Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ปฎิบัติธรรมเหมือนพาลูกไปโรงเรียน

mp3 (for download) : ปฎิบัติธรรมเหมือนพาลูกไปโรงเรียน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี

หลวงพ่อปราโมทย์ : >เราสั่งจิตให้บรรลุมรรคผลนิพพานไม่ได้ จิตเป็นอนัตตา แต่เราฝึกฝนเราให้การเรียนรู้กับจิตได้ งั้นการที่เรามาหัดปฏิบัติธรรมเนี่ย มันก็คือการพาจิตไปเข้าโรงเรียนนั่นเอง ให้การเรียนรู้

เหมือนเราพาลูกไปโรงเรียน เราไปฉลาดแทนลูกไม่ได้ สอบเก่งแทนลูกไม่ได้ เด็กจะเก่งหรือเด็กจะฉลาดอยู่ที่ตัวมันเอง เราเป็นผู้ปกครองนะเราให้ได้แค่โอกาสในการเรียนรู้ จิตนี้เหมือนกัน เราสั่งให้มันบรรลุมรรคผลไม่ได้ สั่งให้มันดีก็ไม่ได้ห้ามมันชั่วก็ไม่ได้ ทำอะไรกับมันไม่ได้จริงหรอก ให้การเรียนรู้มันได้

งั้นเราพยายามให้การเรียนรู้กับจิต ฝึกฝนมันไปนะ พัฒนาจนมันมีศีล มีสมาธิ มีปัญญาพร้อมแก่รอบแล้ว กระบวนการแห่งอริยมรรคก็จะเกิดขึ้นเอง เราสั่งไม่ได้

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๕


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๓
File: 550122
ระหว่างนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๓๑ ถึง นาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๓๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เพราะไม่ยอมรับความจริงจึงดิ้นรน ดิ้นรนจึงทุกข์

mp3 (for download): เพราะไม่ยอมรับความจริงจึงดิ้นรน ดิ้นรนจึงทุกข์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

เพราะไม่ยอมรับความจริงจึงดิ้นรน ดิ้นรนจึงทุกข์

เพราะไม่ยอมรับความจริงจึงดิ้นรน ดิ้นรนจึงทุกข์

หลวงพ่อปราโมทย์ : กายกับใจนั้น เขาแปรปรวน เขาเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา เขาเป็นทุกข์นะ ถูกความทุกข์บีบคั้นอยู่ตลอดเวลา ห้ามเขาไม่ได้หรอก ทีนี้เราไม่ฉลาด เราอยากให้เขาดี เราอยากให้เขาสุข เราอยากให้เขาสุขสงบถาวรด้วย เราไปอยากในสิ่งที่ไม่มีจริง

การที่เรามาเจริญสตินี้ เราก็ได้ค่อยๆเรียนรู้ ความเป็นจริงของกายของใจ จนวันหนึ่งเขายอมรับนะ เขายอมรับความเป็นจริงของกายของใจ แล้วเขาก็ไม่ยึดถือ มันพันทุกข์เพราะไม่ยึดถือ มีความสุขมากเลย ไม่มีอะไรเหมือนเลย

ความสุขอย่างโลกๆ หลวงพ่อก็รู้จักนะ ยกตัวอย่างพวกเราชาวโลกสุขอย่างไร หลวงพ่อก็เคยเป็นฆราวาสก็รู้จักนะ ความสุขของคนในโลกนะ มันเหมือนความสุขของเด็กน่ะ เด็กเล่นหิน เล่นทราย เล่นดิน สกปรกมอมแมมนะ มันก็มีความสุข มิใช่ว่าในโลกไม่มีความสุข แต่มันสุขแบบมอมแมม แต่ถ้าเราภาวนาเป็นนะ มันจะมีความสุขอีกชนิดหนึ่งที่สะอาด หมดจด มีความสุขจริงๆ

ความสุขในโลกมีแต่ความแปรปรวน ความสุขในธรรมนี้นะ ถาวร คงที่ ความสุขในโลกนี้อิงอาศัยคนอื่น อิงอาศัยสิ่งอื่น ความสุขในธรรมไม่ได้อิงอาศัยอะไรเลย เป็นความสุขของคนที่เป็นอิสระ

