Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เราทำทุกอย่างเพื่อสนองอัตตา

mp 3 (for download) : เราทำทุกอย่างเพื่อสนองอัตตา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยม : ก็ลองไปดูเรื่องเมื่อวานพระอาจารย์ให้ไป ก็คือไปพบว่าอย่างเรื่องกวนใจเวลามันมีเข้ามาเป็นผัสสะนี้ ก็เกิดความไม่ชอบ แล้วก็พอไม่อยากได้ยินก็จากเวทนาเป็นตัณหา แต่พอทันปั๊บมันก็จบเลย เลยสงสัย แต่ว่าพอไม่ทัน เหมือนกับเราคิดต่อแล้ว เริ่มวางแผนต่อ ตรงนั้นนี่ถือเป็นภพใช่ไหมคะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ใช่ ไปสร้างภพขึ้นมาแล้วนะ

โยม : อย่างไปหยิบทิชชูมา มาเช็ดมือนี่ก็รู้สึกเป็นอยากแล้ว ก็ถือเป็นนับ…

หลวงพ่อปราโมทย์ : ก็ให้รู้ทัน ได้คะแนน อย่าว่าแต่หยิบทิชชูมาเช็ดเลยนะ ครูบาอ๊าเนี่ยมีอยู่วันนึง ใช้ทิชชูเสร็จแล้วขว้างทิชชูทิ้ง ในขณะที่ขว้างทิชชู เห็นเลยว่านี่มัน serve อัตตา นี่แหล่ะกูล่ะ

โยม : รู้สึกคล้ายๆเมื่อเช้าปิดประตูรถปัง ดังไปนิดนึงก็รู้สึกว่าตัวตนมันเกิด

หลวงพ่อปราโมทย์ : ใช่ มันสนองอัตตาเนี่ย กูยิ่งใหญ่

โยม : อันนี้ถ้าถอยไปเป็นตัณหานี่เป็นภวตัณหาหรือเปล่าคะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ใช่เป็นภวตัณหา 

โยม : อ๋อ แล้วก็ ถ้านั้นว่าอะไรก็ตามที่ดูเป็นตัวตนใหญ่ ก็คือตัวนี้ทั้งสิ้นใช่ไหมคะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ใช่ เมื่อไม่กี่วันนี้วันสองวันนี้ หลวงพ่อตอนเช้าๆเดินมาที่ศาลา แต่ไม่ได้ให้โยมรู้นะ เพราะโยมยังอยู่ทางโน้น เดินมาเล่นๆ เห็น เอ๊ะ ใครมาจอดรถ รถวัดเนี่ยจอดแล้วเปิดไฟทิ้งไว้ พิจารณาดูอ๋อเด็กที่ขับรถนี้แหล่ะ มันเปิดไฟทิ้งไว้ เป็นการประกาศอัตตานะ ซึ่งแหมมันละเอียดมากเลย แค่ชั้นได้บริโภคเหนือกว่าชาวบ้านเค้า บริโภคแบบโง่ๆด้วยนะบริโภคของวัด แบบเปิดไฟทิ้งไว้นี่พระบอกหลายทีแล้วก็ไม่ปิด ทุกครั้งที่จอดรถต้องเปิดไฟทิ้งไว้ เราสงสัยมันเกิดอะไรนะ พิจารณาลงไปนี่มันคือการ serve อัตตาว่าชั้นได้บริโภค เพราะฉะนั้นแค่การได้บริโภคนะก็ serve อัตตา ทำอะไรต่ออะไรอัตตาทั้งนั้นเลย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อ วันอังคารที่ ๑๕ เดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๕
Track: ๒
File: 510415B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๑๐ ถึง นาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๒๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

คนเราทะเลาะกันเพราะตัณหาและทิฏฐิ

mp 3 (for download) : คนเราทะเลาะกันเพราะตัณหาและทิฏฐิ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยม : ที่หลวงพ่อบอกว่า (ชื่อโยม)เป็นคนที่มีโทสะจริตมาก คือจริงๆ(ชื่อโยม)รู้ว่าตัวเองเป็นคนที่มีอนุสัยโทสะหนักคือเยอะมาก แล้วก็แต่ก่อนจะเห็นโทสะ มันจะเห็นตัวอัตตาค่ะ ความยึดถือในความคิดของตัวเองที่เป็นใหญ่มากๆค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์  :คือ มันยึดในความคิดความเห็นนะ แล้วมันไม่ได้อย่างใจ มันก็มีโทสะ ในโลกนี้คนทะเลาะกันด้วย ๒ เหตุผลนะ อันนึงความเห็นขัดกันก็เกิดโทสะ อันนึงผลประโยชน์ขัดกันก็เกิดโทสะ พระพุทธเจ้าจะสอนว่า ฆราวาสกับฆราวาสทะเลาะกันเนี่ยนะ เพราะตัณหาและทิฏฐิ อยากได้แล้วไม่ได้ก็โกรธ มีความเห็นอย่างนี้แล้วเค้าไม่เห็นด้วยก็โกรธ ถ้าพระกับพระจะทะเลาะกัน(ก็)ด้วยทิฏฐิ ความเห็นไม่ตรงกันแล้วทะเลาะกัน

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๕
Track: ๗
File: 550429B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๓๘ ถึง นาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๒๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

