Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

พิจารณากายเพื่อให้เข้าถึงจิต

mp3 for download : พิจารณากายเพื่อให้เข้าถึงจิต

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมย์ :ครูบาอาจารย์นะ สมัยท่านหนุ่มๆ ส่วนมากท่านสอนเรื่องกาย พอสุดท้ายปลายทางก็ลงมาที่จิตทั้งนั้นเลย แต่ละองค์ๆที่เคยเจอ

ยกตัวอย่างหลวงปู่เทสก์นะ หลวงปู่เทสก์ท่านอายุมาก หลวงพ่อเข้าไปหาท่าน ท่านสอนแต่เรื่องจิตนะ หลวงปู่ดูลย์สอนแต่เรื่องจิตแล้ว อาจารย์มหาบัว ตอนที่เข้าไปท่านก็ไม่ค่อยสอนแล้ว ไม่ค่อยสอน หลวงปู่เหรียญไปหาท่านทีแรก ท่านพูดแต่กาย พุทโธพิจารณากาย หลังๆไปหาท่าน ท่านพูดแต่เรื่องจิต

แต่ไหนแต่ไร ไปที่อื่นๆก็จะได้ยินครูบาอาจารย์พูดเรื่องกายเยอะ จนวันหนึ่งหลวงพ่อก็เข้าไปถามหลวงปู่ดูลย์ หลวงปู่ครับผมควรจะกลับไปพิจารณากายมั้ย เพราะไปที่ไหนๆนะ มีแต่ได้ยินครูบาอาจารย์พูด พุทโธพิจารณากายอยู่ตลอด ส่วนมากก็สอนอย่างนี้

หลวงปู่ดูลย์ท่านบอกว่า ที่เขาพิจารณากายก็เพื่อให้เข้าถึงจิต วัตถุประสงค์ของการพิจารณากาย ก็เพื่อให้เข้าถึงจิต ถ้าเข้าถึงจิตแล้วจะไปยุ่งอะไรกับกาย กายเป็นของทิ้ง จิตมันทิ้งไปเอง มันเห็นเลย กายนี้เป็นทุกข์ล้วน มันทิ้งของมันเอง นี่คือคำตอบ ที่หลวงปู่ดูลย์ท่านบอก

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๓
File 550106
ระหว่างนาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๓๔ ถึงนาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๕๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ถ้าเข้าใจหลักการปฏิบัติ จะไม่ปฏิเสธเส้นทางอื่นที่แตกต่างกัน

mp 3 (for download) : ถ้าเข้าใจหลักการปฏิบัติ จะไม่ปฏิเสธเส้นทางอื่นที่แตกต่างกัน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ครูบาอาจารย์เคยสอนหลวงพ่อนะ อาจารย์มหาบัว สอนมาดีมากเลย ประทับใจมากเลย การปฏิบัติไม่มีอะไรมากหรอกนะ การปฏิบัติไม่มีอะไรมากหรอก ให้มีสติ รู้ลงที่กายที่ใจอย่างเป็นปัจจุบัน ท่านสอนอย่างนี้ โอ้..คำสอนของท่านนะ ครอบคลุมการปฏบัติไว้ทั้งหมดเลย

เวลาเรารู้ลงที่กายที่ใจนะ ถ้าจิตฟุ้งซ่านเราก็รู้ กับให้จิตลงไปแนบที่กายที่ใจเป็นการเพ่งกายเพ่งใจ เป็นสมถะ เพ่งกายก็เรียกว่ารูปฌานนะ เพ่งใจเรียกว่าอรูปฌาน เพ่งรูปเพ่งอรูปเป็น “สมถะ” ถ้าใจเรามีเรี่ยวมีแรงแล้ว เราดูกายมันทำงาน ดูใจมันทำงาน เห็นแต่ความเป็นไตรลักษณ์ของกายของใจ อันนี้เรียกว่า “วิปัสสนา” นะ เพราะฉะนั้นการภาวนานะ ให้วนเวียนอยู่ในกายในใจนี้ละ

เมื่อวานก็มีคนมาบอก ชอบเล่นกสิณไฟ เราดูๆแล้ว คนนี้ดูจิตไม่ได้หรอก คนนี้ชอบเล่นกสิณนะ กสิณไฟของเขา เขาดูออกข้างนอก แล้วเปลี่ยนใหม่ เอาไฟเข้ามาเผาตัวเองแทน คิดว่าตัวเองนี้เป็นเชื้อเพลิง เผา ใช้กสิณเผาร่างกายนี้ เผาไปเรื่อยให้มันติดไฟขึ้นมา เอาให้ไหม้ไปให้หมดเลย พอไฟไหม้หมดแล้วนะ จะเหลือตัวรู้ขึ้นมา แล้วก็มารู้ตัวรู้ต่ออีกนะ ก็เดินได้เหมือนกัน

