Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

รู้หลักแล้ว ทำถูกแล้ว ทำให้มาก

mp 3 (for download) : รู้หลักแล้ว ทำถูกแล้ว ทำให้มาก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : มีผู้หญิงคนหนึ่งนะ ไปเรียนกับหลวงพ่อ เมื่อหลายเดือนแล้ว มาเดือนพฤศจิกายนไปเรียนแล้วถามหลวงพ่อว่าที่ภาวนาอยู่เป็นยังไง หลวงพ่อก็บอกว่า ภาวนาก็รู้หลักอยู่แล้ว ภาวนาก็ใช้ได้อยู่แล้ว แล้วก็เงียบๆนะไม่พูดต่อแล้ว เขาก็ถามหลวงพ่อว่าเขาขาดวินัยในการปฏิบัติใช่ไหม บอกว่า ใช่ ตั้งแต่นั้นนะ เดินจงกรมทุกวันเลย

คนนี้งานเยอะนะ ดูแลบ้านดูแลครอบครัวดูแลลูกดูแลสามี งานเยอะมากเลย พอดูแลเสร็จแล้วก็ไปทำงาน ดูแลบริษัทอีก ๕ บริษัท กลับมาถึงบ้านนะ กว่าจะมีเวลาส่วนตัวเนี่ย ๕ ทุ่มแล้ว ๕ ทุมถ้าเป็นพวกเราทำงานมาตึ้งแต่เช้ามืดยัน ๕ ทุ่ม เราก็มีข้ออ้างแล้วใช่ไหม ขอนอน นี่ คนนี้ฮึดสู้นะ ลุกขึ้ันเดินจงกรม ยังไม่นอนนะ เดินจงกรมไปชั่วโมงกว่า เที่ยงคืนหมดเรี่ยวหมดแรงไปนอน นอนไปตี่นหนึ่งนะ ก็ลุกขึ้นมาเดินอีก

เขาฝึกของเขามาอย่างนี้ด้วยความยากลำบากนะ แต่ว่าไม่ท้อถอยเลย เขาฝึกจนกระทั่งวันหนึ่งใจมันเป็นกลางกับทุกสิ่งทุกอย่าง ใจมันถอดถอนตัวเองออกมา

เราค่อยฝึกเอา ใช้เวลาราวๆ ๗ เดินเอง ของเราอย่าขึ้เกียจนะ แล้วเราอย่าอ้างว่างานเยอะ งานทั้งหลายที่เราทำอยู่ทุกวันนี้เพื่อจะอาศัยอยู่ในโลกชั่วครั้งชั่วคราว งานในธรรมะนะข้ามภพข้ามชาติ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา
ชลบุรี

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๓๑
File: 520719
ระหว่างนาทีที่ ๔๒ วินาทีที่ ๔๘ ถึง นาทีที่ ๔๔ วินาทีที่ ๑๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จะดูพัฒนาการในการภาวนาอย่างไร?

mp 3 (for download) : จะดูพัฒนาการในการภาวนาอย่างไร?

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : พวกเราภาวนากัน บางคนก็ทำมาเป็นปีแล้ว บางคนก็เพิ่งเริ่ม จุดสำคัญคือเราไม่อยู่กับที่ ต้องมีพัฒนาการ การมีพัฒนาการก็ไม่ได้นึกเอาเองว่าแบบไหนคือพัฒนา เราดูคุณภาพจิตใจของเรา ศีล สมาธิ ปัญญา ของเราดีขึ้นมั้ย

เคยทุศีล ทำผิดศีลง่าย ศีลดีขึ้น ก็ถือได้ว่ามีพัฒนาการ จิตใจไม่เคยอยู่กับเนื้อกับตัว ไม่เคยสงบ ไม่เคยตั้งมั่นนะ ก็ได้ความสงบ ได้ความตั้งมั่น ก็มีพัฒนาการ ไม่เคยแยกธาตุแยกขันธ์ได้ก็แยกเป็น เห็นกายอยู่ส่วนกาย จิตอยู่ส่วนจิต เห็นเวทนาแยกออกไปไม่ใช่กายไม่ใช่จิต เห็นสังขารแยกออกไปไม่ใช่จิตหรอก อย่างนี้ก็มีพัฒนาการ พอเห็นขันธ์มันแยกแล้ว ขันธ์แต่ละขันธ์แสดงไตรลักษณ์ได้ นี่พัฒนามาก พอเห็นขันธ์แสดงความจริงให้ดูแล้วใจเป็นกลาง นี่เป็นพัฒนาขีดสุดแล้วนะ

