Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

จริตสำหรับการทำสมถะและวิปัสสนา

mp 3 (for download) : จริตในการทำสมถะและวิปัสสนา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: กรรมฐานในสติปัฏฐาน ๔ แยก กาย เวทนา จิต ธรรม กายและเวทนา นี่กลุ่มหนึ่ง จิตและธรรม เป็นอีกกลุ่มหนึ่ง จริตนิสัยของคนเราในเวลาทำสมถะกับวิปัสสนา การแยกจริตจะไม่เหมือนกัน

ถ้าเวลาเราจะทำสมถะ เราดูจริตมี ๖ อย่าง ๑) ราคจริต ๒) โทสจริต ๓) โมหจริต ๔) พุทธิจริต ๕) วิตกจริต ๖ สัทธาจริต

อย่างพวกศรัทธามากๆ เนี่ย ก็คิดถึงพระพุทธเจ้า คิดถึงอะไรอย่างนี้นะ ใจก็สบาย สงบ พวกฟุ้งมากๆ ก็รู้ลมหายใจไป อะไรอย่างนี้นะ พวกขี้โมโห ก็เจริญเมตตา พวกบ้ากามก็พิจารณาอสุภะอะไรอย่างนี้ พิจารณาความตายอะไรไป แล้วใจก็สงบ

แต่อารมณ์จริตนิสัย จริตที่ใช้ทำวิปัสสนานะ เราแยก ๒ ส่วนเท่านั้นเอง เรียกว่า

๑) ตัณหาจริต พวกรักสุข รักสบาย รักสวย รักงาม

๒) ทิฏฐิจริต พวกเจ้าความคิด เจ้าความเห็น

- พวกตัณหาจริต มีกรรมฐานที่เหมาะคือ การดูกาย หรือ เวทนา

- พวกทิฏฐิจริต เจ้าความคิดเจ้าความเห็น มีกรรมฐานที่เหมาะคือ ดูจิต หรือ ธรรม

ทำไมแต่ละจริตต้องมี ๒ อย่าง

-พวกรักสุข รักสบาย รักสวย รักงาม ดูกาย หรือ เวทนา พวกที่ปัญญาแก่กล้าแล้วจะไปดูที่เวทนา พวกที่ยังไม่แก่กล้าดูกาย กายดูง่ายกว่าเวทนา

-พวกเจ้าความคิด เจ้าความเห็นนี่ ดูจิตเอา เห็นจิตเป็นกุศลบ้าง อกุศลบ้าง นี่ดูง่าย ถ้าปัญญามันแก่กล้าขึ้นไปก็ไปดูธัมมา เจริญธัมมานุปัสสนานะ จะเห็นความละเอียดลึกซึ้งประณีตของสภาวธรรมแต่ละอันๆ อย่างจิตตานุปัสสนาเห็น จิตมีโทสะ รู้ว่ามีโทสะ ดูแค่นี้เอง ถ้าขึ้นไปถึงธัมมานุปัสสนา มันจะประณีตขึ้นไปอีก อย่างจิตมีปฏิฆะ ความไม่พอใจเกิดขึ้น มีพยาบาท พยาปาทะ ไม่พอใจ คิดถึง ตรึกถึงอารมณ์ที่ไม่พอใจเนี่ยเห็นละ ไม่ต้องรอให้โกรธ มันประณีตกว่ากัน เรารู้ด้วยว่าทำไมถึงเกิดจิตที่มีความพยาบาทขึ้น รู้ด้วยว่าทำยังไงความพยาบาทจะไม่เกิดขึ้น เห็นมั้ยจะรู้เหตุ รู้ผล รู้ลึกซึ้งลงไปอีก หรือดูโพชฌงค์ จะเห็นเลยคุณธรรมมันค่อยๆ อัพเกรดขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ดูยากกว่ากัน