คนเราทะเลาะกันเพราะตัณหาและทิฏฐิ

mp 3 (for download) : คนเราทะเลาะกันเพราะตัณหาและทิฏฐิ

โยม : ที่หลวงพ่อบอกว่า (ชื่อโยม)เป็นคนที่มีโทสะจริตมาก คือจริงๆ(ชื่อโยม)รู้ว่าตัวเองเป็นคนที่มีอนุสัยโทสะหนักคือเยอะมาก แล้วก็แต่ก่อนจะเห็นโทสะ มันจะเห็นตัวอัตตาค่ะ ความยึดถือในความคิดของตัวเองที่เป็นใหญ่มากๆค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์ :คือ มันยึดในความคิดความเห็นนะ แล้วมันไม่ได้อย่างใจ มันก็มีโทสะ ในโลกนี้คนทะเลาะกันด้วย ๒ เหตุผลนะ อันนึงความเห็นขัดกันก็เกิดโทสะ อันนึงผลประโยชน์ขัดกันก็เกิดโทสะ พระพุทธเจ้าจะสอนว่า ฆราวาสกับฆราวาสทะเลาะกันเนี่ยนะ เพราะตัณหาและทิฏฐิ อยากได้แล้วไม่ได้ก็โกรธ มีความเห็นอย่างนี้แล้วเค้าไม่เห็นด้วยก็โกรธ ถ้าพระกับพระจะทะเลาะกัน(ก็)ด้วยทิฏฐิ ความเห็นไม่ตรงกันแล้วทะเลาะกัน

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๕
Track: ๗
File: 550429B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๓๘ ถึง นาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๒๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เรื่องของอัตตา

เรื่องของอัตตา

อัตตาจริงๆไม่เคยมีอยู่ที่ใครหรือที่ไหนหรอกครับ
แต่ถ้าเป็นปุถุชน ก็จะมีความเห็นผิดอย่างหนึ่งคือ เห็นผิดไปว่ามีอัตตา
ความเห็นผิดนี้เรียกว่า สักกายทิฏฐิ ซึ่งเมื่อหัดภาวนาด้วยการมีสติรู้กายใจ(รูปนาม)
ไปจนถึงจุดหนึ่ง ก็จะเกิดปัญญาสามารถละความเห็นผิดออกจากจิตใจ
แล้วจะเข้าใจได้จริงว่า ร่างกายจิตใจหรือ ขันธ์ ๕ ไม่ได้เป็นอัตตา ไม่ได้เป็นตัวตนที่ถาวรอะไรเลย
เป็นเพียงสภาวะที่เกิดดับไปตามเหตุปัจจัยเท่านั้น

ส่วนคนไทยเรามักจะใช้คำว่าอัตตาในอีกความหมายหนึ่ง
ซึ่งไปตรงกับคำว่า มานะ (ความถือตัวถือดี) ในภาษาธรรม

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : อัตตา กับ ทิฏฐิ

อัตตา กับ ทิฏฐิ

ถ้าจะพูดถึง อัตตา กับ ทิฏฐิ ละก็ ผมเห็นว่า เราไม่ควรแยกสองคำนี้ออกเป็นคนละเรื่อง เพราะพอแยกเป็นคนละเรื่องก็จะเกิดความสับสนและเข้าใจต่างกันไปได้ เพราะอัตตาที่พูดๆ กันอยู่นั้น ที่จริงก็คือ อัตตานุทิฏฐิ (ความเห็นว่าเป็นตัวตน) ดังนั้นถ้าจะพูดว่า ทำลายอัตตา ก็ควรพูดว่า ทำลายอัตตานุทิฏฐิ จะดีกว่า หรือถ้าจะพูดว่า ลดอัตตา ก็ควรพูดว่า ลดอัตตานุทิฏฐิ จะดีกว่า

และหากไปอ่านในพระสูตรที่เกี่ยวกับทิฏฐิต่างๆ เช่น อเหตุกทิฏฐิ ฯลฯ ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 17 ก็พอจะจับความได้ว่า ความเห็นหรือทิฏฐิต่างๆ (ที่ไม่ใช่สัมมาทิฏฐิ) นั้น มีเหตุมาจาก ความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ (อุปาทานขันธ์) ทั้งนั้น ดังนั้นที่พูดว่า ทิฏฐิมาจากอัตตา ผมเห็นว่าไม่น่าจะถูก ที่ถูกจึงน่าจะพูดว่า ทิฏฐิ มาจากความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ และถ้าจะไปไล่เรียงตามปฏิจจสมุปบาท ก็จะได้ต่อไปว่า อุปาทานขันธ์ก็เกิดมาจากอวิชชานั่นเอง

อัตตานุทิฏฐิสูตร http://dharma.school.net.th/cgi-bin/tread.pl?start_book=17&start_byte=311315

ต้องมาค้นในพระไตรปิฎก ทำให้เพิ่งรู้ว่า ทิฏฐิเกิดเพราะอุปาทานขันธ์ (วันนี้ได้ความรู้ใหม่) และเข้าใจว่า อัตตา ที่พูดๆ กัน ที่จริงก็คือ อัตตานุทิฏฐิ เพราะอัตตาที่แท้จริงที่เป็นตัวตนจริงๆ นั้น ไม่มี มีแต่ความเห็นว่าเป็นตัวตน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

รู้ ตามความเป็นจริง

mp3 (for download) : รู้ ตามความเป็นจริง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

รู้ ตามความเป็นจริง

รู้ ตามความเป็นจริง

โยม : ก็ดูจิตดูกายแต่ก็ยังไม่ได้ละว่ามันเป็นเราเป็นจูนอยู่ค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ช่างมันปะไร ก็มันยังรู้สึกอย่างนั้น เราก็ยอมรับความจริงไป เราไม่ได้หลอกตัวเองนี่ว่ามันไม่ใช่ เรายังรู้สึกว่าใช่อยู่ก็ใช่สิ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า

CD: ๒๔
File: 510315
ระหว่างนาทีที่ ๔๔ วินาทีที่ ๔๔ ถึงนาทีที่ ๔๕ วินาทีที่ ๐๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เราทำทุกอย่างเพื่อเพิ่มความเป็นตัวเป็นตน

mp3 (for download) : เราทำทุกอย่างเพื่อเพิ่มความเป็นตัวเป็นตน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.


