Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ฆราวาสธรรม อ.สุรวัฒน์ ณ.บ้านจิตสบาย พ.ย. ๕๗ (๑+๒)

ตอนที่ ๑

Link(VIDEO) : youtu.be/BZ3hzcW4ON0

ตอนที่ ๒

Link(VIDEO) : youtu.be/OCm5l3RGIOc

อาจารย์ สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา
สนทนาธรรมในรายการ “ฆราวาสธรรม” ที่‏ บ้านจิตสบาย
เลขที่ ๑๐๑ ถนนสุขาภิบาลบางระมาด แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา
จังหวัดกรุงเทพ ๑๐๑๗๐
เมื่อวันเสาร์ที่ ๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News : ขอเชิญร่วมกิจกรรม และสนทนาธรรมกับ อ.สุรวัฒน์ ณ บ้านจิตสบาย ในวันที่ 28 เม.ย. 55

ขอเชิญท่านผู้สนใจเข้าร่วม

กิจกรรม “ถั่วรู้หลง” และ “สนทนาธรรมกับ อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา”

กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเจริญสติและเรียนรู้กายใจ
ตามแนวทางคำสอนของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
ในวันเสาร์ที่ 28 เมษายน 2555 เวลา 14.00 – 16.00 น.

เหมาะสำหรับผู้สนใจในการเจริญสติตามแนวทางของการดูจิต (จิตตานุปัสสนา) เน้นให้เกิดความเข้าใจพื้นฐานที่ถูกต้อง เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

ณ ห้องกรรมฐาน อาคารเจริญธรรม บ้านจิตสบาย พุทธมณฑลสาย 2

รถประจำทางที่ผ่าน สาย 157, 123, ปอ.พ.79

สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ 02-448-3392 เวลาทำการ 9.00 – 18.00 น. หยุดวันพุธ

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง, การเดินทางและแผนที่  >>

Dhammada News : แนะนำบ้านจิตสบาย แหล่งเรียนรู้และภาวนาโดยการเจริญสติ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News : โปรแกรมธรรมะที่น่าสนใจจากบ้านจิตสบาย วันที่ 25 -26 ก.พ. 2555

ขอเชิญท่านผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังพระธรรมเทศนาจาก พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

วัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ

ในวันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 13.00 – 14.30 น.

ณ ศาลาไตรสิกขา บ้านจิตสบาย พุทธมณฑลสาย 2

และ

ขอเชิญผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรม

กระจกส่องจิต – กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเจริญสติและเรียนรู้กายใจ

ตามแนวทางคำสอนของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

โดย อาจารย์สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา

ในวันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555

เวลา 14.00 – 16.00 น.

ณ ห้องกรรมฐาน อาคารเจริญธรรม บ้านจิตสบาย พุทธมณฑลสาย 2

รถประจำทางที่ผ่าน สาย 157, 123, ปอ.พ.79

สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ 02-448-3392 เวลาทำการ 9.00 – 18.00 น. หยุดวันพุธ

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง, การเดินทางและแผนที่  >>

Dhammada News : แนะนำบ้านจิตสบาย แหล่งเรียนรู้และภาวนาโดยการเจริญสติ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ถ้าเรารู้ทันว่าเผลอ สติจะเกิดเอง

mp 3 (for download) : ถ้าเรารู้ทันว่าเผลอ สติจะเกิดเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ถ้าเรารู้ทันว่าเผลอ สติจะเกิดเอง

ถ้าเรารู้ทันว่าเผลอ สติจะเกิดเอง

หลวงพ่อปราโมทย์: พวกเราต้องหัดเจริญสติไว้ หัดรู้สึกกายหัดรู้สึกใจบ่อยๆ ใจของเราชอบเผลอ ใครรู้จักเผลอมั้ย มีใครรู้จักมั้ย ถ้าเด็กรุ่นใหม่จะไม่รู้จักคำว่าเผลอรู้จักเหม่อๆ ใครรู้จักเหม่อๆมั้ย คำว่าใจลอยนะเด็กไม่รู้จักแล้วนะ คำว่าใจลอยสูญไปแล้วจากปทานุกรม เด็กรุ่นใหม่จะรู้จักแต่ว่าเหม่อๆ เหม่อๆนั่นแหล่ะขาดสติแล้ว ในขณะที่เราเหม่อไป เราก็ไปคิดเรื่องโน้นคิดเรื่องนี้ เราลืมกายลืมใจตัวเอง วันนึงๆเราเอาเวลาไปเหม่อเยอะ นั่นคือเราขาดสติแล้วนั่นเอง ขาดสติ เพราะนั้นถ้าเมื่อไหร่เราเหม่อไป เราใจลอยเราเผลอไป แล้วเรารู้ทันว่ามันเหม่อไปแล้ว มันใจลอยไปแล้ว สติจะเกิดเองนะ คือเมื่อไหร่มันไม่เผลอ เมื่อนั้นมันก็รู้สึกนั่นแหล่ะ เพราะนั้นหัดสังเกตความเผลอไว้ ความเหม่อ ความใจลอย

หลวงพ่อเคยเห็นอาจารย์สุรวัฒน์  นี่ก็เห็นแว้บๆตอนนั่งอยู่นี่ อ.สุรวัฒน์เขียนหนังสือมาเล่มนึงนะ เรื่องอะไรนะ รู้ตื่น รู้ตื่นเบิกบาน ทั้งเล่มมีแต่เรื่องรู้กับเผลอ ใครยังไม่มีก็ไปขอเค้านะ เอาไปอ่านดูแล้วไปลองดู วันนึงๆเผลอทั้งวันแหล่ะ

