Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เมื่อคลายความยึดถือจะหลุดพ้น

mp3 for download :เมื่อคลายความยึดถือจะหลุดพ้น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาพจากวัดพระธาตุโกฏิแก้ว
เอื้อเฟื้อภาพโดย คุณ มโน มยา

หลวงพ่อปราโมทย์ : คำว่า “อนัตตา” เป็นคำที่กว้าง มีความหมายหลายแบบ ในทางตำราที่พวกพระเขาเรียนกัน ในนักธรรมเอกนั้นบอกเลย มันมี ๕ แบบ คำว่าอนัตตาน่ะ ไม่อยู่ในอำนาจ ปฏิเสธความเป็นตัวตน อะไรอย่างนี้ มีหลายแบบ เป็นไปตามเหตุอะไรอย่างนี้ นั่นคือความหมายของคำว่าอนัตตา

ก็มาดูความจริงนะ ในกายในใจเรื่อยๆ เห็นแต่อนิจจังทุกขังอนัตตา ดูไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเห็นตามความเป็นจริงจะเบื่อหน่าย เมื่อเบื่อหน่ายจะคลายความยึดถือ เมื่อคลายความยึดถือจะหลุดพ้น เมื่อหลุดพ้นจะรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว ชาติคือความเกิดที่จะต้องมาเสวยอารมณ์ เสวยทุกข์ ไม่มีอีกแล้ว ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์คือการประพฤติปฏิบัติธรรมเนี่ย จบแล้ว หมายถึงการปฏิบัติธรรมนี้มีที่จบนะ งานทางโลกไม่มีวันจบ แต่งานทางธรรมนั้นมีวันจบ จบตรงที่เห็นความจริงแจ่มแจ้งแล้ว

เพราะเห็นตามความเป็นจริงจึงเบื่อหน่าย เพราะเบื่อหน่ายจึงคลายความยึดถือ เพราะคลายความยึดถือจึงหลุดพ้น เพราะหลุดพ้นจึงรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจที่ควรทำในวัฏฏะของเราเนี่ย คือการยกระดับจิตใจให้พ้นจากความทุกข์ กิจทางโลกๆนี้ทำไปเพื่ออาศัยอยู่กับโลกชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นเอง ทำมาหากินหาเงินหาทอง หุงข้าวต้มแกง อะไรอย่างนี้นะ เป็นกิจทางโลก พวกนี้จะอยู่ชั่วคราว หุงข้าวมาเดี๋ยวก็กินข้าวหมด เดี๋ยวก็มาหุงใหม่อีก วนเวียนไปไม่จบ แต่กิจในการปฏิบัติธรรมนี้จบ ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความบริสุทธิ์หลุดพ้นไม่มีอีกแล้ว จิตมันจะรู้สึกเลยว่า มันหมดภาระแล้ว มันหมดสิ่งที่จะต้องทำแล้ว คำว่า “ต้อง” จะไม่มีในชีวิตอีกแล้ว

พวกเรามีคำว่า “ต้อง” เยอะมั้ย ช่วงไหนคำว่า “ต้อง” เยอะๆ เครียดมั้ย คิดดูนะ พระอรหันต์ไม่มีคำว่า “ต้อง” นะ สบายมั้ย สบ๊ายสบาย ฝึกเอานะ ฝึกเอา แล้วจะรู้ว่า นิพพานมีจริง ถ้าไม่ฝึกนะ นานๆไปก็จะรู้ว่านรกมีจริงๆนะ เลือกเอานะ ทางใครทางมัน

*หมายเหตุ ลักษณะของอนัตตา หรือ อนัตตลักษณะ ตามพจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ โดย พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) [พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)]

อนัตตลักษณะ ลักษณะที่เป็นอนัตตา,ลักษณะที่ให้เห็นว่าเป็นของมิใช่ตัวตน โดยอรรถต่างๆ
        ๑. เป็นของสูญ คือ เป็นเพียงการประชุมเข้าขององค์ประกอบที่เป็นส่วนย่อยๆ ทั้งหลาย ว่างเปล่าจากความเป็นสัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา หรือการสมมติเป็นต่างๆ
        ๒. เป็นสภาพหาเจ้าของมิได้ ไม่เป็นของใครจริง
        ๓. ไม่อยู่ในอำนาจ ไม่เป็นไปตามความปรารถนา ไม่ขึ้นต่อการบังคับบัญชาของใครๆ
        ๔. เป็นสภาวธรรมที่ดำรงอยู่หรือเป็นตามธรรมดาของมัน เช่น ธรรมที่เป็นสังขตะ คือสังขาร ก็เป็นไปตามเหตุปัจจัย ขึ้นต่อเหตุปัจจัย ไม่มีอยู่โดยลำพังตัว แต่เป็นไปโดยสัมพันธ์ อิงอาศัยกันอยู่กับสิ่งอื่นๆ
        ๕. โดยสภาวะของมันเอง ก็แย้งหรือค้านต่อความเป็นอัตตา มีแต่ภาวะที่ตรงข้ามกับความเป็นอัตตา;


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
FILE : 560907A
CD : สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๑
ระหว่างนาที่ที่ ๒๓ วินาทีที่ ๑๐ ถึง นาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๓๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ไม่เห็นไตรลักษณ์เพราะมีสิ่งปิดบัง

mp3 for download : ไม่เห็นไตรลักษณ์เพราะมีสิ่งปิดบัง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาพจากโรงเรียนรุ่งอรุณ โดย คุณ ปิยมงคล โชติกเถียร

หลวงพ่อปราโมทย์ : เนี่ยถ้าเราภาวนานะ แล้วสติสมาธิเราพอเราก็จะเห็นว่า จิตมันเกิดดับอยู่ทางทวารทั้ง ๖ เกิดที่ไหนดับที่นั่น การที่เห็นจิตเกิดแล้วดับไป เกิดแล้วดับไป เรียกว่าสันตติขาด ขาดความต่อเนื่องแล้ว มันขาดออกเป็นส่วนๆ เป็นท่อนๆไป พอสันตติขาดก็จะเห็นว่าตัวเราไม่มี ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าตัวตนถาวร เพราะมีแต่สิ่งที่เกิดแล้วก็ดับไป เกิดแล้วก็ดับไป เนี่ยสันตตินะปิดบัง ทำให้เราไม่เห็นอนิจจัง ทำให้ไม่เห็นว่ามีแล้วหายไป คิดว่ามีอยู่ตลอด คิดว่าจิตก็มีอยู่ดวงเดียว วิ่งไปทางตาวิ่งไปทางหูวิ่งไปทางจมูกทางลิ้นทางกายทางใจ พอฝึกมากเข้าจนบรรลุเป็นพระอรหันต์จิตไม่วิ่งไปไหน จิตก็ตั้งมั่นเด่นดวงอยู่ดวงเดียวอย่างนั้นน่ะ ก็เลยคิดว่าจิตมีดวงเดียว อันนี้เป็นมิจฉาทิฎฐิ สันตติยังไม่ขาด ยังไม่ได้เริ่มวิปัสสนาเลย เนี่ย ถ้าหากว่าได้ยินสอนเรานะว่าจิตเที่ยงนะ ต้องรู้นะว่ายังไม่ได้เริ่มทำวิปัสสนาเลย คำสอนอย่างนี้

ความทุกข์นะ ตัวที่ปิดบังตัวทุกข์ไว้ ก็คือการเปลี่ยนอิริยาบถ เห็นมั้ย ตัวที่ปิดบังความไม่เที่ยงไว้ ทำให้เรามองได้ไม่ชัด ก็คือตัวสันตติ สันตติมันปิดบัง มันเกิดดับสืบเนื่องกันไปทำให้เรานึกว่าตัวเดิม ตัวที่ปิดบังอนัตตาไว้เรียกว่า ฆนะ(ความเป็นกลุ่มเป็นก้อน – ผู้ถอด) เนี่ยเราไม่เห็นไตรลักษณ์นะเพราะว่า มันมีสิ่งที่มาปิดมาบังไว้ ตัวทุกข์เราไม่เห็นเพราะเราเปลี่ยนอิริยาบถว่องไวเหลือเกิน เราไม่เห็นอนิจจังเพราะว่าสภาวธรรมเกิดดับสืบเนื่องกันเร็วกันรวดเร็ว สติเราไม่ทัน เราไม่เห็นความเป็นอนัตตา ตัวเราไม่มีหรอก เพราะว่าอะไร เพราะว่าขันธ์มันรวมกันขึ้นมา มันเลยมีตัวเราขึ้นมา ถ้าขันธ์มันแตกออกไปมันจะเห็นเลยว่ามันไม่มีตัวเรา

อย่างที่หลวงพ่อสอนแยกธาตุแยกขันธ์ ก็แยกออกไป รูปส่วนรูป พอแยกรูปออกไปปุ๊บ รูปไม่ใช่เราแล้ว เวทนาแยกออกไป เวทนาไม่ใช่เรา สัญญาแยกออกไป สัญญาไม่ใช่เรา สังขารวิญญาณแยกออกไป ไม่มีเราแล้ว เพราะฉะนั้นความที่ขันธ์ ๕ มารวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน หรืออายตนะ ๖ มารวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนเนี่่ย อยู่ด้วยกันนะ สัญญาจะเข้าไปหมายว่ามีตัวเราขึ้นมา ถ้ามันแตกออกแล้วจะไปหมายว่าเป็นเราไม่ได้


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๕ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๖
File: 560315A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๙
ระหว่างนาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๓๒ ถึงนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การพิจารณาไตรลักษณ์เมื่อดูจิตดูนามธรรม

mp3 for download : การพิจารณาไตรลักษณ์เมื่อดูจิตดูนามธรรม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาพจากโรงเรียนรุ่งอรุณ โดย คุณ ปิยมงคล โชติกเถียร

หลวงพ่อปราโมทย์ :เวลาสอนไตรลักษณ์เกี่ยวกับนามธรรมนะ ท่านจะสอนอนิจจังกับอนัตตา ท่านโดด บางทีโดดข้ามทุกขังไปเฉยๆเลย เพราะอะไร เพราะว่านามธรรมนี้ ตัวที่เด่นคือตัวอนิจจังกับอนัตตา แต่ถ้าดูรูปธรรมนะ ตัวที่เด่นคือตัวทุกขัง มันถูกบีบคั้น นั่งอยู่ก็ถูกบีบคั้น ทำให้นั่งต่อไปไม่ได้ เดินอยู่ก็ถูกบีบคั้น ทำให้เดินต่อไปไม่ได้ นอนอยู่ก็ถูกบีบคั้น ทำให้นอนต่อไปไม่ได้ พลิกไปพลิกมา หายใจออกก็ต้องถูกบีบคั้นต้องหายใจเข้า หายใจเข้าก็ถูกบีบคั้นต้องหายใจออก เนี่ยมันถูกบีบคั้นตลอดเลยตัวรูป รูปเป็นของที่แตกสลายได้ ถูกทำลายได้ด้วยดินน้ำไฟลมอะไรพวกนี้ ส่วนนามธรรมนั้นมันเหมือนภาพลวงตา ไหวตัวขึ้นมาแว้บแล้วสลาย ไหวตัวแว้บแล้วสลาย เต็มไปด้วยของไม่เที่ยง ดูง่าย