โยม : แล้วก็ จะเห็นว่าจิตนี้ครับ เค้าคอยจะย้ำถึงความมีอยู่ของความเป็นตัวเป็นตนอยู่ตลอด

หลวงพ่อปราโมทย์ : ใช่ จิตนั้นนะกลัวมากเลยว่าตัวเราจะหายไป มันจะย้ำตลอดเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำนะ มันจะซ่อนการย้ำความเป็นตัวเป็นตน ย้ำไปเรื่อยๆนั้นโดยไม่รู้ตัวเลย อย่างทำไมบางคนต้องมีเพื่อนเยอะๆนะ ย้ำของตัวเองไม่พอ ให้คนอื่นเค้าช่วยย้ำด้วย มีเฟซ อะไร เค้าเรียกอะไร เฟซบุค เอ้อ เฟซที่แปลว่าหน้าหรือเปล่าตัวนี้ เนี่ย อวดหน้าอยู่นะ (โยมหัวเราะ) อวดว่าฉันยังอยู่ ฉันยังอยู่ ให้คนอื่นช่วยกันรับรองว่าเรามีตัวตนจริงๆ เราทำทุกสิ่งทุกอย่างนะ เพื่อย้ำว่าฉันยังอยู่ ฉันยังอยู่ ดังนั้นธรรมะของพระพุทธเจ้าที่บอก ฉันไม่มี ฉันไม่มีเนี่ย มันฝืนมากเลยฝืนมาก คนส่วนน้อยหรอกที่จะรับกระแสธรรมได้ ว่าจะคิดแต่ว่ายังอยู่ กระทั่งนิพพานแล้วยังจะมีฉันอยู่เลย ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะต้องมีฉันอยู่งั้นแหล่ะ ไปภาวนาต่อไปนะ แล้วจะเห็นว่าไม่มีหรอก ไม่มีตัวมีตนอะไร

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔ หลังฉันเช้า

CD: ๔๑
File: 540730B
ระหว่างนาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๔๕ ถึงนาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๕๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ไม่ได้ภาวนาให้เป็นคนดี แต่ให้เห็นว่าไม่มีคน

mp3 for download : ไม่ได้ภาวนาให้เป็นคนดี แต่ให้เห็นว่าไม่มีคน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ไม่ได้ภาวนาให้เป็นคนดี แต่ให้เห็นว่าไม่มีคน

ไม่ได้ภาวนาให้เป็นคนดี แต่ให้เห็นว่าไม่มีคน

โยม : เรื่องการปฏิบัติในช่วงนี้ ก็รู้สึกว่าสติปัญญามันทื่อๆ มันจะไม่ค่อยรู้อะไรน่ะครับ มันจะไม่ค่อยรู้อะไรน่ะครับ แต่มันพอจะรู้ได้บ้างครับ

แล้วก็ผมจะรู้สึกว่ารู้สภาวธรรมอื่นๆ มันไม่ค่อยดีครับ เพราะแบบบางทีมันกลัว ถ้าเป็นความคิดแบบชั่วมาก บางทีผมก็กลัวว่าจะเป็นคนชั่ว ก็เลยรีบพยายามไปดับมันน่ะครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : เห็นมั้ยอยากเป็นคนดี เห็นมั้ย ไม่ได้อยากเลิกเป็นคน ยังอยากเป็นคนดี พออยากเป็นคนดี ก็ต้องพยายามสร้างความดี ต่อต้านความชั่ว แต่ถ้าเราคิดว่าเราจะไม่เป็นคน เราก็จะเห็นสภาวะของความดีเกิดขึ้นแล้วก็ดับ สภาวะของความชั่วเกิดขึ้นแล้วก็ดับ มันอยู่ที่เป้าหมายในชีวิตของเรานะ ว่าต้องการแค่ไหน

การที่เราต้องการเป็นคนดี ก็คือการต้องการภพภูมิที่ดี ต้องการไปสู่ภพภูมิที่ดี เราจะเวียนว่ายตายเกิดไป แต่ถ้าเราต้องการเห็นความจริงว่าตัวเราไม่มีนี้ จะเป็นอีกอย่างหนึ่ง มันจะพ้นจากภพภูมิทั้งหลาย

เพราะฉะนั้นการที่เรารู้ทันใจตัวเองแล้วมันอยากดีมันรักดีมันกลัวชั่วเนี่ย ดูลึกลงไปอีกอย่างหนึ่ง มันก็คือมันรักตัวเอง มันยังสงวนรักษาตัวเองอยู่ เพราะฉะนั้นการดิ้นรนเพื่อจะสร้างความดี ดิ้นรนเพื่อจะต่อต้านความชั่วน้้นน่ะ ทำไปก็เพื่อ Serve อัตตาตัวตนทั้งสิ้น ทำเพื่้อรักษาตัวเรานั่นแหละ

