Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ทางวิปัสสนา (๑๐) เมื่อมีสมาธิชนิดจิตตั้งมั่นแล้ว ให้หัดแยกกายกับใจ

mp3 for download : ทางวิปัสสนา (๑๐) เมื่อมีสมาธิชนิดจิตตั้งมั่นแล้ว ให้หัดแยกกายกับใจ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางวิปัสสนา

ทางวิปัสสนา

หลวงพ่อปราโมทย์ : การจะเจริญปัญญาอย่างแท้จริงนั้น ไม่ใช่เรื่องยากอะไร การเจริญปัญญานั้นคือการเรียนรู้ความจริงของสิ่งที่ประกอบกันเป็นตัวเรา สิ่งที่เรียกว่าตัวเราก็คือกายกับใจนี้เอง เราอาศัยจิตที่ตั้งมั่นเป็นคนดูเนี่ย เป็นจุดสตาร์ตในการเดินปัญญา พอจิตเราตั้งมั่นแล้วนะ เราก็นั่งดู

ยกตัวอย่างพวกเราตอนนี้ก็นั่งอยู่ นั่งไปแล้วก็ดูไป ร่างกายที่นั่งอยู่ ร่างกายที่หายใจอยู่ ร่างกายที่พยักหน้าอยู่ ร่างกายที่กระดิกกระดิกอยู่ เป็นสิ่งที่จิตไปรู้เข้า ร่างกายที่กำลังขยับตัวอยู่เนี่ย เป็นสิ่งที่จิตไปรู้เข้า ค่อยๆหัดสังเกตตรงนี้ แล้วหัดไปเรื่อยนะ สุดท้ายเราจะแยกได้ว่า ร่างกายก็อยู่ส่วนหนึ่ง จิตก็อยู่ส่วนหนึ่ง ถ้าจิตของเราตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดูได้ จะไม่ยากเลยที่จะเห็นว่า ร่างกายกับจิตนั้น เป็นคนละอันกัน นี่คือการหัดถอดรถยนต์ให้เป็นชิ้นๆล่ะ

เพราะฉะนั้นพวกเรานั่งอย่างนี้แหละ แล้วก็ดูไป ร่างกายที่นั่งอยู่นี้ เป็นของที่ถูกรู้ถูกดู จิตเป็นคนรู้คนดู ดูอย่างนี้ไปเรื่อย ร่างกายที่หายใจอยู่ เป็นของถูกรู้ถูกดู จิตเป็นผู้รู้ผู้ดู ร่างกายที่เดินอยู่ เป็นของถูกรู้ถูกดู จิตเป็นผู้รู้ผู้ดู นี่ฝึกอย่างนี้ให้ชำนาญนะ ขั้นต้นฝึกอย่างนี้กันก่อน ฝึกแยกกายแยกจิตให้ออกจากกันให้ได้

พอแยกได้ นี่ก็คือการถอดรถยนต์ชิ้นที่ ๑ นะ ถอดออกมาปุ๊บ ได้ ๒ ชิ้น ถอดครั้งแรกจะได้ ๒ ชิ้น นึกออกมั้ย ยกตัวอย่างเรามีรถยนต์อยู่คันหนึ่ง ถอดล้อออกมา กลายเป็น ๒ ชิ้น ใช่มั้ย คือรถยนต์ทั้งหมดที่เหลือกับล้อ แยกออกมา เนี่ยเราถอดครั้งแรกเลย ก็จะได้สองชิ้น คือกายกับใจ แยกกายกับใจออกจากกัน

550409.21m28-23m12

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ห้องสุวรรณภูมิบอลรูม ชั้น ๒ อาคารบี
บจก. เตียวฮงสีลม บางพลี
วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างเวลา ๑๓:๐๐ – ๑๕:๐๐ น.

File: 550409.mp3 (ไทย)
File: 550409.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)
เสียงพระธรรมเทศนา ระหว่างนาที่ ๒๑ วินาทีที่ ๒๘ ถึง นาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๑๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

วิธีหัดเดินปัญญาแยกธาตุแยกขันธ์

Mp3 for download: วิธีหัดเดินปัญญาแยกธาตุแยกขันธ์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

วิธีหัดเดินปัญญาแยกธาตุแยกขันธ์

วิธีหัดเดินปัญญาแยกธาตุแยกขันธ์

โยม: บางครั้งเนี่ยเวลาที่ปฏิบัติพอเรานั่งหลับตาเนี่ย มันมีความรู้สึกเหมือนเราเห็นตัวเรา แต่ว่าไม่ได้เห็นชัดนะคะ แต่เห็นว่าเนี่ยๆ ตัวนั่งอยู่นะ แล้วก็ไม่ทราบทำยังไงต่อดีคะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : อย่างนั้นแหล่ะดี ดูลงไปเลย ไอ้ตัวนี้เป็นของที่ใจเราไปรู้เข้า ใจเราเป็นคนไปเห็นมัน สังเกตมั้ย ไอ้ตัวนี้เป็นของถูกรู้ ใจเป็นคนดู ร่างกายกับใจเนี่ยคนละอันกัน เนี่ยค่อยฝึกอย่างนี้เรื่อยนะ จนเห็นว่ากายอยู่ส่วนนึง ใจที่เป็นผู้รู้ผู้ดูอยู่ต่างหาก อยู่อีกอัน

