Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ปฏิบัติธรรมให้ถูกทางแล้ว ชีวิตจะดีขึ้น

mp3 for download :ปฏิบัติธรรมให้ถูกทางแล้ว ชีวิตจะดีขึ้น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : มีความสุขมั้ย พวกเรามาเข้าคอร์สนะ เพียง ๒ – ๓ วัน เวลานิดเดียว กลับไปแล้วไปฟํงซีดีหลวงพ่อบ่อยๆนะ เรียนธรรมะแล้ว ปฎิบัติธรรมแล้ว ชีวิตไม่ดีขึ้นน่ะ ผิดปกติ ต้องมีอะไรผิดน่ะ ถ้าไม่ปฏิบัติผิดก็ต้องปฏิบัติไม่พอ มีสองอย่างนะ บางคนปฏิบัติมากเลย ไม่ได้ผล เป็นเพราะ self จัด อย่างนั้นภาวนาผิดแน่นอน สู้กิเลสไม่ได้สักตัว

บางคนเรียนเยอะนะ ท่องตำราไว้เยอะแยะเลย รู้หมด คัมภีร์ไหนๆ จบมหาปัฏฐานจบอะไร แต่ไม่เคยเห็นสภาวะ จิตสักดวงหนึ่งก็ไม่เคยเห็น โลภ เจตสิก โลภเจตสิกสักตัวก็ไม่เคยเห็น ไม่มีประโยชน์เท่าไหร่ ธรรมะแบบนั้น มีตำรายาแต่ไม่ได้ปรุงตำรายามากิน เชื้อโรคก็คือกิเลส ก็อยู่เต็มหัวใจเหมือนเดิม ยิ่งนานวันก็ยิ่งแพร่พันธุ์ไป จิตของเรามีธรรมชาติไหลลงต่ำไปเรื่อยๆ เชื่อโรคในใจเราออกลูกออกหลานไปเรื่อยๆ เยอะแยะ ยั้วเยี้ยไปหมด มาหัดภาวนานะ จะนับกิเลสไม่ทันเลย เยอะแยะไปหมดเลย พอกิเลสตัวไหนเรารู้ทันนะ มันก็หลอกเราไม่ได้ ก็หมดคุณภาพไป ส่วนตัวที่ละเอียดกว่า ฉลาดลึกซึ้งกว่า ก็มาหลอกเราต่อ เป็นชั้นๆไป

เดี๋ยวนี้กระทั้งสำนักอภิธรรมบางแห่งนะ คนที่เริ่มไปเรียนอภิธรรม เขาจะแจกซีดีหลวงพ่อก่อน ให้ไปหัดฟังก่อน พอฟังเป็นแล้วดูสภาวะเป็นแล้วมาเรียน อย่างนี้ง่ายมากเลย เขาพูดถึงจิตก็รู้จัก พูดถึงเจตสิกคือธรรมชาติที่ประกอบจิตก็รู้จัก รู้หลักกว้างๆ รู้เรื่องของไตรลักษณ์ เรื่องอะไรเหล่านี้ เวลาไปเรียนจริงจังแล้วเรียนง่าย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
FILE : 560907B
CD : สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๑
ระหว่างนาที่ที่ ๐ วินาทีที่ ๒ ถึง นาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ศีล สมาธิ ปัญญา ในองค์มรรค (๗) สติเป็นต้นทางของกุศล

mp 3 (for download) : ศีล สมาธิ ปัญญา ในองค์มรรค (๗) สติเป็นต้นทางของกุศล

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี
เอื้อเฟื้อภาพโดย บ้านจิตสบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทำยังไงกุศลจะเจริญ ทำยังไงกุศลที่ไม่มีจะมี ที่มีแล้วจะเจริญ

มีสติไว้ สติเป็นต้นทางของกุศลนะ ถ้าขาดสติอย่างเดียวเนี่ย กุศลทั้งหลายจะไม่เกิดเลย องค์ธรรมฝ่ายกุศลจะไม่มีเลย ต้องมีสติเอาไว้ ถ้ามีสติรู้ทันจิตตัวเองเรื่อยๆ จิตมันมีกิเลสขึ้นมารู้ทันมันนะ มันละอายแก่ใจนะ มีหิริ มีโอตตัปปะขึ้นมา ละอายใจเกรงกลัวบาป เกรงกลัวผลของบาป ละอายใจที่จะทำบาป หิริคือความละอายใจที่จะทำชั่ว โอตตัปปะนะ(คือ)กลัวผลของการทำชั่ว

เนี่ยถ้าเรามีสติคุ้มครองจิตอยู่ มีสติรู้ทันจิตอยู่ มันจะเกิดหิริโอตตัปปะขึ้นมาเอง คนที่มีหิริโอตตัปปะนะจะมีศีลขึ้นมาโดยง่าย เพราะถ้ามันละอายใจที่จะทำชั่ว กลัวผลของบาปซะแล้ว มันจะทำผิดศีลไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันเป็นการทำชั่ว เป็นการทำบาป