เพราะฉะนั้นการที่เราละชั่วก็ตามทำดีก็ตามเนี่ย ถ้าเราหยุดอยู่เพียงแต่ละชั่วทำดีเนี่ย เราไม่สามารถเข้าถึงนิพพานได้ ไปเรียนต่อนะ ดูลงไป ละชั่วทำดีจนกระทั่งจิตผ่องแผ้ว

จิตผ่องแผ้วก็คือ ไม่ว่าอะไรก็ย้อมจิตไม่ติด จิตผ่องแผ้วเป็นสภาวะซึ่งว่า สภาวธรรมทั้งหลายมีอยู่ แต่มันย้อมจิตไม่ได้ จิตเข้าถึงสภาวะที่ไม่มีอะไรย้อมติด เหมือนที่พระพุทธเจ้าท่านอุทานตัณหาสร้างภพอะไรอย่างนี้ ตอนนี้ท่านรู้ทันแล้ว มันสร้างให้ท่านไม่ได้แล้ว จิตของท่านถึงสภาพที่ไม่มีอะไรปรุงแต่งได้แล้ว

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า

CD: ๒๔
File: 510315
ระหว่างนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๔๔ ถึงนาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๔๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ภาวนากิเลสหนังไม่ถลอก เพราะภาวนาสนองกิเลส

mp3 for download : ภาวนากิเลสหนังไม่ถลอก เพราะภาวนาสนองกิเลส

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาวนากิเลสหนังไม่ถลอก เพราะภาวนาสนองกิเลส

ภาวนากิเลสหนังไม่ถลอก เพราะภาวนาสนองกิเลส

หลวงพ่อปราโมทย์ : เพราะฉะนั้นไม่ว่าเราภาวนาหรือทำอะไรก็ตามนะ มันเป็นการประกาศว่า “ฉันยังอยู่” อยู่ที่รู้ทันนะจึงจะหมด “ฉัน” ลงไปได้ แม้กระทั่งตั้งอกตั้งใจเดินจงกรมหามรุ่งหามค่ำ บางทีก็ทำไปเพื่อประกาศ “อัตตา” นะ ไปดูให้ดีเถอะ ทำอะไรก็มีอัตตาแทรกอยู่ทั้งหมดเลย

ยกตัวอย่างครูบาอ๊า มีอยู่คราวหนึ่ง ตามหลวงพ่อไป ตอนนั้นจะไปศาลาลุงชินมั้ง ไปแวะฉันที่มอเตอร์เวย์ พอฉันเสร็จแล้วมีทิชชูนะ ทิชชู ทำทิชชูปั้นกลมๆอย่างนี้ โยนหลงถุงขยะปุ๊บ โยนปุ๊บไปเห็นเลย ตรงที่ปั้นทิชชูนะ นี่ก็กูเก่งนะ โยนนี่ก็กูเก่งนะ นี่แค่ทิ้งทิชชูนะ ทิ้งขยะนะ อัตตาตัวตนยังแทรกเข้ามาเลยนะ

เพราะฉะนั้นพวกเราเนี่ยไม่ต้องกลัวหรอก ทำอะไรก็จะมีอัตตาตัวตนแทรกทั้งนั้น ความสำคัญอยู่ที่รู้ทันหรือรู้ไม่ทัน ถ้ารู้ไม่ทันนะ ทุกสิ่งที่ทำแม้กระทั่งการปฏิบัติธรรมก็ทำเพื่อสนองกิเลสทั้งสิ้น จะเป็นอย่างที่อาจารย์มหาบัวบอกว่า “ภาวนาแล้วกิเลสหนังไม่ถลอกเลย” เพราะว่าจริงๆทำเพื่อ Serve มัน (หมายถึง ทำเพื่อสนองกิเลส สนองการมีอัตตาตัวตน – ผู้ถอด)

แต่ถ้ารู้ทันใจตัวเองนะ แจ่มแจ้งไปเรื่อย เห็นมั้ยจิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้งนะ ไม่ได้สนองกิเลส กิเลสแทรกเข้ามารู้ทัน แทรกเข้ามารู้ทัน ความเป็นตัวตนไม่ได้มีอยู่ตลอดเวลา ดูออกกันแล้วใช่มั้ย ความเป็นตัวตนเกิดขึ้นเป็นคราวๆ เกิดเมื่อไร เกิดเมื่อหลงคิด ต้องหลงคิดนะ หลงดูอยู่ยังไม่คิดเนี่ย ตัวตนยังไม่เกิดนะ

เพราะฉะนั้นมันจะผูดขึ้นมาๆแล้วเราไม่รู้ พอมันผุดขึ้นมาก็ภูมิอกภูมิใจนะ บางคนเคยเห็นม้้ยขี้โมโห แล้วมาเล่าด้วยความภูมิใจว่า ดิฉันเวลาโมโห เห็นช้างเท่าหมู ฮ่า ฮ่า ฮ่า อย่างนี้ มัน serve อัตตาตัวตนทั้งสิ้นเลย กระทั่งมีกิเลสใช่มั้ย ก็กูเก่งอีกล่ะเนี่ย