พวกเราสันนิษฐานไว้ก่อนก็แล้วกันนะเพื่อความปลอดภัยว่าพวกเราอินทรีย์อ่อน อินทรีย์แข็งคงไปเรียนจากพระพุทธเจ้าแล้วคงบรรลุกันไปหมดแล้วล่ะ สมัยนั้นพวกเราบางคนก็อาจจะเคยเจอพระพุทธเจ้ามาแล้วนะ แต่เราเป็นลูกศิษย์เทวทัตนะก็เลยไม่ได้ธรรมะอะไร แล้วสำคัญผิดอะไรอย่างนี้ หรือตอนเราไปเจอพระพุทธเจ้าแต่ตอนนั้นเราเป็นเดียรถีย์ เราไปแอนตี้พระพุทธเจ้าซะด้วยซ้ำไป งั้นบารมีพวกเรานี่ ตกมาถึงรุ่นนี้ ถือว่าบารมีอ่อนก็แล้วกันนะ

งั้นคนไหนรักสุข รักสบาย รักสวย รักงาม ให้ดูกายไว้ เพราะกายนี่จะสอนให้เห็นว่าไม่สุข ไม่สบาย ไม่สวย ไม่งาม

ถ้าคนไหนเจ้าความคิดเจ้าความเห็นให้ดูจิต จิตเดี๋ยวก็ดี จิตเดี๋ยวก็ร้าย คุ้มดีคุ้มร้ายทั้งวัน เดี๋ยวก็โลภ เดี๋ยวก็หายโลภ เดี๋ยวโกรธ เดี๋ยวหายโกรธ เดี๋ยวหลง เดี๋ยวหายหลง

งั้นเราดูจริตนิสัยของตัวเอง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๔ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๗


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๖
File: 570914A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๓๔ ถึงนาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๑๕

ตัด/ถอดคลิปส์โดยคุณ ok2077
ตรวจทานโดยคุณ พัลวัน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พละ ๕ (๒) ศรัทธา

mp 3 (for download) : พละ ๕ (๒) ศรัทธา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
ขอขอบคุณ ภาพจากงาน “ธรรมะกลางเมือง”

หลวงพ่อปราโมทย์ : หลวงพ่อสอนเนี่ย สอนให้พวกเราพัฒนากำลังทั้ง ๕ นี้ สอนทุกวันนะ พวกเราอาจจะไม่รู้ อย่างหลวงพ่อสอนพวกเรา บอกว่า ทุกวันต้องทำในรูปแบบ ต้องไหว้พระ ต้องสวดมนต์ ต้องคิดถึงคุณของพระพุทธเจ้า กระทั่งพวกเราจะมาขอบคุณหลวงพ่อ ว่าสอนแล้วพวกเราปฏิบัติพ้นทุกข์ หลวงพ่อบอกให้ขอบคุณพระพุทธเจ้า นึกออกมั้ย เราจะต้องคิดถึงครูบาอาจารย์ของเรา พ่อแม่ของเรา สูงที่สุดนะ อาจารย์ที่สอนเรานี่ ก็เป็นแค่ลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า เพราะงั้นสูงสุดของเราคือพระพุทธเจ้า ใจของเราต้องยึดถือท่านนะ คิดถึงท่านเรื่อยๆ คิดถึงคุณงามความดีของท่าน

ท่านไม่ใช่เป็นอะไรกับเราซักหน่อย ทำไมมีความเมตตากรุณานะ ยอมลำบากยากเข็ญตั้งนานแสนนาน เพื่อจะค้นคว้าธรรมะมา ได้ธรรมะมาแล้ว แทนที่ท่านจะเสพสุข เป็นพระอรหันต์มีความสุขจะตายไป ท่านกลับทุกข์ทรมานนะ ต้องออกมาสู้กับพวกมิจฉาทิฏฐิ สู้กับกิเลส มิจฉาทิฏฐิก็พยายามบอมบ์ท่านนะ ถึงขนาดจ้างผู้หญิงมาแกล้งว่าทำเป็นท้องกับท่านก็มี จ้างคนมาด่าท่านก็มี ทำได้สารพัดเลยที่จะเล่นงานท่าน ต่างๆนานา ท่านต้องสู้กับพวกมิจฉาทิฏฐิ ต้องสู้กับกิเลสของพวกเราแต่ละคนด้วย เวลา(ฟัง)คำสอนของท่านเนี่ย เป็นคำสอนที่ฝืนกิเลสพวกเรา เราบางคนรับไม่ไหวนะ พวกกิเลสแรง รู้สึกคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่เอาดีกว่า

