Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

มรรคผลนิพพานไม่ยาก ถ้าเราเจริญสติวันต่อวัน

mp 3 (for download) : มรรคผลนิพพานไม่ยาก ถ้าเราเจริญสติวันต่อวัน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ยากนะ ถ้าเราคิดว่า อย่างสมมุติว่าเด็ก ป.๔ นะ คิดว่าจะต้องเอ็นทรานซ์ให้ได้นี่ยากนะ… แต่ถ้าเราไม่คิดมากนะ เราก็เรียนของเราไปเรื่อย ถึงวันหนึ่งก็เอ็นทรานซ์ได้ ไม่ยาก… การปฏิบัติเหมือนกันนะ ถ้าคิดว่าทำยังไงจะข้ามภพข้ามชาติ ยาก.. แต่ถ้าเจริญสติไปวันต่อวัน ไม่ต้องคิดถึงว่าจะได้อะไร.. เมื่อไหร่.. อยู่กับปัจจุบันไปแล้วไม่ยากหรอกนะ จิตมันพัฒนาเป็นลำดับๆไป…


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๓ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๔
File: 510323.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๕๑ ถึงนาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๑๘

ตัด/ถอดคลิปส์โดยคุณ ok2077
ตรวจทานโดยคุณ พัลวัน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ธรรมะไม่ยากนะ ถ้าเป็นผู้แสดงยาก แต่เป็นคนดูเฉยๆ ไม่ยาก

mp3 for download : ธรรมะไม่ยากนะ เป็นผู้แสดงยาก แต่เป็นคนดูไม่ยาก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ธรรมะไม่ยากนะ ถ้าเป็นผู้แสดงยาก แต่เป็นคนดูไม่ยาก

ธรรมะไม่ยากนะ ถ้าเป็นผู้แสดงยาก แต่เป็นคนดูไม่ยาก

หลวงพ่อปราโมทย์ : ธรรมะจริงๆไม่ยากนะ การปฏิบัติจริงๆไม่ยาก แค่ที่เราคอยรู้สึกตัวนะ แล้วก็คอยดูร่างกายเขาทำงาน ดูจิตใจเขาทำงาน ทำตัวเป็นคนดูเท่านั้นแหละ เหมือนเราดูหนังก็ไม่ยากอะไร ก็เป็นแค่คนดู ดูละครก็ไม่ยากอะไร เป็นแค่คนดู เราไม่ใช่ผู้แสดง ถ้าเป็นผู้แสดงถึงจะยาก เป็นคนดูเฉยๆไม่ยาก กายกะใจเขาจะแสดงอยู่ตลอดเวลา แสดงความแปรปรวน หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆเราเป็นแค่คนดู ดูไปวันหนึ่งปัญญาก็เกิด เห็นความจริง เขาทำงานของเขาเอง เขาไม่ใช่เราหรอก ตัวเราไม่มี ดูอย่างนี้เรื่อยๆไม่ยากอะไร

ถ้าหลวงพ่อสอนว่าพวกเราต้องมีจิตสงบทั้งปีทั้งชาติ ยากละ ต้องเป็นคนดีตลอดเวลา ยากละ ต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้ ยากทั้งนั้นเลย ต้องไม่โกรธ ยาก ต้องไม่โลภเลยนะ ยาก ถ้ามีต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้นะ มีงานต้องทำ ยากทั้งนั้นแหละ นี่เราไม่ต้องทำอะไร เราแค่รู้ ดูกายเขาทำงาน ดูใจเขาทำงาน เรารู้จริงขึ้นมา เห็นเลยไม่มีเรา เขาทำงานของเขาเอง ทุกอย่างชั่วคราวไปหมดเลย เบื้องต้นยังไม่ทันจะเห็นว่าตัวเราไม่มีเลย มีความรู้เบื้องต้นเท่านั้น เห็นว่าทุกอย่างมันมาแล้วก็ไป

ความสุขความทุกข์กิเลส เกิดขึ้น มีสติรู้ทัน ยังไม่ทันจะได้ธรรมะอะไรเลยนะ ได้แค่นี้ เห็นกิเลสมาแล้วกิเลสก็หายไป กิเลสมาแล้วกิเลสหายไป ความสุขความทุกข์ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เห็นซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่ ได้แค่นี้ชีวิตก็เปลี่ยนละ เคยทุกข์มากก็จะทุกข์น้อยลง เคยทุกข์นานก็จะทุกข์สั้นลง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๓