หรือบางคน พวกเด็กสาวๆชอบเป็นมากเลยนะ สวมวิญญาณนางเอก สวมวิญญาณนางเอกชอบคิดจิตนาการอะไรให้มันเศร้าๆ แล้วแสบๆเจ็บๆอยู่ในใจนี่ ชอบมากเลย มันเพื่ออะไร เพื่อประกาศว่าฉันยังอยู่นะ ฉันยังอยู่นะ ฉันยังอยู่นะ ทำแล้วน่าทุเรศนะ ทำสนองกิเลสน่ะ อย่าทำนะ ทำอย่างนั้นเป็นการฝึกตกนรกนะ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า

CD: ๒๔
File: 510324B
ระหว่างนาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๑๑ ถึงนาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๒๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : อัตตา

อัตตา

ถาม : หลวงพ่อบอกผู้ปฎิบัติบางท่านที่เห็นอัตตา ว่าดูตัวนี้ให้ดีๆ หมายความว่าอย่างไรครับ ตัวอัตตานี้ก็เป็นสภาวะธรรมงั้นใช่ไหมครับ

ที่อยู่ในกฏไตรลักษณ์เหมือนกันหรือว่ามีนัยยะสำคัญมากกว่านี้

ตอบ : อัตตา เป็นความเห็นผิดว่ามีตัวตนที่เที่ยงแท้ถาวรอยู่
การเห็นว่ากายเรานี้เป็นตัวตน เห็นว่าจิตเรานี้เป็นตัวตน
เป็นเราที่เที่ยงแท้ถาวรอยู่ จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ ๆ
หากสามารถตามรู้ตามดูความรู้สึกว่าเป็นตัวตนนี้อย่างแยบคาบ
หรือแค่รู้แค่ดู (หรือดูดีอย่างที่หลวงพ่อบอกนั่นเอง)
วันหนึ่งก็จะรู้สึกได้ว่า กายมันไม่ใช่ตัวเราที่เที่ยงแท้ถาวร
จิตก็ไม่ใช่ตัวเราที่เที่ยงแท้ถาวร และเมื่อเห็นได้แจ่มจริงจริง
ความเห็นผิดว่ามีอัตตา มีตัวตนที่เที่ยงแท้ถาวร ก็จะถูกถอดถอนไปจากจิตใจ
หรือที่เรียกกันว่า บรรลุธรรมขั้นต้นนั่นเองครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ภาวนาแล้วยังดิ้นรน เพราะยังมีตัวกู

mp3 (for download): ภาวนาแล้วยังดิ้นรน เพราะยังมีตัวกู

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาวนาแล้วยังดิ้นรน เพราะมีตัวกู[/caption]

หลวงพ่อปราโมทย์ : หลวงปู่เทสก์บางทีท่านก็เล่านิทานก็มีเหมือนกันนะ เคยฟังท่าน ท่านเล่าเรื่องลิงติดตัง บอกคนโบราณเวลาจะจับลิง เขาจะเอามะพร้าวลูกนึงมาเฉาะให้มันมีรู เฉาะแล้วก็ตั้งไว้โคนต้นไม้  ไอ้ลิงพอมันเจอมะพร้าวเนี่ยนะ มันจะเอามือแหย่เข้าไปในลูกมะพร้าว แล้วก็ไปควักเนื้อมะพร้าว จะเอามากิน มันควักเนื้อมะพร้าวปุ๊บ มือมันก็จะกำใช่มั้ย มือมันโต ตอนมันใส่เข้าไปในรูมือมันอย่างนี้ เสร็จแล้วมือมันโตอย่างเนี้ย ท่านบอกมันจะสะบัดอย่างนี้ มันจะไปไหนไม่ได้แล้ว มันจะต้องถูกจับไปฆ่ากิน ท่านบอกว่าเนี่ย เรียกว่าลิงติดตัง จริงๆแล้วง่ายนิดเดียว แค่ปล่อยมือเท่านั้นเองก็หลุดแล้ว

การภาวนาก็เหมือนกันนะ ที่เราดิ้นข่อกแข็กๆ ดิ้นไม่หลุดเนี่ย เพราะเราไม่ปล่อยต่างหาก รู้สึกมั้ยรากเหง้าของมันจริงๆ คือตัวกูๆ ตัวกูนี่แหละ มีตัวกูอันเดียวนี่นะ จิตจะพลิกแพลงออกไปสารพัดเลย เป็นกิเลสนานาชนิดเลย ยกตัวอย่าง บางคนมีตัวกูแล้วก็มีมานะอัตตา กูเก่งๆ มีตัวกูแล้วก็กูเก่ง บางคนมีตัวกูแล้วก็มีตัวมึงด้วย กูดีมึงมันเลว กูถูก มึงมันผิด อีกพวกนึงดูเหมือนดีนะ มีตัวกูเหมือนกันนะ แต่ทำยังไงกูจะดี ไม่ชอบเลยนะ ถ้าตัวเองคิดไม่ดีสักนิดเดียวก็ไม่ได้นะ รู้สึกทนไม่ได้เลยที่ตัวเองชั่ว นี่ก็ตัวกูอีกแหละ รักดี รักดีเพราะว่ากูจะได้ดี

เพราะงั้นรากเหง้าของกิเลสนานาชนิดนะ เจาะลึกลงไปถึงที่สุด มันรู้สึกว่ามีตัวกูอยู่ มีตัวเราอยู่ อาจารย์พุทธทาสเก่งนะ เจาะลงมาตรงนี้เลย เพราะฉะนั้นอยู่ที่เราต้องรู้สึกขึ้นมา เรารู้ลงมาๆ ในกายในใจ วันนึงเห็นเลยกายใจนี้ไม่ใช่ตัวเราหรอก กายใจนี้ก็เป็นวัตถุเป็นก้อนธาตุ เป็นเครื่องอาศัยอยู่ในโลกเท่านั้นเอง แต่ยืมของโลกมาใช้ จิตใจก็เป็นธาตุอย่างหนึ่งนะ เรียกว่าธาตุรู้ เกิดดับเปลี่ยนแปลงหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ของยืมเขามาใช้ทั้งหมดเลย ตัวเราไม่มีหรอกในกายในใจนี้

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๐

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๗
File: 500105
ระหว่างนาทีที่  ๑๙ วินาทีที่  ๕๖ ถึง นาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๑๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ถ้าเห็นความเป็นอัตตา เห็นถูกหรือไม่?

