Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

จะเป็นวิปัสสนาได้ ต้องเห็นไตรลักษณ์ของรูปนาม

mp3 (for download) : จะเป็นวิปัสสนาได้ ต้องเห็นไตรลักษณ์ของรูปนาม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : การเจริญปัญญานั้นต้องเห็นความเป็นไตรลักษณ์ของกายของใจ ถ้าไม่เห็นไตรลักษณ์ของกายของใจ ไม่ใช่วิปัสสนากรรมฐาน

ทำไมเราต้องมาเห็นไตรลักษณ์ของกายของใจ ก็เพื่อเราจะได้ถอดถอนความยึดถือในกายในใจ เราเห็นว่าร่างกายเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวเรา เห็นซ้ำแล้วซ้ำอีก วันหนึ่งมันก็ไม่ยึดถือร่างกาย เห็นจิตใจไม่เที่ยงเป็นทุกข์ไม่ใช่ตัวเรา ถึงวันหนึ่งมันก็ไม่ยึดถือจิตใจ ไม่ยึดถือในรูปธรรมนามธรรมทั้งหลาย พอจิตไม่ยึดในรูปในนาม จิตก็หลุดพ้นจากรูปนาม ก็บรรลุมรรคผลนิพพานไป

จะเห็นความจริงได้ก็ต้องเห็นไตรลักษณ์ ไตรลักษณ์ของรูปนาม ถ้าไม่เห็นไตรลักษณ์จิตจะไม่ปล่อย ที่ไม่ปล่อยก็เพราะไม่เบื่อ ถ้าเห็นความเป็นจริง เห็นไตรลักษณ์ เพราะเห็นตามความเป็นจริงจึงเบื่อหน่าย เพราะเบื่อหน่ายจึงคลายกำหนัดคลายความยึดถือ เพราะคลายกำหนัดจึงหลุดพ้น เพราะหลุดพ้นจึงรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์คือการประพฤติปฎิบัติธรรมทำเสร็จแล้ว กิจที่ต้องทำ ทำเสร็จแล้ว กิจใหม่(เพื่อความเป็นอย่างนี้-ผู้ถอด)ไม่ต้องทำ ไม่มีอะไรต้องทำอีก

เนี่ยจะไปสู่จุดนี้ได้ก็ต้องเห็นตามความเป็นจริง เห็นไตรลักษณ์ของรูปของนาม


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๒o เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

File: 550120
CD : สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๓
ระหว่างนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๕ ถึงนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๓๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

มรรค ผล นิพพาน ไม่ได้จำกัดให้เฉพาะผู้ทรงฌาน

มรรค ผล นิพพาน ไม่ได้จำกัดให้เฉพาะผู้ทรงฌาน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : เนี่ยเราหัดดูเรื่อยนะ หัดดูไป สำหรับคนที่ทำฌานไม่ได้นะ มรรคผลนิพพานไม่ใช่ของผูกขาดสำหรับผู้ทำฌานนะ คนละเรื่องกันเลย เข้าฌานอย่างเดียวไม่เจริญวิปัสสนา ก็ไม่ได้มรรคผลหรอก

เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าฌานไม่ได้ก็ไม่ต้องน้อยใจว่าอาภัพเหลือเกิน บางคนไปสอนกันบอกว่า ต้องทำฌานให้ได้ก่อนถึงจะเจริญปัญญาได้ เป็นการสอนเกินพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนอย่างนั้น คิดเอาเอง

เพราะฉะนั้นถ้าเราทำฌานไม่ได้นะ เราก็ทำกรรมฐานขึ้นมาสักอย่างหนึ่ง แล้วคอยรู้ทันจิตที่ฟุ้งซ่าน-จิตที่หนีไปคิด รู้บ่อยๆ พอรู้บ่อยเนี่ย ตัวรู้จะค่อยเด่นขึ้นๆ ต่อไปพอเผลอตัวนิดเดียว ตัวรู้ดีดขึ้นมาเลย พอเผลอปุ๊บ-รู้ทัน ตัวรู้ก็ดีดขึ้นมาเลย ขึ้นมาเองเลย

พอได้ตัวรู้แล้ว ก็ให้ตาหูจมูกลิ้นกายใจกระทบอารมณ์ไปตามธรรมชาติธรรมดา กระทบแล้วไม่ตรึงจิตให้นิ่ง ให้จิตเกิดความรู้สึกไปตามธรรมชาติธรรมดา เห็นคนนี้กับเห็นคนนี้ ไม่จำเป็นต้องเท่าเทียมกันในความรู้สึก เห็นคนนี้ชอบ รู้ว่าชอบ เห็นคนนี้เกลียด รู้ว่าเกลียด ไม่ใช่เห็นทุกคนเสมอกัน (การเห็นทุกคนเสมอกัน)อันนั้นเป็นผลของการปฏิบัติ เราไม่ใช่พระอรหันต์

