Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

การแผ่เมตตา การอุทิศส่วนกุศล

mp 3 (for download) : การแผ่เมตตา การอุทิศส่วนกุศล

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยม: อยากให้หลวงพ่อแนะนำวิธีแผ่เมตตา กับอุทิศกุศล ที่ได้รับเต็มๆน่ะครับ

หลวงพ่อปราโมทย์: เมตตาอันหนึ่งนะ อุทิศส่วนกุศลอีกอันหนึ่งนะ คนละอันกัน แผ่เมตตาคือมีความรู้สึกเป็นมิตร ต่อคนอื่น สิ่งอื่น สัตว์อื่น อะไรพวกนี้ มีความรู้สึกที่เป็นมิตร อย่าไปมองเขาในแง่ร้าย มองเขาในแง่ที่ว่า เขาเป็นเพื่อนร่วมทุกข์กัน ก็คิดว่าทุกคนเขามีความทุกข์อยู่แล้ว เราไม่เพิ่มทุกข์ให้คนอื่นล่ะ นึกในใจอย่างนี้เรื่อยๆ แผ่เมตตาก็จะไม่เป็นศัตรูกัน

ตอนที่หลวงพ่อบวชใหม่ๆนะ อยู่ที่เมืองกาญจน์ ที่นั่นมีงูเห่า งูเห่าตัวหนึ่งนะ สวย เชื่องมากเลย มาอยู่ที่นี่ไม่มีงูเห่าเชื่องให้ดู มีแต่ไก่ป่า ไก่เชื่องมากเลย ที่ร้องระงมนี่ไก่ป่าทั้งนั้นเลยนะ หูจะขาวๆ ไปดูสิ ไก่ป่าตัวจริงหูจะขาวๆ ถ้าไก่ตัวปลอมก็หูธรรมดา หูแดงๆ

งูที่ว่าดุๆนะ เชื่องนะ เรานั่งเก้าอี้อยู่อย่างนี้ มันเลื้อยมาหากินนะ มันมุดๆมุดๆ เราก็มอง อู๊ยสวยๆ เอ็งอย่ากัดข้าก็แล้วกัน สวย เชื่อง มีอยู่ทีนะ น้ำท่วม น้ำท่วมบ้าน งูมันตามน้ำมา เห็นมันจะเข้ามาในบ้าน เอาไม้ไปเขี่ยมัน มันฉก อยู่ในน้ำนะมันยังชูหัวได้ โอ้.. ไอ้ตัวนี้ดุ พอแผ่เมตตาให้มัน มันก็ซึมๆซึมๆ พอจะไปเขี่ยมัน มันก็ฉกขึ้นมาอีก ว้า..เสมอกัน สุดท้ายมันก็ไป

แผ่เมตตาคือมีความรู้สึกเป็นมิตร ไม่มีความรู้สึกว่าเป็นศัตรูนะ แผ่ส่วนบุญส่วนกุศลเนี่ย นึกถึงส่วนบุญที่เราทำ แล้วก็นึกถึงคนที่เราอยากจะให้เขาได้รับ แต่การแผ่ส่วนบุญต้องรู้ มันมีหลายแบบ แผ่ให้คนเป็นนั้นทำไม่ได้ คนเป็นเราต้องโทรศัพท์ไปบอกเขา ว่าเราได้ทำบุญนี้นะ ให้เขาอนุโมทนา อนุโมทนาหมายถึงเขาดีใจด้วยที่เราทำบุญ แต่ถ้าเขาไม่อนุโมทนาเรา เขาอิจฉาเรา ปากเขาบอกว่าอนุโมทนา ในใจคิดว่าโธ่เอ๋ยเอาหน้า อย่างนี้เขาไม่ได้บุญ

ส่วนการแผ่ส่วนบุญ พวกที่ได้รับเนี่ย พวกเปรต เปรตบางพวกนะ ได้รับ อย่างพวกเทวดาเราแผ่ไป ไม่ได้รับหรอก แต่เขารู้ เขาจะอนุโมทนา มนุษยแผ่ไปไม่รู้ ต้องโทรศัพท์ไปบอก

