Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

วิธีการฝึกฝนจิต

mp3 for download : วิธีการฝึกฝนจิต

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : จิตเป็นเด็กซุกซนนะ แต่ขี้อาย เวลาเผลอเมื่อไหร่มันหนีไปเที่ยว ถ้ารู้ทันมันนะ มันไม่ซนนะ มันเข้ามาอยู่ที่บ้าน ไม่ซนไปที่อื่น แต่เราอย่าเอาโซ่ไปล่ามมัน เอาโซ่ไปล่ามคือเอาไปเพ่งไว้ มันหนีไปแล้วไม่รู้ทันนี่คือมันหลงไป อย่าให้มันสุดโต่งไปข้างมันหนีไปมันหลงไปโดยไม่รู้ทัน และไม่ใช่ว่ามันไม่หนีไปเพราะถูกบังคับอยู่

ตรงที่มันหนีไปแล้วรู้ไม่ทันนะ เรียกว่ากามสุขัลลิกานุโยค สุดโต่งไปข้างตามใจกิเลส ตรงที่บังคับไว้ไม่ให้หนีเลยเป็นการสุดโต่งมาข้างบังคับตัวเอง เรียกว่า อัตตกิลมถานุโยค สองอันนี้แหละที่ทำให้เราพลาดจากทางสายกลาง คือทางแห่งการรู้

เพราะฉะนั้นเราต้องรู้ให้เป็น ทำกรรมฐานสักอย่างหนึ่งแล้วรู้ทันจิตไปเรื่อยๆ จิตไหลไปแล้วรู้ ไหลไปดู ไหลไปฟัง ไหลไปคิด ไหลไปเพ่ง รู้ทันเรื่อยๆ นี่แหละเรียกว่าเรียนเรื่องจิต ถ้าเราเรียนเรื่องจิต จิตจะค่อยๆตั้งมั่นขึ้นมา โดยเฉพาะจิตที่หลงไปคิดนะ ถ้าเรารู้ทันจิตที่หลงไปคิดนะ จิตผู้รู้จะเกิดขึ้นในฉับพลันนั้นเลย เพราะรู้กับคิดนั้นกลับข้างกัน เหมือนเหรียญอันเดียวกันนะ แต่ด้านหัวด้านก้อยกลับข้างกัน เมื่อไหร่รู้ว่าจิตคิด เมื่อนั้นจิตรู้ก็เกิดขึ้น อันนี้ดีที่สุดเลย

แต่รู้ว่าจิตเพ่งจะไม่ค่อยหายเพ่ง รู้ว่าเพ่งก็ยังเพ่งไปเรื่อยๆ เพราะดูไม่ออกว่าโลภ เบื้องหลังการเพ่งคือความโลภ อยากรู้อยากเห็นอยากเป็นอยากได้อยากดีอยากเด่น มีอยากซ่อนอยู่ ทำให้มานั่งคอยจ้องไม่ให้คลาดสายตา อันนั้นดูด้วยความโลภ ใช้ไม่ได้ทำไปด้วยกิเลส มีกิเลสแล้วเกิดการกระทำกรรม เกิดการเพ่งการจ้อง มีความโลภแล้วก็ไปเพ่งไปจ้อง

ในตำราสอนนะว่า กิเลสเป็นสหชาตปัจจัยของกรรม กิเลสทำให้เกิดการกระทำกรรมทางใจ โลภขึ้นมาแล้วอยากจ้อง อยากจ้องแล้วไปจ้อง เกิดความอยากจ้องนี่ล่ะความโลภ ก็ไปจ้องเอาไว้ไม่ให้คลาดสายตา นี่คือการกระทำกรรม ในขณะที่เรากระทำกรรมด้วยความอยาก ความอยากก็ยังดำรงอยู่

เพราะฉะนั้นตลอดเวลาที่เราจ้องอยู่ด้วยความโลภอยากรู้ให้ชัดนะ ความอยากรู้นั้นยังดำรงอยู่ สติจะไม่เกิดเลย สติจะเกิดร่วมกับอกุศลไม่ได้เด็ดขาดเลย ถ้าเมื่อไหร่สติเกิดเมื่อนั้นจะไม่มีอกุศลนะ เมื่อไหร่สติหายไปเมื่อนั้นมีอกุศลได้ แต่บางทีก็มีวิบาก จิตบางดวงก็เป็นอกุศลจิต จิตบางดวงเป็นวิบากเฉยๆ ไม่ต้องมีสติ แต่มีสติเมื่อไหร่จิตจะเป็นกุศลทันที จะเป็นอกุศลไปไม่ได้

