Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

สิ่งที่หลวงพ่อสอน ก็คือวิธีรู้ทุกข์ เพื่อความหลุดพ้น หมดความยึดถือ

สิ่งที่หลวงพ่อสอน ก็คือวิธีรู้ทุกข์ เพื่อความหลุดพ้น หมดความยึดถือ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาพจากวัดพระธาตุโกฏิแก้ว
เอื้อเฟื้อภาพโดย คุณ มโน มยา

หลวงพ่อปราโมทย์ : เพราะฉะนั้นเรามาเรียนรู้โลกนะ พระพุทธเจ้าบางทีท่านก็สรุปคำว่าโลกเอาไว้ โลกคืออะไร โลกก็คือ กายยาววาหนาคืบกว้างศอก มีสัญญาและใจครอง ตัวนี้เอง มาเรียนรู้ตัวนี้แหละ ถ้าปล่อยวางตัวนี้ได้ ข้างนอกก็ปล่อยหมด อัตโนมัติเลย จะปล่อยได้เมื่อเห็นทุกข์ ถ้ายังเห็นว่าเป็นตัวดีตัววิเศษ ไม่ปล่อยนะ จะปล่อยเมื่อมันเห็นตัวทุกข์ (คือเห็นว่ากายใจนี้เป็นตัวทุกข์ – ผู้ถอด)

ก็ค่อยๆฝึกไป สิ่งที่หลวงพ่อสอนก็คือวิธีรู้ทุกข์ วิปัสสนากรรมฐานจะว่าไปแล้วก็คือวิธีรู้ทุกข์นั่นแหละ วิธีรู้ ลงมาดูกายดูใจนะ จะเห็นความจริงของกายของใจ มันเป็นตัวทุกข์ รู้ทุกข์แจ่มแจ้งก็ปล่อย หมดความยึดถือ พระพุทธเจ้าถึงได้สอนว่าทุกข์ให้รู้ ไม่ใช่ให้ละนะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
FILE : 560907A
CD : สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๑
ระหว่างนาที่ที่ ๑๑ วินาทีที่ ๒๒ ถึง นาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๑๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

คนทั้งหลาย ล้วนแต่เอาตนเองเป็นศูนย์กลางของโลก

mp3 for download : คนทั้งหลาย ล้วนแต่เอาตนเองเป็นศูนย์กลางของโลก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : เราก็คอยรู้สึกนะ หันกลับมาคอยรู้สึกอยู่ในกายในใจของเรา ในกายก็ประกอบด้วยตาหูจมูกลิ้นกาย ในใจก็คือความรู้สึกนึกคิดทั้งหลาย ตัวความรับรู้ทั้งหลาย สิ่งที่เรียกว่าใจในที่นี้จะครอบคลุมไปถึง ตัวเวทนาหรือความรู้สึกสุขทุกข์ ความรู้สึกเฉยๆไม่สุขไม่ทุกข์ ตัวสัญญาความจำได้-หมายรู้ จำได้อันหนึ่งนะ หมายรู้อันหนึ่งนะ แล้วก็ตัวปรุงดีปรุงชั่ว แล้วก็ตัวจิตที่เกิดทางตาหูจมูกลิ้นกายใจเรียกว่าวิญญาณ วิญญาณจิต

จิตกับวิญญาณนั้นอันเดียวกัน ถ้าทำหน้าที่ไปรับรู้อารมณ์ทางอายตนะ ก็เรียกว่าวิญญาณ ถ้าทำหน้าที่อื่นๆ ไปเสพอารมณ์อะไรอย่างนี้ ก็เรียกว่าจิต มีคำว่าใจอีกคำหนึ่ง ใจเป็นตัวรู้ธรรมารมณ์นะ รู้อารมณ์ทางใจ เรียกว่าใจ จิต วิญญาณ ใจ อันเดียวกัน คือธรรมชาติที่รู้อารมณ์

ทีนี้เราจะมาเรียนรู้สิ่งเหล่านี้นะ เรียนรู้อยู่ในกายในใจของเรา ทีนี้จะมาเรียนรู้ทั้งกายทั้งใจเนี่ย เรียนรู้เพื่ออะไร เรียนรู้เพื่อให้เห็นความจริงว่ากายนี้ใจนี้ไม่ใช่ตัวเรา เป็นการเรียนรู้ในเบื้องต้น ปัญญาเบื้องต้นจะเห็นว่ากายนี้ใจนี้ไม่ใช่ตัวเรา ความทุกข์มีอยู่ การกระทำมีอยู่ มีการกระทำ มีความทุกข์ แต่ไม่มีผู้กระทำ ไม่มีผู้เป็นทุกข์ เพราะฉะนั้นมีการกระทำนะแต่ไม่มีผู้กระทำ ใครเป็นคนทำ ก็ขันธ์มันทำ ไม่ใช่เราทำ

