Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

การภาวนาให้นับหนึ่งทุกวัน

mp 3 (for download) : การภาวนาให้นับหนึ่งทุกวัน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยม : กราบนมัสการหลวงพ่อค่ะ มีคำถามอยากจะถามว่า จิตที่เคยแยกเวทนาทางกายออกจากกาย และจิตที่เคยเห็นความทุกข์ทางใจเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ตรงนั้นนี่ จิตดวงนั้นจะสามารถเสื่อมจนดูอะไรไม่ได้เลย

หลวงพ่อปราโมทย์ : เสื่อมได้ เสื่อมได้ ยังเป็นโลกียะอยู่

โยม : คือ อันที่เคยเห็น มันเป็นอดีตเมื่อนานมาแล้วค่ะ ตอนนี้มันเสื่อมจน พอฟังซีดีหลวงพ่อก็เลยเข้าใจว่าต้องกลับมาเริ่มนับหนึ่งใหม่

หลวงพ่อปราโมทย์ : นับหนึ่งทุกวันนะ การภาวนา เราไม่ได้ภาวนาแบบขึ้นบันได ขึ้นไปแล้วอีกวันหนึ่งขึ้นไปขั้นต่อไป นับหนึ่งใหม่ถึงรู้อยู่ในปัจจุบันนี้แหละ เป็นขณะๆไป เจริญก็รู้ เสื่อมก็รู้ ดีใจเสียใจรู้อย่างเดียวเลย แล้วมันจะไม่มีคำว่าเสื่อมหรอก มันมีแต่จะเห็นว่า สิ่งทั้งหลายเกิดแล้วก็ดับเท่าๆกันหมดเลย อย่างความรู้สึกเจริญแล้วเสื่อมเนี่ย เราเปรียบเทียบเอา เป็นการคิดเปรียบเทียบของเราเอง ทั้งๆที่ในความเป็นจริง ช่วงก่อนอาจจิตตั้งมั่น แล้วช่วงนี้จิตฟุ้งซ่าน ถ้าเราเข้าใจก็จะเห็นเลยว่า จิตตั้งมั่นก็ชั่วคราว จิตฟุ้งซ่านก็ของชั่วคราว เท่ากัน เท่าเทียม


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๙ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๒


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๓
File: 521129B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๔๕ วินาทีที่ ๔ ถึงนาทีที่ ๔๖ วินาทีที่ ๒๓

ตัดคลิปส์โดยคุณ ok2077
ถอดคลิปส์และตรวจทานโดยคุณ พัลวัน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เราไม่ได้ภาวนาเอาดี แต่ให้เห็นความจริง

mp3 for downloadเราไม่ได้ภาวนาเอาดี

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: โดยธรรมชาติ ภาวนาเนี่ย มันจะไม่ดีตลอด มันเจริญได้มันก็เสื่อมได้ อย่างช่วงนี้เคยภาวนาดี ผ่านไปอีกช่วงนึงไม่ดี ทั้งๆ ที่ทำถูกนะ เพราะอะไร เพราะว่าดีนั้นเป็นของไม่เที่ยง หลวงพ่อถึงสอนเรื่อยๆ ว่าเราไม่ได้ภาวนาเอาดี แต่เราภาวนาให้เห็นความจริงว่า ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราเป็นของไม่เที่ยง

เราภาวนานะ จิตใจสว่างไสว รู้ตื่นเบิกบาน ผ่านไปช่วงหนึ่ง หมองๆ มัวๆ ไม่ค่อยรู้ตัว เป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องตกใจ กลับไปเมืองจีนแล้วตกใจว่าภาวนาสู้ตอนอยู่เมืองไทยไม่ได้ พอมันเสื่อมลง มันหมองมัวลง อย่าไปตกใจ ให้เราภาวนาไปตามปกติ ไม่ต้องคิดว่าจะเอาดี เพราะเราไม่ได้ภาวนาเอาดี ให้เราดูไปว่าเนี่ย แต่เดิมมันสว่างไสวสบาย ตอนนี้มืดมัวไปละ จิตที่สว่างก็ไม่เที่ยง เราดูไปอย่างสบายใจ ไม่นานมันก็สว่างขึ้นมาอีก

ก็เห็นจิตที่มัวๆไป จิตที่เสื่อมไปว่าก็ไม่เที่ยงเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ภาวนาเพื่อให้เห็นว่าทุกอย่างมันไม่คงที่ ไม่ใช่ภาวนาเอาดี เพราะดีไม่คงที่

ถ้าคนไหนคิดจะภาวนาเอาดีนะ ต้องช้ำใจตาย เพราะว่ามันของไม่เที่ยง มันดีได้มันก็เสื่อมได้ ตรงนี้เป็นหลักสำคัญนะ ไม่งั้นเดี๋ยวกลับเมืองจีนแล้วตกใจ ตั้งหลักให้ดี ไม่ได้ฝึกเอาดี ไม่ได้ฝึกเอาสุข ไม่ได้ฝึกเอาความสงบ แต่ฝึกเพื่อเอาความจริงว่าทุกอย่างไม่คงที่ ทุกอย่างบังคับไม่ได้ ต้องการเห็นแค่นี้

แล้วต่อไปเวลามีสิ่งต่างๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตเราเนี่ย จิตมันฉลาดแล้วว่าทุกอย่างมันไม่คงที่ เพราะฉะนั้น ถ้าความสุขเข้ามานะ เราก็ไม่เพลิดเพลินไป เรารู้ว่าไม่คงที่ ความทุกข์เกิดขึ้นในชีวิต เราก็ไม่หลงกลุ้มใจ เรารู้ว่าไม่คงที่

กระทั่งคนไทยเองนะ ภาวนาไม่เป็นหรอก ภาวนาแล้วเอาดี เอาสุข เอาสงบ นั่งสมาธิเอาสุข เอาสงบ อยากดี เสร็จแล้วมันก็เสื่อม เสื่อมแล้วก็กลุ้มใจ อย่างบางคนภาวนามากมายนะ นั่งขยับทำจังหวะอย่างนี้ จะไม่ยอมให้ใจมันคิด นี่ทำผิดนะ ทำจังหวะแล้วจะไม่ให้ใจคิดเนี่ย ผิด เพราะจิตมีหน้าที่คิด จะไปสั่งมันไม่ให้คิดไม่ได้

หลวงพ่อเทียนขยับเพื่อจะรู้ทันจิตใจที่ไหลไปคิด หลังๆ เริ่มฝึกกันนะ จะไม่ให้มันคิด เพ่งเอาไว้ อยากสุข อยากสงบ อยากดี สุดท้ายก็เสื่อมใช้ไม่ได้ งั้นถ้าเราเข้าใจหลักของการปฏิบัติแล้วกลับเมืองจีนนะ เจริญเราก็รู้ เสื่อมเราก็รู้ ถึงวันหนึ่งเราเห็นว่าเจริญก็ไม่คงที่ เสื่อมก็ไม่คงที่ บังคับไม่ได้เท่าๆกัน เราก็จะเห็นว่าความสุขกับความทุกข์เท่าเทียมกัน ความสุขอยู่ชั่วคราวแล้วก็หาย ความทุกข์อยู่ชั่วคราวแล้วหาย เป็นของที่เท่าเทียมกันทั้งหมดเลย

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อวันเสาร์ที่ ๑๙ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๗ ก่อนฉันเช้า
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๕
File: 570719A
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๗ ถึง นาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จิตเสื่อมไม่มี มีแต่เกิดแล้วดับ

mp 3 (for download) : จิตเสื่อมไม่มี มีแต่เกิดแล้วดับ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

 โยม : ช่วง ๒ อาทิตย์ก่อน ผมจิตเสื่อมไปครับ แล้วก็รู้สึกว่า พอดูอะไรมันไม่ค่อยได้เรื่องได้ราว ก็เลยกลับมาทำรูปแบบนิดนึงครับ  

หลวงพ่อปราโมทย์  : ใส่รูปแบบไป แต่ว่าในความเป็นจริง จิตเสื่อมไม่มี จิตมีแต่เกิดแล้วก็ดับ จิตที่เป็นกุศลเกิดแล้วก็ดับ จิตอกุศลเกิดแล้วก็ดับ ถึงจิตอกุศลไม่มีสติ เกิดแล้วก็ดับเหมือนกันใช่มั้ย ส่วนที่เราบอกว่าจิตเสื่อม เพราะเราเอาไปเปรียบเทียบ ก่อนหน้านี้ มันเคยมีจิตที่เป็นกุศลบ่อยๆ ตอนนี้ไม่ค่อยมี มีอกุศลบ่อยๆ เราก็ว่าเสื่อม