ทำทำวัตรเช้าน่าฟังมากเลย เริ่มสอนตั้งแต่ขันธ์ ๕ มีอยู่บทหนึ่ง นึกออกมั้ย ที่สอนจำแนกขันธ์ ๕ ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือรูป ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ท่านสอนบอกว่า พระพุทธเจ้าสอนให้เราดูขันธ์นั่นแหละ ก็เห็นว่า รูปังอนิจจัง ก็เห็นตามความเป็นจริงว่า รูปํอนิจฺจํ รูปไม่เที่ยง เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นอนิจจัง ไม่เที่ยง รูปํ อนตฺตา ใช่มั้ย โดดข้ามจาก รูปํ อนิจฺจํ ไป รูปํ อนตฺตา รูปังอนัตตา รูปเป็นอนัตตา เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นอนัตตา ท่านข้ามทุกขังไป

หลวงพ่อมองว่า ที่ท่านข้ามเพราะว่า คำสอนเรื่องขันธ์ ๕ นี้ ไปเน้นกับพวกที่ควรจะดูนาม ตัวนามที่เด่นชัดก็คืออนิจจังกับอนัตตา อันนี้ในตำราไม่มีหรอกนะ หลวงพ่อพิจารณาเอาเอง ในตำราเขาจะอธิบายอีกอย่าง ในอรรถกถาจะอธิบายไปในทำนองว่า สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็นทุกข์ เพราะฉะนั้นมันเป็นอันเดียวกัน ดังนั้นเมื่อไม่เที่ยงแล้วก็เลยไปอนัตตา ไม่อธิบายให้จบนี่ พระพุทธเจ้าบอกว่าสิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์สิ่งนั้นเป็นอนัตตา เพราะฉะนั้นก็น่าจะเหลือแต่ไม่เที่ยง อธิบายไม่ได้ อธิบายไม่จบหรอก

ถ้าเราภาวนาเราจะรู้เลย ตัวร่างกายนี้ ตัวทุกข์นี้เด่นมากเลย เราได้อาศัยความเคลื่อนไหวนี่แหละ กลบเกลื่อนความทุกข์ไม่ให้รู้สึก พอนั่งเมื่อยแล้วขยับ นั่งเมื่อยแล้วขยับ ก็ขยับไปเรื่อยนะ นอนเมื่อยก็พลิกไปพลิกมา ไม่ทันจะเห็นทุกข์เลย หายใจออกไปยังไม่ทันจะเห็นทุกข์ก็หายใจเข้า กลบมันไว้ มันเริ่มทุกข์นิดหน่อยก็กลบมันไว้ ท่านจึงสอนบอกว่า อิริยาบถนั้นมันปิดบังทุกข์ไว้ เปลี่ยนท่าทาง หายใจออกก็เปลี่ยนเป็นหายใจเข้า หายใจเข้าก็เปลี่ยนเป็นหายใจออก ยืนแล้วก็เปลี่ยนไปเดิน ไปนั่ง ไปนอน เปลี่ยนอิริยาบถปิดบัง ทำให้ไม่เห็นทุกข์

อนิจจังนะ เราดู บางทีสติเราไม่ไวพอ เราก็นึกว่ามันคงที่อยู่ ยกตัวอย่างเราเห็นว่าจิตมีดวงเดียว จิตวิ่งไปทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ จิตวิ่งไปแล้วก็วิ่งกลับมา วิ่งไปแล้วก็วิ่งกลับมา ใครเห็นจิตวิ่งไปวิ่งมาได้บ้าง ยกมือสิยกมือ เห็นจิตวิ่งพรึ่บไปแล้วก็กลับมา วิ่งพรึ่บไปแล้วก็กลับมา เห็นถูกมั้ย เห็นถูก แต่ยังถูกไม่เต็มที่ สันตติไม่ขาด ก็เลยยังเห็นว่าจิตเที่ยงอยู่ ถ้าสันตติขาดเราจะเห็นว่า จิตเกิดที่ตาแล้วก็ดับลงที่ตา จะเกิดจิตอีกดวงหนึ่งขึ้นที่ใจ เกิดที่ใจแล้วก็ดับลงที่ใจ แล้วอาจจะเกิดจิตอีกดวงหนึ่งที่หูก็ได้ ที่ตา ที่จมูก ที่ลิ้น ที่กาย ที่ใจ จิตคนละดวงกัน เกิดแล้วก็ดับไป เกิดแล้วก็ดับไป


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๕ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๖
File: 560315A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๙
ระหว่างนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๓๖ ถึงนาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๔๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

กรรมฐานและไตรลักษณ์ ต้องเลือกไปตามความถนัด

mp3 for download : กรรมฐานและไตรลักษณ์ ต้องเลือกไปตามความถนัด

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาพจากโรงเรียนรุ่งอรุณ โดย คุณ ปิยมงคล โชติกเถียร

หลวงพ่อปราโมทย์ :เวลาเราพูดถึงรูปนะ เวลาดูรูป ตัวทุกข์เนี่ยจะเด่น รูปธรรมนั้นตัวทุกข์จะเด่น นามธรรมนะ อนิจจัง อนัตตา จะเด่น คนที่ทำกรรมฐานที่เหมาะแก่การดูรูปเนี่ย พระพุทธเจ้าท่านจะสอนเรื่องอายตนะให้ คนที่ทำกรรมฐานที่เหมาะกับการดูนาม พระพุทธเจ้าท่านจะสอน

เรื่องขันธ์ ๕ ให้ มันก็อันเดียวกันนะ เป็นการแยกสิ่งที่เรียกว่า “ตัวเรา” ออกเป็นส่วนๆ ถ้าเป็นพวกที่ชำนาญในรูปธรรมนะ ท่านจะแยกออกไปเป็น ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ตาหูจมูกลิ้นกายเป็นรูป มีใจเป็นนามอันเดียว ส่วนใหญ่ที่ให้ดูเป็นรูป แต่ถ้าเป็นพวกถนัดนาม ท่านจะสอนขันธ์ ๕ รูป รูปเป็นตัวรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นนามธรรม มีนามมาก มีรูปน้อย ดูนามมาก

เวลาสอนไตรลักษณ์เกี่ยวกับนามธรรมนะ ท่านจะสอนอนิจจังกับอนัตตา ท่านโดด บางทีโดดข้ามทุกขังไปเฉยๆเลย เพราะอะไร เพราะว่านามธรรมนี้ ตัวที่เด่นคือตัวอนิจจังกับอนัตตา แต่ถ้าดูรูปธรรมนะ ตัวที่เด่นคือตัวทุกขัง มันถูกบีบคั้น นั่งอยู่ก็ถูกบีบคั้น ทำให้นั่งต่อไปไม่ได้ เดินอยู่ก็ถูกบีบคั้น ทำให้เดินต่อไปไม่ได้ นอนอยู่ก็ถูกบีบคั้น ทำให้นอนต่อไปไม่ได้ พลิกไปพลิกมา หายใจออกก็ต้องถูกบีบคั้นต้องหายใจเข้า หายใจเข้าก็ถูกบีบคั้นต้องหายใจออก เนี่ยมันถูกบีบคั้นตลอดเลยตัวรูป รูปเป็นของที่แตกสลายได้ ถูกทำลายได้ด้วยดินน้ำไฟลมอะไรพวกนี้ ส่วนนามธรรมนั้นมันเหมือนภาพลวงตา ไหวตัวขึ้นมาแว้บแล้วสลาย ไหวตัวแว้บแล้วสลาย เต็มไปด้วยของไม่เที่ยง ดูง่าย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๕ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๖
File: 560315A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๙
ระหว่างนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๓๓ ถึงนาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๓๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ไตรลักษณ์ เป็นสิ่งที่เนื่องกันหมด

mp3 for download : ไตรลักษณ์ เป็นสิ่งที่เนื่องกันหมด

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาพจากโรงเรียนรุ่งอรุณ โดย คุณ ปิยมงคล โชติกเถียร

หลวงพ่อปราโมทย์ :>พวกเรามาหัดดูสภาวะไป ในขั้นของการเจริญปัญญาเนี่ย ดูสภาวธรรม รูปธรรมก็ได้นามธรรมก็ได้ เราดูแล้วจะเห็น สภาวะทั้งหลายไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เป็นอันเดียวกันนะ มันเนื่องกันหมดแหละ ของไม่เที่ยงก็คือ ของมันมีแล้วมันก็ไม่มี ของที่มันมีอยู่ ก็บีบคั้นให้สลายตัว นี่ล่ะเป็นทุกข์ สิ่งทั้งหลายจะมี จะตั้งอยู่ หรือว่าสลายตัวไป ล้วนแต่บังคับไม่ได้ เป็นอนัตตา มันเนื่องกันหมด

เวลาเราพูดถึงรูปนะ เวลาดูรูป ตัวทุกข์เนี่ยจะเด่น รูปธรรมนั้นตัวทุกข์จะเด่น นามธรรมนะ อนิจจัง อนัตตา จะเด่น คนที่ทำกรรมฐานที่เหมาะแก่การดูรูปเนี่ย พระพุทธเจ้าท่านจะสอนเรื่องอายตนะให้ คนที่ทำกรรมฐานที่เหมาะกับการดูนาม พระพุทธเจ้าท่านจะสอนเรื่องขันธ์ ๕ ให้ มันก็อันเดียวกันนะ เป็นการแยกสิ่งที่เรียกว่า “ตัวเรา” ออกเป็นส่วนๆ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๕ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๖
File: 560315A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๙
ระหว่างนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๕๗ ถึงนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สภาวะทั้งหลายล้วนแต่ทำลายตัวมันเอง

mp3 for download : สภาวะทั้งหลายล้วนแต่ทำลายตัวมันเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาพจากโรงเรียนรุ่งอรุณ โดย คุณ ปิยมงคล โชติกเถียร