เบื้องต้นปัญญาเบื้องต้นก็จะเห็นว่าไม่มีเรา ปัญญาเบื้องปลายจะเห็นว่า สิ่งที่มีอยู่นั้นมีแต่ทุกข์ นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรตั้งอยู่ นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับไป ถ้าเห็นอย่างนี้นะ ความเพลิดเพลินพอใจในโลกในอะไรเหล่านี้จะสิ้นสุดลง เพราะโลกนี้มีอะไรเป็นศูนย์กลาง ก็มันมีตัวเราเป็นศูนย์กลางของโลก ทุกคนเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลกกันทั้งหมดเลย แม้กระทั่งศูนย์กลางของโลกคือกายนี้ใจนี้ เรายังเห็นความจริงเลยว่า หาสาระไม่ได้เลย จะเกิดขึ้นมาแต่ตัวทุกข์ หาตัวดีไม่ได้เลย ไม่น่าเพลิดเพลิน ไม่น่าพอใจ เมื่อปล่อยศูนย์กลางของโลกได้แล้วนะ โลกนี้ไม่ใช่เรื่องที่หนักหนาสาหัสอะไรเลย จิตจะปล่อยอัตโนมัติเลย

เพราะฉะนั้นเมื่อเรามาฝึกปฏิบัติ ฝึกเรียนรู้ความจริง ให้เรียนรู้เข้ามาถึงกายถึงใจ ซึ่งมันถูกสำคัญมั่นหมายว่าเป็นศูนย์กลางของโลกศูนย์กลางของจักรวาล พอปล่อยวางตัวนี้ได้เพราะเห็นความจริงว่าเป็นตัวทุกข์แท้ๆเลย จะปล่อยทั้งตัวเองและปล่อยทั้งสิ่งแวดล้อมภายนอกด้วย มันจะเสมอไปหมดเลย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
FILE : 560907A
CD : สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๑
ระหว่างนาที่ที่ ๓ วินาทีที่ ๒๓ ถึง นาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๑๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ถ้าเราอยู่กับธรรมะ ธรรมะก็อยู่กับเรา

mp 3 (for download) : ถ้าเราอยู่กับธรรมะ ธรรมะก็อยู่กับเรา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : มาฟังธรรมนะ ฟังธรรมมันก็มีแรงขึ้นมาอีกช่วงนึง ห่างครูบาอาจารย์ไปไม่เกินอาทิตย์นึงหรอกโดยปกติ ก็หมดแรงไป เพราะโลกมันดึงดูดไป

แต่ถ้าเรามีข้อวัตรปฏิบัติของเรานะ มีระเบียบวินัย ทุกวันเราทำในรูปแบบบ้าง ไหว้พระสวดมนต์ ทำสมาธิเดินจงกรมอะไรนี้ แบ็ตเราก็เสื่อมช้าหน่อย

แต่ถ้าเราห่างธรรมะนะ เหมือนมือถืออยู่ห่างเบสมากเลย ใช้พลังงานเยอะ แป๊บเดียวก็แบ็ตหมด ถ้าเราอยู่ใกล้กับธรรมะนะ เหมือนเราถือเครื่องมือถืออยู่ติดกับเสามันเลย ใช้พลังงานน้อย อายุยืนขึ้น

งั้นเราอยู่กับธรรมะนะ ธรรมะก็อยู่กับเราได้ยาวหน่อย ถ้าเราทิ้งเลย เราไปอยู่กับโลก ธรรมะก็หายไปอย่างรวดเร็ว พอโลกมาธรรมะก็ไป พอโลกไปแล้วนะ ธรรมะมา

ความจริงนึกว่าธรรมะวิ่งไปวิ่งมา พอปัญญาแก่รอบนะ พบว่าธรรมะอยู่คงที่ แต่เราไม่เห็น ธรรมะอยู่ต่อหน้าต่อตาตลอดเวลา ไม่เคยไปไหนเลย แต่เราไม่เคยเห็น ค่อยฝึกนะ เราก็ลืมตาตื่นขึ้นกับปัจจุบัน เห็นธรรมะที่อยู่ต่อหน้าต่อตา ซึ่งไม่เคยหายไปไหนเลย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๗ เดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๕
Track: ๘
File: 510427B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓๑ วินาทีที่ ๒๓ ถึง นาทีที่ ๓๒ วินาทีที่ ๓๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

กรรม อโหสิกรรม การขอขมาและการให้อภัย

mp3 for download : กรรม อโหสิกรรม การขอขมาและการให้อภัย

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ภาวนานะ แล้วก็มีคนเข้าใจมากขึ้นนะ เข้าใจธรรมะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ธรรมะของพระพุทธเจ้านะ ชัดเจน ท่านบอกเป้าหมายไว้ชัดเจน เราปฏิบัติเป็นไปเพื่อลดละกิเลส สุดท้ายหมดความยึดถือในธาตุขันธ์ก็พ้นทุกข์ ท่านชี้เป้าไว้คือพ้นจากความทุกข์ จนวันที่ธาตุขันธ์แตกก็เข้าถึงความดับสนิทแห่งทุกข์

