Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

พละ ๕ ของพระเสขบุคคล (๓) โอตตัปปะ

mp 3 (for download) : พละ ๕ ของพระเสขบุคคล (๓) โอตตัปปะ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: ศีลท่านจะบริสุทธิ์ เพราะท่านมีหิริ กำลังของหิริแรงกล้า ท่านมีกำลังของโอตตัปปะแรงกล้า

ไม่มีความ.. ท่านจะรู้โดยตัวเอง ถ้าท่านทำชั่วเมื่อไหร่นะ ใจจะเร่าร้อนขึ้นมา แค่คิดผิดคิดชั่วนิดเดียวนะ ใจก็เร่าร้อนแล้ว เห็นโทษเห็นทุกข์ของการทำชั่วเลย อย่างพวกเรา เวลาทำความผิด หรือเราโกหก บางคนไม่รู้สึกเร่าร้อนเลย เฉยๆ โกหกได้สนุกดี อะไรอย่างนี้ ไม่ละอายใจด้วย แล้วก็ไม่รู้สึกจะต้องเร่าร้อนใจ ถ้าเป็นอริยบุคคลนะ โสดาฯ สกทาคาฯ อนาคาฯ แค่ไปคิดอะไรไม่ดีนิดเดียวนะ ชักจะร้อนใจตัวเอง เดือดร้อน รู้เลยว่านำทุกข์มาให้จริงๆ พูดไม่ดีก็นำทุกข์มาให้จริงๆ คิดไม่ดีก็นำทุกข์มาให้ ทำไม่ดีก็นำทุกข์มาให้ อย่างนี้เรียกว่าโอตตัปปะพละ

คือกลัว กลัวผลของการทำไม่ดี การพูดไม่ดี การคิดไม่ดี อย่าว่าแต่ทำเลย แค่คิดก็ไม่ได้นะ ไปคิดไม่ดีปุ๊บ ใจจะเร่าร้อนขึ้นมาเลย สมมุติว่า วันหนึ่งก็คิดขึ้นมานะ พระเวสสันดรจะแน่สักแค่ไหน คนไม่มีความรับผิดชอบ คิดแค่นี้นะ ใจร้อนเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาเลยนะ ไม่ได้เลย นิดเดียวก็ไม่ได้เลย คิดไม่ดีนิดเดียวก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นอาศัย หิริพละ โอตตัปปพละ ทำให้ศีลของท่านบริบูรณ์ขึ้นมา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๒
File: 561110A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๔๑ ถึงนาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๒๕

ตัดคลิปส์โดยคุณ ok2077
ถอดคลิปส์และตรวจทานโดยคุณ พัลวัน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เราภาวนาตอบสนองกิเลสหรือแผดเผากิเลส?

mp 3 (for download) : เราภาวนาตอบสนองกิเลสหรือแผดเผากิเลส?

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อโปรโมทย์  : อาตาปีคือแผดเผากิเลส การภาวนานะ เราทำไปเพื่อทำให้กิเลสมันอยู่ไม่ได้ในใจเรา ไม่ใช่ภาวนาเพื่อตอบสนองกิเลส หลายคนภาวนาเพื่อตอบสนองกิเลส เวลาที่เราคิดถึงการภาวนาเมื่อไรนะ เราจะอยากได้ดี อยากสุขอยากสงบ เห็นมั้ยเราจะทำด้วยความอยาก อยากได้ดี อยากสุขอยากสงบ อยากจะพ้นจากความชั่ว อยากจะไม่มีความทุกข์ อยากให้ใจมันสงบอะไรนี้ เราต้องการ เราปฏิบัติด้วยความต้องการ ด้วยความอยาก

เพราะงั้นสติปัฏฐานจะทำด้วยความอยากไม่ได้ กิเลสไม่เร่าร้อนนะ แต่เราจะเร่าร้อนเพราะกิเลส เช่นใจเราไม่สงบ เราอยากให้สงบ บังคับมันๆนะ ใจจะไม่มีความสุขเลย ใจจะเร่าร้อน งั้นทำสติปัฏฐานเนี่ย อย่าไปทำตามที่กิเลสสั่ง ให้เรารู้กายให้เรารู้ใจไปนะ เท่าที่มันเป็นได้ ใหม่ๆก็นานๆรู้ทีนึง หัดรู้บ่อยๆ ต่อไปรู้ได้เองนะ รู้ได้อัตโนมัติ รู้ได้ถี่ๆ กิเลสจะแทรกเข้ามาในใจเราไม่ได้ กิเลสเร่าร้อนนะ กิเลสทนอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่ใจเราเร่าร้อนนะ ใจเราเย็นๆ เรียนรู้มันไปด้วยความใจเย็น เนี่ยกิเลสจะมาบังคับให้เราภาวนาไม่ได้

ไม่ใช่อยู่ๆเราก็อยากปฏิบัติ อยากพ้นทุกข์ อยากปฏิบัติ อยากได้มรรคผลนิพพาน เห็นมั้ยมีคำว่า”อยาก”เต็มไปหมดเลย อยากเสร็จแล้วก็ลงมือ เอ้า ไปเดินจงกรม เดินๆไป โอ้ เดินมาสิบรอบแล้ว เมื่อไหร่จะได้มรรคผลนิพพาน เอ้า เดินอีกสิบรอบยังไม่ได้อีกแล้ว เดินสองวันสามวันยังไม่ได้อีกแล้ว หงุดหงิดนะ ภาวนาแล้วก็ถามเมื่อไหร่จะได้ เมื่อไหร่จะได้ เนี่ยจิตใจเร่าร้อนแล้ว ไม่ใช่กิเลสเร่าร้อน

แต่ถ้าเราฝึกไปเรารู้กาย สติระลึกรู้กายปั๊บ กิเลสจะดับเองนะ สติระลึกรู้จิตปั๊บเนี่ย กิเลสจะดับเอง ยกตัวอย่างๆเราใจลอยอยู่ เราใจลอย เราเผลอๆคิดๆไปเรื่อยๆ พอสติระลึกได้ว่าเผลอไปแล้วเนี่ย ความเผลอจะดับอัตโนมัติเลย ความใจลอยดับอัตโนมัติ โมหะคือความฟุ้งซ่านนั้นดับอัตโนมัติ ใจเราจะตื่นมาเป็นผู้รู้ ผู้ตื่นขึ้นมา นี่เรียกว่าเราทำกิเลสให้เร่าร้อน


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ศาลาลุงชิน (ศาลากาญจนาภิเษก)
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๑๐
File: 500318.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๑๓ ถึง นาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๑๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่