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๖
ลำดับที่ ๑๒
File: 530905B
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๐๑ ถึง นาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๑๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ยิ่งรีบร้อนยิ่งไม่ได้

mp3 for download : ยิ่งรีบร้อนยิ่งไม่ได้

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ยิ่งรีบร้อนยิ่งไม่ได้

ยิ่งรีบร้อนยิ่งไม่ได้

หลวงพ่อปราโมทย์ : ภานาอย่าหวังผล ภาวนาให้มุ่งทำเหตุไป การที่เราคอยมีสติรู้กายรู้ใจด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลางนั้น มันเป็นคุณงามความดี ทำไปแล้วก็มีความสุขในปัจจุบันอยู่แล้ว ไม่เห็นจะต้องรีบร้อนถึงผลของมันเลย เราก็รู้ของเราไปทุกวันๆ มันก็มีความสุขน่ะ ไม่ใช่ว่ารู้แล้วทุกข์ทรมานเมื่อไหร่ ถ้ารู้แล้วทุกข์ทรมานแปลว่าทำผิด ถ้าทำถูก จิตเป็นกุศล จิตที่เป็นมหากุศลจิตเนี่ย จะมีเวทนาได้สองอย่างเท่านั้น คือโสมนัสเวทนา มีความสุขผุดขึ้นมา จะมีอุเบกขาเวทนา เป็นกลาง ความเป็นกลางของจิตก็เป็นความสุขนะ บนความเป็นกลางของเวทนาตัวนี้ ก็เป็นความสุขชนิดหนึ่ง เป็นความสุขที่ปราณีตยิ่งกว่าโสมนัสเสียอีก

เพราะจิตที่เป็นกุศลมันมีความสุขอยู่ในตัวของมันเอง การที่เรามีสติรู้กายรู้ใจไปเรื่อยๆนี่เป็นกุศล เรามีความสุขอยู่ทุกวันอยู่แล้ว ไม่เห็นจะต้องรีบร้อนว่าจะต้องบรรลุเมื่อไหร่เลย ยิ่งรีบร้อนยิ่งไม่ได้ จำไว้นะ ทำเหตุไปเรื่อย ผลมันเกิดขึ้นเอง หน้าที่ของเราทำเหตุให้มากๆ มีสติรู้กายรู้ใจด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลางเรื่อยไป วันหนึ่ง เหตุมันสมควรกับผลนะ ผลมันก็เกิดขึ้น ค่อยๆฝึกไป ไม่ยากเท่าที่คิดนะ ไม่ยากหรอก แต่ว่าขี้เกียจไม่ได้นะ ไม่ทำไม่ได้ ทำผิดก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นมาเรียนกับหลวงพ่อเนี่ย สิ่งที่หลวงพ่อพยายามบอกพวกเราก็คือวิธีทำที่ถูก ให้มีสติรู้กายรู้ใจด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลางนะ นี่บอกวิธีให้


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๐
File: 520426A.mp3
ลำดับที่ ๔
ระหว่างนาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๑๘ ถึง นาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๕๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

หลักของการปฏิบัติทั้งหมด รวมลงที่กายที่ใจทั้งสิ้น

mp3 (for download) : หลักของการปฎิบัติทั้งหมดรวมลงที่กายที่ใจ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : หลักของการปฏิบัติไม่ยากอะไรหรอกนะ เราไปวาดภาพการปฏิบัติธรรมไว้เกินจริง แล้วคิดว่าต้องทำอะไรที่ผิดธรรมชาติธรรมดามากๆ เพื่อว่าวันหนึ่งเราจะได้ไปถึงธรรมะซึ่งอยู่ไกลๆ อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ ธรรมะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าอยู่ไกล ต้องยากๆ ด้วย อันนี้มันเป็นภาพลวงตาที่เราสร้างขึ้นมา