งั้นถ้าเรามีสตินะ มีหิริโอตตัปปะเกิดขึ้น ก็เกิดศีลขึ้นมา มีศีลแล้วก็เกิดสมาธิได้ง่าย ใจสงบง่าย มีสมาธิแล้วก็เกิดปัญญาง่าย พอใจสงบนะ ก็สามารถเรียนรู้ความจริงของกายของใจได้ง่าย มีปัญญาแล้ววิมุตติก็เกิดได้ง่าย มีโอกาสเกิดวิมุตติ คือใจปล่อยวางความยึดถือในรูปในนาม ในกายในใจ

เพราะงั้นมันจะเป็นทอดๆไปนะ แล้วมีสติให้มากไว้ งั้นกุศลทั้งหลายก็จะเกิดขึ้น ตัวอย่างของกุศลที่ว่ามา ก็คือหิริโอตตัปปะใช่มั้ย ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ นี่เป็นส่วนของกุศลทั้งนั้นเลย มันจะค่อยๆพัฒนาขึ้นมา

งั้นเรามีสติรักษาจิตไว้นะ นั่นแหล่ะคือการทำความเพียร เคยอ่านหนังสือนะ หลวงปู่มั่นท่านบอกว่า เมื่อไรมีสติ เมื่อนั้นมีความเพียร เมื่อไรขาดสติ เมื่อนั้นขาดความเพียร นี่ท่านสอนถูกกับตำราเป๊ะเลยนะ ทั้งๆที่ท่านภาวนา แต่ความจริงท่านอ่านอภิธรรมนะ หลวงปู่มั่นนี่ท่านอ่านอภิธรรมด้วย ลองไปดูหนังสือที่ท่านอ่าน มีอภิธรรมอยู่ งั้นท่านสอนถูกทั้งปริยัติทั้งปฏิบัติ สอนเก่ง

งั้นเราจะมีสัมมาวายามะได้นะ อาศัยมีสติรู้ทันจิตนี่ แล้วอะไรคือสัมมาสติ มีสติรู้ทันจิตเป็นสัมมาสติทั้งหมดมั้ย ไม่ใช่ทั้งหมด พระพุทธเจ้าอธิบายสัมมาสติ ด้วยสติปัฏฐาน ๔ งั้นหน้าที่ของเราเจริญสติปัฏฐานนะ ไม่ใช่มีสติแล้วก็ลอยๆอยู่เฉยๆ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๔
Track: ๑๒
File: 530425A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๓๙ ถึง นาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เรื่องของพระอภิธรรม

เรื่องของพระอภิธรรม

ช่วงก่อนและหลังปีใหม่ ๒๕๕๕
มีโอกาสได้นั่งฟังสวดพระอภิธรรม ในงานศพถึง ๓ งาน
ซึ่งเคยทราบมาเพียงว่า พระอภิธรรม หรือพระอภิธรรมปิฎก นั้น
ได้จัดหมู่และแจกแจงธรรมะไว้อย่างละเอียด
แต่ที่ฟังสวดเข้าใจเล็กน้อยถึงน้อยมากมีเพียงไม่กี่คำ
เช่นตอนต้นที่เป็นคำอ่านว่า

“กุสะลา ธัมมา อะกุสะลา ธัมมา อัพยากะตา ธัมมา”

ซึ่งหมายถึง ธรรมที่เป็นกุศล เป็นอกุศล และเป็นกลางๆ
(ไม่จัดว่าเป็นกุศลหรืออกุศล) แต่ก็ไม่มีความรู้จะแจกแจงได้ว่า
อะไรบ้างที่เป็นกุศล อะไรบ้างที่เป็นอกุศล หรืออะไรบ้างที่เป็นกลางๆ
และที่พอผ่านหูแล้วพอรู้จักก็มี ตอนที่แจกแจงขันธ์ ๕ คำอ่านว่า

“ปัญจักขันธา รูปักขันโธ เวทะนากขันโธ สัญญากขันโธ
สังขารักขันโธ วิญญาณักขันโธ”

รวมความว่า ไม่รู้เรื่องเลยว่า
ธรรมะแต่ละหมวดหมู่ตามพระอภิธรรม มีอะไร เรียกชื่ออย่างไร
วันก่อนลองค้นหาบทสวดและเปิดดูพระอภิธรรมปิฎก
นึกๆในใจว่า ยากมากเลยที่เราจะเรียนพระอภิธรรมได้
แล้วพลันนึกถึงที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า

“สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสาย”
หรือ “ธรรมทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น”