พระอรหันต์ท่านเห็นใครๆก็เหมือนๆกันหมดนะ ไม่ได้แตกต่าง ไม่ได้รู้สึกอะไร เห็นหมาเห็นคนก็เหมือนกัน เห็นนางงามจักรวาลกับหมาขี้เรื้อนๆก็เท่าๆกันน่ะ ไม่ได้รู้สึกต่างกัน แต่ของเรายังต่าง เราไม่ห้ามมัน เห็นอย่างนี้ชอบ เห็นอย่างนี้เกลียด เห็นอย่างนี้รัก เห็นอย่างนี้กลัว รู้ทันไปเรื่อย

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ ที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๕
ไฟล์ 550525B
ระหว่างนาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๑ ถึง นาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๓๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จิตที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานนั้น เป็นจุดตั้งต้นของการเดินปัญญา

mp3 for download : จิตที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานนั้น เป็นจุดตั้งต้นของการเดินปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

จิตที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานนั้น เป็นจุดตั้งต้นของการเดินปัญญา

จิตที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานนั้น เป็นจุดตั้งต้นของการเดินปัญญา

หลวงพ่อปราโมทย์ : ตอนนี้ออกไปหลายจังหวัด ไปเห็น เราก็ไปเทศน์ที่โน่นที่นี่ ก็พบปรากฏการณ์อันหนึ่งก็คือ ทั้งพระทั้งโยมนะ ภาวนามาถึงขั้น แยกธาตุแยกขันธ์เป็นน่ะ เยอะมาก เยอะๆ ยังไม่เคยเจอว่าทำกันได้เยอะขนาดนี้มาก่อน

ช่วงปีแรกๆที่หลวงพ่อเทศน์นะ พวกเราตื่นกันเยอะนะ จิตก็ตื่นขึ้นๆ จิตเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน นับไม่ถ้วน ตอนนี้เลยขั้นนั้นมาแล้ว พอจิตเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานแล้วนะ ก็ต้องมาฝึกแยกธาตุแยกขันธ์ เข้าสู่การเดินปัญญา จิตที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานนั้น เป็นจุดตั้งต้นของการเดินปัญญา ถ้าเราไม่มีจิตเป็นผู้รู้นะ เราเดินปัญญาไม่ได้ เพราะจิตที่ไม่เป็นผู้รู้มันจะเป็นสองอย่าง ถ้าไม่เป็นผู้คิดก็เป็นผู้เพ่ง จิตที่ไปหลงไปคิด แล้วเพ่ง

เพราะฉะนั้นช่วงแรกๆสอนพวกเรานะ จะสอนให้รู้จักสภาวะสองอย่าง เผลอไปกับเพ่งไว้ คนทั่วไปมันเผลอ ไม่เคยรู้เรื่องเลย หลงตลอดชีวิตไม่เคยรู้สึกตัว นักปฏิบัติก็เพ่งไม่ว่าไปที่ไหนก็เพ่งๆนะ ฝึกแบบไหนก็เพ่งทุกแบบเลย เหมือนกันหมดเลย พอเราไม่เผลอไม่เพ่งนะ ใจเราเป็นกลาง รู้ตื่นขึ้นมาได้ ค่อยๆฝึก ใจค่อย..

แต่เดิมคิดว่าการปฏิบัติธรรมต้องเพ่งเอา คนละเรื่องเลย การเพ่งจิตให้นิ่ง เป็นสมาธิชนิดทำสมถะ เรียกว่า อารัมณูปนิชฌาน เพ่งอารมณ์อันเดียว จิตแนบอยู่ในอารมณ์อันเดียวนิ่งๆ ไม่เดินปัญญา แต่การที่เรารู้ทันจิตที่เผลอไป แล้วก็ไม่ไปเพ่งไว้ จิตเผลอไปทำอะไร จิตเผลอไปคิดเป็นส่วนใหญ่ ทันทีที่เรารู้ว่าจิตเผลอไปคิดนะ หัดใหม่ๆมันจะเพ่ง ถัดจากรู้ว่าเผลอจะเพ่ง ก็ฝึกไปเรื่อย เผลออีกก็รู้แล้วก็เพ่ง เผลอแล้วก็รู้แล้วก็เพ่ง