หลวงพ่อปราโมทย์ :เมื่อวานได้จดหมายมาฉบับหนึ่งจากอเมริกา นี่คนที่อเมริกาเขาภาวนา เขาเห็นเลยว่า สภาวะทั้งหลายนี้มันทำลายตัวมันเอง ไม่ต้องไปทำลายมันหรอก อันนี้เขาเห็นอะไร อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อันนี้เขาเห็นอะไร ใครตอบได้ ใครว่าอนิจจัง ใครว่าทุกขัง ใครว่าอนัตตา ก็ถูกหมดแหละ เขาบอกว่า สภาวะสามอันนี้ มันเนื่องกันหมดเลย คือเขาเห็นว่าสภาวะทั้งหลาย ทั้งรูปธรรมและนามธรรมนั้นมันทำลายตัวมันเองตลอดเวลา มันบีบคั้นอยู่ตลอดเวลา ทนอยู่ไม่ได้หรอก ตัวที่เด่นคือตัวทุกข์นั้นแหละ ตรงที่เห็นว่ามันทนอยู่ไม่ได้ มีแล้วหายไปนั่นคือเห็นอนิจจัง ตรงที่ว่ามันเป็นไปเองไม่ได้เป็นไปตามใจอยาก นี่เป็นอนัตตา

นี่คือคนที่ไม่ค่อยได้เจอหลวงพ่อนะ ปีหนึ่งเจอครั้งหนึ่ง มาส่งการบ้านที่นี่ คราวนี้ส่งการบ้านได้น่าฟัง สภาวะทั้งหลายมันทำลายตัวมันเอง บอกว่าความรู้นี้มันเกิดแก่ใจ เกิดเอง ไม่ได้คิดเลย ไม่เคยคิดมาก่อนนะ มันเกิดความรู้ตรงนี้ขึ้นมานะ และคราวนี้ดูลงไปที่ไหนนะ เห็นมันสลายตัวหมดเลย ดูในร่างกายก็สลาย ไม่มีเรา ดูจิตใจก็สลาย ไม่มีเรา

นี่เขาเขียนมาเล่านะ ยังไม่เจอตัว จริงแค่ไหนก็ยังไม่รู้นะ บางคนเล่าเก่ง แต่ธรรมะก็น่าฟัง เนี่ยธรรมะภาคปฏิบัตินะ ฟังแล้วแหม..มันจับใจนะ ธรรมะที่ไปท่องจำมา ฟังแล้วก็ โอ้..จืดชืด แห้งแล้ง ไม่เหมือนธรรมะที่เป็นความรู้ความเข้าใจมาจากการปฏิบัติ มันสดๆใหม่ๆซิงๆนะ เคยได้ยินมั้ย สภาวะทั้งหลายมันทำลายตัวมันเอง ไม่เคยได้ยิน คำเดียวนะก็สะท้อนไตรลักษณ์ออกมาแล้ว แล้วไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา ด้วยนะ เป็นสภาวะ ไม่มีคน ไม่มีสัตว์ ไม่มีเรา ไม่มีเขา มีแต่สภาวะ เขาก็เขียนดี ประโยคเดียวก็น่าฟัง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๕ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๖
File: 560315A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๙
ระหว่างนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๒๘ ถึงนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๕๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ตัวเราไม่มี ตัวที่มีคือตัวทุกข์

mp3 for download : ตัวเราไม่มี ตัวที่มีคือตัวทุกข์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :สิ่งที่เรียกว่าตัวเราจริงๆไม่มีหรอก มันมีแต่อนัตตา แต่อนัตตาเราไม่สามารถเห็นได้ เพราะมันมีสิ่งที่มาปิดบัง สิ่งที่มาปิดบังที่ทำให้เราไม่เห็นความจริงว่าเราไม่มีนะ ตัวเราเป็นอนัตตาเนี่ย ที่เรียกว่าเราเนี่ย จริงๆเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวใช่ตน สิ่งที่ปิดบังอนัตตาไว้เรียกว่า “ฆน” ฆอระฆังนอหนู ฆนะ ฆนก็คือการทีขันธ์ต่างๆน่ะมันมารวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนเดียวกัน มีสัญญาเข้าไปหมายมีใจเข้าไปครอง ก็จะรู้สึกขึ้นมา อย่างนี้ก็จะเป็นกลุ่มเป็นก้อนของธาตุจำนวนมาก แล้วก็เป็นกลุ่มก้อนของนามธรรมทั้งหลาย ความสุขความทุกข์มันก็มีอยู่ในนี้แหละ ความโลภความโกรธความหลงอะไรมันก็มีอยู่ในนี้แหละ ความรับรู้มันก็อยู่ในนี้แหละ เนี่ยทั้งหมดเนี่ยนะ ขันธ์ ๕ มันก็ประชุมรวมกันอยู่ในร่างกายยาววาหนาคืบกว้างศอกนี้ มีสัญญาคือการหมายรู้ มีใจครองอยู่ ก็เลยเรียกว่าตัวเราๆ ก็เลยไม่เห็นความจริงว่า จริงๆแล้วตัวเราไม่มี มันเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน นี่คือวิธีที่จะทำให้เห็นว่าตัวเราไม่มี

ถ้าเห็นว่าตัวเราไม่มี เป็นพระโสดาบันได้นะ ถ้าเห็นว่าตัวที่มีคือตัวทุกข์จะเป็นพระอรหันต์ ตอนนี้เห็นให้ได้ก่อนว่าตัวเราไม่มี พอขั้นท้ายก็ค่อยไปเห็นว่า ตัวที่มีตัวทุกข์ จะดูว่าตัวเราไม่มีนะ ก็ต้องมาทำให้ฆนะนี้แตกออก คือแยกธาตุแยกขันธ์นั้นเอง ที่หลวงพ่อพูดเรื่อยๆว่าให้แยกธาตุแยกขันธ์


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๘ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๖
File: 560511A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๐
ระหว่างนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๒๘ ถึงนาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๑๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ดูจิต ได้สติ สมาธิ ปัญญา

mp3 for download : ดูจิต ได้สติ สมาธิ ปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมย์ : ถ้าเราทำกรรมฐาน ดูจิตดูใจเนี่ย เราฝึกง่ายๆเลย รวบยอดเลย ได้ทั้งสมาธิได้ทั้งปัญญา ก็คือจิตขยับไปแล้วรู้สึกนะ จิตไหลไปรู้สึก จิตไหลไปรู้สึก ตรงที่จิตไหลไปแล้วรู้สึกเนี่ย จิตจะตั้งมั่นขึ้นมา (จิตตั้งมั่น = จิตมีสมาธิชนิดลักขณูปนิชฌาน เป็นสมาธิที่มีเฉพาะในพระพุทธศาสนา – ผู้ถอด) มันตั้งอยู่ชั่วขณะ แล้วมันก็ไหลอีก เราก็รู้สึกอีก ก็ตั้งอีก ตรงนี้จะเป็นการฝึกให้เกิดสติ สติเป็นตัวรู้ทันว่ามีอะไรเกิดขึ้นในจิตใจ มันรวมถึงกายด้วยนะ แต่นี่หลวงพ่อสอนมุ่งมาที่จิต เพราะพวกเราเป็นพวกไม่มีสมาธิ ต้องดูจิตให้มากๆไว้

สติเป็นตัวรู้ทันว่ามีอะไรเกิดขึ้นในจิต จิตขยับไปรู้ทัน จิตขยับไปรู้ทัน เรียกว่ามีสติ การที่จิตขยับไปแล้วเรารู้ทันเรื่อยๆ ต่อไปเราจะเกิดปัญญาได้ เราจะเห็นเลยว่า จิตที่รู้สึกตัวก็อยู่ชั่วคราว จิตที่ไหลไป หลงไป ขยับไป ก็อยู่ชั่วคราว จิตที่รู้สึกตัวเกิดแล้วก็ดับไป จิตที่ไหลไปหลงไปเกิดแล้วก็ดับไป จิตที่รู้สึกตัวเนี่ยเป็นตัวแทนของจิตที่เป็นกุศล จิตที่ไหลไปหลงไปเป็นตัวแทนของอกุศล ต้องหลงไปก่อนนะ ถึงจะเกิดโลภเกิดโกรธอะไรขึ้นมาทีหลัง ต้องหลงก่อนนะ จึงเป็นตัวแทนของจิตอกุศล

ก็จะเห็นเลยว่า จิตที่รู้สึกตัว ซึ่งเป็นตัวแทนของจิตที่เป็นอกุศลนั้น เกิดแล้วก็ดับ จิตที่ไหลไปซึ่งเป็นจิตอกุศล เกิดแล้วก็ดับ มีแต่เกิดแล้วก็ดับ ตรงที่เราเห็นว่า จิตทุกอย่างเกิดแล้วก็ดับ อันนั้นแหละ เราเจริญปัญญา เราเห็นอนิจจังอยู่ เราก็จะเห็นอีก ถ้าบางคนดูแค่เกิดดับแค่นี้ไม่พอนะ จะเห็นสิ่งซึ่งกำลังปรากฎ จิตซึ่งรู้สึกตัวอยู่นี่แหละ อยู่ได้ไม่นาน ทนอยู่ไม่ได้ก็แตกสลายกลายเป็นจิตที่เคลื่อน จิตที่เคลื่อนทนอยู่ไม่ได้ แตกสลายกลายเป็นจิตที่รู้สึกตัว การที่เราเห็นว่า จิตทุกชนิดทนอยู่ในภาวะอันใดอันหนึ่งไม่ได้ เรียกว่าเห็นทุกขังนะ เห็นทุกขัง

การที่จิตจะรู้สึกตัว เราสั่งไม่ได้ รู้สึกแล้วรักษาไว้ก็ไม่ได้ การที่จิตไหลไปเราห้ามก็ไม่ได้นะ ไหลไปแล้วสั่งให้คืนมาก็ไม่คืน ถ้าสั่งให้คืนมาจะกลายเป็นเพ่ง แน่นๆเลย จิตนี้ไม่ใช่ของที่บังคับได้ แค่เราเห็นจิตที่ไหลไปไหลมาแค่นี้นะ เรารู้เลยว่าเราบังคับจิตไม่ได้จริง นี่คือการเห็นอนัตตา

เพราะฉะนั้นถ้าเราคอยรู้ทันจิตที่ไหลแว้บๆๆ นะ รู้ไปเรื่อยๆนะ ได้ทั้งสตินะ เบื้องต้นจะได้สติ เบื้องปลายจะได้ปัญญา จะรู้ความจริงจิตนี้ไม่ใช่ตัวเรา จิตนี้เป็นของไม่เที่ยง กลับกลอกตลอดเวลานะ จิตรู้สึกตัวก็ไม่เที่ยง จิตที่ไหลไปก็ไม่เที่ยง จิตที่รู้สึกตัวก็ทนอยู่ไม่ได้นาน จิตที่ไหลไปก็ทนอยู่ไม่ได้นาน อยู่ได้ชั่วขณะเท่านั้นเอง จิตจะรู้สึกตัวหรือว่าจิตจะไหลไปนั้น เลือกไม่ได้ สั่งไม่ได้ ห้ามไม่ได้ บังคับไม่ได้ ไม่อยู่ในอำนาจ นี่เรียกว่าเห็นอนัตตา