การปฏิบัตินะ ภาวนากันจนถึงจิตเป็นกลางกับความปรุงแต่งทั้งหลายทั้งปวง เป็นกลางเพราะปัญญาเพราะมันเห็นความจริงซ้ำแล้วซ้ำอีก ว่าทุกอย่างไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา นี่เราวัดความก้าวหน้าด้วยคุณธรรมที่เพิ่มขึ้นๆ ไม่ใช่ว่าเห็นโน่นเห็นนี่หรอก ไม่ใช่ว่าต้องเห็นแต่สภาวะละเอียด ละเอียดเก่งกว่าหยาบ.. ไม่ใช่ สภาวะที่ละเอียดหรือสภาวะที่หยาบ แสดงไตรลักษณ์ได้เท่าๆกันเก

จุดสำคัญก็คือ ใจยอมรับความจริงมั้ยว่า ทุกอย่างเกิดแล้วดับไป ทุกอย่างเป็นไตรลักษณ์ จุดสำคัญอยู่ที่ใจยอมรับความจริง ไม่หลงยินดี ไม่หลงยินร้าย กับสภาวะ จะหยาบหรือละเอียดนั้นก็เท่าเทียมกันหมดน่ะ บางคนไปวัด โอ๊..ฟังคนอื่นส่งการบ้านนะ เขาละเอียดยิบเลย เราทำไม่ได้อย่างเขา ชะรอยเราจะภาวนาไม่ดี ไม่ใช่นะ

ทีนี้เราก็มาสำรวจตัวเอง วันเวลาที่ผ่านไป ในรอบไตรมาส ในรอบปี เรามีพัฒนาการที่ดีขึ้นมั้ย? ทำผิดศีลได้หน้าตาเฉยเหมือนเดิมมั้ย หรือทำแล้วรู้สึกละอายใจ ถ้าเดิมไม่เคยละอายใจแล้วเกิดความละอายใจเวลาทำผิดศีล ก็ถือว่ามีพัฒนาการแล้ว

ทีนี้เมื่อปีกลาย ละอายใจที่ทำผิดศีลแล้วแต่ยังทำอยู่ ปีนี้ละอายใจที่ทำผิดศีลแต่ยังทำอยู่ ก็ถือว่าไม่มีพัฒนาการ ต้องยกระดับตนเองขึ้นไปเรื่อย ค่อยฝึกๆ โดยเฉพาะในขั้นการเดินปัญญา ก็ฝึกจนกระทั่งเห็นความจริง เห็นไตรลักษณ์ของสภาวธรรทั้งหลาย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๓
Track: ๑๖
File: 550114.mp3
ระหว่างวินาทีที่ ๒ ถึง นาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๕๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

รู้สภาวะแล้ว จิตยินดียินร้ายให้รู้ทันอีก

mp 3 (for download) : รู้สภาวะแล้ว จิตยินดียินร้ายให้รู้ทันอีก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : คอยดูใจของเรานะเวลามันรู้สภาวะขึ้นมา เช่นมันเห็นความสุขเกิดขึ้นมา มันหลงยินดีให้รู้ทัน มันเกิดความทุกข์ขึ้นมา มันหลงยินร้ายให้รู้ทัน หรือภาวนาเจริญสตินะ สติเกิดถี่ยิบเลย พอใจรู้ทัน ช่วงนี้สติไม่เกิดเลยสติแตก เสื่อมไปกรรมฐานเสื่อม เสียใจกลุ่มใจทุรนทุราย รู้ทันลงไปว่าไม่พอใจอยู่ เนี่ย ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นนะรู้ลงไปที่ใจของเรา

