Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เมื่อมีความอยากก็มีความยึดถือ มีความยึดถือก็มีความทุกข์

mp3 for download : เมื่อมีความอยากก็มีความยึดถือ มีความยึดถือก็มีความทุกข์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย
retouched by Dhammada.net

หลวงพ่อปราโมทย์ :อะไรเป็นปัจจัยให้เกิดอุปาทาน ก็ตัณหา-ความอยาก เป็นปัจจัยให้เกิดความยึดถือ เพราะอยากถึงยึด เพราะเขามีความอยากจึงมีความยึด ความอยากนั้นเกิดจากว่า เรารู้สึกว่านำความสุขมาให้ หรือไม่นำความทุกข์มาให้ สิ่งที่มากระทบเรานี้

ถ้าเรารู้สึกว่ามันนำความสุขมาให้ เราก็อยากให้มันอยู่นานๆ หรือหากมันยังไม่มาก็อยากให้มันมา มันมาแล้วก็อยากให้มันอยู่ตลอด ถ้ารู้สึกว่ามันนำความทุกข์มาให้ เราก็อยากให้มันไม่มา มาแล้วก็อยากให้มันไปเร็วๆ ตัวเวทนานะ ความรู้สึกสุขรู้สึกทุกข์ก็เลย เป็นปัจจัยให้เกิดความอยาก พอมันสุขก็อยากให้มันมา มาแล้วก็อยากให้มันอยู่นานๆ มันทุกข์ขึ้นมา ก็อยากให้มันไม่มา ถ้ามันมาก็อยากให้มันไปเร็วๆ

อาศัยเวทนานะเป็นปัจจัยให้เกิดตัณหา อาศัยตัณหาคือความอยากก็ทำให้เกิดความยึด มีความยึดขึ้นมานะ ก็ไปหยิบฉวยเอาตัวทุกข์ขึ้นมา กายนี้ใจนี้โดยตัวของมันเองนะ เป็นตัวทุกข์

สติปัญญาของเราไม่พอที่จะเห็นว่ามันเป็นตัวทุกข์ เราเห็นว่ามันเป็นของดีของวิเศษเราจึงเข้าไปยึดมัน แต่ถ้าวันใดเราเห็นความจริงว่ากายนี้ใจนี้เป็นตัวทุกข์ เห็นของไม่ใช่ของดีของวิเศษอย่างที่เคยนึกเคยคิดไว้ ถ้าเห็นความจริงตรงนี้ได้นะ ความยึดถือจะหมดไป ความอยากความยึดก็จะหมดไป


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๑๑ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
File: 551208B
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๑๐ ถึงนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๑๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ความทุกข์แปรไปตามกำลังของความยึดถือ

mp3 for download : ความทุกข์แปรไปตามกำลังของความยึดถือ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย
retouched by Dhammada.net

หลวงพ่อปราโมทย์ :จริงๆแล้วการปฏิบัติธรรมนะ เอา Basic เลย มันไม่มีอะไรหรอก มันคือการเรียนรู้ความเป็นจริงของตัวเราเอง สิ่งที่เรียกว่าตัวเราก็คือกายกับใจของเรานี่แหละ ถ้าเราเรียนรู้ความจริงได้นะ เราจะหมด ถ้าไม่หมดนะก็ลด ความยึดถือกายยึดถือใจลงได้ ถ้าเรายึดถือมากก็ทุกข์มาก ยึดถือน้อยก็ทุกข์น้อย ไม่ยึดถือก็ไม่ทุกข์ ใจของเรามันทุกข์ขึ้นมาได้เนี่ย ก็เพราะว่ามันเข้าไปยึดถือสิ่งต่างๆ ส่วนร่างกายที่เป็นทุกข์น่ะ เป็นไปตามธรรมชาติของมัน มีร่างกายแล้วถึงอย่างไรก็ทุกข์

ร่างกายของพระอรหันต์ก็ทุกข์เหมือนที่พวกเราทุกข์นั้นแหละ แต่จิตใจเนี่ย ท่านรู้ความจริงมากก็ไม่ยึดถือ ท่านก็ไม่ทุกข์ พระอนาคามีท่านยังยึดถือจิตอยู่ แต่ว่าไม่ยึดถือกาย ร่างกายเจ็บป่วยแปรปรวนอะไรก็ไม่เดือดร้อน แต่ถ้าจิตไม่มีสมาธิอะไรอย่างนี้ ยังเดือดร้อน ยังพยายามรักษาจิตอยู่ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี ก็ยังคงยึดถือขันธ์ ๕ เหมือนที่พวกเรายึดนี่แหละ แต่ท่านยึดน้อยกว่า ของเรายึดมาก ถ้าเราเห็นว่าขันธ์ ๕ ของเรา ร่างกายจิตใจของเรา เป็นของดีของวิเศษ หวงแหนมาก รักมาก อยากให้มันอยู่อย่างนี้แหละ อมตะนิรันดร อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเราคงที่อยู่ในสิ่งที่ดี ถ้ามีของไม่ดีมาก็อยากให้มันพ้นไปเร็วๆ