เพราะงั้นเสื่อมไม่ใช่ของจริงนะ เสื่อมนั้นเกิดจากการเปรียบเทียบ จริงๆแล้วจิตไม่มีเสื่อม มีแต่เกิดแล้วก็ดับ เกิดแล้วก็ดับอยู่


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๕ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๔
Track: ๑๐
File: 510315.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๕๔ วินาทีที่ ๑๑ ถึง นาทีที่ ๕๔ วินาทีที่ ๕๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จิตเจริญแล้วเสื่อมอยู่ตลอดเวลา

mp 3 (for download) : จิตเจริญแล้วเสื่อมอยู่ตลอดเวลา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยม : ก็จะเห็นความเจริญแล้วก็เสื่อมอย่างที่หลวงพ่อเคยบอกน่ะค่ะ (หลวงพ่อปราโมทย์ : ใช่) จะเป็นช่วงๆ แล้วก็เป็นได้บ่อยมากค่ะ (หลวงพ่อปราโมทย์ : นั่นล่ะดี) เป็นวงจรเยอะมาก

หลวงพ่อปราโมทย์ : แต่ก่อนหลวงพ่อภาวนานะ อาทิตย์หนึ่งเนี่ย เจริญแล้วเสื่อม ๑ รอบ บางคนยาวกว่านี้ บางคนสั้นกว่านี้ แต่พอเราภาวนาจนชำนาญเลย เราจะเห็นเลย เจริญแล้วเสื่อมอยู่ตลอดเวลา อันไหนเกิดอันนั้นก็ดับ เรียกว่าเจริญแล้วเสื่อม

โยม : อ่อ ค่ะ ไม่ทราบว่าการที่เสื่อมนี้ เพราะว่าเราย่อหย่อนหรือว่าเป็นธรรมชาติ

หลวงพ่อปราโมทย์ : เป็นปกติ แต่ว่ามีเงื่อนไขอยู่อย่างหนึ่งนะ เราต้องปฏิบัติสม่ำเสมอ ตัวนี้ตัวสำคัญมาก ถ้าหากช่วงไหนเราปฎิบัติแล้วก็เจริญ แล้วเราขี้เกียจไม่ปฏิบัติแล้วเสื่อม เราจะรู้สึก เกิดความรู้สึกผิดๆ เห็นผิดว่า “ที่เสื่อมเพราะฉันไม่ได้ปฏิบัติ ถ้าฉันปฏิบัติมันก็จะดีไปตลอด” แต่ถ้าเราทำสม่ำเสมอทุกวันนะ ทุกวันทำเรื่อยๆเหมือนกันทุกวันเลย เจริญบ้าง เสื่อมบ้าง เราจะเห็นเลยว่าา เราบังคับมันไม่ได้ นี่จะเห็นความจริงก็ตรงนี้แหละ

เพราะฉะนั้นการปฏิบัติจะเว้นวรรคไม่ได้ ต้องทำทุกวัน

โยม : ค่ะ ทีนี้บางวันก็จะรู้สึกว่า รู้สึกตัวได้ดีนะคะ (หลวงพ่อปราโมทย์ : เออ.. เป็นอย่างนั้นทุกคนแหละ) จะรู้สึกตัวเอง แล้วบางวันก็แทบไม่รู้สึกตัวเลย เวลาที่ไปอยู่กับโลก

หลวงพ่อปราโมทย์ : บางวันนะ มันภาวนาไม่เป็นเลย เป็นอย่างนั้นทุกคนแหละ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒ ก่อนฉันเช้า


สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๐
File: 520424.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๕๓ ถึง นาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ฝึกใจให้เป็นพระ ไม่ใช่แค่ใจเทพ ใจพรหม

mp3 (for download) : ฝึกใจให้เป็นพระ ไม่ใช่แค่ใจเทพ ใจพรหม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ฝึกใจให้เป็นพระ ไม่ใช่แค่ใจเทพ ใจพรหม

ฝึกใจให้เป็นพระ ไม่ใช่แค่ใจเทพ ใจพรหม

หลวงพ่อปราโมทย์​ :ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นของดีของวิเศษจริงๆ เรียนแล้วเข้าไปเปลี่ยนใจได้ สมัยพุทธกาลเนี่ย พวกเดียรถีย์เวลาใครจะมาเจอพระพุทธเจ้านะ เขาจะบอกกันว่า อย่ามาดีกว่า เพราะสมณโคดมนี้มีมนต์เปลี่ยนใจ คิดว่าท่านมีคาถาเปลี่ยนใจ จริงๆแล้วธรรมะของท่านนั่นแหละ เปลี่ยนใจคนได้

ทีนี้เราก็มาเรียนธรรมะของท่านนะ เพื่อจะมาเปลี่ยนใจของเรา จากใจของสัตว์นรก ใจของอสุรกาย ใจของเดรัจฉาน ใจของเปรต มาเป็นใจคน ใจที่สูงขึ้นๆ ไม่ใช่เป็นแค่ใจเทพ ใจพรหม ขึ้นไปเป็นใจพระ ขึ้นสู่โลกุตตรภูมิเป็นลำดับไป

ลำพังฝึกจิตให้เป็นพรหมนะ อยู่ได้ช่วงหนึ่งก็ต้องเสื่อม พรหมก็ตกสวรรค์เหมือนกัน เสื่อมได้เหมือนกัน ยังเอาเป็นที่พึ่งที่อาศัยไม่ได้ ยังเป็นความแปรปรวนอยู่ ต้องฝึกใหัจนเป็นใจพระนะ จิตใจของเราจะเป็นพระขึ้นมาได้เนี่ย ไม่ใช่ว่าต้องไปทำอะไรแปลกๆหรอก เป็นพระนั้นสะอาด บริสุทธิ์ ขึ้นมา สิ่งที่ทำให้เราเข้าถึงความบริสุทธิ์ได้ก็คือ ตัวปัญญา

ปัญญาเกิดลอยๆไม่ได้ ต้องมีศีล มีสมาธิ เป็นฐาน รวมแล้วเป็นมีศีล มีสมาธิ มีปัญญา สามอัน เป็นเครื่องหนุนกัน

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรม ณ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
อ. ศรีราชา จ.ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๕

CD: พระธรรมเทศนา สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๔
File: 550331
ระหว่างนาทีที่  ๒ วินาทีที่ ๔๔ ถึงนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๑๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ช่วงขาลงของการภาวนา

ช่วงขาลงของการภาวนา

การภาวนาก็เหมือนกับงานอื่นๆ ที่ย่อมต้องมีทั้งช่วงขาขึ้นและขาลง
ตอนนี้เป็นช่วงขาลง ก็เลยกลายเป็นว่าภาวนาไม่เป็นเอาซะดื้อ
แต่ไม่ต้องตกใจนะครับ ให้ยอมรับสภาพที่เป็นอยู่ ไม่ต้องดิ้นรนทำให้กลับไปเหมือนเดิม
ไม่ต้องโหยหาสภาวะเดิมๆที่เคยเป็นมาก่อน
เคยปฏิบัติอย่างไร เช่นยกมือทำจังหวะ หรือหัดรู้กายรู้ใจในชีวิตประจำวัน
ก็ให้ทำไปเหมือนเดิม ทำไปสบายๆ แม้จะไม่เกิดสติก็ให้หัดทำไป
เหมือนเริ่มนับหนึ่งใหม่นะครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ให้เป็นกลางต่อความเจริญและเสื่อม

mp 3 (for download) : ให้เป็นกลางต่อความเจริญและเสื่อม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ใหม่ๆก็ได้บ้างล้มเหลวบ้าง เจริญแล้วก็เสื่อมพอเสื่อมแล้วก็เสียใจ สปีดใหญ่พากเพียรใหญ่เพียรพยายามสุดฤทธิ์สุดเดชนะมันก็ไม่หายที่เสื่อม โอ้หมดแรงแล้วช่างมันเถอะ พอช่างมันเถอะมันเจริญอีกแล้ว เนี่ยอย่างนี้เจอหลายๆทีเข้านะในที่สุดจับเคล็ดลับมันได้ เวลามันเจริญอย่าหลงดีใจ เวลาเสื่อมไม่ต้องตกใจ เจริญก็รู้เสื่อมก็รู้นะ แล้วมันจะไม่เจริญไม่เสื่อมแล้ว มันจะคงที่อยู่อย่างนั้น เสถียร หมายถึงว่าสภาวะใดๆก็เสมอภาคกัน ใจเราจะไม่แกว่งขึ้นแกว่งลง ใจจะเป็นกลางกับทุกข์สภาวะนะ เนี่ยคอยดูกายคอยดูใจไปนะ ไม่ได้เหลือวิสัยหรอก