ในโลกนี้ไม่มีคนไม่เผลอนะ แต่ไม่มีคนรู้สึกตัวหรอก หลวงพ่อพูดอย่างนี้หลายคนไม่เชื่อ แต่ถ้าฝึกไปช่วงนึงจนสติเกิดเองแล้วจะรู้เลยว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเผลอตลอด คนที่ไปเรียนกับหลวงพ่อที่ไปเรียนหลายๆครั้งหน่อยนะ ส่วนมากพอกลับมารายงานการปฏิบัติเนี่ยจะบอกว่า เดี๋ยวนี้ไม่ได้ปฏิบัติ แต่อะไรเกิดขึ้นในกายอะไรเกิดขึ้นในใจมันรู้เอง สติระลึกขึ้นเอง สติที่ระลึกขึ้นได้เองเนี่ยแหล่ะ สติเกิดจริง สติที่จงใจกำหนดเนี่ยสติตัวปลอม

จงใจกำหนดแล้วจิตจะแข็งๆ หนักๆ แน่นๆ ซึมๆ ทื่อๆ เมื่อไหร่จิตหนักจิตแน่น จิตแข็งจิตซึมจิตทื่อเนี่ย จิตเป็นอกุศลแน่นอน ถ้าสติตัวจริงเกิดนะ ใจจะโปร่งโล่งเบาสบาย รู้เนื้อรู้ตัวนะ จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัว ไม่หลงไม่เผลอไป มีแต่ความสุขนะ แค่มีสติก็มีความสุขแล้ว มีคนมารายงานทุกวันล่ะ ว่าอยู่ๆก็มีความสุขโชยขึ้นมาโชยแผ่วๆขึ้นมา พอรู้สึกตัวปุ๊บความสุขก็โชยขึ้นมาแล้ว

ทำไมเป็นอย่างนั้น เพราะจิตเนี่ยธรรมชาติของมันนะมันเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน แต่เพราะเราเอากิเลสไปทับถมมันต่างหากล่ะ มันเลยไม่รู้ตื่นเบิกบาน มันก็เหี่ยวๆแห้งๆหนักๆแน่นๆแข็งๆซึมๆทื่อๆ ไปอย่างนั้นเอง

แต่ถ้าเรารู้ทันสภาวะธรรมนะ เช่นใจลอยเรารู้ว่าใจลอย ใจเราเผลอไปคิดรู้ว่าเผลอไปคิดอย่างงี้ เราจะตื่นขึ้นมาในฉับพลัน พอเราตื่นปั๊บเนี่ย ใจจะโปร่งโล่งเบาทันทีนะ สงบสะอาดสว่างรู้ตื่นเบิกบานจะเกิดโดยอัตโนมัติเลย พอตื่นขึ้นมาแว้บนึงเนี่ย เราก็ไม่ได้ปฏิบัติเพื่อเอาความตื่นด้วย แต่เดิมเราเผลอทั้งปีทั้งชาติ เผลอตั้งแต่ตื่นจนหลับ ตั้งแต่เกิดจนตาย เราจะไม่รู้สึกตัวว่าเราเผลออยู่ แต่เราจะรู้สึกว่าเรารู้สึกตัวอยู่แล้ว

คล้ายๆกับว่าสมมตินะ ในห้องนี้ทุกคนนะรวมทั้งหลวงพ่อด้วยเป็นคนชั่วเราชั่วทุกคนชั่วเท่ากัน เชื่อมั้ยในห้องนี้จะไม่มีคนชั่วจะมีแต่คนดีเหมือนกันหมดเลย เกิดท่านอาจารย์มหาประจวบท่านดีขึ้นมาคนนึง พวกที่เหลือรวมทั้งหลวงพ่อด้วยชั่วหมดเลย นึกออกมั้ย การที่เราหัดมีสติก็ด้วยเหตุผลอันเดียวกันนี้แหล่ะ แต่เดิมเราไม่เคยรู้สึกตัวว่าเราหลง เราเผลอตลอดเวลาเพราะเราไม่เคยรู้สึกตัวเลย แต่พอเราฝึกนะเราฟังธรรมะเราสังเกตสภาวะจนใจเราตื่นขึ้นมาชั่วขณะ ตื่นแว้บเดียวนะ ตื่นได้ทีละแว้บ พอเราตื่นขึ้นมาแป๊บเราจะรู้เลย เราหลงมาตลอดชีวิต
CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๓
File: 490716.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๔๒ วินาทีที่ ๔๔ ถึง นาทีที่ ๔๖ วินาทีที่ ๔๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News: ขอเชิญร่วมสนทนาประสาฆราวาสครั้งที่ ๙ กับ อ. สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา

บ้านหนังสือชินเขต ๑

บ้านหนังสือชินเขต ๑

บรรยากาศ สนทนาประสาฆราวาส ครั้งที่ ๑ โดย อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา

บรรยากาศ สนทนาประสาฆราวาส ครั้งที่ ๑ โดย อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา

**************************************************************

ขอเชิญทุกท่านร่วมกิจกรรม “สนทนาประสาฆราวาส ครั้งที่ ๙” กับ อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา

ในวันเสาร์ที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๕.๐๐ น.