เนี่ยถ้าเข้าใจหลักของการปฏิบัตินะ มันจะไม่ปฏิเสธเส้นทางเดินซึ่งแตกต่างกัน คนที่เข้าใจหลักการปฏิบัติแล้วไม่ปฏิเสธ คนอื่นเขาก็เดินได้ด้วยเส้นทางของเขา แต่ละคนเดินไม่เหมือนกัน คนที่ขึ้นภูเขานะ ถ้าขึ้นถึงยอดเขาแล้วจะรู้เลยว่า เส้นทางขึ้นภูเขามีเยอะแยะเลย ไม่ใช่มีทางเดียวที่เราเดิน แต่ถ้ายังจะบอกว่ามีแต่เส้นทางของฉันเนี่ย เข้าใจผิดแล้ว แสดงว่ายังขึ้นไม่ถึงยอดเขาจริงหรอก อาจจะยังลงเหวไปอีกนะ เพราะคิดว่าเนี่ยทางหลุดพ้นอยู่ในเหวนี้ มุดลงไปในเหวอีก แต่ถ้าเข้าใจหลักของการปฏิบัตินะ มีสติวนเวียนอยู่ในกายในใจนี้ อย่าทิ้งมัน กายก็สอนธรรมะเราคือสอนไตรลักษณ์ จิตก็สอนธรรมะคือสอนไตรลักษณ์


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๒ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๑
Track: ๘
File: 520726
ระหว่างนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๔๔ ถึง นาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๕๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สมาธิเพื่อการเจริญปัญญา (๖/๖) : หากทิ้งสมถะ จะดูไม่ถึงจิต

mp 3 (for download) : สมาธิเพื่อการเจริญปัญญา (๖/๖) : หากทิ้งสมถะ จะดูไม่ถึงจิต

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ช่วงแรกๆพลาดไปเรื่องนึงนะ คือทิ้งสมถะไป อาศัยว่าทำสมถะมาตั้งแต่เด็ก สะสมพลังของจิตใจมา ๒๒ ปี มาดูจิตพรวดๆๆไป มันไปได้รวดเร็ว พอผ่านมาสองสามปีนะ ทิ้งสมถะไปนานๆจิตไม่มีแรงแล้ว พอไม่มีกำลังแล้วจะเหมือนที่พวกเราหลายคนดู จิตมันจะไปอยู่ข้างนอก มันจะไปนิ่งๆ สว่างอยู่ข้างนอก นิ่งๆไปพักอยู่เฉยๆอยู่ เรานึกว่าเราดูจิตอยู่ แต่ดูไม่ถึงจิตหรอกงั้นที่หลวงพ่อบอกดูไม่ถึงฐาน ดูไม่ถึงฐาน จิตไม่ตั้งมั่น จิตไปอยู่ข้างนอก สำนวนเดียวกันนะ หลายๆสำนวนแต่ว่าเนื้อหาอันเดียวกัน ใจไม่ตั้งมั่น หลวงพ่อเคยเป็นมาแล้ว

ตอนนั้นไปติดอยู่ตรงนี้ตั้งนาน ครูบาอาจารย์ก็ไม่ค่อยอยู่แล้ว มรณภาพไปมากแล้ว เอ๊ ทำไมเราภาวนาหลายปี จิตมันคงที่อยู่แค่นี้เอง จิตมันไม่พัฒนา ครูบาอาจารย์ก็บอกมาทุกองค์ๆนะ ว่าไม่มีวิธีปฏิบัติที่ยิ่งกว่านี้แล้ว ถ้าภาวนาพอเข้าถึงจิตถึงใจตนเองแล้ว ไม่มีวิธีที่ยิ่งกว่านี้แล้ว ทุกองค์เลยพูดอย่างนี้เหมือนกันหมดเลย บางองค์ท่านก็ปลอบใจว่า อย่าใจร้อนนะ เหมือนผลไม้ต้องรอเวลาสุกงอม เอ๊ะ เราก็รอมานานแล้วนะ มันไม่งอมซักที