ก็เลยเข้าใจว่า ธรรมนั้นจะแจกแจงได้กี่มากน้อยก็ตาม
จะรู้จักไม่รู้จักก็ตาม จะจดจำได้จดจำไม่ได้ก็ตาม
ธรรมทั้งปวงนั้นล้วนแต่ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น
พระอภิธรรมที่เราจดจำไม่ได้ก็ไม่จำเป็นต้องจดจำ
เพราะพระพุทธเจ้าไม่ได้บอกว่า ธรรมทั้งปวงต้องจดจำได้ทั้งหมด
ใครจดจำได้ก็ขออนุโมทนา ขอยินดีกับเขาด้วย
ที่ช่วยจดจำคำสอนเพื่อสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ส่วนเราก็เพียรรู้ทุกข์ต่อไป
จนกว่าจะหมดซึ่งความยึดมั่นถือมั่นในธรรมทั้งปวงก็พอแล้ว.
^_^

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ภาวนาเล่นๆแบบจริงจัง

mp 3 (for download) : ภาวนาเล่นๆแบบจริงจัง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาวนาเล่นๆแบบจริงจัง

ภาวนาเล่นๆแบบจริงจัง

หลวงพ่อปราโมทย์ : พวกเราชาวการไฟฟ้าจำไว้นะ จงใจปฏิบัติไม่ดี ต้องฝึกจนสติเกิดเอง ถ้าจงใจปฏิบัติเนี่ย จิตเป็นกุศลที่มีกำลังอ่อน แต่ถ้าสติเกิดเองเนี่ย เป็นกุศลที่มีกำลังกล้า ภาษาตำราอภิธรรมเขาเรียกว่า “อสังขาริกัง” ถ้าต้องจูงใจให้เกิดเรียกว่า “สสังขาริกัง” สสังขาริกังมีกำลังอ่อน เพราะฉะนั้นเราจะต้องฝึกจนจิตสภาวะได้แม่น แล้วสติจะเกิดเอง(โดยไม่ต้องจงใจให้เกิด-ผู้ถอด)

สติที่เกิดเองเนี่ยใจจะตั้งมั่นอัตโนมัติเลย แล้วเป็นกุศลที่มีกำลังกล้า จิตดวงนี้แหละเอาไว้รู้กายเอาไว้รู้ใจ มีจิตดวงนี้บ่อยๆขึ้นมา รู้สึก รู้สึกนะ จะรู้กายรู้ใจได้ดี ในอภิธรรมจะเรียกว่าเป็นมหากุศลจิตญาณสัมประยุทธ์อสังขาริกัง มี ๒ ดวง ดวงหนึ่งประกอบด้วยโสมนัสมีความสุข ดวงหนึ่งเป็นอุเบกขา เป็นกลาง กลางแบบนุ่มนวล ไม่ใช่กลางแบบกระด้าง พวกเราที่ภาวนาส่วนใหญ่จิตเป็นกลางแต่เป็นกลางแบบกระด้างๆ กลางแบบกระด้างเป็นอกุศลนะ

เอามา… ถึงไหนแล้ว… คุณมน… ชะตากรรมมาแล้ว.. เบอร์สี่หลงไปแล้วเบอร์สี่ ชาวไฟฟ้าต้องฝึกให้สบายนะ วันนี้เครียดเกินไป จำไว้นะ วันนี้เครียดเกินไป เพราะว่าพอรู้แล้ว ก็เลยขยัน ตั้งใจ จะเอาให้ได้ คิดแต่ว่าจะเอาให้ได้ ถ้าคิดจะเอาจะไม่ได้ จำไว้นะ ทำเล่นๆ ทำเล่นๆ เราต้องทำแบบทำงานอดิเรกน่ะ คนไทยทำงานอดิเรกเก่งนะ ทำงานจริงไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ อะไรที่ตั้งใจมากแล้วไม่ค่อยได้ความหรอก แต่อะไรเล่นๆนะ เอาจริงเอาจัง

เพราะฉะนั้นทำเล่นๆ มีความสุขที่ได้รู้กาย มีความสุขที่ได้รู้จิตใจตนเอง รู้เป็นระยะๆ รู้ไปเล่นๆ หลวงพ่อภาวนาก็ภาวนาแบบเล่นๆนะ แต่ก่อนนี้ แต่ว่าจริงจัง เล่นแบบจริงจัง คือหมายถึง(ภาวนา)ไม่เลิก ทุกวันจะตามรู้กายตามรู้ใจ แต่ไม่ใช่ตามรู้เพื่อจะเข้าไปแทรกแซงบังคับ ไม่ใช่ตามรู้เพื่อเอาอะไรสัก(สิ่งสัก)อย่างเดียว แต่ตามดูความเปลี่ยนแปลงของเขาไป


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๐ หลังฉันเช้า


CD: ธรรมเทศนา ๔ วันในสวนสันติธรรม
Track: ๖
ระหว่างนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๑๐ ถึง นาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๒๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่