เราต้องมีบุญก่อนนะ ถึงจะไปแผ่ส่วนบุญ สมมุติว่าเราไม่มีบุญเลย เห็นคนเขาทำบุญ เราก็หาบุญด้วยการอนุโมทนา ไปปล่อยวัวปล่อยควายวันนี้ใช่มั้ย ไปปล่อยวัวปล่อยควาย เราไม่มีตังค์ไปปล่อยกับเขา โอ๊ย.. ดีจัง โมทนานะ ขอให้ได้บุญด้วย นี่เราได้แล้วนะ ไม่ต้องเสียตังค์สักบาทหนึ่ง บุญมี ๑๐ ข้อนะ บุญที่เสียสตางค์น่ะมีข้อเดียว อีก ๙ ข้อไม่เป็นเรื่องเสียสตางค์หรอก เห็นคนเขาทำดี ก็ดีใจกับเขา ก็ได้บุญแล้ว พอเรามีบุญแล้ว เราก็อุทิศส่วนบุญ บุญจากความดีใจที่ปล่อยวัวปล่อยควาย ขออุทิศให้ปู่ย่าตายายเรา เนี่ยเราก็ได้แล้ว เห็นมั้ย บุญมีตั้ง ๑๐ ข้อ อย่างเห็นคนลำบาก ไปช่วยเขาก็ได้บุญ เห็นคนทำงานที่เป็นประโยชน์ เช่นทำสาธารณกุศล ไปเก็บศพเก็บอะไรนะ เราไม่มีเงินเราก็ไปออกแรงช่วยเขาเก็บ ก็ได้บุญ บุญจากการช่วยเหลือเขา เวยยาวัจจมัย บุญมีตั้ง ๑๐ ข้อ เยอะแยะ บุญจากการมีศีล นี่ก็เป็นบุญ ไม่มีสตางค์หรอก ไปรักษาศีลมาได้ดีแล้ว นึกถึงศีลที่เรารักษาก็ได้บุญแล้ว เราก็อุทิศส่วนบุญได้ ต้องมีต้นทุนก่อนนะ จึงจะอุทิศ

ง่าย ไม่ยาก แต่อย่าไปปนกันนะ ผีมา จะมาขอส่วนบุญ เราก็เจริญเมตตา เป็นสุข เป็นสุขเถิด ไม่เอา.. จะเอาบุญ เออ..อย่างนี้นะ เรียกว่าผิดประเภท งูเห่ามาละ เลื้อยปราดๆมาละ จงได้รับส่วนบุญของเรา มันกัดเลย นี่เรียกว่าแผ่ผิดประเภท


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑o เดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๗ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๖
File: 570810B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๘ ถึงนาทีที่ ๓๐ วินาทีที่ ๕๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เคล็ดลับของสมถกรรมฐาน

mp3 for download : เคล็ดลับของสมถกรรมฐาน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ธรรมะของพระพุทธเจ้า เป็นไปเพื่อความมักน้อย(สมถะ – ผู้ถอด) เพื่อความสันโดษ(พอเพียง ยินดีในสิ่งที่ตนมี ในสิ่งที่ตนได้มาตามความชอบธรรม ประกอบด้วยศีลด้วยธรรม ตามกฎหมาย – ผู้ถอด) เพื่อความไม่คลุกคลี(วิเวก – ไม่คลุกคลีด้วยอกุศล ด้วยกิเลส เว้นแต่ทำตามหน้าที่อันสมควรแก่ธรรม สมควรตามความรับผิดชอบ – ผู้ถอด) เป็นเพื่อความพัฒนาของศีล เป็นไปเพื่อความมีสมาธิ

สมาธิมี ๒ ชนิด สมาธิชนิดที่ ๑ จิตสงบในอารมณ์อันเดียว จิตใจของเราโดยปกตินี้ฟุ้งซ่านอยู่ตลอดเวลา มันวิ่งไปทางตาทางหูทางจมูกทางลิ้นทางกายทางใจ วิ่งไปหาอารมณ์ที่เพลิดเพลินพอใจ กลุ้มใจขึ้นมาก็ไปดูหนัง อยากจะมีความสุขวิ่งไปดูหนัง ดูแล้วยังไม่หายกลุ้มวิ่งไปฟังเพลง ฟังเพลงแล้วหิวอีกแล้วก็วิ่งไปหาอะไรกินอีก จิตใจนี้จะวิ่งพล่าน พล่าน พล่าน พล่าน ไปตลอดเวลาเลย เรียกว่าใจฟุ้งซ่าน

ถ้าต้องการฝึกสมาธิให้ใจสงบนะ เรามารู้จักเลือกอารมณ์ ถ้าจิตของเราอยู่ในอารมณ์ชนิดไหนที่มันไม่ยั่วกิเลส เป็นอารมณ์ที่ดี อยู่กับอารมณ์ชนิดนั้นแล้วมีความสุข จุดสำคัญอยู่ที่ว่า เลือกอารมณ์ที่มีความสุขมาเป็นเครื่องอยู่ของจิต เมื่อจิตได้อยู่ในอารมณ์ที่มีความสุขอันเดียวนะ จิตจะไม่วิ่งพล่านไปหาอารมณ์อื่นๆ จิตก็สงบ นี่คือหลักของสมถกรรมฐาน เคล็ดลับมีเท่านี้เอง ที่นั่งสมาธิกันปางตาย ทำแล้วยังไงก็ไม่สงบ ก็เพราะไม่รู้เคล็ดลับ หลวงพ่อนั่งสมาธิเป็นตั้งแต่ ๗ ขวบ นะ ก็เลยสรุปเคล็ดลับได้ว่าเราต้องอยู่กับอารมณ์ที่มีความสุข

อย่างหลวงพ่อตั้งแต่เด็กๆเนี่ย หายใจเข้าพุท หายใจออกโธ อยู่กับลมหายใจนะ มีความสุข หายใจแล้วมีความสุข หายใจแล้วมีความสุข ใจก็ไม่ฟุ้งไปที่อื่นเลย ใจก็จะอยู่สงบอยู่กับลมหายใจ ลมหายใจกลายเป็นแสงไป ลมก็สว่างกลายเป็นแสงสว่าง เป็นดวงสว่างขึ้นมา ก็สงบอยู่กับแสง นี่คือหลักของการทำสมาธิ (หมายถึง สมถกรรมฐษน – ผู้ถอด)

