Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ดูกิเลสเหมือนเห็นคนเดินผ่านหน้าบ้าน

mp 3 (for download) : ดูกิเลสเหมือนเห็นคนเดินผ่านหน้าบ้าน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยม : ช่วงหลังๆนี่ ผมรู้สึกว่าผมเพ่งจนแข็งเลยครับหลวงพ่อ

หลวงพ่อปราโมทย์ : มันเกิดจากอะไรดูออกไหม   

โยม : ไม่ทราบครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : มันอยากปฏิบัติ พอมันอยากปฏิบัตินะ มันลงมือจ้องเอาๆ อยากรู้ให้ชัดๆ

โยม : แล้วจะแก้ยังไงละครับหลวงพ่อ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ให้รู้ทันว่าอยาก อยากปฏิบัติขึ้นมานะ รีบรู้เลยว่าอยาก อยากปฏิบัติก็ผิดแล้วนะ แล้วไง คือถ้าเมื่อไหร่เราอยากปฏิบัติ เราจะลงมือทำ สิ่งที่เราทำนะเพราะความอยากคือการเพ่ง คือเราอยากรู้ให้ชัดๆ อยากรู้ให้ชัดต้องดูไม่ให้คลาดสายตา กลายเป็นการเพ่ง เพราะฉะนั้นให้มันเผลอไปก่อน แล้วรู้ว่าเผลอ ให้มันโลภไปก่อน แล้วรู้ว่าโลภ ให้มันโกรธไปก่อน แล้วรู้ว่าโกรธ ให้ความรู้สึกเกิดก่อน อย่าไปดักดูอย่าไปรอดู ถ้าดักดูรอดูจะกลายเป็นการเพ่ง

โยม : ผมกลัวจะโกรธแรงไปครับหลวงพ่อ

หลวงพ่อปราโมทย์ : นั่นน่ะเห็นไหมเราปฏิเสธ เราไม่อยากโกรธ แต่หลวงพ่อจะบอกให้อย่างนึง ถ้าคุณกดอยู่อย่างนี้เรื่อยๆนะ วันใดที่หมดแรงกด คุณจะโกรธอย่างรุนแรงเลย หรืออย่างบางคนข่มราคะไว้ตลอดเลย ราคะเกิดแล้วเพ่งเอาไว้ๆให้นิ่งเลยนะ ไม่ให้มีราคะ วันใดหมดแรงเพ่งนะ จะราคะรุนแรงกว่าคนธรรมดา คนใดจิตจะฟุ้งซ่านก็น้อมเข้าหาความสงบลูกเดียวเลย วันใดที่หมดแรงน้อม จิตจะฟุ้งซ่านมากกว่าคนทั่วๆไป มันคิดดอกเบี้ย เพราะฉะนั้นการที่คุณภาวนา แล้วรู้สึกว่าความโกรธมันรุนแรง คุณลองสังเกตเถอะ ส่วนใหญ่รากเหง้ามันมาจากการที่เรากลัวว่าจะโกรธ เราก็เลยไปข่มเอาไว้ พอหมดแรงข่มมันก็โกรธแรง พอโกรธแรงเราก็ตกใจกลัว เราก็ยิ่งข่มให้มากขึ้นไปอีก งั้นการปฏิบัติเราก็จะข่มไปเรื่อยๆ เครียด งั้นคุณต้องใจถึงๆนะ เพราะงั้นที่คุณภาวนาอยู่โดยพื้นฐานใช้ได้แล้ว ใจมันเริ่มรู้ตื่นขึ้นมาได้แล้ว คุณอย่ากลัวไม่ดี ให้คอยรู้ไป คุณแค่ถือศีล ๕ ไว้ก่อน โกรธก็ได้นะ แต่ไม่ล้นออกมาทางกายและวาจา โกรธอยู่ในใจไม่กดมันเอาไว้ ดูความโกรธที่มันผุดขึ้นมา เหมือนหมาบ้าเหมือนเสือร้ายขึ้นมากระโชกโฮกฮากอยู่ในใจ ข้างนอกเราไม่ออกมา ออกมาแล้วผิดศีล เราถือศีลไว้ก่อน