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๖
Track: ๔
File: 510801.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๔๗ ถึง นาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๒๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การภาวนามีแต่เจริญแล้วเสื่อม

mp 3 (for download) : การภาวนามีแต่เจริญแล้วเสื่อม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

การภาวนามีแต่เจริญแล้วเสื่อม

การภาวนามีแต่เจริญแล้วเสื่อม

โยม : สงสัยว่าบางวันน่ะค่ะ ก็รู้สึกเหมือนรู้น่ะค่ะ แต่บางวันก็เหมือนไม่แน่ใจว่าไม่รู้คิดหรือรู้

หลวงพ่อปราโมทย์ : เป็นอย่างนั้นทุกคนแหล่ะ  เป็นอย่างนั้นทุกคนนะ บางวันภาวนาง่าย บางวันเหมือนภาวนาไม่เป็น เป็นทุกคน พอรู้สึกว่าภาวนาไม่เป็นอย่าไปดิ้นรนค้นคว้าให้รู้ว่าใจมันเหมือนกับไม่รู้เรื่อง ดูไม่รู้เรื่องก็รู้ว่าดูไม่รู้เรื่องไป ถ้าเราไม่ชอบเราไปยิ่งดิ้นรนค้นคว้านะ ยิ่งเสียเลย ยิ่งดูไม่ออก การภาวนามันมีแต่เจริญแล้วเสื่อมเจริญแล้วเสื่อมไปเรื่อยนะ บางทีก็รู้บางทีก็หลงบางทีก็รู้บางทีก็หลง ไม่มีหรอกดีถาวรสุขถาวรสงบถาวร ไม่มี

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๓๑
File: 520719.mp3
ระหว่างชั่วโมงที่ ๑ นาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๔๙ ถึง ชั่วโมงที่ ๑ นาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๒๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ความจริงของโลกจะบีบคั้นเราอยู่ตลอดเวลา

mp 3 (for download) : ความจริงของโลกจะบีบคั้นเราอยู่ตลอดเวลา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ความจริงของโลกจะบีบคั้นเราอยู่ตลอดเวลา

ความจริงของโลกจะบีบคั้นเราอยู่ตลอดเวลา

หลวงพ่อปราโมทย์ : ชีวิตเรามันมีแต่ความไม่แน่นอนนะ แข็งแรงอยู่ปุ๊บปั๊บๆก็ป่วยไปแล้ว ชีวิตเรานี้มีแต่ความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โลกมันเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา พวกเรามาหัดภาวนาเนี่ยเพื่อมาเข้าใจความจริงของชีวิต เข้าใจความจริงของโลก ชีวิตเราหรือโลกนี้มันก็มีแต่ความเจริญแล้วก็เสื่อมนะ มีลาภแล้วก็เสื่อมลาภ มียศแล้วเสื่อมยศ มีสรรเสริญแล้วก็มีนินทา มีสุขแล้วก็มีทุกข์ ไม่มีใครหนีพ้นนะ กระทั่งพระพุทธเจ้าของเรา อย่างคนจะนินทาท่านก็มีนะ คนสรรเสริญท่านก็มากอะไรนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้หรอก บางทีท่านก็ต้องเจ็บป่วยเหมือนกัน บางครั้งท่านก็ไม่สบาย นั้นยังมีกายมีใจก็ยังเรียกว่ายังอยู่กับโลก

เมื่ออยู่ในโลกเนี่ยโลกธรรมคือความจริงของโลกก็จะบีบคั้นเราอยู่ตลอดเวลา สุขได้ก็ทุกข์ได้นะ มีสรรเสริญได้ก็มีนินทา มีผลประโยชน์ก็เสียผลประโยชน์อะไรเนี้ย มีสุขมีทุกข์หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ มันไม่มีหรอกไอ้ที่จะได้ข้างเดียว มีลาภยศสรรเสริญสุขอย่างเดียวไม่มีเสื่อมลาภเสื่อมยศนินทาทุกข์เป็นไปไม่ได้ เพราะในโลกนี้เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง

พวกเราที่มาหัดภาวนาเนี่ยไม่ใช่มาหัดเพื่อว่าจะได้มีลาภมากๆไม่เสื่อมซะทีนะมียศ บางคนมาไหว้พระนะขอตำแหน่งอะไรเนี้ย ขอให้ได้ยศอย่างนู้นอย่างนี้มันได้มาวันนึงก็เสียไป เมื่อก่อนเคยได้ยินเรื่องหลวงพ่อเที่ยง หลวงพ่อเที่ยงอยู่วัดม่วงชุมที่เมืองกาญฯ ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ดัง สมัยนู้่นใครจะปลูกเสกพระต้องนิมนต์หลวงพ่อเที่ยงมา นี้ทางวัดสุทัศหรืออะไรนี่จำไม่ได้แล้วก็นิมนต์มา ทหารเค้าทำพิธีพุทธาภิเษกอะไรเนี้้ย พอทำพิธีเสร็จนะทหารคนนึงก็ไปกราบท่านบอกหลวงปู่ครับ ผมเป็นพันเอกมานานแล้วไม่ได้เป็นนายพลซักที ขอให้ผมได้เป็นนายพลทีเถอะครับ ท่านบอก โง่อย่างงี้ถึงไม่ได้เป็น อยากเป็นนายพลก็ไปขอนายสิมาขอพระทำไม ต้องสมเหตุสมผลนะ องค์นี้ท่านสมเหตุสมผลจริงๆ ถ้าเป็นนายพลตอนนั้นตอนนี้ก็เกษียณแล้วก็ไม่ได้เป็นแล้ว

เพราะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างเราเนี่ยนะ มันเป็นของที่มีอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้นเอง ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเรานี่มันแค่ของชั่วคราว ถ้าเรายอมรับความจริงตรงนี้ได้เราจะไม่ทุกข์ อย่างเรายอมรับความจริงได้ว่ามีลาภแล้วก็ต้องเสื่อมลาภ เวลาไม่ได้รับผลประโยชน์​ขึ้นมานะก็ไม่กลุ้มใจเท่าไหร่ มันยอมรับความจริงได้ รวยขึ้นมาใช่มั้ยแล้วฟองสบู่แตกจนลงมาเนี่ย มันเป็นไปได้มั้ย มันก็เป็นไปได้ใช่มั้ย นั้นชีวิตมันเป็นอย่างนี้ถ้าเรายอมรับได้เราไม่ทุกข์ ร่างกายแข็งแรงอยู่วันนี้ป่วยไปแล้ว ถ้ายอมรับได้นะก็ไม่ทุกข์มากเท่าไหร่ อย่างบางคนนะหมอไปตรวจร่างกายประจำปีเป็นมะเร็งขึ้นมา มีความทุกข์นะเพราะยอมรับไม่ได้อยากจะแข็งแรงตลอดกาล เพราะนั้นมันอยู่ที่ใจเรายอมรับความจริงได้มั้ยว่าชีวิตมันเป็นอย่างนี้แหล่ะ ได้มาก็เสียไป เจริญแล้วก็เสื่อมไป เป็นธรรมชาติ

นี้ทำยังไงเราจะค่อยๆพัฒนาใจของเราให้ยอมรับความจริงของชีวิตได้ อันนี้แหล่ะคือการปฏิบัติธรรมล่ะ ถ้าเราปฏิบัติธรรมนี้ก็คือเรามาเรียนรู้ความจริงของชีวิต เรียนรู้ไปจนวันนึงยอมรับความจริงได้ ทุกอย่างผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ถ้ายอมรับความจริงตัวนี้ได้ความทุกข์ก็จะค่อยๆหายไป การปฏิบัติธรรมก็คือการมาเรียนรู้ความจริงของชีวิต เราไม่ต้องไปเรียนที่อื่น เรามาเรียนอยู่ที่ตัวเราเอง ที่กายที่ใจนี้แหล่ะสำคัญที่สุด


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี


CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๓๔
File: 521115.mp3
ระหว่างวินาทีที่ ๕๖ ถึงนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เราไม่ได้ภาวนาเอาเจริญ เพราะเจริญไม่เที่ยง

mp3 (for download) : เราไม่ได้ภาวนาเอาเจริญ เพราะเจริญไม่เที่ยง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.