การที่เราเห็นจิตเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เห็นเพียงมุมใดมุมหนึ่งก็พอ ไม่ต้องเห็นทั้งสามอย่างหรอก บางคนเห็นจิตเกิดแล้วก็ดับ รู้สึกตัวแล้วก็หายไป หรือเห็นว่าจิตมันถูกบีบคั้นตลอด จิตมันบังคับไม่ได้ เห็นมุมใดมุมหนึ่งไปถึงจุดหนึ่ง จิตจะปิ๊งขึ้นมา จิตนี้ไม่ใช่ตัวเราหรอก จิตมันเป็นสภาวธรรมซึ่งมันเป็นของมันเอง คำว่าสภาวะหมายถึงมันมีอยู่ของมันเอง being มีอยู่ของมันเอง เกิดแล้วก็ดับไป มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้ เฝ้ารู้ลงไปเรื่อย สุดท้ายปัญญามันเกิด มันจะรู้เลยว่า “สิ่งใดเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นดับเป็นธรรมดา”

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๖
File 550701
ระหว่างนาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๒๑ ถึงนาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๔๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ความรู้สึกว่าเป็นตัวเรา เกิดขึ้นเพราะสัญญาเข้าไปหมายผิด

mp3 for download : ความรู้สึกว่าเป็นตัวเรา เกิดขึ้นเพราะสัญญาเข้าไปหมายผิด

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี

หลวงพ่อปราโมย์ : การดูรูปไม่ใช่ตัวเรา ดูง่ายๆว่ามันเป็นวัตถุ เป็นก้อนธาตุ มีธาตุไหลเข้ามีธาตุไหลออก ไม่ใช่ตัวเราหรอก เป็นวัตถุ ดูนามธรรมดูว่าเป็นวัตถุเป็นธาตุ ดูไม่ได้

เราดูจิตใจของเรานี้ว่าเป็นอนัตตา ดูในแง่ที่ว่าเราบังคับมันไม่ได้ สั่งให้มันสุขมันไม่สุข ห้ามทุกข์มันก็จะทุกข์ สั่งให้ดีมันก็ไม่ดี ห้ามชั่วมันก็ยังชั่วได้อีก สั่งว่าอย่าไปคิดมันก็จะยังไปคิด สั่งไม่ได้ บังคับไม่ได้จริง ไม่อยู่ในอำนาจจริง

เนี่ยเฝ้ารู้ลงไปในรูปธรรมนามธรรมทั้งหลาย ในกายในใจทั้งหลาย เห็นแต่ของไม่เที่ยงเป็นทุกข์เป็นอนัตตา มีแต่มีแล้วก็หายไป มีแล้วก็หายไป ไม่มีอะไรที่เป็นตัวตนถาวร วันใดที่จิตเรายอมรับความจริงแล้วนะ ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าตัวเราถาวร มีแต่การประชุมกันขึ้นมาเป็นคราวๆ มีสัญญาเข้าไปหมายผิดๆว่ามีตัวเรา

วัตถุธาตุมารวมกัน ก็มาเป็นร่างกายนี้ สัญญาเข้าไปหมายรู้ ว่าร่างกายนี้คือตัวเรา สัญญามันหมายผิดๆว่าเป็นตัวเราขึ้นมา ก็รู้สึกว่ามีตัวเราขึ้นเป็นคราวๆ ถ้าไม่หมายมันก็ไม่เป็น หมายขึ้นมาก็เป็น

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๖
File 550701
ระหว่างนาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๘ ถึงนาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๓๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เห็นรูปนามตามความเป็นจริง เห็นไตรลักษณ์ของรูปนาม

mp3 for download : เห็นรูปนามตามความเป็นจริง เห็นไตรลักษณ์ของรูปนาม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรม

หลวงพ่อปราโมย์ : ทีนี้เราก็มาหัดเรียนให้เห็นความจริง เราจะเห็นเลยว่า รูปทั้งหลายมีแต่ความไม่เที่ยง รูปทั้งหลายมีแต่ความเป็นทุกข์ รูปทั้งหลายมิใช่ตัวเรา เป็นแค่วัตถุเป็นแค่ก้อนธาตุ นามธรรมทั้งหลายไม่เที่ยง นามธรรมทั้งหลายทนอยู่ไม่ได้ ถูกบีบคั้นตลอดเวลา นามธรรมทั้งหลายไม่ใช่ตัวเรา เราบังคับไม่ได้

เวลาดูรูปไม่ใช่ตัวเรา ดูง่ายๆว่า มันเป็นวัตถุ เป็นก้อนธาตุ มีธาตุไหลเข้า มีธาตุไหลออก ไม่ใช่ตัวเราหรอก เป็นวัตถุ ดูนามธรรม ดูว่าเป็นวัตถุเป็นธาตุนั้น ดูไม่ได้ เราดูจิตใจของเราว่าเป็นอนัตตา เราดูในแง่ที่ว่าบังคับมันไม่ได้ สั่งให้มันสุขมันก็ไม่สุข ห้ามทุกข์มันก็จะทุกข์ สั่งให้ดีมันก็ไม่ดี ห้ามชั่วมันก็ยังชั่วได้อีก สั่งว่าอย่าไปคิดมันก็จะคิด สั่งไม่ได้บังคับไม่ได้จริง ไม่อยู่ในอำนาจจริง

เนี่ย เฝ้ารู้ลงไปในรูปธรรมนามธรรมทั้งหลาย ในกายในใจทั้งหลาย เห็นแต่ของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มีแต่มีแล้วก็หายไป มีแล้วก็หายไป ไม่มีอะไรที่เป็นตัวตนถาวร

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๖
File 550701
ระหว่างนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๔๓ ถึงนาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๕๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

นิพพานเป็นอนัตตา เพราะความไม่มีเจ้าของ

mp3 for download : นิพพานเป็นอนัตตา เพราะความไม่มีเจ้าของ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมย์ : นิพพานเป็นอนัตตา เพราะความไม่มีเจ้าของ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าใจเราฝึกไปเรื่อยนะ เราหัดภาวนาไป เราเห็นทุกอย่างเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา โดยเฉพาะมาเรียนรู้อยู่ในกายในใจของเรานี้ ถึงวันหนึ่งจิตมันสรุปความจริงได้ว่าทุกอย่างนะ รวมทั้งกายทั้งใจของเราด้วย รวมทั้งโลกภายนอกด้วย มีแต่ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เรียนรู้ลงที่กายที่ใจของตนเองนี่ ถ้าเข้าใจตรงนี้ก็จะเข้าใจโลกข้างนอกด้วย อย่าไปเรียนจากโลกข้างนอกนะ อ้อมค้อม เรียนโลกข้างนอกจะเห็นโลกข้างนอกไม่เที่ยง แต่ตัวเรายังเที่ยงอยู่ นี่เสียเวลาต้องมาล้างลงที่ตัวเรานี่อีก

เพราะฉะนั้นมาเรียนรู้อยู่ที่ขันธ์ ๕ ของตัวเรานี่ รูปธรรม นามธรรม ของเรานี่เอง สิ่งที่เรียกว่าตัวเรานี่เอง เรียนรู้ลงไป มีแต่ความไม่เที่ยง มีแต่ความเป็นทุกข์ คือทนอยู่ไม่ได้ มีแต่ความเป็นอนัตตาคือบังคับไม่ได้ แล้วก็ไม่ใช่ตัวตนถาวร อนัตตามีหลายนัยยะ หลายความหมาย แปลว่าบังคับไม่ได้ก็ได้ แปลว่าไม่ใช่ตัวตนถาวรก็ได้ ไม่มีอมตะ อย่างนั้นก็ได้ นี้เราเฝ้ารู้เฝ้าดูไป หรือไม่เป็นเจ้าของ

อย่างนิพพานนี้ เที่ยง แต่นิพพานเป็นอนัตตา เพราะอะไร นิพพานไม่ได้เป็นของใคร คำว่าอนัตตากว้างนะ มีความหมายหลายนัยยะมากเลย อนิจจังนะ ของไม่เคยมีก็เกิดมีขึ้นมา เรียกว่าอนิจจัง ของที่มีอยู่แล้วหายไป นี่เรียกว่าอนิจจัง ของที่กำลังมีอยู่นั้นแหละ ถึงจุดหนึ่งมันก็ไม่มี อย่างความไม่ทุกข์ อย่างพวกเราตอนนี้อาจจะไม่ทุกข์ เพียงช่วงหนึ่งความไม่ทุกข์ของเราก็ทนอยู่ไม่ได้ กลายเป็นทุกข์ขึ้นมาอีก เดี๋ยวก็ทุกข์เดี๋ยวก็ไม่ทุกข์ก็ล้วนแต่เป็นตัวทุกข์ คือทนอยู่ไม่ได้ คำว่าทุกข์แปลว่าทนไม่ได้ ทนอยู่ไม่ได้

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๑
File 540716A
ระหว่างนาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๑๐ ถึงนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

รักสิ่งใดก็ทุกข์เพราะสิ่งนั้น

mp 3 (for download) : รักสิ่งใดก็ทุกข์เพราะสิ่งนั้น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : เห็นกายตามความเป็นจริง เห็นใจตามความเป็นจริง นี่เป็นผลของการเจริญปัญญานะ

เพราะเห็นตามความเป็นจริง จึงเบื่อหน่าย เพราะเบื่อหน่าย จึงคลายความยึดถือ เพราะคลายความยึดถือ จึงหลุดพ้น เพราะหลุดพ้น จึงรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว ใจจะเป็นอิสระนะ จะไม่เข้าไปยึดอยู่ในกายในใจ เป็นอิสระ มีความสุขที่สุดเลย เป็นความสุขของคนที่มีอิสรภาพ

ในขณะที่ความสุขทั้งหลายแหล่ในโลก โดยเฉพาะกามสุขเนี่ย เป็นความสุขที่มีเงื่อนไขมาก ต้องเห็นอย่างนี้ ต้องอยู่กับคนนี้ ถึงจะมีความสุข ต้องได้สิ่งนี้มา ถึงจะมีความสุข ต้องไม่เสียอันนี้ไป ถึงจะมีความสุข ความสุขในโลกนะ เรียกว่ากามสุข ความสุขที่อาศัยรูปเสียงกลิ่นรสสัมผัสทั้งหลายเนี่ย เป็นความสุขที่ไม่มีอิสรภาพ มีเงื่อนไขตลอดเวลาเลย