ความอยากนั้นเป็นต้นตอให้เกิดความยึดถือ เนี่ยเราจะเรียนนะ จนกระทั่งวันหนึ่งมันไม่ยึด ไม่ยึดไม่ทุกข์ ตัวที่ทำให้เข้าไปยึดถือสิ่งต่างๆนั้นน่ะคือ ความยึดถือ มีชื่อเรียกว่า “อุปาทาน”


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๑๑ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
File: 551208B
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๒ ถึงนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อุปาทานขันธ์

mp3 for download: อุปาทานขันธ์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : คนที่อยู่ไกลๆนะ เขาฟังซีดี หรือเขาดาวน์โหลดไฟล์เสียงไปฟัง เขาก็ภาวนาได้นะ จับหลักให้แม่นแล้วภาวนา ใช้ความสังเกตไม่เข้าข้างตัวเอง ใช้สังเกตใจของเราไปเรื่อย กิเลสก็หลอกไม่ได้ ดีกว่าเที่ยวไปฟังคนโน้นคนนี้นะ คนฟังหลวงพ่อแล้วภาวนาดีๆ เที่ยวไปถามคนโน้นคนนี้ เสียเลยก็มี พาออกนอกลู่นอกทางก็มี แต่ว่าอันนี้แล้วแต่บุญแต่กรรม สมาธิชนิดเพี้ยนๆมีเยอะ ทิ้งหลักที่พระพุทธเจ้าสอน

คือถ้าเราจะทำวิปัสสนานะ เราทิ้งการเห็นความเป็นไตรลักษณ์ของรูปนามไม่ได้ ต้องรู้รูปนาม เพราะพระพุทธเจ้าท่านบอกว่า ทุกข์ให้รู้ สมุทัยให้ละ นิโรธทำให้แจ้ง มรรคทำให้เจริญ

ท่านนิยามคำว่าทุกข์เอาไว้ชัดเจน ว่าสิ่งที่เรียกว่าทุกข์ก็คืออุปาทานขันธ์ สงฺขิตฺเตน ปญฺจุปาทานกฺขนฺธาทุกฺขา ว่าโดยสรุปอุปาทานขันธ์ทั้ง ๕ เป็นตัวทุกข์

คำว่าอุปาทานขันธ์นั้นเมื่อก่อนนี้หลวงพ่อก็แปลผิด ไปแปลว่าขันธ์นี้ไม่ทุกข์ ต่อเมื่อเราเข้าไปยึดถือถึงจะทุกข์ จึงเรียกว่าอุปาทานขันธ์ ความจริงไม่ใช่ ขันธ์ทั้งหมดนั้นแหละตัวทุกข์ แต่ว่าทำไมท่านแยก มีคำว่าอุปาทานขันธ์ เพราะขันธ์มี ๒ ชนิดน่ะ ขันธ์ที่เป็นอุปาทานขันธ์นั้นเป็นตัวทุกข์ทั้งหมดเลย ไม่ใช่ว่าจะต้องเข้าไปยึดถึงจะทุกข์ ขันธ์บางอย่างไม่ใช่อุปาทานขันธ์ มีจิตบางประเภท ไม่อยู่ในอุปาทานขันธ์ ยกตัวอย่าง มรรคจิต ผลจิต บรรดาโลกุตตรธรรมทั้งหลาย พ้นจากทุกข์ไป ไม่จัดอยู่ในกองทุกข์ แต่ยังเป็นขันธ์อยู่

เพราะฉะนั้นคำว่าอุปาทานขันธ์นั้นเป็นการพูดขึ้นมาเพื่อจำแนกประเภทของขันธ์ ไม่ใช่ว่าอุปาทานขันธ์ หมายถึงว่า ขันธ์นั้นไม่ทุกข์ เราเข้าไปยึดแล้วถึงจะทุกข์ เมื่อก่อนหลวงพ่อแปลผิดน่ะ ตอนนั้นยังเด็กๆ เป็นนักศึกษาไปบวชวัดชลประทาน สวดมนต์แปล สงฺขิตฺเตน ปญฺจุปาทานกฺขนฺธาทุกฺขา ว่าโดยย่ออุปาทานขันธ์ทั้ง ๕ เป็นทุกข์ เพราะนึกเอามักง่าย ถ้าไม่ยึดก็ไม่ทุกข์หรอก คิดอย่างนั้น พอภาวนาแล้วพบว่ามันไม่ใช่นะ จะยึดหรือว่าไม่ยึดก็ตามนะ ขันธ์ที่พวกเรารู้จักทั้งหลายนั้น เป็นทุกข์ทั้งนั้นเลย พวกเรายังไม่เห็นขันธ์ที่พ้นจากกองทุกข์ ต้องเป็นพระอริยะจึงจะเห็น