โยม : กราบนมัสการครับหลวงพ่อครับ ก็ช่วงที่ผ่านมาติดหลงโลกอยู่ ก็ มันทั้งมานะอัตตา

หลวงพ่อปราโมทย์ : ภาวนาดีขึ้นเยอะแล้วล่ะ

โยม : ครับ แต่มันก็ยังไปหลงอยู่น่ะครับหลวงพ่อครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : อย่างน้อยเรารู้ว่าหลงบ้างนะก็ยังดี

โยม : รู้ครับ แต่ว่ามันก็เพลิดเพลิน สุขไปกับทางโลกค่อนข้างเยอะนะครับ ก็ แต่ว่าในการปฏิบัติ ก็ปฏิบัติทุกวัน สวดมนต์ทุกวันครับ ดูกายดูใจทุกวัน ก็เห็นว่าช่วงนี้พอฟังซีดีหลวงพ่อก็จะรู้ว่า มันก็มีขึ้นมีลงนะครับ ช่วงนี้ก็เป็น คงเป็นช่วงขาลงมั้งครับเดือนนี้ แต่ก็ยังพอดูออก ก็เห็นน่ะครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : สารวัตรเห็นมั้ยว่า ทั้งๆที่ขาลงแต่จิตเป็นกลางมากขึ้น ตัวนี้ดูออกมั้ย (โยม : ใช่ครับ) เพราะฉะนั้นขาขึ้นหรือขาลงไม่สำคัญนะ สำคัญที่รู้ด้วยความเป็นกลางต่างหาก เจริญกับเสื่อมเท่าเทียมกัน เราไม่ได้ภาวนาเอาเจริญหรอกเพราะเจริญไม่เที่ยง แต่ว่าพอปัญญามันแก่รอบเนี่ย จิตจะเป็นกลางต่อความเจริญและความเสื่อม ตัวนี้ต่างหากที่ทำให้ใจไม่ดิ้นรนปรุงแต่งต่อ ภาวนาดีขึ้นนะ ไม่ใช่แย่ลง

โยม : แล้วก็เห็นว่าจิตมันไม่เที่ยงนะครับ (หลวงพ่อปราโมทย์ : อ้อ ดี ) ก็เห็นตัวนี้ขึ้นมาครับหลวงพ่อครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : อย่างนั้นแหล่ะ มันค่อยคลายออกนะ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔

CD: ๔๐
File: 540709B
ระหว่างนาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๓๓ ถึงนาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๕๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ในวันที่ภาวนาไม่ดี

ในวันที่ภาวนาไม่ดี

ถาม : วันนี้เป็นอะไรไม่รู้ค่ะ จิตมันไม่ค่อยรับรู้อะไรเลยค่ะ มันเหมือนว่าเหนื่อย ดูไม่ชัดเจนค่ะ ไม่ค่อยรู้สึกตัว ลืมกายลืมใจบ่อย ๆ ค่ะ ต้องแก้ยังไงคะ?

ตอบ  : ไม่ต้องแก้นะครับ
ให้ยอมรับว่า ดูไม่ชัด ไม่ค่อยรู้สึกตัว
แล้วก็ตามดูไปเท่าที่ดูได้ รู้สึกตัวไปเท่าที่รู้ได้พอแล้วครับ
ถึงเวลาก็ทำตามรูปแบบไปตามปกติเหมือนทุกวัน
ถ้าเหมือนใจจะไม่ยอมรับว่าภาวนาไม่ดี ก็เตือนตัวเองไว้ครับว่า
วันนี้ภาวนาไม่ดี เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ดีเอง ใครๆ ก็เป็นแบบนี้กันทุกคนครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เมื่อนักภาวนาจิตตก

เมื่อนักภาวนาจิตตก

ถาม  : เวลาดูจิตถ้าจิตไม่ถึงฐานทำให้จิตใจหดหู่เศร้าหมองหวาดกลัววิตกได้ง่ายใช่ไหมค่ะ จะแก้ไขยังไงพยายามสวดมนตร์และดูลมหายใจก็ยิ่งวิตกหวั่นไหวมากขึ้นรู้สึกเหี่ยวเฉามาก ดูโลกเศร้าหมองจืดชืดมากตกอยู่ในความไม่แน่นอนตลอดเวลา ช่วยบอกทางแก้ด้วยค่ะ

ตอบ : จำหลักให้แม่นนะครับว่า
“ให้มีสติรู้สภาวธรรมที่กำลังปรากฏด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง”

ดังนั้นไม่มีอะไรต้องแก้หรอกครับ มีแต่ต้องรู้ไปตามที่เป็น
การจะหาทางแก้เป็นเพราะ จิตยังไม่เป็นกลาง
เมื่อจิตยังไม่เป็นกลางก็ต้องรู้ด้วยว่าจิตไม่เป็นกลาง
แล้วก็หัดดูจิตที่ชอบไหลไปหาความหดหู่เศร้าหมองหวาดวิตก
พอไหลไปก็ให้รู้ว่าจิตไหลไป หัดดูไปแบบนี้ อย่าดิ้นรนแก้ไขนะครับนะครับ
แล้วถ้าช่วงไหนเกิดหดหู่มากๆ จนหัดดูไม่ไหว
ก็ไปหาอะไรที่เป็นกุศลทำให้จิตได้เปลี่ยนอารมณ์บ้างก็ได้ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทำไมภาวนาแล้วเสื่อม

Mp3 for download: เคยรู้แล้วไม่รู้

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทำไมภาวนาแล้วเสื่อม

ทำไมภาวนาแล้วเสื่อม

โยม : มันเคยรู้แล้วมันกลับไปไม่รู้ได้เหรอคะ

หลวงพ่อปราโมทย์: ได้ เป็นของเสื่อม เพราะฉะนั้นอย่าประมาทนะ การปฏิบัตินะทิ้งไม่ได้เลย ต้องทำทุกวันแหละ ถ้าเราทิ้งไปก็เสื่อม ทำไมเสื่อมล่ะ เพราะมันเป็นโลกียธรรม เป็นของเสื่อม ไม่ใช่โลกุตตรธรรมนะ โลกียธรรม เพราะฉะนั้น ที่ภาวนารู้กายรู้ใจ มีสติว่องไว มีจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ เห็นอะไรก็รู้สภาวะรู้ลักษณะไปเรื่อย บางวันไม่รู้อะไรเลย เสื่อมไป ทีนี้ถ้าเสื่อมเพราะไม่ได้ปฏิบัตินี่นะ น่าเสียดาย

แต่ถ้าเรายังปฏิบัติ ตามรู้กายตามรู้ใจเหมือนวันปกตินั่นแหละ แต่เสื่อมเนี่ย ตรงนี้มีประโยชน์นะ เราจะเริ่มเห็นความจริงเลย  จริงๆแล้วเราบังคับไม่ได้ เพราะฉะนั้นอย่างเราตามรู้จิตใจของเราทุกวันๆนะ เราเห็นเลยบางวันจิตใจดี มีสติมีปัญญากุศลเกิดมากมาย บางวันแย่มากเลย อะไรๆก็ไม่เกิด มัวซัวไม่รู้เรื่องเลยทั้งๆที่ปฏิบัติเหมือนกัน เราจะเริ่มเห็นความจริงแล้ว จริงๆคือเราบังคับไม่ได้ มีค่าที่ error มีความเบี่ยงเบนเกิดขึ้นละ แสดงว่าเราบังคับไม่ได้จริงละ เนี่ย ใจจะค่อยๆเห็นความจริง

แต่ถ้าวันนี้ภาวนา จิตเจริญขึ้นมาละ เอ้าต่อมา 3 วันแล้วขี้เกียจละ ขี้เกียจแล้วเสื่อม ขี้เกียจแล้วเสื่อมนี่จะไม่เห็นไตรลักษณ์หรอกนะ มันจะรู้สึกว่าที่เสื่อมเพราะเราไม่ทำ ถ้าฉันทำเมื่อไหร่ ฉันก็ดีเมื่อนั้น เกิดความรู้สึกอย่างนี้นะ เนี่ย กิเลสมันหลอกละ มันจะรู้สึกเป็นอัตตา ไม่ใช่เป็นอนัตตา