โยม: ไม่ต้องคิดอะไรใช่มั้ยคะ ก็เห็นไปอย่างนี้ใช่มั้ยคะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ไม่ต้อง เห็นไปนะแล้วแค่รู้สึกนิดนึงว่า เออ ไอ้ร่างกายที่ถูกเห็นเนี่ย ถูกรู้ถูกดูนะ ใจมันเป็นแค่คนดูมันอยู่ต่างหาก กายกับใจเนี่ยคนละอันกัน

โยม: คือไม่แน่ใจว่า ถ้าสมมติว่าพิจารณาต่อว่ากายกับใจเนี่ยมันเป็นคนละส่วนกันเนี่ย เรากำลังจะเริ่ม เริ่มไปคิดรึเปล่าอะไรงี้ค่ะ อันนี้ได้ใช่มั้ยคะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : เราคิดก่อนก็ได้ คิดก่อนก็ได้ บางคนต้องอาศัยการคิดช่วยมัน

โยม: เพราะว่าไม่งั้นก็นึก เอ๊ะแล้วเรารู้ตัวแล้วมันจะเป็นยังไงต่อเนี่ย ไม่เข้าใจ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ก็ดูไปเลย ร่างกายก็อยู่ส่วนนึง จิตก็อยู่ส่วนนึงนะ พอนั่งไปนานๆมันเมื่อย เราก็เห็นความเมื่อยเป็นอีกส่วนนึง ร่างกายก็เป็นอีกส่วนนึง คนละอันกับความเมื่อย ร่างกายนั่งอยู่ก่อนนะความเมื่อยมาทีหลัง คนละอันกัน จิตก็เป็นคนดูรู้ว่าร่างกายมีอยู่ รู้ว่าความเมื่อยเกิดขึ้น

โยม: แต่ในความรู้อันนี้คือมันจะต้องมีความคิดขึ้นมาก่อนว่าเรากำลังรู้อันนี้นะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : เออนะ ช่วยมันคิดนิดหน่อยก่อน แต่ไม่ใช่คิดจนวุ่นวายนะ พอเมื่อยมากๆใจกระสับกระส่าย ก็ดูไป จิตตะกี๊ไม่กระสับกระส่าย ตอนนี้กระสับกระส่าย แสดงว่าความกระสับกระส่ายเป็นสิ่งที่แปลกปลอมเข้ามาทีหลัง ความกระสับกระส่ายไม่ใช่จิตหรอกนะ นี่หัดแยกอย่างนี้ไปเรื่อยๆ นี่เป็นการหัดที่จะเดินปัญญา แยกธาตุแยกขันธ์ไปเรื่อย

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อวันพฤหัสบดีที่
๒๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๔
File: 530422
ระหว่างนาทีที่  ๔๗ วินาทีที่ ๔๓ ถึง นาทีที่ ๔๙ วินาทีที่ ๓๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ถามตอบเรื่องการดูกาย

ถามตอบเรื่องการดูกาย

ถาม 1. ฐานกายคืออะไรครับ ?

ตอบ : คือส่วนของร่างกายตัวเองซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกรู้อยู่
อย่างเช่น ลมหายใจ ร่างกายที่กำลังเคลื่อนไหว
ซึ่งกำลังเป็นสิ่งที่ถูกรู้นั่นเอง

ถาม : 2. การแยกกายแยกจิต ทำยังไงครับ และมันเป็นอาการยังไง ?

ตอบ : การแยกกายแยกจิตนี้จะเกิดขึ้นเอง
เมื่อจิตมีสติรู้สึกตัวและมีความตั้งมั่นในการรู้สิ่งต่างๆ
ในขณะนั้นถ้าจิตมารู้กาย
รู้สึกเหมือนร่างกาย แขน ขา เป็นอีกส่วนหนึ่ง จิตที่รู้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง
รู้สึกได้ชัดถึงการแยกกันทำงานของกายกับจิตครับ

ถาม : 3. การดูกายดูยังไงครับ คือตามรู้ที่มันเคลื่อนไหวใช่มั๊ยครับ​ ?

ตอบ  : พอร่างกายเคลื่อนไหว ยืน เดิน นั่ง นอน หรือรู้สึกว่ามีลมหายใจ มีท้องพองยุบ
ก็ให้มีสติมีความตั้งมั่น รู้สึกอยู่ว่ามีร่างกายที่เคลื่อนไหวเป็นส่วนหนึ่ง
จิตที่รู้สึกก็เป็นอีกส่วนหนึ่งครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่