เพราะฉะนั้นในขณะที่เราปฏิบัติแล้วเราจ้องเอาๆนั้น สติตัวจริงไม่เกิดนะ เพราะความโลภมันเกิดอยู่ ไม่มีพื้นที่เหลือให้สติเกิด ให้เรารู้ทัน ถ้าเกิดว่าเราไปจ้องอยู่เนี่ย วิธีแก้จ้องนะ ให้รู้ทันว่ามันอยาก อยากรู้ให้ชัด อยากรู้ให้ไม่คลาดสายตา อยากรู้ตลอดเวลา อยากรู้ให้ทัน เป็นการดักดู ไปคอยดักดู ดักดูเมื่อไหร่ก็คือเพ่งเมื่อนั้นแหละ ถ้าเรารู้ทันใจที่โลภใจที่อยากนะ มันก็ไม่เพ่ง ถ้ารู้ไม่ทันมันก็เพ่ง

เราค่อยๆสังเกตนะ จนใจของเรา สังเกตจิตบ่อยๆ ในที่สุดเราจะได้สมาธิที่ดีขึ้นมา คือจิตที่ตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน จิตที่ตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานนะ จะมีความเบานะ ถ้าหนักๆจะไม่ใช่ของจริง จิตที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานจะมีความอ่อนโยนนุ่มนวล ถ้าแข็งกระด้าง ไม่ใช่ของจริง อย่างที่พวกเราชอบนั่งสมาธิ รู้สึกมั้ย จิตหนักๆ บางทีจิตแน่นๆแข็งๆ นั่นเป็นสมาธิชั้นเลวนะ ไม่ใช่สมาธิที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานนะ เป็นสมาธิชั้นเลว ใช้ไม่ได้ เอาจิตอย่างนั้นไปเจริญปัญญาไม่ได้


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๑
ไฟล์ 540710
ระหว่างนาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๙ ถึง นาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๓๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ลักษณะของจิตที่เป็นกุศล

mp 3 (for download) : ลักษณะของจิตที่เป็นกุศล

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : เพ่งมากๆนะ ไม่ได้กินหรอก เครียด ปฏิบัติธรรมแล้วเครียด ผิดแน่นอน จิตที่เครียดเป็นอกุศลนะ เป็นโทสะมูลจิต ผิดแน่นอน จิตที่แข็งๆเป็นอกุศลนะ จิตที่เป็นกุศลนะ จะต้องเบา ถ้าหนักๆแน่นๆ ไม่ใช่ จิตที่เป็นกุศลมีลหุตา มีความเบา มีมุทุตา มีความอ่อนโยนนุ่มนวล มีปาคุญญตา คล่องแคล่วว่องไว ถ้าทื่อ…ทื่อทั้งวันนะ ไม่ใช่จิตที่เป็นกุศล จิตที่เป็นกุศลมีกัมมัญญัตตา ควรแก่การงาน มีสภาวะอะไรที่ต้องรู้ต้องเห็น ก็รู้ก็เห็น ไม่ใช่แกล้งไม่รู้ไม่เห็น จิตที่เป็นกุศลนะ มีอุชุตา ซื่อตรงในการรู้สภาวธรรมนะ สภาวะอะไรเกิดขึ้นก็สักว่ารู้ว่าเห็นไป จิตที่เป็นกุศลไม่มีราคะ ไม่มีโทสะ ไม่มีโมหะ เนี่ยสำรวจกายใจเรานะ

นักปฏิบัติจำนวนมากเลย ที่ลงมือปฏิบัติแล้วเกิดอกุศลจิต เริ่มตั้งแต่อยากปฏิบัติ เนี่ยจิตมีโลภะ ก็ลงมือปฏิบัตินะ บังคับตัวเองไปเรื่อยเลย ด้วยอำนาจของโลภะ บังคับเดินจงกรมตั้งนาน นั่งสมาธิตั้งนาน จิตไม่สงบสักที มันสงบไม่ได้นะ เพราะจิตยังมีกิเลสรุนแรงย้อมอยู่ผลักดันอยู่ พอไม่สำเร็จนะโทสะก็เกิด หรือมีโลภะอยากปฏิบัติก็ลงมือบังคับตัวเอง บังคับตัวเองแล้วเครียดขึ้นมา โทสะก็เกิด เพราะฉะนั้นลงมือปฏิบัติแล้วพัฒนาโลภะโทสะอุตลุดไปหมดเลยนะ หรือนั่งสมาธิแล้วเคลิ้มขาดสติลืมเนื้อลืมตัวไป นั่นพัฒนาโมหะนะ หรือว่านั่งสมาธิแล้วก็ออกนอก เห็นโน่นเห็นนี่นะ จิตฟุ้งซ่าน นั่นก็เป็นโมหะอีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นเวลาลงมือปฎิบัติต้องระวังนะ เพราะจะปฏิบัติจนไปอบายภูมิก็ได้นะ ถ้าปฏิบัติไม่ดี ปฏิบัติไม่ถูก