เบื้องต้นแค่เห็นสภาวะก่อน เช่นร่างกายเคลื่อนไหวรู้สึก จิตใจเคลื่อนไหวรู้สึก โลภโกรธหลงเกิดขึ้นก็รู้อะไรรู้ ถ้ารู้แล้วนะต่อไปก็ลึกซึ้งขึ้นมาอีก สังเกตเข้ามาถึงจิตถึงใจ มันจะเข้ามาสังเกตได้เองแหล่ะ อย่าจงใจสังเกตนะ มันจะเห็นความยินดียินร้ายที่เกิดขึ้น

งั้นเบื้องต้นรู้สภาวะนะ ถัดมาก็รู้ความยินดียินร้ายต่อสภาวะนั้น เมื่อเรารู้ความยินดียินร้ายต่อสภาวะนั้น ความยินดียินร้ายจะดับไป ใจก็เป็นกลางขึ้นชั่วขณะ ก็ไปรู้สภาวะอีก ก็หลงยินดียินร้ายอีก รู้ทันความยินดียินร้ายอีกนะ ความยินดียินร้ายดับอีกชั่วขณะ เดี๋ยวกระทบอารมณ์ก็เกิดอีก เกิดไปจนวันนึงปัญญามันแจ้งขึ้นมาว่า ทุกสิ่งทุกอย่างนี้เป็นไตรลักษณ์ เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์เป็นอนัตตา คราวนี้มันจะไม่ยินดียินร้ายของมันเองแล้ว

เบื้องต้นไม่ยินดียินร้ายเข้าไปรู้ทันความยินดียินร้ายเข้าเราจะได้ไม่ปรุงนาน พอฝึกมากเข้ามากเข้าเนี่ย มันเข้าใจความเป็นจริงของสังขารคือความปรุงแต่งทั้งปวง ทั้งรูปธรรมทั้งนามธรรม ทั้งกายทั้งใจ เข้าใจแล้วว่ามันไม่เที่ยงมันเป็นทุกข์เป็นอนัตตา มันจะหมดความยินดียินร้ายไปเอง นี่เป็นการที่มันเข้าถึงความยินดียินร้ายด้วยปัญญา ไม่ใช่ด้วยสติ

เบื้องต้นรู้ด้วยสตินะ เห็นจิตมันยินดีก็รู้ อย่างไปเห็นสาวสวยใจมันชอบนะ เราเห็นลงไปรู้ทันความชอบนี้ ใจไม่ชอบอีกแล้วอยากให้หายราคะ อยากให้หาย รู้ทันลงไปที่ความอยากให้ราคะดับอีกมันยินร้ายอีกแล้ว ถ้ารู้อย่างนี้นะอย่างนี้เรียกว่ารู้ด้วยสติ รู้ไปเรื่อยๆ ทันทีที่รู้ด้วยสตินะ ความยินดียินร้ายก็ดับ แต่ดับชั่วคราว ต่อไปพอซ้ำแล้วซ้ำอีก เห็นสภาวะเกิดดับไปเรื่อยๆ เห็นเป็นไตรลักษณ์ไปเรื่อย ต่อไปก็รู้ด้วยปัญญา เห็นว่าทุกอย่างเป็นของชั่วคราว ไม่รู้จะยินดีไปทำไม ไม่รู้จะยินร้ายไปทำไม อย่างนี้รู้ด้วยปัญญา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๗
Track: ๑๐
File: 511108A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๒๙ ถึง นาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๕๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ใจที่เป็นกลาง ไม่ปฏิเสธสิ่งแวดล้อมที่มากระทบ

mp 3 (for download) : ใจที่เป็นกลาง ไม่ปฏิเสธสิ่งแวดล้อมที่มากระทบ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

หลวงพ่อปราโมทย์ : ร้อนมั้ย ร้อน ไม่ร้อน จริงน่ะ ไม่จริงมั้ง มีครูบาอาจารย์หลวงปู่บุดดา น่ารัก อะไรๆท่านพอดีหมดเลย ร้อนก็ร้อนพอดี หนาวก็หนาวพอดี คนทำน้ำปานะไปถวายท่าน เห็นว่าท่านแก่แล้วต้องการวิตามินซีสูง ทำให้เปรี้ยวสุดๆเลย ตัวเองไม่ได้ชิมนะ เอาไปถวายท่าน เหลืออยู่หน่อยนึงนะแอบไปชิม โห เปรี้ยว อีกวันแก้ตัวทำให้หวาน ไปถามท่านว่าเมื่อวานน้ำปานะเปรี้ยวไปมั้ย ท่านบอกเปรี้ยวพอดี ถวายอันใหม่ไปนะท่านก็ฉันตัวเองเอามาชิมทีหลังนะ โห หวานไป ไปถามท่านนะหวานไปปล่าว ท่านบอกหวานพอดี เอากับท่านสิ