จริงๆ ธรรมะก็เรื่องของตัวเราเองนะ ธรรมะอยู่ที่กายที่ใจของเราเอง กายก็เรียก รูปธรรม ใจก็เรียก นามธรรม เรียนธรรมะมาเรียนลงที่กายที่ใจของตัวเองนี่ บางทีท่านก็แยกละเอียดที่เรียกว่า วิปัสสนาภูมิ เรียนเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ อินทรีย์๒๒ อริยสัจ๔ ปฏิจจสมุปบาท อะไรพวกนี้ รวมความทั้งหมดนี้มันอยู่ในกายกับใจ รูปกับนามทั้งหมดเลย

เราเรียนลงมาเพื่ออะไร เพื่อวันหนึ่งจะถอดความเห็นผิดว่ากายนี้ใจนี้เป็นตัวเรา

CD สวนสันติธรรมแผ่นที่ 33

521211

0.00 – 1.14

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เราไม่ได้สู้กับอะไร เราสู้กับความเห็นผิดของตัวเอง

mp 3 (for download) : เราไม่ได้สู้กับอะไร เราสู้กับความเห็นผิดของตัวเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ที่จริงการปฏิบัติธรรมไม่ได้มีอะไรยากเลย เราชอบวาดภาพว่ามันยาก มันต้องทำอะไร จริงๆ ไม่ได้ทำอะไรหรอก หน้าที่เราคอยเรียนรู้กาย เรียนรู้ใจ เรียนรู้อย่างที่เขาเป็น รู้ไปเรื่อยๆ จนใจยอมรับความจริง เราไม่ได้สู้กับอะไรเลย เราสู้กับความเห็นผิดของตัวเอง ในเบื้องต้นนี่ เราสู้กับความเห็นผิดของตัวเอง เรามีความเห็นผิดว่ากายกับใจเป็นตัวเรา เพราะฉะนั้นเราต้องมาคอยรู้กายคอยรู้ใจบ่อยๆ จนเห็นความจริงว่าไม่ใช่ตัวเรา พอละความเห็นผิดได้ก็ชนะยกที่หนึ่งล่ะ ยกนี้สำคัญที่สุดเลยนะ ถ้าคนไหนผ่านจุดแรกนี้ได้แล้ว ที่เหลือมันจะต้องผ่านเอง อย่างไรก็ไปได้

เพราะฉะนั้นความยากลำบากที่สุดอยู่อันแรกนี้แหละ อันแรกก็คือ จะต้องละความเห็นผิดว่ากายกับใจเป็นตัวเราให้ได้ วิธีละความเห็นผิดไม่ใช่คิดเอาว่ามันไม่ใช่ตัวเรา วิธีละความเห็นผิดมีอันเดียว รู้อยู่ที่กาย รู้อยู่ที่ใจบ่อยๆ รู้ไป จนเห็นความจริงว่ามันไม่ใช่ตัวเราหรอก ไม่ได้มีอะไรลึกลับเลย เป็นเรื่องธรรมดา สมเหตุสมผล

ทีนี้ถ้าเราไปคิดจะทำอย่างโน้นทำอย่างนี้นะ เราปรุงแต่ง ปรุงแต่งฝ่ายดีไปเรื่อย พยายามบังคับกาย พยายามบังคับใจ ปรุงแต่งไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ของจริง ไม่ใช่ของแท้ มันง่าย ง่ายจนยาก ง่ายจนนึกไม่ถึง ครูบาอาจารย์ สมัยก่อนหลวงพ่อเข้าไปหาครูบาอาจารย์หลายองค์ ท่านบอกนะว่า มันง่าย แล้วท่านก็บอกด้วย ไม่ต้องทำอะไร ถ้าเรามีสติขึ้นมาแล้ว เรารู้สึกตัวขึ้นมาได้ รู้กายรู้ใจได้แล้ว ให้รู้บ่อยๆ ท่านบอกมันเหมือนผลไม่ที่รอเวลาสุกงอม ถึงเวลามันสุกเอง มันร่วงหล่นของมันเอง ไม่ใช่พยายามไปทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมา หลายองค์สอนมาอย่างนี้นะ สอนหลวงพ่อมาอย่างนี้ หลวงพ่อก็จำมาสอนพวกเราต่อ