ตอนนั้นมีโอกาสขึ้นไปกราบอาจารย์มหาบัวที่บ้านตาด ขึ้นไปท่านยังเทศน์อยู่บนศาลา ยังแข็งแรงหนุ่มกว่านี้เยอะ ไปกราบท่านบอกว่า ท่านอาจารย์ครับ ทำไมผมภาวนาแล้วมันไม่พัฒนาเลย ครูบาอาจารย์ให้ดูจิตดูใจอยู่ ก็ดูมาตลอดนะ ทำไมมันไม่พัฒนา ท่านหันมามองหน้าวับท่านก็บอกเลย จิตท่านเร็ว (ท่าน)บอก ที่ว่าดูจิตนั้นดูไม่ถึงจิตแล้ว ดูไม่ถึงจิต ตอนนั้นยังไม่เข้าใจนะ ว่าทำไมดูไม่ถึงจิต เหมือนที่หลวงพ่อบอกพวกเรานี่ จิตไม่ตั้งมั่น จิตไม่ถึงฐาน มันไม่ถึงจิต มันไม่ย้อนเข้ามาดูกายดูใจ ท่านบอกที่ว่าดูจิตนั้นดูไม่ถึงจิตแล้ว ต้องเชื่อเรานะตรงนี้สำคัญนะ เราผ่านมาด้วยตัวของเราเอง อะไรๆก็สู้บริกรรมไม่ได้ ท่านบอกงี้

พอท่านสอนอย่างนี้นะเราก็กราบท่านเลย มาบริกรรมพุทโธๆๆไปเรื่อย โอ๊ยพุทโธไปเหมือนโลกจะแตกเลย มันทุกข์มันทุรนทุรายนะ จิตมันกระสับกระส่ายไปหมดเลย จิตมันไปติดความว่างๆมานาน ไปอยู่ในความว่าง เนี่ยนักดูจิตต้องระวังนะ สิ่งที่อันตรายมากเลย คือไปติดความว่าง ดูไปๆแล้วก็ว่างอยู่อย่างนั้นเป็นปีๆ ว่างอยู่อย่างนั้น เสียเวลา พอท่านให้พุทโธๆนะ จิตมันต้องทำงาน จิตมันเคยว่างงานมานานนะ พอจิตมันทำงานนะ มันมีทุกข์ทุรนทุรายไปหมดเลย ทุรนทุรายจนเอาไม่อยู่เลย ฟุ้งซ่านแบบดูไม่ไหวเลย

ในที่สุดก็มานึก เอ๊ ทำไมครูบาอาจารย์ว่าเราดูไม่ถึงจิต ค่อยๆสังเกตนะ ทำไมท่านว่าเราดูไม่ถึงจิต ค่อยๆสังเกตลองทวนจะมาดูจิต ปรากฎทวนเข้ามาไม่ได้ มันไม่ทวนเข้ามา ทวนเข้ามาก็ไม่ถึงที่ อ๋อจิตไม่ตั้งมั่น อ๋อขึ้นมาเลย ไปเห็นสภาวะที่มันทวนเข้ามาไม่ได้ นึกว่าจิตไม่ตั้งมั่น เราไม่ถนัดบริกรรม เราถนัดลมหายใจ เรารู้ลมหายใจ หายใจๆ หายใจไปจิตมันก็ตั้งขึ้นมานะ มันก็เดินต่อได้

เพราะนั้นจิตที่ตั้งมั่นก็สำคัญนะ ไม่ใช่ไม่สำคัญ งั้นดูจิตไป บางคนที่หลวงพ่อบอกว่าอย่าเพิ่งทำสมถะ อันนั้นติดสมถะมาติดมางอมแงมเลย ต้องเลิกซะก่อน ทิ้งไปซะก่อนของที่ติด มาเริ่มต้นเอาใหม่ มาหัดเจริญสติ พอมีสติแล้วนะยังไงก็ทิ้งสมถะไม่ได้หรอก ก็ต้องทำอยู่ดีแหล่ะ แต่จะทำง่าย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๗
Track: ๔
File: 511023
ระหว่างนาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๕๒ ถึง นาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๕๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เดินปัญญาได้แล้วอย่าทิ้งสมถะ

mp3 for download : เดินปัญญาได้แล้วอย่าทิ้งสมถะ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