ถ้าใจพอดี คือใจไม่ปฏิเสธสิ่งแวดล้อม ใจท่านไม่ปฏิเสธ สิ่งแวดล้อมจะเป็นรูปเป็นเสียงเป็นกลิ่นเป็นรสเป็นโผฏฐัพพะ สิ่งที่มากระทบร่างกายความร้อนความหนาวความอ่อนความแข็ง สิ่งแวดล้อมที่มากระทบนี้ ใจท่านเป็นกลาง

ใจเป็นกลางใจไม่ดิ้นไม่ปรุงแต่ง ถ้าใจไม่ดิ้นใจไม่ปรุงแต่งใจก็ไม่ทุกข์ มันทุกข์ขึ้นมาเพราะใจมันดิ้นรนปรุงแต่ง เกิดจากมันไม่ยอมรับความจริงของสิ่งแวดล้อม สิ่งที่มากระทบทางตาหูจมูกลิ้นกาย ไม่ยอม เช่นสิ่งที่มากระทบมันไม่ดี อยากให้ดี สิ่งที่มากระทบมันไม่ดี อยากให้หายไป อยากให้หาย อยากให้สิ่งที่ดีๆมากระทบ ถ้าสิ่งดีๆมากระทบแล้วอยากให้อยู่ตลอด ไม่ยอมรับความจริงว่าทุกอย่างมันก็มาแล้วก็ไปมาแล้วก็ไป ทุกอย่างจะมาหรือไม่มาเพราะมันมีเหตุ สิ่งที่มากระทบเรานั้นจะชั่วหรือจะดีนะ มันมีเหตุ
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๙ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๐
Track: ๒
File: 540501A.mp3
ระหว่างวินาทีที่ ๓ ถึง นาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๑๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เราอยากได้โลกธรรมด้านดีฝ่ายเดียว ใจเราจึงไม่เป็นกลางต่อโลกธรรมด้านเสื่อม

mp3 (for download) : เราอยากได้โลกธรรมด้านดีฝ่ายเดียว ใจเราจึงไม่เป็นกลางต่อโลกธรรมด้านเสื่อม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

เราอยากได้โลกธรรมฝ่ายเดียว

เราอยากได้โลกธรรมฝ่ายเดียว

หลวงพ่อปราโมทย์ : ในชีวิตเรานะ มีสิ่งที่หมุนเวียนเข้ามาตลอดเวลาเลย เรียกว่า ‘โลกธรรม’ มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ นะ ไหลเข้ามาทุกวันน่ะ เดี๋ยวก็รวย เดี๋ยวก็จน เดี๋ยวคนก็ชม เดี๋ยวคนเขาก็ด่า เดี๋ยวก็สุข เดี๋ยวก็ทุกข์ อะไรอย่างนี้ เดี๋ยวก็ดัง เดี๋ยวก็ดับ เพราะโลกมันเป็นอย่างนั้น ทีนี้เราอยากได้โลกธรรมฝ่ายเดียว ฝ่ายดี เราจะไม่เอาฝ่ายไม่ดี ใจเราก็จะไม่เป็นกลางนะ

เพราะฉะนั้นถ้าเราเห็นทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิตเราเป็นเรื่องธรรมดานะ มันมาได้ มันก็ไปได้ ใจเราเป็นกลางนะ ความสุขมาใจเราก็เป็นกลาง ไม่หลงยินดี หลงระเริง เพลิดเพลินมัวเมา ประมาท ความทุกข์มาใจก็เป็นกลางนะ ไม่เร่าร้อน ทุรนทุราย รู้ว่าเป็นของประจำโลก