ถ้าเห็นความเป็นอัตตา เห็นถูกหรือไม่?

เห็นถูกแบบยังมีความเห็นผิดครับ
เพราะการเห็นว่ามีอัตตาเป็นความเห็นผิด
จริงๆแล้วอัตตาไม่มี เพราะไม่มีรูปนามที่เป็นตัวตนทรงอยู่ได้ด้วยตัวเอง
มีแต่รูปนามที่เกิดดับดับไปตามเหตุปัจจัย หรือต้องอิงอาศัยปัจจัยอื่น
ต้องค่อยเจริญสติเจริญปัญญาไป
แล้ววันหนึ่งจิตจะละความเห็นผิดว่ามีอัตตาตัวตนได้ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เรื่องของอัตตา

เรื่องของอัตตา

อัตตา หรือตัวตนที่แท้จริง ตัวตนที่ทรงอยู่โดยไม่ต้องอิงอาศัยเหตุอื่นปัจจัยอื่นนั้น
ไม่เคยมีอยู่มาแต่ไหนแต่ไรแล้วครับ
มีแต่จิตเองที่ไปหมายรู้ผิดๆ เกิดความเห็นผิด (สักกายทิฏฐิ) ว่า
กายเป็นอัตตา จิตเป็นอัตตา (ขันธ์ ๕ เป็นอัตตา)
ทั้งที่จริงแล้ว รูปนาม ขันธ์ ๕ ก็ล้วนแต่เกิดดับไปตามเหตุปัจจัยเท่าน้น
การมาหัดศึกษาปฏิบัติธรรม เบื้องต้นก็เพื่อจะละความเห็นผิดหรือละสักกายทิฏฐินี่เอง
แต่พอศึกษาปฏิบัติได้ช่วงหนึ่ง จิตเองก็เริ่มจะเห็นความจริงได้บ้าง
แต่ด้วยเพราะปัญญายังไม่ถึงพร้อม ก็เลยเกิดกลัวว่าถ้าตัวตนไม่มีแล้วจะอยู่อย่างไร
ซึ่งวิธีปฏิบัติเมื่อเกิดความกลัวนี้ ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า
ให้ย้อนมาดูจิตที่กลัวไปนั่นเอง เมื่อเจริญสติปัญญาจนถึงพร้อม
ก็จะละความเห็นผิดว่ามีตัวตนลงได้ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เราทำทุกอย่างเพื่อสนองอัตตาทั้งนั้น

mp3 (for download) : เราทำทุกอย่างเพื่อสนองอัตตาทั้งนั้น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทำไมต้องมาเน้นที่กายที่ใจตัวเอง เพราะเราภาวนานะเพื่อลดละอัตตาตัวตน อัตตาตัวตนมันครอบงำอยู่ มันก็เลยก่อเรื่อง สร้างความทุกข์ให้ตัวเอง สร้างความทุกข์ให้คนอื่นไปเรื่อย สนองอัตตาตัวตนทั้งนั้นเลย

อย่างเราจะด่าใครสักคนเนี่ยก็สนองอัตตาของเราเอง

เราจะชมใครสักคนนะ ส่วนใหญ่เลยสนองอัตตาตัวเอง แกล้งชม

จะกินข้าว จะทำอะไรนะ มันสนองอัตตาทั้งนั้นเลย จะใส่เสื้อผ้าต้องยี่ห้อนี้ นั่งรถต้องแพงๆ ถ้านั่งรถกระป๋องมานะ อายเขา ใครเขาเห็นแล้วอายเขา นี่นั่งรถด้วยหน้า ไม่ได้นั่งด้วยก้น นั่งด้วยอัตตา

เนี่ย ความที่ไปยึดถือว่ามันมีตัวเราขึ้นมา มีของเราขึ้นมานะ นำความทุกข์มาให้เยอะเลย

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ 31

520726

15min26-16min16

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

งานหลักของเราคือทำตัวให้พ้นสังสารวัฏ

mp 3 (for download) : งานหลักของเราคือทำตัวให้พ้นสังสารวัฏ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าเมื่อไหร่เราปฏิบัติโดยการเข้าไปแทรกแซงเรื่อยๆนะ เช่น โกรธขึ้นมากำหนด โลภขึ้นมากำหนดนะ นานๆ เราจะรู้สึกว่าเราบังคับจิตได้ จะรู้สึกคึกคักห้าวหาญ ไม่กลัวกิเลสแล้ว กิเลสมาทีไรกำหนดแล้วจอดหมดทุกทีเลย จิตนี้เป็นอัตตาขึ้นมาแล้ว ได้พอกพูนความเห็นผิดว่าจิตเป็นตัวเป็นตน เป็นสิ่งบังคับได้ขึ้นมา จะไม่ใช่วิปัสสนานะ วิปัสสนาจะรู้กายอย่างที่เขาเป็นรู้ใจอย่างที่เขาเป็น เห็นจิตเห็นใจทำงานของเขาไปเรื่อย เราบังคับไม่ได้ เขาไม่เที่ยง เขาทนอยู่ในสภาวะอันใดอันหนึ่งนานๆ ไม่ได้ ดูไป ใจเห็นความจริงใจถึงยอมรับนะ ยอมรับแล้วมรรคผลมันจะเกิด