เดินปัญญาได้แล้วอย่าทิ้งสมถะ

เดินปัญญาได้แล้วอย่าทิ้งสมถะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : มีอยู่คราวหนึ่ง ภาวนา มันเห็นสภาวะอยู่กลางหน้าอกนี่ มันไหวยิบยับๆ ใครเคยเห็น ไหวยิบยับในหน้าอก ยกมือสิๆ มีเยอะเหมือนกัน มันไหวยิบยับๆนี่น่ะ ดูแล้วไม่หาย อย่างถ้าความโลภความโกรธความหลงเกิดขึ้นมา ดูป๊บหายปั๊บ รู้สึกมั้ย โกรธขึ้นมาพอรู้ทันนั้นก็หาย โลภมารู้ทันมันหาย ไอ้ไหวยิบยับไม่ยอมหาย ไม่หาย ดูอยู่อย่างนั้นนะดู เสร็จแล้วสติมันไปจ่อมันไปดูอยู่ ดูอยู่เป็นเดือนเลย กลางวันก็ดู กลางคืนก็ดู ไม่ยอม(หยุด)เลย มันจะดูของมันตลอดเวลา เพราะมันสงสัยว่าตัวนี้มันคืออะไร

มันไหวยิบยับๆยิบยับๆขึ้นมาอยู่เดือนหนึ่งได้ โอ๊ยทุกข์มากเลย มันเหนื่อยแสนสาหัส เหนื่อยหนักเลย เอ๊… เราจะทำอย่างไรดี เราไม่ผ่านตัวนี้น้อ.. ไปถามครูบาอาจารย์ดีกว่า ไปหาหลวงพ่อพุธ ตอนนั้นท่านกำลังมีงาน เรียกว่างานบูรพาจารย์ ๑ – ๓ ธันวาคม ใช่มั้ย ชักจะจำไม่ได้แล้ว ไม่ได้ไปหลายปี ก็มีโยมมีพระมาเต็มวัดเลย ทีนี้หลวงพ่อไปแต่เช้าเลย หลวงพ่อพุธท่านยังไม่ได้ออกไปเทศน์ ก็ไปเล่าให้ท่านฟัง ว่ามันไหวอย่างนี้ จะทำอย่างไรครับ ทรมานมากเลย เห็นอยู่เดือนหนึ่งแล้ว

พวกเรา สมมุติ พวกเราดูหนังเรื่องเดิม ๑ เดือน ทุกข์หรือไม่ทุกข์ล่ะ ฟังเพลงประโยคเดียว ๑ เดือน ทุกข์มั้ยล่ะ ประโยคเดียว เนี่ยมันเห็นไหวยิบยับๆ ทู้ก..ทุกข์ บอกหลวงพ่อพุธว่าเนี่ยผมจะทำยังไงดี แต่เดิมสภาวะอะไรเกิดขึ้น ผมดูปุ๊บขาดหมดเลย นี้ไม่ขาด หลวงพ่อพุธบอกว่าการภาวนานี้ เมื่อถึงขั้นละเอียดนะ มันเหลือแต่ยิบยับๆ ยิบยับๆ ท่านว่าอย่างนี้ มันเหลือแต่ยิบยับๆให้ดูไปนะ ดูไป เนี่ยไม่มีทางปฏิบัติอื่นหรอก มันเป็นความปรุงละเอียด จิตมันปรุงละเอียด

ท่านพยายามสอนนะ ใจเราไม่ลง เฮ่อ.. ก็ปรุงละเอียดน่ะครับ แล้วทำอย่างไรจะผ่าน ใจมันไม่ลงแต่ไม่พูดนะ แต่ท่านรู้ว่าใจเรายังติดอยู่ นี่น่ะครูบาอาจารย์ท่านรู้หรอก ใจเรายังข้องนะ ใจเรายังติดอยู่ ท่านก็พยายามอธิบายใหญ่นะ วนไปวนมา ซ้ำไปซ้ำมา จะให้จิตเราคลายออก มันไม่คลาย สักครึ่งชั่วโมงแล้วพระมาตาม บอกว่าได้เวลาแล้ว คนเขารออยู่เต็มศาลาเลย ท่านบอกว่า เอาไว้ก่อนๆ อันนั้นไปเทศน์ตามธรรมเนียม ไม่สำคัญเท่าไหร่หรอก ตรงนี้สำคัญ ต้องแก้กรรมฐานก่อน นี่นะท่านพยายามแก้ให้หลวงพ่อนะ เกือบชั่วโมง ไม่ตกนะ แก้ไม่ตกนะ ในที่สุดเราก็ต้องบอกท่านว่า หลวงพ่อเหนื่อยเต็มทีแล้วครับ นิมนต์หลวงพ่อไปเทศน์เถอะ เดี๋ยวผมค่อยไปหาทางจัดการเอาเอง สงสารท่านนะ แล้วเราก็ชักกลัวด้วย เขามาตามหลายรอบแล้ว เขาก็ชักตาขวางๆแล้ว