ทีแรกจับรู้ไม่ติดหรอก มองไม่ออกว่ามีรู้มาคั่น ระหว่างเผลอกับเพ่ง ทีนี้ฝึกมาช่วงหนึ่งแล้วเริ่มเห็นน่ะ จิตเผลอไป ตรงที่รู้ว่าเผลอนี่ ไม่เผลอด้วยไม่เพ่งด้วย อยู่ตรงกลางนี่เอง ทีนี้ความรักดี กล้วจะเผลออีกก็เลยไปเพ่งเอาไว้ นักปฏิบัติ พอรู้ทันว่าเอ้า..มันเกินจากรู้ไปแล้ว เริ่มคุ้นเคยกับรู้นะ จิตเผลอไปคิดแล้วรู้ทัน จิตเผลอไปคิดแล้วรู้ทัน ไม่ไปเพ่งต่อ คราวนี้ “รู้” ค่อยเด่นขึ้นๆ

พอรู้เด่นขึ้นหลวงพ่อก็บอกว่า จิตมันตื่นแล้ว จิตตื่นแล้ว จิตตื่นเนี่ยจิตมันเข้าถึงฐานจริงๆนะ จิตเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน จิตสงบ สะอาด สว่าง จิตเบา จิตนุ่มนวล อ่อนโยน คล่องแคล่วว่องไว จิตซื่อตรงในการรู้อารมณ์ จิตควรแก่การทำวิปัสสนา ควรแก่การงาน นี่ล่ะคือจิตที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นขึ้นมา

หลวงพ่อก็พยายามพาพวกเราเดินมาเป็นลำดับๆนะ หัดรู้เผลอรู้เพ่งก่อน จนกระทั่งในที่สุด ตัวรู้ก็ค่อยๆเด่นขึ้นๆ พอตัวรู้เด่นแล้วอย่าหยุดอยู่แค่นั้น มาเดินต่อ เรามาฝึกจนได้ตัวรู้มานี่น่ะ คล้ายๆเราเตรียมความพร้อมของจิตเพื่อการเดินวิปัสสนา เพื่อการเจริญปัญญา การเจริญปัญญาก็คือการทำวิปัสสนากรรมฐานนั่นแหละ

หลักของการเดินปัญญาก็คือ ให้มีสติ รู้กายรู้ใจ ตามความเป็นจริง ตามความเป็นจริงไม่เข้าไปแทรกแซง และต้องรู้ด้วยจิตที่ตั้งมั่น จิตที่เป็นกลาง คือจิตที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นนั่นเอง มิใช่จิตผู้คิดผู้นึกผู้ปรุงผู้แต่ง ไม่ใช่จิตผู้เพ่ง ให้ไปรู้ด้วยจิตที่เป็นผู้รู้ จิตที่หลุดออกจากโลกของความคิด มาอยู่ในโลกของความรับรู้ รู้กายอย่างที่เขาเป็น รู้จิตใจอย่างที่เขาเป็น เรียนรู้ทุกอย่างอย่างที่มันเป็น ทำตัวเป็นแค่คนดู ไม่เข้าไปแทรกแซง

เมื่อเราทำตัวเป็นแค่คนดูโดยไม่เข้าไปแทรกแซง เราจะเห็นความจริง ถ้าเราเป็นคนดูแล้วแทรกแซงไปด้วย จะดูไม่ตรงกับความจริง

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า

CD: ๓๙
File: 540226A
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๐ ถึง นาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๔๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สู้กิเลสอย่างละเอียดด้วยวิปัสสนา

mp3 (for download): วิธีรับมือกิเลสอย่างละเอียด

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

สู้กิเลสอย่างละเอียดด้วยวิปัสสนา

สู้กิเลสอย่างละเอียดด้วยวิปัสสนา

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทีนี้ทำอย่างไรเราจะเกิดปัญญาเห็นความจริงของขันธ์ เนี่ยเป็นเรื่องแตกหักแล้วนะ เรื่องสำคัญมากเลยในทางพระพุทธศาสนา การทำทาน รักษาศีล ทำสมาธินี้ มีมาก่อนพระพุทธเจ้า การสู้กิเลสอย่างหยาบ สู้กิเลสอย่างกลาง มีมาก่อนพระพุทธเจ้านะ พระพุทธเจ้าท่านมาต่อยอดให้นักปราชญ์ทั้งหลายนั่นเอง

