกว่าเอาอย่างอื่นดีกว่าอะไรงี้ อย่างนี้ก็มีใช่มั้ย ตั้งใจอยากจะซื้ออย่างนี้มากินใช่มั้ยไปเจออย่างอื่นเปลี่ยนใจซะอีกแล้ว มีทางเลือก ไม่เห็นทุกข์เห็นโทษจริงหรอก เพราะงั้นวันนึงๆนะใจเราเคล้าเคลียอยู่กับกามไม่เห็นทุกข์เห็นโทษ ไม่เหมือนพระนะ เป็นพระเป็นชีเป็นนักบวชนะถ้ามีความอยากอะไรขึ้นมาทีไร อยากได้รูปอยากได้เสียงอยากได้กลิ่นอยากได้รสอยากได้สัมผัสอะไรที่ดีไม่มีโอกาสเลือก เพราะงั้นความอยากเกิดขึ้นทีไรความทุกข์เกิดขึ้นทีนั้น เหมือนหลังชนกำแพงไม่มีทางถอยต้องสู้เอา ทำไงจะสลัดกิเลสกามนี่ออกจากใจให้ได้เพราะตอบสนองไม่ได้เด็ดขาดเลย เพราะงั้นภาวนาสู้กันไม่ไหวหรอกนะฆราวาสในเบื้องต้นในขั้นโสดา สกทาคาเนี่ยฆราวาสไม่แพ้พระหรอกแต่พอขั้นถึงจะขึ้นพระอนาคามีเนี่ย ฆราวาสสู้พระไม่ไหวแล้ว เพศของฆราวาสไม่เอื้ออำนวยที่จะสู้กับกามจริง

แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๒
Track: ๙
File: 541015A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๔๘ ถึง นาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๕๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จิตไม่มีที่ตั้ง

mp3 for download : จิตไม่มีที่ตั้ง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

หลวงพ่อปราโมทย์ : เอ.. ไปพยายามแยกมันเนี่ยผิดนะ นึกขึ้นได้ว่าท่านบอกให้ “ดูจิต” นี่ ท่านบอกให้ดู ไม่ได้บอกให้แยกนะ เราเสือกไปแยกเอง นี่ ต้องคำนี้นะ เราเสือกไปแยกเองน่ะ ท่านบอกให้ดูต่างหากล่ะ เอาใหม่วะ คราวนี้มันเป็นยังไง รู้ ว่ามันเป็นอย่างนั้น มันโลภเห็นมันโลภนะ มันโกรธเห็นมันโกรธนะ บางทีใจก็แยกออกมาบางทีก็ไหลเข้าไปรวมกัน ยังไงก็ได้ จริงๆแล้วยังไงก็ได้ ฝึกไปๆนะ จนวันหนึ่งแจ้งขึ้นมา มันไม่มีเรา จิตนี้ก็ไม่ใช่เรา อะไรก็ไม่ใช่เรา

เสร็จแล้วความสงสัยก็ยังมีอยู่นะว่า การปฏิบัติที่ละเอียดปราณีตขึ้นไปเนี่ย เราต้องให้ตัวนี้แยกอยู่ตลอดหรือเปล่า? มันมี ๒ ตัวแล้ว อันนี้เป็นสิ่งที่ถูกรู้ เรียกว่าอารมณ์ จิตผู้รู้มันแยกออกมาอยู่ต่างหาก เสร็จแล้วยังเกิดสงสัยได้อีกนะ เราควรจะดูตัวไหนดี เราจะเอาจิตไปตั้งไว้ที่ไหนดี? จะตั้งไว้ที่ตัวรู้นี่ หรือจะตั้งไว้ตรงนี้? ถ้าตัวนี้ก็เห็นมันเกิดดับไปเรื่อยๆ ถ้าตั้งไว้ตรงนี้ก็ว่างๆนิ่งๆ ไม่มีอะไร