ณ บ้านหนังสือ ชินเขต ๑ ซอยงามวงศ์วาน ๔๓ (ชินเขต ๑) แยก ๑/๑ ถนนงามวงศ์วาน เขตหลักสี่ กทม.
(ใกล้เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน)

ถ่ายทอดสด “สนทนาประสาฆราวาส” ทาง wimutti.net Live (http://wimutti.net/surawatlive.html)

—————————————————–
facebook อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา : http://www.facebook.com/surawat.se
—————————————————–
บ้านหนังสือ ชินเขต ๑
โทร ๐๒-๕๘๙-๘๔๑๐
http://www.baannungsuea.com/

แผนที่เดินทาง
http://www.baannungsuea.com/map.php

รถประจำทางสาย ๒๔ ๑๓๔ ๖๓ ๕๔๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ถ่ายรูปไปเรียนรู้ดูขันธ์ไป

ถ่ายรูปไปเรียนรู้ดูขันธ์ไป

คุณ Jeff ________ คุยกับผมว่า

“เห็นอาจารย์ชอบถ่ายรูปมาลงบ่อยพอสมควรครับ

เลยอยากถามแนวทางการปฏิบัติ ในยามถ่ายรูปครับผม

เพราะผมต้องถ่ายรูปบ่อยพอสมควรครับ

ทั้งที่ถ่ายเล่นๆ และที่ถ่ายงานจริงๆ”

ผมเองแค่ถ่ายรูปเล่นๆ เก็บไว้ดูยามแก่เฒ่า

ซึ่งพอหัดรู้สึกตัวหัดภาวนาตามที่หลวงพ่อปราโมทย์สอนมา

ก็พบว่า ขณะกำลังถ่ายรูปจะเผลอลืมตัวไป

จึงเอาหลักการ “หัดรู้ว่าเผลอไป” มาหัดขณะถ่ายรูป

เพราะว่า เวลาที่กำลังถ่ายรูปจิตจะเผลอลืมตัวไป

ต้องจดจ้องอยู่ที่หน้าจอภาพ

หรือจดจ้องช่องมองภาพเพื่อจัดองค์ประกอบ

แล้วพอกดชัตเตอร์ ก็จะคอยมองจอภาพว่าภาพออกมาดีมั้ย

ซึ่งระหว่างนี้จิตจะเผลอส่งออกไปอยู่ที่ภาพหมดเลย

ดังนั้นพอถ่ายรูปเสร็จไปหนึ่งรูป

ก็ให้หัดสังเกตว่า “เมื่อกี้เผลอไป”

ถ้าถ่ายรูปไปร้อยรูปพันรูป

ก็จะเห็นจิตเผลอดับไปได้ร้อยครั้งพันครั้ง

แล้วพอได้รูปออกมาสวยถูกใจ ก็ให้หัดดูจิตที่ยินดีพอใจ

พอรูปออกมาไม่ถูกใจ ก็ให้หัดดูจิตที่ไม่ยินดีไม่พอใจ

เท่านี้ก็ถ่ายรูปไปพร้อมๆกับ เรียนรู้ดูขันธ์ ไปได้แล้วครับ

^_^

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เหตุการณ์เดิม แต่ทุกข์ไม่เท่าเดิม

ผลงานเขียนของ พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙. ราชบัณฑิต)

เหตุการณ์เดิม แต่ทุกข์ไม่เท่าเดิม


ถาม : เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว เจอความทุกข์มากและก็ไม่ชอบทุกข์นั้นเลยในตอนนั้นพยายามมาก จนกลายเป็นเพ่ง แน่นไปหมด เวลาผ่านไปก็ดีขึ้นตามรู้ได้บ้างไม่ทันบ้าง ตามประสาคนที่มีความเพียรไม่ค่อยสม่ำเสมอ แล้วเหตุการณ์แบบเดิมก็มาอีก แต่แปลกที่ครั้งนี้ไม่ทุกข์เท่าเดิม ดูแบบสบายๆ ทุกข์มันก็มาแล้วมันก็ไปของมันเอง แต่ที่สงสัยคือ จิตจะจำความทุกข์ได้ใช่ไหมค่ะเพราะว่าครั้งนี้ไม่ทุกข์มากก็จริง แต่จิตมันยังจำความรู้สึกทุกข์ในครั้งนั้นได้อยู่ค่ะ


ตอบ : ถ้าเวลาที่เรามีความทุกข์แล้วอดทนหัดรู้หัดดูอย่างมีสติ
จิตจะมีโอกาสได้เรียนรู้ความจริง
เมื่อเกิดความทุกข์หรือเหตุการณ์ที่เคยอดทนหัดรู้หัดดูมาก่อน
จิตก็จะสามารถยอมรับความจริงได้มากขึ้น ไม่ดิ้นรนเหมือนก่อน
ทำให้รู้สึกได้ว่าทุกข์น้อยลงแบบที่คุณ cherie เป็นอยู่นี่แหละครับ
แต่ยังไงก็ยังต้องเจริญสติหัดรู้หัดดูต่อไปอีกนะครับ
เพราะตอนนี้จิตยังไม่พ้นข์ไปจากกองทุกข์
หากไม่เพียรหัดรู้ให้ต่อเนื่อง หรือเลิกหัดไปเลย
วันหน้าก็จะยังกลับมาทุกข์ได้มากเหมือนเดิมอีกนะครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ลักษณะของจิตไม่ถึงฐาน

ลักษณะของจิตไม่ถึงฐาน

ถาม : จิตไม่ถึงฐานมีลักษณะอย่างไรครับ ?