โยม : ด่าก็ไม่ได้ใช่ไหมครับหลวงพ่อ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ด่าก็ผิดศีลสิ หลวงพ่อถึงบอกว่าศีล ๕ จำเป็นสำหรับผู้ปฏิบัตินะ ถ้าเราทำแค่สมถะเนี่ย ศีลไม่เท่าไหร่หรอก เพราะว่าเราข่มจิตเอาไว้นิ่งๆ เราไม่ทำผิดศีลหรอก แต่ถ้าเราทำวิปัสสนาต้องถือศีลก่อน ต้องมีศีลรักษาไว้ก่อน เพื่อว่าเราจะไม่ทำผิดทางกายและวาจา แต่ในขณะที่ทางใจเนี่ย มันทำอะไรเราจะตามรู้ไปเรื่อยๆ เราไม่เก็บกดแล้วก็ไม่คล้อยตาม เก็บกดหมายถึงเราไปต่อต้านกิเลส คล้อยตามหมายถึงว่าเราถูกกิเลสครอบงำ เช่นมันโกรธขึ้นมาแล้วเราก็ไปด่าเค้า อันนี้เพราะถูกกิเลสครอบงำจิต จิตถูกโทสะครอบงำไปเรียบร้อยแล้ว หรือความโกรธเกิดขึ้นไปกดมันใหญ่เลย อันนี้เราปฏิเสธมัน เราไม่ชอบมัน เราต่อต้านมัน อย่าต่อต้านกิเลส แล้วก็อย่าคล้อยตามกิเลส ให้รู้กิเลส ทำใจของเราให้เหมือนเรือลำใหญ่ๆ จอดทอดสมออยู่ในแม่น้ำหรือในทะเล น้ำไหลผ่านเรือไปนะ เรือไม่ขวางน้ำ เหมือนใจไม่ขวางกิเลส ในขณะเดียวกัน เรือไม่ลอยตามน้ำ คือใจเราก็ไม่ลอยตามกิเลสไป เรามีสมอที่ทอดอยู่นะ คือมีสติอยู่ มีสติรู้กิเลสไหลผ่านมาก็รู้ กิเลสไหลผ่านไปก็รู้ เรารู้อยู่อย่างนี้ สติจะทำหน้าที่อารักขา คือสติจะทำหน้าที่คุ้มครองรักษาจิต ไม่ให้ถูกอกุศลครอบงำ เพราะฉะนั้นกิเลสเกิดขึ้น ให้คุณรู้ไป กิเลสมันมาแล้ว ดูเหมือนดูคนอื่น ดูเหมือนเห็นกิเลสของคนอื่น ดูเหมือนดูคนเดินผ่านหน้าบ้าน ดูเหมือนเห็นน้ำไหลผ่านข้างเรือไป ดูสบายๆไม่ใช่ไปต่อต้าน

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อ วันอังคารที่ ๑๕ เดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๕
Track: ๒
File: 510415B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๕๙ ถึง นาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๒๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การภาวนาคือการเรียนรู้ตัวเอง ไม่ใช่การดัดแปลงตัวเอง

mp3 for download : การภาวนาคือการเรียนรู้ตัวเอง ไม่ใช่การดัดแปลงตัวเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

มนุษย์ดัดแปลง

มนุษย์ดัดแปลง

หลวงพ่อปราโมทย์ : โยนิโสมนสิการ ไม่ใช่แปลว่า คิดส่งเดช คิดตามใจชอบ นึกจะคิดก็คิดเอาเอง ไม่ใช่ แต่ต้องคิดให้อยู่ในหลัก อยู่ในแนวทางที่พระพุทธเจ้าสอน เพราะฉะนั้นเราต้องเรียนว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไรก่อน

พระพุทธเจ้าสอนอริยสัจจ์นะ ง่ายๆเลย ทุกข์ให้รู้ ทุกข์คืออะไร ทุกข์คือกายกับใจ หน้าที่ของเราก็คือ รู้กายรู้ใจ เห็นมั้ยง่ายๆ รู้ไปเรื่อยแล้ววันหนึ่งละสมุทัยเอง ละความอยาก พอหมดความยึดในกายในใจก็หมดความอยากที่จะให้กายให้ใจเป็นสุข หมดความอยากให้กายให้ใจพ้นทุกข์

เมื่อไรจิตหมดความอยาก จิตก็จะเห็นนิพพาน นิพพานคือสภาวะที่พ้นจากความอยาก ยังอยากอยู่นะไม่เห็นนิพพาน ยังอยากปฏิบัติยังไม่มีวันเห็นนิพพานหรอก อยากได้ผลนะยิ่งไม่มีทางเห็นใหญ่ ตราบใดที่ความอยากยังครองหัวใจอยู่ ตราบนั้นยังไม่เกิดมรรคผลหรอก

