Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เกร็ดธรรมคุณสันตินันท์ : เจริญปัญญาต้องอาศัยความเด็ดเดี่ยว


เจริญปัญญาต้องอาศัยความเด็ดเดี่ยว

ก่อนที่จิตจะยอมรับความจริงว่า จิตเป็นอนัตตา
อันเป็นการทำลาย สักกายทิฏฐิ โดยตรงนั้น
ไม่มีทางทำอย่างอื่นได้ นอกจากการเจริญสติสัมปชัญญะพิจารณาลงที่จิต
เพื่อถอดถอนทำลายความเห็นผิดของจิตให้ได้

แต่ไม่ว่าจะพิจารณาอย่างไร ก็ไม่สามารถถอดถอนความเห็นผิดได้
เพราะ เรา กับ จิต แนบเป็นเนื้อเดียวกัน
เหมือนแสงสว่างกับความร้อนของดวงอาทิตย์ที่แนบมาด้วยกัน

มีแต่มรรคเท่านั้น ที่จะถอดถอนความเห็นผิดว่า จิตเป็นเรา ออกจากจิตได้
แต่ถ้าผู้ใดสามารถพิจารณาถอดถอนความเห็นผิดได้เอง
ก็เท่ากับ เรา ทำให้มรรคเกิดขึ้นได้
จิตก็ย่อมเป็นอัตตา ไม่ใช่อนัตตา เพราะสามารถบงการจิตได้ตามใจชอบ
มันจึงเป็นสองสิ่งที่ขัดแย้งกันเอง
คือ ถ้าจงใจให้ถึงธรรมได้ จิตก็เป็นอัตตา
แต่เมื่อจิตเป็นอัตตา จิตก็ถึงธรรมไม่ได้
กลายเป็นปัญหางูกินหาง หาเงื่อนต้นเงื่อนปลายไม่ได้

ต่อเมื่อใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่อง จนสิ้นสุดความสามารถ
 จิตเข้าสู่มุมอับ ที่ไม่สามารถใช้สติปัญญาใดๆ ต่อไปได้อีก
จึงรู้จริงว่า ไม่สามารถบังคับหรือนำพาให้ จิต กับ เรา แยกออกจากกันได้
จิตนั้นเอง เป็นอะไรบางอย่าง ที่อยู่นอกเหนือการบังคับเอาตามใจชอบ
การรู้ความจริงนี้ คือการรู้ว่า จิตเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวเรา ของเรา
ความหลงผิดว่าจิตเป็นเรา ก็ไม่อาจแฝงตัวอยู่ในจิตได้อีก

การที่จิตจะเจริญสติสัปชัญญะ เจริญปัญญาจนสุดความสามารถได้นั้น
ต้องอาศัยความเด็ดเดี่ยวอย่างยิ่ง
จะคิดๆ เอาเองตามใจชอบไม่ได้
คือจะคิดเอาตามสัญญาที่ได้ยินมาว่า
จิตเป็นอนัตตา หรือจิตไม่ใช่เรา
แล้วก็งอมืองอเท้า หลอกตัวเองว่าจิตเข้าสู่มุมอับแล้ว
บังคับแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว
อย่างนี้ก็ต้องตกเป็นเหยื่อของสักกายทิฏฐิต่อไป
เพราะไม่ซื่อสัตย์ต่อตนเองในเรื่องการปฏิบัติธรรม

ก่อนที่จิตจะยอมรับความจริง ว่าจิตเป็นอนัตตา
เหมือนนักมวยที่ต้องสู้แทบสลบคาเวที ล้มลุกคลุกคลานเท่าไรก็ยังสู้
เหมือนจอมยุทธทั้งหลายที่ผมเล่ามาข้างต้น
ก่อนที่ปัญญาจะผลิตไม้ตายออกมาฟาดกิเลสให้กระเด็นออกจากหัวใจ
คือเห็นว่า จิตไม่ใช่เรา บังคับไม่ได้
แต่จะสู้แบบล้มมวย ไม่ได้อย่างเด็ดขาด

เมื่อใดที่ความเป็นเราขาดสะบั้นออกจากจิตแล้ว
ไม่ว่าจะย้อนมองคราวใด
จะไม่เห็นเงาของความเป็นเรา แอบแฝงคลุมเคลืออยู่ในจิตอีกเลย
แต่ถ้ามองลงในจิตคราวใด ก็ยังเป็นเราอยู่คราวนั้น
ก็ทราบได้เลยว่า ยังเป็นปุถุชนอยู่
งานที่จะต้องสู้เพื่อถอดถอนความเป็นเราออกจากจิตก็ยังมีอยู่

ที่จริงไม่อยากเล่าละเอียดนักหรอกครับ
เพราะกลัวพวกเราจะพากันล้มมวย
เสียก่อนที่จะได้ต่อสู้แบบถวายชีวิตบูชาพระศาสดา
แต่บางคนก็เวียนถามเช้ายันเย็น
ถ้าไม่ตอบ ผมคงไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแน่ๆ

โดยคุณ สันตินันท์ (นามปากกาของหลวงพ่อปราโมทย์ก่อนบวช)

เมื่อวัน จันทร์ ที่ 24 เมษายน 2543

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 149 times, 1 visits today)

Comments are closed.