เอ..ถ้าตั้งไว้ตรงนี้ก็นิ่งๆนะ หลวงปู่ดูลย์บอกให้ดูจิต พระพุทธเจ้าบอกให้ดูขันธ์ พระพุทธเจ้าบอกให้รู้ทุกข์ ให้รู้รูปนาม ท่านไม่ได้ให้ไปจ้องใส่ตัวจิต ทำไมหลวงปู่ดูลย์บอกให้ดูจิต หลวงปู่ดูลย์กับพระพุทธเจ้าทำไมสอนไม่เหมือนกัน ชักงงๆนะ ขนาดเห็นตัวเราไม่มีนะ จะภาวนาที่ยากลำบากที่ปราณีตขึ้นไป ก็ยังต้องลูบๆคลำๆอีก เพราะอยู่ห่างครูบาอาจารย์ สงสัยน่ะ

จิตมันอาจอยู่ตรงนี้ก็ได้ ไอ้นี่มันเป็นตัวผู้รู้ ตัวผู้รู้กับจิตอาจเป็นคนละตัวก็ได้ นี่คิดไปอย่างนั้นอีกนะ เสร็จแล้วมาดูอยู่ตรงนี้ อีกคราวหนึ่งไปหาหลวงปู่ดูลย์อีก หลวงปู่จิตมันตั้งอยู่ที่ไหนแน่ ไปให้ท่านชี้ขาดนะ ว่ามันตั้งอยู่ที่นี่หรือตั้งอยู่ที่นี่ เราก็คิดว่าต้องดูตรงนี้ เพราะพระพุทธเจ้าบอกให้ดูขันธ์มันทำงาน มันเกิดดับ กะว่าคำตอบสุดท้ายที่ท่านจะฟันธงนะ จะต้องอยู่กลางหน้าอกนี่ ท่านบอก “จิตไม่มีที่ตั้ง” ฟังแล้ว หา..ไม่มีที่ตั้ง แล้วจะดูที่ไหนล่ะ คราวนี้งงอยู่หลายปีเลย

จนสิ้นหลวงปู่ดูลย์ไป จะถามท่านอีกนะว่า หลวงปู่ครับ ผมควรจะดูไอ้ตัวนี้ หรือผมควรจะดูตัวนี้ สงสัย เอาไว้ดูเองก่อนน่ะ เดี๋ยวค่อยถามทีหลัง ถามมากนักเดี๋ยวหลวงปู่ว่าเราขี้เกียจดู ดูไปๆจนหลวงปู่มรณภาพไป หลังจากนั้นไปอยู่กับหลวงปุ่เทสก์ ขยับจะถามหลวงปู่เทสก์หลายทีนะ ขยับถามแต่เรื่องอื่นน่ะ พอมาถึงเรื่องนี้ว่าจะเอาจิตไปดูที่ไหนดี จะดูที่นี่หรือดูที่ตัวรู้นี่ ขยับจะถามอยู่นั่นล่ะนะ แต่ไม่ถามนะ จนหลวงปู่เทสก์ก็มรณภาพไป

ไปเรียนกับหลวงปู่สิมอีกนะ หลวงปู่สิมมรณภาพไปอีกองค์หนึ่ง ครูบาอาจารย์ค่อยๆทะยอยมรณภาพไปเรื่อยๆเราก็ไม่ได้ถามใคร จนมาบวชนะ ตั้งแต่มาบวชนี่เรียนกับหลวงปู่สุวัจน์ ให้หลวงปู่สุวัจน์เป็นพ่อแม่ครูอาจารย์องค์สุดท้าย ให้ชี้เป็นชี้ตายเราได้ ถามดีไม่ดีๆ นี่อุตส่าห์อดกลั้นมา ๒๐ ปีแล้ว อดกลั้นอีกหน่อยก็แล้วกัน ดูไปๆนะ เห็นแต่ทุกข์ล้วนๆนะ ไอ้นี่ก็ทุกข์ๆ ไม่เห็นมีตัวไหนไม่ทุกข์เลย ถึงเข้าใจว่าจริงๆแล้วไม่ได้ดูตัวไหนหรอก ทุกๆตัวล้วนแต่แสดงไตรลักษณ์ ทำไมจะต้องเพ่งเล็งไปดูตัวใดตัวหนึ่ง ทั้งหมดนั้นแสดงไตรลักษณ์เหมือนๆกันหมดเลย เราดูสภาวะทั้งหลายเสมอภาคกันหมดนะ สลัดทิ้งหมดเลย ใจไม่ได้เอา ไม่ใช่ทิ้งตัวนี้แล้วเอาตัวนี้ไว้ ถ้าทิ้งตัวนี้แล้วเอาตัวนี้ไว้ มันเป็นภูมิธรรมของพระอนาคา ไปติดอยู่ตรงนั้นน่ะไปไม่รอดแล้ว