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ หลังฉันเช้า

CD แผ่นที่ ๔๒
ลำดับที่ ๖
File 541008B.mp3

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อัตตวาทุปาทาน

mp3: (for download) อัตตวาทุปาทาน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยม: หลวงพ่อครับ อยากให้หลวงพ่อช่วยอธิบายครับว่า การบังคับ หมายถึงว่ามีตัวตนที่บังคับได้ และก็ตัวตนที่บังคับไม่ได้

หลวงพ่อปราโมทย์: ตัวตนไม่มีนะ ไม่มีสักอย่างเดียว ทั้งตัวตนที่บังคับได้ ตัวตนที่บังคับไม่ได้ ตัวตนไม่มี มีแต่ขันธ์

โยม: บางครั้งเราไม่เข้าใจว่า อย่างเช่น บางเรื่องเราเข้าใจว่ามันบังคับไม่ได้ อย่างสมมุติว่าเราสั่งให้มือขยับอย่างนี้

หลวงพ่อปราโมทย์: อันนี้ เพราะว่ารูปมันเคลื่อนไหวได้เพราะจิตสั่ง การที่จิตสั่งเป็นเหตุอันหนึ่งให้เกิดรูป รูปบางอย่างเกิดจากจิตเรียก ‘จิตตชรูป’ รูปที่เกิดจากจิต เพราะฉะนั้นไม่ใช่ว่ารูปทุกอย่างที่สั่งได้

โยม: ขออีกคำถามครับ ก็คือว่า บางครั้ง ไปดูว่า บางครั้งจิตเป็นผู้รู้ จิตเป็นผู้นึก บางครั้งเป็นผู้จำ ระหว่างที่ดู บางครั้งเราเห็นว่าหลังจากเกิดกิเลสแล้ว ก็จะมี… มองไปดูอีกทีหนึ่งมันมีตัวตน เห็นตัวตนแทรกมาเป็นระยะๆ

หลวงพ่อปราโมทย์: ใช่ๆ

โยม: ครับ คราวนี้บางทีก็เป็นตัวตนใหญ่ ตัวตนเล็ก บางทีก็มองไม่ชัดไม่เห็น บางครั้งก็ตั้งใจเข้าควานๆเพื่อไปหามันว่ามันอยู่ตรงไหน

หลวงพ่อปราโมทย์: ถ้าควานอยู่ไม่เห็นหรอกเพราะว่าเราเอาตัวตนเที่ยวหาตัวตน มองไม่เห็น ถูกต้องแล้ว เพราะฉะนั้นตัวตนจริงๆไม่มีหรอก จิตเราไปสำคัญว่ามีขึ้นมาเอง เป็นทิฎฐิ เป็นมิจฉาทิฎฐิ ไม่มีจริง เหมือนภาพฝัน เหมือนภาพลวงตา

โยม: ตัวนี้เป็นทิฎฐิหรืออุปาทานครับ

หลวงพ่อปราโมทย์: ใจมันไปสำคัญผิดว่ามีตัวตน มันอุปาทานในสิ่งต่างๆ แลัวมันก็ยึดในวาทะว่ามีตัวตน เพราะฉะนั้นไม่มีนะ ว่า ความยึดอุปาทานในตัวตน ไม่มี มีแต่คำว่า ‘อัตตวาทุปาทาน’ อัตตะ วาทะ มีวาทะว่ามีตัวตน แล้วไปยึดในวาทะอันนี้ เพราะฉะนั้นตัวตนจริงๆไม่มีให้ยึดหรอก แต่เราไปยึดในความคิดความเห็นว่ามีตัวตน แล้วไปสำคัญมั่นหมาย เอาสภาวธรรมซึ่งเราไปรวบมาแล้ว แล้วไปสำคัญหมายว่าเป็นตัวเป็นตน เรียกว่า ‘สัญญาวิปลาส‘ วิปลาสไป ทั้งๆที่ไม่มี

โยม: คือ มันเป็นสภาวะที่ผุดขึ้นมาเท่านั้นเอง

หลวงพ่อ: ใช่ มันผุดขึ้นมาตามหลังความคิดมา พอเราคิดนะ โดยเฉพาะถ้าคิดแล้วกิเลสเจือนะ จะโผล่ได้เร็วและแรง ถ้าคิดไปในทางเป็นกุศลนะ ก็โผล่เหมือนกันนะ โผล่มานุ่มนวล เบาๆ แหม ฉันเป็นคนดี นี่ฉันทำบุญใส่บาตร ฉันดี

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรี่ราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อวันอังคารที่ ๑๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๑ หลังฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๕
File: 510415B
Time: นาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๒๕ ถึง นาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๔๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่