พวกนักปราชญ์ทั้งหลายเขาก็สอนให้คนถือศีล นักปราชญ์ทั้งหลายสอนให้คนทำสมาธิ จิตสงบ แต่ว่าพระพุทธเจ้ามาต่อยอด สงบอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเกิดปัญญาด้วย ปัญญาคืออะไร ปัญญาคือการเห็นความเป็นจริงของรูปของนาม ของกายของใจ ถ้าเราไม่เห็นความเป็นจริงของรูปนามกายใจ เรียกว่าไม่มีปัญญา เห็นความจริงนะ ไม่ใช่คิดเอา

เพราะฉะนั้นทำอย่างไรเราจะเห็นความจริงได้ เราต้องดูว่า จริงๆแล้วกายเป็นอย่างไร จริงๆจิตใจเป็นอย่างไร การดูความจริงของกายของใจนะ เรียกว่าวิปัสสนากรรมฐาน

วิปัสสนากรรมฐานไม่ใช่เรื่องกำหนดอย่างโน้นอย่างนี้นะ หลักของวิปัสสนากรรมฐานแท้ๆเลยคือ มีสติรู้รูปรู้นาม รู้กายรู้ใจนี่ รู้อย่างที่มันเป็น มันเป็นอะไร กายนี้เป็นอะไร กายนี้เป็นของไม่เที่ยง กายนี้เป็นของเป็นทุกข์ กายนี้ไม่ใช่ตัวเรา เป็นอนัตตา นี่คือความจริงของกาย ความจริงของใจก็คือ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาเหมือนกัน ความจริงของขันธ์ ๕ ก็คือ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาเหมือนกัน

ถ้าเราเห็นความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ของขันธ์ ๕ ของกายของใจ ของรูปของนามได้ นั่นแหละคือการทำวิปัสสนากรรมฐาน พวกเราบางคนเรียนไม่พอนะ เราไปคิดว่า แค่รู้กายรู้ใจคือวิปัสสนากรรมฐาน รู้รูปรู้นาม เป็นวิปัสสนากรรมฐาน ไม่เป็นหรอก ต้องเห็นความจริงของกายของใจ ต้องเห็นความจริงของรูปของนาม นะ ถึงจะเป็นวิปัสสนากรรมฐานนะ

เพราะฉะนั้นยกตัวอย่างเรานั่งอยู่ เห็นร่างกายนั่งอยู่เนี่ย เป็นวิปัสสนามั้ย ไม่เป็น ไม่เป็น ถ้าเห็นว่าร่างกายที่นั่งอยู่นี้เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวเรา อย่างนี้ถึงจะเป็นวิปัสสนานะ เพราะฉะนั้นวิปัสสนาต้องเห็นไตรลักษณ์ ของกายของใจ

ตรงนี้ต้องแม่นนะ พวกเรา ถ้าเราไม่รู้หลักของวิปัสสนากรรมฐาน เราก็จะพูดแต่ว่าเราจะทำวิปัสสนา เอาเข้าจริงหาคนทำวิปัสสนาได้น้อยเต็มทีเลยนะ กระทั่งบอกว่าทำวิปัสสนาอยู่นั้น เอาเข้าจริงกลับทำสมถะ รู้เพ่งกายอยู่เรื่อยๆ หายใจเข้าหายใจออก เพ่งนิ่งๆอยู่อย่างนั้น ไม่ใช่วิปัสสนา เห็นท้องพอง เห็นท้องยุบอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่วิปัสสนา นะ เห็นร่างกายยกเท้าย่างเท้า ไม่ใช่วิปัสสนา

วิปัสสนาต้องเห็นร่างกายนั้นน่ะเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เวทนาคือความรู้สึกสุขทุกข์ทั้งหลายนะ เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อย่างนี้ถึงจะเป็นวิปัสสนา ต้องเห็นไตรลักษณ์

ต้องแม่นนะ ถ้าหลักไม่แม่นแล้วทำผิดน่ะ ทำผิดแล้วจะมาบอกว่า ธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่ดีจริง ทำมาตั้งหลายปี ๒๐-๓๐ปี ไม่เห็นนิพพานเสียที ก็ยังไม่เคยทำเส้นทางที่จะเข้าสู่พระนิพพานเลย คือไม่ได้เจริญปัญญาที่แท้จริงนะ