ทีนี้ใจของเรา ยังไม่เห็นความจริง เราก็พามันดูไปเรื่อยๆ ใจไม่ยอมรับธรรมะนะ ใจของเราแต่ละคนมันไม่ยอมรับธรรมะนะ ก็คือมันไม่ยอมรับความจริง ยกตัวอย่างร่างกายต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย นี่เป็นความจริงนะ เราไม่ยอมรับนะ เราไม่อยากแก่ ไม่อยากเจ็บ ไม่อยากตาย จิตใจของเราต้องสุขบ้างทุกข์บ้าง เราก็ไม่ยอมรับ เราอยากสุขอย่างเดียว จิตใจของเราเป็นของบังคับไม่ได้ เดี๋ยวก็เป็นกุศล เดี๋ยวก็เป็นอกุศล เราบังคับไม่ได้ เราก็ไม่ยอมรับ เราอยากบังคับให้ได้ อยากให้มันดีถาวร

การที่เรามาหัดเจริญสติ รู้กายรู้ใจ เพื่อวันหนึ่งจิตใจจะได้ยอมรับความจริง เมื่อมันยอมรับความจริง มันจะเห็นเลย สภาวธรรมทั้งหลาย เสมอภาคโดยตัวของมันเองอยู่แล้ว ความสุขและความทุกข์ก็เสมอภาคกันนะ เนี่ยเป็นเรื่องอัศจรรย์เลย ของเราๆรู้สึกเลย ความสุขกับความทุกข์ไม่เสมอกัน กุศลและอกุศลก็เสมอภาคกัน เราก็รู้สึกว่าไม่เสมอ แท้จริงแล้วสภาวธรรมทั้งหลายเสมอภาคกันด้วยความเป็นไตรลักษณ์ ล้วนแต่ไม่เที่ยงเหมือนกันหมดเลย ทั้งสุขทั้งทุกข์ ทั้งดีทั้งชั่ว ล้วนแต่เป็นทุกข์ ทั้งกายทั้งใจนี้เป็นทุกข์นะ แล้วก็บังคับไม่ได้ ไม่ใช่ตัวเรา ไม่มีอะไรบังคับได้แม้สักอันเดียว ใจเราไม่ยอมรับตรงนั้น

แท้จริงแล้วสภาวธรรมทั้งหลายนี้เสมอกันหมด ทั้งสุขและทุกข์ ทั้งดีและชั่ว ธรรมะที่เป็นคู่ๆทั้งหลายเสมอกัน ใจเราต่างหากที่ไม่เสมอกัน ใจเราจะรักอันหนึ่ง เกลียดอันหนึ่ง รักสุขเกลียดทุกข์ รักดีเกลียดชั่ว พอใจเราไม่เสมอภาค ใจเราจะดิ้นรน ใจเราดิ้นรนปรุงแต่ง ใจเราทำงานขึ้นมา ใจเราก็มีความทุกข์ขึ้นมา แต่ถ้าวันหนึ่งปัญญาเรารู้แจ้งแทงตลอดลงไปนะ ธรรมะที่เป็นคู่ๆทั้งหลาย สุขทุกข์ดีชั่วอะไรเนี่ย เสมอภาคกันหมด คือเกิดแล้วดับทั้งหมดเลย สุขก็ชั่วคราว ทุกข์ก็ชั่วคราว ดีชั่วคราว ชั่วก็ชั่วคราว ทุกอย่างชั่วคราว พอใจมันมีปัญญาเห็นอย่างนี้นะ ใจก็เข้าสู่ความเป็นกลาง พอใจเป็นกลางใจก็จะไม่ดิ้นรน ใจไม่ดิ้นรนใจก็ไม่ทุกข์นะ เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ปัญญาเกิด เห็นสภาวธรรมทั้งหลายเสมอกันหมด ใจก็จะไม่ดิ้น ใจไม่ดิ้นใจไม่ทุกข์