เสร็จแล้วกลับมาบ้าน แก้ไม่ตก เขียนจดหมายไปถามอาจารย์มหาบัว สมัยโน้นท่านยังตอบจดหมายอยู่ คนยังไม่ยุ่งกับท่านมาก ตอนนั้น เขียนไปถามท่านว่า มันยิบยับอย่างนี้ทำยังไง แล้วท่านก็ตอบมานะ ให้หนังสือธรรมเตรียมพร้อมมา บอกว่าเราเพิ่งไปทำตาใหม่ เราเขียนจดหมายยาวไม่ได้ ให้ไปอ่านเอาเอง โอ้โห..เล่มเบ้อเริ่มเลย ไม่รู้จะทำอย่างไร ท่านให้มานะ เอาหนังสือลงวางนะ บนโต๊ะกราบเลย กราบท่านเลย ไหนๆท่านก็ให้มาแล้ว ลองดูสักหน้าสองหน้าก็แล้วกัน พลิกออกมานะ กลางๆเล่มนะ ตอบเเรื่องนี้เป๊ะเลย ไม่ใช่ปาฏิหาริย์หรอก พอดีมือมันไปเปิดหน้านี้เข้า

ท่านก็บอกเหมือนที่หลวงพ่อพุธบอกเปิ๊ยบเลย การภาวนาพอถึงขั้นละเอียดจะเหลือแต่ยิบยับๆ แก้ไม่ตกน่ะ แก้ไม่ตก ตายแล้ว อาจารย์มหาบัวบอกมา ก็เหมือนที่หลวงพ่อพุธบอกนะ นี่ คิดอย่างนี้ ทำอย่างไรดี มันมีแต่ทุกข์ล้วนๆเลย บอกจิต บอกกับจิตนะ หยุดซะ วันนี้อย่าดูมัน วันนี้อย่าดูมันเลยนะ ไปดูของอื่นนะ ไปดูหนังฟังเพลงก็ได้นะ ทำอะไรก็ได้ ให้มันไปที่อื่น อย่ามาดูอยู่ตรงนี้ กลางหน้าอกนี่ สั่งมันอย่างนี้ มันไม่ยอมนะ เปิดทีวีดูนะ มันก็เห็นไอ้นี่ยิบยับๆอยู่อย่างนั้นนะ แก้อย่างไรก็ไม่ตกน่ะ

ไปยืนรอรถเมล์อยู่ จะไปทำงาน ผู้คนก็เยอะแยะเลย ที่ป้ายรถเมล์ เพื่อนร่วมทางเยอะนะ เรียกว่าเพื่อนร่วมทุกข์ ไปรอรถเมล์อยู่ บอกมัน เลิกดูเหอะๆ มันไม่เลิก นึกขึ้นได้เอ๊ะเราไม่ได้ทำสมถะมานานแล้ว ทำเสียหน่อย พอเดินปัญญานี่นะ เป็นจุดอ่อนนะ พวกเราเป็นกันทุกคนน่ะ พอเดินปัญญาได้แล้วชอบทิ้งสมถะไปเลยนะ ไม่ทิ้ง ต้องไม่ทิ้ง เอาละวันนี้ทำสมถะเสียที หายใจเข้าพุทหายใจออกโธนับหนึ่งเข้าพุทออกโธนับสองอย่างนี้ นับไปๆได้ ๒๘ ครั้งนะ หายใจเข้าออกได้ ๒๘ ที จิตมันรวมลงมาปุ๊บ รวมลงไปนะ มันได้พักนิดนึงนะ พอมันถอนขึ้นมานะ ไอ้ยิบยับนะขาดไปนะ หายไป จิตหลุดออกไปจากไอ้ยิบยับ แต่ยิบยับมีอยู่นะ จะปรุงไปเรื่อยแหละนะ ถ้าไม่ใช่พระอรหันต์มันปรุงอีก แต่จิตมันถอนออก มันไม่เข้าไปเพ่งไปเกาะมันนิ่งๆอยู่ตรงนั้น