อยากพ้นทุกข์ ก็ต้องพ้นโลก อยากพ้นโลก อะไรเป็นโลก พระพุทธเจ้าสอนโลกคือหมู่สัตว์ อะไรเป็นสัตว์ รูปนามนี้แหละ สัตว์จริงๆไม่มีหรอก มีแต่รูปกับนาม มีแต่กายกับใจ ถ้าพ้นจากรูปจากนาม พ้นจากกายจากใจ เรียกว่าพ้นโลก

ทีนี้จะพ้นได้ด้วยอะไร พ้นได้ด้วย ‘ปัญญา’ มีสติรู้ลงที่กาย มีสติรู้ลงที่ใจ รู้ด้วยจิตที่ตั้งมั่น เป็นสัมมาสมาธิ จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัว อย่าให้ลืมเนื้อลืมตัว จิตใจตั้งมั่นอยู่กับเนื้อกับตัวเรื่อย ปัญญามันเกิด กายนี้ใจนี้ไม่ใช่เรา ความทุกข์ค่อยๆลดลง ลดลง

CD สวนสันติธรรมแผ่นที่ ๙
ลำดับที่ ๑๕
File: 480821A
นาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๔๒ ถึงนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๓๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เมื่อไรรู้สภาวธรรมตรงตามความเป็นจริง เมื่อนั้นปฏิบัติอยู่

mp3 for download: เมื่อไรรู้สภาวธรรมตรงตามความเป็นจริง เมื่อนั้นปฏิบัติอยู่

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

เมื่อไรรู้สภาวธรรมตรงตามความเป็นจริง เมื่อนั้นปฏิบัติอยู่

เมื่อไรรู้สภาวธรรมตรงตามความเป็นจริง เมื่อนั้นปฏิบัติอยู่

โยม: นมัสการหลวงพ่อครับ ก็ ส่งการบ้านเหมือนกันครับ ก็ เมื่อตะกี้ก็ รู้สึกอิจฉาเพื่อนครับ แต่ว่ามันขึ้นมานิดเดียว เห็นได้ชัดมาก ก็

หลวงพ่อปราโมทย์: มีแต่อิจฉาเฉยๆ หรือมีเราอิจฉาด้วย

โยม: เราอิจฉาด้วยครับ

หลวงพ่อปราโมทย์:
เออ.. มีเราอิจฉาด้วย ดีที่เห็น..

โยม: คือ หลังจากที่ มาวัดครั้งที่แล้ว กลับไปก็ เหมือนกับจิตมันเสื่อมลงไปครับ มันรู้ตัวได้ไม่เหมือนเดิม เหมือนกับตอนที่อยู่ที่ ตอนที่มาที่วัดน่ะครับ ก็พยายามดูไปครับ พอดีได้คำแนะนำจากอาจารย์สุรวัฒน์ ว่ามัน มัน เดี๋ยวมันก็พลิกกลับมาเจริญครับ

หลวงพ่อปราโมทย์: เออ.. นะ ก็ไม่ได้ภาวนาเอาเจริญอย่างเดียวหรอก แต่เราภาวนาให้เห็นว่ามันไม่คงที่หรอก เจริญแล้วก็เสื่อม เจริญแล้วก็เสื่อม ในที่สุดใจเป็นกลาง ตัวที่ดีคือตัวเป็นกลาง

โยม: แล้วก็ เหมือนกับว่า มันก็เลยเกิด เหมือนกังวลครับ ว่า ว่า ไม่รู้ว่ามันปฏิบัติอยู่หรือเปล่า หรือว่ารู้..

หลวงพ่อปราโมทย์: กังวลรู้ว่ากังวล สงสัยรู้ว่าสงสัย ถ้ากังวลรู้ว่ากังวล สงสัยรู้ว่าสงสัย ขณะนั้นปฏิบัติอยู่ นะ เมื่อไรรู้สภาวธรรมตรงตามความเป็นจริง เมื่อนั้นปฏิบัติอยู่

โยม: ครับ อยากให้หลวงพ่อ เหมือนกับว่า..

หลวงพ่อปราโมทย์: อยากแล้วรู้มั้ย?