สมาธิบางอย่างไม่มีแสงนะ ไม่มีดวงนิมิตร อย่างการเจริญเมตตาเนี่ย เราแผ่เมตตาไปเรื่อย จะไม่มีดวงปฏิภาคนิมิตรเกิดขึ้น จิตก็ทำความสงบปราณีตได้ คนไหนขึ้โมโห ก็แผ่เมตตาไปเรื่อยๆ เวลาที่แผ่เมตตาไม่ต้องไปเค้นเมตตาออกจากใจ แผ่ๆอย่างนี้นะ ไม่ไปหรอก เมตตานะ แต่ถ้าจะแผ่ก็นั่งนึกเอา นั่งนึกเอา “สัตว์ทั้งหลายจงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย ขอให้สัตว์ทั้งหลายได้รับส่วนบุญที่เราทำแล้วทั้งหมดด้วยเถิด ทุกๆคน ทุกๆคน เลย” เนี่ยนึกไปเรื่อยนะ นึกอย่างนี้เรื่อยๆ บริกรรมไปเรื่อยๆ เดี๋ยวใจก็จะค่อยๆเย็นขึ้นมา ใจค่อยสงบสบาย พวกขี้โมโหนะ แผ่เมตตาไปเรื่อยๆ แผ่ทั้งวันเลยก็ได้ ใจมันจะค่อยเย็นๆมีความสุขขึ้นมา

คนขี้โลภ พวกราคะมากอะไรอย่างนี้ จะพิจารณาร่างกาย ดูร่างกายเป็นส่วนๆ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก ของไม่สวยไม่งาม พิจารณาไปเรื่อย ใจก็สงบจากราคะ ไม่ฟุ้งไป

ใจโกรธก็คือใจมันฟุ้งไป กระทบอารมณ์แล้วไม่พอใจ ในโลภก็คือมันฟุ้งไป ไปกระทบอารมณ์แล้วพอใจ ใจหลงก็คือใจมันฟุ้งไปตามอารมณ์ต่างๆ เพราะฉะนั้นหากว่าคนไหนขี้หลง ใจลอยบ่อยอะไรบ่อยนะ หายใจไปรู้สึกตัวไป หายใจไปรู้สึกตัวไป พอจิตหนีไปแล้วก็รู้เอา ใจก็ค่อยสงบสบายอยู่ในอารมณ์อันเดียว ถ้าน้อมใจให้ไปอยู่ในอารมณ์อันเดียวที่มีความสุขได้ล่ะก็ สมาธิก็เกิด ได้สมาธิชนิดที่ ๑

สมาธิชนิดที่ ๑ เป็นสมาธิที่จิตสงบในอารมณ์อันเดียว เรียกว่า “อารัมณูปนิชฌาน” อารัมณะ ก็คือคำว่า อารมณ์นั่นเอง คนไทยไปตัดไม้หันอากาศออก ถ้าภาษาที่ถูกก็คือ อารัมณะ ยกตัวอย่างพระอานนท์นะ คนไทยเรียกพระอานนท์เนี่ย ถ้าเราย้อนขึ้นไทม์แมชชีนไปวัดเชตวัน ไปถามหาพระอานนท์ จะไม่มีใครรู้จักเลย ต้องถามหาพระอานันท์ เนี่ยเขาตัดไม้หันอากาศออกไป คนไทย

เพราะฉะนั้นอารัมณูปนิชฌานนะ ให้จิตสงบอยู่ในอารมณ์อันเดียว จิตสงบอยู่ในอารมณ์อันเดียวได้เพราะจิตรู้จักเลือกอารมณ์ที่มีความสุข ถ้าทำได้นะ จิตใจก็มีความสุข ร่มเย็นเป็นสุข ไม่เครียด ไม่เครียดเลย แต่ว่าไม่เดินปัญญา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓๐ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๓

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๙
File: 560209A
ระหว่างนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๕๔ ถึงนาทีที่ ๒๑ วินาทีที่ ๒๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : การเจริญเมตตา

การเจริญเมตตา

การเจริญเมตตานั้น ถ้าทำได้จริงก็ดีครับ แต่ปัญหาคือ พอจิตไม่โกรธก็ไม่นึกถึงการเจริญเมตตา ก็เลยไม่เมตตาจริง พอเกิดโกรธแล้วมาคิดเจริญเมตตาก็จะทำไม่ได้

แถมยังพยายามจะแผ่โทสะออกไปอีกเพราะเข้าใจผิดว่ากำลังแผ่เมตตาด้วยการท่องบทแผ่เมตตา

เพราะฉะนั้นต้องหัดเจริญเมตตาเอาไว้เนืองๆ เพื่อให้จิตระลึกถึงเมตตาแล้วเกิดเมตตาได้ก่อนจะเกิดโทสะครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่