เนี่ยดูจิตนะ สั่งมันไม่ได้หรอก สั่งมันไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราภาวนานะ จับหลัก ทำความสงบเป็นช่วงๆไป แล้วก็ดูมันทำงานไป เป็นระยะๆ ระยะไป สลับไปสลับมา แล้วจิตจะได้มีเรี่ยวมีแรง เป็นของสั่งไม่ได้ห้ามไม่ได้บังคับไม่ได้ มันทำงานของมันได้เอง มันจะไปยิบยับ มันก็ยิบยับเอง มันจะไปดูยิบยับมันก็ไปดูของมันเอง ทำไม่ได้สักอย่าง เนี่ยเราค่อยฝึกๆนะ ค่อยหัดไป

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า

CD: ๓๙
File: 540226A
ระหว่างนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๕๑ ถึงนาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๕๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เจริญปัญญาได้แล้ว ก็อย่าทิ้งสมาธิ

mp 3 (for download) : เจริญปัญญาได้แล้ว ก็อย่าทิ้งสมาธิ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

เจริญปัญญาได้แล้ว ก็อย่าทิ้งสมาธิ

เจริญปัญญาได้แล้ว ก็อย่าทิ้งสมาธิ

หลวงพ่อปราโมทย์ : มีช่วงหนึ่งนะ มันเห็นแต่สภาวะ เห็นทั้งวันเห็นทั้งคืน ไหวยิบแย็บๆๆ ทั้งหลับทั้งตื่น เห็นอยู่อย่างนั้น ยิบแย็บๆ เหนื่อย เหนื่อยมากเลยก็นึก วันนี้ขอไม่ภาวนาสักวันเถอะ ขอไม่ดู ขอไม่ดูก็ไม่ได้ เพราะสติเป็นอัตโนมัติ ทำอย่างไรก็ไม่หาย ทำอย่างไรก็ผ่านตรงนี้ไม่ได้นะ เหนื่อยมากเลย เครียด

วิ่งไปหาหลวงพ่อพุธ จำได้เลย ไปวันบูรพาจารย์ คนเต็มวัดเลย พระก็คอยมาเร่ง บอกหลวงพ่อ เขาพร้อมกันแล้ว ให้หลวงพ่อไปเทศน์ที่ศาลา หลวงพ่อบอกว่า ยังๆ ต้องแก้ตรงนี้ก่อน ตรงนี้สำคัญ นั่งแก้กรรมฐานให้หลวงพ่ออยู่ชั่วโมงหนึ่ง เหนื่อยมากเลยนะ เราก็เหนื่อย ท่านก็เหนื่อย ใจมันไม่ลง

ท่านบอกว่า เมื่อภาวนาไปถึงขั้นละเอียดเนี่ย มันเห็นแต่สภาวะยิบยับๆนี้แหละ ให้สักว่ารู้สักว่าเห็นไป เราก็รู้นะ ฟังท่านพูด ก็รู้แต่ทฤษฎีนะ ใจมันไม่ยอม มันเหนื่อย แต่สุดท้ายก็ต้องบอกท่าน นิมนต์หลวงพ่อไปเทศน์ที่ศาลาเถอะ คนรออยู่นานแล้ว ทั้งพระ ทั้งโยม เราก็กลับมา ไม่รู้จะทำอย่างไรนะ

เขียนจดหมายไปหา อาจารย์มหาบัว แต่ก่อนเรียกท่านว่า ท่านอาจารย์พระมหาบัว ไม่ได้ไปเรียกท่านว่าหลวงตาบัวนะ เขียนจดหมายไปถึงท่านอาจารย์พระมหาบัว เรียนท่านว่าสภาวะเป็นอย่างนี้ๆ ธรรมดาเขียนไปท่านจะเขียนตอบมา สอนกรรมฐานให้เราทางจดหมาย คราวนั้นท่านตอบมาสั้นๆ บอกว่า เราเพิ่งไปผ่าตามา เขียนจดหมายยาวไม่ได้ เอาหนังสือไปอ่านเอง ส่งหนังสือธรรมเตรียมพร้อมมาให้เล่มหนึ่ง เบ้อเริ่มเลย เห็นแล้วท้อใจ เราไม่ชอบอ่านหนังสือ เราน่ะสงสัยอยู่จุดเล็กนิดเดียวนะ เอาหนังสือมาให้เราเล่มใหญ่ ท่านให้มาแล้วก็ยกมือไหว้นะ กราบท่าน ยกมือไหว้ หยิบหนังสือมาเปิด พลัวะ หน้านั้นเลยที่เปิดออกมา เรื่องภาวะที่ยิบยับๆนี่แหละ มาอ่านดูก็เหมือนที่หลวงพ่อพุธบอกหมดนะ ใจไม่ลงอีกละ กลุ้มใจ