การปฏิบัติตอนที่พ้นจากกิเลส ก็พ้นจากทุกข์ทางใจ เรียกว่า “สอุปาทิเสสนิพพาน” ดำรงขันธ์ต่อไปจนขันธ์แตกขันธ์ดับ วันตาย ก็พ้นจากขันธ์ เรียกว่า “อนุปาทิเสสนิพพาน” นิพพานจะมี ๒ อัน เป็นภาวะที่พ้นจากทุกข์อันหนึ่ง เป็นภาวะที่ดับสนิทของทุกข์อีกอันหนึ่ง

ทีนี้พวกเราภาวนานะ ถ้าเมื่อไหร่ชนะกิเลสได้ โดยเฉพาะอวิชา ความไม่รู้อริยสัจจ์ ไม่เห็นจริงว่ากายนี้ใจนี้เป็นทุกข์ล้วนๆ ถ้าชนะตรงนี้ได้ก็เรียกว่าพระอรหันต์ ยังมีชีวิตอยู่ สัมผัสพระนิพพานนะ แต่ว่าพ้นทุกข์ทางใจ ทางร่างกายยังมีขันธ์อยู่ยังทุกข์อยู่ วิบากที่ดีที่ไม่ดียังให้ผลต่อขันธ์ได้อยู่

ขนาดพระพุทธเจ้าของเราบารมีท่านมากมาย แต่ท่านก็เคยทำบาป ขนาดวันที่ใกล้จะนิพพาน วันที่จะนิพพาน เดินไปกุสินารา กระหายน้ำ อยากดื่มน้ำ ก็มีเกวียนผ่านแม่น้ำไปก่อนทำให้น้ำขุ่น พระอานนท์ไม่ยอมตักน้ำให้ท่านดื่ม ท่านก็ไม่สบายด้วย ชราด้วย ท่านบอกพระอานนท์ให้ไปตักเถอะ ไปตักมาได้น้ำใสมา น้ำขุ่นนั้นมันไหลไปหมดแล้ว

ทำไมต้องกระหายน้ำ ความกระหายน้ำเป็นทุกข์ทางกาย ทุกข์ของขันธ์ พระพุทธเจ้ายังไม่พ้นเลย ท่านถ่ายเป็นโลหิต การถ่ายเป็นโลหิตจนต้องนิพพาน ขันธ์จะแตกด้วยการที่ไม่สบายถ่ายเป็นเลือด ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น ขนาดเป็นพระพุทธเจ้า ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น เพราะวิบากของท่านมี ท่านเคยเป็นหมอ พวกเราในห้องนี้เป็นหมอเยอะเลย ท่านโลภ มีความโลภ ท่านไปวางยาคนไข้ ทำให้เขาถ่ายเป็นเลือด ขนาดบำเพ็ญบารมีมาตั้งนาน บรรลุพระอรหันต์แล้ว วิบากยังตามให้ผลท่าน

เพราะฉะนั้นถึงเราพ้นกิเลส จิตเราพ้นความทุกข์ไปแล้ว แต่อกุศลวิบากยังกระทบเข้ามาที่ธาตุที่ขันธ์ที่กายนี้ได้ เพราะฉะนั้นกรรมเล็กกรรมน้อยนะ พวกเราพยายามเลี่ยง อย่าไปทำ ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้บอกว่าให้ทำกรรมใหญ่ๆ กระทั่งกรรมเล็กๆยังเลี่ยงเลย ใหญ่ๆอย่าไปทำนะ ยังไงก็ต้องมีผล ทำกรรมไว้ก็ต้องมีผล

พวกเราบางคนนะเข้าใจผิด คิดว่าไปขออโหสิกรรมเจ้ากรรมนายเวร อันนั้นไม่ใช่ทฤษฎีของพระพุทธเจ้า ที่เราไปขอได้นี่เราไปขอขมา ไปขอโทษ ยกตัวอย่างพระเทวฑัตสำนึกผิดในเวลาที่จะตายแล้ว ถูกแผ่นดินสูบลงไป เอาลูกคางนี่ มือไม่มีแล้วถูกดูดลงไป กระดุกกระดิกไม่ได้แล้ว ยังมีแต่หัวกระดุกกระดิกได้อย่างเดียว เอาลูกคางเกยแผ่นดิน บูชาพระพุทธเจ้าด้วยกระดูกลูกคาง ขอขมาท่าน ได้ล่วงเกินท่านมามากมาย พยายามฆ่าท่านตั้งหลายที ขอขมาเสร็จแล้วนะ แผ่นดินก็สูบลงไป อยู่ในอเวจีมหานรก