เรารักคนๆนึง เรานึกว่าจะมีความสุข เรารักใครขึ้นมานะ เราจะเสียอิสรภาพเพราะคนๆนั้นทันทีเลย ไม่ว่าเรารักใครทั้งสิ้น เราจะเสียอิสระเพราะคนๆนั้นเลย รักสิ่งใดก็จะทุกข์เพราะสิ่งนั้น เพราะว่าใจจะมีภาระผูกพันมาก

คนโบราณนะก็แต่งกลอน เค้าบอกว่า มีลูกเหมือนเชือกผูกคอ มีเมียหรือมีสามีนะ เหมือนปอผูกศอก มีสมบัติเหมือนปลอกรัดขาไว้ ใช่ไหม มีลูกมีเมีย มีทรัพย์สมบัติ ในโลกเค้าว่าดีนะ แต่นักปราชญ์กลับเห็นว่ามันมีภาระนะ มีลูกทำไมเค้าเทียบ เหมือนมีเชือกรัดคอไว้ เวลามีลูกนะ กินอะไรไม่ค่อยลงนะ มันต้องคอยดูก่อน ว่าลูกมันได้กินหรือยัง มีเมียมีสามีนะ ไม่คล่องตัวนะ ทำอะไรก็ไม่คล่องตัว ไม่คล่องแคล่วเหมือนเดิม ห่วงหน้าห่วงหลัง มีสมบัติเหมือนปลอกรัดขาไว้ ไปไหนก็ไม่ได้นะ ห่วงสมบัติ ต้องนั่งเฝ้าสมบัติไว้

มีอะไรก็ทุกข์เพราะอันนั้น มีกายก็ทุกข์เพราะกายนะ มีใจก็ทุกข์เพราะใจ มีกายก็ต้องห่วงมัน ต้องดูแลมันมากมายนะ มันเป็นอะไรขึ้นมาก็ทุรนทุราย มีจิตใจก็ต้องเที่ยวดิ้นรน หาความสุขมาบำเรอมัน แล้วมันก็อยู่ไม่นานนะ ก็จะหิวโหยตลอดเวลา จิตใจเราเนี่ย หิวโหยตลอดเวลานะ ยิ่งกว่าร่างกายอีก ร่างกายหิววันละครั้งสองครั้งสามครัั้ง ถ้าตะกละหน่อย ตะกละไม่ใช่หิว ตะกละได้วันละหลายครั้ง แต่หิวจริงๆนะ สองสามครั้งอะไรนี้ แต่ใจนี่หิวตลอดเวลาเลย ใจหิวอะไร หิวอารมณ์ อยากได้อารมณ์ที่ดี อยากให้อารมณ์ไม่ดีหายไป มันมีแต่ความดิ้นรนอยู่ข้างใน มีความต้องการเกิดขึ้นตลอดเวลา

งั้นมีแต่ความทุกข์นะ ถ้าเรามีสติปัญญา ดูลงมาในกาย ดูลงมาในใจ จะเห็นเลยว่าไม่ใช่ของดีของวิเศษ ไม่ใช่ของน่ารักน่าหวงแหน เนี่ยการปฏิบัติธรรมนะ เรามุ่งมาให้เห็นความจริง ของกายของใจอย่างนี้ ไม่ใช่หลอกตัวเองให้เชื่อ หลอกยังไงก็ไม่เชื่อ

อย่างเราฟังธรรมะมามากมาย บอกร่างกายนี้ เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หรือว่าชีวิตนี้เราจะต้องตายแน่นอน เคยได้ยินไหม ว่าเราจะต้องตายแน่นอน เชื่อไหมว่าเราจะตายวันนี้ ไม่เชื่อ ไม่เชื่อหรอก ใจมันไม่ได้ยอมรับจริงๆ งั้นเราพาจิตให้มาเรียนรู้ความจริงของกายของใจ เพื่อมันจะได้ยอมรับความจริง ถ้ามันยอมรับความจริงนะ มันจะคลายความยึดถือ มันก็เป็นอิสระขึ้นมา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๗
Track: ๑๔
File: 551014A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๒๑ ถึง ๑๒ วินาทีที่ ๓๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การปฏิบัติมี ๒ ขั้น คือ รู้ด้วยสติ กับ รู้ด้วยสติปัญญา

mp 3 (for download) : การปฏิบัติมี ๒ ขั้น คือ รู้ด้วยสติ กับ รู้ด้วยสติปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : การปฏิบัตินั้นมันจะมี ๒ ขั้นนะ เมื่อเรารู้ตัวได้แล้วนะ มันมีขั้นแรก มันรู้ด้วยสติ ขั้นที่สอง รู้ด้วยสติปัญญา

ตัวปัญญาเนี่ยคือตัวความเข้าใจ สติเป็นตัวรู้ทันว่ามีอะไรเกิดขึ้นในกายในใจ ปัญญาเป็นตัวเข้าใจ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมานั้น ล้วนแต่เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา งั้นตรงที่วิปัสสนาปัญญาเกิดขึ้นเนี่ย ต้องเห็นว่าเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตานะ เห็นกายเห็นใจนี้

งั้นอย่างสมมติว่า ความสุขเกิดขึ้นในใจ เรารู้ว่ามีความสุขเกิดขึ้น ถ้ารู้อยู่แค่นี้แล้วก็ลืมไปนะ ไปดูอันอื่น อย่างนี้เรียกว่ามีสติเฉยๆ ตรงที่รู้ทันว่ามีความโกรธเกิดขึ้น หรือมีความสุขเกิดขึ้น แต่ถ้าจะทำวิปัสสนานะ พออย่างความสุขเกิดขึ้น เราก็รู้ รู้แล้วอย่าหลงลืมไปที่อื่นซะ รู้ก็รู้สบายๆ จิตใจเรารู้เนื้อรู้ตัวอยู่ ความสุขเกิดขึ้นเราจะเห็น ว่าความสุขกับจิตใจเป็นคนละอันกัน พอเห็นความสุขกับจิตใจเป็นคนละอันกัน เราจะเห็นเลย ความสุขค่อยๆ fade ไป ค่อยๆสลายตัวไป กลายเป็นอุเบกขา ความสุขหายไปแล้ว เออนี่ ความสุขเกิดขึ้นมา ตั้งอยู่ชั่วคราว แล้วหายไปนะ ความสุขไม่เที่ยง นี่แหล่ะเรียกว่าปัญญา

แต่ไม่ใช่คิดเอานะ ถ้าดูซ้ำๆไปเรื่อย แล้วถึงวันนึงจิตมันจะปิ๊งขึ้นมาเอง ว่าโอ้ ทุกอย่างนี้มันไม่เที่ยง ความโกรธนี้มันไม่เที่ยง ความโลภมันไม่เที่ยง ความฟุ้งซ่านไม่เที่ยง ความหดหู่ไม่เที่ยง ความสุขไม่เที่ยง ความทุกข์ไม่เที่ยง

หรือดูไปเรื่อยไปเห็นเลย ว่าความสุขความทุกข์เราก็สั่งไม่ได้ สั่งให้จิตสุขก็สั่งไม่ได้นะ ห้ามจิตทุกข์ก็ห้ามไม่ได้ อย่างนี้เรียกว่าเดินปัญญา คือเห็นความจริงเห็นว่าเป็นอนัตตา สั่งไม่ได้ บังคับไม่ได้

เนี่ยในขั้นเดินปัญญานี้ ต้องเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ของกายของใจ ของรูปของนาม ถ้าลำพังเห็นรูปเห็นนามอยู่เฉยๆ เช่น เห็นความโกรธเกิดขึ้น แล้วก็ไม่ได้ดูหรอก ว่ามันเกิดได้ดับได้ มันมีเหตุมันเกิด หมดเหตุมันดับ บังคับไม่ได้ ไม่ได้เห็นอย่างนี้นะ

เห็นแค่ว่าความโกรธเกิดขึ้น แล้วก็เลิกเลย ไม่สนใจมัน อย่างใครเคยมั้ย เวลาโกรธใครซักคนนะ เห็นความโกรธเกิดแว้บนึง แล้วก็เลิกดูนะ ไปดูคนที่ทำให้โกรธต่อแล้ว เห็นมั้ย อย่างนี้ไม่เป็นวิปัสสนานะ มีสติในขณะที่เห็นความโกรธเกิด แล้วก็ขาดสติต่อเลย อย่างนี้ใช้ไม่ได้

ถ้ามีสติแล้วมีใจเป็นคนดู มันจะเห็น ว่าความโกรธมันอยู่ต่างหาก จิตเป็นคนดูอยู่ต่างหาก นี่ แยกกัน แล้วก็ความโกรธเนี่ย มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้ หรือเห็นว่าความโกรธเกิดได้ ก็ดับได้ เป็นไปเอง ไม่ต้องไปดับมัน มันดับของมันเอง อย่างนี้ถึงจะเรียกว่าวิปัสสนานะ คือเข้าใจความเป็นไตรลักษณ์ ของรูปธรรมนามธรรม

งั้นสติเป็นตัวรู้ทัน ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในกายในใจ ปัญญาเป็นตัวเข้าใจ สติเป็นตัวรู้ทัน ว่ามีอะไรเกิดขึ้น ปัญญาเป็นตัวเข้าใจ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นน่ะ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อ วันเสาร์ที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๗
Track: ๑๑
File: 550929
ระหว่างนาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๑ ถึง นาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ไม่ได้ฝึกห้ามคิด ไม่ได้ฝึกข่มจิต แต่ฝึกให้รู้ตามความเป็นจริง

mp3 for download: ไม่ได้ฝึกห้ามคิด ไม่ได้ฝึกข่มจิต แต่ฝึกให้รู้ตามความเป็นจริง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : เราไม่ได้นั่งสมาธิให้ไม่คิดหรอก นั่งสมาธิแล้วคอยรู้ทันจิตที่มันฟุ้งไป จิตแอบไปคิดแล้วรู้ จิตแอบไปคิดแล้วรู้

ไม่ได้ฝึกห้ามมันนะ จิตเป็นอนัตตา ห้ามไม่ได้จริงหรอก ไปข่มไว้มันมีแต่ยิ่งเครียดนะ เพราะฉะนั้นเราไม่ข่มมัน เหมือนอย่างความกลัวเกิดขึ้น ความกลัวก็เป็นอนัตตา จิตที่กลัวก็เป็นอนัตตา ให้เรารู้เฉยๆนะ ไปข่มมันยิ่งกลัวหนักเข้าไปอีก ยิ่งเครียดหนักเข้าไปอีก

ของคุณที่เครียดง่าย เพราะชอบ่ข่มจิตมากไป คอยรู้นะไม่ใช่ให้ไปข่มนะ ไปฝึกตัวนี้ให้ดีเลย แล้วจะมีความสุขกว่านี้อีกเยอะเลย ไปฟังซีดีนะ จะรู้ว่า ให้รู้ ไม่ใช่ให้ไปข่มมัน