เนี่ยท่านต้องมาต่อสู้นะ กว่าจะตั้งศาสนาขึ้นมาได้ ถ่ายทอดสืบทอดมาถึงเราเนี่ย ท่านยากลำบากมากมาย เพราะปัญญาของท่านมหาศาล ที่จะค้นพบธรรมะได้เอง ขนาดธรรมะที่ท่านค้นแล้ว เอามาสอนเรา เรายังทำได้บ้างไม่ได้บ้างเลย เห็นมั้ย ปัญญาของท่านมาก ความกรุณาของท่านมากนะ ถ้าเราหัดภาวนาไปเรื่อย ใจของเราสงบ สะอาด สว่างนะ เข้าถึงความบริสุทธิ์มากขึ้นๆ เราก็จะรู้ถึงความบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้าด้วย เนี่ยพอใจของเรายิ่งภาวนาไป ใจเรายิ่งห่างไกลความทุกข์ เราจะยิ่งเคารพ ยิ่งรักพระพุทธเจ้าแน่นแฟ้นนะ ศรัทธาของเราจะมีกำลังมากขึ้นๆ

งั้นบางวันถ้าหมดศรัทธานะ พยายามนะคิดถึงคุณของพระพุทธเจ้าไว้ พยายามคิดถึงคุณของท่านไว้ แล้วพอเราคิดถึงคุณของท่าน ใคร่ครวญถึงคุณงามความดีของท่านนะ ใจก็เกิดศรัทธาขึ้นมาอีก หรือเราคบกับคนที่เค้ามีศรัทธา ถ้าเราคบคนที่มีศรัทธานะ เราก็จะโน้มนำไปให้เกิดศรัทธา เราไปคบพวกมิจฉาทิฏฐิไม่มีศรัทธานะ มันก็พาเราเสื่อมศรัทธาไปด้วยนะ เรื่องคบคนก็สำคัญนะ เนี่ยหลวงพ่อก็สอนพวกเราทุกวัน ต้องไหว้พระ ต้องสวดมนต์ คิดถึงคุณของพระ อันนี้คือพัฒนาพลังของศรัทธาขึ้นมา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ศาลากาญจนาภิเษก (ศาลาลุงชิน)
ถนนแจ้งวัฒนะ ซอย ๑๔
หลักสี่ กรุงเทพมหานคร
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๖

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๕๖
File: 560120.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๑ วินาทีที่ ๕๙ ถึง นาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๔๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จะข้ามภพข้ามชาติ ต้องยอมสละชีวิตเพื่อธรรมะ

mp 3 (for download) : จะข้ามภพข้ามชาติ ต้องยอมสละชีวิตเพื่อธรรมะ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : แต่ศาสนาพุทธนะ ชาวพุทธเรามีอุดมการณ์ เราจะต้องพ้นทุกข์ให้ได้ ตัวที่ทำให้เราทุกข์นะคืออัตตาตัวตนนี่แหล่ะ งั้นเรียนรู้ลงมาที่ตัวเองนะ

ดูลงมามีสติรู้กาย มีสติรู้ใจ เห็นเลยทั้งกายทั้งใจไม่ใช่เรา อะไรที่เป็นอาหารของอัตตาตัวตนต้องตัดมันเสีย อะไรที่เป็นอาหารของสติปัญญาต้องทำขึ้นมา กรรมชั่วทั้งหลายเนี่ยเป็นอาหารของอัตตาตัวตน ต้องไม่ทำ ไม่เบียดเบียนคนอื่น ไม่เบียดเบียนตัวเองด้วย เบียดเบียนตัวเองก็ชั่วนะ เบียดเบียนคนอื่นก็ชั่ว กรรมดีเนี่ยเป็นอาหารของสติปัญญา นาทีสุดท้ายที่จะข้ามภพข้ามชาตินั่นแหล่ะ อาศัยบารมีทั้งนั้น บารมีเอามาช่วย