สัตว์ในอเวจีตัวใหญ่มากนะ ตัวโตมากเลย ไม่ใช่ตัวเล็กๆเท่าพวกเรานี้หรอก ตัวเล็กพวกเรา ตัวน้อยนิดเดียว ถูกไฟเผาทั้งวันทั้งคืนไม่มีหยุดเลย เป็นนรกที่ไม่ยอมหยุดพักเลย ขยันมากนะ

ทำไมขอขมาแล้วยังลงอเวจี เพราะกรรมนั้นมี สำเร็จไปแล้ว อย่างพวกเราบางทีชอบพูดว่าขออโหสิกรรม อโหสิกรรม กรรมมาขอกันไม่ได้ เราขอโทษต่างหาก ขอขมา

อย่างเวลาพระจะเข้าพรรษาพระก็ไปขอขมากัน เป็นผู้น้อยไปขอขมาพระผู้ใหญ่ เรียกว่าไปทำ “สามีจิกรรม” ไปทำกรรมที่ดี เป็นความมีมารยาทอันเรียบร้อย ไปบอกว่ากรรมใดที่ประมาทล่วงเกินนะ สิ่งใดที่ประมาทล่วงเกินพระเถระ ขอให้ท่านอดโทษ ไปขอขมานั่นแหละขอให้อดโทษ คืออย่าโกรธอย่าเคืองอย่ากลั่นแกล้งรังแกตอบ อะไรอย่างนี้นะ ขอโทษน่ะ เพื่อความสำรวมระวังนะ ไม่ทำอีก อะไรอย่างนี้

พระผู้ใหญ่ก็บอกว่า เออ.. ผมให้ขมา ให้อภัย ยกโทษให้ แต่ถ้าผมล่วงเกินท่านผู้น้อย ก็ยกโทษให้ผมด้วยนะ น่ารักนะระบบของพระน่ะ พระผู้ใหญ่จะบอก อะหัง ขมามิ เออ..ผมยกโทษให้ ตุมเหหิ ปิเม ขะมิตัพพัง ถ้าผมมีโทษอะไรท่านก็ยกโทษให้ด้วยนะ ขอขมาซึ่งกันและกัน

การขอขมาโทษนี่ เป็นความกล้าหาญ ยกตัวอย่างเราทำผิดล่วงเกินใคร ไปขอขมาเขาเนี่ย เป็นความกล้าหาญของเรา ที่จะเปิดเผยความไม่ดีของตัวเองได้ คนที่กล้าหาญอย่างนี้ พระพุทธเจ้ายกย่อง

แต่พวกเราชอบไปบอกขออโหสิกรรม กรรมอโหสิไม่ได้ อโหสิกรรมแปลว่ากรรมที่ให้ผลสำเร็จแล้ว ยกตัวอย่างเทวฑัตนะ ขึ้นจากอเวจีมานะ นี่อโหสิกรรมนะ ให้ผลแล้ว เลิกกันไปแล้ว รับผลแล้ว

เพราะฉะนั้นกรรมชั่วแม้แต่เล็กน้อยก็ไม่ควรทำ กรรมดีแม้แต่เล็กน้อยก็ควรทำ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมเมื่อวันเสาร์ที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๐ ถึง นาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๑๑

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๕
File: 550519B.mp3(Thai) … 550519B.mp3(USA/Europe)

550519B.00m00-07m11

อ่านเพิ่มเติมเรื่อง พระเทวฑัต

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ความสุขเป็นเพียงภาพลวงตา

mp 3 (for download) : ความสุขเป็นเพียงภาพลวงตา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : วันเวลาจะค่อยๆให้บทเรียนกับแต่ละคน

แต่ละคนแสวงหาความสุข บางคนมุ่งความสุขมากไม่ยอมดูทุกข์ ปฏิบัติไม่เอา ไม่เอาเรื่องปฏิบัติเลย ก็ต้องให้โลกนี้รวมทั้งให้นรกนะอบรมสั่งสอนให้ จิตเราจะผ่านความทุกข์แต่ละคนจะต้องผ่านความทุกข์ครั้งแล้วครั้งเล่าๆ จนกระทั่งวันนึงมันเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต ชีวิตนี้ทุกข์ล้วนๆนะ จะค่อยๆวาง ค่อยๆวางลงไป

เพราะงั้นถ้าจะพูดไปแล้วการเดินทางในสังสารวัฎฎ์นี้ก็คือการอยู่ในกระบวนการเรียนรู้ความจริงของชีวิตของธรรมชาตินั่นเอง เรียนรู้ไปเรื่อย เที่ยวหาความสุข เที่ยวหนีความทุกข์ไปเรื่อย แต่บทเรียนที่ได้รับก็คือสุขก็ไม่จริงมีแต่ทุกข์ ทุกข์เยอะ สุขน้อย สุขแป๊บเดียวเดี๋ยวทุกข์อีกแล้ว ซำ้ๆๆวันนึงใจ โอ้ มันเข็ดขยาดนะ เข็ด