เพราะฉะนั้นการปฏิบัตินะเว้นวรรคไม่ได้ เว้นวรรคไม่ได้ หลวงพ่อเว้นวรรคให้ได้ 2 อันนะ ที่ยินยอมยกโทษให้มี 2 อันเท่านั้น อันนึงตอนหลับ ตอนหลับมันเจริญสติไม่ได้ อีกอันนึงตอนทำงานที่ใช้ความคิด ขณะที่ทำงานใช้ความคิดเจริญสติไม่ได้ เพราะจิตต้องไปรู้เรื่องงาน ต้องคิด แต่เวลานอกนั้นเนี่ย รู้สึกตัวไว้ สมมติทำงานมาตั้งหลาย ชม. ละ เหลือเวลานิดหน่อยนะ 5 นาที 10 นาทีก็อย่าทิ้งเปล่าๆ ให้รู้ทันจิตรู้ทันใจไป รู้ไม่ได้ก็รู้กายไป

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันพุธ ที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๐

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๙
ลำดับที่
File:
500314

ระหว่างนาทีที่ ๒๗ วินาทีที่ ๐๘ ถึง นาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๒๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ไม่เห็นไตรลักษณ์

ไม่เห็นไตรลักษณ์

ถาม : ตอนนี้ผมปฏิบัติแต่ไม่เห็นไตรลักษณ์เลยคับ  เมื่อก่อนมันเห็นดีอยู่ แต่ต่อมามันเสื่อม จะทำยังไงดีคับ ไม่เห็นไตรลักษณ์เลย :'( :'( :'(
ตอบ : ไม่เห็นก็ไม่เห็นซิครับ
เห็นอะไรก็หัดรู้หัดดูอันนั้นไปก็พอแล้วครับ
อย่าดิ้นรนให้เห็นตามที่อยากจะเห็นเลยครับ
ยิ่งดิ้นสติก็ยิ่งไม่เกิด สติยิ่งไม่เกิด ก็ยิ่งไม่เห็นไตรลักษณ์หรอกครับ

แต่จะว่าไปตอนนี้ก็สามารถหัดดูไตรลักษณ์ได้นะครับ
เพราะจิตกำลังแสดงไตรลักษณ์อยู่ว่า
ไม่ได้เป็นไปตามที่ต้องการหรือคาดหวังให้เป็นได้
ตอนนี้มันเสื่อม ไม่เห็นไตรลักษณ์ มันก็เป็นเองทั้งที่เราก็ภาวนาเหมือนทุกวัน
จิตเองก็ไม่เที่ยง เมื่อก่อนไม่เป็นแบบนี้ ตอนนี้กลับมาเป็นแบบนี้
ดูๆไปเดี๋ยวจิตก็เป็นอย่างอื่นอีกที่ไม่เหมือนตอนนี้

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ภาวนาเป็นแล้วจะสงบแต่ร่าเริง

mp 3 (for download) : ภาวนาเป็นแล้วจะสงบแต่ร่าเริง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาวนาเป็นแล้วจะสงบแต่ร่าเริง

ภาวนาเป็นแล้วจะสงบแต่ร่าเริง

หลวงพ่อปราโมทย์: พอใจของเรารู้ตื่นขึ้นมานะ มีความสุข มีความตั้งมั่น มีความสงบ สังเกตมั้ยคนที่นั่งแถวหน้าๆ เนี่ย ดูเขาสงบ รู้สึกมั้ย

โยม: รู้สึก

หลวงพ่อปราโมทย์: แต่ดูอีกอย่างนึง ดูออกไหม เขาร่าเริงด้วย เขาสงบแต่ร่าเริงนะ ไม่ใช่สงบแบบแห้งแล้งแข็งกระด้าง ชาวพุทธเมื่อภาวนาเป็นเนี่ย จะสงบแต่ร่าเริง ไม่ใช่สงบแบบแห้งแล้งนะ หรือไม่ใช่ว่าฟุ้งซ่าน ไม่ใช่

สมัยพุทธกาล หลวงพ่อจำไม่ได้แล้ว พระสูตรอะไรไม่รู้จำชื่อไม่ได้ ต้องถามป๋อง ป๋องจำไม่ได้เหรอ มีคนไปเฝ้าพระพุทธเจ้า แล้วไปชมกับพระพุทธเจ้า บอกสาวกของพระองค์ สงบแต่ร่าเริง ไม่ได้มีไปชมกับพระพุทธเจ้านะ สาวกของพระองค์ซึมๆ พระเจ้าข้า น่าเลื่อมใสเพราะซึม ไม่ได้ชมอย่างนั้นนะ หรือสาวกของพระองค์เครียดดีพระเจ้าข้า แสดงว่าจริงจัง เครียดดีจังเลย ไม่ได้ชมอย่างนั้นนะ สงบแต่ร่าเริง

เพราะฉะนั้นถ้าเมื่อไรมีสติขึ้นมา เราจะสงบแล้วก็ร่าเริง ทำไมล่ะ เพราะจิตมันเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น เป็นผู้เบิกบาน มีความสุข ไอ้หนุ่มนี่ดีขึ้นเยอะเลยนะ ดีแล้วเข้าร่องเข้ารอยแล้ว ดีละ ดูไปเรื่อยๆ แล้วมันก็เจริญมั่งเสื่อมมั่งนะ ไม่ต้องดีตลอดนะ พยายามให้ดีตลอดเดี๋ยวเสียหมด ดูไปเรื่อยๆ ใช้ได้


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๙ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๖
Track: ๕
File: 491105B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๔๒ วินาทีที่ ๓๘ ถึง นาทีที่ ๔๔ วินาทีที่ ๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เราอยากได้โลกธรรมด้านดีฝ่ายเดียว ใจเราจึงไม่เป็นกลางต่อโลกธรรมด้านเสื่อม

mp3 (for download) : เราอยากได้โลกธรรมด้านดีฝ่ายเดียว ใจเราจึงไม่เป็นกลางต่อโลกธรรมด้านเสื่อม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

เราอยากได้โลกธรรมฝ่ายเดียว

เราอยากได้โลกธรรมฝ่ายเดียว

หลวงพ่อปราโมทย์ : ในชีวิตเรานะ มีสิ่งที่หมุนเวียนเข้ามาตลอดเวลาเลย เรียกว่า ‘โลกธรรม’ มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ นะ ไหลเข้ามาทุกวันน่ะ เดี๋ยวก็รวย เดี๋ยวก็จน เดี๋ยวคนก็ชม เดี๋ยวคนเขาก็ด่า เดี๋ยวก็สุข เดี๋ยวก็ทุกข์ อะไรอย่างนี้ เดี๋ยวก็ดัง เดี๋ยวก็ดับ เพราะโลกมันเป็นอย่างนั้น ทีนี้เราอยากได้โลกธรรมฝ่ายเดียว ฝ่ายดี เราจะไม่เอาฝ่ายไม่ดี ใจเราก็จะไม่เป็นกลางนะ

เพราะฉะนั้นถ้าเราเห็นทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิตเราเป็นเรื่องธรรมดานะ มันมาได้ มันก็ไปได้ ใจเราเป็นกลางนะ ความสุขมาใจเราก็เป็นกลาง ไม่หลงยินดี หลงระเริง เพลิดเพลินมัวเมา ประมาท ความทุกข์มาใจก็เป็นกลางนะ ไม่เร่าร้อน ทุรนทุราย รู้ว่าเป็นของประจำโลก

อยากพ้นทุกข์ ก็ต้องพ้นโลก อยากพ้นโลก อะไรเป็นโลก พระพุทธเจ้าสอนโลกคือหมู่สัตว์ อะไรเป็นสัตว์ รูปนามนี้แหละ สัตว์จริงๆไม่มีหรอก มีแต่รูปกับนาม มีแต่กายกับใจ ถ้าพ้นจากรูปจากนาม พ้นจากกายจากใจ เรียกว่าพ้นโลก