พระพุทธเจ้าจึงสอนว่าเพราะรู้ตามความเป็นจริง รู้ตามความเป็นจริงหมายถึงรู้รูปนามนะ รู้รูปนามตามความเป็นจริง ตามความเป็นจริงคือไตรลักษณ์นั่นเอง รู้ว่ารูปนามตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์ มีลักษณะเป็นไตรลักษณ์ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาไม่ใช่ตัวเรา

เพราะรู้ตามความเป็นจริงจึงเบื่อหน่าย จอยรู้สึกไหม มันน่าเบื่อ สุขก็น่าเบื่อนะ ทุกข์ก็น่าเบื่อนะ ดีก็น่าเบื่อ ชั่วก็น่าเบื่อนะ อะไรๆ ก็น่าเบื่อ หยาบก็น่าเบื่อ ละเอียดก็น่าเบื่อ เพราะมันของไม่เที่ยงทั้งหมดเลยนะ เพราะรู้ตามความเป็นจริงจึงเบื่อหน่าย เพราะเบื่อหน่ายจึงคลายกำหนัด คลายกำหนัดนี่มาจาก ภาษาไทยฟังแล้วแปลยาก ภาษาบาลีเรียกว่า “วิราคะ” หมายถึงใจเราไม่เข้าไปผูกพันกับมัน ใจไม่เข้าไปผูกพันในความสุข เพราะรู้ว่าความสุขชั่วคราว ไม่ไปหลงยินดีว่ามันจะต้องถาวร อยากให้มันถาวร ไม่มีอย่างนี้ จะไม่ดิ้นรนเพื่อจะรักษาความสุขแล้ว ใจไปเห็นความทุกข์เข้า ก็ไม่ผูกพันกับความทุกข์ ไม่ใช่คิดว่าความทุกข์เป็นตัวเราของเรานะ งั้นต้องไปหาทางละ ใจจะไม่เข้าไปผูกพันกับสภาวะที่มันไปรู้เข้า ใจมันคลายออก

เพราะรู้ตามความเป็นจริงก็เลยเบื่อหน่าย เพราะเบื่อหน่ายเลยคลายกำหนัดคือคลายความผูกพัน คลายความรักใคร่ในสภาวะอันหนึ่ง เกลียดสภาวะอันหนึ่ง เพราะคลายกำหนัดจึงหลุดพ้น หลุดพ้นจากอะไร จากรูปจากนามนั่นเอง ที่ชมพูเห็น จิตมันไปคว้าจิตขึ้นมา มันไม่หลุดพ้นนะ มันปล่อยไม่ได้ ถ้ามันเห็นความจริง จิตนี่ทุกข์ล้วนๆ นะ มันจะทิ้ง เรียกเห็นไตรลักษณ์ จิตแจ่มแจ้งแล้วมันทิ้งเลย มันทิ้ง

เพราะเบื่อหน่ายจึงคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัดจึงหลุดพ้น อะไรหลุดพ้นอะไร จิตหลุดพ้นจากความถือมั่นในขันธ์นั่นเองนะ จิตหลุดพ้นจากกิเลสที่ห่อหุ้มจิตที่เรียกว่า “อาสวะ” กิเลสที่ห้อหุ้มจิต จิตหลุดพ้นออกมา เพราะหลุดพ้นจึงรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว รู้เลยนะ รู้ด้วยตัวเองนะ ของมันเคยยึดเคยถือไว้หนักๆ นะ มันหลุดแล้วมันวาง เห็นต่อหน้าต่อตา มันวางจริงๆ เพราะมันไปเห็นธรรมที่พ้นจากความเกิดความตาย

เพราะหลุดพ้นจึงรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว ก็จะรู้ธรรมะที่พ้นออกไป เรียกว่า “วิมุตติญาณทัสสนะ” รู้ธรรมะแห่งความหลุดพ้น รู้นิพพานนั่นเอง

แล้วก็รู้อีกนะว่าชาติสิ้นแล้วคือความเกิดสิ้นแล้ว ความเกิดคืออะไร คือการที่ใจเราเข้าไปหยิบฉวยรูปนามนั่นเอง ใจที่เราเข้าไปหยิบฉวยจิตนี่ คว้าปั๊บเข้ามาหยิบฉวยเข้ามา นี่แหละคือความเกิดคือชาติ ใจเข้ามาหยิบฉวยกายก็เกิดชาติ ใจหยิบฉวยจิตก็เกิดชาติ พอเบื่อหน่ายคลายกำหนัดก็หลุดพ้น รู้ว่าหลุดพ้นแล้วนะ รู้ว่าชาติสิ้นแล้ว ไม่หยิบฉวยอะไรขึ้นมาอีกแล้ว ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์คือการประพฤติปฏิบัติธรรมเนี่ย