หลวงปู่เทสก์ท่านเคยเขียนไว้บอกว่า ท่านตายไปท่านคงไม่เกิดอีกแล้วล่ะ นี้ท่านเขียนบันทึกของท่านนะ คนอื่นเอามาเผยแพร่หลังจากท่านมรณะภาพไปแล้ว บอกเราคงไม่ต้องเกิดอีกแล้วล่ะ เพราะว่าเราเห็นแล้วว่ามันมีแต่ทุกข์ล้วนๆเลย

ตราบใดที่เรายังเห็นว่าทุกข์บ้างสุขบ้างนะ เรายังได้รับบทเรียนไม่พอ มีความสุขขึ้นนิดนึงหลงระเริงไป ระเริงแป๊บเดียวนะ เดี๋ยวปัญหาใหม่มาอีกแล้ว ความทุกข์ใหม่เข้ามาจ่อเอาอีกแล้ว แก้ปัญหานี้แก้ทุกข์อันนี้ยังไม่เสร็จเลย อีกตัวนึงมารอคิวอีกแล้ว ช่วงไหนความทุกข์ประดังเข้ามามาก เราก็บอกว่าเราทุกข์ ช่วงไหนมันห่างออกไปนิดนึง เราก็บอกช่วงนี้สุข สุขนิดเดียวเพื่อรอจะทุกข์อีกแล้ว

ความสุขของมนุษย์ไม่มีหรอก ความสุขเป็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้าตลอดเราวิ่งไม่ทัน ตอนเด็กๆเคยรู้สึกมั้ย ถ้าเรียนหนังสือจบแล้วจะสุข ถ้าอย่างนี้แล้วจะสุข ถ้าอย่างนี้แล้วจะสุข มันถ้าอย่างนี้ตลอดชีวิตเลย ตอนเด็กๆก็ถ้าเรียนหนังสือจบแล้วจะมีความสุข เอ้าจบปริญญาตรีแล้วได้ดอกเตอร์จะมีความสุขอีก จบมาแล้ว เอ้า ได้งานดีๆทำถ้าได้งานดีๆทำจะมีความสุขนะ ได้งานดีแล้วถ้ารวยๆด้วยจะมีความสุข ถ้าตำแหน่งใหญ่ๆจะสุขอีก มีแต่ถ้า…จะสุข ถ้าอย่างนี้แล้วจะสุขนะ ถ้ามีแฟนสวยๆหล่อๆรวยๆเก่งๆนิสัยดีๆแล้วจะสุข มีแต่ถ้าอย่างนี้แล้วจะสุข มีแฟนแล้ว เอ้า ถ้ามีลูกไบรท์ๆจะมีความสุขอีก มีแต่ถ้าอีกแล้ว วิ่งตามความสุขทั้งชีวิตเลย วิ่งไม่ทัน

มันน่าสงสารนะ คนในโลกนะมันถูกหลอก มารเอาความสุขมาหลอกให้เราวิ่งพล่านๆๆไปตกเป็นขี่ข้ามันจิกหัวเราตลอดเวลาเลย เห็นแล้วน่าอนาถ เห็นแล้วสังเวชนะ จนวันนึงแก่แล้ว แก่แล้วมันเนี่ยจะปวดจะเมื่อยนะ อยู่เฉยๆมันก็ปวดก็เมื่อยโดยตัวของมันนั่นแหล่ะ เนี่ยนึกเลยว่าวันไหนมันไม่เจ็บไม่ปวดไม่เมื่อยนะ มันคงมีความสุขนะ พอเจ็บหนักๆนะ เจ็บหนักๆเนี่ย โอ้ รักษาไม่ไหวแล้วทรมานมากเลย รู้สึกอีกถ้าตายซะได้จะมีความสุข เนี่ย ไปโน่นแล้วข้ามไปอีกชาตินึงแล้ว

เห็นมั้ยไล่หาความสุขตั้งแต่เล็กๆลงมาเลย ถ้าได้อย่างนี้จะสุข ได้อย่างนี้จะสุข จนสุดท้ายเนี่ยถ้าตายซะได้คงจะมีความสุข นั้นความสุขเนี่ยเป็นของที่หลอกๆเหมือนภาพลวงตา พวกมิราจ หลอกตาอยู่ไกลๆ วิ่งไปเรื่อยนะ หาไปเรื่อย ตะครุบไป เดี๋ยวหนีออกไปอีกแล้ว

เนี่ยการที่เราเข้ามารู้ใจของเรานะ เรียนรู้กายรู้ใจเนี่ย เราจะเห็นความจริงของชีวิตเรานี้ ชีวิตเราๆอยากได้่มีความสุข อยากให้จิตใจมีความสุข หาทางตอบสนองตลอดเวลาเลย แล้วก็ไม่อิ่มไม่เต็ม จะขาดตลอดจะพร่องตลอดเลย พระพุทธเจ้าถึงสอน นัตถิ ตัณหา สมานที ห้วงน้ำเสมอด้วยตัณหาไม่มี อยากยังไงก็ไม่สมอยากหรอก อยากไปเรื่อยแล้วก็ดิ้นไป อยากแล้วก็ดิ้นไป ทุกข์ตั้งแต่เกิดยันตาย เที่ยวหาความสุขเที่ยววิ่งหนีความทุกข์


