Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

วิปัสสนาเหมือนเดินข้ามสะพานไม้ไผ่

mp 3 (for download) : วิปัสสนาเหมือนเดินข้ามสะพานไม้ไผ่

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยม : รู้สึกว่าชอบไปตรึงแล้วก็ไปบีบ (หลวงพ่อปราโมทย์ : ชอบอะไรนะ) ตรึงมันค่ะ ตรึง แล้วก็บีบๆมันหลายๆครั้ง เวลาที่ไปตรึงหรือไปบีบเนี่ย จะรู้สึกว่าจิตมันนิ่งๆ แต่ถ้าช่วงไหนที่จิตเค้าผ่อนคลายเบาสบายเนี่ย ก็จะเห็นเกิดดับได้บ่อยค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : เห็นมั้ย ถ้าไปตรึงไว้ก็ไม่เห็นเกิดดับ ถ้าปล่อยแล้วเห็นเกิดดับ แต่ว่าปล่อยแล้วมันเสี่ยง พอปล่อยซักมันนึงมันเตลิดเปิดเปิงหนีไป มันคล้ายๆมันต้องเสี่ยงนะ เวลาภาวนาถ้ากลัว กลัวจะเสียอย่างเดียวแล้วก็ตรึงตลอดเนี่ย ไม่เกิดปัญญา ถ้าปล่อยแล้วเตลิดเปิดเปิงไปเลยก็ไม่เกิดปัญญา ความพอดีมันอยู่ตรงที่ปล่อยแต่ไม่เตลิดเนี่ย พอดียาก

ถ้าเราตรึงไว้ตลอดนะ เคยเห็นสะพานมั้ยบ้านนอก มีสะพานไม้ไผ่นะ มีไม้ไผ่หนึ่งลำไว้เดิน มีไม่ไผ่อีกลำนึงเอาไว้จับเวลาจะตกสะพาน อย่างอาจารย์ขี้กลัวอย่างนี้ พอไปเดินถึงสะพานนี้จะจับไปแล้วมือไม่ปล่อย ถ้ามือไม่ปล่อยขามันเดินไม่ได้ เวลาเราไปตรึงอารมณ์ไว้เนี่ย เราจะปฏิบัติวิปัสสนาไม่ได้แล้ว ไม่พัฒนา ต้องเสี่ยงเหมือนเราเดินข้ามสะพานไม่ไผ่นั่นแหล่ะ เดินไป ๒ ก้าวแล้วมันจะหล่นแล้วคว้าราวสะพานไว้ พอตั้งตัวทรงตัวได้ เดินต่อไปอีกก้าวนึง จะล้มอีกแล้วจะตกอีกแล้ว ก็คว้าเอาใหม่

เพราะนั้นในเวลาเราภาวนาต้องเดินอย่างนั้นแหล่ะ บางครั้งก็ต้องกลับเข้ามาหาความสงบ ทำใจให้สบายก่อน ให้ผ่อนคลายก่อน พอผ่อนคลายแล้วก็มาปล่อยให้มันทำงาน ดูกายดูใจไป พอดูกายดูใจซักพักนึงมันจะฟุ้งซ่าน พอมันจะฟุ้งซ่านมากจนดูไม่รู้เรื่องเนี่ย ก็กลับมาทำความสงบใหม่ มาอยู่กับพุทโธ มาอยู่กับลมหายใจ มาอยู่กับท้องพองยุบ อะไรก็ได้ แต่ต้องอยู่แบบสบายๆ ห้ามอยู่แบบเคร่งเครียดนะ มาขยับมืออย่างหลวงพ่อเทียนก็ได้ แนวหลวงพ่อเทียนเหมาะกับวัดหลวงพ่อนะ แมลงวันเยอะ ขยับไปเถอะให้เร็วหน่อยก็ได้ แมลงวันอยู่ทางนี้ไม่ต้องขยับอย่างนี้ (หลวงพ่อทำท่า)ขยับอย่างนี้เลยก็ได้ ให้แค่รู้รูปที่เคลื่อนไหว งั้นหลวงพ่อนิยมนะ กรรมฐานอย่างหลวงพ่อเทียนเหมาะกับวัดหลวงพ่อ ขยับไปเห็นรูปมันเคลื่อนไหวไป เนี่ยอะไรก็ได้

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๐ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๐
File: 500615A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๑ วินาทีที่ ๕๗ ถึง นาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๑๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทางวิปัสสนา (๔) จะพ้นทุกข์ถาวร ต้องเจริญปัญญา

mp3 for download : ทางวิปัสสนา (๔) จะพ้นทุกข์ถาวร ต้องเจริญปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางวิปัสสนา

ทางวิปัสสนา

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทุกวันนี้ที่เราต้องเวียนว่ายตายเกิดก็เพราะเราไม่ฉลาด เรามีอวิชา มีความไม่รู้ ไม่รู้ความจริงของสิ่งที่เรียกว่า “ตัวเรา” นั่นเอง

เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากพ้นทุกข์ถาวรนะ ไม่ใช่แค่ทำทาน ไม่ใช่แค่รักษาศีล ไม่ใช่แค่การนั่งสมาธิ ทำทาน รักษาศีล นั่งสมาธิ ก็ดี ข่มกิเลสได้บ้าง ข่มจิตใจได้บ้าง อะไรอย่างนี้ แล้วจิตใจสงบ จิตใจสบาย ได้ชั่วครั้งชั่วคราว เดี๋ยวข่มไม่ไหวกิเลสก็มาอีก ก็ต้องแก้ปัญหากันเป็นคราวๆไป