ตอบ : จิตไม่ถึงฐาน หมายถึงจิตที่ยังส่งออกไปรู้อารมณ์ เช่น ส่งออกไปรู้ความว่างๆสบายๆ
ไม่ได้ตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดูครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : รักษาโรควิตกกังวลสูง ซึมเศร้า และโรคย้ำคิดย้ำทำ ด้วยการภาวนา

รักษาโรควิตกกังวลสูง ซึมเศร้า และโรคย้ำคิดย้ำทำ ด้วยการภาวนา

ถาม : แพทย์จิตเวช วินิจฉัย ว่าเป็น โรควิตกกังวลสูง อาจจะซึมเศร้าร่วมด้วย และโรคย้ำคิดย้ำทำ
แล้วสามารถปฏิบัติตามแนวทางของหลวงพ่อปราโมทย์ได้ไม๊คะ?

ตอบ : ได้ซิครับ
ตอนนี้จิตแพทย์ส่วนหนึ่ง ได้ใช้การเจริญสติด้วยการให้คนไข้หัดสังเกตตัวเอง
เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้รักษาควบคู่ไปกับการทานยา

คุณ ฟังซีดีหลวงพ่อไปเรื่อยๆก่อนนะครับ
โดยให้ฟังไปเล่นๆ ฟังไปสบายๆ ไม่ต้องตั้งใจฟังให้รู้เรื่อง
ฟังด้วยใจที่ผ่อนคลาย แล้วก็ค่อยๆหัดสังเกตว่า
ฟังๆไปแล้ว ให้สังเกตว่า เราเผลอลืมฟังไปบ้างมั้ย
แต่อย่าฟังแบบบังคับจิตใจเพื่อจะไม่ให้เผลอลืมฟังนะครับ
ลองหัดแค่นี้ดูก่อนนะครับ
และถ้าหัดแล้วเครียดมาก ก็ให้หยุดพักทันทีนะครับ
เอาไว้หายเครียดแล้วค่อยหัดต่อ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : จิตเป็นวิญญาณขันธ์ จัดเป็นกองทุกข์ หรือจิตไม่เป็นขันธ์

จิตเป็นวิญญาณขันธ์ จัดเป็นกองทุกข์ หรือจิตไม่เป็นขันธ์

ถาม  : จิตเป็นวิญญาณขันธ์ จัดเป็นกองทุกข์ หรือจิตไม่เป็นขันธ์ ขอความกรุณาอาจารย์สุรวัฒน์ช่วยอธิบายด้วยครับ

ตอบ : ต้องนิยามคำว่า “จิต” ให้ชัดเจนก่อนครับว่า หมายถึงอะไร
เพราะคำนี้มีใช้ในหลายความหมาย ไม่มีนิยามความหมายที่ตายตัว
เช่น จิตของคนทั่วไปก็อย่างหนึ่ง จิตพระอรหันต์ก็อีกอย่างหนึ่ง
จึงต้องดูอีกว่ากำลังใช้คำว่า “จิต” ในการสื่อความเรื่องใด

ถ้าเป็นการเรื่อง ขันธ์ ๕ ของคนทั่วไป
จิตจะมีความหมายรวมถึง เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์
ซึ่งยังเป็นขันธ์ที่เป็น อุปาทานขันธ์

ส่วนจิตพระอรหันต์ ผมก็ไม่ทราบว่าจัดเป็นขันธ์หรือไม่
ถ้าจัดเป็นขันธ์ก็คงเป็นขันธ์ที่ไม่เป็นที่ตั้งของอุปาทานอีก

แต่ในบางกรณี ก็พบการใช้คำว่า จิต ในความหมายของ วิญญานขันธ์อย่างเดียว
ส่วนตำราพระอภิธรรมจะอธิบาย จิต ว่าเป็นธรรมชาติรู้อารมณ์

ถาม : อุปาทานขันธ์ อยู่รวมใน ขันธ์ห้า ด้วยหรือยังไงครับ?

ตอบ : อุปาทานขันธ์ ก็คือ ขันธ์ ๕ ของผู้ที่ยังไม่ใช่พระอรหันต์
ถ้าเป็นพระอรหันต์วันใด วันนั้นขันธ์ ๕ ก็ไม่ใช่อุปทานขันธ์อีกต่อไปครับ

ส่วนวิญญาณขันธ์นั้น
ได้แก่ ขันธ์ที่ทำหน้าที่รู้รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และธรรมารมณ์ (รู้อารมณ์)
แต่จะเป็นผู้รู้หรือไม่นั้น ถ้าจะว่ากันง่ายๆ ก็ต้องดูว่า
ในขณะนั้นมีความตั้งมั่นในการรู้อารมณ์หรือไม่
ถ้ามีความตั้งมั่นในการรู้อารมณ์ ก็เรียกว่าผู้รู้ได้
แต่ถ้ารู้แบบไม่ตั้งมั่น ไหลไปจมแช่อารมณ์ ก็ไม่เรียกว่าผู้รู้ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : จิตรวมคืออะไร?