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๙ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๔๘ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๙
Track: ๘
File: 480709B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๒๐ ถึง นาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๕๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ฟากโลก-ฟากธรรม

ฟากโลก-ฟากธรรม
ฟากโลก
ย่อมมี “เห็นต่าง”
เห็นต่าง สร้างโลกที่ดีขึ้นได้ ก็ทำลายโลกที่ดีลงได้
ขึ้นกับว่า เห็นต่างนั้น ต่างไปข้างกุศลหรือต่างไปข้างอก​ุศล
แต่เพราะปกติของโลก ข้างอกุศลจะมีมากกว่าและแรงกว่า​เสมอ
เมื่อเห็นต่างไปข้างอกุศล จะไม่ให้แตกแยกย่อมเป็นไปไม่ได้
โลกจึงมีแต่วุ่นวาย ไม่มีวันจะสงบสันติอย่างยั่งยืน​ได้เลย
.
ฟากธรรมะ
ไม่มีเห็นต่าง มีแต่เห็นผิดกับเห็นถูก
เมื่อใดวางความเห็นผิดได้หมด ก็มีแต่เห็นถูก
เมื่อเห็นถูกจิตก็สงบสันติอย่าง​แท้จริง

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

คำสอนพระพุทธเจ้า ช่วยให้เราอยู่กับโลกโดยไม่ทุกข์

mp3 (for download) : คำสอนพระพุทธเจ้า ช่วยให้เราอยู่กับโลกโดยไม่ทุกข์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

คำสอนพระพุทธเจ้า ช่วยให้เราอยู่กับโลกโดยไม่ทุกข์

คำสอนพระพุทธเจ้า ช่วยให้เราอยู่กับโลกโดยไม่ทุกข์

หลวงพ่อปราโมทย์​ : คนเรามีความทุกข์ก็เพราะมีกิเลส ทุกข์ทางใจ พอกิเลสครอบงำเบียดเบียนตัวเองก่อนเบียดเบียนคนอื่นทีหลัง งั้นโลกก็ไม่มีความสุข วุ่นวาย เรื่องของกิเลสทั้งนั้น เราดูข่าวดูโทรทัศน์ดูอะไรจะเห็นเรื่องของกิเลสทั้งนั้น น้ำท่วมน้ำไม่ท่วมนะก็เถียงกัน เรื่องผลประโยชน์ ทุกอย่าง ซ่อนเร้น

เราไปแก้ที่คนอื่นไม่ได้ มาแก้ที่ตัวเราเอง กิเลสคนอื่นล้างไม่ได้ มาล้างกิเลสของเรา เราแก้โลกทั้งใบไม่ได้ แก้ประเทศทั้งประเทศไม่ได้ เราต้องอยู่กับมัน ทำหน้าที่ไป เรามาฝึกจิตฝึกใจของเรา โลกนี้มันทุกข์นะ เราต้องอยู่กับมันให้ได้ เพราะว่าเกิดมาแล่้ว

คนที่ไม่มีธรรมะเค้าไม่มีทางเลือกเค้าต้องอยู่กับมันตลอดไป จมอยู่ในความทุกข์เรื่อยๆไป พวกเรายังมีบุญสนใจคำสอนของพระพุทธเจ้า แต่ว่าต้องเรียนให้ดี ทุกวันนี้คำสอนที่เป็นมิจฉาทิฏฐิมันแฝงมาอยู่ในพระพุทธศาสนาเนี่ยเยอะแยะไปหมดเลย บางทีมันแทบจะล้มล้างคำสอนดั้งเดิมของพระพุทธเจ้าไป

คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นไปเพื่อลดละกิเลส เป็นไปเพื่อความมักน้อย เพื่อความสันโดษ เพื่อความไม่คลุกคลี เป็นไปเพื่อปรารภความเพียร เป็นไปเพื่อให้มีศีล มีสมาธิ มีปัญญา เป็นไปเพื่อวิมุตติความหลุดพ้น เป็นไปเพื่อวิมุตติญาณทัสสนะความเข้าใจในพระนิพพาน เนี่ยเส้นทางเดินที่พระพุทธเจ้าท่านพาเดินมา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรม ณ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
อ. ศรีราชา จ.ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๔

CD: พระธรรมเทศนา สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๒
File: 541125
ระหว่างนาทีที่  ๐ วินาทีที่ ๐๒ ถึงนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๐๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การภาวนาสู้กับความหลงผิดของตัวเอง

mp 3 (for download) : การภาวนาสู้กับความหลงผิดของตัวเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