ของเราไม่เห็น เรารู้สึกไม่เสมอกัน รู้สึกมั้ย สุขดีกว่าทุกข์ กุศลดีกว่าอกุศล เราจะมีสิ่งที่เป็นคู่ๆอยู่เยอะ ละเอียดดีกว่าหยาบ ที่ใกล้ดีกว่าที่ไกล ภายในดีกว่าภายนอก เราไปหลงธรรมะที่เป็นคู่ๆ ธรรมะภายในเช่น แหมสงบอยู่ข้างในดี ฟุ้งซ่านออกข้างนอกไม่ดี ธรรมะอยู่ใกล้ๆ อยู่กับกายกับใจแล้วดี ออกไปข้างนอกไม่ดี ยุ่งกับตัวเองดี ไปยุ่งกับคนอื่นไม่ดี ความจริงเสมอกันแหละ ยุ่งเมื่อไหร่ก็ทุกข์เมื่อนั้นน่ะ ต้องเรียนนะ เรียนเพื่อให้เห็นความจริง สภาวะทั้งหลายเสมอภาคกัน ใจของเราต่างหากที่ไม่เสมอ ไม่เสมอภาค รักอันหนึ่งเกลียดอันหนึ่ง แล้วก็ดิ้นรน ดิ้นรนแล้วก็ทุกข์

ถ้าเมื่อไรปัญญาแจ่มแจ้ง ธรรมที่เป็นคู่เสมอภาคกันหมด ใจก็ไม่ดิ้นรนนะ ใจไม่ดิ้นรนใจก็พ้นทุกข์ นิพพานเป็นความสิ้นราคะ สิ้นตัณหา สิ้นความอยาก นิพพานเป็นวิสังขาร สิ้นความปรุงแต่งดิ้นรน เมื่อไรใจเราหมดความหิวโหย ในอารมณ์อันโน้น เกลียดอารมณ์อันนี้ หมดความปรุงแต่งอย่างโน้นอย่างนี้ จิตใจจะเข้าถึงสันติสุข เข้าถึงนิพพาน

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๐

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๗
File: 500105
ระหว่างนาทีที่  ๐๒ วินาทีที่ ๕๒ ถึง นาทีที่ ๐๘ วินาทีที่ ๐๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทำอย่างไรจึงจะปล่อยวางได้?

mp 3 (for download) : ทำอย่างไรจึงจะปล่อยวางได้

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : บางคนบอกว่า ทำอย่างไรจะปล่อยวางขันธ์ได้   คล้ายๆ หลวงพ่อจับพัดนะ ทำไงจะปล่อยได้ว้า หาทางสะบัดใหญ่ ไม่ปล่อยเองน่ะ  จริงๆ ไม่ต้องทำอะไรนะ แค่ปล่อย มันก็หลุดแล้ว  แต่จะปล่อยได้ ต้องรู้ว่านี่ไม่ใช่ของดี ถ้ารู้สึกว่า โอ๊ย นี่พัดอย่างนี้แหล่ะ ในโลกนี้มีอันเดียวที่ำทำได้แบบนี้ สวยเหลือเกิน ดีเหลือเกิน วิเศษเหลือเกิน  ในโลกนี้มีอันเดียวนี่อะไรรู้ไหม? ตัวเรานี่ไง มีอันเดียว ใช่ไหม? ไม่มีคนที่สองเลย มีอยู่หนึ่ง ฉนั้นหวงของดี ของดี ไม่ปล่อย วันหนึ่งดูไปดูไป ฮึ่ย น่าเกลียดนี่ ข้างหน้าดูสวยนะ พลิกมา ตุ๊กแกอยู่ข้างหลัง  คราวนี้ทิ้งอย่างรวดเร็วเลย เพราะอะไร? เห็นแล้วว่าไม่ใช่ของดี

ถ้าเมื่อไหร่เห็นตามความเป็นจริง ว่าขันธ์มันเป็นทุกข์ จิตจะวางของเขาเอง

พวกเราจำไว้นะ ไม่มีใครทำจิตให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้ จิตเขาบรรลุมรรคผลนิพพานของเขาเอง เขาปล่อยของเขาเอง แต่เขาปล่อยเองได้ไหม อยู่ๆปล่อยได้ไหม? อยู่ๆไม่ปล่อย  หน้าที่เราให้การเรียนรู้เขาไป พาเขาเรียนรู้ไป จิตคล้ายๆ เด็ก เหมือนลูกเรา หลานเรา  เราไปสอบแทนมันไม่ได้ เราจะมีความรู้แทนมันไม่ได้ มันต้องมีความรู้ของมันเองนะ  แต่เราทำอะไร? ทำสิ่งที่เกื้อกูล ให้การศึกษาได้ ส่งไปโรงเรียน หรืออยู่บ้านก็ติวให้บ้าง อบรมบ้าง ให้การเรียนรู้ได้ แล้วเขาดีของเขาเอง เขาฉลาดของเขาเอง