ทีนี้จะพ้นได้ด้วยอะไร พ้นได้ด้วย ‘ปัญญา’ มีสติรู้ลงที่กาย มีสติรู้ลงที่ใจ รู้ด้วยจิตที่ตั้งมั่น เป็นสัมมาสมาธิ จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัว อย่าให้ลืมเนื้อลืมตัว จิตใจตั้งมั่นอยู่กับเนื้อกับตัวเรื่อย ปัญญามันเกิด กายนี้ใจนี้ไม่ใช่เรา ความทุกข์ค่อยๆลดลง ลดลง

CD สวนสันติธรรมแผ่นที่ ๙
ลำดับที่ ๑๕
File: 480821A
นาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๔๒ ถึงนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๓๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ภาวนาแล้วเสื่อม

mp 3 (for download) : getting worse_500720B

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

 

ภาวนาแล้วเสื่อม

ภาวนาแล้วเสื่อม

โยม: รู้สึกว่า มันเคยรู้สึกตัวได้มากกว่านี้ 

หลวงพ่อปราโมทย์: อย่าอยากสิริน ถ้าเวลามันเสื่อมโดยธรรมชาติของการปฎิบัติเนี่ย เมื่อเจริญแล้วก็ต้องเสื่อม บางยุค บางสมัย บางวัน มันเสื่อม อย่าตกใจ ถ้าเสื่อมแล้วเราตกใจ เราจะยิ่งดิ้น ยิ่งเราดิ้นมันจะยิ่งเสื่อม 

เพราะฉะนั้นให้เรายอมรับสภาพที่จิตใจเรากำลังเป็นอยู่ อ้อ..มันหมองๆมัวๆ ไม่ค่อยจะรู้เนื้อรู้ตัว รู้ว่ามันเป็นอย่างนี้ อยากให้มันดีกว่านี้ รู้ว่าอยาก เอามันมาดูเลย แล้วรู้มันด้วยความเป็นกลาง รู้ความเสื่อมด้วยความเป็นกลางนะ ใจจะดีดผางขึ้นมาเลย ดีขึ้นฉับพลันเลย แต่ไม่ได้ฝึกเอาดีนะ ฝึกให้เห็นว่า ดีได้ก็เสื่อมได้ เสื่อมได้ก็ดีได้ ฝึกแค่ให้เห็นตรงนี้ ไม่ใช่ฝึกเอาดีตลอด ฝึกดีตลอด ดีตลอดไม่มีในสังสารวัฏฏ์นี้ มีก็ดีชั่วคราว สุขตลอดไม่มีในสังสารวัฏฏ์ มีแต่สุขชั่วคราว ครอบครองไว้ได้ ก็ได้ชั่วคราว ถึงวันหนึ่งก็หลุดไปหมดอีก 

โยม: คือ ฟังจากหลวงพ่อ หลวงพ่อก็พูดใช่มั้ยคะว่า มันจะมีเสื่อม มีดี แต่ใจมันก็เหมือนไม่ยอมรับน่ะค่ะ ว่ามันเสื่อมกับเรา 

หลวงพ่อ: อือ.. ใจมันไม่ยอมรับ นั่นแหละ พอใจมันไม่ยอมรับธรรมะนะ ใจก็ต้องมีความทุกข์นะ ยุติธรรมมั้ย ใจปฎิเสธธรรมะ ใจก็มีความทุกข์ ใจอ่อนน้อมยอมรับธรรมะนะ ยอมรับความจริง เจริญได้ก็เสื่อมได้ เกิดได้ก็แก่ได้ เจ็บได้ ตายได้ อะไรอย่างนี้ พอ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ขึ้นมา ก็ไม่สะทกสะท้าน ใจมันยอมรับ 

หรือทางจิตใจเนี่ย เจริญได้ก็เสื่อมได้ เพราะฉะนั้นตอนเสื่อมเนี่ยไม่กลุ้มใจ รู้ว่าเสื่อม เห็นความเป็นกลางของใจที่รู้ความเสื่อม พอใจเราเป็นกลางปั๊บ มันจะเจริญในฉับพลันนั้นเลย มันเจริญเพราะใจเราเป็นกลางนั้นแหละ ไม่ใช่เจริญเพราะไปทำให้มันดี ตรงนี้ get มั้ย ตรงนี้ เจริญเพราะใจเราเป็นกลางนะ 


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๐ หลังฉันเช้า
CD สวนสันติธรรมแผ่นที่ ๒๑
ไฟล์ 500720B
ระหว่างนาที่ ๒๓ วินาทีที่ ๘ ถึง นาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จิตไม่ได้เสื่อม แต่เกิดจากการเปรียบเทียบของเราเอง

เสื่อม

เสื่อม

mp3 (for download) : จิตไม่ได้เสื่อม แต่เกิดจากเปรียบเทียบของเราเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : จริงๆคำว่า”เสื่อม” ไม่เคยมีเลย คำว่า “เสื่อม” นี้เกิดจากความเห็นผิดของเรา เกิดจากการเปรียบเทียบสภาวะสองสภาวะ  มันเคยดีแล้วคราวนี้ไม่ดีเท่าเก่า บอกเสื่อม แท้จริงนั้นจิตมันเกิดดับอยู่ตลอดเวลา จิตดวงที่ดี มันเกิดแล้วมันก็ดับไป ไม่ใช่มันเสื่อม จิตดวงที่ไม่ดีมันเกิดขึ้นแทน  จิตดวงที่ไม่ดีมันเกิดขึ้นแล้วมันก็ดับไป ก็ไม่ใช่ว่ามันเจริญ  แท้จริงก็คือ จิตที่เสื่อมก็เกิดแล้วก็ดับ  จิตที่เจริญเกิดแล้วก็ดับ

ทีนี้ถ้าเราเข้าใจอย่างนี้ เราก็ไม่คิดว่าจิตมีดวงเดียว เดี๋ยวเจริญเดี๋ยวเสื่อม  ความสำคัญผิดมันคิดว่าจิตมีดวงเดียว ฉะนั้นอยากทำให้มันดีตลอด อยากให้มันถาวร  ความจริงไม่มีหรอกจิตที่เป็นดวงเดียวน่ะ มีแต่เกิดแล้วดับ เกิดแล้วดับนะ คำว่า “เจริญ” คำว่า “เสื่อม”เกิดจากการเปรียบเทียบทั้งหมดเลย เปรียบเทียบสภาวะสองอันทั้งๆ ที่มันไม่ได้เกี่ยวข้องกัน

ฉะนั้นถ้าเห็นว่า จิตเจริญ เจริญแล้วมันก็ดับไป จิตที่เสื่อมเิกิดขึ้นมาแล้วก็ดับไปนะ ใจเป็นกลาง  เจริญก็ไม่หลงดีใจ เสื่อมก็ไม่หลงเสียใจ  นี่เป็นกลาง ในที่สุดจิตเป็นกลางต่อทุกสภาวะ จิตที่เป็นกลางต่อทุกสภาวะนะ จะเลิกดิ้นรน

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรมที่ สวนโพธิญาณ หนองตากยา ท่าม่วง กาญจนบุรี
เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๘

CD สวนสันติธรรมแผ่นที่ ๑๐
ลำดับที่ ๘
File 481022B
ระหว่างนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๐๐ ถึงนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๒๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การภาวนา ถ้าถูกต้องจะต้องง่าย ถ้ารู้สึกยากแสดงว่าผิด

การภาวนา ถ้าถูกต้องจะต้องง่าย ถ้ารู้สึกยากแสดงว่าผิด

การภาวนา ถ้าถูกต้องจะต้องง่าย ถ้ารู้สึกยากแสดงว่าผิด

mp 3 (for download) : การภาวนา ถ้าถูกต้องจะต้องง่าย ถ้ารู้สึกยากแสดงว่าผิด

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: เคยมีครูบาอาจารย์องค์หนึ่ง ท่านหลงป่าเข้าพม่าไป แล้วก็เปียกฝนสามวันสามคืน เดินหลงทาง ข้าวก็ไม่มีจะฉัน ปอดบวม เข้าไปหลบฝนอยู่ในถ้ำ ก็ยังภาวนา แล้วรู้สึกว่าคราวนี้ต้องตายแน่ๆเลย ถึงแข็งแรงนะ จะรอดออกจากป่าหรือเปล่าก็ไม่รู้เพราะหลงทาง