โยม: อยากแล้วรู้ครับ

หลวงพ่อปราโมทย์: เออ..นะ เลยเงียบไปเลย ที่ฝึกอยู่น่ะ ใช้ได้แล้ว ไปฝึกอีก มันเจริญแล้วมันก็เสื่อม ธรรมชาติของสิ่งทั้งหลายเป็นอย่างนั้นแหละ สิ่งใดเกิดขึ้นสิ่งนั้นก็เสื่อมไปดับไป เป็นธรรมดา ไม่ใช่ไปเอาดีตลอดนะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๒ หลังฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๓
File: 521204B.mp3
ลำดับที่ ๔
ระหว่างนาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๙ ถึง นาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๔๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ความเป็นกลางของจิตมีหลายแบบ

mp 3 (for download) : ความเป็นกลางของจิตมีหลายแบบ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ความเป็นกลางของจิตนี่มีหลายแบบ เป็นกลางแบบซื่อบื้อ อย่างเช่นคนๆ หนึ่งถูกเขาด่าทั้งวันเลย ถูกด่าทุกวัน ตอนแรกก็โมโหนะ ถูกด่าไปเรื่อยๆ ใจเป็นกลาง เรียกว่ามันดื้อด้านไปแล้ว อย่างนี้ก็มีนะ ใช้ไม่ได้ อย่างนี้เป็นกลางแบบที่หนึ่งใช้ไม่ได้เลย กลางแบบเคยชินกับกิเลสแล้วบอกเป็นกลาง

อันที่สอง เป็นกลางเพราะสมถะ เป็นกลางเพราะเราประคองไว้ เป็นกลางเพราะเราควบคุมบังคับไว้ เช่น พอความโกรธเกิดขึ้น เราก็พุทโธ พุทโธ พุทโธ ให้หายโกรธ หรือ โกรธหนอ โกรธหนอ ให้หายโกรธ พอหายโกรธไปนี่ เราก็บอกเป็นกลาง กลางอันนี้เพราะไปรักษาไว้ ไปประคองไว้ กลางเพราะสมถะ กลางเพราะสมถะอยู่ได้นานๆ นะ อยู่ได้นาน

อันที่สาม เป็นกลางเพราะปัญญา มีศัพท์อยู่คำหนึ่งในอภิธรรม ชื่อ  ‘ตัตรมัชฌัตตตา’ หลวงพ่อเรียกไม่ค่อยถูกนะ ชื่อมันยาว ตัวนี้เป็นกลางเพราะมีปัญญา มันเกิดจากการที่เรามีสตินั่นเอง เช่นเราเห็นว่าความโกรธเกิดขึ้นมาก็ชั่วคราว ความโลภ ความหลงก็ชั่วคราว เกิดแล้วก็ดับ เกิดแล้วก็ดับ ความสุข ความทุกข์ กุศล อกุศล ล้วนแต่ของชั่วคราว นี่มันเกิดจากการที่เรามีสติคอยรู้สภาวะบ่อยๆ ในที่สุดเราจะเห็นเลยว่าสภาวะทั้งหมดเป็นของชั่วคราว สุขก็ชั่วคราว ทุกข์ก็ชั่วคราว ดีก็ชั่วคราว ชั่วก็ชั่วคราว ในที่สุดใจก็เลยเป็นกลางกับสภาวะธรรม กลางชนิดนี้เป็นกลางชั้นเลิศเลยนะ กลางชนิดนี้เป็นกลางที่ใกล้กับมรรค ผล นิพพานแล้ว เป็นกลางเพราะปัญญา