จิตนี้เหมือนกันนะ เราอบรมได้ จิตเป็นธรรมชาติที่อบรมได้ แต่สั่งไม่ได้ เหมือนเด็กน่ะ สั่งให้ฉลาดไม่ได้นะ สั่งให้สอบได้ที่หนึ่ง สั่งไม่ได้ ทำไม่ไ้ด้จริงหรอก มันจะดีมันจะชั่ว อยู่ที่ตัวของมันเอง  เราทำได้แต่สร้างสิ่งแวดล้อมที่เือื้ออำนวยใ้้ห้ ถ้าเราฝึกได้ เราฝึกเด็กได้นะ แต่เด็กจะเก่งหรือไม่เก่ง อยู่ที่ตัวเด็กเอง

จิตนี้ก็เหมือนกัน จิตเป็นธรรมชาติที่ฝึกได้ ในอภิธรรมสอนนะ จิตเป็นธรรมชาติที่ฝึกได้ แต่สั่งไม่ได้ ฝึกก็คือให้การเรียนรู้เขาไป เจริญสติ คอยรู้กาย คอยรู้ใจ  ให้จิตเขาได้เรียนรู้ความจริงของกายไป ให้จิตเขาได้เรียนรู้ความจริงของจิตใจไปเรื่อย เรียนรู้ความจริงไปเรื่อยๆ ในที่สุดจิตเขาฉลาด เขาเห็นเลย กายนี้ก็เป็นตัวทุกข์ จิตนี้ก็เป็นตัวทุกข์ ไม่ใช่ตัวดีตัววิเศษอย่างที่เคยหลงผิดแล้ว เขาจะวางของเขาเอง ฉนั้นตรงที่วาง เขาวางของเขาเองนะ ไม่ใช่เราช่วยเขาวางได้  ถ้าเราช่วยเขาวางได้ เราก็สบายเลย ไม่ต้องไปฝึกกรรมฐานให้เหนื่อยยาก การที่เราฝึกกรรมฐานนี่แหล่ะ คือการให้การเรียนรู้แก่จิต ที่เรามาหัดทำวิปัสนา ก็คือการให้การเรียนรู้แก่จิตนั่นเอง ถ้าจิตฉลาดขึ้นมา รู้ความจริงของขันธ์ห้า จิตก็วางขันธ์ของเขาเอง  จิตยังโง่อยู่ จิตก็ยังยึดอยู่

เพราะฉะนั้นเราทำหน้าที่อะไร? ทำหน้าที่ให้การเรียนรู้แก่จิต ด้วยการเอาของจริงมาให้จิตดู ดูลงไปในกาย ดูลงไปในจิตใจดูซิ มันเที่ยงหรือไม่เที่ยง มันสุขหรือมันทุกข์ มันบังคับได้หรือมันบังคับไม่ได้ ให้มันดูเนืองๆนะ ดูไปเรื่อยเลย วันนึงมันก็รู้ความจริง มันก็วางของมันเอง  ไม่มีใครสั่งให้มันวางได้นะ มันวางของมันเอง ดิ้นให้ตายยังไงก็ไม่วาง ภาวนาแทบเป็นแทบตาย ไม่วาง  บทเขาจะวาง เขาพอของเขานะ เขาวางของเขาเอง ครูบาอาจารย์ท่านเทียบคล้ายๆ การกินข้าว  เรา่มีหน้าที่กินข้าวนะ เราไม่มีหน้าที่อิ่ม  ร่างกายมันอิ่มของมันเอง เรามีหน้าที่ป้อนข้าวมันไป  มันหิวนะ ป้อนข้าวมันไป ถึงจุดหนึ่งมันอิ่มของมันเอง

การภาวนานี้เหมือนกัน เรามีหน้าที่ให้การเรียนรู้แก่จิตเรื่อยๆ  เรื่องที่ให้การเรียนรู้ ก็คือเรื่องความจริงของกายของใจ ไม่ใช่เรื่องอื่น  ให้การเรียนรู้ไปมากๆ พอเขารู้ความจริง เขาวางของเขาเอง

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๔
File:  530423.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๒๗ ถึง นาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๑๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่