สมัยที่หลวงปู่ดูลย์ยังอยู่ เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ยี่สิบหกปี วันหนึ่งท่านก็เปรยๆบอกว่า ผู้ปฏิบัติส่วนมาก กระทั่งที่มีชื่อเสียงมากๆเลยเนี่ย ส่วนมากเป็นผีใหญ่ ท่านว่าอย่างนี้ คำว่าผีใหญ่ของท่านหมายถึงเป็นพระอนาคา ตายแล้วไปเป็นพรหม เราก็ฟังไว้นะ ส่วนมากยังไม่จบหรอก ทำไมมันยากเย็นแสนเข็ญนะ

ผู้ปฏิบัตินั้นมีเยอะ ท่านบอกว่าเหมือนขนวัวนะ วัวทั้งตัวมีขนเยอะ แต่ที่บริสุทธิ์หลุดพ้นไปเลยเหมือนเขาวัว เขาวัวมีนิดเดียวนะ ขนวัวมีเยอะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๐
File: 520418.mp3
ลำดับที่ ๑
ระหว่างนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๔๙ ถึง นาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๓๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

โยนิโสมนสิการ เป็นปัจจัยภายในที่สำคัญ

mp 3 (for download) : โยนิโสมนสิการ เป็นปัจจัยภายในที่สำคัญ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยนิโสมนสิการ

โยนิโสมนสิการ

หลวงพ่อปราโมทย์: มีอยู่ช่วงหนึ่ง ตอนนั้น หลวงปู่ดูลย์ไม่อยู่ หลวงปู่เทสก์ย้ายไปอยู่ถ้ำขาม หาครูบาอาจารย์ที่คุ้นเคยไม่เจอนะ สงสัยว่าเราภาวนา เราเห็นสภาวะเกิดดับอยู่ทั้งวันเลย เห็นอยู่ตรงนี้นะ ครูบาอาจารย์ทุกๆองค์บอกว่าไม่มีทางเดินมากกว่านี้แล้ว เมื่อจิตเราสามารถมีสติ รู้สภาวธรรมที่ปรากฏตรงตามความเป็นจริง ลงเป็นปัจจุบัน ไม่มีอะไรที่จะต้องทำมากกว่านี้ แต่สงสัยว่าทำไมมันค้างอยู่ตรงนี้เป็นปีๆ ไม่เห็นมีพัฒนาการอะไรให้ชื่นอกชื่นใจเลย ก็แค่มีสติ รู้ๆ รู้อยู่ทุกวันนะ รู้อยู่อย่างนั้นน่ะ

สงสัยมากๆเข้านะ วันหนึ่งไปหาอาจารย์มหาบัว ที่บ้านตาด ตอนนั้นคนไม่มากขนาดนี้หรอก ท่านยังอยู่ที่ข้างบน ศาลาของท่านเป็นไม้นะ นั่งข้างบน คลานเข้าไปข้างหลังท่านนะ ไปบอกท่าน ขอโอกาสครับ ท่านหันมามอง แว้บ.. ท่านบอกว่า “เดี๋ยวเรายังไม่ว่าง นั่งรอไปก่อน” ก็รอท่านพูดกับพระ พูดอะไรนะ เสร็จแล้วท่านก็ฉันข้าวจนเสร็จ ท่านก็หันมา คราวนี้