จิตรวมคืออะไร?
ถาม : ขณะที่นั่งสมาธิ แล้วเกิดจิตสงบ ว่าง สว่างขึ้นมา นั้นอันนี้ สมมุติบัญญัติเรียกว่าจิตรวมใช่ไหมคะ
บางทีดูจิตก็เกิดได้เหมือนกันค่ะ แสดงว่าขณะนั้นจิตเค้าทำสมถะเองใช่ไหมคะ

ตอบ : จิตรวมจะมีอาการเหมือนการรวบตัวเข้ามา แล้วตั้งมั่นเป็นจิตที่แยกออกมาเป็นผู้รู้สภาวะ

ส่วนที่เกิดความสงบ ว่าง สว่างนั้น อาจเป็นเพียงสภาวะที่เกิดขึ้นขณะทำสมถะ
หรือยังไม่ถึงจิตรวมก็ได้ครับ เช่นบางครั้งพอเกิดความสว่าง จิตก็ไหลไปหาความสว่าง
ไม่ได้รวมเป็นจิตผู้รู้ที่เป็นคนละส่วนกับความสว่างที่เกิดขึ้นครับ

ส่วนในการดูจิต ถ้าดูแล้วเป็นสมถะ จิตก็รวมลงไปได้นานๆ
หรือถ้าในขณะนั้น จิตไม่ได้เดินสมถะอยู่
แต่เห็นสภาวะแล้วจิตเกิดสติ มีความตั้งมั่น ก็จะแยกออกมาเป็นผู้รู้ได้ชั่วขณะครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : การรักษาศีลข้อ 4 (มุสาวาท)

การรักษาศีลข้อ 4 (มุสาวาท)

ถาม : ผมสงสัยเรื่องการรักษาศีลข้อ 4 ถ้าแค่ดูผิวเผินคืองดเว้นจากการพูดโกหก ผมก็สามารถทำได้นะครับ แต่พอจะเริ่มเข้าใจขึ้นมาว่า ที่จริงแล้วศีลข้อ 4 มีรายละเอียดมากกว่านั้น เช่น ไม่พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ พูดคำหยาบ ฯลฯ ที่ว่ามาอย่างๆ หลังๆทั้งหมด ผมเป็นทั้งหมดเลยครับ บางทีจนกลายเป็นนิสัยไปแล้ว ยกตัวอย่างนะครับ ผมเป็นคนชอบเล่นมุขตลก แล้วบางทีก็เล่นมุขแรงๆ แต่พอกลับมารู้สึกตัว มาทบทวนก็รู้สึกว่า นี่เราพูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ ไปแล้วนิ เป็นต้นครับ อยากให้อาจารย์ ช่วยแนะแนวทางในการถือศีลข้อ 4 ด้วยครั

ตอบ : เอาแค่ไม่พูดโกหก กับไม่พูดให้คนอื่นเดิือดร้อน เท่านี้ก็เป็นการรักษาศีลข้อ ๔ ได้แล้วครับ
ส่วนเรื่องพูดเพ้อเจ้อ ส่อเสียด คำหยาบ นั้นเป็นส่วนขยายของศีลข้อ ๔ ซึ่งค่อยๆหัดไปนะครับ
แต่ถ้าเราพูดสนุกๆ ล้อเล่น ถ้าไม่ทำให้ใครเค้าโกรธเคืองหรือไม่พอใจ ก็ไม่เป็นไร
ไม่ใช่ว่าเราต้องทำตัวเคร่งขรึมไม่พูดเล่นหัวอะไรกับใครหรอกครับ :D

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ปัญหาเมื่อจิตคิดในขณะทำสมาธิ

ปัญหาเมื่อจิตคิดในขณะทำสมาธิ

ถาม : เวลาผมนั้งสมาธิแล้วจิตมันไปคิด แล้วเหมือนผมจะพูดในใจว่า “จิตไปคิด” แล้วความคิดก็หายไป แล้วผมก็ดึงกลับมาที่ลมหายใจ เป็นแบบนี้สลับไปมา คือผมไม่แน่ใจว่าเป็นการบังคับหรือเปล่า แล้วแบบนี้เรียกว่าการ รู้ หรือ เปล่าครับ?

ตอบ : แวบที่รู้สึกว่าจิตคิด (ก่อนพูดว่าจิตคิด) ตรงนั้นเป็นการรู้ครับ
แต่ตรงที่พูดเป็นจิตที่หลงไปใหม่ แล้วพอพูดแล้วรู้ว่าความคิดหายไปก็เป็นการรู้
รู้แล้วก็เผลอไปดึง(บังคับ)จิต ดึงแล้วก็รู้ว่าดึงจิตกลับมาที่ลม
รู้กับเผลอจะสลับกันไปแบบนี้แหละครับ
เพราะฉะนั้นถ้าไม่เผลอไปและไม่ได้เพ่งจ้องไว้ ก็คือ รู้ ครับ

ส่วนการบังคับนั้น ถ้าเป็นการนั่งสมาธิ แรกๆ ก็ต้องบังคับจิตบ้าง
แต่พอจิตเริ่มเป็นสมถะ จิตก็จะรู้ลมเองโดยไม่ต้องคอยบังคับไว้ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ปัญหาการติดซึม และใช้จิตช่วยดูเกิดดับ

ปัญหาการติดซึม และใช้จิตช่วยดูเกิดดับ

ได้ไปส่งการบ้านกับหลวงพ่อปราโมทย์ฯ ว่า รู้สึกว่าใจ ชอบนั่งสมาธิ เพราะทำให้จิตสงบและเห็นว่ามันแยกออกมาเป็น รูป,จิต,ความเจ็บปวด ในขณะที่ดูอยู่ ก็ดูเกิดดับ และดูจิตที่ไปรวมบ้าง,แยกบ้าง ซึ่งได้ถามหลวงพ่อว่า จิตติดสงบ หรือไม่

หลวงพ่อกรุณาบอกว่า ยังไม่ติดสงบ แต่ให้ระวัง ติดซึม และเห็นว่า ยังใช้จิต ช่วยในการ เห็นเกิดดับอยู่

ถาม 1.อาการของการติดซึม เป็นแบบไหนค่ะ (แต่ก็พยายามสังเกตุหลังจากกลับมาอยู่ค่ะ)?