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๔ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๗

File: 531204B
ระหว่างนาทีที่ ๔๒ วินาทีที่ ๔๔
ถึงนาทีที่ ๔๓ วินาทีที่ ๒๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สงสัยก็ให้รู้ว่าสงสัย

mp 3 (for download) : สงสัยก็ให้รู้ว่าสงสัย

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ศัตรูเบอร์หนึ่งของการปฏิบัตินะ ก็คือการที่เราไปหลงอยู่กับการคิดนั่นเอง พยายามจะคิดให้เข้าใจ ถ้าคิดให้เข้าใจธรรมะได้นะ พวกนักคิดก็จะบรรลุพระอรหันต์แล้ว ทำไมนักคิดบรรลุพระอรหันต์ไม่ได้ เพราะไม่เห็นสภาวะ ทำไมไม่เห็นสภาวะ เพราะมัวแต่คิด

เพราะฉะนั้นศัตรูเบอร์หนึ่งเลยนะของนักปฏิบัติน่ะ ก็คือการหลงไปอยู่ในความคิด กระทั่งการคิดว่าทำอย่างไรถึงจะปฏิบัติถูก ทำอย่างไรน้า…หลวงพ่อนี้สอนน่ะ มันแปลว่าอะไรน้า.. คิด วิเคราะห์ใหญ่นะ แปลว่าอย่างไร จะทำยังไง มีแต่ความสงสัยเกิดขึ้นแล้วเราไม่ดูสภาวะ ถ้าความสงสัยเกิดขึ้นเราเห็นเลย สภาวะของความสงสัยกำลังปรากฎอยู่ เนี่ยคือความรู้สึกที่เกิดขึ้น ความสงสัย เรารู้ว่าความสงสัยกำลงปรากฎอยู่ เราก็จะเห็นเลย ความสงสัยมันเกิดได้เองนะ เราไม่ได้สั่งให้เกิดเลย จิตมันสงสัยขึ้นได้เอง เนี่ยอันนี้ก็แสดงอนัตตาแล้ว ความสงสัยมีอยู่แล้วก็หายไป พอเรามีสติไปรู้ทัน ไม่ได้ไปคิดต่อ ความสงสัยก็ดับ โอ้..นี่แสดงไตรลักษณ์แล้ว แสดงความไม่เที่ยง

เนี่ยการปฏิบัติธรรมที่หลวงพ่อชอบสอน สงสัยให้รู้ว่าสงสัย ไม่ได้พูดเล่นนะ ไม่ใช่สำนวนเลย แต่เป็นการบอกอย่างซื่อๆ บอกอย่างตรงๆเลย สงสัยก็รู้ไปว่ากำลังสงสัยอยู่ เราก็จะเห็นเลย ความสงสัยเกิดแล้วก็ดับ ต่อไปความโกรธเกิดก็รู้ว่ากำลังโกรธอยู่ เราก็จะเห็นว่าความโกรธเกิดแล้วก็ดับ ความสุขเกิดแล้วดับ ความทุกข์เกิดแล้วดับ สุดท้ายปัญญามันพอมันก็จะเห็นว่า สิ่งใดเกิดสิ่งนั้นดับ ถ้าปัญญามันแจ้งนะ จิตใจมันแจ่มแจ้งนะว่า สิ่งใดเกิดสิ่งนั้นดับ นั่นแหละคือภูมิธรรมของพระโสดาบัน พระโสดาบันไม่ใช่คนคิดเก่งนะ

หลวงปู่ดูลย์สอนเลย “คิดเท่าไหร่ก็ไม่รู้ หยุดคิดถึงรู้ แต่ก็อาศัยคิด” คิดเท่าไหร่ก็ไม่รู้ คือในขณะที่คิดอยู่นั้นน่ะ ไม่สามารถจะรู้ได้ ในขณะที่รู้ก็ไม่คิด คิดเท่าไหร่ก็ไม่รู้ หยุดคิดถึงรู้ แต่ลงท้ายท่านบอกว่า ก็อาศัยคิด แต่ก็ต้องอาศัยคิด คือเราปล่อยให้จิตมันคิดนั่นแหละ แต่พอจิตมันคิดไปแล้ว เกิดสุขให้รู้ เกิดทุกข์ให้รู้ เกิดกุศลให้รู้ เกิดอกุศลให้รู้ ให้รู้สภาวะที่เกิดขึ้นตามหลังความคิดมา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๖
Track: ๙
File: 550722
ระหว่างนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๕๓ ถึง นาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๑๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ธรรมะที่ไม่เนิ่นช้า (๖) เจริญปัญญา

mp 3 (for download) : ธรรมะที่ไม่เนิ่นช้า (๖) เจริญปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :พอจิตตั้งมั่นขึ้นมาแล้ว ก็เจริญปัญญาต่อ เห็นกายมันทำงาน ร่างกายยืนเดินนั่งนอน ไม่ใช่เรายืนเดินนั่งนอนนะ เห็นเป็นรูปธรรมอันนึง เห็นเหมือนหุ่นยนต์ตัวนึงมันทำงาน จิตใจเดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เห็นแต่สภาวะธรรม ความสุขก็เป็นสภาวะธรรม จิตใจที่ไปรู้ความสุขเข้าก็เป็นสภาวะธรรม ความทุกข์ก็เป็นสภาวะธรรม จิตใจที่รู้ความทุกข์เข้าก็เป็นสภาวะธรรม เห็นแต่สภาวะธรรม ไม่มีคนไม่มีสัตว์ ไม่มีเราไม่มีเขานะ เห็นไปเรื่ิอยๆ แล้วสภาวะธรรมทั้งหลาย เราก็จะเห็นไปอีก ในที่สุดก็เข้าใจเลย สภาวะธรรมทั้งหลาย จะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรมก็ตาม มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้นะ

เกิดดับไปนี่ก็เป็นอนิจจัง สิ่งซึ่งยังมีอยู่ยังไม่ดับไปนะ ยังมีอยู่นะ ก็ถูกบีบคั้นเพื่อจะให้ดับไป นี่เรียกว่าทุกขัง แล้วสิ่งทั้งหลายจะเกิดหรือจะดับ เป็นไปตามเหตุ ไม่ใช่ตามสั่ง นี่เรียกว่าอนัตตา ก็ฝึกอย่างนี้

การที่เราคอยเห็นกายเห็นใจเนี่ย ไม่เที่ยง เป็นทุกข์้ เป็นอนัตตา นั่นเรียกว่าการเจริญปัญญา หรือการทำวิปัสสนากรรมฐาน ถ้าเราทำได้ ๗ ประการนี้ มักน้อย สันโดษ วิเวกไม่คลุกคลี ปรารภความเพียร มีสติ มีสมาธิ มีปัญญา เจริญปัญญาอยู่ ธรรมะตัวที่ ๘ จะมา ความไม่เนิ่นช้า เราจะไม่เนิ่นช้า

แต่ถ้าขาด(๗ ข้อ)ข้างหน้านี้ เนิ่นช้าแน่นอน เพราะงั้นบางคนทำไมภาวนาเร็ว บางคนภาวนาช้า ยุ่งกับคนอื่นทั้งวัน ยังไงก็ช้า ขี้เกียจไม่เคยภาวนาเลย ยังไงก็ช้า วันๆเอาแต่โลภนะ อยากโน่นอยากนี่ไปเลย ไม่เคยควบคุมความอยากของตัวเองเลย ยังไงก็ช้า ไม่ยอมเจริญสติเลย ยังไงก็ช้า จิตฟุ้งซ่านตลอดเลย ยังไงก็ช้า ไม่แยกรูปแยกนาม ไม่เห็นกายเห็นใจแสดงไตรลักษณ์ ยังไงก็ช้า

เพราะงั้นถ้าเราทำธรรมะ ๗ ประการนี้ได้ มักน้อย สันโดษ ไม่คลุกคลี ปรารภความเพียร เจริญสติ เจริญสมาธิ เจริญปัญญา เราจะได้ธรรมะในเวลาอันไม่เนิ่นช้า ๗ วัน ๗ เดือน ๗ ปี มีจริงๆ ไม่ใช่ไม่มี งั้นพวกเราไปทำเอานะ ไปทำ ปรับพฤติกรรมที่ถ่วงตัวเองให้ไม่เจริญน่ะ เลิกๆไป แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาภาวนาไป เจริญสติไป

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๕
Track: ๔
File: 550422.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓๑ วินาทีที่ ๓๗ ถึง นาทีที่ ๓๓ วินาทีที่ ๕๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

หลักการวางตัวของผู้ปฏิบัติธรรม (๖) เจริญปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : นี่เป็นทางที่เราต้องดำเนินต่อ เริ่มจากอะไร มักน้อยใช่มั้ย มักน้อยหมายถึงมีเยอะก็บริโภคน้อย สันโดษก็ยินดีพอใจในสิ่งที่ได้มา จากการที่เราทุ่มเททำงานเต็มที่แล้ว กระทั่งเราภาวนานะ เราทำเต็มที่แล้ว มันได้แค่นี้ก็พอใจแค่นี้ สันโดษ ไม่คลุกคลี ไม่เฮๆฮาๆ ปรารภความเพียร วันๆนึงก็คิดแต่จะสู้กับกิเลส จะล้างกิเลสออกจากใจ จะปลดความทุกข์ออกจากใจ ปรารภความเพียร ฝึกสติ ร่างกายเคลื่อนไหวคอยรู้สึก จิตใจเคลื่อนไหวคอยรู้สึก ฝึกสมาธิ พุทโธไปหายใจไป จิตไหลไปคิดก็รู้ จิตไหลไปเพ่งก็รู้

พอเราฝึกได้สติ เราฝึกได้สมาธิแล้ว คราวนี้เราต้องเจริญปัญญาต่อ การเจริญปัญญาก็คือการมีสติรู้กายรู้ใจตามที่เค้าเป็น แต่ต้องรู้ด้วยจิตที่ทรงสมาธิ  จิตที่ตั้งมั่นเป็นกลางอยู่ ถ้าจิตไม่ทรงสมาธิจิตก็ไหลไป ไปรู้ลมหายใจ จิตก็ไหลไปที่ลมหายใจ มันก็ไม่เกิดปัญญา ถ้าสติระลึกรู้ลมหายใจ จิตตั้งมั่นเป็นคนดู มันจะเห็นเลยร่างกายที่หายใจอยู่ไม่ใช่ตัวเรา เห็นเองเลย จะเห็นเลย เห็นแต่อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาเลย

การเจริญปัญญานั้นต้องเห็นไตรลักษณ์ ในนักธรรมเอกเค้าสอนนะ บอกว่าถ้ามีปัญญานะเห็นความไม่เที่ยงของสังขาร จิตจะเบื่อหน่ายในความทุกข์ นี่คือทางแห่งความบริสุทธิ์หลุดพ้น ถ้าเรามีปัญญาเห็นความทุกข์ของสังขาร จิตจะเบื่อหน่ายในทุกข์ นี่คือทางแห่งความบริสุทธิ์หลุดพ้นเหมือนกัน ถ้าเราเห็นสภาวะทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา มีปัญญาเห็นสภาวะทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา จิตก็จะเบื่อหน่ายในทุกข์อีก นี่เป็นทางแห่งความบริสุทธิ์หลุดพ้น

เพราะงั้นทางแห่งความบริสุทธิ์ ทางแห่งวิสุทธิ คือการที่เรามีปัญญาเห็นไตรลักษณ์ของรูปของนาม ของกายของใจนั่นเอง งั้นหลักของวิปัสสนากรรมฐานอยู่ตรงนี้เอง

งั้นเรามีสตินะ รู้กายอย่างที่มันเป็น มันเป็นอะไร มันเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แต่เราจะเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาได้นะ เมื่อจิตตั้งมั่นเป็นคนดู ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งกายทั้งใจของเรานั้น เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาอยู่แล้วแต่ไหนแต่ไร เราจะเห็นหรือเราจะไม่เห็น พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้หรือไม่ตรัสรู้นะ รูปนามกายใจนี้ก็เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาอยู่แล้ว แต่ไม่มีวิธีที่จะไปรู้ไปเห็น

เครื่องมือที่จะไปรู้ไปเห็นที่เราพัฒนาขึ้นมา ก็คือมีสตินั่นเอง ตัวนึง เครื่องมือที่ ๑ มีสติคอยรู้ความเปลี่ยนแปลงของกายของใจ เครื่องมือตัวที่ ๒ คือมีจิตตั้งมั่น คือมีสมาธิจิตตั้งมั่น เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นคนดู ตั้งมั่นแล้วก็ต้องเป็นกลางด้วยถึงจะดี ตั้งมั่นแล้วบางทีไม่เป็นกลาง งั้นต้องฝึกจนกระทั่งตั้งมั่นด้วย เป็นกลางด้วย

วิธีฝึกให้เป็นกลางก็คือรู้ทันว่ามันไม่เป็นกลาง วิธีฝึกให้ตั้งมั่นก็คือรู้ว่ามันไหลไป อาศัยสติรู้ทันจิตนี้แหล่ะ ถ้าจิตไหลไปเรารู้ทันนะ จิตจะตั้งมั่น ถ้าจิตไปรู้อารมณ์แล้วยินดียินร้ายขึ้นมา เรามีสติไปรู้ทันอีก จิตจะเป็นกลาง

งั้นอาศัยตัวนี้เองนะ เราจะเห็นไตรลักษณ์ จะเห็นเอง ไม่ต้องคิดเลย ไตรลักษณ์จะปรากฎต่อหน้าต่อตา ถ้าเรายังคิดเรื่องไตรลักษณ์นะ ยังไม่ใช่วิปัสสนาแท้ วิปัสสนาแปลว่าเห็น ปัสสนะคือการเห็น ไม่ใช่วิตก วิตกมันตรึกเอาคิดเอา

บางคนไปสอนกันนะ บอกว่าทำวิปัสสนาต้องคิดพิจารณา อันนั้นเป็นอุบายเบื้องต้น เพื่อให้จิตเดินปัญญาเท่านั้นเอง บางคนก็ต้องทำ บางคนไม่จำเป็น บางคนที่เคยเจริญปัญญามาแต่ชาติก่อนแล้วนะ พอจิตตั้งมั่นขึ้นมาปุ๊บ ขันธ์แตกตัวออกไปเลย เห็นขันธ์แสดงไตรลักษณ์เลย ไม่ต้องคิดเลยบางคนพอรู้ตัวขึ้นมาเฉย มีสมาธิแล้วนะ จิตก็เฉยอยู่อย่างนั้นเลย พวกนี้ต้องคิดพิจารณา เป็นการกระตุ้นให้จิตเดินปัญญา

แต่ตรงที่กระตุ้นให้จิตเดินปัญญาด้วยการคิดพิจารณา ยังไม่ใช่วิปัสสนากรรมฐาน ยังเป็นวิตก เป็นการตรึกอยู่ วิปัสสนานั้นต้องเห็นสภาวะแท้ๆ เห็นรูปธรรมแท้ๆ นามธรรมแท้ๆ เช่นเห็นความโกรธมันเกิดขึ้นมาผุดขึ้นมา เห็นความโกรธตั้งอยู่ชั่วขณะแล้วก็ดับไป เกิดแล้วก็ดับไปให้ดู เห็นอนิจจังของความโกรธ เห็นความทนอยู่ไม่ได้ของความโกรธ เห็นเลยความโกรธมีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้ นี่เห็นความเป็นอนัตตาของความโกรธ

ถ้าเห็นถึงจะเป็นวิปัสสนา เพราะปัสสนแปลว่าเห็น ไม่ใช่ปัสสนแปลว่าคิด อย่างนี้แหล่ะเรียกว่าเจริญปัญญา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๔
Track: ๑๘
File: 550325.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๓ ถึง นาทีที่ ๒๗ วินาทีที่ ๕๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทางวิปัสสนา (๒๓) ถ้ามีเหตุขันธ์ก็เกิดสืบทอดไป ถ้าไม่มีเหตุขันธ์ก็ไม่เกิดสืบทอดไป

mp3 for download : ทางวิปัสสนา (๒๓) ถ้ามีเหตุขันธ์ก็เกิดสืบทอดไป ถ้าไม่มีเหตุขันธ์ก็ไม่เกิดสืบทอดไป

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางวิปัสสนา

ทางวิปัสสนา

โยม : นมัสการหลวงพ่อครับ ผมส่งการบ้านมาหลายครั้ง ก็ยังตื่นเต้นอยู่เหมือนเดิม ความตื่นเต้นมานี่ มันยังไม่หายเลยครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ห้ามมันไม่ได้หรอก จิตมันเป็นอนัตตา

โยม : ทีนี้ การปฏิบัติที่จะมาส่งก็คือ เวลาผมทำสมาธิ แล้วผมก็สังเกตไปเรื่อยๆ ว่าอะไรปรากฎก็รู้มันๆ ทีนี้สักพักหนึ่ง มันไม่มีอะไรปรากฎ มันเงียบๆ

หลวงพ่อปราโมทย์ : เงียบปรากฎล่ะ

โยม : ใช่ๆครับ ความเงียบปรากฎ ตรงนี้ ผมเคยถกกับคุณหมอท่านหนึ่ง คุณหมอบอกว่าจิตสงบแล้ว ผมบอกว่า คิดเรื่องเงียบ ผมมีความรู้สึกว่าคิดเรื่องเงียบอยู่

หลวงพ่อปราโมทย์ : เงียบปรากฎนะ

โยม : แล้วความเงียบ ผมก็ดูต่อไป ดูไปแล้วก็ไม่เงียบอีกแล้ว

หลวงพ่อปราโมทย์ : ใช่ มันก็ไม่เที่ยง

โยม : แต่มันก็นานพอสมควร คือ ถ้ามันเป็นอย่างนี้บ่อยๆ เวลาที่มันเงียบ มันจะยิ่งนานขึ้นๆ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ก็ออกจากสมาธิแล้ว อยู่ในโลก ก็เจริญสติในชีวิตประจำวันให้มาก เท่านั้นแหละ

โยม : คราวนี้เวลาออกจากสมาธิน่ะครับ แล้วมีสติอัตโนมัติขึ้นมา เวลาที่สติอัตโนมัติค้างอยู่ มันรู้สึกได้ว่านานกว่าเดิม

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าจิตทำสมาธินะ จิตที่ทรงฌานเนี่ย สติอัตโนมัติจะอยู่นาน

โยม : อย่างนั้นเรียกว่าฌานหรือครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าจิตเข้าไปอยู่ในความนิ่ง ความว่าง ความไม่มีอะไร รู้เนื้อรู้ตัวอยู่ ก็เข้าสมาธิที่ละเอียดเข้าไปแล้วล่ะ

โยม : อีก ๒ ประเด็นนะครับ คือเวลา อย่างเหตุการณ์เมื่อคืนนี้เอง ขณะที่กำลังทำงานอยู่แล้วมันหงุดหงิดขึ้นมา ก็ดูมันไป สังเกตไปเรื่อยๆ ปรากฎว่า ความหงุดหงิดหายไปแล้ว แต่มันยังร้อนอยู่

หลวงพ่อปราโมทย์ : อื้อ.. วิบาก กิเลส กิเลสเกิดนะ จิตก็กระทำกรรม จิตกระทำกรรมก็ต้องมีวิบาก ตรงหงุดหงิดนะก็เป็นกิเลส แล้วผลักดันให้จิตเราดิ้นรน ก็ต้องรับวิบากอีกช่วงแหละ

โยม : สภาพที่แยกธาตุแยกขันธ์อย่างนั้น ใช่มั้ยครับ แต่มัน มันไม่ได้แยกได้ตลอดเวลา

หลวงพ่อปราโมทย์ : ไม่เป็นไร เวลาเราทำความสงบเนี่ย ไม่ต้องแยกธาตุแยกขันธ์ เวลาเผลอ ไม่ได้แยกธาตุแยกขันธ์ เวลาที่จิตตั้งมั่น เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานนะ ก็แยกธาตุแยกขันธ์ได้ มันไม่ได้เป็นตลอดนะ

โยม : ในระหว่างที่ผมกำลังสังเกต ความหงุดหงิด ผมรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่าง รู้สึกว่า มีเรา(หลวงพ่อปราโมทย์ : อื้อ..)กำลังดูมันอยู่(หลวงพ่อปราโมทย์ : อื้อ..)

หลวงพ่อปราโมทย์ : ดีที่เห็นนะ แสดงว่ายังไม่ใช่พระโสดาบัน ถ้าเป็นพระโสดาบันจะเห็นว่า ธรรมชาติรู้เป็นคนดูอยู่ ไม่ใช่เราดูละ

โยม : แต่ว่าเราไม่ได้มีอยู่ตลอดเวลา

หลวงพ่อปาโมทย์ : ไม่อยู่ตลอด

โยม : เวลาผมเผลอ เราหายไป

หลวงพ่อปราโมทย์ : เออ.. สักกายทิฎฐิก็ไม่เที่ยงเหมือนกัน ความเห็นว่าเป็นเรา เป็นชั่วคราว เกิดเป็นคราวๆ

โยม : ผมขออีกนิดนะครับ คือ เวลาที่เรานอนหลับสนิท แล้วตื่นขึ้นมา ก็รู้สึกว่าโลกปรากฎ ทีนี้ตอนหลับสนิท สนิทจริงๆครับ ไม่มี ตรงนี้ ตรงกับที่ผมศึกษา คือว่า ตรงนี้ขออนุญาตนิดนึงครับ คือ ผมเคยอ่านเจอในพระอภิธรรมว่า เทวดาถามพระพุทธเจ้าว่า โลกมีอะไรนำไป โลกปรากฎได้อย่างไร ผมเข้าใจความหมายทำนองนี้ ใช่มั้ยครับ ผมเข้าใจถูกแล้ว? อีกอันหนึ่งนะครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : หา ทำไมเยอะนักล่ะ คนอื่นเขาจะประท้วงหรือเปล่า หือ..