“ว่ายังไง ว่าไป” ก็บอกว่า นี่ผมดูจิตอยู่นะ ดูอยู่ทุกวันๆเลย ทำไมมันไม่ผ่านตรงนี้เสียที เหมือนๆเดิมมาเป็นปีๆแล้ว เห็นแต่เกิดดับอยู่อย่างนี้แหละ ไม่เห็นมีอะไรให้ชื่นอกชื่นใจขึ้นมาเลย ท่านบอกว่า ที่ดูจิตอยู่นั้นน่ะ ดูไม่ถึงจิตที่แท้จริงหรอก ต้องเชื่อเรานะ เราผ่านตรงนี้มาได้ด้วยตัวของเราเอง อะไรๆก็สู้บริกรรมไม่ได้หรอก เราก็กราบท่านนะ ท่านพูดแค่นี้ มาพิจารณา เอ.. ท่านให้บริกรรม เราลองกลับมาบริกรรมใหม่ ตอนนั้นหลวงพ่อทิ้งสมถะไปนาน เจริญวิปัสสนาจนลืมสมถะไป มาพุทโธ พุทโธ นะ พุทโธ สองสามคำนะ รู้สึก โห.. ความทุกข์มันท่วมขึ้นมานะ จิตใจนี้เต็มไปด้วยความทุกข์ กระสับกระส่าย วุ่นวายไปหมดเลย จิตมันไม่เอาพุทโธ จิตมันรู้สึกว่า การบริกรรมนี้เป็นการสร้างภาระ เอ๊..จิตไม่ยอมเอาพุทโธ เนี่ยแต่ละคนไม่เหมือนกันนะ ไม่ใช่ครูบาอาจารย์บอก ก็ต้องซื่อบื้ออย่างนั้นนะ เราก็มาสังเกตว่าทำไมท่านบอก ให้เรามาบริกรรม สังเกตไป สังเกตไป จิตเราไม่ตั้งมั่นนั่นเอง

เวลาเราไปรู้สภาวะนะ มันรู้ไปอยู่นอกๆโน่น ไปอยู่ข้างนอกอย่างนี้ ไปดูอย่างนี้ ก่อนที่มันจะไปอยู่นอกๆน่ะนะ ไปเจอหลวงปู่สิม หลวงปู่สิมท่านบอกว่า “เข้าไปข้างในมากไป ออกมาอยู่้นอกๆนี่” ก็เลยมาอยู่ข้างนอกนะ ตอนที่จะเข้าไปข้างในน่ะ ไปเรียนกับหลวงปู่ดุลย์ “อย่าส่งจิตออกนอก” เราก็ส่งเข้าข้างใน ส่งเข้าข้างในนะ หลวงปู่สิมบอก เอ๊..ออกมาอยู่นอกๆนี่ เราก็ออกไปอยู่ข้างนอก นอกมากไปอีกละ อาจารย์มหาบัวบอกให้บริกรรมเข้าไป ให้มันถึงฐาน หลวงปู่เทสก์ท่านก็บอกให้เป็นกลางไว้

จริงๆไม่ใช่ครูบาอาจารย์แต่ละองค์สอนผิดนะ เรามันโง่เอง คือท่านบอกสภาวะที่เรากำลังติดตอนนั้นให้ เราไปทำตามที่ท่านบอกมันก็พ้นแล้ว เรายังทำเว่อร์ไปเรื่อย ทำไม่เลิกนั่นแหละ ท่านบอกเข้าข้างในมากไป เราก็ออกข้างนอก ออกไปเรื่อยๆไม่รู้จักเลิก เราก็ทำผิดเองแหละ เพราะฉะนั้นบางที ถ้าไม่มีโยนิโสมนสิการ สังเกตตัวเองไม่ออก ก็ต้องอาศัยกัลยาณมิตร อาศัยครูบาอาจารย์บอกให้ แต่อาศัยครูบาอาจารย์อย่างเดียวไม่พอ ครูบาอาจารย์เป็นแค่ปัจจัยภายนอกนะ โยนิโสมนสิการเป็นปัจจัยภายใน สองอันนี้สำคัญมากเลย ถ้ามีทั้งสองอย่างได้ก็ดีที่สุด ถ้ามีอย่างเดียว มีโยนิโสมนสิการเถิด สำคัญ ลำพังครูบาอาจารย์บอก ก็พร้อมหลงผิดได้เรื่อยๆแหละ สำคัญมากนะ โยนิโสมนสิการ ช่วยตัวเอง ด้วยการสังเกต ใช้การสังเกตเอา จิตใจของเราไปติดไปข้องอะไร ไปค้างไปคาอะไรอยู่ ให้รู้ทันไปเรื่อย


สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๔
Track: ๘
File: 510309.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๓๓ ถึง นาทีที่ ๒๑ วินาทีที่ ๓๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่