การเจริญปัญญา ปัญญาคือการเห็นความเป็นไตรลักษณ์ของรูปนาม ของกายของใจ ตรงนี้ต้องแม่นนะ หลวงพ่อย้ำทุกวันเลย เรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องแตกหักเลย ว่าเราจะเป็นชาวพุทธแท้หรือไม่แท้ ลำพังทำทาน รักษาศีล ทำสมาธินั้น ไม่ใช่ชาวพุทธเขาก็ทำกัน

ศาสนาอื่นก็มีนะ บางศาสนาเนี่ย หลวงพ่อยังรู้สึกยกย่องเลย ยกตัวอย่างมุสลิมเขาละหมาดวันละ ๕ ครั้งนะ เขาคิดถึงพระเจ้าวันละ ๕ ครั้ง นั่นก็คือการทำสมาธิวันละ ๕ ครั้ง ชาวพุทธเราให้ไหว้พระวันละครั้งยังทำแทบไมได้เลย น่าเกลียดที่สุดนะ ว่าน่าเกลียดแต่หัวเราะ มันเอ็นดูนะ ไม่ได้โกรธเกลียดหรอก รู้สึกน่าเอ็นดูดี ทุกข์ไปก่อน

เพราะฉะนั้นเราจะทำวิปัสสนา ต้องรู้ ต้องเห็นความเป็นไตรลักษณ์ของรูปนาม ของกายของใจ ของธาตุของขันธ์นะ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่บริษัท ดอกบัวคู่
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๔

CD: แสดงธรรมนอกสถานที่ บริษัท ดอกบัวคู่
File: 540409A
ระหว่างนาทีที่  ๒๕ วินาทีที่ ๐๘ ถึง นาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๐๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ปุถุชนละตัณหาได้ ๓ แบบ แต่พระอรหันต์ละตัณหาได้เด็ดขาด

mp3 for download : ปุถุชนละตัณหาได้ ๓ แบบ แต่พระอรหันต์ละตัณหาได้เด็ดขาด

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ปุถุชนละตัณหาได้ ๓ แบบ แต่พระอรหันต์ละตัณหาได้เด็ดขาด

ปุถุชนละตัณหาได้ ๓ แบบ แต่พระอรหันต์ละตัณหาได้เด็ดขาด

หลวงพ่อปราโมทย์ : จะไม่เหมือนพวกเรานะ เวลาที่ตัณหาความอยากเกิดเนี่ย เราละตัณหาด้วยอะไรบ้าง คนทั่วๆไปละด้วยการสนองความอยาก อยากไปดูหนังก็ไปดูซะนะ เดี๋ยวก็เบื่อแล้วก็เลิกอยากไป อยากไปกินข้าว กินของอร่อย กินหลายๆทีแล้วก็เบื่อ ก็เลิกไป นี่สนองตัณหา เป็นวิธีละตัณหาอย่างหนึ่งเหมือนกัน สนองมันไปซะ อีกพวกหนึ่งก็ข่มเอาไว้ มีความอยากแล้ว อันนี้ไม่เอานะ ข่มใจเอาไว้ ก็ได้เหมือนกันนะ แต่ว่าได้แบบทรมาน อีกพวกหนึ่งใช้มีสติลงไป เจริญวิปัสสนา ใจมีความอยากขึ้นมา รู้ทันปั๊บ มันขาดไป เดี๋ยวมันอยากใหม่ รู้อีก มันก็ขาดอีก ก็ผลุบๆโผล่ๆอยู่อย่างนั้นนะ ไม่ขาดสมุจเฉท

แต่ถ้ารู้ทุกข์แจ่มแจ้งนะ ตัณหาจะไม่เกิดอีก เรียกว่าละสมุทัยแบบสมุจเฉทปหาน คือไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ใจก็จะเจอสภาวธรรมแจ่มแจ้ง คือแจ้งในนิโรธ แจ้งในนิพพาน นิพพานคือความสิ้นตัณหา จิตนี้ไม่มีความอยาก ไม่มีความดิ้นรน ไม่มีการปรุงแต่ง มีความสุขที่สุดเลย

ตรงที่สามารถรู้ทุกข์ จนละสมุทัย แจ้งนิพพาน แจ้งนิโรธ นี้แหละเรียกว่า “มรรค” เพราะฉะนั้นที่พวกเราบอกว่าเจริญมรรคอยู่ พวกเรายังไม่ได้เกิดมรรคเลย คนที่เกิดมรรคก็ต้องเป็นพระอริยบุคคล พวกเรายังไม่เคยเจอมรรคที่แท้จริง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๐
File: 520425.mp3
ลำดับที่ ๓
ระหว่างนาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๒๘ ถึง นาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่