การภาวนาสู้กับความหลงผิดของตัวเอง

การภาวนาสู้กับความหลงผิดของตัวเอง

หลวงพ่อปราโมทย์ : มันยากตรงไหน มันยากตรงที่มันฝืน มันฝืนความรู้สึกนะ เราตั้งแต่เกิดมาเนี่ยเราคุ้นเคยที่จะส่งจิตออกนอก คุ้นเคยที่จะไปดูคนอื่น ไม่คุ้นเคยที่จะดูตัวเอง คุ้นเคยที่จะหลงอยู่ในโลกของความคิด ไม่เคยคุ้นเคยที่จะรู้สึกตัว คุ้นเคยที่จะออกนอกตลอดเวลา

แล้วก็พอลงมือปฏิบัติก็คุ้นเคยที่จะบังคับเพ่งกายเพ่งใจ เรียกคุ้นกับอัตตกิลมถานุโยค ไม่คุ้นกับการรู้ ไม่คุ้นกับการรู้กายรู้ใจตามความเป็นจริง พอไปรู้กายรู้ใจตามความเป็นจริงมันก็ฝืนใจอีกนะ ฝืนใจอีกเพราะว่ามันเสียดาย มันเคยมีตัวเราตัวเราหายไป เนี่ยไปๆมาๆไม่ได้สู้กับคนอื่นเลย สู้กับตัวเองทั้งสิ้นเลย

งั้นการภาวนาไม่ต้องแข่งกับคนอื่น มีเพื่อนภาวนาแล้วทำให้คึกคักนะแต่อย่าแข่งกับเพื่อนเลย คนไหนคิดจะแข่งกับคนอื่นไปไม่รอดหรอก เพราะว่ามันกิเลสทั้งนั้นเลย ภาวนาเราก็สู้กับความหลงผิดของตัวเอง มันหลงผิดนะ มันต้องค่อยๆศึกษาไปจนจิตมันทวนกระแส ทวนกระแสของโลกนะ มันมีแต่ไหลออกไปข้างนอกนะ เราทวนกระแส เราย้อนกลับเข้ามารู้กายรู้ใจตัวเอง

โลกมันชอบพาไปดูอย่างอื่น เราก็จะมาดูกายดูใจตัวเอง โลกมันชอบลากไปอดีตลากไปอนาคต เราจะอยู่กับปัจจุบัน รู้ปัจจุบัน นี่มันฝืนทั้งสิ้นเลย ถ้าฝืนใจจงใจฝืนก็ไม่ใช่อีกแล้วใช่มั้ย ไม่ใช่การรู้

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๗
Track: ๑๐
File: 511108A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๕๖ ถึง นาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๒๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ภารกิจทางโลกและทางธรรมและครอบครัวทำอย่างไรจึงจะสมดุลย์ ?

ภารกิจทางโลกและทางธรรมและครอบครัวทำอย่างไรจึงจะสมดุลย์ ?

ก็ทำกิจทางโลกด้วยความมีสติสัมปชัญญะ (รู้ตัว) อยู่เนืองๆ เท่านี้ก็ไม่ต้องมานั่งแบ่งภาระกิจเป็นทางโลกกับทางธรรม เพราะโลกก็คือธรรม ถ้าทำกิจต่างๆ ด้วยความรู้ตัวนี่ ไม่มีใครดูออกหรอกว่ากำลังภาวนาอยู่ เล่นกับลูกก็ฝึกรู้ตัวได้ กินข้าวก็ฝึกได้ พาลูกไปเที่ยวก็ฝึกได้ คุยกับภรรยาก็ฝึกได้ ทำอะไรๆ ก็ฝึกได้ ฝึกแล้วใครก็ไม่รู้ปัญหาก็ไม่เกิด (เวลา)คุยไปตามเรื่องทางโลก คุยไปก็ดูจิตไป ยินดี ยินร้าย ก็ตามรู้ไปซิ เผลอไปก็ให้รู้ว่าเผลอไปไงละ การตามรู้ว่าเผลอ ไม่ได้ให้ทำให้จิตหยุดคิดนี้ครับ

ให้ทำเท่าที่จะทำได้ตามสมควร โดยไม่ย่อหย่อนเกินไป ที่รู้สึกหาความพอดีไม่เจอ เพราะอาจทำแบบตึงเกินไป ชีวิตฆราวาสแถมมีครอบครับก็อย่างนี้แหละ จะเพียรภาวนามากก็ไม่ได้ จะเพียรน้อยก็ไม่ได้ ต้องพอดีจริงๆ อึดเข้าไว้ …ถ้าทำได้พอดีจริงๆ ในแต่ละวัน ไม่นานก็คงได้นั่งหัวเราะคนอื่นบ้าง คนโสดเขาไม่รู้หรอกว่า การปรับการภาวนาให้พอดีกับครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ มันเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าทำได้ละก็ ไปโลดเลย เพราะตอนนี้ถือว่าเป็นตอนที่ทำความเพียรได้ยาก ถ้าทำได้ต่อไปก็ไม่ยาก