ถ้าอบรมมาไม่แก่กล้าพอ มันจะเกิดรักอัตตาตัวตน แล้วจะถอย อย่างนาทีที่จะแตกหัก ไม่ใช่นาที ซักช่วงนึง ซักครึ่งชั่วโมงชั่วโมงนึง เวลาใกล้จะแตกหัก กิเลสมารจะมาเป็นกองทัพเลย มารยกทัพเป็นกองทัพจริงๆนะ มารทั้ง ๕ ตัวเลย ทั้งกิเลสมาร ขันธมาร เทวบุตรมาร มัจจุมาร อภิสังขารมาร ระดมกันเข้าโจมตีเพื่อให้เราถอย เพื่อให้เราเลิกปฏิบัติ ปลอบเราทั้งปลอบทั้งขู่นะ ขู่เราเลยว่า ถ้านั่งต่อไปต้องตายแน่นอน บอก ตายก็ตายไม่กลัว มันสอนต่ออีกนะ เอ๊ยไม่ถึงตายก็ได้นะ แต่อาจจะเป็นบ้า ถ้าไม่ตายก็บ้านะ ตายนะก็พ้นทุกข์พ้นร้อน ไม่เดือดร้อนคนอื่น แต่บ้าเนี่ยเป็นภาระคนอื่นนะ อย่าทำตัวให้เป็นภาระคนอื่นนะ ถอยเถอะ นี่ มันหลอกเราขนาดนี้แน่ะ

แล้วก็สอนต่อนะ ถ้าเลิกเสียนะก็เป็นพระอนาคาฯอยู่แล้ว ก็มีความสุขที่สุดในโลกอยู่แล้วนี่ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ยิ่งกว่าเป็นพระเจ้าจักรพรรดิอีก แหมดูมารยาของกิเลสนะ แหลมคมที่สุดเลย

ถ้าบารมีเราไม่พอเราก็จะถอย แต่ถ้าเรามีบารมีพอนะ อย่างเรามีสัจจะ เราตั้งใจจริง เราอยากเห็นความจริง อยากเห็นธรรมะ เรามีอธิษฐานบารมี เราเด็ดเดี่ยว ตายเป็นตายไม่ถอย แต่ต้องทำงานนี้ต่อไป มีขันติอดทนอดกลั้นต่อความทุกข์ที่ประดังเข้ามา บีบคั้นเข้ามาในกายในใจนี้นะ ไม่มีอะไรเหมือนเลย ความทุกข์นี้เหมือนกับภูเขาลงมาบดขยี้เราเลย เนี่ยบารมีสารพัด มีทานบารมี กล้าสละชีวิตมั้ยเพื่อธรรมะ ถ้าเคยสร้างทานบารมี สละเลือดสละดวงตาสละอะไรนี้ ถึงสุดท้ายกล้าสละชีวิตได้เพื่อธรรมะ บารมีสำคัญนะ เมตตาก็สำคัญนะ จิตใจขณะนั้นอ่อนโยนมั้ย หรือจิตใจนี่เกลียดชังกิเลสสุดๆเลย อ่อนโยนกระทั่งกับกิเลสนะ โอ้โหแต่ละตัวๆนะ มันอัศจรรย์จริงๆนะ เพราะงั้นต้องสร้างนะ ไม่มีของฟลุ้คหรอก ไม่มีของฟรี ไม่มีอะไร


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อ วันเสาร์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า


สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๔
Track: ๔
File: 510223.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๑๗ ถึง นาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๓๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

กุศลจะพลิกเป็นอกุศลได้ หากขาดสติ

mp 3 (for download) : กุศลจะพลิกเป็นอกุศลได้ หากขาดสติ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : กุศลเป็นปัจจัยของอกุศลก็ได้นะ