ถ้าเราอยากจะพ้นทุกข์ถาวรต้องมาเจริญปัญญา เพราะความไม่รู้ เป็นรากเหง้า ของการปรุงแต่งทั้งหลายทั้งปวง ถ้าทำลายความไม่รู้ได้ตัวเดียว จิตหายโง่ตัวเดียว จิตไม่หลงความปรุงแต่ง ถ้าจิตไม่หลงความปรุงแต่งก็จะไม่ไปหลงว่าตัวเรามีอยู่จริงๆ ไม่หลงยึดในกายในใจนี้

550409.10m27-11m21

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ห้องสุวรรณภูมิบอลรูม ชั้น ๒ อาคารบี
บจก. เตียวฮงสีลม บางพลี
วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างเวลา ๑๓:๐๐ – ๑๕:๐๐ น.

File: 550409.mp3 (ไทย)
File: 550409.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)
เสียงพระธรรมเทศนา ระหว่างนาที่ ๑๐ วินาทีที่ ๒๗ ถึง นาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๒๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อานาปานสติ (ตอนที่ ๕) ให้มีสติอยู่กับปัจจุบัน รู้ลมหายใจ หายใจออกยาวให้รู้ว่าหายใจออกยาว

mp3 for download: อานาปานสติ (ตอนที่ ๕) ให้มีสติอยู่กับปัจจุบัน รู้ลมหายใจ หายใจออกยาวให้รู้ว่าหายใจออกยาว

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

อานาปานสติ (ตอนที่ ๔) อานาปานสติ คือมีสติอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก

อานาปานสติ (ตอนที่ ๔) อานาปานสติ คือมีสติอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก

หลวงพ่อปราโมทย์ : คือหายใจไป หายใจทีแรกลมหายใจจะยาว หายใจลมจะยาว ลมจะลึกนะ เบื้องต้นหายใจ ในพระไตรปิฎกเคยเขียน บอกว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ให้เธอคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติเฉพาะหน้า ให้มีสติอยู่เฉพาะหน้าคืออยู่กับปัจจุบันเท่านั้นเอง ไม่ได้ให้ไปบังคับ ไม่ได้ให้ไปดัดแปลง ไม่ได้ให้ทำอะไร ไม่ได้ให้ตึง ไม่ได้ให้หย่อน มีสติอยู่เฉพาะหน้า ที่หย่อนเคลิ้มๆนั้นขาดสติ ที่นั่งเพ่งๆนั้นมันรุนแรงไป ไม่ใช่แค่มีสติอยู่

ให้คู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติเฉพาะหน้า หายใจออกยาวให้รู้ว่าหายใจออกยาว เห็นมั้ย ท่านหายใจออกนะ หายใจเข้ายาวรู้ว่าหายใจเข้ายาว หลวงพ่อทีแรกอ่านพระสูตรนี้ ก็อ่านก็ข้ามนะ เราชินกับการหายใจเข้าแล้วค่อยหายใจออก ตอนเด็กก็หายใจเข้าพุท หายใจออกโธ ได้มาอ่านพระสูตร ทำไมหายใจออกก่อนเลยมาลองดู

เราอยู่ๆเราหายใจออกได้มั้ย ได้ อย่างน้อยก็นิดนึงน่ะ ในปอดต้องมีลมอยู่บ้างน่ะ ถ้าอยู่ๆเราหายใจออกนะแล้วเรารู้สึกอยู่เนี่ย ใจมันจะเบานะ แต่ถ้าเริ่มต้นด้วยการหายใจเข้า ใจมันจะตั้งท่าปฏิบัติ จะแข็งไป พอแข็งแล้วแก้ยากแล้ว หายใจออกก่อนสบาย.. แล้วหายใจเข้าก็สบาย.. ใจมันจะเบาๆ ใจที่เบา ใจที่สบายนี้แหละเกิดสมาธิง่าย ใจที่หนักที่แน่นที่แข็งๆเนี่ย เกิดสมาธิยาก เพราะสมาธิเกิดจากความสุข เพราะฉะนั้นทีแรกท่านบอกให้หายใจออก หายใจออกแล้วหายใจเข้า หายใจเข้าก็ไม่ได้เกร็งขึ้นมาแล้ว ก็แค่เห็นร่างกายหายใจเข้ามา เหมือนตอนที่เห็นร่างกายหายใจออก ตอนหายใจออกไม่มีการเกร็งน่ะ

แล้วทำไมทีแรกต้องหายใจยาว จิตยังไม่สงบน่ะ ร่างกายต้องการออกซิเยนเยอะ หายใจมันจะเข้าลึกๆหน่อย มันจะยาว พอหายใจไปแล้วมีความสุข หายใจออกไปเนี่ย แล้วหายใจเข้ามีความสุข จิตมีความสุขจิตค่อยสงบ พอจิตค่อยสงบขึ้นมาเนี่ย ลมหายใจจะตื้น ตื้น ตื้นขึ้นนะ หายใจน้อยลง น้อยลง น้อยลง มันจะหายใจสั้นๆ หายใจอยู่ที่ปลายจมูกเท่านั้นเอง ไม่ได้หายใจลงไปถึงท้อง ถึงสะดือ ถึงหน้าอกอะไรอย่างนี้นะ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
วันอาทิตย์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า

CD: 42
File: 541106A.mp3

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่