โยม : ครับ ต้องขอโทษด้วยครับว่า ผม.. ต้อง.. ให้ความรู้กับเพื่อนที่ปฏิบัติธรรมด้วยกัน ป้องกันไม่ให้เกิดมิจฉาทิฎฐิ คือเมื่อกี๊ผมฟังที่หลวงพ่อพูดตอนเริ่มต้น บอกว่า ถ้าเราไปมั่นใจว่าตายแล้วเกิด เป็นมิจฉาทิฎฐิ ตรงนี้หมายความว่า เราต้องมั่นใจว่า ไม่มีพระอรหันต์ใช่มั้ยครับ ถึงจะเรียกว่าไม่เป็นมิฉาทิฎฐิ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ไม่ใช่ พวกเราตอนนี้ต้องคิดว่ามีพระอรหันต์ไว้ก่อน แต่พระอรหันต์ท่านไม่ได้คิดว่าท่านเป็นพระอรหันต์หรอก ของเรามันยังมี

โยม : อย่างนี้แสดงว่า ที่ผมกำลัง ตอนนี้อย่างที่ผมกำลังพูดกับลูก ผมบอกว่า ผมมั่นใจว่าตายแล้วเกิด อย่างตัวผม ผมมั่นใจว่าตายแล้วเกิด อย่างนี้เป็นมิจฉาทิฎฐิมั้ยครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าพูดกับลูกก็พูดโดยอนุโลมเอา เอาแบบนั้นก่อนนะ คือ มันจะเห็นแจ้งต่อเมื่อเห็นว่า ปัจจุบันนี้ ไม่มี ปัจจุบันนี้ไม่มีคน ไม่มีสัตว์ ไม่มีเรา ไม่มีเขา ก็ปัจจุบันยังไม่มีเลย ตายแล้วจะมีหรือไม่มีอย่างนี้ ถ้ามีเหตุก็เกิด ถ้าไม่มีเหตุก็ไม่มี ถ้ามีเหตุขันธ์ก็เกิดสืบทอดไป ถ้าไม่มีเหตุขันธ์ก็ไม่เกิดสืบทอดไป ถ้าพูดให้ถูกก็ต้องพูดอย่างนั้น แต่ว่าสอนเด็กไม่ได้ มันยากไป ถ้าสอนลูกก็บอกว่า ตายแล้วเกิด สอนอย่างนี้ไปก่อน

โยม : ขอบคุณมากครับ

550409.44m08-49m47

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ห้องสุวรรณภูมิบอลรูม ชั้น ๒ อาคารบี
บจก. เตียวฮงสีลม บางพลี
วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างเวลา ๑๓:๐๐ – ๑๕:๐๐ น.

File: 550409.mp3 (ไทย)
File: 550409.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)
เสียงพระธรรมเทศนา ระหว่างนาที่ ๔๔ วินาทีที่ ๘ ถึง นาทีที่ ๔๙ วินาทีที่ ๔๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทางบรรลุธรรม (๒) ดูรูป(ร่างกาย)ให้เป็นวิปัสสนา

mp3 for download : ทางบรรลุธรรม (๒) ดูรูป(ร่างกาย)ให้เป็นวิปัสสนา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางบรรลุธรรม (๒) ดูรูป(ร่างกาย)ให้เป็นวิปัสสนา

ทางบรรลุธรรม (๒) ดูรูป(ร่างกาย)ให้เป็นวิปัสสนา

หลวงพ่อปราโมทย์ : บางคนน่ะแยกละเอียดยิบเลย อย่างร่างกายก็แยกเป็นธาตุต่อไปอีก ตัวรูปขันธ์ก็แยกออกเป็นธาตุอีก ธาตุดิน ธาตุไฟ ธาตุลม ธาตุน้ำ ธาตุน้ำดูยากที่สุด ธาตุน้ำรู้ด้วยใจ ธาตุดิน ธาตุไฟ ธาตุลม รู้ด้วยร่างกาย

อย่างเราคิดพิจารณาผมเป็นดิน นี้รู้ธาตุดินมั้ย คิดพิจารณาผมว่าเป็นดินน่ะ ถือว่าเป็นการรู้ธาตุดินมั้ย เป็นมั้ยเอ่ย ไม่เป็น เพราะธาตุดินรู้ด้วยร่างกาย คิดพิจารณารู้ด้วยใจ คิดพิจารณาธาตุดิน ผมเป็นธาตุดินอย่างนี้เป็นสมถกรรมฐาน รู้ไม่ได้ด้วยสภาวะแท้ๆ อายตนะแท้ๆที่จะใช้รู้ธาตุดินคือกายนะ

นี่บางคนละเอียด แต่บางคนก็ไม่ต้องละเอียดขนาดนี้ก็ได้ ส่วนใหญ่ไม่ได้ละเอียดถึงขนาดนี้หรอก ที่ภาวนากันจริงๆ พ้นทุกข์พ้นร้อนกันจริงๆ แค่เห็นเส้นผมไม่ใช่ตัวเรา ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก ไม่ใช่ตัวเรา ดูลงเป็นอนัตตาไป เห็นมันไม่มีไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ตัวเรา แค่นั้นก็ยังได้เลย

ดูความไม่เที่ยง ดูยากหน่อย ตัวรูปมันอายุยืน จะดูว่าเส้นผมไม่เที่ยง จะไม่ให้เจือด้วยการคิดน่ะยาก ถ้าเจือด้วยการคิดนะ ผมแต่ก่อนดำเดี๋ยวขาวอะไรอย่างนี้ ผมแต่ก่อนสั้นเดี๋ยวนี้ยาว เจือด้วยการคิด ยังไม่ขึ้นวิปัสสนา ไม่ใช่วิปัสสนา

เพราะฉะนั้นดูรูปให้เห็นอนิจจังดูยาก รูปมันอายุยืนกว่าจิต ส่วนมาก็จะเบี่ยงไปดูรูปข้างเคียง อย่างรูปยืนรูปเดินรูปนั่งรูปนอน รูปยืนเดินนั่งนอน รูปหายใจออกหายใจเข้า อันนี้ไม่จัดว่าเป็นรูปแท้ รูปแท้เป็นธาตุดินน้ำไฟลม มีสี มีกลิ่น อะไรพวกนี้เป็นรูปแท้ รูปข้างเคียง เช่นรูปยืนเดินนั่งนอน ไม่จัดเป็นรูปแท้ ในตำราบอกว่า เอาไปทำวิปัสสนาไม่ได้ จะไปดูรูปไม่ได้ ไม่ได้จริง

แต่พลิกอีกมุมหนึ่งนะ ดูเป็นอนัตตาได้มั้ย ได้ ดูเป็นอนัตตาได้ จะเห็นเลย ตัวที่เคลื่อนไหวอยู่ ไม่ใช่ตัวเรา ตัวที่นั่งอยู่ไม่ใช่ตัวเรา

540805.00m56-03m40


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า

CD: 41
File: 540805.mp3
นาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๕๖ ถึง นาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๔๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อานาปานสติ (ตอนที่ ๑๑) การเจริญปัญญาสำหรับสุกขวิปัสสโก

mp3 for download : อานาปานสติ (ตอนที่ ๑๑) การเจริญปัญญาสำหรับสุกขวิปัสสโก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

อานาปานสติ (ตอนที่ ๑๑) การเจริญปัญญาสำหรับสุกขวิปัสสโก

อานาปานสติ (ตอนที่ ๑๑) การเจริญปัญญาสำหรับสุกขวิปัสสโก

หลวงพ่อปราโมทย์ : พอเรามีจิตเป็นผู้รู้ผู้ดูแล้วนะ เราก็เห็นร่างกายหายใจไปเรื่อย ทำอานาปานสตินี่แหละ ไม่ต้องเข้าฌาน เข้าไม่เป็นก็ไม่ต้องกลุ้มใจ อุปจาระก็ยังไม่ได้ก็ไม่ต้องกลุ้มใจ เห็นร่างกายหายใจไปเรื่อยๆใจเป็นคนดู มันจะเห็นทันทีเลยว่า ร่างกายที่หายใจอยู่ไม่ใช่ตัวเรา ร่างกายที่หายใจเข้าก็ไม่เที่ยง ร่างกายที่หายใจออกก็ไม่เที่ยง เห็นมั้ย เป็นอนิจจัง การหายใจเข้าก็ทนอยู่ได้ไม่นาน หายใจออกทนอยู่ได้ไม่นาน เป็นทุกขัง ร่างกายที่หายใจอยู่เป็นวัตถุธาตุ เป็นก้อนธาตุ เป็นสิ่งที่จิตไปรู้เข้า เป็นแค่วัตถุธาตุเท่านั้น ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา เป็นแค่ก้อนธาตุ นี่ เห็นอย่างนี้เขาเรียกว่าเห็น “อนัตตา”

เห็นมั้ย ทำอานาปานสตินะ แล้วก็เห็นร่างกายแสดงไตรลักษณ์ นี่เดินปัญญาเลย พวกนี้ได้สุกขวิปัสสกะ เป็นพระอรหันต์ก็ไม่มีฤทธิ์มีเดชอะไรกับใครเขาหรอก ไม่มีของเล่น ต่างจากพวกที่ไปทางฌานโน้น แต่พวกที่ไปทางฌานบางคนก็ไม่มีของเล่น อภิญญาจิตไม่เกิด ต้องสร้างบารมีพิเศษนะ ตั้งใจอธิษฐานไว้ ทำบุญกับพระพุทธเจ้า ยิ่งหลายๆองค์ยิ่งดี ยิ่งขลัง เพราะฉะนั้นอย่างพวกเรา ถ้าบารมีน้อย อยากเล่นอภิญญา จิตหลอนเสียเป็นส่วนใหญ่ กิเลสหลอกเอาไป ไม่ใช่อภิญญาจริงหรอก

541106A.18m21-19m49

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
วันอาทิตย์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า

CD: 42
File: 541106A.mp3
นาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๒๑ ถึง นาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๔๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Page 1 of 3123