เนี่ยเราสังเกตของเราไปเรื่อยๆ อยู่ในหลักนี้แหละ รู้ทุกข์ไป รู้กายรู้ใจอย่างที่เขาเป็น รู้ไปเรื่อย ท่านให้รู้นี่ ท่านไม่ได้ให้บังคับ ไปเพ่งกายเพ่งใจเรียกว่ารู้กายรู้ใจหรือเปล่า? เพ่งกายเพ่งใจก็ไม่ใช่รู้กายรู้ใจ

ยกตัวอย่างบางคนไปดูท้องพองยุบนะ เพ่งอยู่ที่ท้อง ทำไมต้องเพ่ง เบื้องหลังการเพ่งคือโลภะ อยากปฏิบัติ เบื้องหลังโลภะก็คือความเห็นผิดว่ามันเป็นตัวเรา เราอยากให้เราพ้นทุกข์นะ อวิชามีอยู่ เห็นว่ากายนี้ใจนี้เป็นเรา ยึดถือว่าเป็นตัวดีตัววิเศษ เพราะมีอวิชาก็เลยมีตัณหา-อยาก พออยากแล้วก็ทำตามอยาก สนอง

คนทั่วๆไป สัตว์ทั่วๆไป พอเกิดความอยากก็ตามใจมัน สนองกิเลสไปเรื่อย ความอยากก็หมดไป เช่น อยากไปดูหนังแล้วไปดูหนังก็หายอยาก

ทีนี้นักปฏิบัตินะ ชอบบังคับตัวเอง จิตมีความอยากปฏิบัติอยากอะไรนะ ลงมือปฏิบัติ ลงมือบังคับตัวเอง คิดถึงการปฏิบัติเมื่อไหร่ก็ลงมือบังคับตัวเองเมื่อนั้น บังคับกายบังคับใจ กายก็ต้องเรียบร้อย นิ่งๆ ทำอะไรต้องช้าๆ ไปสังเกตดู ครูบาอาจารย์ที่ท่านภาวนาดี ไม่เห็นมีองค์ไหนท่านช้า ยกเว้นแต่ท่านช้าของท่านเอง ช้ามาแต่ไหนแต่ไร ยกตัวอย่างหลวงปู่เทสก์ท่านนุ่มนวล ท่านทำอะไรก็ช้าๆหน่อย ท่านนุ่มนวล อาจารย์มหาบัว ชึบชับๆ ว่องไว แก่ป่านนี้ท่านยังว่องไวอยู่เลย เห็นมั้ย ท่านไม่ได้ดัดจริตทำเป็นช้าๆให้ดูน่านับถือ ไม่มีหรอกไม่มีเสแสร้งเลย

เพราะฉะนั้นการภาวนาไม่ใช่ไปดัดแปลง คิดถึงการปฏิบัติก็ดัดแปลง เคยเดินท่านี้ก็เปลี่ยนท่าเดิน เคยนั่งอย่างนี้ก็เปลี่ยนท่านั่ง เคยกินอย่างนี้ก็ต้องเปลี่ยนวิธีกิน บางคนกินข้าวนะ กินข้าวเช้ากว่าจะเสร็จข้าวบูดไปแล้ว กินนาน…มากเลยนะ แปรงฟันมื้อเช้านะจนเพื่อนเขากินมื้อกลางวันเสร็จแล้วยังแปรงไม่เสร็จเลยก็มีนะ ไม่ใช่ไม่มี อะไรจะดัดแปลงตัวเองมากขนาดนั้น

การภาวนาคือการเรียนรู้ตัวเอง ไม่ใช่คือการดัดแปลงตัวเอง รู้กายลงไป รู้ใจลงไป ดูของจริงในกายในใจ กายนี้ไม่เที่ยงหรอก เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอด กายนี้ทนอยู่ในสภาวะอันใดอันหนึ่งไม่ได้ กายเป็นวัตถุเป็นก้อนธาตุนะ ไม่ใช่ตัวเราหรอก ดูลงไป

จิตก็เหมือนกันนะ มันไม่เที่ยง เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทนอยู่ในภาวะอันใดอันหนึ่งไม่ได้ ถูกตัณหาบีบคั้นอยู่ตลอดเวลา เพราะเราบังคับมันไม่ได้ สั่งมันไม่ได้จริงหรอก

เรียนจนเห็นของจริงนะ พอเห็นความเป็นจริงแล้วจะเบื่อ เพราะเห็นตามความเป็นจริงก็เบื่อหน่าย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒ หลังฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๐
File: 520426B.mp3
ลำดับที่ ๕
ระหว่างนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๔๘ ถึง นาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๒๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่