ตอบ 1.ติดซึม หมายถึง เมื่อทำความสงบแล้ว
จิตจะไม่แคล่วคล่องว่องไว ไม่ร่าเริง ไม่อยากทำอะไร
หรือจิตจะออกไปทางเฉยๆ บื้อๆ ครับ

.
ถาม 2.จะสังเกตุอย่างไร ว่า ตอนนี้ใช้จิต ช่วยดูเกิดดับอยู่?

ตอบ 2. เวลาที่ดูความเกิดดับที่เป็นวิปัสสนาเต็มที่นั้น
จะต้องดูอยู่เฉยๆ ดูด้วยจิตที่ตั้งมั่น เห็นความเกิดดับเองโดนไม่ได้เจตนา
ไม่ใช่เราไปเจตนาที่จะใช้จิตน้อมนึกช่วย หรือไปคิดช่วย
ซึ่งการใช้จิตช่วยจะให้ช่วยได้เฉพาะช่วงแรกที่ยังหัดทำวิปัสสนาแรกๆ
แต่พอเริ่มรู้จักความเกิดดับแล้ว ต้องหัดดูอยู่ด้วยจิตที่ตั้งมั่นเท่านั้น
แล้วจิตจะเห็นความเกิดดับได้เองครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ความกลัวและฟุ้งซ่านที่ฝังอยู่ในใจ

ความกลัวและฟุ้งซ่านที่ฝังอยู่ในใจ

ถาม : มีเรื่องอยากจะสอบถามอาจารย์หน่อยครับ เมื่อปีที่แล้วผมได้ถูกโจรปล้น โดยถูกจับตัวไปข่มขู่เพื่อเรียกเงินด้วยครับ ตอนนั้นก็รู้สึกกลัวมาก จนมาถึงปัจจุบันก็ยังนึกถึงเหตุการณ์นี้อยู่ คือตอนนี้ผมยังรู้สึกระแวงคนที่จะมาเข้าใกล้ตัวเช่นลูกค้า(ผมเปิดร้านขายของอยู่ครับ)ว่าเขาจะมาดีหรือเปล่า บางครั้งดูข่าวในทีวีเห็นข่าวประเภทปล้นยังนึกถึงเหตุการณ์เก่าและนึกกลัวขึ้นมาอีก หลังจากนั้นก็จะเกิดความฟุ้งซ่านคิดไปต่างๆนานา พอรู้สึกตัวก็จะมาดูสภาวะว่าตอนนี้เกิดสภาวะฟุ้งซ่าน เกิดโมหะขึ้น แล้วความรู้สึกนั้นก็จะหายไปชั่วคราว แต่พอเจออะไรที่มากระทบที่ทำให้รู้สึกถึงเหตุการณ์นั้นอีกก็จะเกิดความกลัวและความฟุ้งซ่านอีก ผมมีคำถามอยากให้อาจารย์ช่วยแนะนำหน่อยครับว่าผมควรจะทำอย่างไรให้ความกลัวและความฟุ้งซ่านที่เกิดจากเรื่องนี้มันจางหายไปได้ครับ และมีวิธีปฏิบัติอย่างไรถึงจะทำให้การภาวนาก้าวหน้าต่อไปเรื่อยๆครับ ?

ตอบ : ให้อาศัยความกลัวที่เกิดขึ้นนี่แหละครับ เป็นเครื่องมือในการภาวนา
โดนเมื่อเกิดกล้ว ก็ให้หัดดูจิตที่กลัว (ไม่ต้องไปสนใจว่ากลัวเรื่องอะไร)
หัดดูไปสบายๆ ให้เห็นว่า ความกลัวจะเกิดเราก็ห้ามไม่ได้
เมื่อเกิดแล้วเดี๋ยวก็จะดับไป เมื่อได้หัดดูจิตที่กลัวเกิดดับอยู่เรื่อยๆ
จิตก็จะยอมรับได้โดยไม่ทุกข์ซ้ำซ้อนลงไปอีก
แล้วความกลัวก็จะค่อยๆ หายไปเองครับ

และในระหว่างวันถ้าจิตใจไม่ได้มีความกลัวหรือมีอารมณ์อื่นๆ ให้รู้สึกได้
ก็ให้มาหัดดูร่างกายยืน เดิน นั่ง เคลื่อนไหว หัดดูจิตที่ชองเผลอไปคิด
พอลูกค้ามาก็ขายของไปหัดรู้สึกตัวไปสบายๆ
สติปัญญาก็จะพัฒนาก้าวหน้าได้ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ลำดับการเจริญภาวนา

ลำดับการเจริญภาวนา

ถาม : อยากทราบลำดับการเจริญภาวนา ควรเริ่มจากทำอะไรเป็นขั้นตอนไปครับ เพราะฟังซีดีแล้ว บางครั้งหลวงพ่อให้พิจารณากายไม่ใช่เรา

บางครั้งให้ดูจิตที่ไหวแวบไป บางครั้งให้ทำในรูปแบบ ขอบคุณครับ?