การศึกษาธรรมะเนี่ย ศึกษาจบแล้ว ศึกษาจบแล้ว จบในศีลในจิตในปัญญา ศีลสิกขา จิตตสิกขา ปัญญาสิกขา ไม่ใช่ศีลสมาธิปัญญานะ เราพูดเล่นคล่องๆ ปากหรอกศีลสมาธิปัญญา

ไตรสิกขาคือศีลสิกขา จิตตสิกขา ปัญญาสิกขา แจ่มแจ้งแล้วรู้หมดแล้ว

ศีลเนี่ยเป็นการศึกษาเพื่อสู้กิเลสหยาบๆ เพื่อให้จิตนี่มีความตั้งมั่นเพียงพอพร้อมที่จะมาเรียนรู้จิต คือทำจิตตสิกขา

จิตตสิกขาเนี่ย จิตจะสงบจากนิวรณ์จากกิเลสชั้นกลาง พร้อมที่จะไปเจริญปัญญา มันจะรู้ว่าจิตยังไงที่ข่มนิวรณ์ได้ จิตยังไงข่มนิวรณ์ได้แล้วพร้อมที่จะเจริญปัญญาด้วย จิตที่ข่มนิวรณ์ได้คือจิตที่ทำสมถะ จิตที่ข่มนิวรณ์แล้วพร้อมจะเจริญปัญญาคือจิตที่พร้อมต่อการทำวิปัสสนา ไม่เหมือนกัน

พอถึงปัญญาสิกขาก็คือการเรียนรู้ความจริงของกายของใจจนละกิเลสขั้นละเอียดคือความหลงผิดได้ละอวิชชาได้

งั้นศีลสิกขา จิตตสิกขา ปัญญาสิกขา ชำแหละกิเลสเป็นชั้นๆ ๆ เข้ามานะ จนกระทั่งจิตใจเราบริสุทธิ์หมดจดแล้ว หมดงานต้องทำเรียกว่าเรียนจบ เรียกว่าจบหลักสูตร ที่ว่าพรหมจรรย์อยู่จบแล้วหมายถึงว่าเรียนจบหลักสูตรแล้ว คนที่เรียนจบหลักสูตรเรียกว่า “อเสขบุคคล” คือคนที่ไม่ต้องเรียนอีกแล้ว คือพระอรหันต์นั่นเอง

พวกเราเป็นนักเรียนนะ พวกเรายังเป็นนักเรียน พระโสดาบันน่ะเป็นนักเรียนจริงๆ พระโสดาบันน่ะเป็นนักเรียน พวกเรานั้นเป็นคล้ายๆ นักเรียนเตรียมอนุบาลนะ ยังไม่ถึงขั้นเป็นนักเรียน เพราะพระโสดาบันขึ้นไปนี่ถึงจะเรียกว่าเป็น “เสขบุคคล” เป็นนักเรียน พระอรหันต์เรียกอเสขบุคคล ไม่ต้องเรียน ส่วนเราเป็น “กัลยาณปุถุชน” เป็นปุถุชนที่ดี ปุถุชนแปลว่าหนา กิเลสหนานั่นแหละ ไม่ใช่อะไรหนานะ กิเลสหนา ไม่ใช่สมองหนา กะโหลกหนานะ กิเลสหนาหมายถึงว่ากิเลสนี่มีแรงมาก ลากจูงจิตใจเราไปลงนรก เราก็ยอมไปกับมันนะ เอาความหอมหวานมาหลอกมาล่อ

งั้นเราค่อยศึกษาไปนะ จนกระทั่งวันหนึ่งงานเสร็จแล้วนะ เสร็จแล้ว ใจไม่ไปหยิบฉวยอะไรอีกแล้ว มันพ้นทุกข์แล้ว มันเห็นนิพพานเต็มบริบูรณ์ต่อหน้าต่อตา นี่พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจที่ควรทำเนี่ยควรทำในอะไร ในสังสารวัฏนี่เอง

พวกเราที่เวียนว่ายในสังสารวัฏนะ เรามีงานหลักของเรานะคือทำตัวให้พ้นสังสารวัฏให้ได้นะ นี่คืองานหลักของเรานะ ไม่ใช่ร่อนเร่ไปในสังสารวัฏเวียนเกิดเวียนตายไปเรื่อยๆ งั้นงานไม่มีที่สิ้นสุดเลย

กิจที่ควรทำก็คือการข้ามภพข้ามชาตินั่นเอง ได้ทำเสร็จแล้วทำหมดแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มีอีก กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มีอีก เพราะตรงนี้ไม่มีอะไรจะต้องทำแล้ว กายกับใจเราคืนให้ธรรมชาติคืนให้โลกเขาไปแล้ว จิตใจจะมีแต่ความสุขนะ มีความสุขมีความสงบมีความเบิกบานถาวรอยู่อย่างนั้น จะหลับตื่นยืนเดินนั่งนอนมีแต่ความสุขล้วนๆ นะ เพราะว่าจิตใจไม่ถูกขยำขยี้ จิตใจของเราถูกปู้ยี่ปู้ยำนะ ปู้ยี่ปู้ยำด้วยตัวเองนี่แหละ

สวนสันติธรรม
CD: 16
File: 491116B.mp3
Time: 27.39 – 34.48

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

โอวาทท้ายศาลาครั้งที่ 18:-วางความคิดรู้ความจริง

MP3 (for download): โอวาทท้ายศาลาครั้งที่ 18:-วางความคิดรู้ความจริง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โอวาทท้ายศาลาจาก การแสดงธรรม ณ ศาลาลุงชินครั้งที่ 18 (16/03/51)

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่