อย่างเช่นว่าเราเห็นเด็ก เห็นลูกเราแล้วออกไปวิ่งอยู่ข้างถนน หรือไปเล่นน้ำฝนอะไรนี้ เรามีกรุณา กลัวว่าจะบาดเจ็บกลัวจะเจ็บป่วย กลัวรถชนกลัวจะเป็นหวัด เรามีกรุณาเรียกให้เข้าบ้าน พอเรียกให้เข้าบ้านแล้วไม่ยอมเข้า เราจะโมโหนะอาจจะจับเด็กมาตีก่อน เด็กยังไม่ทันจะป่วยเพราะเป็นหวัดเลย แต่เจ็บเพราะถูกตีแล้ว เนี่ยกุศลพลิกเป็นอกุศลไปเรียบร้อยแล้ว

หรือมีนะพระแต่ก่อนมีอยู่องค์นึงมีชื่อเสียง ท่านเจริญเมตตามากเลย พอเมตตาล้ำหน้ากว่าสติ สติตามไม่ทัน จิตพลิกเป็นราคะ งั้นเมตตาเนี่ยพลาดนิดเดียวจะพลิกเป็นราคะเลย กรุณานะพลาดนิดเดียวจะพลิกเป็นโทสะเลย ต้องระมัดระวัง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๔๙ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๒
File: 490713.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓๗ วินาทีที่ ๒๐ ถึง นาทีที่ ๓๘ วินาทีที่ ๒๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : การเจริญเมตตา

การเจริญเมตตา

การเจริญเมตตานั้น ถ้าทำได้จริงก็ดีครับ แต่ปัญหาคือ พอจิตไม่โกรธก็ไม่นึกถึงการเจริญเมตตา ก็เลยไม่เมตตาจริง พอเกิดโกรธแล้วมาคิดเจริญเมตตาก็จะทำไม่ได้

แถมยังพยายามจะแผ่โทสะออกไปอีกเพราะเข้าใจผิดว่ากำลังแผ่เมตตาด้วยการท่องบทแผ่เมตตา

เพราะฉะนั้นต้องหัดเจริญเมตตาเอาไว้เนืองๆ เพื่อให้จิตระลึกถึงเมตตาแล้วเกิดเมตตาได้ก่อนจะเกิดโทสะครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พอขันธ์กระจายตัวออกไปเนี่ย ปัญญามันจะเกิดได้

mp3 for download : พอขันธ์กระจายตัวออกไปเนี่ย ปัญญามันจะเกิดได้

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

พอขันธ์กระจายตัวออกไปเนี่ย ปัญญามันจะเกิดได้

พอขันธ์กระจายตัวออกไปเนี่ย ปัญญามันจะเกิดได้

หลวงพ่อปราโมทย์ : สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่แปลกปลอมเข้ามาในใจทั้งสิ้น มิใช่จิตหรอก ราคะไม่ใช่จิตนะ เป็นสิ่งที่แปลกปลอมเข้ามาในจิต โทสะก็ไม่ใช่จิต เป็นสิ่งที่แปลกปลอมเข้ามาในจิต โมหะก็ไม่ใช่จิตอีก เป็นสิ่งที่แปลกปลอมเข้ามา ปัญญา เมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่จิตทั้งสิ้น เป็นสิ่งที่แปลกปลอมเข้ามาในจิต เรียกว่า “สังขาร”