ตอบ : ถ้าจะเรียงลำดับก็จะมีสองขั้นคือ

๑. หัดรู้(ดู)กายหรือรู้(ดู)จิต ที่กำลังรู้สึกได้ชัดในขณะปัจจุบัน (ไม่ต้องเลือกดู)
เช่นเดินอยู่แล้วรู้สึกกายเดินก็ดูกายไป
เดินๆ ไปแล้ว จิตไหลแวบไปคิด ก็หัดรู้ทันจิตที่ไหลแวบไปคิด
ในขั้นนี้เป็นการหัดดู เพื่อให้เกิดสติ
เพื่อให้เกิดความตั้งมั่น และเป็นกลางต่อกายและจิตที่ถูกรู้ถูกดูอยู่
ขั้นนี้จึงเป็นการฝึกจิตให้พร้อมสำหรับการเจริญปัญญาต่อไปได้

๒. เมื่อมีสติเกิดขึ้นแล้ว จิตมีความตั้งมั่นเป็นกลาง
ก็ให้หัดสังเกตว่า กายเที่ยงมั้ย จิตเที่ยงมั้ย (รูป นาม เที่ยงมั้ย)
ขั้นนี้จะเป็นการเจริญปัญญา

แต่ทั้ง สองขั้น เอาเข้าจริงๆ ก็จะสลับกันไป (๑ ๒ ๑ ๒ ไปเรื่อยๆ)
ไม่ใช่ว่าถ้าเป็นขั้นสองแล้วจะไม่กลับไปหนึ่งอีก
เพราะบางครั้งของผู้ที่สามารถเจริญปัญญาได้แล้ว
บางขณะก็ได้แต่ดูกายดูจิตแล้วเกิดสติได้ตั้งมั่นได้เป็นกลางได้
แต่จิตไม่ได้เจริญปัญญา หรือบางขณะก็เจริญปัญญาได้

ส่วนการทำตามรูปแบบ เป็นการหาช่วงเวลาช่วงใดช่วงหนึ่งในแต่ละวัน
มาปฏิบัติตามรูปแบบที่ชอบ เช่น สวดมนต์ เดินจงกรม นั่งดูลมหายใจ ฯลฯ
เพื่อหัดดูกายดูจิตตามข้อ ๑ และ ๒
โดยช่วงเวลานี้ เราจะตัดภาระทางโลกออกไปก่อน
เพื่อให้มาอยู่กับการปฏิบัติอย่างจริงจังครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : การทำตามรูปแบบของหลวงพ่อปราโมทย์

การทำตามรูปแบบของหลวงพ่อปราโมทย์

ถาม : ผมฟังจากซีดีได้ยินหลวงพ่อพูดอยู่บ่อยๆว่า ให้ทำในรูปแบบมากๆ คำว่ารูปแบบของหลวงพ่อต้องทำอย่างไรและระยะเวลาในการทำในรูปแบบต้องมากแค่ไหนครับถึงจะภาวนาได้ก้าวหน้าครับ  ?

ตอบ : สำหรับการทำตามรูปแบบนั้น
ให้หาเวลาว่างๆ (ไม่ได้ทำงาน) จะวันละกี่นาทีก็ตามสะดวก
แล้วเมื่อถึงเวลาก็หัดภาวนาด้วยรูปแบบที่ทำแล้วสบายๆ
จะเดินจงกรมก็ได้ สวดมนต์ก็ได้ นั่งรู้ลมหายใจก็ได้
หรือแม้แต่จะทำงานบ้านก็ได้ โดยช่วงเวลาที่ทำรูปแบบนี้
ก็ให้หัดมีสติรู้กายไปบ้างรู้จิตไปบ้างครับ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากนี่ก็ได้ครับ
http://00.wimutti.net/surawat/books/Mindfulness-SelfAwareness-not-that-hard.pdf

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : สำหรับผู้เริ่มปฎิบัติธรรม

สำหรับผู้เริ่มปฎิบัติธรรม

ถาม : อยากเริ่มปฏิบัติค่ะ เคยฟังซีดีหลวงพ่อแล้วค่ะ แต่ยังสงสัยว่าควรเริ่มต้นจากแค่การฟังหรือควรอ่านหนังสือธรรมเล่มไหนก่อนดีค่ะ ?

ตอบ : ก่อนอื่นต้องฟังซีดี และ/หรือ อ่านหนังสือ
เพื่อทำความเข้าใจว่าจะต้องหัดรู้กายรู้ใจอย่างไร
เมื่อเข้าใจใจหรือพอจะเข้าใจแล้ว
ก็หัดรู้หัดดูไปได้เลย ดูไปก็สังเกตว่าที่ดูอยู่เป็นอย่างไร
เพื่อจะได้ปรับปรุงแก้ไขการดูให้ถูกต้องก้าวหน้ายิ่งขึ้นครับ