ค่อยๆ ฝึกไป เป็นกลางเพราะปัญญาไม่อยู่นานนะ อยู่ทีละขณะๆ หรอก เดี๋ยวก็กลาง เดี๋ยวก็ไม่กลาง เดี๋ยวก็กลาง เดี๋ยวไม่กลางนะ ดูไปเรื่อย ในที่สุดเข้าไปสู่ความเป็นกลาง ทำไมมันไม่กลางถาวร กระทั่งภาวนาเก่งมากๆ เลยนะ จิตเข้าไปถึงสังขารุเบกขาญาณ เป็นกลางด้วยปัญญา เป็นกลางต่อสังขาร มีปัญญาเลยเป็นกลางต่อสังขาร สังขารุเบกขาญาณเองยังเป็นโลกียญาณ เสื่อม เป็นของเสื่อมได้ เพราะฉะนั้นเราภาวนานี่ เราสปีดตัวเองมาเรื่อย จนถึงสังขารุเบกขา บางคนก้าวกระโดดข้ามไปเลย อันนี้พ้นไปเลย เกิดมรรคเกิดผลไปเลย บางคนยังไม่เกิด ไปทรงตัวอยู่ที่สังขารุเบกขา ช่วงหนึ่งก็เสื่อม เสื่อมลงมาอีก เสื่อมมาอีกทำอีก ขึ้นไปอีก

เพราะฉะนั้นหน้าที่เราคอยฝึกรู้สภาวะไปเรื่อยๆ จนกระทั่งในที่สุดจิตเป็นกลางต่อสภาวะ ความเป็นกลางต่อสภาวะนี้ไม่ใช่กลางแบบทื่อๆ เป็นกลางด้วย มีความสุขด้วย เป็นกลางแล้วก็อิ่มเอิบไปด้วย เป็นกลางไปด้วย อิ่มเอิบไปด้วย เป็นกลางต่อสังขารแต่จิตใจนั้นอิ่มเอิบเบิกบาน เป็นสภาวะธรรมที่แปลก แต่ถ้าเป็นกลางแบบจิตใจแห้งแล้งแข็งกระด้าง อันนี้กลางจอมปลอม เช่นหลวงพ่อทำหน้าให้ดูนะ ต้องทำหน้า เราดูจิตไม่เป็นต้องทำหน้าเอา เป็นกลาง กลางนะกลาง กลางอย่างนี้กลางปลอมนะ กลางปลอม กลางแกล้งทำ

เป็นกลางจริงๆ กลางเพราะปัญญา ปัญญาเกิดจากการที่เรามีสตินั่นเอง มีสติรู้กายรู้ใจเห็นสภาวะธรรมทั้งหลายล้วนแต่ผ่านมาผ่านไป ล้วนแต่เป็นของชั่วคราว ความสุขก็ชั่วคราว ความทุกข์ก็ชั่วคราว ใจก็เป็นกลาง แต่เดิมไม่ชั่วคราว เช่น ความสุขเกิดขึ้นก็ยินดี ความทุกข์เกิดขึ้นก็ยินร้าย ไม่เป็นกลาง พอไม่เป็นกลางทำอย่างไร ให้รู้ทันอีก ความสุขเกิดขึ้นใจเรายินดี รู้ทันว่ายินดี ความยินดีก็จะดับไป อันนี้ดับเพราะการที่มีสติไปรู้เข้า ยังไม่ใช่ดับเพราะปัญญาจริงๆ โอ ธรรมะสนุกนะ มีหลายขั้นหลายตอน ค่อยๆ เรียน ค่อยๆ ฟังไป

สวนสันติธรรม 12

490505A

21.08 – 25.18

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ความทุกข์กับปัญหาไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

mp3: (for download)ความทุกข์กับปัญหาไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อ: ของโยมนะ ไปแยกกันนะ ระหว่างทุกข์กับปัญหาน่ะเอาไปปนกัน ความทุกข์มันเกิดจากเราไม่อยากมีปัญหา ปัญหาเกิดขึ้นแล้วอยากให้ปัญหาหายไป ขั้นแรกเลยให้รู้ทันใจซึ่งมันไม่ชอบปัญหา ใจมันมีโทสะเกิดขึ้นให้รู้ทันลงไปเลย พอใจเราปราศจากโทสะแล้ว ใจเราสงบ ใจเราตั้งมั่น ใจเราเป็นกลางแล้วไปคิดแก้ปัญหาเอา ปัญหาต้องแก้นะ ไม่ใช่ปัญหาก็ปล่อยสักว่ารู้สักว่าเห็น

CD: บ้านอารีย์ วันที่ ๑๔ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๑
File: 25510914.mp3
Time: ตั้งแต่นาทีที่ ๕๘ วินาทีที่ ๗ ถึงนาทีที่ ๕๘ วินาทีที่ ๓๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่