ท่านก็ภาวนาของท่านไปเรื่อย กะว่าถ้าตายแล้วจิตใจจะห่วงอะไรมั้ย ร่างกายนี้ไม่ห่วงแล้ว ดูจิตดูใจก็ไม่ห่วงแล้ว ใจไม่ยึดอะไรสักอย่าง พร้อมจะตายแล้ว จิตใจไม่ยึดอะไรสักอย่าง ท่านก็ดูไปเรื่อยๆ เอ๊ะ! ไม่ยึดอะไรเลย ทำไมมันมีอะไรก็ไม่รู้ แปลกๆ สังเกตไปเรื่อยๆ ยึดความไม่ยึดอะไร ท่านเห็นว่าท่านยึดความไม่ยึดอะไร ยึดความว่างไว้ ตรงนี้ขาดปั๊บลงไป จิตท่านสว่างจ้าขึ้นมา

ท่านก็นึกว่า ในถ้ำ อยู่ในถ้ำมืดๆนะ กลางคืนนะ นึกว่าสว่างแล้ว ดูนาฬิกา ก็ยังไม่สว่างนะ ยังกลางคืนอยู่ มองข้างนอกก็มืดตึ๊ดตื๋อเลย ในถ้ำทั้งถ้ำนี่สว่าง แล้วท่านก็หายป่วย เสร็จแล้วตอนเช้า ฝนหยุดแล้ว ออกไปจากถ้ำ หิวนะ หิว ไม่มีอะไรฉันหลายวัน เจอลิงมันถือมะละกอ แล้วมันทำมะละกอตกลงมาที่พื้น แล้วมันก็มองหน้าท่านนะ มองมะละกอ มองหน้า

ท่านก็นึกว่า เอ๊… มันไม่กล้าหยิบกระมัง คงกลัวท่านว่า พอก้มลงหยิบเดี๋ยวท่านเล่นงาน ท่านเลยกลับเข้าถ้ำ เป็นเรา เราจะแย่งลิงกินใช่มั้ย เราก็จะมีเหตุผลเราต้องเอาตัวรอดไว้ก่อน จะได้มีแรงภาวนาต่อไปอีก ใช่มั้ย ท่านไม่เอา ท่านกลับเข้าถ้ำไป ลิงถึงได้มาเก็บมะละกอคืนไป

เข้าไปพักหนึ่งถึงได้ออกมา ปรากฎว่าลิงมาอยู่ที่พื้นดินละ ถือมะละกอ คราวนี้มันกลิ้งมาให้ท่านแล้วก็หนีขึ้นต้นไม้ไปเลย ลองดูมะละกอลูกนี้นะ มีรอยนกเจาะๆไว้ด้วย อุตส่าห์ไปเก็บมาให้นะ ท่านบอกว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยฉันอะไรอร่อยเท่านั้นเลย ฉันเสร็จแล้วเลยเดินกลับมาเมืองไทยได้ หลงเข้าป่าพม่าไป

ที่หลงเพราะท่านไปเดินตามลำห้วยไป นึกว่าลำห้วยนี้จะไหลเข้าฝั่งไทย กลายเป็นลำห้วยนี้ไหลไปพม่า ตามไป ตามไป ต้นไม้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เลยรู้ว่าไม่ใช่เมืองไทยแน่ เมืองไทยเข้ามาต้องเหลือแต่ต้นมันสำปะหลัง

ภาวนานะ ภาวนา ต้องทำ ฝึกไปเรื่อยๆ มีความสุขมากขึ้น มากขึ้น ไม่ใช่ภาวนาแล้วเคร่งเครียดนะ ถ้าภาวนาแล้วเคร่งเครียดแสดงว่าทำิผิด ถ้าภาวนาถูกจะมีแต่ความสุข มีความสุขมากขึ้น มากขึ้น ทุกวัน ทุกวัน นั่งอยู่เฉยๆก็มีความสุขโชยแผ่วๆขึ้นมา คุณมนเคยเป็นใช่มั้ย มันมีความสุข

ความสุขมันเกิดจากการมีสติ รู้ลงในกาย รู้ลงในใจ เห็นกายเห็นใจเป็นทุกข์ล้วนๆนะ ยิ่งมีความสุขมากขึ้น มากขึ้น เป็นเรื่องประหลาดนะ รู้ทุกข์แล้วมีความสุข รู้ทุกข์แล้วพ้นทุกข์ มีแต่ความสุขล้วนๆ

ใครๆก็อยากละทุกข์ทั้งนั้นเลย พระพุทธเจ้ากลับสอนให้รู้ทุกข์ ทุกข์อยู่ที่กายรู้ลงในกาย ทุกข์อยู่้ที่จิตใจรู้ลงในใจ รู้ไปเรื่อย จนวันหนึ่งไม่ยึดถือในกายในใจ ไม่ยึดถืออะไรเลย รวมทั้งไม่ยึดถือความไม่ยึดถือด้วยนะ เหมือนอย่างที่ครูบาอาจารย์ที่หลวงพ่อเล่า เสร็จแล้วท่านไปยึดความไม่มีอะไร พอท่านผ่านตรงนี้นะ จิตใจของท่านก็เปลี่ยนไปเยอะแยะ

ท่านกลับเข้ามาในเมืองนะ พอดีมีโยมคนหนึ่งรู้จักท่าน นิมนต์ท่านไปฉัน ก็มีคนรู้จักกับหลวงพ่อบอกว่าเนี่ย ท่านมาจากป่าละ เลยไปหาท่าน ไปที่บ้านเขานั่นแหละ เป็นตึกแถวนะ ไม่เจอหลายปี นานๆเจอทีหนึ่ง

ท่านก็เล่า การภาวนานะ เวลานักปฏิบัติเจอกัน สนทนาธรรมด้วยเรื่องการปฏิบัติล้วนๆ น่าฟังมากเลย น่าฟัง มันเป็นเรื่องของการต่อสู้กับกิเลสของตัวเองนั้นแหละ ไม่ใช่สู้คนอื่นนะ สู้กิเลสของเราเอง ล้มลุกคลุกคลาน ตอนสู้นะ ปางตาย

แต่ตอนสู้ขาดมาแล้ว มันขำนะ มันขำว่า แต่ก่อนทำไมมันโง่นะ ของง่ายๆเท่านี้เอง ไม่เข้าใจ สอบผ่านได้แล้วมันจะขำตัวเอง บางทีรู้สึกสมเพชตัวเองนะ ทำไมมันโง่หลายนะ โง่หลาย ของง่ายเท่านี้ไม่เห็น เห็นแล้วรู้ เห็นแล้วนะ ยังไม่เข้าใจ ง่ายกว่าที่นึกนะ

การภาวนา ถ้าเมื่อไรภาวนาแล้วรู้สึกยาก สังวรไว้เลยว่าผิดแน่นอน การภาวนาถ้าถูกต้อง จะต้องง่าย จิตใจมีสติ จิตใจมีสัมมาสมาธิ รู้ตื่น เบิกบาน เห็นกายตามความเป็นจริง เห็นใจตามความเป็นจริง มีแต่ความสุขล้วนๆเลย ค่อยๆภาวนา มันไม่ได้ยากเย็นเหมือนที่เราวาดภาพไว้ เราไปวาดภาพธรรมะเอาไว้ผิดธรรมดา ธรรมะคือธรรมดานั่นเอง

เราเรียนธรรมดาของกาย ธรรมดาของใจ ธรรมดาของกาย ก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ธรรมดาของใจก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาเหมือนกัน เรียนจนเห็นธรรมดา เรียนไปเรื่อย เห็นไปเรื่อย จนใจยอมรับความเป็นธรรมดาของกายของใจ ยอมรับแล้วมันไม่เที่ยงนี่ จะไปยินดียินร้ายอะไรกับมัน มันเป็นทุกข์นะ มันไม่ใช่เป็นสุข มันบังคับไม่ได้ มันเป็นอนัตตา ไม่ใช่บังคับได้

หลายคนภาวนาแทนที่จะมุ่งมาให้เห็นกายเห็นใจเป็นไตรลักษณ์ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เกือบทั้งหมดที่ภาวนาแล้วล้มลุกคลุกคลานนะ ภาวนาเื่พื่อจะให้มันเที่ยง เพื่อจะให้มันสุข เพื่อจะบังคับมันให้ได้