สิ่งที่แปลกปลอมเข้ามาในจิตมีสองอัน มีเวทนากับสังขาร สัญญานี้เป็นตัวแปลความหมาย ไม่ต้องเรียนเยอะ เรียนเยอะแล้วเดี๋ยวเวียนหัว ถึงสัญญานี้พร้อมจะเพี้ยนแล้ว เพราะจริงๆขณะนี้ พูดตรงๆนะ พวกเรามีสัญญาวิปลาส ไม่ได้แปลว่าบ้านะ สัญญาวิปลาสคือการหมายรู้ผิดๆ จิตวิปลาสคิดผิดๆ สัญญาวิปลาสหมายรู้ผิดๆ ทิฏฐิวิปลาสมีความเห็นผิดๆ พวกเรามีวิปลาสเยอะแยะเลย หลายอย่าง ตอนนี้ยังดูยาก เพราะฉะนั้นค่อยๆหัดดูของจริง หัดเจริญสติ หัดภาวนาไปนะ วันหนึ่งหายวิปลาสได้ หายบ้าได้ ความเห็นก็เห็นถูก ความคิดก็คิดถูก การหมายรู้ ก็หมายรู้ถูกๆ จะถูกขึ้นมา ค่อยฝึกเอา

เพราะฉะนั้นตอนนี้ สิ่งที่เราต้องหัดรู้อันแรกเลย ร่างกายอยู่ส่วนหนึ่ง เวทนา ความสุขความทุกข์ในกาย ความสุขความทุกข์ ความเฉยๆในใจ อันนี้อยู่อีกกลุ่มหนึ่ง เรียกว่า “เวทนา” ความปรุงดี ความปรุงชั่ว ความปรุงกลางๆไม่ดีไม่ชั่ว อันนี้เกิดขึ้นที่ใจเรียกว่า “สังขาร” เป็นสามอันแล้วนะ มีรูป มีเวทนา มีสังขาร มีจิตเป็นคนรู้คนดู ฝึกให้ได้อย่างนี้นะ

พอขันธ์กระจายตัวออกไป ปัญญามันจะเกิดได้ ถ้าขันธ์มันมารวมตัวกัน มันรวมเป็นกลุ่มเป็นก้อน มันจะรู้สึกว่าตัวเรามีอยู่จริงๆ แต่ถ้าขันธ์นี้แยกตัวออกไป กระจายออกไป มันจะเห็นรูปที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่นี้ไม่มีเรา ตัวที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่นี้ไม่ใช่เราแล้ว เหมือนหุ่นยนต์ตัวหนึ่งเคลื่อนไหว ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา เห็นทันทีเลย

เห็นได้เพราะอะไร? อันที่หนึ่ง สติระลึกรู้รูปที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ มีสติระลึกรู้รูปนี้ ถ้าใจลอยจะเห็นไม่ได้ ใจลอยก็ลืมกายลืมใจ เพราะฉะนั้นอันที่หนึ่ง มีสติรู้รูปที่กำลังเคลื่อนไหว อันที่สอง ใจนั้นมีสัมมาสมาธิ มีความตั้งมั่น เป็นผู้รู้ผู้ดู ใจมันอยู่ต่างหาก มันแยกออกมาอยู่ต่างหาก เป็นแค่คนดู มันจะเห็นว่าตัวที่เคลื่อนไหวอยู่นี้ ไม่ใช่เราเลย เป็นสิ่งที่ถูกรู้เท่านั้นเอง สิ่งใดถูกรู้ สิ่งนั้นไม่ใช่ตัวเรา

พวกเราเห็นไหม พัดนี้ถูกพวกเรารู้อยู่ รู้สึกไหม? มีใครเห็นพัดเป็นตัวเรา มีไหม? ไม่มีนะ ยกเว้นคนชื่อพัชนะ ถามว่าพัดเป็นเราไหม พัชเป็นเราค่ะ

ดูลงไปเรื่อยๆนะ ในที่สุดจะเห็นเลย รูปที่เคลื่อนไหวอยู่ รูปที่หยุดนิ่งอยู่ รูปที่หายใจ รูปที่ยืนเดินนั่งนอนอยู่ ไม่ใช่ตัวเราหรอก ไม่ใช่คนด้วย เป็นวัตถุ เป็นก้อนธาตุ ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา ดูอย่างนี้

ดูความรู้สึกสุข รู้สึกทุกข์เกิดขึ้น ความสุขเกิดขึ้นมา ใครเห็นความสุขเป็นเราก็เพี้ยนแล้ว ความปวดขาเกิดขึ้น ใครเห็นความปวดเป็นเราก็เพี้ยนแล้ว ไม่เป็นหรอก ดูง่ายนะ จะเห็นว่าไม่ใช่เรา