จริงๆ ไม่ได้ทำอะไร รู้กาย รู้ใจ ร่างกายเคลื่อนไหวคอยรู้สึก จิตใจเคลื่อนไหวคอยรู้สึก เราจะเห็นเลยร่างกายมันทำงานทั้งวัน จิตใจมันทำงานทั้งวัน รู้ลงที่กาย รู้ลงที่ใจ การปฏิบัติไม่เกินกายกับใจของเรานี่เอง ถ้าเราเกินกายเกินใจของตัวเองออกไปก็ไม่สามารถละความเห็นผิดว่ากายกับใจไม่ใช่เรา

เป้าหมายแรกเลย ต้องละให้ได้ คือความเห็นผิดว่ากายกับใจเป็นเรา สู้กับความไม่เข้าใจของเราเอง อาจารย์อภิธรรมบางท่านถึงกับสอนบอกว่า ตัวศาสนาพุทธจริงๆ ไม่ใช่อะไรเลย คือตัว ‘สัมมาทิฏฐิ’ นั่นเอง ความรู้ถูกความเข้าใจถูก แล้วก็สู้กับความเข้าใจผิดของเราเอง ใหม่ๆ เราก็เข้าใจผิดว่ากายกับใจเป็นตัวเรา ก็มาเฝ้ารู้ พอเรามีสติขึ้นมาปุ๊บนี่ เราจะเห็นทันทีเลย กายนี้ไม่ใช่ตัวเรา คนไหนรู้สึกตัวเป็นจะเห็นทันทีว่ากายไม่ใช่ตัวเรา เพราะการเห็นว่ากายไม่ใช่ตัวเราเป็นเรื่องง่ายๆ รู้สึกตัวขึ้นมาก็เห็นแล้วว่ากายไม่ใช่ตัวเรา แต่จะเห็นไม่ได้ว่าจิตไม่ใช่เรา ต้องคอยรู้คอยดูไปนานๆ จะเห็นจิตเกิดดับไปเรื่อย คอยรู้คอยดูไป จนวันหนึ่งก็รู้ว่าจิตไม่ใช่เรา

ละความเห็นผิดได้ว่าขันธ์ห้าเป็นเรา ต่อไปเราก็เห็นผิดต่อไปอีก เห็นผิดอย่างอื่นลึกซึ้งต่อไปอีก เช่น เราจะเห็นจิตบอกว่า จิตนี้ถ้าเรารักษาไว้ได้ดี เราจะมีความสุข ถ้ารักษาได้ไม่ดีนะ มันจะมีความทุกข์ จิตไหลไปเกาะอารมณ์มันจะทุกข์ จิตมีความอยากมีความยึดมันจะทุกข์ จิตที่มีความรู้ ตื่น เบิกบาน ไม่ทุกข์ จะรู้สึกอย่างนี้ นี่ก็รู้สึกผิดอีก นี่ความเห็นผิดมีเยอะแยะเลย เป็นระยะๆ ไป พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนว่า จิตเป็นสุขบ้าง เป็นทุกข์บ้าง ท่านสอนว่าขันธ์ห้าเป็นทุกข์ จุดสุดท้ายเลยที่จะละอวิชชา คือการเห็นว่าขันธ์ห้าเป็นทุกข์ นั่นแหละ อวิชชาคือความไม่รู้ทุกข์ ไม่รู้ว่าขันธ์ห้าเป็นตัวทุกข์ เราจะรู้สึกว่ากายนี้เป็นทุกข์บ้าง เป็นสุขบ้าง จิตนี้เป็นทุกข์บ้าง เป็นสุขบ้าง

ฉะนั้นเราปฏิบัตินี่เราต่อสู้กับความหลงผิดของเรา ต่อสู้กับความไม่รู้ของเรา ตลอดสายของกายปฏิบัติเลย เบื้องต้นเลยต่อสู้กับความเห็นผิดว่ากายกับใจเป็นตัวเรา เบื้องปลายเลยต่อสู้จนกระทั่งเห็นความจริงว่าขันธ์ห้าเป็นทุกข์ กายกับใจเป็นทุกข์ ถ้าเห็นขันธ์ห้าเป็นทุกข์แล้วใจถึงจะปล่อยวางขันธ์ห้า ถ้าเห็นขันธ์ห้าเป็นทุกข์บ้าง เป็นสุขบ้าง ก็ไม่ปล่อยวาง แต่พยายามดิ้นรนหาความสุข พยายามดิ้นรนจะหนีความทุกข์

สวนสันติธรรม 12

490505A

0.46 – 5.46

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่