ยกตัวอย่างภาวนาแล้วอยากให้จิตใจสงบถาวร ให้สุขถาวร ให้ดีถาวร อะไรอย่างนี้ ภาวนาแล้วจะเอา อยากได้ อยากได้ความสุข อยากได้ความสงบ อยากได้ความดี สุข สงบ ดี ธรรมดาก็ไม่ได้นะ อยากถาวรด้วย ลืมไปว่าถาวรไม่มี มีแต่อนิจจัง ไม่ถาวร มีแต่ทุกขัง ทนอยู่ไม่ได้ ไม่มีความสุขที่แท้จริงในกายในใจนี้

ไม่ใช่ว่าพระอรหันต์ภาวนาไปแล้ว ร่างกายมีความสุขนะ ไม่ใช่นะ จิตใจก็ยังทำหน้าที่รู้สึกนึกคิด ธรรมดานั่นเอง ความสุขมันอยู่ตรงที่ ไม่ได้ยึดถือขันธ์ต่างหาก ไม่ยึดถือในกาย ไม่ยึดถือในใจ เป็นอิสระ อิสระจากกายจากใจ ความสุขมันอยู่ที่พ้นขันธ์ ไม่ใช่ความสุขอยู่ที่ดัดแปลงขันธ์สำเร็จแล้ว

พวกเราภาวนา รู้สึกมั้ย อยากดี อยากสุข อยากสงบ อยากได้มรรคผลนิพพาน มีแต่คำว่าอยากนะ มีแต่คำว่าอยาก ลืมไปว่าความอยากเกิดทีไร ความทุกข์ก็เกิดทีนั้น พอความอยากเกิดขึ้นจิตก็ดิ้น จิตก็ดิ้น จิตก็มีความทุกข์ขึ้นมา ถ้าจิตไม่มีความอยากจิตก็ไม่ดิ้น จิตไม่ดิ้นจิตก็ไม่ทุกข์

แต่ตราบใดที่ยังไม่รู้แจ้งอริยสัจจ์ ไม่รู้ทุกข์ ไม่รู้แจ้งในกายในใจนี้ว่าเป็นทุกข์ล้วนๆ มันยังรักกายรักใจ มันคิดว่ากายเป็นเรา ใจเป็นเรา คิดอย่างนี้ มันอยากให้เรามีความสุข อยากให้เรามีความสงบ อยากให้เราดี อยากให้เราบรรลุมรรคผลนิพพาน พอมีความอยากแล้วใจก็ดิ้น ใจก็ดิ้นแล้วใจก็ทุกข์ เพราะฉะนั้นตราบใดที่ยังละอวิชาไม่ได้นะ ตัณหาคือความอยากก็จะไม่หมดไป

จะหมดเป็นคราวๆพอมีสติรู้ทันนะ ก็ดับไป พอขาดสตินะ ก็กลับมาอีก เพราะฉะนั้นเลยต้องมีสติรักษาจิตอยู่ตลอดเวลา แต่พอภาวนาจนถึงที่สุดแ้ล้วนี่ มีปัญญา มีวิชาเกิดแล้ว มันไม่ไปหยิบฉวยจิตขึ้นมา ไม่ต้องรักษาจิตน่ะ แล้วถามว่ามีสติมั้ย มีก็มีไปอย่างนั้นล่ะ ไม่ได้มีเพื่อรักษาจิต เพราะจิตนั้นไม่ต้องรักษา เพราะคืนโลกคืนธรรมชาติเขาไปแล้ว

เนี่ยธรรมะนะ เป็นสิ่งที่เราึนึกไม่ถึง นึกไม่ถึง เราภาวนา เราก็หวังว่าวันหนึ่งจิตของเราจะดี จะสุข จะสงบ ถาวร วาดภาพพระอรหันต์ไว้อย่างนั้น จริงๆไม่ได้เป็นอย่างที่นึกหรอก คนที่วางขันธ์ไปแล้ว กับคนที่มีขันธ์อยู่ ความรู้สึกนึกคิดไม่เหมือนกัน ของเราคิดแต่ว่าทำอย่างไรจะดี ของท่านรู้ว่าวางแล้วก็หมดเรื่องแล้ว วางแล้วก็หมดเรื่องแล้ว ไม่จำเป็นต้องสงวนรักษาอะไรต่อไป

ถามว่ากิเลสเกิดขึ้นมาครอบงำจิตใจได้มั้ย ไม่ได้นะ จิตใจเข้าถึงภาวะที่อะไรก็ปรุงแต่งไม่ได้ เพราะว่ามีปัญญารู้ทุกข์นี่แหละ สำคัญ ใช่รู้อย่างอื่นนะ ในขณะที่เราต่อสู้ ตะลุมบอนไป จิตใจเกิดปัญญา เกิดสติ เกิดสมาธินะ เกิดคุณงามความดีแต่ละอย่าง แต่ละอย่าง แต่ละครั้ง แต่ละครั้ง มันอิ่มอกอิ่มใจ แต่สักพักหนึ่งมันก็พบว่าไม่ใช่นะ มันเสื่อมไปอีก

มีสติก็ขาดสติได้นะ มีสมาธิก็ขาดสมาธิได้ มีปัญญาก็โง่ได้อีก เนี่ยยังของกลับกลอก ยังของแปรปรวนอยู่ จิตใจก็ถูกกิเลสย้อมได้อีก แ้ล้วมันยังรู้สึกลึกๆว่ายังขาดอะไรอย่างหนึ่งที่ยังไม่ีรู้แจ้ง ตราบใดที่ยังขาดอันนี้อยู่เนี่ย จิตยังไม่เลิกดิ้นรนค้นคว้า จนวันหนึ่งจิตรู้แจ้งอริยสัจจ์ พอจิตรู้แจ้งอริยสัจจ์แล้ว จิตคืนกายคืนจิตให้โลก มันคืนกายไปก่อนนะ สุดท้ายมันหวงอยู่ที่จิตอันเดียวนี่แหละ พอคืนจิตให้โลกไปแล้ว ไม่ียึดถืออะไรในโลกอีก งานตรงนั้นก็หมดลงตรงนั้นเอง เข้าถึงความสุขที่นึกไม่ถึง

สวนสันติธรรม
CD: 19
File: 500310A.mp3
Time: 4.02 – 14.47

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การภาวนาเจริญได้ก็เสื่อมได้ แต่ต้องปฏิบัติให้สม่ำเสมอ

การภาวนาเจริญได้ก็เสื่อมได้ แต่ต้องปฏิบัติให้สม่ำเสมอ

การภาวนาเจริญได้ก็เสื่อมได้ แต่ต้องปฏิบัติให้สม่ำเสมอ

mp 3 (for download) : การภาวนาเจริญได้ก็เสื่อมได้ แต่ต้องปฏิบัติให้สม่ำเสมอ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ไม่ได้ฝึกเอาดีหรอกนะ ฝึกให้เห็นเลยของมันเสื่อม ดีบ้างไม่ดีบ้าง มันไม่เที่ยง ฝึกให้เห็นอย่างนี้ นี้พวกเราอยากได้ดี ช่วงไหนภาวนาแล้วจิตใจดีเราพอใจ เราถือว่ากูเก่งๆ ช่วงนี้ดี ชมตัวเองด้วยนะ ไม่มีใครชมก็ชมเอง ช่วงไหนภาวนาไปแล้วจิตใจแย่ลง โอ้แย่แล้วหมู่นี้เราไม่ดีแล้ว

ที่จริงภาวนาเพื่อให้เห็นว่ามันไม่เที่ยง ไม่ใช่ภาวนาให้มันเที่ยง มันดีได้มันก็เสื่อมได้ มันเจริญได้ มันก็เสื่อมได้นะ ดีได้ก็เลวได้ สุขได้ก็ทุกข์ได้ แต่อย่าไปช่วยมันทุกข์นะ อย่าไปช่วยมันชั่วนะ ให้รู้มัน ให้มันเสื่อมไปเอง เสียหายไปเอง แล้วคอยรู้ ต้องขยันดูนะ ถ้าไม่ขยันดูแล้วมันเสื่อมนี่ ใช้ไม่ได้ input นี่ต้องคงที่ไว้ หมายถึงทุกวัน ภาวนาทุกวัน ไม่ละเลย แต่ผลที่เกิดขึ้นไม่เหมือนกันสักวัน อันนี้ดี ไม่ต้องเหมือนกัน มันจะสะท้อนให้เราเห็นเลย เราทำอะไรไม่ได้จริง

สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๖
Track: ๑๒
File:
491123B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓๕ วินาทีที่ ๓๒ ถึง นาทีที่ ๓๖ วินาทีที่ ๓๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Page 1 of 212