ตัวที่เหนียวแน่นที่สุดว่าเป็นเราคือจิตนะ เหนียวแน่นอันดับสองที่ว่าเป็นเราคือกาย คือตัวรูป ส่วนตัวที่เหลือนี่เป็นตัวที่ดูง่ายว่าไม่ใช่เรา แต่ว่าดูตัวมันยากนะ มันละเอียด


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๓


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๓
ลำดับที่ ๗
File: 530606A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๓๗ ถึง นาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๑๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เจริญปัญญาอย่างเดียวไปไม่รอด ต้องสั่งสมศีล สมาธิ ให้ถึงพร้อมด้วย

เจริญปัญญาอย่างเดียวไปไม่รอด ต้องสั่งสมศีล สมาธิ ให้ถึงพร้อมด้วย

เจริญปัญญาอย่างเดียวไปไม่รอด ต้องสั่งสมศีล สมาธิ ให้ถึงพร้อมด้วย

mp3 (for download) : เจริญปัญญาอย่างเดียวไปไม่รอด ต้องสั่งสมศีล สมาธิ ให้ถึงพร้อมด้วย

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : แต่ละศีล สมาธิ ปัญญา แต่ละอย่าง แต่ละอย่าง ล้างกิเลสคนละแบบกัน ศีลก็ล้างกิเลสแบบที่ศีลล้างได้ สมาธิก็ล้างกิเลสอย่างที่สมาธิล้างได้ ปัญญาล้างกิเลสอย่างที่ปัญญาล้างได้

ศีลก็ทำให้เกิดกุศลอย่างที่ศึลทำให้เกิดได้ สมาธิทำกุศลอย่างที่สมาธิทำได้ ปัญญาทำกุศลอย่างที่ปัญญาทำได้ ไม่เหมือนกันนะ เพราะฉะนั้นเราต้องสะสมไปนะ ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ใ่ช่ว่าจะเจริญปัญญาอย่างเดียวแล้ว มีสติรู้กายรู้ใจแล้ว เป็นชู้กับเขาก็ได้ โกงเขาก็ได้ โกหกเขาก็ได้ มีนะ หลวงพ่อเคยรู้จักอยู่ โอ้โห โกหกเป็นไฟเลย โกงเป็นไฟเลย แต่มาบอกว่าภาวนานะ มีสติ ไปไม่รอดหรอกนะ

ศีลนั้นทำไปเพื่ออะไร ศีลทำไปเพื่อละบาปอกุศลทางกาย ทางวาจา ทำให้กายวาจาเรียบร้อย สมาธินั้นทำไปเพื่อละบาปอกุศลทางใจ ทำไปเพื่อให้จิตใจสงบเรียบร้อย ตั้งมั่น ปัญญาทำไปเพื่อล้างความเห็นผิด ทำให้เกิดปัญญาเห็นความจริง ก็จะเข้าไปสู่ความหลุดพ้น อย่างสมาธินะ ก็ทำให้เกิดบารมีหลายตัวนะ ไม่มีสมาธิก็ไปไม่รอด อย่างเมตตาเนี่ย เราไปเจริญสติจะเกิดเมตตามั้ย คนละเรื่องกันนะ เราอยากมีเมตตาใช่มั้ย อย่างจิตเราขี้โมโหเนี่ย เราเจริญเมตตาบ่อยๆ ใจก็ไม่ค่อยโมโห ใจอยู่กับเมตตา ใช่มั้ย สะสมเมตตาไป คนละเรื่องกัน