อย่างคนไม่มีครอบครัวนี่ แค่ปรับการภาวนาให้เข้ากับตัวเองเท่านั้น คนมีครอบครัวต้องปรับให้เข้ากับลูก ภรรยา (อย่างหลังนี่ยากใหญ่เลย) ยกตัวอย่างเช่น คนไม่มีครอบครัวอยากไปภาวนาที่วัดสัก 3-4 วัน พอมีเวลาว่างจากงานก็ไปได้แล้ว เลยอดดูความอยาก แต่คนมีครอบครัวอยากไป หาโอกาสแล้วหาอีกก็ไม่ได้ไป ความอยากก็เลยแวะเวียนมาให้ดูได้บ่อยๆ ถ้ารู้จักปรับการภาวนา จากการอยากไปภาวนา มาเป็นตามรู้ความอยากได้ละก็ ไปโลดแน่ นอกจากจะภาวนาก้าวหน้าแล้ว ภรรยาก็ยังยิ้มหวานให้ด้วย แต่ถ้าดันทุรังหนีไปภาวนาตามความอยาก กลับมาคงหน้างอใส่แน่

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

VDO Clip หลวงพ่อปราโมทย์ : ภาวนาแล้วเห็นชีวิตเหมือนมายา

ภาวนาแล้วเห็นชีวิตเหมือนมายา

ภาวนาแล้วเห็นชีวิตเหมือนมายา

โยม : นมัสการค่ะหลวงพ่อ คือ เมื่อเดือนที่แล้วมาฟังที่นี่ (ศาลากาญจนาภิเษก-ศาลาลุงชิน) แล้วก็ ปกติหนูก็ฟังซีดีอยู่ที่บ้านอะไรอย่างนี้ค่ะ แล้วก็ พอเดือนที่แล้วที่มาเนี่ย ตอนที่ท่านเทศน์เรื่องที่ว่า มีคนมาส่งการบ้านแล้วบอกว่า เห็นโลกเหมือนแบบมันไม่ใช่ของจริง คือตอนนั้นน่ะค่ะ ที่เห็นขึ้นมาเหมือนกับว่า อยู่ๆขึ้นมาเห็นคนรอบๆข้าง เห็น คือ เหมือนกับตัวเราถอยออกมาค่ะ (หลวงพ่อปราโมทย์ : เออ…) แล้วก็เห็นเหมือนกับว่า คนรอบๆข้างนี้เหมือนเป็นก้อนอะไรที่มี บอกว่าๆ ก้อนๆแบบนี้คือคน แล้วก็โลกนี้มันเหมือนอยู่ในหนัง มันไม่ใช่หนังที่ถ่ายคน มันเหมือนหนังการ์ตูน เหมือนกับว่า โอเค ฉากประมาณนี้แหละคือโลก แล้วก็มีคนอยู่ประมาณนี้อะไรอย่างนี้ แล้วก็…

หลวงพ่อปราโมทย์ : นึกได้มั้ย โลกเหมือนความฝัน (โยม : ค่ะ มันๆเหมือน…) เหมือนภาพมายา เหมือนพยับแดด เหมือนความฝัน เหมือนภาพลวงตา (โยม : ค่ะ พอเห็น…) นั่นแหละ พระพุทธเจ้าบอกไว้อย่างนั้นแหละ

โยม : พอเห็นแบบนั้นแล้วกลับมาดู แล้วรู้สึกว่าใจมันสะท้าน แล้วก็มันพยายามดึงว่าแบบ ไม่ได้นะ แยกๆแบบนี้ไม่ได้นะ ต้องแนบกลับไปติด มันพยายามจะแนบกลับไป (หลวงพ่อปราโมทย์ : มันแนบไม่ลง) ค่ะ แล้วก็ตอนนั้นก็แอบคิดว่า เอ๊ะ คือๆ ก็ใคร่ครวญใหญ่เลยว่า เอ๊ะ หรือว่าเราคิด หรือว่าเราเป็นพวกลอบฟังแล้วก็ คือฟังแล้วตีความไปจากความคิด หรือไปเห็นจริงๆ

หลวงพ่อปราโมทย์ :
มันไปเห็นจริงๆนะ แต่ต่อไปจะเห็นหรือไม่เห็น ก็อย่าไปว่ามัน อย่าจงใจให้เห็นตลอดเวลา ถ้าจงใจให้เห็นจะผิดนะ (โยม : ค่ะ) ให้เขาเห็นเองถึงจะใช้ได้ (โยม : ค่ะ) ทำถูกแล้วล่ะ (โยม : ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ) แต่ต้องมีความสงบเป็นพื้นมากกว่านี้หน่อยนึง ฟุ้งไป (โยม : ตื่นเต้นมากค่ะ)

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ใจมีคุณภาพระดับไหน ก็เห็นสิ่งภายนอกระดับนั้น

mp3 (for download) : ใจมีคุณภาพระดับไหน ก็เห็นสิ่งภายนอกระดับนั้น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version