เสร็จแล้ววันรุ่งขึ้นไปทำงาน ไปขึ้นรถเมล์ ตอนรอรถเมล์เนี่ย โอ้… เหนื่อยเต็มประดาแล้ว วันนี้ขอพักดีกว่า ทำสมถะดีกว่า หายใจเข้าพุทธ.. หายใจออกโธ.. นับหนึ่งนะ นับไปถึง ๒๘ จิตก็รวมเข้ามานะ พอจิตถอยออกมานะ สภาวะนี้ขาดสะบั้นเลย เรารู้เลยว่า เราเจริญแต่ปัญญา เราทิ้งสมาธิ นี่ก็โง่อีกแบบหนึ่ง

เห็นมั้ยวันนี้เล่าแต่เรื่องโง่ๆของหลวงพ่อ เห็นมั้ย โง่ไปติดสมาธิ โง่ไปหาจิต โง่ไปแก้อาการของจิต นี่เรื่องโง่ๆทั้งนั้นเลย นี่โง่ทิ้งสมาธิไป ทิ้งสมถะ เพราะฉะนั้นสมถะก็ทิ้งไม่ได้นะ แต่ทำสมถะอย่างเดียวก็ไม่บรรลุ มรรค ผล นิพพาน คนละเรื่องกันเลย แต่ไม่มีสมถะเลยก็ไม่มีเรี่ยวมีแรง เหมือนมีมีดทื่อๆ ฟันอะไรก็ไม่เข้า เพราะฉะนั้นเราต้องมีความสงบเป็นช่วงๆไป เพียงแต่สงบแล้วต้องออกมารู้กาย สงบแล้วต้องออกมารู้ใจ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันพุธที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๐ หลังฉันเช้า


CD: ธรรมเทศนา ๔ วันในสวนสันติธรรม
Track: ๒
ระหว่างนาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๑๙ ถึง นาทีที่ ๓๒ วินาทีที่ ๑๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การภาวนาคือการเรียนรู้ตัวเอง ไม่ใช่การดัดแปลงตัวเอง

mp3 for download : การภาวนาคือการเรียนรู้ตัวเอง ไม่ใช่การดัดแปลงตัวเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

มนุษย์ดัดแปลง

มนุษย์ดัดแปลง

หลวงพ่อปราโมทย์ : โยนิโสมนสิการ ไม่ใช่แปลว่า คิดส่งเดช คิดตามใจชอบ นึกจะคิดก็คิดเอาเอง ไม่ใช่ แต่ต้องคิดให้อยู่ในหลัก อยู่ในแนวทางที่พระพุทธเจ้าสอน เพราะฉะนั้นเราต้องเรียนว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไรก่อน

พระพุทธเจ้าสอนอริยสัจจ์นะ ง่ายๆเลย ทุกข์ให้รู้ ทุกข์คืออะไร ทุกข์คือกายกับใจ หน้าที่ของเราก็คือ รู้กายรู้ใจ เห็นมั้ยง่ายๆ รู้ไปเรื่อยแล้ววันหนึ่งละสมุทัยเอง ละความอยาก พอหมดความยึดในกายในใจก็หมดความอยากที่จะให้กายให้ใจเป็นสุข หมดความอยากให้กายให้ใจพ้นทุกข์

เมื่อไรจิตหมดความอยาก จิตก็จะเห็นนิพพาน นิพพานคือสภาวะที่พ้นจากความอยาก ยังอยากอยู่นะไม่เห็นนิพพาน ยังอยากปฏิบัติยังไม่มีวันเห็นนิพพานหรอก อยากได้ผลนะยิ่งไม่มีทางเห็นใหญ่ ตราบใดที่ความอยากยังครองหัวใจอยู่ ตราบนั้นยังไม่เกิดมรรคผลหรอก