เพราะฉะนั้นไม่ใช่ว่า เอะอะ ก็จะเจริญสติเพียงอย่างเดียว แล้วก็บรรลุมรรคผลนิพพาน ไม่ต้องมีศีล ไม่มีสมาธิ ไปไม่ได้นะ แต่ต้องรู้ว่าศีลส่งทอดไปให้สมาธิ สมาธิส่งทอดไปให้มีปัญญา ไม่ได้ไปหยุดอยู่ที่ใดที่หนึ่ง อยู่ในขั้นใดขั้นหนึ่ง ก็ต้องค่อยๆพัฒนาไปเรื่อยๆ ฝึกทุกวัน ทุกวันนะ เดี๋ยวก็ดีเองแหละ ไม่ยากอะไร แต่ว่าตัวสำคัญที่สุดต้องมีสติ ถ้าขาดสติก็ไม่มีศีล ขาดสติก็ไม่มีสมาธิ ขาดสติก็ไม่มีปัญญา เพราะฉะนั้นให้มีสติเรื่อยๆ รู้ทันจิตใจตัวเองไป

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่  ๓๓
File: 521227
ระหว่างนาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๕๗ ถึงนาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๐๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เจริญปัญญาอย่างเดียว ทิ้งบารมีตัวอื่น ๆ ข้ามภพข้ามชาติไม่ได้

mp3 (for download) : เจริญปัญญาอย่างเดียว ข้ามภพข้ามชาติไม่ได้

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : คนจะข้ามภพข้ามชาติได้ บารมีต้องเต็ม บารมีต้องครบ บารมีมีสิบตัว

บารมีที่เกิดจากการเจริญปัญญานี่ ‘ปัญญาบารมี’ บารมีอื่นๆ ก็ต้องทำอย่างอื่นด้วย อย่างเจริญเมตตาใช่ไหม ‘เมตตาบารมี’ เราตั้งใจปฏิบัติก็ต้องมี ‘ขันติ’ มี ‘อธิษฐานบารมี’ ตั้งใจมั่น มี ‘สัจจะ’ รักในความจริง มี ‘ทาน’ การเสียสละ นี่สิ่งเหล่านี้นะเป็นบารมีทั้งหมดเลย เพราะฉะนั้นพวกเราอย่าดูถูก ไม่ใช่จะเจริญปัญญาอย่างเดียว ทิ้งบารมีตัวอื่นไปหมดเลย ข้ามภพข้ามชาติไม่ได้หรอก บารมีทุกตัวนะจะส่งทอดเราขึ้นไป มันจะทำให้เราลดละความเห็นแก่ตัว ลดละความรักตัวเอง

ในนาทีสุดท้ายที่จะข้ามภพข้ามชาติจริงๆ ต้องเต็ม ถ้ากะพร่องกะแพร่งนะ ใจจะถอนเลย ใจสู้ไม่ได้ นาทีจะข้ามภพข้ามชาตินะ มันจะเห็นทุกข์มหาศาลเลย สำหรับคนทรงฌานนะจะเห็นทุกข์มหาศาลเลย ลำบากมาก เหมือนจะตาย นี่พอเหมือนจะตายขึ้นมานี่ ถ้าบารมีไม่พอนะ มันจะถอย อย่างเราตั้งใจไว้แล้วว่าเราจะสู้ตาย พอมันจะตายจริงๆ นะ ใจถอยแล้ว ไม่เอาดีกว่า รักษาชีวิตรอดไว้ เดี๋ยวค่อยภาวนาเอาใหม่ นี่บารมีไม่พอ อธิษฐานบารมีไม่พอ ไม่มีสัจจะกับตัวเองด้วย ไม่มีขันติด้วย ไม่มีทานบารมี กล้าสละชีวิตเพื่อธรรมะด้วย กลับมาอยู่กับโลกดีกว่า นี่ขาดเนกขัมมะบารมี เวียนกลับมาสู่กามอีก กลับมาสู่โลกอีก ไม่มีปัญญาบารมี ไม่รู้แจ้งอริยสัจ

เพราะฉะนั้นเราต้องสะสมทั้งหมดเลยนะ คุณความดีทั้งหลาย ทาน ศีล ภาวนา ภาวนามีสมถะ มีวิปัสสนา

CD สวนสันติธรรม 33

521226A

8.08 – 10.06

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่