หรือถ้าจะเริ่มตอนนี้ก็ให้หัด รู้สึกตัว คือรู้สึกอยู่ที่กายที่ใจตัวเอง
รู้สึกไปด้วยจิตที่สบายๆ ไม่เคร่งเครียด
เช่นตอนนี้อ่านข้อความหน้าจอ ก็สังเกตว่า
จิตส่งออกไปอยู่ที่จอหรืออยู่กับตัวเอง
แล้วพอลุกเดินไปทำอย่าอื่น ก็มาหัดรู้สึกร่างกายที่เดิน
หัดรู้ไปสบายๆ ก็จะค่อยๆ รู้สึกว่า
เดี๋ยวจิตก็รู้กาย เดี๋ยสจิตก็เผลอไปคิด เดี๋ยวจิตก็ส่งออกไปมอง ไปฟัง
หัดดูอย่างนี้ไปก่อนแล้ว จะมีสติรู้สึกตัวได้บ่อยขึ้นครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เห็นกิเลสแล้วทุกข์

เห็นกิเลสแล้วทุกข์

ถาม : ผมตามดูจิตในช่วง2เดือนนี้มาตลอดพบว่าตนเองมีกิเลสเกิดขึ้นทั้งวันทำให้รู้สึกทุกข์และไม่สามารถทำอะไรกับมันได้และถ้าผมตามกิเลสไปคิดต่อก็จะให้ทุกข์เข้าไปใหญ่ จึงขอเรียนถามอาจารย์ว่าผมควรทำอย่างไร ให้ความทุกข์ที่เกิดขึ้นน้อยลงหรือหายไปครับ ?

ตอบ : ปัญหาตอนนี้คือ เห็นกิเลสได้แล้ว แต่จิตยังปฏิเสธที่จะไม่เอากิเลสครับ
พอปฏิเสธก็เลยทำให้จิตทุกข์เพิ่มขึ้น
แต่ถ้าหัดดูกิเลสด้วยใจที่ยอมรับว่า จิตยังต้องมีกิเลสเพราะยังไม่หลุดพ้น
แล้วหัดดูกิเลสอย่างมีสติ ตั้งมั่น เป็นกลาง
เรียนรู้จิตที่มีกิเลสว่า เที่ยงหรือไม่เที่ยง
บังคับได้หรือไม่ได้ เกิดขึ้นแล้วดับหรือไม่ดับ
การหัดดูเรียนรู้แบบนี้แหละครับ ที่จะทำให้จิตทุกข์น้อยลงไปตามลำดับ
จนในที่สุดก็จะพ้นจากกิเลสได้ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : กามราคะกับการพิจารณาธาตุ ๔

กามราคะกับการพิจารณาธาตุ ๔

ถาม : อยากทราบว่าการภาวนาในแบบที่จะเด็ดขาดในเรื่องกามราคะนี่
เราจำเป็นต้องพิจารณากายลงเป็นธาตุ ๔ เสมอไหมครับ ?

ตอบ : ผู้ที่จะละกามราคะได้เด็ดขาด มีแต่พระอนาคามีกับพระอรหันต์เท่านั้นครับ
ซึ่งการจะละกามราคะได้ มีเพียงทางเดียวคือ
เพียรมีสติ มีสัมปชัญญะ ที่จะเจริญสติปัฏฐาน ๔
ไปจนเกิดมรรคผลไปตามลำดับ
ซึ่งผู้ที่เจริญสติปัฏฐาน ๔ ก็จะมีปัญญาเห็นรูป เวทนา จิต ธรรม
ล้วนแต่มีความเกิดขึ้น เสื่อมดับไปเป็นธรรมดา เป็นเบื้องต้น
หรือจะเห็นตามจริงว่า รู้นาม(กายใจ-ขันธ์ ๕)นี้ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
จนสามารถละความยึดมั่นถือมั่นในรูปนามลงได้

การพิจารณาธาตุ ๔ นั้น หากทำเพียงเพื่อให้จิตสงบ
ก็ยังไม่อาจจะละกามราคะได้เด็ดขาด
จนกว่าจะมามีสติเห็นกายเป็นไตรลักษณ์อย่างแจ่มแจ้ง
มีปัญญาพอที่จะละความยึดมั่นถือมั่นในกายลงได้ครับ
เพราะฉะนั้นการภาวนาด้วยอุบายวิถีหรือรูปแบบใด
นอกจากจะทำเพื่อให้จิตสงบแล้ว
ก็ต้องทำเพื่อให้เห็นไตรลักษณ์ของรูปนามด้วยครับ

กรณีที่คุณพิจารณากายเป็นธาตุ ๔ ก็ดีแล้วนะครับ
ส่วนที่ยังเห็นว่าจิตมักมีกามราคะนั้นก็เป็นปกติ
และเมื่อใดที่เห็นจิตมีการาคะปรากฏขึ้น
ก็ให้มาหัดรู้จิตที่กามราคะด้วยนะครับ

หัดดูจิตที่มีราคะอย่างมีสติ มีความตั้งมั่น เป็นกลาง
เพื่อจะให้เห็นว่า แม้จะไม่ได้แทรกแซงจัดการอะไร
จิตที่กามราคะที่เกิดแล้วย่อมดับไปเป็นธรรมดา

เมื่อเห็นความเกิดดับ(เห็นไตรลักษณ์)ของจิตได้บ่อยๆ
ต่อไปก็จะเกิดปัญญาละความยึดมั่นถือมั่นในรูปนามลงได้ตามลำดับ
วันใดสามารถละความยึดมั่นในกายได้อย่างเด็ดขาด
วันนั้นก็จะละกามราคะได้เด็ดขาดครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Page 1 of 1012345...10...Last »