เพราะฉะนั้นต้องรู้ทางสายกลางให้แม่น แล้วการปฏิบัติจะง่าย ถ้าจิตเผลอไป รู้ทัน ถ้าบังคับตัวเองอยู่ เพ่งกายเพ่งใจอยู่ คอยรู้ทัน จิตจะตั้งมั่น ถ้าจิตตั้งมั่นเนี่ยจะไม่ไหลไปทางเผลอจะไม่ไหลไปทางเพ่ง จิตกลายเป็นแค่ผู้รู้ผู้ดู จิตที่ตั้งมั่นจะมีความเบา มีความนุ่มนวลอ่อนโยน มีความคล่องแคล่วว่องไว ซึ่อตรงในการรู้อารมณ์ จิตที่ตั้งมั่นอยู่ ไม่มีราคะไม่มีโทสะนะ เนี่ยค่อยๆสังเกตไปเรื่อย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๖
Track: ๙
File: 550722
ระหว่างนาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๔๑ ถึง นาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : อยากละอกุศล

อยากละอกุศล

ถาม : เมื่อรู้ว่าอกุศลจิตเกิดขึ้นแล้วอยากจะละเนี่ย มันก็ยังไม่ถูกใช่มั้ยครับ

ตอบ : อยากจะละนั้น ไม่ผิดหรอกครับ แต่ต้องตามรู้ต่อว่า อยากละ ความอยากละถือเป็นสิ่งที่ปรากฏขึ้น และย่อมต้องปรากฏขึ้นตามปกติธรรมดาของทุกคน เราห้ามความอยากละไม่ได้ ทำได้แต่ตามรู้ว่า อยากละ เมื่อตามรู้ไปเรื่อยๆ ถึงจุดๆ หนึ่ง พอเห็นอกุศลก็จะรู้ทันและไม่เกิดความอยากละขึ้น การภาวนานั้น ไม่ได้ทำเพื่อไม่ให้เกิดสิ่งใด หรือไม่ได้ทำเพื่อให้เกิดสิ่งใด แต่ทำเพื่อให้จิตยอมรับว่ามีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น ยอมรับด้วยความมีสติ สัมปชัญญะ จะเป็นกุศล หรืออกุศล ก็ยอมรับได้ว่ามีกุศลเกิด มีอกุศลเกิด เมื่อใจมันยอมรับ ทั้งกุศลและอกุศลก็เป็นเพียงสิ่งที่ถูกระลึกรู้ (สักแต่ว่ารู้)

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ต้องหัดแยกให้ออก จิตแบบไหนกุศล แบบไหนอกุศล

mp3 (for download) : ต้องหัดแยกให้ออก จิตแบบไหนกุศล แบบไหนอกุศล

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ต้องหัดแยกให้ออก จิตแบบไหนกุศล แบบไหนอกุศล

ต้องหัดแยกให้ออก จิตแบบไหนกุศล แบบไหนอกุศล

หลวงพ่อปราโมทย์ : ส่วนใหญ่เวลาหัดทำสมาธิ นึกออกมั้ยสมัยก่อนที่พวกเราหัดปฏิบัติ ทันทีที่ลงมือปฏิบัติจิตแน่นๆเลย รู้สึกมั้ย พอลงมือปฏิบัติ (หลวงพ่อทำท่าเกร็ง) เนี่ยเอาเลยนะอกุศลชัดๆเลยคิดว่าจะเจริญวิปัสสนาเหรอ จิตเป็นอกุศลชัดๆเลยนะ

เพราะฉะนั้นเราต้องเรียนเรื่องจิตให้ชำนาญนะ แยกให้ออกว่าจิตชนิดไหนเป็นกุศล ชนิดไหนเป็นอกุศล ไม่งั้นนะพอคิดถึงการปฏิบัติทีไรนะ อกุศลเกิดทุกทีเลย เกิดตัวไหน ตัวไหนเกิดก่อน โลภะเกิดก่อน ก็เก่งเหมือนกัน จริงๆโมหะเกิดก่อน โง่ก่อน พอโง่นะก็อยากรู้อยากเห็นอยากเป็นอยากได้ อยากรู้ให้ชัด อยากรู้ตลอดเวลา โลภะเกิดเห็นมั้ย ไปนั่งจ้องไว้

จ้องแล้วมันไม่ค่อยยอมอย่างที่เป็น อย่างที่อยาก โทสะก็เกิดเนี่ย ทันทีที่จ้องรู้สึกมั้ย ทันทีที่จ้องลงไปแน่นขึ้นมาแล้ว รู้สึกมั้ย จิตที่แน่นๆเป็นอกุศลจิตนะ เพราะนั้นทันทีที่ลงมือปฏิบัตินะ กำหนดปุ๊บแน่นปั๊บเนี่ย นั่ันแหล่ะอกุศลเกิดแล้ว ภาวนาผิดแล้ว แทนที่จะภาวนาแล้วเกิดกุศลนะ กลายเป็นภาวนาได้อกุศล งั้นต้องระมัดระวังนะ ต้องเรียนให้ออกว่าอันไหนเป็นกุศล อันไหนเป็นอกุศล

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔

CD: ๔๑
File: 540911
ระหว่างนาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๔๖ ถึงนาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๑๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่