เนี่ยเราสังเกตของเราไปเรื่อยๆ อยู่ในหลักนี้แหละ รู้ทุกข์ไป รู้กายรู้ใจอย่างที่เขาเป็น รู้ไปเรื่อย ท่านให้รู้นี่ ท่านไม่ได้ให้บังคับ ไปเพ่งกายเพ่งใจเรียกว่ารู้กายรู้ใจหรือเปล่า? เพ่งกายเพ่งใจก็ไม่ใช่รู้กายรู้ใจ

ยกตัวอย่างบางคนไปดูท้องพองยุบนะ เพ่งอยู่ที่ท้อง ทำไมต้องเพ่ง เบื้องหลังการเพ่งคือโลภะ อยากปฏิบัติ เบื้องหลังโลภะก็คือความเห็นผิดว่ามันเป็นตัวเรา เราอยากให้เราพ้นทุกข์นะ อวิชามีอยู่ เห็นว่ากายนี้ใจนี้เป็นเรา ยึดถือว่าเป็นตัวดีตัววิเศษ เพราะมีอวิชาก็เลยมีตัณหา-อยาก พออยากแล้วก็ทำตามอยาก สนอง

คนทั่วๆไป สัตว์ทั่วๆไป พอเกิดความอยากก็ตามใจมัน สนองกิเลสไปเรื่อย ความอยากก็หมดไป เช่น อยากไปดูหนังแล้วไปดูหนังก็หายอยาก

ทีนี้นักปฏิบัตินะ ชอบบังคับตัวเอง จิตมีความอยากปฏิบัติอยากอะไรนะ ลงมือปฏิบัติ ลงมือบังคับตัวเอง คิดถึงการปฏิบัติเมื่อไหร่ก็ลงมือบังคับตัวเองเมื่อนั้น บังคับกายบังคับใจ กายก็ต้องเรียบร้อย นิ่งๆ ทำอะไรต้องช้าๆ ไปสังเกตดู ครูบาอาจารย์ที่ท่านภาวนาดี ไม่เห็นมีองค์ไหนท่านช้า ยกเว้นแต่ท่านช้าของท่านเอง ช้ามาแต่ไหนแต่ไร ยกตัวอย่างหลวงปู่เทสก์ท่านนุ่มนวล ท่านทำอะไรก็ช้าๆหน่อย ท่านนุ่มนวล อาจารย์มหาบัว ชึบชับๆ ว่องไว แก่ป่านนี้ท่านยังว่องไวอยู่เลย เห็นมั้ย ท่านไม่ได้ดัดจริตทำเป็นช้าๆให้ดูน่านับถือ ไม่มีหรอกไม่มีเสแสร้งเลย

เพราะฉะนั้นการภาวนาไม่ใช่ไปดัดแปลง คิดถึงการปฏิบัติก็ดัดแปลง เคยเดินท่านี้ก็เปลี่ยนท่าเดิน เคยนั่งอย่างนี้ก็เปลี่ยนท่านั่ง เคยกินอย่างนี้ก็ต้องเปลี่ยนวิธีกิน บางคนกินข้าวนะ กินข้าวเช้ากว่าจะเสร็จข้าวบูดไปแล้ว กินนาน…มากเลยนะ แปรงฟันมื้อเช้านะจนเพื่อนเขากินมื้อกลางวันเสร็จแล้วยังแปรงไม่เสร็จเลยก็มีนะ ไม่ใช่ไม่มี อะไรจะดัดแปลงตัวเองมากขนาดนั้น

การภาวนาคือการเรียนรู้ตัวเอง ไม่ใช่คือการดัดแปลงตัวเอง รู้กายลงไป รู้ใจลงไป ดูของจริงในกายในใจ กายนี้ไม่เที่ยงหรอก เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอด กายนี้ทนอยู่ในสภาวะอันใดอันหนึ่งไม่ได้ กายเป็นวัตถุเป็นก้อนธาตุนะ ไม่ใช่ตัวเราหรอก ดูลงไป

จิตก็เหมือนกันนะ มันไม่เที่ยง เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทนอยู่ในภาวะอันใดอันหนึ่งไม่ได้ ถูกตัณหาบีบคั้นอยู่ตลอดเวลา เพราะเราบังคับมันไม่ได้ สั่งมันไม่ได้จริงหรอก

เรียนจนเห็นของจริงนะ พอเห็นความเป็นจริงแล้วจะเบื่อ เพราะเห็นตามความเป็นจริงก็เบื่อหน่าย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒ หลังฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๐
File: 520426B.mp3
ลำดับที่ ๕
ระหว่างนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๔๘ ถึง นาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๒๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่